ข้อเสนอรักเจ้าสาวแลกตัว An Offer She can't Refuse

โดย: chineserose



ตอนที่ 7 : ฤทธิ์ร้ายกระต่ายสาวจอมยั่ว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

6 ฤทธิ์ร้ายกระต่ายสาวจอมยั่ว พิมพ์พิชชาลืมตาตื่นมาพบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงกว้างในห้องนอนที่ไม่คุ้นเคย ภาพชายหนุ่มร่างสูงโปร่งนอนพิงหัวเตียงข้างๆโดยท่อนล่างของเขาซ่อนอยู่ใต้ผ้านวมสีขาวสะอาดตาหากแต่ว่าท่อนบนเปลือยหราโชว์กล้ามสวยสมบูรณ์และมั่นใจว่าทรงพลังอย่างไม่ต้องสงสัย “ตื่นแล้วเหรอ...” หญิงสาวพยายามปรับโฟกัสมองเขาตอบใต้แพขนตายาวงอนนั้น เสียงทักทายจากเขากระตุ้นให้ร่างบางตื่นเร็วขึ้น “กรี๊ด” เสียงหวีดร้องดังลั่นสนั่นห้องพักบนคอนโดหรูของนักธุรกิจหนุ่มหล่อ “แหกปากอะไรกันคุณ?” ธีร์จุฑาดุ สายตาคมจ้องเรือนร่างนั้น “คุณทำอะไรฉัน?” หญิงสาวว่าเสียงดังพร้อมก้มหน้าดูเรือนร่างตัวเองที่ซ่อนใต้ผ้าห่มสีขาวนั้น “เลว! เลวที่สุด” มือน้อยๆ ทุบรัวๆที่ต้นแขนของเขาเธอซัดเขาอย่างเต็มแรง “ทำอะไร? คุณนั่นล่ะทำอะไรผม คุณต่างหากที่... ปล้ำผม!” เขาโต้กลับ สายตาคมกริบทอดมองเรือนร่างนุ่มๆ ขาวเนียนนั้นอย่างกรุ้มกริ่มเจ้าเล่ห์แสนกลจนอีกฝ่ายหน้าแดงด้วยความอับอาย “ปล้ำ?” พิมพ์พิชชาสับสน “ใช่ คุณนั่นล่ะที่เป็นฝ่ายกระทำ” เขาย้ำ สายตามองลวนลามอย่างได้ใจ “นี่คุณจะบ้าเหรอ ฉันเป็นผู้หญิงนะ” เธอเถียง สีหน้าแววตาไม่เชื่อสิ่งที่ผู้ชายคนนี้กำลังปั้นน้ำเป็นตัวหลอกเธอ ‘เขาต้องการอะไรกันแน่ ไอ้ผู้ชายชีกอ’ “ก็ผู้หญิงอย่างคุณนี่ไงที่เที่ยวไล่ตื้อแล้วยังไล่ปล้ำผู้ชายอย่างผม” เขาอ้างอย่างสนุก “คุณจะบ้าเหรอ เกิดอะไรขึ้น” พิมพ์พิชชานั่งนึกทบทวน ภาพลอยขึ้นมาว่าเธอรู้สึกมึนหัวจึงขอตัวกลับก่อน แล้วมีอิตาจอมเย็นชานี่เดินมาส่งที่รถ แล้วจากนั้นเธอก็ตื่นขึ้นมาพบสภาพแบบนี้... บนเตียงนอนของเขา! “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ บอกมาเดี๋ยวนี้นะ” “คุณเมา ผมเห็นว่าคุณคงขับรถไม่ไหว จะขับรถได้ยังไงจู่ๆคุณก็หลับในอ้อมอกจะพาไปไหนก็บ้านคุณอยู่ไหนผมยังไม่รู้เลย แถมยังอ้วกโอ้กอ้ากจนเสื้อผมนี่เลอะเทอะ เสื้ออาร์มานี่นะคุณ เงินเดือนคุณทั้งเดือนยังไม่รู้จะซื้อชดใช้ให้ผมได้ไหม” เขาเล่าสถานการณ์เป็นฉากๆ ถ้ายัยกระต่ายน้อยจอมยั่วนี่มีสมองก็ต้องคิดตามแล้วรู้ตัวได้นะว่าความผิดทั้งหมดก็เริ่มที่ตัวหล่อนนั่นล่ะ “โกหก!” “คุณอ้วกจนหมดสภาพ แถมเหม็นด้วย ชุดราตรียาวสีมรกตนั่นของคุณก็แทบไม่มีชิ้นดี ผู้หญิงอะไรขี้เมาแล้วก็เหม็นไปทั้งตัวแบบนี้” เขาส่ายหัวขณะบรรยายจนพิมพ์พิชชานึกภาพตาม สภาพเธอต้องน่ารังเกียจมากแน่ๆ ‘นี่เราทำตัวเหลวไหลแบบนั้นจริงๆ เหรอเนี่ย’ “แล้วไงต่อไป? บอกมานะ!” พิมพ์พิชชาร้อนไปทั่วทั้งสองแก้มด้วยความอาย ตอนนี้เรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอซุกอยู่ใต้ผ้านวมสีขาวผืนหนากว้าง โดยมีเขานอนเอนพิงโซฟาเบดอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องนอนแต่สายตาเขาตรึงอยู่บนดวงหน้าหวานที่ดูยังไงก็ยังตระหนกตื่นและไม่มีทีท่าว่าจะชินและตั้งสติได้เลยแม้แต่น้อย ‘ลูกนกน้อยหวาดกลัวจนตัวสั่นเทิ้ม ทั้งๆที่บอกไปว่าเธอต่างหากที่เป็นฝ่ายปลุกปล้ำเรา ยิ่งคิดก็ยิ่งสนุก แบบนี้ต้องแกล้งให้สะใจ หึหึ’ “ผมจะเช็ดตัวให้เพราะคุณเมามายไม่ได้สติ แต่คุณก็แก้ผ้าโชว์เรือนร่างแล้วก็ถุงลมนิรภัยคู่อวบอิ่มและหยุ่นๆนั่น แล้วก็ปลุกปล้ำผมน่ะสิ” เขาหยุดจ้องส่วนอวบอิ่มที่กำลังพูดถึงอย่างลวนลามก่อนพูดต่อไปว่า “ผมจึงหมดทางสู้” เขาเล่าด้วยหัวใจที่นึกสนุก มุมปากเหยียดยิ้มอย่างผู้ชนะที่ยิ่งเห็นดวงตาหวานซึ่งคู่โตนั้นเบิกโพลงด้วยความตื่นกลัว เธอเดาอะไรไม่ได้อีกต่อไปว่าเขาจะทำอะไรต่อไปนับจากนี้กับเรือนร่างเปลือยของเธอทำซ่อนอยู่ใต้ผ้านวมสีขาวผืนเดียวที่เธอหอบเอาไว้แน่นราวเป็นสิ่งเดียวที่พึ่งได้ ไม่ให้เรือนกายที่แสนเซ็กซี่นั้นออกมายั่วยุเขา “หมดทางสู้? ยะ...อย่างคุณเนี่ยนะ หมดทางสู้” พิมพ์พิชชาแทบไม่อยากเชื่อ ผู้ชายคนนี้กำลังปั้นน้ำเป็นตัว หรือว่าเธอทำอะไรน่าอับอายแบบนั้นลงไปจริงๆ ในเวลาที่เธอถูกฤทธิ์แอลกอฮอล์ควบคุมสติสัมปชัญญะ ‘ไม่จริง! เราไม่มีทางทำอะไรบ้าๆแบบนั้นหรอก นายโกหก คนบ้า คนลามก!’ คิดมาถึงตรงนี้พิมพ์พิชชาก็ฟาดฝ่ามือไปที่ต้นแขนเปลือยของเขาจนเขาร้องซีดเพราะความเจ็บแปลบ ‘ผู้หญิงบ้าอะไรมือหนัก’ “ก็ใช่... ผู้ชายแท้ๆ ที่ไหนเวลาเห็นผู้หญิงแก้ผ้าโชว์อึ๋มนุ่มๆขาวๆแล้วจะทนไหวละครับคุณ ผมน่ะ...ชายท๊าง...แท่งนะจ๊ะ และผมก็ไม่ใช่พระ มันก็ต้องมีอารมณ์กันบ้าง” เสียงพูดประโยคกวนอารมณ์ไม่น่าจี๊ดเท่าสายตากรุ้มกริ่มที่มองเรือนร่างเธออย่างละลาบละล้วงลวนลาม ‘ไม่จริง นี่เราเสียสาวให้อิตานี่เหรอ...มันคือ ‘ครั้งแรก’ ของฉันนะ แล้วอาการมันยังไง มันต้องเจ็บตรงไหน จะรู้ไหมเนี่ยก็มันยังไม่เคยอ่ะ’ “กรี๊ดดดดดดด!!!!!” แผดเสียงไม่พอเธอหลับตาปี๋พร้อมระดมหมัดทุ่มเข้าใส่คนตัวโตที่เอาแต่พูดถึงเรื่องราวของเมื่อคืนที่ผ่านมา เขาออกแรงรับมือหมัดน้อยๆอย่างนึกขำจนกระทั่งหญิงสาวหมดแรงพยศไปเองเขาจึงเป็นฝ่ายพูดบ้าง “สิ้นฤทธิ์แล้วรึคุณ? เป็นบ้าอะไรครับเนี่ย?” “อ่...เอ่อ” คนหน้าสวยอึกอัก สมองน้อยๆ ของเธอเบลอไปหมดแล้ว นี่มันความจริงหรือแค่ฝันไป เธอแกล้งตายเพื่อทบทวนสติสักพักก่อนจะได้ไหม ‘ไม่จริงใช่ไหม ฮือ’ “ผมทนต้านทานกับพลังความต้องการตามธรรมชาติอีกต่อไป.... คุณยั่วผมเองนะ คุณยั่วผมก่อน แล้วคุณก็ปล้ำผม!” เขาสรุปรอยยิ้มเจ้าเล่ห์น่าทุบให้ตาย “ปล้ำ? ไม่จริงหรอก! ฉันทำแบบนั้นจริงๆ เหรอ?” พิมพ์พิชชาไม่อาจทำใจให้เชื่อในสิ่งที่เขากำลังโกหกเธอหรอก ‘ครั้งแรกมันต้องแสบร้าว ไอ้กระแตเคยบอก ไม่นิ่... เรายังไม่แสบตรงไหนเลย งั้นตานี่ต้องโกหก!’ หญิงสาวนึกถึงเรื่องใต้สะดือที่เพื่อนสนิทเคยเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์วาบหวามครั้งแรก คิดถึงตรงนี้พิมพ์พิชชาก็หน้าแดงจนร้อนวูบวาบชนิดที่อีกฝ่ายสังเกตุเห็น “ผมจะโกหกทำไมล่ะครับ ใครรู้ผมก็แทบจะแทรกแผ่นดินหนี เพลย์บอยที่ไหนถูกผู้หญิงปล้ำ!” เขาพูดยิ้มร้ายปรากฎบนใบหน้า “ไม่จริง คุณโกหก” พิมพ์พิชชาโต้อย่างไม่ยอมแพ้ “ไม่โกหก” เขาหยุดมองยิ้ม ก่อนจะเล่นละครต่อไป “อารมณ์แบบพุ่งปรี๊ด พุ่งปรี๊ดน่ะ คุณรู้จักไหม?” เขาทำสายตาหื่นเดียงสาเป็นที่สุด มองด้วยสายตาที่อยากจะกลืนกินเธออย่างนั้นล่ะ ‘คนบ้า คนผีทะเล’ “ผมโกหกแน่ถ้าทำแล้วเงินในบัญชีธนาคารผมเพิ่มขึ้น แต่นี่ก็ไม่นิ่ คุณ ปล้ำ ผม!” เขายังสนุกที่จะย้ำ และพูดย้ำๆอยู่นั่นว่าเธอปลุกปล้ำเขา “ไม่จริง!” พิมพ์พิชชาหลับตาปี๋แต่ปากเก่งเถียงเขายืนยันแบบหัวชนฝา ก็ผู้หญิงตัวเล็กๆเอวบางๆ อย่างเธอเนี่ยนะจะปล้ำเขาได้ เอ่อ...ตัวเล็กเอวบางแต่ถึงหน้าอกหน้าใจจะไซส์อวบอิ่มก็เถอะ ยังไงเธอก็แรงน้อยกว่าเขา อันนี้คอนเฟิร์ม แรงชายอย่างเขามันฆ่าเธอได้ด้วยซ้ำ ถ้าเขาจะเป็นชายผู้หวงพรหมจรรย์นัก ก็ทำไมไม่บีบคอเธอให้ขาดอากาศตายลงคามือเลยล่ะ ผู้ชายอะไรเหตุผลบ้าๆ “และคุณต้องรับผิดชอบ” เขาเสียงดังทำท่าข่มขู่จนสิ่งนั้นทำเอาพิมพ์พิชชาขนลุกซู่ เพราะอย่าลืมสิ เธอโป้อยู่นะ แล้วเสื้อผ้าของเธออยู่ไหนหมด “ระ...รับผิดชอบยังไง?” พิมพ์พิชชาเสียงเบาอ่อน นาทีนี้ใครจะกล้าหือกล้าอือกับยักษ์วัดแจ้งที่กำลังแยกเขี้ยวขู่เธออยู่ล่ะ “ให้ผมจูบคุณตอนนี้ซะดีๆ” เขาลุกขึ้นเต็มความสูง สาวท้าวเดินเข้ามาใกล้แล้วนั่งลงข้างๆ หัวไหล่ขาวผ่องตอนนี้อยู่ใกล้ปลายจมูกโด่งคมของเขาจนทำเธอหัวใจสั่นไหว คนบ้า! “จะยอมให้จูบดีๆหรืออยากเห็นภาพพวกนี้ร่อนอยู่บนโลกออนไลน์?” เขาขู่ยังไม่พอ ยังเปิดภาพหวิวที่แอบถ่ายไว้ตอนเธอหลับให้ดูกันจะจะไปเลยว่ามีภาพหวิวจริง และพร้อมจะแบล็คเมล์ “กรี๊ด... คนเลว คนลามก เอาเปรียบผู้หญิง” ว่าแล้วก็ใช้หมอนขว้างไปที่ตัวโตๆของเขา ตอนนี้พิมพ์พิชชาโกรธจัดจนร้อนไปทั้งหน้า คว้าอะไรได้เธอใช้เป็นอาวุธปาเขาได้หมดแหละ “ว่าไง... “ เขาหยุดมองจ้องเธอที่กำลังโกรธจัด แต่สีหน้าเขามันกวนอารมณ์เต็มที่จนอยากจะฆ่าให้ตาย ผู้ชายแบบนี้ไม่น่ามีชีวิตอยู่อีกต่อไป เพราะมันจะเป็นอันตรายสำหรับผู้หญิงอีกหลายๆคน “หืม...” เขาย้ำเสียงเป็นสัญญาญเร้าอีกครั้งว่าจะยอมดีๆ หรือจะรอให้มีภาพเหล่านี้ถูกแพร่ออกไป ถึงตอนนั้นเขาอาจจะไม่อยากจูบหล่อนแล้วก็เป็นได้ “หนึ่ง... สอง... สะ” “ก็ได้...” หญิงสาวสะกดข่มความโกรธเอาไว้ข้างใน กัดฟันตอบตกลงขณะหลับตาปี๋ ทันใดนั้นริมฝีปากอุ่นก็ทาบลงบนกลีบปากอิ่มของเธออย่างรวดเร็วและตามด้วยขยี้จูบอย่างหิวโหยชนิดที่หญิงสาวตั้งรับไม่ทัน เขาดำเนินจูบเธออย่างเพลิดเพลินจนจำเลยเผลอเคลิ้มตามในบางจังหวะ เขาสอดลิ้นชุ่มชื้นเข้าสำรวจโพรงปากหวานอย่างช่ำชอง พิมพ์พิชชารับรู้ว่าจูบหนักๆของเขามันช่างน่าหลงใหลแม้นี่จะเป็นจูบที่ยาวนานจนเธออยากหาช่องอากาศเพื่อสูดหายใจแต่เขาก็เอื้อมมือแกร่งจับท้ายทอยเธอรับจูบเขาจนเขาพอใจจึงถอนจูบอย่างแผ่วเบา “หวานเกินคาด... กระต่ายน้อย” เขากระซิบข้างหู ลมร้อนๆ ทำเอาหญิงสาวรู้สึกหวิวๆอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “คนขี้โกง คุณขู่ฉันนะ!” เสียงตวาดดังออกมาทันทีที่หญิงสาวดึงสติออกจากความเคลิบเคลิ้มนั้นได้ เขาช่ำชองเกินไปแล้ว ไม่ชอบเวลาถูกเอาเปรียบแบบนี้เลย ผู้ชายลามก! “ผมรู้... และต่อไปนี้ ผมรู้ละ ว่าเวลาอยากจูบคุณ ผมต้องทำยังไง” แล้วเขาก็ปล่อยหัวเราะออกมาอย่างผู้ชนะ “คะ... คุณข่มขู่ฉัน ฉันจะแจ้งความดำเนินคดีกับคุณข้อหาล่วงละเมิด กระทำชำเรา กักขังหน่วงเหนี่ยว เอาผิดความมาตรา 309 ฉันจะ....” จูบของเขาที่ฉกลงมาบนริมฝีปากบางหวานระเรื่อมันเก็บเสียงเธอหายละลายไปในอากาศ เขาจู่โจมจูบเธอโดยไม่ทันตั้งตัว หญิงสาวรู้สึกหวิวๆหัวใจเต้นแรงและมือเท้าชาไปหมด มือน้อยกำแน่นก่อนทุบลงที่อกเขาแต่นั่นมันยิ่งทำให้เขาบดเบียดจุมพิตแสนเร่าร้อนและระทึกประสาทยิ่งขึ้นไปอีก ประสบการณ์วาบหวามที่เธอไม่เคยได้รับจากชายใดมาก่อนมันทำให้เธอหัวหมุนคว้างจนหายใจไม่ทัน ลิ้นนุ่มละมุนรุกล้ำเข้ามาอย่างคุกคามทว่าช่ำชองจนเธอเผลอเคลิ้ม พอรู้สึกตัวเรียกสติคืนมาเธอก็รีบผละออกจากจุมพิตร้อนฉ่านั้นพร้อมกับ เพี๊ยะ! ฝ่ามือน้อยๆ แต่แรงได้ใจประทับรอยแดงลงบนแก้มซ้ายของเขา รอยแดงเห่อชัดประดุจจุดแดงแต้มลงบนซาลาเปา เขาตีสีหน้าเครียดขึงจนผู้ลงมือหน้าซีด “ผมแจ้งกลับ โทษฐานทำร้ายร่างกาย” เขาเอ่ยเสียงทุ่มฟังดูจริงจัง “คุณ!” พิมพ์พิชชาเหลืออด ไม่รู้จะเอายังไงกับเขาแล้ว “ความผิดที่คุณว่ามา ผมยังทำให้ไม่ครบเลยนะ! งั้นเรามาทำให้ครบมาตราอะไรของคุณนั่นดีไหม? ไปแจ้งความจะได้ไม่เสียเที่ยว!” เขายียวนจนอีกฝ่ายต้องกัดริมฝีปากล่างอย่างกลั้นแค้น “ไม่นะ! อิตาบ้า คนเลว คุณมันเลว ทำร้ายน้องฉันยังไม่พอ คุณทำร้ายฉันทำไม?” “เฮ้อ... สนุกจัง คนของผมเอาเสื้อผ้ามาให้คุณแล้ว สงบสติอารมณ์แล้วไปอาบน้ำซะ ผมจะไปส่งคุณกลับบ้าน” “ไม่” “แสดงว่าอยากอยู่กับผมต่อ?” “ไม่” “งั้นก็ไปทำตามที่บอก ผมจะไปรอที่ลอบบี้... หรือว่า จะให้อาบน้ำให้รึไง?” เขาสั่ง อุตส่าห์เสียสละห้องน้ำให้ใช้ส่วนเขาจะไปใช้อีกห้อง พูดถึงระดับธีร์จุฑาแล้วจะเข้าห้องไหนก็ได้นะ เพราะคอนโดนี้มันเป็นโครงการของเดอะแลนด์ริช “ไม่ต้อง คนลามก!” ว่าจบเธอก็เอาผ้าห่มพันรอบตัวเองแล้วกระโดดดึ๊บๆ หายวับเข้าไปในห้องน้ำ คงเหลือเพียงชายหนุ่มกับรอยยิ้มร้ายๆ ~*~ หลังจาก ธีร์จุฑาพาหญิงสาวไปรับประทานอาหารเช้า เขาก็ตั้งใจจะขับรถพาเธอไปส่งที่บ้านพัก ระหว่างนั่งไปด้วยกันเธอบ่ายหน้าออกไปมองชมวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่างไม่พูดไม่จาอะไรกับเขาทั้งนั้น “คืนนั้นเห็นไมเคิลบอกว่าคุณทำงานดีใช้ได้” เขาเริ่มชวนคุยโดยอ้างชื่อเพื่อนสนิท นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างพิชัย “ไม่หรอก” เธอตอบแบบเสียมิได้ ความจริงแล้วเธอไม่อยากเสวานาด้วยกับผู้ชายพันธุ์นี้เลยต่างหากล่ะ “มาช่วยงานผมหน่อยสิ” เขาเอ่ยชวน พิชัยเคยบอกว่าสำนักงานทนายความของคุณภาคภูมิมีนิติกรสาวที่จะแนะนำให้รู้จัก ไม่คิดเลยว่าจะเป็นพิมพ์พิชชาคู่แค้นของเขาแบบนี้จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่เขาต้องโคจรกลับมาเจอผู้หญิงคนนี้อีก ทั้งที่เขาปฏิเสธมาตลอดเมื่อเธอพยายามเข้าพบเพื่อเจรจาขอประนีประนอมยอมความคดีของทรงพล ‘เรียกว่าโชคดีและกำไรน่าจะดีกว่า... อย่างน้อยๆ ถือซะว่ามีเธอเป็น ‘ของเล่น’ ชิ้นใหม่’ “งานอะไร?” หญิงสาวถามเพราะแค่อยากรู้แต่ไม่ใช่เพราะอยากร่วมงานกับเขา “มีที่ดินแปลงหนึ่งของโครงการเดอะแลนด์ริชฯ ที่พังงาที่มีปัญหา อยากได้นิติกรมาช่วยเคลียร์กับคนในพื้นที่” เขาเริ่มเล่า “ความจริงบริษัทของผมมีที่ปรึกษาด้านกฎหมายที่ใช้ประจำอยู่แล้ว แต่ผมอยากได้นิติกรที่เก่งเรื่องเจรจาประนีประนอมมากกว่า” เขาเปรยขึ้นเรื่องปัญหาข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ผู้ถือครองในที่ดินบริเวณนั้นคาราคาซังมานาน “ในสายตาคุณฉันดูเป็นนิติกรที่เจรจาเก่งงั้นเหรอคะ ถ้าฉันเก่งจริงคุณก็คงยอมประนีประนอมไม่เอาเรื่องน้องชายฉันตั้งแต่คราวนั้นแล้วล่ะค่ะ” คำพูดหญิงสาวทำเขาสะดุดเขารู้อยู่แก่ใจว่าคดีทรงพลนั้นเขาใช้อิทธิพลเพื่อเอาผิดให้ถึงที่สุด ทั้งที่รูปความแล้ว ปลายฟ้าสามารถให้ปากคำว่ายินยอมไปกับทรงพลและทั้งสองไม่มีอะไรเสียหายแต่เขากีดกันไม่ยอมให้ปลายฟ้ามาให้ปากคำได้ ความจริงแล้วเป็นเพราะเขาต่างหากที่ใช้ทนายสีเทาและใช้อำนาจเงินให้คดีมันออกมาร้ายแรงเกินจริง มาวันนี้เขากลับรู้สึกว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นมันแรงเกินไป “มันคนละเคสกัน” เขาพึมพำ “ไม่ ฉันไม่มีวันช่วยคนอย่างคุณ” เธอตอบแบบไม่ต้องคิด นักธุรกิจก็เป็นนายทุนที่มองแต่ด้านกำไร บางทีเรื่องนี้ชาวบ้านเองก็อาจจะมีปัญหากับเขาเพราะถูกไล่ที่ มีใครที่ไหนอยากย้ายจากถิ่นฐานบ้านเกิด ปัญหาแบบนี้มีให้เห็นบ่อยจะตายไป เมื่อนายทุนรุกพื้นที่เดิม คนในพื้นที่ก็ต่อต้านเป็นธรรมดา มันมีมานานแล้วล่ะ เธอคิดมาถึงตรงนี้ก็ไม่อยากจะไปยุ่งนักหรอก “งั้นเหรอ ก็ดี๊” เขาตอบอย่างไม่แคร์ แต่อย่าลืมนะ คนอย่างธีร์จุฑา อยากได้อะไร ต้องได้! “ต่อให้คุณฆ่าฉันก็ไม่มีวันช่วยคุณ” คนปากเก่งย้ำพร้อมกับหันไปจ้องเขาตาขวางอย่างขุ่นเคือง “ผมไม่ฆ่าคุณหรอก... แค่จะเผยแพร่ภาพสวยๆของคุณ แบ่งๆ ให้คนอื่นดู ก็เท่านั้นเอง” เขาพูดจบก็ทำเสียงผิวปากวี๊ดวิ้วอย่างอารมณ์ดี แหม่... คนกำลังได้เปรียบจะไม่ใช้ความได้เปรียบข่มขู่เอา มันก็ดูจะโง่ไปหน่อย “คุณจะทำอะไร?” พิมพ์พิชชาหันไปถาม ตอนนี้เริ่มจะโกรธอีกรอบแล้ว “ก็ถ้าคุณยินดีช่วยผม เอาง่ายๆไหมล่ะ ผมจะไม่ติดใจเอาความคดีน้องชายคุณที่เคยทำอะไรไว้กับหลานสาวผม นี่ข้อหนึ่ง” เขาหยุดมองจ้องหน้าสวยด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ก่อนที่จะเสนอเงื่อนไขข้อต่อไปอีกว่า “แล้วภาพหวิวๆ ของคุณทั้งหลายที่ผมถ่ายไว้ดู... ผมก็ยังคงจะเก็บไว้ดูคนเดียว ไม่เผยแพร่ที่ไหน ดีไหมครับ?” “อีตาบ้า!! คุณไม่ควรเผยแพร่และไม่มีสิทธิ์แม้แต่เก็บไว้ดูคนเดียวด้วยซ้ำ คุณกำลังคุกคามฉันนะ!” คนหน้าหวานแว้ดเสียงใส่ด้วยความโกรธจัด “แหมคุณ... แล้วทีตอนคุณปล้ำผมจนเสียหาย ไม่เห็นผมเอาเรื่องคุณเลยนิ่ ถือว่าเจ๊า” “เจ๊าได้ไง คุณมันบ้า!!” “ตกลงว่าไง... จะมาทำงานให้ผมไหม ตอบ!” เขาออกคำสั่งเชิงบังคับ เรื่องเผด็จการธีร์จุฑาก็ไม่เป็นรองใครหรอกบอกเลย “ไม่!” “แน่ใจนะ??” เขาหยุดสบตาคู่สวยของพิมพ์พิชชา ก่อนหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดดูภาพหวิวๆเหล่านั้น “จริงๆ ผมก็ไม่อยากแบ่งใครดูหรอกนะ แต่ถ้ามันเป็นความต้องการของคุณ...” เขาทำท่าจะโพสต์ลงเฟสบุคผ่านมือถือโลโก้ผลไม้ “หยุดนะ! ก็ได้ ช่วยคุณก็ได้” ตอบตกลงอย่างฝืนใจ เขายิ้มร่าอย่างคนมีชัย ไม่มีเรื่องไหนทำเขามีความสุขได้เท่านี้อีกแล้วบอกตรงๆ ธีร์จุฑาขับรถมาส่งหญิงสาวถึงหน้าบ้าน “ผมจะบอกเลขานุการส่วนตัวของผมว่า ต่อไปคุณจะมาช่วยงานผม อีกวันสองวันจะมีคนมารับคุณ แต่ระหว่างนี้คุณห้ามบิดพริ้ว หรือหนีหน้าผมไปไหน เพราะไม่งั้น ผมจะไม่แค่ขู่นะ คุณดังแน่!” สายตาคมกริบจ้องหน้าสวยอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนลากสายตามาสำรวจทรวดทรงของเธอไปทั่วอย่างลวนลามจนพิมพ์พิชชาเบี่ยงลำตัวหลบสายตาที่ไม่สุภาพนั้นของเขา “อยากจะฆ่านัก ผู้ชายเลวๆแบบนี้ มีมากไปทำไมให้รกโลกก็ไม่รู้?” พิมพ์พิชชาพึมพำพร้อมมองรถของเขาแล่นหายลับไป แล้วจากนั้นก็พาตัวเองเข้าบ้านไป





ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha