ข้อผูกมัดซาตานTycoon

โดย: chineserose



ตอนที่ 5 : Chapter 1 ; เทพีเพอร์เซโฟนีแห่งฟอเรนซ์ [ D ]


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

กานต์รวีลืมตาตื่นนอนขึ้นมาตอนเช้าพบว่าร่างแบบบางของตนเองนั้นนอนเปลือยในอ้อมกอดอันอบอุ่นราวในฝัน แต่เขาเป็นคนแปลกหน้า เธอไม่เคยรู้จักเขามาก่อน

“กรี๊ดดด!! สติทำให้เธอร้องหวีดจนห้องกึกก้องไปด้วยเสียงแห่งความตกตะลึงในสิ่งที่เธอไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะต้องมาอยู่ในสภาพนี้!

“เฮ้! ร้องอะไรกันแม่คุณ?” ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นขึ้นอย่างหงุดหงิดด้วยเสียงปลุกที่ฟังดูระทึกราวกับว่าหอเอนเมืองปิซา[1]ถล่มลงต่อหน้าต่อตาอย่างนั้นละ

“นี่คุณ... ทะ...ทำอะไรฉัน?” กานต์รวีตีโพยตีพายด้วยภาษาอังกฤษ เรือนร่างบอบบางที่เปลือยเปล่าซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาสีขาวสะอาดและร่างแกร่งของเขาที่เปลือยเช่นกันก็นอนอยู่ข้างๆ ชนิดที่สัมผัสได้เป็นอย่างดีกับไออุ่นๆ ที่ระบายออกมาจากร่างกายของเขา  

เธอไม่เคยนอนข้างกายชายในสภาพเปล่าเปลือยแบบนี้มาก่อน กานต์รวีสาบาน!

“ฉะ...ฉันมานอนที่นี่ได้ยังไง?” เธอละล่ำละลักถามที่มาที่ไปและนี่มันไม่ใช่ในฝันแน่ๆ ไม่สิ ต่อให้ฝันเธอไม่มีฝันทางกามารมณ์แบบนี้แน่ ที่สำคุณกับผู้ชายเถื่อนดิบแบบคนตรงหน้า ไม่มีทาง เขาเป็นใครกันมาอยู่ในห้องพักของเธอได้ยังไง

“ผมจะรู้คุณไหมครับ? คุณเองก็ยินดีสมัครใจไม่ใช่หรือ? และเมื่อคืน... คุณรสชาติดีมากเลยนะ” เขาจ้องตาเธอด้วยดวงตาที่เป็นประกาย นัยน์ตาสีน้ำเงินของเขามันน่าลุ่มหลงอย่างยากอธิบาย

“...”

“ผมไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่น่าหลงใหลได้อย่างคุณมาก่อนเลยคนสวย” เขาชมพร้อมระบายยิ้มก่อนกระเถิบเข้ามาใกล้ กานต์รวีขยับตัวถอยห่างราวกับว่าเขาคือปิศาจพรากพรหมจรรย์

“เฮ้! สาวน้อย ทำไมต้องทำท่ากลัวผมแบบนั้นด้วย ทำเหมือนกับว่าคุณไม่เคยให้บริการแขกนอกสถานที่แบบนั้นล่ะ”

“แขก?” หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น เธอกำลังเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์จากสิ่งที่ได้ยินจากปากเขา เขาเป็นแขกของเธอเมื่อไหร่กัน มันคือเรื่องอะไรกันแน่?

“ใช่จ้ะ แม่สาวบริการรสหวาน” สิ่งนั้นทำกานต์รวีแทบกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง พอเขาว่าถึงหญิงบริการสมองน้อยๆ ก็นึกทบทวนและสำรวจตรวจตราร่างกายและสิ่งผิดปกติ

ทำไม... รู้สึกแสบแปลบกลางแกนกาย หรือว่าเขา?

“คุณว่าอะไรนะ?” เธอเริ่มเสียงดัง เขาต้องเป็นคนอันตรายสำหรับเธอแน่ๆ

“ที่รัก เรามาต่ออีกสักครั้งนะ ผมว่า... เมื่อคืนคุณไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่ ผมไม่ชอบมีเซ็กซ์กับคนเมาน่ะ ขออีกทีนะ” เขาพูดจบก็คว้ากานต์รวีเขาหมับแล้วจูบอย่างรุนแรงโดยไม่ฟังเสียงอีกฝ่ายที่อยากอธิบายเหลือเกินว่าเธอไม่ใช่อย่างที่เขาคิด

ร่างแบบบางของเธอตอนนี้เจ็บแปลบแสบระบมไปหมด ทั้งเนื้อทั้งตัวมีร่องรอยจูบดิบเถื่อนของเขาจนแทบไม่เหลือที่ว่าง ครั้งแรกของฉัน... คุณก็พรากมันไปตอนที่ฉันไร้สติด้วยงั้นหรือ คนเลว!

ครั้งแรกของฉัน... จูบแรกของฉัน!’

“อื้อ... ปล่ะ ปล่อย” เสียงหวานหอบถี่ เธอหายใจไม่ทันกับความเร่าร้อนของเขาที่มอบให้เธอโดยไม่ฟังเสียง

พอมีสติก็พยศเชียวนะ ดีเหมือนกัน สนุกไปอีกแบบสาวน้อย...เขาคิดอย่างนึกสนุกกับสาวบริการรสหวานที่ตาเขียวปัดใส่ แล้วยังตวาดแว้ดๆ ใส่เขาอย่างกับเสือสาว

“ผมจะหายใจแทนคุณเอง... คนสวย” พูดจบเขาก็บดขยี้จูบเถื่อนๆ ลงมาที่ริมฝีปากสวยของเธออยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน ริมฝีปากหยักสวยของเขาทาบทับอย่างแนบสนิทลงบนปากบางจิ้มลิ้มของหญิงสาว ขบเม้มเบาๆ ราวทักทายก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้าบดจูบอย่างเว้าวอน เธอพยายามเม้มริมฝีปากป้องกันทว่าไม่สำเร็จเมื่อเขาใช้มือแกร่งบีบเบาๆ ที่แก้มเพื่อเปิดให้กลีบปากสวยรองรับจุมพิตจากเขาอย่างถนัดถนี่... จูบของเขาดิบเถื่อนทว่าระคนไปด้วยความหวานล้ำลึกซึ้ง เธอรู้สัมผัสได้ถึงกระแสความเริงร้อนที่ระบายอยู่รอบตัว และมันกำลังปลุกเพลิงปรารถนาในร่างกายให้คุกรุ่น...

มือน้อยๆ ทุบตีอกแกร่งราวต่อต้าน แต่มันก็ทำได้แค่ในช่วงแรกเท่านั้น แต่เพียงชั่วนาทีที่ผ่านพ้นไป ความอ่อนหวานของรสจูบกลับทำเธอเคลิบเคลิ้มและโอนอ่อนลงไปตามจังหวะจูบที่ยั่วยวนรันจวนใจของเขา และเธอกลับต้องการมันมากยิ่งขึ้น... ต้องการจูบที่เร่าร้อนขึ้น... จากเขา

“อือ... คะ...คุณ” เสียงหวานคราง เธอไม่รู้จะเรียกชื่อเขาว่าอย่างไรดี ผู้ชายเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพเจ้าโรมันแต่ก็เป็นเจ้าของจูบดิบเถื่อนเร่าร้อนในคราวเดียวกัน

หญิงสาวรู้สึกเครียดครัดที่อกอวบอิ่ม บางนาทีร่างน้อยก็โผเข้าหาเขาราวมีพลังบางอย่างดึงดูดเธอ... มีบางอยากกำลังนวดเฟ้นมัน และมันก็หดเกร็งตอบรับอย่างเรียกร้องวิงวอน...

เขาส่งมือเรียวแกร่งลูบไล้ร่างบางที่เปลือยเปล่าและยากจะต้านทานสัมผัสจากเขา ร่างน้อยหอบกระชั้นสมองอึง อลพยายามดิ้นรนหาอิสรภาพแต่ก็เปล่าประโยชน์

นิ้วเรียวแกร่งของเขาสัมผัสคูหาบุบผางามที่ชุ่มชื้นพรักพร้อม... และรอคอย

“คุณ... น่ารักเหลือเกินซินญอรินา” เขาครางขณะส่งนิ้วสำรวจภายในร่างกายเธออย่างย่ามใจก่อนสอดลึกจนร่างบางสะดุ้งหวิว เธอรู้ตัวว่าตอนนี้ร่างกายเธอกำลังหวานฉ่ำไปด้วยน้ำหวาน... เขาบดบี้ที่ยอดเกสรดอกไม้จนเธอบิดร่างพลิ้วไหวด้วยความทรมาน

“อื้อ... อย่านะ ฉันไม่ใช่” ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดแต่ดูเหมือนว่าร่างกายของเธอจะยินยอมพร้อมใจไปกับการชักพาจากเขาเสียแล้ว

เขาพลิกร่างแกร่งที่ทรงพลัง สายตาเธอมองเห็นว่าร่างกายเขาช่างงดงามราวกับรูปปั้นเดวิดDavid [2]ผลงานประติมากรรมชิ้นเอกของไมเคิล แองเจโล[3] ซิกแพ็กมัดกล้ามที่งดงามและน่าหลงใหล นึกไม่ออกเลยว่ายามที่เขาใช้พลังเหล่านั้นขับเคลื่อนบนตัวเธอมันจะให้ความรู้สึกซ่านเสียวท่วมท้นมากสักปานใด

หรือว่า... เขาคือเดวิดกลับชาติมาเกิดสมองเธอเดาอย่างนั้นแต่เขากำลังทรมานเธออย่างลำพองใจ

“อือ... ปะ...ปล่อยฉัน” เสียงหวานครางร้องขออิสรภาพแต่ทว่ากลับเป็นเหมือนเสียงเรียกร้องให้เขายิ่งทุ่มเททำให้เธอยิ่งร้องครางออกมาราวว่ามันเป็นเสียงเชียร์มากกว่าคำทัดทาน

“ทำไมต้องปล่อยคนสวย... ไม่ทันแล้ว... ผมยอมขึ้นราคาค่าตัวให้คุณเลยเอ้า!” เขาหยุดเว้นจังหวะพร้อมส่งสายตาเจ้าเล่ห์ร้ายการลามเลียเธอจนหญิงสาวอายจนหน้าแดงก่ำ

“ไม่นะ” เสียงหวานทัดทาน

“ขอแค่อย่างเดียว ทำให้ผมมีความสุขเหมือนเมื่อคืนอีกครั้งทูนหัว” เขาคำรามเสียงเซ็กซี่และจบลงด้วยการระดมจูบที่ริมฝีปากบาง เขายิ้มร้ายกาจในหัวใจคาดไม่ถึงว่าผู้หญิงที่เล่นตัวในผับหรูกับไมตรีแบบซื่อตรงจะพาตัวเองใส่พานมาประเคนเขาถึงบนเตียง แถมยังหอม... หวาน น่ารักน่าใคร่จนเขาแทบคลั่ง  

โอ... แม่ทูนหัว คุณทำให้ผมเซอร์ไพรซ์จริงๆ สาวน้อย

เธอหลับตาลงอย่างฝันร้าย น้ำตาเริ่มเอ่อขึ้นมา หัวใจสั่นสะท้าน รู้สึกเครียดครัดที่ยอดทรวง ไม่นานจากนั้นมันก็มีความร้อนที่ชุ่มเปียกไล้เลียวนเวียนอยู่บนนั้นอย่างร้อนแรงจนร่างบางแอ่นหลัง ยิ่งทำให้ส่วนอวบอิ่มท้าทายปากเขายิ่งขึ้น มันแทบจะไม่หลุดรอดจากอิสระอีกต่อไปเมื่อยอดถนันสีสวยสั่นระริกในปากร้อนๆ ของเขา ที่ทั้งไล้เลีย ดูดเม้มจนเธอสยิวหวิวไหว...

“ผมชอบคุณ... เรือนร่างของคุณ... หน้าอกสวยๆคุณและ” เขาก้มหน้าลงจูบ ลมหายใจร้อนฉ่ารดรินลงบนผิวของเธอ “ดอกไม้ของคุณ... ผมอยากกินคุณไปทั้งตัว...สาวน้อย” เขาบอกฟังดูคล้ายเสียงครางและให้ความรู้สึกแสนเซ็กซี่

“อือ...” เสียงหวานครางหวิวเหมือนติดอยู่ในวังวนแห่งความฝันแห่งกามารมณ์ ขณะเอามือปัดหน้าเขาออกจากส่วนอวบที่หวงแหน

“ขนาดกำลังเหมาะกับมือผม... คุณสวยมากสาวน้อย” พูดเสียงแหบพร่าพร้อมนวดเฟ้นอย่างปรนเปรอ ขนาดหน้าอกเธอทำเขาเพลิดเพลินอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน...

โอ... วิเศษจริง แม่สาวบริการรสหวาน

“ไม่นะ... อย่าทำนะ ออกไปนะ อย่า...” กานต์รวีบิดตัวหนี แต่ทำไม่ได้ดั่งใจเพราะถูกเขาตรึงร่างไว้แน่น หากความร้อนชื้นของโพรงปากที่ก้มลงมาครอบครองเนินทรวงของเธอทำให้ร้อนซู่ไปทั่วสรรพางค์กาย

“ไม่นะ... อย่า” เสียงหวานห้าม

ลูคัสกลับไม่สนใจเสียงทัดทานนั้น ร่างสูงใหญ่กลับมุ่งมั่นลิ้มรสชาติอันหอมหวานจากดอกบัวตูมเต่งที่ส่วนยอดสีชมพูกำลังสั่นระริกเหมือนกับว่ากำลังเรียกร้องสัมผัสร้อนฉ่าจากลิ้นของเขา

“ร่างกายคุณกำลังร้อน... เพราะต้องการผมอย่างท่วมท้นแล้วครับทูนหัว” อาการดิ้นรนใดๆ ก็ไม่อยู่ในความสนใจของเขานั้นเพราะกำลังจดจ่อกับทรวงอกที่ฝันหา... เขาฝันถึง นางในฝันจอมหยิ่งของเขามาโดยตลอดตั้งแต่แรกพบที่อุฟฟิซี...

โอ... คุณหวานเหลือเกิน เธอช่างให้ความสุขที่สุดพิเศษ ยอดทรวงหดเกร็งตอบรับสัมผัสจากปลายลิ้นที่เขาหยอกล้อเร่าเร้า

“ยะ...อย่า หยุดเถอะ ฉันขอร้อง” เมื่อตื่นขึ้นมาในยามเช้าและสร่างจากอาการเมา กานต์รวีก็ทัดทานเขาด้วยภาษาอังกฤษ แน่ว่าเขารู้ในสิ่งที่เธอห้าม... แต่เขาห้ามตัวเองไม่ได้เสียแล้ว แรงปรารถนาที่ท่วมท้นมันยากเกินหักห้าม...

ทางเดียวที่จะหยุด คือเติมเต็มมันเดี๋ยวนี้!

กานต์รวียังคงอ้อนวอนด้วยคำพูดกระท่อนกระแท่น เธอกำลังพยายามห้ามเขาทั้งที่ร่างกายตนก็ต้อนรับสัมผัสกระตุ้นเร้าจากเขาเป็นอย่างดี... “ยะ...อย่า ใครก็ได้ ช่วยด้วย!

หญิงสาวกำลังพ่ายแพ้ให้กับสัมผัสแปลกใหม่...

เรื่องเมื่อคืนนั่นไม่ใช่ความฝัน แต่เธอถูกล่วงละเมิดในภาวะที่ร่างกายและสมองถูกครอบงำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์อย่างเต็มอัตรา... และเขาคือปิศาจร้ายผู้พรากความสาวบริสุทธิ์ให้หลุดลอยไปจากชีวิตเธอ

เขา... เป็นใครกันแน่? มาอยู่ในห้องเธอได้ยังไง?

กานต์รวียังสมองสับสน เธอยังคิดว่าเขาคือผู้บุกรุกแต่แท้ที่จริง...

หญิงสาวต่างหากที่กำลังดิ้นพล่านอยู่ในห้องเขา... บนเตียงเขา!

จมูกโด่งดอมดมดอกปทุมคู่งามอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะส่งปลายลิ้นจูบซับและเกี่ยวกระหวัดลามเลียไปทั่วทั้งยอดทรวงที่กำลังพร่าผลาญแรงต่อต้านของหญิงสาวให้มลายลงไปอย่างช้าๆ ร่างบอบบางพลิ้วไหวเพราะเสียวสะท้านกับสัมผัสอันร้อนแรงของจูบเขา ไม่เคยมีใครสัมผัสยอดทรวงของเธอมาก่อน ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนได้ลามเลียมันด้วยลิ้นที่เร่าร้อนแบบนี้ เขาดูดดึงสลับขบเม้มขณะอีกข้างก็ถูกเขานวดเฟ้นอย่างลำพองใจ เนินทรวงข้างหนึ่งถูกเขากระตุ้นเร้าปลุกความเสียวซ่านด้วยมือเรียวใหญ่ในเวลาเดียวกันกันอีกข้างสั่นระริกในปากเขา จนหญิงสาวต้องกัดริมฝีปากล่างเอาไว้อย่างเก็บกลั้นพลังความร้อนที่ถ่าโถมความเสียวสะท้านใส่เธออย่างไม่ยั้งมือ...

“อือ...”

กานต์รวีส่ายหน้าไปมาต่อสู้กับคลื่นความร้อนที่เริ่มแผ่กระจายไปทั่วร่างทุกครั้งที่เขาออกแรงดูดแล้วค้างไว้นิ่งนานเหมือนกำลังสูบเอาพลังชีวิตออกไปจากตัวเธอ เขาดูดกลืนเอาอาการต่อต้านที่เหลืออยู่อย่างน้อยนิดให้มลายหายไปจนสิ้น เรือนกายสั่นระริกของเธออยู่ใต้อิทธิพลอันร้อนฉ่าของเขาอย่างไร้แรงต้านทาน

“ดะ...ได้โปรด... ยะ...หยุด” เธอห้ามเขาด้วยเสียงสั่นระริก แต่มันเป็นเสียงที่ไพเราะสุดกระตุ้นเร้าที่สุสำหรับเขา

“เมื่อคืน... คำว่าได้โปรดของคุณ... คือต้องการการเติมเต็มจากผมนะทูนหัว...” เขายังจูบวนเวียนบนอกอิ่ม เธอขาวอวบและดูตึงแน่นไปทั่วทั้งหมด เขารักเรือนร่างเธอ... รักไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว

“ไม่นะ” เธอเถียง มือน้อยระดมทุบตีเข้า แรงน้อยกำลังต่อสู้ขัดขืนในขณะที่ปฏิกิริยาของร่างกายกลับกำลังต้อนรับสัมผัสอันร้อนแงจากเขาอย่างยินดี

“แบบไหนแน่... ที่คุณอยากให้ผมโปรด... หืม... ทูนหัว?” เสียงของเขาแผดเผาหัวใจที่เต้นแรงของเธอจนหายใจเริ่มติดขัด

“อย่าทำแบบนี้... ออกไปจากห้องฉัน! เธอผลักไส... ทั้งที่ร่างกายกลับเชื้อชวน

น้ำเสียงกระท่อนกระแท่นไร้ซึ่งคามมั่นคงทำให้ลูคัสผงกศีรษะขึ้นมองใบหน้างดงามแดงก่ำไปด้วยความอายและแรงปรารถนาที่ตนตั้งใจปลุกปั่นขึ้นมา

“นี่... ห้องผมต่างหาก” เขาบอกเธอด้วยเสียงแหบต่ำ

“มะ...ไม่จริง” เธอไม่เชื่อ น้ำเสียงหอบกระท่อนกระแท่น

“โอ... ผมไม่ไหวแล้วสาวน้อย... ผมอยากรู้จริงๆ เมแกนได้คุณมายังไง ถึงได้หอมหวานถูกใจผมเหลือเกิน” เขาชื่นชมอย่างพออกพอใจกับผู้หญิงที่ผู้ช่วยหนุ่มคนสนิทจัดหามาให้ ยังทึ่งไม่หายว่าช่างรู้ใจว่าเขาปรารถนาในตัวหญิงสาวที่ทำเขาตกหลุมรักตั้งแต่นาทีแรกที่เจอ

“ดะ...ได้โปรด...” เสียงหวานอ้อนวอน

“ผมกำลังจะโปรดคุณเดี๋ยวนี้... สาวน้อย” เขาบอกเสียงพร่าต่ำฟังดูเซ็กซี่

ดวงตาของเขามองร่างเนียนละเอียดที่เปล่าเปลือยอยู่ สายตาคมของเขาถูกใช้ในการลามเลียเธอไปตลอดทั้งเนื้อทั้งตัว... เขาชอบเสียงครางหวานที่หลุดออกมาจากริมฝีปากจิ้มลิ้มน่ารักนั้น มัน ปลุกเร้าตัวตนเขาอย่างดีที่สุด

น้ำหนักตัวทั้งหมดถูกทาบทับลงบนความนุ่มนิ่มนั้นมากขึ้น ริมฝีปากหนาย้ายไปลิ้มรสยอดทรวงอกอิ่มอีกข้างอย่างเสมอภาค เมื่อยอดทรวงอีกข้างที่ชุ่มชื้นก็ถูกปลายนิ้วโป้งเคล้นคลึงด้วยจังหวะกระตุ้นเร้าสุดเร่าร้อนจนร่างบางแอ่นหลังเข้าหาอย่างเว้าวอน หญิงสาวสัมผัสได้ถึงไอร้อนของลมหายใจเขาที่เป่ารดพร้อมลิ้นร้อนฉ่าที่ขบดูดลามเลียมันอย่างกระตุ้นเร้า และทำเธอทรมานแทลคลั่ง เขาเป็นปิศาจร้ายที่พร่าผลาญพรหมจรรย์เธอ!

เขาจะทำให้เธอประทับใจกับความรักที่กำลังเร่งปรนเปรออีกครั้งยามที่เธอมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน ทุกเส้นประสาทควรได้รับการตอบสนองจากสัมผัสอันแสนเร่าร้อนของเขา...

“ผมจะ โปรดให้คุณร้องวอนขอไม่หยุดปากเลยล่ะสาวน้อย...” เขาคำรามเสียง

ดวงตาคมตรึงบนใบหน้าสวยของเธอที่คิ้วมุ่นเข้าหากันเพราะมิอาจต้านทานรสสัมผัสที่ร้อนรุ่ม... แปลกใหม่

เธอปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ว่าเขาเป็นเจ้าของลีลาที่เปี่ยมไปด้วยความเร่าร้อนอย่างล้นปรี่ เพียงแตะตรงนั้น สัมผัสตรงนี้ ความต้องการจากภายในก็พ่ายแพ้และมีแต่เรียกร้องหา... ต้องการสัมผัสที่มากกว่า ปากสวยพร่ำร้องขออ้อนวอนให้เขาหยุด แต่สัญชาตญาณที่แท้จริงจากภายในกลับเว้าวอนให้เขาเติมเต็มในสิ่งที่มากกว่า... ร่างกายที่ต้องการเขา ปากไม่ตรงกับใจ... และปากที่ขัดแย้งกับความต้องการของร่างกาย

ทำไงดีกีวี่?... เราจะทำยังไงดีสมองน้อยๆ ของหญิงสาวกำลังเรียกร้องคำตอบ กานต์รวีมืดแปดด้าน นึกโกรธร่างกายเจ้ากรรมที่ไม่เชื่อฟังคำสั่ง มันเร่าร้อน ต้องการ และวิงวอนสัมผัส รักสุดเร่าร้อนจากเขาทั้งที่เธอไม่เคยรู้จักเขามาก่อน เพราะเขารูปร่างดีเกินไป... ทรงพลังเกินไป... และเซ็กซ์เร่าร้อนเกินกำลังต้านทานจากเธอ

เขาอันตรายเกินไป...’

ริมฝีปากที่นุ่มและอุ่นร้อนของเขาย้ายไปลิ้มรส ดูดดื่มทรวงอกอีกข้างในขณะที่อีกข้างชุ่มชื้นขึ้นจากการจุมพิตเมื่อไม่นานก็ถูกฝ่ามือเคล้นคลึงด้วยจังหวะกระตุ้นเร้า กานต์รวีใช้มือทั้งสองข้างทุบตีเขา ไม่เลือกเป้าหมายขอให้ถูกร่างโตที่กำลังคุกคามเธอเป็นพอ มือแกร่งทาบทับตรงทรวงอกอิ่มของตัวเองจนเธอแทบละลาย เธอสอดมือเข้าไปทึ้งเส้นผม กระชากออกแรงแต่เขากลับไม่ไหวติงและต้องตกใจสุดชีวิตเมื่อรับรู้ว่าฝ่ามือร้อนระอุเลื่อนเข้าไปสัมผัสต้นขาเธออย่างไม่เกรงใจ

“ปล่อยนะ! อย่าทำแบบนี้นะ! เสียงหวานหวีดร้องทัดทานการกระทำที่คุกคามเธออย่างอกอาจ ร่างบางดิ้นขยับถอยหนี แต่เขาใช่จะหยุด เสียงเธอยิ่งกลับกลายเป็นยาปลุกความคึกคักขนานดีที่เมื่อได้ยินเขาก็ยิ่งรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและเร่งเร้าเธอมากเท่ามาก...

ชายหนุ่มยิ้มดีใจ นางในฝันที่เป็นสาวไซค์ไลน์... หญิงบริการรสหวาน... เธอคงชอบการร่วมรักแบบฝ่ายหนึ่งสวมบทบาทเป็นฝ่ายควบคุม ขณะที่เธอสวมบท นางทาสทาสสวาทผู้เร่าร้อน...

แทบไม่อยากเชื่อว่าสาวเอเชียหน้าหวานจะมีรสนิยมการร่วมรักที่น่าเร่าร้อนขนาดนี้ เขายิ้มด้วยความลำพองใจ ในเสียงอุทานที่ดังบนหัว... ดังยิ่งขึ้นพร้อมๆ กับจังหวะที่เขาแตะปลายนิ้วเข้ากับจุดอ่อนไหวกลางกายสาว เพื่อสยบการดิ้นรนขัดขืนนั้นด้วยการสอดปลายนิ้วเข้าสัมผัสถึงเนื้อถึงตัวอันเป็นแก่นแท้ของหญิงสาวได้อย่างสนิทชิดเชื้อ...

“ได้... โปรด... อย่า...” เสียงหวานครางอย่างเว้าวอน

คำร้องขอนั้น... เลือนหายไปเมื่อปลายนิ้วของเขากระตุ้นเร้าจุดอ่อนไหวที่หวงแหนที่สุดในร่างกาย เขากรีดมันจากบนลงล่างด้วยจังหวะที่ทำให้เธอติดขัด กรีดมันจากล่างขึ้นบนพร้อมดูดดึงยอดทรวงของเธอค้าง... เอาไว้ในปาก

ยอดทรวงอวบอิ่มสั่นระริกในปากเขา... ใต้ลิ้นร้อนฉ่าของเขา...

“อา...” ยิ่งกานต์รวีครางหวิวเขาก็ยิ่งเครื่องร้อน ฮึกเหิม... เธอคือวันไนต์สแตนด์ที่สุดแสนประทับใจ!

“เรียกชื่อผม... เรียกผม ลูคัส เขาสั่งอย่างเผด็จการ

“มะ...ไม่ ไม่นะ! อออกไป!” หญิงสาวตวาดเสียงขับไล่เขาด้วยสายตาขุ่นโกรธ เธอเกลียดเขา เขาเป็นปิศาจที่ตรารอยมณทินให้ชีวิตเธอ เธอจะเกลียดและไม่มีวันอภัยให้เขาเลยสักนาทีเดียว! ถ้าฉันรอดไปได้... ฉันจะฆ่าคุณ!’

“เรียก-เดี๋ยว-นี้!” เขาถาโถมความเร่าร้อนใส่เธอ

เมื่อถูกโจมตีจุดอ่อนไหวทุกทาง กานต์รวีก็ไม่สามารถขัดขืนต่อต้านความเสียวซ่านเข้ามาแทนที่อาการขัดขืน มันเข้มข้นในสายเลือดจนเธอไม่รู้ว่าจะจัดการเก็บกักความรู้สึกนั้นอย่างไร

“ละ...ลูคัส อย่า” เสียงหวานวิงวอน เขาหลงใหลเสียงนั้นของเธอ... เขาอยากทำให้เธอร้องเรียกชื่อเขาแบบนี้หลายๆ ครั้ง

ความชุ่มชื้นที่ลูคัสสัมผัสได้จากกลางกายสาว ในเวลานี้ช่างทำให้เขามีความสุขนัก จินตนาการเรือนร่างของเธอนั่นให้ความรู้สึกดีแล้วแต่มันกลับดูด้อยไปในทันทีเมื่อเทียบกับผิวเนื้อนุ่มละมุน กลิ่นหอมที่ทำให้เขาคึกคัก กระปรี้กระเปร่า ความหยาดเยิ้มฉ่ำวาวที่ฝ่ามือเขาได้สัมผัส เสียงหวานที่ครางอืออา... ยิ่งกระตุ้นเร้าให้เขาแทบจะไปถึงจุดแตกดับได้ในทันที

คาดไม่ถึงเลยว่า ลูคัสจะศิโรราบให้สาวบริการรสหวานเขาคิดอย่างนึกขันที่ตอนนี้เขากำลังหลงใหลในความหอมหวานของหญิงสาวใต้ร่างเขา หลงชนิดที่โงหัวไม่ขึ้น หลงจนไม่อยากให้เธอห่างจากเตียงเขา

เมื่อไม่สามารถเก็บกักความเสียวซ่านที่รุมเร้าได้จนต้องหลุดเสียงครางออกมาก็ทำให้เขามีโอกาสครอบครองริมฝีปากของเธอในที่สุด เขาไม่ได้จูบเธออย่างอ่อนหวานเช่นที่ผ่านมา แต่มันเป็นจูบแห่งความเสน่หา... แรงปรารถนาอันหวานแหลมท่วมท้นล้นหัวใจ

จูบที่เรียกร้อง เว้าวอนให้เธอตอบสนองกลับอย่างเต็มอารมณ์...

ลูคัสถอนจูบเมื่อเร่งเร้าร่างเปลือยเปล่าจนความหวานฉ่ำที่ไหลรินออกมาอย่างไม่ขาดสาย ร่างกายบิดเกร็งเป็นสัญญาณที่ผู้ชายเชี่ยวชาญประสบการณ์ร่วมรัก ผู้ผ่านความร้อนฉ่าของอิสตรีมานับไม่ถ้วนนั้นรู้เป็นอย่างดีว่าเธอกำลังเอื้อมถึงจุดสูงสุดในดินแดนสุขารมย์... เธอไคลแมกซ์ได้เซ็กซี่ที่สุด เขาอยากมองภาพนี้ตั้งแต่นาทีแรกที่พบเธอ...

วิเศษที่สุด

“คุณต้องการผม... คุณต้อนรับตัวตนผมสาวน้อย” เขาครางเสียงพร่าต่ำฟังดูเซ็กซี่และเรียกความเริงร้อนให้เรือนกายของผู้ที่ได้ยิน สัมผัสของเขามันอันตรายและเป็นสิ่งกระตุ้นเร้าที่ไม่น่าวางใจเลย

คำพูดเร่งเร้าในเวลาปกติที่ต้องทำเธอเขินอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี แต่ตอนนี้คำพูดนั้นกลับผลักดันให้เธอลอยละลิ่วขึ้นไปคว้าเอาสายรุ้งเลื่อมพรายนั้นไว้อย่างยอดเยี่ยม

เขามองร่างเธอด้วยสายตาที่ร้อนแรง เนื้อตัวเธอกลายเป็นสีชมพูจัดน่ามอง... และน่ากิน

แผ่นหลังแอ่นโค้งยิ่งทำให้ทรวงอกขนาดใหญ่ลอยเด่น ยอดทรวงหดเกร็งสั่นระริกยั่วน้ำลาย ปลายเท้าจิกเกร็งจนเขาอยากแทรกตัวเข้าครอบครองเสียในวินาทีนี้

หญิงสาวสวยที่สุดยามเธอเดินทางไปถึงจุดสูงสุดแห่งกามารมณ์ เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนร่วมรักกับเขาแล้วสวยที่สุดเมื่อถึงจุดไคลแมกซ์ได้อย่างผู้หญิงคนนี้เลย... เธอน่าหลงใหลที่สุดตั้งแต่เขาเคยเห็นมา และเขาอยากให้เธอไคลแม็กซ์เพราะเขา... เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น!

ชายหนุ่มตื่นเต้นกับร่างที่ปรากฏตรงหน้าราวอดอยากมานานปี เนื้อตัวของเธอช่างกระตุ้นเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนของเขาจนไม่อาจรอได้แม้เสี้ยววินาที เขาโถมตัวลงมาทับทาบทั้งร่าง แทรกตัวเข้าหาร่างที่สั่นระริกนั้นอย่างสนิทชิดเชื้อจนเรียวขาทั้งสองข้างต้องแยกออกจากกันเพื่อเปิดทางให้เขา ความแข็งขึงร้อนระอุที่ปัดป่ายขึ้นลงอย่างยั่วเย้า ทำให้กานต์รวีเริ่มต่อต้านสองมือผลักไสแผงอกออกเป็นพัลวัน

“มะ...ไม่นะ ออกไปนะ!” กานต์รวีหอบ เนื้อตัวแดงก่ำไปด้วยรอยจุมพิตร้ายกาจจากเขา กลางกายสาวบอบช้ำเจ็บแปลบ เธอรู้สึกระบมไปทั่วทั้งร่าง ทั้งร่างกายและจิตใจเธอแหลกสลายเหมือนเขาฉีกทึ้งมันไป ปิศาจร้าย ซาตานอำมหิต ฉันเกลียดแก!’

ความเป็นหญิงพรั่งพรูไปด้วยความหยาดเยิ้มฉ่ำหวาน... ภายในร้อนระอุไปด้วยเปลวเพลิงปรารถนาที่สัมผัสได้เหมือนมีแรงดึงดูดให้เขาฝังลึกเข้าหาตัวเธอในจังหวะเดียวจนสุดทาง

เขาโจนจ้วงเข้าสู่ร่างกายเธอจนแนบสนิท ไม่มีสิ่งอื่นใดคั่นกลางระหว่างเขาและเธอ... ความนุ่นนวลอ่อนหวานของเธอโอบอุ้มร่างกายอันแข็งขึงทรงพลังของเขา เป็นการหล่อหลอมรวมกันที่งดงามที่สุด

“คุณกำลังขืนใจฉัน...” เธอบริภาษด้วยดวงตาที่ฉ่ำไปด้วยคราบน้ำตา มันรวดร้าวเจ็บแปลบในแบบที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลย เขาเป็นผู้ชายอันตราย...

“ผมพิสูจน์คุณอย่างหมดจดทั้งเนื้อ... ทั้งตัวแล้วจึงแน่ใจว่าคุณก็ต้องการผม... และนี่แค่การฉายภาพย้อนเมื่อคืนคุณก็ตอบรับผมดี” ... คุณต้องการผม... สาวน้อยถ้าเขาทำเธอเจ็บปวด เขายินดีชดเชยค่าเสียหาย เพิ่มค่าตัวให้เธออย่างไม่จำกัดแม่สาวบริการรสหวาน

อย่าโกหกตัวเองอีกเลย...

“กรี๊ด...” เสน่หาที่เขาร่ายมนตร์เอาไว้ต้องเสื่อมสลายเพราะความเจ็บปวดเข้ามาแทนที่เธอกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดตึงไม่ต่างจากถูกแยกร่างออกเป็นสองส่วน

สาวบริสุทธิ์!’

สิ่งที่เขาเคยได้สัมผัสแล้วในครั้งแรกยังคงก้องในใจ มันยังคงวนเวียนอยู่ในสามัญสำนึก... มันทำให้เขาแน่ใจอย่างเต็มร้อยว่า เขาคือผู้ชายคนแรกที่ได้สัมผัสถึงตัวตนอันหวานหอมของเธอ... และเขาจะ รักเธอด้วยความทะนุถนอม

ชายคนแรก... นี่เราคือคนแรกของเธอ? สิ่งนี้ก้องอยู่ตั้งแต่เมื่อคืน กระนั้นเขาก็ยังไม่แน่ใจมัน จนกระทั่งครู่นี้ที่แม้จะหูดับไปด้วยเสียงกรีดร้องของเธอ ความชื้นทว่าเหนียวหนืดนั่นคือเยื่อพรหมจรรย์ที่เขาเป็นผู้ทำลายก็ช่วยตอกย้ำอย่างจริงจังว่า

เขาคือผู้ชายคนแรกของเธอ... สาวน้อยเอเชียสาวบริการรสหวานเธอทำให้เขาหลงใหล

 โพรงเนื้อเยื่อที่บีบรัดอย่างหนาแน่นจนไม่อาจขยับตัวได้ทำเขากลายเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ ดวงตาแดงช้ำที่สะกดกลั้นน้ำตาเอาไว้อย่างถึงที่สุดของคนใต้ร่างทำให้เขาตกใจที่สุดในชีวิต

“สาวน้อย...” เขาทำอะไรไม่ถูกกับถูกผู้หญิงพรหมจรรย์คนแรกในชีวิตไม่กล้าแม้จะขยับตัวเพราะท่าทางเจ็บปวดอย่างสุดแสน... แววตาประณามที่มองมาทำให้เขาล่าถอยปล่อยเธอเป็นอิสระ

“สาวน้อย...” เขาเอ่ยเรียกเสียงแหบต่ำ

กานต์รวีตะแคงลำตัวนอนคู้ตัวกอดหัวเข่าตัวเองด้วยความร้าวราน ไม่อยากเห็นคนใจร้ายที่พรากความสาวของเธอไป เขารีบผละออกห่างราวกับตัวเธอเป็นสิ่งต้องห้าม

เรื่องจริงอันน่าตกตะลึงที่เขาเพิ่งพร่าผลาญความสาวของผู้หญิงที่นอนหันหลังให้อยู่บนเตียง เธอขดตัวราวกับลูกบอลที่เขาทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี เขาจัดการกับร่างกายตัวเองอย่างรวดเร็วและขยับเข้าไปใกล้ๆ พร้อมคลุมร่างเปลือยเปล่าด้วยความรู้สึกผิดอย่างมหันต์

“สาวน้อย...” เขาเรียกเธอแต่ต้องชะงักเมื่อร่างบางขยับตัวหนีห่างราวเขาเป็นโจรร้าย เธอเบี่ยงตัวจากฝ่ามือด้วยความขยะแขยง แม้ความเจ็บปวดทางกายจะน้อยลงแต่ร่องรอยความบอบช้ำของจิตใจของเธอยังคงเด่นชัดไม่อาจอยู่ใกล้ ไม่อยากเห็นหน้าเขาอีกต่อไป

“โอ... สาวน้อย... ผมไม่รู้จริงๆ ว่าคุณยัง...” เขาสับสนและรู้สึกผิด เวอร์จิน!’ เขาเลือกที่จะพูดมันในใจแต่เขารู้สึกผิดระคนแปลกใจ แม่สาวบริการรสหวานทำไมจึงยังบริสุทธิ์... เธอรอดมาถึงเขาได้อย่างไร “ผมขอโทษ...” เขาสารภาพด้วยความรู้สึกผิดขณะพรมจูบที่ขมับสวยของหญิงสาวใต้ร่างแกร่ง แต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่เคยต้องใช้กำลังขืนใจใครให้มาร่วมรักไม่เคยต้องอ้อนวอนร้องขอ ไม่เคยศิโรราบกับผู้หญิงคนไหน ไม่เคยต้องออกแรงหากต้องการเซ็กส์ แต่ครั้งนี้ยอมรับว่าเขามีใช้กำลังบ้างแต่นั่นก็เพราะเขาเห็นว่าเธอเป็นสาวบริการที่เธอขัดขืนอาจเป็นเพียงแค่บทบาทหนึ่งกับเรื่องบนเตียงเท่านั้น...

นี่เขาทำเธอเจ็บจริงๆ หรือนี่ ทำไมผู้ชายที่เชี่ยวชาญเรื่องบนเตียงอย่างเขาต้องรู้สึกผิดกับเรื่องแบบนี้ด้วย ยิ่งต่อผู้หญิงคนนี้ทำไมเขาถึงไม่อยากให้อภัยตนเองเลย มันเกิดอะไรกับข้างในใจเขากันแน่!

“ผม...ขอโทษทูนหัว” เขาย้ำอย่างรู้สึกผิดทว่าคนฟังกลับนิ่งเงียบไม่มีการตอบสนอง เธอขยับตัวหนีจนติดผนัง ท่าทางที่เห็นทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองช่างนั่งเกียจ เป็นไอ้โจรโรคจิตที่บ้ากาม หน้ามืดตามันจนไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

สุดท้ายก็ต้องทำร้ายเธอไม่เหลือชิ้นดี หากต้องอยู่เพียงลำพังกับเขาต่อไปเธอคงต้องพ่ายแพ้อย่างยับเยิน เขาเข้ามาสวมกอดเธอเอาไว้เพื่อปลอบโยน เขารู้ว่าเธอไม่อยากอยู่ใกล้แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้เธอนอนหวั่นด้วยความหวาดกลัว อย่างน้อยเขาต้องรู้ว่าสาวบริสุทธิ์อย่างเธอทำไมต้องมาขายบริการเขาด้วย เขาขยับเข้าไปใกล้เธอ เขารู้สึกผิดและอยากชดใช้หรือทำอะไรก็ได้ให้เธออภัยหรืออะไรก็ได้ให้สถานการณ์มันดีขึ้น

“อย่านะ!” หญิงสาวตวาดลั่นอย่างรังเกียจเหมือนเขาเป็นซาตานพญาเชื้อโรค

“ผมจะเพิ่มค่าบริการให้คุณ... สมนาคุณให้คุ้มค่ากับความสาวที่คุณต้องเสียให้กับความเร่าร้อนของผม... สาวน้อย ผมขอโทษที่ทำร้ายคุณ” เขายื่นข้อเสนอด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่ามันจะเป็นวิธีลดความรู้สึกผิดที่กัดกร่อนในใจให้ลดน้อยลง

“ออกไป๊ ออกไปจากห้องฉัน” กานต์รวีผลักไสเขาด้วยน้ำตาไหลพราก

“ห้องคุณ... เฮ้ๆ เดี๋ยวนะสาวน้อย” เขาหยุดพร้อมชะโงกหน้ามามอง เพราะหญิงสาวบริการรสหวานของเขาเอาแต่หันหลังให้

“นี่มันห้องของผม... เตียงผม และคุณต่างหากที่เข้ามาในนี้น่ะสาวน้อย” เขาค้านและอธิบายว่าอะไรเป็นอะไร นี่มันห้องพักของเขาจริงๆ นี่ เธอต่างหากที่มานอนบนเตียงเขา

“วะ...ว่าไงนะ?” กานต์รวีเบิกตากว้าง สติเริ่มกลับมา

“คุณเมามาก... เมื่อคืนคุณมานอนบนเตียงผม และคุณก็ต้องการผม... ทุกลีลาคุณก็ตอบสนองผมดี” เขาเล่ากานต์รวีดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เขากำลังพูด

“เป็นไปได้ยังไง?” เธอไม่อยากจะเชื่อเลย ถ้าเป็นไปได้อยากให้เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ฝัน

หญิงสาวกระชากข้อมืออกจากพันธนาการจากเขา เธอมองเขานิ่งพูดจา แต่ความชอกช้ำที่อัดแน่นล้นปรี่ก็พรั่งพรูออกมา น้ำตาที่สะกดกลั้นเอาไว้อย่างถึงที่สุดไหลออกมาไม่ขาดสายเมื่อเธอเริ่มทุบตี หยิกข่วนไปตามใบหน้าแผงอกกว้าง

ลูคัสยืดอกรับแรงประทุษร้ายนั้นอย่างศิโรราบ ไม่ยอมเกร็งตัวเพราะกลัวว่าฝ่ามือบอบบางของเธอจะเป็นฝ่ายชอกช้ำเสียเอง หากความเจ็บปวดที่กำลังได้รับจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นสักนิด เขาก็เต็มใจที่จะแบกรับเอาไว้เอง

น้ำตาที่ไหลออกมาราวกับเขื่อนทำนบพัง แต่กลับไม่มีเสียงสะอื้นไห้สักเพียงนิด ทำให้เขาสะท้อนใจ มันเหมือนกับตอกย้ำความผิดในครั้งนี้ให้ติดอยู่ภายในตลอดไป

เพียะ!

“ตบผม... ตบผมอีกสาวน้อย ลงทัณฑ์ให้พอใจ” เขาเอ่ยขึ้นด้วยหัวใจรู้สึกผิด

เพียะ! เพียะ!

“ตบผมให้ตาย... ตายคามือคุณไปเลยสาวน้อย แต่อย่าร้องไห้แบบนี้นะ” นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้าของเขามองเธออย่างเว้าวอน ให้ตายสิ! เขาไม่ชอบเห็นน้ำตาผู้หญิงเลย แล้วยิ่งรู้อยู่เต็มอกว่าสาเหตุของน้ำตาเธอเขา... เขาทำเธอร้องไห้ เขายิ่งไม่ชอบ ใจไม่ดีเข้าไปใหญ่

“หยุดร้องไห้ได้ไหม...” เขาเสียงอ่อน เขากำลังรู้สึกผิด

กานต์รวีฝืนตัวเอาไว้แล้วแข็งใจพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

“คนเลว!

จบคำพูดเธอก็ผลักหน้าอกเขาออกไปสุดแรง ตั้งสติและหาทางออกไปจากห้องนี้ ดวงตาคู่หวานเปรอะไปด้วยคราบน้ำตา ลูคัสเห็นเธอสั่นเทาแล้วความรู้สึกผิดก็ฉาบฉายเข้าคลอบงำเขา

ลูคัสไม่เคยขืนใจใคร เขาไม่เคยขืนใจผู้หญิงคนไหนให้มาเป็นของเขา... เธอร้องไห้ทำไมในเมื่อเธอเป็น...สาวบริการ’ เขาคิดสาวบริการรสหวาน... ที่ยังเวอร์จิ้น และทำเขาหลงหัวปักหัวปำ!’

“ฉัน... จะคิดว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้น หวังว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีก” เธอลุกพรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนก้มลงเก็บเสื้อผ้าแล้วหายเข้าไปสวมใส่มันในห้องน้ำอย่างรวดเร็วก่อนพุ่งออกมา ไม่ลืมที่จะคว้ารองเท้าและเปิดประตูออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งเอาไว้แค่เพียงความงุนงงกับเจ้าปิศาจร้ายที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงตั้งแต่นาทีที่เธอลุกออกไปจากตัวเขา

ฉัน-ไม่-ใช่-โส-เภ-ณี!’ เสียงนั้นก้องอยู่ในสมองเขา... สายตาคมมองดูเช็คระบุตัวเลขสำหรับหญิงบริการที่เขามักจะสั่งผู้ช่วยให้จัดหามาปรนเปรอให้ประจำเวลาที่เขาเดินทางและต้องพักค้างที่โรงแรม... โรคนอนไม่หลับที่ต้องแก้ด้วยเรื่องกล่อมนอนแบบผู้ใหญ่น่ะ คิดว่าผู้ชายส่วนใหญ่ ใครๆ ก็คงเป็นกัน แล้วผู้หญิงที่เขานอนด้วยเป็นใคร ถ้าเธอปฏิเสธว่าเธอไม่ใช่โสเภณี?ลูคัส โคลอซชินี่รู้สึกเหมือนมีก้อนน้ำแข็งมีทุบที่หัวเขาอย่างหนักหน่วง นั่นมันหมายความว่าบทรักที่ผ่านมาทั้งหมด เขาขืนใจเธองั้นหรือ?

สายตาคู่คมสีน้ำเงินเข้มราวดอกบลูเบลล์ทอประกายหวั่นวิตกและรู้สึกผิด แต่กลับกลายเป็นความรู้สึกผิดที่ตรึงตราในหัวใจเพราะเขาไม่เคยประทับใจผู้หญิงคนไหนบนเตียงมากเท่าหญิงสาวเมื่อครู่นี้เลยสักคน...

ร่างสูงลุกจากที่นอนพร้อมปัดผ้านวมสีขาวสะอาดออกจากตัวก็ทันใดนั้นได้สังเกตว่ามีรอยจุดเล็กๆ สีแดง... ประทับบนที่นอนอันขาวสะอาด

‘like a virgin?’

สิ่งนั้นทำหัวใจเขาร่วงลงสู่พื้นไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองด้วยซ้ำว่านั้นมันคือเครื่องหมายแสดงว่าหญิงสาวคนนั้นที่เขาเพิ่งมีความสุขกับเธออย่างสุดแสนประทับใจจะเป็นสาวบริสุทธิ์ผุดผาดและสิ่งนั้นทำให้หัวใจเขามันพองอย่างประหลาดเมื่อนึกว่าเขาคือผู้ชายคนแรกของเธอ! นี่มันเรื่องล้อเล่นอะไรกัน เขาไม่ตลกด้วยนักหรอก

ตุ้มหู?และถัดจากจุดดวงดาวบริสุทธิ์สีแดง สายตาเขามองที่ตุ้มหูสีม่วงรูปหัวใจล้อมเพชรเม็ดเล็กๆ กระจิดน่ารัก มือเรียวแกร่งเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมามองอย่างพินิจพิจารณา เพชรน้ำงามเสียด้วยยิ่งแน่ใจว่าหญิงสาวที่เขานอนด้วยเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาไม่ใช่ผู้หญิงหากินแน่ๆ และดูเหมือนว่าจะเป็นสาวมีรสนิยมเสียด้วยสิ

เธอเป็นใครกัน?



[1] หอเอนเมืองปิซา (La Torre di Pisa)- สร้างเมื่อ ค.ศ. 1173 ใช้เวลาสร้างหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าปีตั้งอยู่เมืองปิซา จัตุรัสเปีอซซา เดล ดูโอโม เป็นหอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอริค ทรงกระบอกสูง 8 ชั้นสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว เอียงสามจุดเก้าเจ็ดองศา กาลิเลโอ กาลิเลอิ เคยใช้หอนี้ทดลองเกี่ยวกับทฤษฎีแรงโน้มถ่วงในตอนที่เขาเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยปิซา โดยใช้ลูกบอลสองลูกที่น้ำหนักไม่เท่ากันทิ้งลงมาเพื่อพิสูจน์ว่าลูกบอลสองลูกจะตกถึงพื้นพร้อมกันตามทฤษฎีที่เขาคาดไว้

[2] เดวิด- ประติมากรรมชิ้นเอกยุคเรอเนซองค์ (สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา) ผลงานของมีเกลันเจโล หรือ ไมเคิล แองเจโล ระหว่างปี ค.ศ.1501-1504 ได้รับการยอมรับว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความงามของพละกำลังและความหนุ่มสาวของมนุษย์

[3] ไมเคิล แองเจโล (ชื่อเต็ม อิตาลี:Michelangelo di Lodovico Buonarroti Simoni)- เป็นจิตรกร สถาปนิคและประติมากรรมชื่อดังยุคเรเนซองค์ (ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ Renaissance) เกิดปี ค.ศ. 1475 ที่หมู่บ้านคาปรีส (ปัจจุบันคือทัสคานี,อิตาลี) ผลงานชิ้นเอกประติมากรรมรูปสลักเดวิด, จิตรกรรม “คำพิพากษาครั้งสุดท้าย” ที่เพดานโบสถ์ซิสทีน เป็นต้น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha