คุณหมอรักร้าย

โดย: วีนัส ละอองดาว/ยติยา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : ตอนที่ 2 Assistant crybany ผู้ช่วย(จอม)ขี้แง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

อวัสดาเดินไปทิ้งกระเป๋าคู่ใจไว้ใกล้ๆ แล้วเข้าไปสวมกอดผู้เป็นน้าสาวอย่างออดอ้อนเหมือนเคยทุกวัน ตั้งแต่ที่พ่อกับแม่เสีย อวัสดาก็มีแค่น้าสาวที่เธอสามารถออดอ้อนร้องหาความรักที่จะสามารถเข้ามาเติมเต็มในส่วนที่เธอต้องการได้ แต่มันก็ยังไม่ใช่อยู่ดี

“วันนี้อ้อนใหญ่เชียวนะ หิวไหมเดี๋ยวน้าไปหาอะไรให้กิน”

ฝ่ามือใหญ่ลูบเส้นผมนุ่มสลวยของหลาน รู้ดีว่าหลานของเธอนั้นต้องเจออะไรมาบ้าง และอยากทำทุกอย่างให้อวัสดามีความสุข ทดแทนที่พ่อกับแม่ของเธอนั้นเคยทำสิ่งเลวร้ายให้อวัสดาต้องเสียใจ แต่คงต้องให้เวลาช่วยลบรอยเจ็บช้ำนั้น

อวัสดาน้ำตาซึมเมื่อได้รับความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือของผู้เป็นน้า ก่อนจะส่ายหน้าไปมา

“ไม่ค่ะ อยากช่วยน้าทำมาลัยก่อน”

“สองคนน้าหลาน อ้อนอะไรกันอยู่ครับ”

แต่แล้วเสียงทุ้มอบอุ่นที่นานๆ ครั้งถึงจะได้ยินก็ดังขึ้นมา จนสองสาวต่างวัยต้องหันกลับไปมองทางต้นเสียง ร่างสูงใหญ่แข็งแรงแบบคนใช้ร่างกายหนัก เจ้าของใบหน้าหล่อคมสันและดวงตาอ่อนโยนที่ได้รับมาจากผู้เป็นมารดากำลังฉีกยิ้มกว้างอยู่ตรงหน้าประตูบ้าน

ไวท์ มาริด ลูกชายคนเดียวของน้าเจนิก เป็นพี่ชายที่แสนดีของเธอเสมอไม่ว่าเรื่องอะไรเธอจะปรึกษาเขาได้ตลอด  และยังเป็น ‘รักแรก’ ของเธอ ที่ได้แค่แอบรักแต่ไม่กล้าบอกความรู้สึกออกไป เพราะกลัวว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอมันจะแย่ลง หากเป็นแบบนั้นเธอขออยู่กับเขาแบบนี้ตลอดไปยังดีกว่า แค่ได้เห็นคนที่เธอรักมีความสุข แค่นั้น...ก็คงพอแล้ว

“พี่ไวท์!”

อวัสดาถอยกายห่างจากผู้เป็นน้าแล้วลุกขึ้นวิ่งโผเข้ากอดร่างกายใหญ่ของไวท์ทันที เธอมาอยู่ที่นี่ตั้งนาน ได้เจอกับไวท์แค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น ร่างกายใหญ่เซถอยหลังเล็กน้อยเมื่อถูกร่างของอวัสดาโหมตัวเข้าหาพร้อมกับแขนแข็งแรงที่อ้าออกรองรับร่างของหญิงสาวเอาไว้ได้ทันเวลา

“อะไรเรา อ้อนใหญ่เลยนะ แล้ววันนี้ไม่ไปทำงานเหรอ” ไวท์ก้มมองหน้าของอวัสดาแล้วส่ายหน้าเบาๆ กับความช่างอ้อนของเธอ ก่อนจะสงสัยว่าทำไมวันนี้ไม่ไปทำงาน ทั้งที่แต่งชุดพยาบาลอยู่หรืออาจจะเพิ่งเลิกงาน

ผิดกับอีกคนที่ถูกถาม เริ่มทำหน้าจ๋อยเพราะไม่กล้าบอกทุกคนว่าวันนี้เธอโดนไล่ออกแล้ว แต่ว่ายังดีที่มีคนช่วยไว้ได้ อวัสดาอยากขอบคุณลอร่าที่ช่วยเธอไม่ให้โดนไล่ออก ทว่าตำแหน่งใหม่ที่เธอจะได้ทำนั้นมันยิ่งกว่าการถูกไล่ออกเสียอีก และอีกหนึ่งวันเธอจะต้องให้คำตอบแล้วด้วยสิ

“แม่ว่าไวท์มาเหนื่อยๆ ขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าเสียก่อนแล้วค่อยลงมาคุยกับน้อง ดูท่าน้องคงมีเรื่องอยากถามมากแน่” เจนิกเห็นสีหน้าหนักใจของอวัสดาจึงบอกลูกชายให้ขึ้นไปอาบน้ำ ปล่อยให้หญิงสาวเตรียมใจตอบคำถามสักเล็กน้อยแล้วค่อยลงมาคุยกัน

“ครับแม่”

ไวท์พยักหน้ารับคำจากมารดาก่อนจะเดินขึ้นไปด้านบนแทน เขาหวังว่าขึ้นไปอาบน้ำเสร็จแล้วอวัสดาคงจะมีคำตอบให้เขากับท่าทางเศร้าสร้อยนั้นได้แน่ เช่นเดียวกับอวัสดาที่เดินขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าบ้าง เพราะไหนๆ วันนี้เธอก็ไม่ได้ออกไปทำงานอีกแล้ว

 

ภายในห้องนอนสีขาวโพลน ข้าวของถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบตามนิสัยเรียบร้อยของเจ้าของห้องนอน ผ้าห่มถูกพับไว้ปลายเตียง ร่างสมส่วนเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าของตนเองที่มีเสื้อผ้าจำนวนน้อย ทั้งเก่าและใหม่ ก่อนจะหยิบชุดตัวเก่งของเธอที่มักใส่ประจำออกมาแล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

อวัสดายืนมองตัวเองที่หน้ากระจกบานไม่ใหญ่มาก ถามตัวเองว่าเธอควรจะทำอย่างไรดี เสียงถอนหายใจดังขึ้นเมื่อคิดได้ว่า หากเธอมีใครสักคนที่ให้คำปรึกษาได้มันคงจะดี หญิงสาวคิดถึงตรงนี้ก็นึกถึงผู้มีพระคุณของเธอที่เสียไปแล้ว ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกพ่อกับแม่

“พ่อจ๋าแม่จ๋า แพรคิดถึงเหลือเกิน แพรควรจะทำยังไงต่อไป”

เสียงครางแผ่วของจากริมฝีปากของอวัสดา น้ำตาใสๆ ไหลอาบแก้มด้วยความคิดถึงและอาวรณ์ เธอยังไม่ทันได้ตอบแทนพระคุณพวกท่าน เธอยังไม่เห็นความรักในครอบครัวเลยด้วยซ้ำ หญิงสาวจมอยู่กับการคิดถึงวันเก่าๆ ก่อนจะค่อยๆ ยืดตัวขึ้นตรงอีกครั้ง ยามที่ท้อเธอมักจะนึกถึงรอยยิ้มของคนไข้ที่ทำให้เธอมีกำลังใจและที่สำคัญเธอมีคนที่รักอย่างน้าเจนิกและพี่ชายของเธออยู่ทั้งคน

และเย็นวันเดียวกันนั้น หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อยไวท์และอวัสดาอาสาที่จะเป็นคนล้างจานอาหารที่กินกันเสร็จแล้ว อวัสดาเป็นคนกำจัดคราบ ส่วนไวท์อาสาล้างน้ำให้ เธอประหม่าทุกครั้งยามที่มีร่างของชายหนุ่มมายืนข้างๆ แก้มนวลแดงระเรื่อ

“แพร”

“คะ! เอ่อ... ค่ะ พี่ไวท์มีอะไรเหรอคะ” อวัสดาตื่นจากภวังค์เมื่อไวท์ขยับมาใกล้แล้วเรียกเธอเสียงเบา แต่คนที่เคลิ้มอยู่กับภวังค์ของตัวเองกลับตกใจหน้าตาตื่น เผลอตอบเสียงดังก่อนจะค่อยๆ ปรับเสียงแล้วก้มหน้าหลบอย่างเอียงอาย

“พี่มีเรื่องอยากให้แพรช่วย” น้ำเสียงของอีกฝ่ายจริงจังขึ้นจนอวัสดาต้องหันหน้ามองอย่างสงสัย กลับเจอสายตาที่มองมาก่อนท่าทางแข็งขันของไวท์ทำให้มือที่กำลังล้างจานอยู่หยุดชะงักค้างไว้

“เรื่องอะไรคะ”

ท่าทางจริงจังของไวท์ทำให้เธอตื่นเต้น แค่รู้ว่าคนตรงหน้านี้มีเรื่องให้เธอช่วย แค่นี้ก็ดีใจมากมายแล้ว ก็มันทำให้เธอรู้ว่าเธอยังมีความสำคัญอยู่ในสายตาของเขาในวันที่เขาต้องการความช่วยเหลือ หากพอจะแบ่งเบาให้กับไวท์ได้บ้างเธอก็พร้อมช่วย

“ตอนนี้แพรทำงานที่โรงพยาบาลของแอนดริว ดอว์สันใช่ไหม”

“ค่ะ...”

อวัสดาตอบเสียงเบาอยากบอกเหลือเกินว่าเธอไม่ได้ทำแล้ว เพราะว่าพรุ่งนี้เธอจะปฏิเสธไม่ทำงานในตำแหน่งที่ลอร่าเสนอให้เธอทำ แต่ว่าเธอไม่กล้าบอกออกไป เมื่อเห็นสายตาที่เป็นประกายของอีกฝ่ายเธอก็ปฏิเสธไม่ลงเช่นกัน

“พี่อยากให้เราช่วยพี่หาข้อมูลการเข้ารักษาของโคลด์ มาร์กให้พี่ได้ไหม”

“เอ่อ ...คือแพร...ลา”

“พี่ขอร้อง แพรช่วยพี่หน่อยนะครับ”

อวัสดากำลังตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เธอเตรียมจะบอกว่าเธอนั้นลาออกจากโรงพยาบาลแล้วแต่ก็ต้องกลืนหายลงไปเมื่อถูกไวท์ขอร้อง หากไม่ใช่เรื่องใหญ่จริงๆ เขาคงไม่มาขอให้เธอช่วยแบบนี้ ความสับสนและลังเลใจเกิดขึ้น

ก็ตอนที่เธออาบน้ำอยู่นั้นเธอคิดเอาไว้แล้วว่าวันพรุ่งนี้จะปฏิเสธตำแหน่งที่ลอร่าเสนอให้ แต่ว่ามาตอนนี้...ความลังเลอยากช่วยไวท์ กับหวาดกลัวว่าแอนดริวนั้นจะกลายเป็นยักษ์แล้วหักคอเธอจิ้มน้ำพริกกินมันมีมากพอกัน แต่ด้วยเพราะความขี้ใจอ่อนของอวัสดาทำให้เธอต้องพยักหน้ารับคำเบาๆ

“ค่ะ แพรจะหาให้ค่ะ ว่าแต่ทำไมต้องเป็นโคลด์ มาร์กด้วยคะ”

เธอพอจะรู้ชื่อเสียงและความมีอำนาจของชายคนนี้มาบ้าง ทั้งอิทธิพลที่มีมากจนปิดข่าวการเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลได้ แต่การมารักษาตัวแต่ละครั้งของโคลด์ เธอก็ไม่เคยได้เข้าใกล้เลยสักครั้ง เพราะว่าฝ่ายนั้นจะเรียกหาแค่เจ้าของโรงพยาบาลกับพยาบาลอีกไม่กี่คนเท่านั้น ส่วนอาการป่วยของเขาก็ปิดเงียบไม่มีใครรู้


ความสงสัยทำให้อวัสดาต้องถามออกไป เพราะไม่เคยมีเลยสักครั้งที่ไวท์จะให้เธอเข้าไปเอาข้อมูลการรักษาตัวของคนไข้มาให้เขาและอีกอย่างหนึ่งมันก็ผิดจรรยาบรรณของพยาบาลและแพทย์ด้วย ยิ่งไปกว่านั้นทางโรงพยาบาลแห่งนี้มีกฎเข้มงวดเกี่ยวกับข้อมูลของผู้ป่วย หากมีการแพร่งพรายออกไปแล้วสืบรู้ทีหลัง เธออาจจะโดนไล่ออกโดนยึดใบประกอบวิชาชีพหรืออาจจะติดคุกได้

“มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐบาลครับ พี่บอกอะไรมากไม่ได้ พี่ไม่อยากให้แพรต้องตกอยู่ในอันตราย”ไวท์ไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด เพราะเขากลัวหากเธอรู้ความจริงจะไม่กล้าช่วยเหลือเขา

“แพรจะพยายามหาข้อมูลมาให้พี่ไวท์นะคะ แต่ต้องใช้เวลาสักหน่อยค่ะ”

“ขอบคุณมากนะที่ช่วยพี่”

“ค่ะ”

อวัสดาไม่ได้ถามต่อและไวท์ก็ไม่ได้ชวนคุยแต่อย่างใด เพราะกลัวจะเป็นอันตรายตามที่ไวท์บอกเธอ แต่ว่าเธอจะทำอย่างไรดี เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ไวท์ต้องการ หากไม่ยอมตกลงรับข้อเสนอนั้นเธอก็คงไม่มีโอกาสสินะ อวัสดาเตรียมใจไว้กับคำตอบที่ลอร่าต้องการทราบพรุ่งนี้ โดยไม่สงสัยความผิดปกติของไวท์ที่แอบลอบถอนหายใจเมื่อหญิงสาวไม่ถามเอาความต่อ

 

รุ่งเช้าวันต่อมา อวัสดาตื่นสายกว่าปกติเพราะตลอดทั้งคืนสมองของเธอสับสน คิดไม่ตก และหาทางออกไม่ได้เสียที จนสุดท้ายเมื่อร่างกายอ่อนล้าเกินไปเปลือกตาจำต้องสั่งให้เธอพักผ่อนก่อนที่พรุ่งนี้เธอจะต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอ

ร่างกายสมส่วนเดินลงมาด้านล่างพร้อมส่งสายตาสอดส่องมองหาร่างของญาติทั้งสองก็ไม่เจอ ก่อนจะได้ยินเสียงแว่วดังมาจากหน้าบ้าน เท้าเล็กก้าวเดินออกไปทันที ผืนหญ้าสีเขียวขจีมีหยดน้ำเกาะอยู่ ตัดกับชุดโต๊ะเก้าอี้สีขาวที่มีน้าของเธอกำลังคุยกับใครคนหนึ่ง

แผ่นหลังของผู้หญิงที่นั่งหันหลังให้เธอนั้นทำให้หัวใจเธอเต้นแรง และรู้สึกประหม่า น้ำเสียงที่พูดคุยกันออกรสต้องสะดุดเมื่อเจนิกเห็นเธอเดินออกจากประตูหน้าบ้านตรงมายังที่ตนเองนั่งคุยกับแขกที่เจาะจงมาหาอวัสดาถึงที่บ้าน

“นั่นไงคะมาแล้ว หนูแพรมาทักทายมาดามลอร่าเร็ว”

สาวน้อยแทบอยากเดินหายกลับเข้าบ้านไปเพื่อทำใจอีกครั้งก่อนจะบอกคำตอบ แต่เมื่อเห็นลอร่าหันกลับมาส่งรอยยิ้มเอ็นดูให้ เธอก็คล้อยตาม เดินไปทรุดนั่งข้างๆ ผู้เป็นน้า ก่อนจะยกมือไหว้ทักทายลอร่าด้วยเสียงหวานที่ไม่ได้ดัดแต่งของเธอ

“สวัสดีค่ะมาดาม”

“สวัสดีจ้ะ”

เมื่อได้เห็นท่าทางอ่อนช้อยของอวัสดายิ่งทำให้ลอร่าหลงรักมากขึ้น และยิ่งอีกฝ่ายเป็นสาวชาวไทยแล้วนั้นเธอก็ยิ่งอยากได้มาเป็นลูกสาว เพราะสะใภ้ใหญ่ของเธอก็เป็นสาวชาวไทยเหมือนกันอายุคงรุ่นราวคราวเดียวกัน

“เชิญตามสบายนะคะ”

เจนิกเห็นท่าทางก้มหน้าหลบสายตาของหลานสาวก็เลี่ยงออกมาให้ทั้งสองได้คุยกันเองดีกว่า ส่วนตัวเธอขอหลบไปเตรียมของว่างมาเสิร์ฟให้เศรษฐีอย่างลอร่าที่ไม่คิดฝันว่าจะมาเหยียบที่นี่

เมื่อน้าสาวของเธอเดินเลี่ยงออกไป ทิ้งให้อวัสดาเผชิญหน้ากับลอร่าอยู่สองต่อสอง เสียงหัวใจที่ดังขึ้นอยู่ในอกยิ่งเต้นเร็วขึ้นและแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่มีใครพูดออกมา

“มัมมาเอาคำตอบที่น่าพอใจจ้ะ” ลอร่าเห็นอวัสดานั่งเกร็งก็พูดขึ้นอย่างอ่อนโยน พร้อมยังทิ้งความคาดหวังไปกับคำพูด จนร่างสาวน้อยเงยหน้าขึ้นมามองเธออย่างกล้าๆ กลัวๆ

อวัสดามองหน้าของลอร่าก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เมื่อคืนเธอคุยกับตัวเองพร้อมยังให้กำลังใจเพื่องานของไวท์จะได้สำเร็จ ความหวังของไวท์ถูกฝากไว้กับเธอเช่นนั้นคงต้องตอบ

“แพรจะทำตำแหน่งผู้ช่วยของคุณแอนดริวค่ะ”

ความกลัวที่จะถูกอวัสดาปฏิเสธกลับกลายเป็นว่าผลออกมาตรงกันข้าม เมื่อตอนนี้หญิงสาวตอบตกลงยอมทำตามข้อเสนอของนาง รอยยิ้มดีใจระบายกว้างบนหน้าของลอร่า ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือของอวัสดาเอามาจับเอาไว้

“มัมดีใจจริงๆ ที่จะได้หนูมาเป็น...เป็นผู้ช่วยของพี่เขา”

ดวงตาใสแป๋วที่จ้องมองลอร่ากำลังพูด มัมดีใจแต่หนูจะแย่ไหมคะ ลูกชายมัมดุแบบนั้น เขาจะจับหนูหักคอจิ้มน้ำพริกไหม 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha