คุณปู่อุปถัมภ์พันธุ์แซ่บส์!!

โดย: 🍁 แมงมุมใต้เตียง



ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1


ตอนต่อไป

คุณปู่อุปถัมภ์พันธุ์แซ่บส์!!


"อ้าว .. เช้านี้ สวินไปไหน? ทำไมชารอตต์ต้องตื่นมาจัดอาหารเอง"

ชาลี พาร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้างตรง อกผึ่งผายมาทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้หวาย ที่ซึ่งบนโต๊ะขนาดกลางคลุมผ้าสีครีมอ่อนฉลุลูกไม้ลายละเอียดตรงหน้า พร้อมพรั่งด้วยอาหารเช้าริมระเบียง ที่ถูกจัดเตรียมอย่างสดใส ประดับด้วยตะกร้าขนมปังอบใหม่หอมกรุ่น จานวางแพนเค้กจัดพูน ครัวซองสอดไส้เบคอนแฮมชี้สอบจนเยิ้มขนาดพอดีคำ ซุปเห็ด แถมทั้งยังจะมีอีกหนึ่งตัวเลือกคือตะกร้าหวายใส่วาฟเฟิล จัดเรียงสวย โถน้ำผึ้ง ถัดไปคือไส้กรอกหมูทอด ไข่ดาวที่ตอกอบไฟอยู่ในขนมปังเจาะเป็นรูปหัวใจตรงกลาง แฮมแผ่นและชี้สฝ่านบางๆ กระปุกเกลือ พริกไทยที่บรรจุอยู่ในขวดเซรามิคปั้นเป็นคุณตาคุณยายใส่แว่นแสนน่ารัก จาน ช้อน ซ้อม มีดเงิน..ขัดจนเงาวับสะท้อนแสงแดดยามเช้า

หน้าเก้าอี้ที่ประจำของเขา คือที่วางเอสเฟรสโซ่ประดับฟองลอยฟ่องสีทอง ซึ่งกำลังกรุ่นกลิ่น และควันโชยฉุย ตะกร้าบรรจุสตรอเบอรี่สดใหม่ใบเล็ก กับถ้วยครีมนมข้นหวาน ผ้าเช็ดปากสีขาวสะอ้าน พับตั้งเป็นรูปหูกระต่าย

ทุกอย่างดูพร้อมพรั่งสมบูรณ์ สำหรับอเมริกันเบรคฟาสท์มื้อหรูของเจ้าของสวนส้มที่แผ่ไพศาลกว้างสุดลูกหูลูกตา

ใช่ .. มันสมบูรณ์แบบเฉกเช่นที่เคยเป็นมาทุกวันเมื่อก่อนหน้า แต่บัดนี้มันเพิ่มความสดใสระยิบระยับเข้ามา และชาลีตัดสินว่าเขาชอบใจกับความมีชีวิตชีวาที่เห็นอยู่ตรงนี้มากจริงๆ

อันที่จริงเขาเริ่มคุ้นชินกับความสมบูรณ์ สดใสนี้ได้สักห้าสัปดาห์กว่าแล้วนะ นับตั้งแต่เช้ารุ่งถัดมาที่เขาได้ไปรับตัวแม่สาวน้อยเจ้าของใบหน้าหมวยสวยหวาน .. ผิวงาช้าง ดวงตากลมกว้างสดใส ริมฝีปากจิ้มลิ้มแต่อวบอิ่มเซ็กซี่ ที่มัดผมยาวตรงทรงทวินเทล และเหมาะกับผ้ากันเปื้อนสีชมพูคนนี้มาจากสนามบินในตัวเมืองเชียงใหม่โน่นไง

‘มื้อเช้าคือมื้อสำคัญ เพราะต้องเป็นมื้อที่ให้พลังงานเยอะๆ คุณปู่ออกไปทำงานหนักๆ ตากแดดอยู่กลางไร่ ชารอตต์ยังช่วยงานไม่ได้เต็มที่ มาอยู่บ้านนั่งตากแอร์เย็นๆ ทั้งวัน เรื่องดูแลบ้าน ทำอาหารให้คุณปู่ทานคนเดียวน่ะ มันง่ายจะตายไปค่ะ’ เธอเคยบอกเขาแบบนี้

และเพราะงี้ ตั้งแต่เธอก้าวเข้ามาก็ดูเหมือนว่าอะไรๆ ในโลกของเขามันช่างจะดูสดใสซะหมดไปแล้วสิ

"ส่าหวินโทรมาขออนุญาตตั้งแต่เช้ามืดแล้วน่ะค่ะ บอกว่าลูกชายป่วย มีไข้สูงๆ จะรีบพาไปโรง..เอ่อ เขาเรียกอะไร? .. อ่อ โรงพยาบาลน่ะค่ะ"

สาวน้อยสำเนียงญี่ปุ่น ที่พยายามหัดพูดไทยให้ชัด แต่ก็ยังคงไม่ถนัดเท่าไร แต่ก็พอสื่อสารกันได้ ทั้งๆ ที่ชาลีก็รู้คุ้นกับภาษาญี่ปุ่นดีนัก หากทว่าแม่สาวน้อยคนนี้ก็ตั้งมั่นเต็มที่ที่จะสื่อสารกับเขาผ่านภาษาไทย .. ภาษาที่มารดาผู้ล่วงลับไปนานแล้วของตนเคยใช้นั่นเองนั่นล่ะ

เธอถอดผ้ากันเปื้อนออกไปพาดเก้าอี้หลังเคาน์เตอร์ เผยให้เห็นเสื้อยืดสีชมพูตัวสั้น รัดติ้ว ที่บนหน้าอกสกรีนเป็นรูปกระต่ายน้อยเพลย์บอย ที่เขาก็ไม่ค่อยจะสนใจกับไอ้เจ้ากระต่ายดำตัวนั้นเท่าไรนักหรอกในเวลานี้ เพราะมันมีอะไรที่ …. ช่างจะ ‘คัพจี’ … เฮ้ย! ไม่ใช่สิ …

แต่ตะกี้เขาจะพูดว่าอะไรหว่า? .. เอ้อๆ … ช่างแม่งมันเถอะ

ชาลีนึกเขิน เผลอข้ามขั้นตอนดื่มกาแฟเพื่อช่วยย่อยอาหาร เอื้อมคว้าถ้วยแก้วเล็กๆ ซดหมดจบในอึกเดียว แก้อาการคอฝืดเพราะติดน้ำลายเหนียวๆ แต่สายตาเจ้ากรรมก็ด๊านนนน .. หลุบต่ำไปเจอง่ามสามเหลี่ยมอวบอูม ที่นูนเด้ง กระทบตาเขามาพอดิบพอดี แม้ว่าพื้นที่ตรงนั้นมันจะซ่อนอยู่ใต้กางเกงขาสั้นผ้ายืดสีขาว แต่มันก็ทั้งสั้น ทั้งรัด ทั้งรั้งร่างเธอไว้ จนมันแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกันไปแล้วน่ะสินั่น

"อะแฮ่ม" รีบกระแอมค้นหาเสียงทุ้มๆ ดุๆ ของตนเองแก้เก้อ

อืมมม จำได้แล้ว .. วันนี้เป็นวันหยุด เขาตั้งใจไว้ว่าจะพาเธอไปเที่ยวเสียหน่อย แต่พอมาเจอบรรยากาศแบบนี้ก็ชักอยากจะเปลี่ยนใจ

"ไม่กินมื้อเช้าหรือ?" ถามขึ้นมาอีก เพราะเห็นมือบางเรียวเล็กขาวนวลเอื้อมมาคว้าสตรอเบอรี่สีสดฉ่ำ ที่เด็กสาวหยิบเอาไปทำท่าแตะริมฝีปากแล้วทำปากจู๋ ดูดจุ๊ฟๆ .. จะกัดก็ไม่กัด จะกินก็ไม่กินแล้วชาลียิ่งจะรู้สึกอึดอัด แข็งปั๋ง ขึ้นมาซะจะทันทีทันใด

โฮ้ยย… ทำไมเขาต้องมาเจออะไรแบบนี้วะ!!

"คุณปู่ชาลีเป็นอะไรไปคะ เก้าอี้นั่งไม่สบายหรอ?"

ตากว้างกลมโตแป๋วๆ มองมา

โธ่ .. ทำเอาเขานี้ยิ่งอยากจะบ้า คนหรือตุ๊กตากันแน่วะ?

ทำไมช่างน่า…….... เอ่อ..น่ารัก..นัก!

และที่เขาแอบคิดในใจว่าวันนี้บรรยากาศดี ก็ไม่ใช่ว่ามันดีจากอากาศรอบๆ ตัวหรอก ทั้งๆ ที่วันนี้มันก็เป็นวันที่อากาศดีจริงๆ วันหนึ่งเลยนั่นแหละ แต่ที่ชาลีบอกว่าบรรยากาศมันช่างแสนดี .. ก็เพราะวันนี้มันเป็นอะไรที่แสนจะทางโล่ง โปร่งคนไปหมด

เมื่อวาน แม่บ้านของเขามีคนส่งข่าวมาว่าญาติป่วยหนัก จึงมาขอลาเพื่อกลับไปดูแล และอาจถึงขั้นต้องรอดูใจญาติคนนั้นที่โรงพยาบาลต่างเมืองหนึ่งสัปดาห์ เขาเห็นใจ ยอมให้ลาได้เพราะสามารถเลือกคนงาน หรือสาวใช้ได้หลายคนที่จะมาดูแลบ้านได้ .. อีกอย่าง ตั้งแต่มีชารอตต์เข้ามาอยู่ด้วย เด็กสาวก็มาทำหน้าที่ดูแลบ้านเขาให้ดูดีขึ้น สะอาดเอี่ยมเรี่ยมเร้ มีระเบียบ มีชีวิตชีวาขึ้นมามากกว่าแต่เก่าแต่ก่อนเยอะเลย

เมื่อไม่มีทั้งแม่บ้าน และตอนนี้ยังมาว่างจากคนรับใช้ ที่บังเอิญกระไร ลูกชายวัยอ่อนดันมาป่วยอีก ซึ่งแน่นอน สามีของสวิน ที่เป็นกึ่งคนสวนกึ่งคนขับรถของที่บ้านนี้ก็ต้องตามไปด้วยอยู่แล้ว จังหวะนี้จึงดูเหมือนว่าเขากับชารอตต์น่าจะได้อยู่คฤหาสน์กลางไร่ส้มของเขานี้กันแค่ตามลำพัง

"วันนี้ปู่หยุด ตั้งใจว่าจะพาไปเที่ยว"

เฮ้อ .. เขาเองก็เป็นผู้ใหญ่ จะมาทำตัวเป็นสมภารผู้อดอยากปากแห้งจนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมใดไม่ได้ อย่างไรซะ ชารอตต์ก็มีศักดิ์เป็นหลานสาวเขา แม้จะนอกไส้นอกพุงไปมากก็ตาม แต่เธอก็ขึ้นชื่อว่าเป็นเด็กในอุปการะของเขาอยู่ดีนั่นล่ะ

"ไม่ไป..ได้ไหมคะ? .. คือ..หนูเหมือนจะยังปรับร่างกายกับอากาศร้อนๆ ที่นี่ไม่ได้น่ะค่ะ .. ยังรู้สึกเพลียๆ อยู่เลย"

♥ นิยายสายอ่อย..อร่อยทุกเรื่อง .. โหลดเค้าหน่อย..เค้าอ่อยนานแล้ว~♥
ขอฝากนิยายใน Set : เ จ้ า ส า ว ห ญ้ า อ่ อ น : ด้วยนะคะ
……………. ♥ …………….
หากอ่านนิยายแล้วถูกใจ..โปรดกด Like ให้ด้วยค่ะ 


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha