One Night คืนเหงา...เราสามคน (* Yaoi 3P จบแล้วจ้า)

โดย: Venus909/ดาอัน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : คืนที่ 3


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




 


 


TALK : รินซัง


          ผมไม่รู้เหมือนกันว่าตัวผมชอบอะไร เพราะผมทำทุกอย่างได้ดีเท่าๆกัน ไม่รู้ว่าจุดด้อยของตัวเองอยู่ตรงไหน จุดดีของตัวเองคืออะไร คนที่กล้าต่อว่า บ่นด่า ต่อปากต่อคำกับผมจึงเป็นคนสำคัญ.. ถ้าคุณเจอใครสักคนที่กล้าว่ากล่าวตักเตือนในสิ่งที่คุณทำผิด ให้ลองเปิดใจรับฟังนะ เพราะคนที่พร้อมจะชื่นชมมีอยู่รอบๆตัว แต่คนที่ติเพื่อก่อหาได้น้อยในชีวิตจริง ผมเรียนวิศวะเพราะผมชอบเครื่องยนต์กลไก หรือเรียกอีกอย่างว่า " ผมชอบควบคุม " ก็ได้


 


       กลไลที่หลงไหลอยู่ตอนนี้ ก็เจ้าลัมโบกินี่คันงาม ผมตัดสินใจซื้อมันทันทีที่อ่านบทความจบ ใจความหลักๆก็คือ คนที่ก่อตั้งลัมโบกินี่เป็นเพียงชาวไร่ ชาวนาธรรมดา มีความรู้มาจากการแก้เครื่องยนต์ และผลิตรถแทร็กเตอร์ จนเมื่อเริ่มมีฐานะขึ้นก็ได้ครอบครองเจ้าเฟอร์รารี่คู่ใจ แต่ยิ่งขับยิ่งรู้สึกไม่ถูกใจ รู้สึกถึงปัญหาหลายๆอย่างที่ควรจะแก้ไข ปึ่งรถคันงามไปหาเจ้าของเฟอร์รารี่เพื่อบอกในสิ่งที่เค้ารู้สึก คำดูแคลนที่ตอบกลับมาว่าเค้าเป็นเพียงลูกชาวนา จะรู้ถึงเครื่องยนต์ชั้นสูงได้อย่างไรเป็นแรงผลักดันให้เค้าสร้าง " ลัมโบกินี่ " ที่สมบูรณ์แบบขึ้นมา


 


      คนเรายิ่งอยู่สูง ยิ่งไม่อยากรับฟังความรู้สึกของใคร วันนี้ผมโชคดีจังที่ได้พรวิเศษทำให้ผมได้ยินเสียงความคิดของรินจัง


 


 


20.33


 


     ลัมโบกินี่ สีแดงเด่นเคลื่อนผ่านประตูออโต้เข้ามาในบ้านอย่างง่ายดาย เวลานี้ก็ 2ทุ่มแล้ว รถแปลกๆที่ผมไม่คุ้นเคยจอดเต็มหน้าบ้านไม่รู้ว่ามีสังสรรค์อะไรกัน เมื่อเช้าแม่ก็รีบร้อนจนไม่ได้สั่งอะไรไว้ด้วย สีหน้ารินจังงัวเงียลืมตาขึ้นมาพอดี ผมเลยถือโอกาสถอดสายเบลให้อย่างเบามือ


" มึงขึ้นไปก่อนเลย กูเอารถไปเก็บชั้นใต้ดินก่อน "


" จะชิ่งก็พูดมาตรงๆเหอะ "


" เฮ้ย!! รู้ได้ไงว่ะ " #หรือมันก็ได้ยินเสียงความคิดของผมเหมือนกัน


" มึงก็เป็นงี้ตลอดอ่ะ " (เสียงความคิด : ทิ้งกูตลอด)


"............. " #เกิดความเงียบขึ้นระหว่างเรา


" งั้นกูเอารถไปเก็บแล้วกูตามไป กูไม่ทิ้งมึงหรอก "


" ตามมาจริงนะ "


" เออ "


 


             การได้ยินเสียงความคิดของคนอื่นก็ไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะครับ ยินเป็นเสียงแผ่วๆของรินจัง บวกกับหน้าเศร้า ผมทรมานทุกครั้งที่ได้เห็น ถอยลูกชายเข้าโรงเก็บรถ กดรีโมทลงชั้นใต้ดินเรียบร้อยแล้ว ขึ้นไปทักทายแขกของคุณพ่อ คุณแม่ ตามมารยาท บรรยากาศด้านในไม่อึดอัดอย่างที่ผมเตรียมใจไว้ ครอบครัวหุ่นส่วนของคุณพ่อ นัดสังสรรค์กันแบบฉบับนักธุรกิจทั่วๆไป


 


คุณแม่ : " รินจังกลับมาแล้ว เป็นไงบ้างลูกวันนี้เหนื่อยไหมคะ หิวหรือเปล่า แม่สั่งอาหารจีนที่ลูกชอมมาหลายอย่างเลย "


รินจัง : " ไม่เหนื่อยครับแม่ พี่รินซังเพิ่งพาแวะหาอะไรทานก่อนเข้ามาครับ "


คุณแม่ : " แล้วนี่พี่เราไปไหนซะล่ะ "


รินจัง : " เอารถไปเก็บครับ "


คุณแม่ : " อ้าว พูดถึงก็มาพอดี มานี่มาลูกมารู้จักเพื่อนของคุณพ่อ "


คุณแม่ : " นี่คุณลุงศิรันทร์ กับ คุณป้ามุธิตา แล้วนี่ก็น้องศิตา รู้จักกันไว้สิ "


ริน : สวัสดีครับ


 


       พูดคุยกันตามมารยาทอยู่สักพักก่อนจะแยกย้ายกันกลับ น้องศิตาดูจะคุยถูกคอกับรินจัง เห็นนั่งติดกันตลอด ด้วยบุคลิกที่คล้ายๆกัน เรียบร้อย อ่อนหวาน ชอบทำอาหารเหมือนๆกัน ผมมองสองคนนี้คุยกันเพลินตาดี เห็นแลกเบอร์กันเรียบร้อยแล้วด้วย ผู้หญิงเหมือนอาหารตาที่ยิ่งมองยิ่งรู้สึก ถ้าผู้หญิงคนไหนร้อนแรง คนที่จ้องมองก็จะร้อนหลุ่มเป็นไฟ แต่ถ้าคนไหนเรียบร้อยอ่อนหวาน คนมองก็เย็นตาเย็นใจไปด้วย ความรู้สึกนี้ไม่ได้เป็นกับศิตาคนเดียว ยังเกิดกับรินจังด้วยเวลาที่ผมตั้งใจมองมัน ตั้งแต่เรื่องในวัยเด็ก แม้จะผ่านมาเนินนานแค่ไหนผมยังจำความรู้สึกนั้นได้ดี ความรู้สึกที่เปลี่ยนผมไปตลอดกาล


 


" เดี๋ยวก่อน รินจัง "


" หึม!! "


" อาบน้ำเสร็จแล้ว มาหาด้วย "


" อืม "


 


          ผมปล่อยแขนร่างบางอย่างเบามือ พูดจบก็เลี้ยวเข้าห้องผมทันที แววตาที่รินจังมองผมเหมือนเครื่องหมายคำถามที่เคลือบรอยยิ้มจางๆเอาไว้ คือนี้ผมต้องสอนการบ้านน้องสักหน่อย (อันนี้การบ้านจริงๆนะ ไม่ใช่18+)


 


 


 


รินจัง


* ผู้หญิงอะไรน่ารักอย่างกับตุ๊กตา เรียบร้อยแต่ไม่เปราะบาง จืดชืดจนเกินไป


* ศิตา ขอล่ะอย่ามองรินซังแบบนั้น เธอกำลังหลงเสน่ห์ยิ้มนั้นเหมือนฉันนะ


* ทำไมไม่เป็นฉันนะ


 


              ความคิดบ้าบอของผมตลอดการสนทนา แม้ว่าปากยังชวนคุยเจื้อนแจ้ว แต่ความคิดผมก็ยังทำงาน ผมชื่นชมผู้หญิงตรงหน้าด้วยความจริงใจ คนที่เรียบร้อย อ่อนหวาน แต่ไม่อ่อนแอ เปราะบาง เป็นผู้หญิงสมัยใหม่ที่ใครๆก็อยากครอบครอง แม้รินซังจะแค่ยิ้มตอบขำๆ ไม่ได้พูดคุยอะไรแต่ผมก็รู้สึกได้ว่า คุณพ่อของเราทั้งสองตั้งใจให้เราสนิทกัน สายตาที่ศิตา มองรินซังอ่านได้ว่า " ชอบ " แล้วละ


 


" อาบน้ำเสร็จแล้ว มาหาด้วย "


         ผมยืนอึ้งกับคำที่รินซังพูดออกมา ปกติรินซังไม่รับแขกหลังสี่ทุ่ม เพราะเป็นเวลานอน แต่นี่เรียกให้ผมเข้าไปหา จะให้ไปทำแบบนั้นหรือเปล่านะ? ไม่นะ!!ถึงผมจะยอมเป็นของรินซังแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้แรงงานได้ทั้ง เช้า - กลางวัน - เย็น - ก่อนนอนนะ ร่างก็พังกันพอดี 


 


         ความคิดนี้สวนทางกับการกระทำผมมาก ผมรีบอาบน้ำสระผม ใช้โลชั่นกลิ่นหอมจางๆที่รินซังโปรดปราน ใส่ชุดนอนแขนยาว - ขายาวสีขาว เช็คสภาพตัวเองจนมั่นใจแล้วก็เคาะนิ้วลงที่ประตูทันที ไม่นานร่างผมก็เข้ามาในห้องของรินซังทางประตูหน้าอีกครั้ง


 


" มาซะเป็นทางการเลยนะ "


" อะไร "


" นี่เตรียมตัวนอน หรือจะไปไหนเนี้ย กลิ่นมันถึงได้เหม็นฉุนขนาดนี้ "


" หอมจะตายไม่เหม็นสักหน่อย แล้วเรียกมาทำอะไรเนี้ย "


" ก็เห็นว่าพรุ่งนี้มีเทสนิ ก็เลยจะติวให้ เทสวิชาอะไรล่ะ "


" การจัดการบัญชีนะสิ สงสัยตกอีกแน่ๆ สั่งให้ทำรายงานเลยน่าจะง่ายกว่านะ เฮ้อ!! "


" งั้นกลับไปเอาหนังสือมาป่ะ เดี๋ยวหาข้อมูลรอ "


 


ผมทำท่าจะเดินย้อนออกไปทางเดิม


" เฮ้ย!! ไปข้างหลังก็ได้ ง่ายกว่า " #หมายถึงทางลับ


" เออๆ "


" ชอบประตูหลังมากกว่าวะ ส่วนตัวดีไม่ต้องใช้ร่วมกับใคร "


 


          ผมแอบเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งออกมา จังหวะที่เผลอสบตาทำให้หน้าร้อนแผ่ว รีบก้มหน้าหลบสายตา ขาแข็ง เงอะงะ ไม่รู้จะก้าวไปทางไหนก่อนดี รู้สึกว่าตัวเองเดินชนมั่วไปหมด กว่าจะรู้สึกตัวผมก็ยืนอยู่ฝั่งห้องตัวเองเรียบร้อยแล้ว สูดหายใจเข้าปอดให้เต็มที่ หายใจลึกๆผ่อนคลายความตื่นเต้น ก่อนจะรีบหยิบหนังสือแล้วกลับไปที่ห้องเดิม


 


          เสียงปริ๊นเตอร์ทำงานต่อเนื่อง กระดาษออกมาที่ละแผ่นจนครบ รินซังเดินไปหยิบกระดาษส่วนหนึ่งมายื่นให้ผม


" อันนี้พรีเทสนะ มี30ข้อนายเริ่มทำก่อนเลย จะได้วัดว่าที่ฉันติวให้นายได้ผมมากน้อยแค่ไหน "


" นายเอาาจากไหนเนี้ย "


" ก็เกร็งข้อสอบที่น่าจะออกให้ไง "


" แล้วรินซังรู้ได้ไงว่าจะออกอะไร "


" ถามเยอะน่ารำคาญน่า เอาเป็นว่ากูเก่งจบม่ะ "


 


          กระดาษข้อสอบ30ข้อ เหมือนหนังซีวิตบัดสบ ฉายซ้ำไปซ้ำมา มันยากซ้อนยาก ไล่อ่านจนงงไปหมด ว่า นายก. นาย ข. นาย ค. เค้าคือใคร ทำไมริวซังถึงทำข้อสอบออกมาได้รวดเร็วอย่างนี้


 


" ทำไมต้องพรีเทสด้วยว่ะ สอนเลยไม่ได้เหรอ ยากฉิบหาย "


" แล้วรักแท้มันเอากันก่อน โดยไม่ต้องจีบได้ป่ะล่ะ "


" มึงก็คิดได้เนอะ "


" ถ้ากูเปิดหนังสือสอนมึง มึงก็ฟังผ่านๆ เหมือนรักที่เล่นๆไปวันๆไม่มีทางได้ความใจอย่างแท้จริงหรอก "


" .......... " #อึ้ง


" แต่ถ้ามึงเข้าใจ มึงจะไม่มีวันผิดพลาดกับข้อสอบข้อเดิมไม่ว่าจะพลิกแพลงมาแบบไหน ความรักก็เช่นกัน "


" เออ กูเสร็จแล้ว "


 


     ผลตรวจออกมาว่าเต็ม 30ข้อ ผมได้ 6คะแนน โดนบ่นจนหูชาไปสามตลบ ริวซังหน้าตาจริงจังจนผมเริ่มกลัว แต่เค้าก็ไม่ปริปากพูดจาทำร้ายจิตใจผมออกมา ทั้งๆทีผมก็รู้ตัวนะว่าผมโง่แค่ไหน


 


" มึงตั้งใจฟังที่กูสอนอยู่ป่ะเนี้ย สงสัยตรงไหนถามเลยนะโว้ย อย่าปล่อยไว้ "


" อืมมมม " #เสียงยานครางบ่งบอกว่าง่วงเหลือทน


รู้สึก ถึงแรงสบัดที่หัวเบาๆ แต่ทำให้หน้าทิ่มได้ ผมเบิกตากว้างทันทีที่รู้สึกตัวว่าโดนตบหัวเข้าแล้ว พยายามใช้ฝ่ามือตบหน้าเบาๆเรียกสติ สมาธิกลับมา ริวซังลุกขึ้นมานั่งซ้อนหลังผมทันที



" กูอธิบายจนคอจะแตกแล้วแมร่งเสือกหลับอีกนะมึง "


" แล้วมึงย้ายมานั่งนี่ทำไมเนี่ย "


" กูขี้เกียจพูดดัง แล้วถ้ามึงไม่ตั้งใจเรียนกูได้ลงโทษง่ายๆหน่อย " #กระซิบข้างหูยิ้มร้าย


 


      เสียงแห่บต่ำราวกระกระซิบเบาๆใส่หูผม ทำให้อาการง่วงหายไปปลิดทิ้ง  เวลาที่ริวซังโน้นตัวลงมาจับปากกาเพื่อเขียนไปอธิบายไป ระยะเราใกล้กันมาก แผ่นหลังผมพิงอยู่ที่อกของริวซังได้พอดิบพอดี ใจผมเต้นรัวจนมันจะทะลุออกมาอยู่แล้ว ผมพยายามเพ่งสมาธิไปที่เรื่องที่เรียน ไม่วอกแวกไปกับลมหายใจอุ่นที่รดต้นคอตลอดเวลา แขนที่พาดกอดผมไว้จากด้านหลัง หรือเสียงหัวใจของอีกฝ่ายที่เต้นดังไม่แพ้กัน


 


" กูว่าเนื้อหาครบแล้วนะ มึงเอาโพสต์เทสมาลองทำได้เลย 30ข้อเหมือนเดิม "


" เออ "


" ขอกูพักสายตาแป๊บนึ่ง "


 


พูดจบริวซังก็สอดแขนสองข้างมากอดผมจากด้านหลัง ก้มหน้าซบหลังผม ความรู้ที่เรียนมาทั้งหมดกำลังกระเด็นหายไป


 


* ต้องไปตื่นเต้น สูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ


* เราต้องเพ่งสมาธิไปที่ข้อสอบ


* เราจะไม่ทำให้ริวซังผิดหวัง


* ใจแมร่งจะเต้นอะไรหนักหนาว่ะ


* มึงก็ด้วยลูกรินน้อย อย่าเพิ่งตื่นมานะเว้ย


(เสียงความคิดของผม)


 


            ผมค่อยๆไล่ทำไปที่ละข้อๆ บรรยากาศเงียบสนิทเหมือนจิตใจผมแน่วแน่ขึ้น หลายๆสิ่งที่เพิ่งเรียนรู้ได้ถูกนำมาใช้กับข้อสอบ เสียงพลิกหน้ากระดาษเป็นเพื่อนผมในยามนี้ ผมรู็สึกตัวตลอดและรู้สึกประหม่ามากที่ร่างริวซังกอดผมไว้แบบนี้ แม้ว่าจะพยายามยามพูดกับตัวเองให้ใจสงบ แต่บางส่วนในร่างกายผมกลับไม่เชื่อฟัง


" เฮ้ยมึง ตื่นๆ กูเสร็จแล้ว " #ดิ้นตัวขลุกขลักในวงแขน


" อืมมม "


" รีบตรวจเลยมึง กูง่วงแล้ว "


" ง่วงห่าอะไร ถ้ามึงทำได้ไม่ถึง20ข้อ กูจะรื้อสอนใหม่หมด "


" โห้!! ไรว่ะ แล้วถ้ากูทำได้ถึง20ข้อ กูจะได้อะไร "


" มึงคิดไว้เลย แต่กูว่าไม่ได้หรอก "


 


              รินซังโน้นตัวมาตรวจข้อสอบอย่างอ้อยอิ่ง ในขณะที่ใจผมร้อนรน พยายามข่มความตื่นตัวที่เกิดขึ้น คิดคำขอไปเรื่อยเพื่อให้สมองไม่เบลอจนเกินไป เพิ่งจะรู้สึกว่าวันนี้ร่างของริวซังโตกว่าผมมาก เมื่อก่อนเรายังตัวเท่าๆกัน แต่ช่วงปีหลังๆมานี่ รินจังเล่นกีฬาจนสูงใหญ่ ดูไม่เหมือนเราเป็นฝาแฝดกันเลย


* กูก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้นป่ะ กูจะขอให้มึงคลานเป็นหมาคอยดูนะไอ้พี่บ้า


* หรือจะขอนอนห้องนี้ดีนะ บ้าๆเดี๋ยวก็ไม่ได้นอนกันพอดีพรุ่งนี้ยิ่งสอบด้วย


* ขอให้พาไปเดินซื้อของดีไหม จ่ายตังค์ให้ด้วย ถล่มให้จนไปเลย ไม่เอาอะไม่ได้เห็นแก่เงินนะ


* นึกออกแล้วขออะไรดี


(เสียงความคิดผม)


 


" มึงมีสมาธิตอนทำเปล่าเนี้ย "


" ก็ต้องมีซิว่ะ ข้อสอบยากขนาดนี้กูทำได้ก็โคตรเก่งแล้ว "


" แล้วทำไมไม่มีสมาธิตั้งแต่ต้นจนจบว่ะ ช่วงแรกๆมึงก็ทำได้นิ ทำไมท้ายๆมึงเหมือนมั่วให้ผ่านๆไป "


" คือกู ทำไมได้จริงๆเว้ยย "


" เหรอ ตอบAรัว 5ข้อเนี่ยนะ "


" กูทำได้บวกเดาไง ตามความน่าจะเป็นอะ มึงตรวจมาเลยจะได้แยกไปนอน ง่วงแล้ว "


" อะเอาไป อด!! ได้แค่19ข้อว่ะ "


" ...................... " #ผมทำหน้าเซง


 


* กูว่าแล้วต้องไม่ถึง


* เลยอด กู๊ดไนท์ คิส เลย


(เสียงความคิดผม)


 


             ผมยังทำหน้าเซงและคิดด่าตัวเองไปเรื่อย ส่วนรินซังก็เหมือนคนบ้า เดี๋ยวถอนหายใจ เดี๋ยวขำ อะไรมั่วไปหมด อารมณ์แบบนี้น่าจะพูดอะไรเพื่อให้กำลังใจบ้างนะ เอาแต่เงียบ ผมรวบตำราบนโต๊ะเตรียมจะกลับห้องตัวเอง เพราะนี่ก็ดึกมากแล้ว รู้สึกแรงกอดที่เอวแน่นขึ้น เหมือนจะใช้แรงที่แขนเรียกผม


 


" ทำหน้าเป็นหมาหงอยเลยมึง เอางี้ถ้าพรุ่งนี้มึงไม่ตก กูพาไปช็อปปิ้งจ่ายให้ด้วยพอใจไหม "


" จริงนะ "


" เออ ป่ะเดี๋ยวกูไปส่งที่ห้อง "


" ห๊ะ!! ส่งทำไม ห้องกูกูไม่หลงหรอก "


" เออน่า ถามเยอะน่ะมึง "


 


           หนังสือในมือถูกรินจังรวบไปถือไว้ แถมยังดึงมือผมไปทางเชื่อมข้างหลังอีกตังหาก ทำไมวันนี้รู้สึกรินจังใจดีจัง ทุกวันเอาแต่ทำหน้าเรียบตึงใส่ แต่วันนี้ไม่ขัดใจผมเลย หรือว่าเป็นเพราะเรื่องเมื่อเช้า มันคงมีความหมายสำหรับรินซังซินะ หรือไม่ก็คงรู้สึกผิด ถึงได้ดีกับคนอย่างผม ไม่รู้ว่าตอนนี้รินจังกำลังทำหน้ายังไง เห็นเดินเอาหนังสือไปวางไว้บนกระเป๋าให้ แล้วลากผมมาที่เตียง


 


 
" มึงนอนซะ " #ผลักผมลงนอน


" ......... "


" พักผ่อนเยอะๆนะ พรุ่งนี้มึงได้มีสมาธิสอบ " #ห่มผ้าให้


" ไมวันนี้มึงใจดีจังวะ "


" ถามเยอะนะมึง หลับตาสักทีสิ "


" ฝันดีนะมึง "


 


          ผมหลับตาลงอย่างคนว่าง่าย รินซังกระซิบคำว่าฝันดีเบาๆ ผมรู้สึกโหยหาโมเม้นนี้มานาน ตอนนี้ปากผมคงกลั้นยิ้มไว้ไม่ไหวแล้ว ไอสัมผัสอุ่นที่ริมฝีปากเบาๆที่รินจัง มอบให้ทำให้ผมใจเต้นแรง ริมฝีปากประทับอยู่เนินนาน ก่อนจะขยับตัวน้อยๆอย่างคนห้ามใจ ผมรู้สึกไม่อยากเสียโอกาสรีบใช้แขนคล้องคอแล้วจูบตอบอย่างแผ่วเบา ปากขยับอ้อยอิ่งราวกับอยากส่งความรู้สึกให้อีกฝ่ายได้รับรู้ จูบหอมหวานชวนมวนท้องเหมือนมีกระแสไฟวิ่งอยู่ทั่วร่าง ก่อนริวซังจะผละออก


 


" ถ้ามากกว่านี้ คืนนี้มึงไม่ได้นอนแน่ "


" อืม "


" กูไปนะ "


 


       ผมคว้าแขนไว้อีกครั้ง หน้าริวซังที่มองผมอยู่ตอนนี้เหมือนกำลังสงสัย ผมลุกตัวขึ้นในระดับความเร็วแสง หอมแก้มรินซังไปเต็มแรง ก่อนจะล้มตัวลงมานอนคลุมโปรงเพราะ แมร่งโคตรเขิน.. กูทำอะไรลงไปว่ะเนี้ย


 


" มึงนี่เด็กเนอะ งั้นกูนอนนี่เลยละกัน "   #นอนจริงๆครับ


 


 


เช้า



คุณแม่ : " สายแล้ว คุณรินทั้งสองยังไม่มีใครลงมาเลยเหรอสมศรี "


สมศรีสาวใช้ : " ยังค่ะ เห็นว่าเมื่อคืนติวหนังสือห้องคุณพี่ค่ะ คงจะดึก "


คุณแม่ : " ยังงั้นเหรอ เดี๋ยวฉันขึ้นไปดูหน่อยแล้วกัน " #ยิ้มน้อยๆเหมือนได้ของถูกใจ


 


 


 


 


เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย


ประวัติรถ Lamborghini



images (2)

     ประวัติ

          Ferruccio Lamborghini เกิดในตระกูลชาวนา เขาได้มีความสนใจในด้านเครื่องยนต์เป็นพิเศษ ดัดแปลงเครื่องจักรกลที่ใช้ในไร่นา จนพ่อเห็นถึงความพยายามของลูกชายจึงส่งไปเรียนวิศวกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรมจักรกล หลังจากที่เรียนจบไม่นานก็เกิดสงครามโลกครั้งที่สอง เขารับใช้ชาติทำงานให้กับฐานทัพอากาศอิตาลี หลังสงครามสิ้นสุด เขาได้เดินทางกลับมายังบ้านเกิด และเริ่มต้นซ่อมแซมรถแทรกเตอร์ของอิตาลี ที่ใช้อะไหล่จากยวดยานของทหาร และนี่เองคือจุดเริ่มต้นในการตั้งโรงงานแทรกเตอร์ในชื่อว่า Lamborghini Trattori S.p.A. ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ กลายเป็นบริษัทผลิตรถแทร็กเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี และยังเป็นเจ้าของกิจการเครื่องปรับอากาศอีกด้วย

Lamborghini เริ่มมีฐานะมั่งคั่งและยังคงไม่ลืมความฝันในวัยเด็กของเขา จึงเริ่มซื้อ Alfa Romeo, Maserati, Jaguar, Aston Martin, Corvette และ Ferrari รถยนต์เหล่านี้กำเนิดขึ้นในยุค 1950-1960 มีเครื่องยนต์ที่ให้แรงม้ามากกว่ารถทั่วไปและควบคุมได้ยาก เขามักจะควบ Ferrari 250GT วนเล่นรอบโรงงานของเขา และรู้สึกว่าเจ้าม้าลำพองนี้ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ทั้งหมดทั้ง ในเรื่องการควบคุมและส่วนของการให้บริการ จึงขับพุ่งตรงเพื่อไปพบกับ Enzo Ferrari ด้วยตัวเอง และเปิดใจในเรื่องที่เขารู้สึกย่ำแย่ที่มีต่อรถ Ferrari แต่ได้ถูก Enzo Ferrari ตอกกลับว่า Lamborghini เป็นเพียงแค่คนบ้านนอกที่ไม่มีความรู้อะไรเลยในเรื่องที่เกี่ยวกับรถสปอร์ต ต่างกับเขาที่มีอยู่เต็มในสายเลือด

ด้วย แรงฮึด Lamborghini จึงอยากสร้างรถของตัวเองให้ดีกว่ารถ Ferrari ภายใต้ชื่อ Automobili Lamborghini ถือกำเนิดขึ้นในช่วงปี 1962 ซึ่งโรงงานห่างจาก Ferrari เพียงแค่ 15 กม. เท่านั้น ต่อจากนั้นค่ายรถยนต์เจ้าของสัญลักษณ์กระทิงเปลี่ยวก็ได้สร้างปรากฏการณ์ ใหม่ของวงการรถสปอร์ตในยุโรป ให้ได้ตื่นตะลึงกับรูปแบบของตัวรถ Lamborghini และเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ การวางตำแหน่งเครื่อง และการบังคับควบคุมที่วิศวกรและนักขับทดสอบของบริษัทร่วมกันคิดค้นและพัตนา จนเสร็จสมบูรณ์เป็น Lamborghini 350 GTV


 







 



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"นิยายวาย 3P"

Venus909/ดาอัน


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


ขอโทดนะคะ อันนี้ก๊อปจากในเพจมา ท้ายๆ ไม่งงเค้าเอาจากต้นฉบับลงให้เลย
โดย Venus909 | 2 years, 3 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ไรท์รู้สึกว่า รินจังกับรินซังเริ่มใช้มั่วแล้ว แต่ฟินมาก
โดย Anonymous | 2 years, 3 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha