กุหลาบนอกแจกัน

โดย: linin



ตอนที่ 4 : ชีวิตดั่งฝัน 3


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ยติยาโยนกระเป๋าสะพายไปบนโต๊ะแล้วกระแทกตัวนั่งลงบนโซฟา พกความหงุดหงิดมาจากที่ทำงานด้วย เห็นอะไรก็เลยพลอยทำให้หงุดหงิดไปหมดจนสร้อยคำ มารดาของเธอที่เอาน้ำกับของว่างเข้ามาให้ออกปาก

“ไปกินรังแตนที่ไหนมา”

“หงุดหงิดนังเมี่ยงสิแม่”

“เมี่ยง? เมี่ยงไหน”

“ก็นังเมี่ยง เพื่อนที่เรียนมาด้วยกันกับยานั่นแหละค่ะ แม่ก็เคยเจอตอนรับปริญญา”

“อ้อแม่คนสวยๆ ที่แกบอกว่าเป็นลูกเจ้าของห้างสยามมอลนั่นนะเหรอ ท่าทางหยิ่งจังนะ”

“ค่ะ หยิ่งมาก รู้ไหมคะ มันมาทำงานที่บริษัท จะเห็นหัวยาสักนิดก็ไม่มี ทั้งที่เป็นเพื่อนกันแท้ๆ ให้เรียกคุณมณีมัญช์ ให้นอบน้อมเหมือนเป็นเจ้านายคนหนึ่ง  อยากจะข่วนหน้ามันให้ยับนัก” ยติยาเข่นเขี้ยว ใช้ส้อมจิ้มขนมเข้าปากดับอารมณ์หงุดหงิด

“เขาลูกผู้รากมากดี มันก็ถอดนิสัยกันมาแบบนี้ทั้งนั้นแหละ อย่าไปสนใจเลยน่า ทนๆ เอาหน่อย งานสมัยนี้หายากออกจะตายไป”

“ลูกผู้รากมากดีที่ไหนละแม่ แม่มันก็แค่แม่ค้าขายข้าวแกงที่บังเอิญจับคุณสหัจชัยอยู่หมัดเท่านั้น”

“อย่างนั้นเขาก็เรียกว่าคางคกขึ้นวอ พวกนี้มันก็หยิ่งผยองอย่างนี้แหละ แต่ถ้าวันไหนตกจากวอทองละก็ มึงเอ๊ยมีคนจ้องจะซ้ำเติมเพียบ”

“ถ้ามีวันนั้นจริงนะแม่ ฉันนี่แหละจะเหยียบย่ำซ้ำเติมมันเป็นคนแรกเลย เจ็บใจนัก” ยติยากำมือแน่น สมัยเรียนเธอไม่ต่างจากเป็นลูกไล่ของมณีมัญช์ ต้องคอยทำตามคำสั่ง เพราะหลายครั้งที่เธอต้องออกปากขอหยิบยืมเงินจากมณีมัญช์เพราะแม่หมุนเงินมาให้ไม่ทัน  อยากจะไปกินอาหารหรูๆ อยากไปเที่ยวที่ดีๆ แต่ไม่มีเงินก็ต้องอาศัยเงินของมณีมัญช์ แต่มันก็ใช้งานเธอคุ้มเกินคุ้ม

“เออ เอาให้มันถึงวันนั้นก่อนเถอะ ไปอาบน้ำอาบท่าไป แม่จะไปอุ่นกับข้าว”

“ค่ะ” หญิงสาวดึงกระเป๋ามาถือแล้วเดินหายเข้าไปในห้องส่วนตัว ยติยาหย่อนสะโพกลงนั่งบนเตียง เปิดลิ้นชักดึงรูปถ่ายมากมายของมณีมัญช์ในอิริยาบถต่างๆ มาดู เธอเคยชื่นชม เคยชอบมณีมัญช์และอยากจะสวยสง่าเทียบเคียงอีกฝ่าย แต่วันนี้สิ่งที่มีให้คือความเกลียดชังเท่านั้น

“ขอให้แกตกวอทองจริงๆ เถอะนังเมี่ยง ฉันจะเหยียบแกไม่ให้ผุดขึ้นจากดินเลย”

 

มณีมัญช์ไปทำงานเอาใจบิดาเพียงไม่กี่วันก็บินปร๋อไปต่างประเทศพร้อมเงินติดกระเป๋าไปหลายแสนบาทพร้อมกับมธุจักษ์ เพื่อนชายคนสนิทคนเดียวที่ดูจะหวังดีกับเธอมากที่สุด ภายนอกมธุจักษ์เป็นหนุ่มหล่อหน้าใส สาวๆ มองตามเหลียวหลัง มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่ามธุจักษ์นั้นเป็นชายเฉพาะรูปลักษณ์ภายนอก แต่ภายในจิตใจนั้นเป็นผู้หญิงทุกกระเบียดนิ้ว

 พอออกมานอกราชอาณาจักรไทย สิทธิเสรีภาพก็ทำให้ไม่ต้องแอ๊บแมนอีกต่อไป

“กรี๊ดๆ กรี๊ดๆ” หลังอัดอั้นมานานมธุจักษ์จึงแหกปากตะโกนต่อหน้ารูปปั้นเทพีเสรีภาพให้หนำใจ คนที่เดินผ่านไปมาเริ่มเหลียวมามอง บ้างยิ้ม บ้างซุบซิบ มณีมัญช์จึงเดินมาหาแล้วฟาดหนักๆ ไปบนต้นแขนเรียวเหมือนแขนผู้หญิงนั่นไปทีหนึ่ง

“นังมธุ เบาๆ อายเขา”

“ให้ฉันแสดงสิทธิเสรีภาพออกมาหน่อยเถอะน่า เก็บกดมาตั้งนานแล้ว” มธุจักษ์ว่าแล้วสลัดผ้าพันคอออกจากตัว ถอดแจ็คเกตหนังสีดำออก ข้างในคือเสื้อคอประดับลูกไม้เอวลอย ถอดหมวกโยนไปให้เพื่อนรัก มือก็เกี่ยวขอบสะพานไว้โพสต์ท่าเป็นนางแบบทำปากเผยอ

 มณีมัญช์เห็นก็หัวเราะขำ “สวยนะยะหล่อน มีหล่อนคนเดียวที่คนอย่างฉันยอมแพ้”

“แน่นอนอยู่แล้วจ้ะ แม่เมี่ยงคำ” มธุจักษ์สะบัดค้อนให้ มีหนุ่มฝรั่งร่างใหญ่มองมาจึงส่งสายตาวิบๆ ให้ มณีมัญช์สุดหมั่นไส้ที่ไม่ถึงหนึ่งนาทีแม่เพื่อนตัวดีก็แลกเบอร์โทรศัพท์กับหนุ่มตาน้ำข้าวคนนั้นมาแล้ว

“แกนี่ ไม่รักษาภาพพจน์หญิงไทยเลยนะ”

“รักษาทำไม ฉันไม่ใช่นางงาม แกเองก็เถอะ ใครมาจีบก็ไม่สนใจ ระวังเถอะเดี๋ยวพออายุเข้าเลขสามแต่ยังหาแฟนไม่ได้แล้วจะเสียใจ”

“คนอย่างมณีมัญช์ไม่มีทางขึ้นคานหรอกย่ะ สวยๆ เริดๆ อย่างฉันต่อให้อายุสี่สิบ หัวกระไดบ้านก็ยังไม่แห้ง” มณีมัญช์เบะปาก

“อีนังชะนีขี้โม้ ตอนนี้มีคนมาตามจีบ อีกหน่อยเถอะแกจะต้องไปจีบผู้ชายเพราะไม่มีใครเอา”

“จีบผู้ชาย!” มณีมัญช์เสียงดัง ปิดปากหัวเราะจนน้ำตาเล็ด “รอน้ำท่วมหลังเป็ดก่อนแล้วกันนะจ๊ะคุณเพื่อน คนอย่างคุณหนูมณีมัญช์ผู้มีแต่คนรุมล้อม เรื่องอะไรจะต้องไปตามจีบผู้ชาย”

“ของอย่างนี้มันก็ไม่แน่ไม่นอนหรอกย่ะ”

“ไร้สาระน่ะแก หิวแล้ว ไปหาอะไรกินกันดีกว่า แล้วค่อยเช่ารถขับเที่ยวกัน” มณีมัญช์เอ่ยชวน ไม่ไกลนั้นมีร้านอาหารไทยอยู่ เห็นคนไทยเข้าๆ ออกๆ อยู่หลายคน มธุจักษ์กลัวเจอคนรู้จักถึงได้ดึงแจ็คเก็ตและหมวกมาสวมตามเดิม พอตีหน้าขรึมๆ ก็กลายเป็นหนุ่มหล่อเหมาะจะเป็นคู่ควงของมณีมัญช์

ร้านอาหารไทยที่ว่า เป็นร้านใหญ่โตกว้างขวาง มีลูกค้าเข้าออกตลอดเวลา หญิงสาวเลือกที่นั่งตรงกลาง เพราะอยากเป็นจุดสนใจของใครต่อใคร จุดที่เธอนั่งอยู่คนเข้าคนออกก็มองเห็นทั้งนั้น มธุจักษ์หรี่ตามองแม่เพื่อนสาวผู้ถือตัวเป็นหงส์แสนสวยอย่างรู้ทัน

“ร้ายนะยะแก คิดจะอ่อยผู้ชายแบบเนียนๆ”

“อ่อยเอ่ยอะไร คนอย่างมณีมัญช์ไม่จำเป็นต้องอ่อยใคร ฉันก็แค่ชอบที่นั่งตรงนี้ มันมองเห็นวิวทิวทัศน์ดี” มณีมัญช์ทำปากย่น ยื่นมือรับเมนูจากพนักงานคนหนึ่งมาดู ไม่ได้มองหน้า แต่มธุจักษ์ที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับเธอจึงเห็นหน้าคนถือเมนูชัดเจน ถึงกับเผยอปากค้าง ตากะพริบปริบ ยื่นมือสั่นๆ ไปดึงทิชชูมาซับปาก

มณีมัญช์ที่กำลังไล่สายตาไปตามเมนูมองหน้าเพื่อนรักแล้วมองตามสายตานั้นไป เธออึ้งไปนิดกับใบหน้าหล่อใสของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบพนักงานของร้าน คือกางเกงสีดำ เสื้อเชิ้ตขาวผูกไทน์ลายสก็อต ที่เอวมีผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดคาดทับ ต่ำลงไปคือรองเท้าหนังสีดำเป็นมันปลาบ แต่ถึงจะอยู่ในชุดเครื่องแบบพนักงานเสิร์ฟแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ความหล่อเหลาและดูดีของเขาลดน้อยลงไปได้เลยสักนิด

ใบหน้าใสไร้สิว ผิวขาวจัดตัดกับคิ้วเข้ม ใต้ลงมาคือดวงตาสีนิลแม้โดนบดบังด้วยแว่นสายตาแต่ก็ฉายแววอ่อนโยน จมูกโด่งคมกับปากได้รูป ยามคลี่ยิ้มก็ทำให้สองเพื่อนซี้เหมือนถูกมนตร์สะกดไปเหมือนกัน

“รับอะไรดีครับ” ชายหนุ่มถามเป็นภาษาไทยเพราะพอจะดูออกว่าทั้งคู่เป็นคนไทย

“เอาอะไรก็ได้ ที่คุณเห็นว่าอร่อย” มธุจักษ์สั่งอาหารเหมือนคนละเมอ ชายหนุ่มลอบยิ้มแล้วหันมาหามณีมัญช์ที่ดึงสายตาออกมาจากดวงตาสีนิลคู่นั้นมาได้ก่อน

“ต้มยำกุ้งไม่เผ็ด แกงจืดไม่ต้องจืดมาก” หญิงสาวไล่สายตาไปตามเมนู สั่งต่ออีกหลายอย่างทั้งที่มากันเพียงแค่สองคน พอคล้อยหลังร่างสูงไปมธุจักษ์ก็มองตามตาปรอย

“ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ หล่อลากไส้ น่ากินไปทั้งตัว”

“ก็งั้นๆ” มณีมัญช์ยักไหล่ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเธอต้องขอยอมรับว่าผู้ชายคนนี้หล่อมาก นอกจากหน้าตาดีแล้วดวงตาคู่นั้นยังมีแววประหลาดที่ทำให้เธอรู้สึกครั่นคร้าม ดีที่ถอนสายตาออกมาได้ก่อนที่เขาจะผิดสังเกตว่าเธอแอบหวั่นไหวนิดๆ

ให้ตายเถอะ ความรู้สึกบ้าๆ พวกนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเธอมาก่อน จะว่าตกใจในความหล่อเหลา กับคนอื่นที่หน้าตาดีก็มีมาก แต่ไม่มีใครที่ทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ แบบนี้มาก่อน

“งั้นๆ อะไร ฉันเห็นแกมองเขาตาเป็นมัน”

“บ้า แกต่างหากที่มอง ฉันก็แค่มองตามสายตาแก ผู้ชายคนนี้หล่อก็จริงนะแต่ก็แค่พนักงานเสิร์ฟธรรมดา ฉันไม่มองให้เสียเวลาหรอก ยกให้”

“ให้แน่เถอะย่ะ” มธุจักษ์ค้อนให้ มองตามร่างสูงสง่าที่เสิร์ฟอาหารโต๊ะนั้นโต๊ะนี้อยู่อย่างชื่นชม จนกระทั่งร่างสูงหายเข้าครัวแล้วยกเอาอาหารมาเสิร์ฟลงตรงหน้า และก่อนที่คุณานนท์จะชักมือกลับมธุจักษ์ก็วางมือมาบนหลังมือเขาอย่างจงใจ เพื่อทดสอบดูว่าพนักงานเสิร์ฟหน้าหล่อคนนี้เป็นชายแท้หรือเปล่า

“ชื่ออะไรครับ”

“ครุฑครับ”

“อุ้ยชื่อน่าเกรงขามจังเลย ว่าไหมเมี่ยง” มธุจักษ์หันมาถาม หญิงสาวเพียงแค่ปรายตามองแล้วสนใจกับอาหารตรงหน้า แต่หูยังสนใจฟังข้อซักถามของมธุจักษ์ ที่ถามเรื่องไร้สาระอยู่ได้เป็นนานแต่ชายหนุ่มก็ยังอดทนตอบ หรือจะมีรสนิยมตรงกันก็ไม่รู้

“ทำงานที่นี่นานแล้วเหรอ”

“วันนี้วันแรกครับ”

“แล้วอยู่ที่นี่มากี่ปีแล้ว”

“สามครับ”

หญิงสาวตักต้มยำมาชิมแล้วมุ่นคิ้ว ตักแกงจืดมาชิมก็ยิ่งไม่พอใจ ดังนั้นก่อนที่คุณานนท์จะหมุนตัวจากไป เธอก็เรียกไว้

“คุณ!

ชายหนุ่มยืนรอรับคำสั่งอย่างสงบ มณีมัญช์ถอนหายใจเข้าออกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นๆ แต่นิ้วชี้เรียวชี้ไปยังอาหาร

“คุณได้จดตามที่ฉันสั่งหรือเปล่าว่าขอต้มยำไม่เผ็ด แกงจืดไม่ต้องจืดมาก นี่อะไร ต้มยำเผ็ดจนจี๊ดไปถึงสมอง แกงจืดก็จืดสนิท” คุณหนูจอมวีนหงุดหงิดไม่พอใจไปเสียทุกอย่าง

“ไหนแก” มธุจักษ์ตักอาหารทุกอย่างมาชิมก็พูดไปตามที่ลิ้นรับรส “ไม่เห็นเผ็ดเลยแก เผ็ดน้อยกว่าร้านที่เมืองไทยตั้งเยอะ แกงจืดนี่ก็พอดี”

“มธุ!” ดวงตาวิบๆ ตวัดมามองเพื่อน ก็ร้อยวันพันปีมธุจักษ์เคยขัดใจเธอเสียที่ไหน เธอพูดอะไรก็เออออหอหมกไปด้วยหมด แบบนี้มันเห็นผู้ชายดีกว่าเพื่อนชัดๆ พอเพื่อนไม่เข้าข้างก็ยิ่งทำให้มณีมัญช์หมั่นไส้พนักงานเสิร์ฟหน้าหล่อคนนี้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ จากที่แค่จะเหวี่ยงเล็กๆ จึงกลายเป็นตั้งใจหาเรื่องเต็มที่ “จะรับผิดชอบยังไงไม่ทราบ”

“อย่างนั้นผมจะให้พ่อครัวทำมาให้ใหม่นะครับ”

“ไม่ต้อง เสียเวลา ฉันไม่กินแล้วอาหารไทย ที่นี่มีสเต็กหรือเปล่า”

“มีครับ” คุณานนท์ยังคงใจเย็น นี่แค่เพียงมาทดลองงานเป็นพนักงานเสิร์ฟของร้านอาหาร แค่วันแรกก็เจอดีเข้าให้เสียแล้ว

 ร้านนี้เป็นร้านอาหารของจันทานี อดีตคนรักที่เคยคบหากันมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ร้านขายดีมาก มีลูกค้าเข้าออกตลอด แต่พนักงานเสิร์ฟเกิดขอลาพร้อมกันสองคน จะไม่ให้ลาก็ไม่ได้ เพราะเป็นธุระสำคัญ ร้อนถึงอดีตคนรักที่ลดความสัมพันธ์มาเป็นแค่เพื่อนสนิทต้องมาช่วยชั่วคราว

“ขอสเต็กปลาไม่ไหม้”

“สักครู่นะครับ” ชายหนุ่มค้อมศีรษะให้แล้วรีบออกไป ขืนช้าเดี๋ยวแม่เจ้าประคุณก็วีนแตกขึ้นมาอีก ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้หน้าตาก็สวยน่ารักดี แต่นิสัยตรงข้าม ผู้หญิงแบบนี้ใครได้เป็นแฟนคงปวดหัววันละสามเวลาหลังอาหารแน่

“แกน่ะหาเรื่อง เผ็ดที่ไหน อร่อยออกจะตาย” มธุจักษ์ตักอาหารเข้าปาก กินไปชมไปแต่คนหาเรื่องยังนั่งหน้าตาบอกบุญไม่รับ

 เธอไม่ชอบสายตาของผู้ชายคนนี้ สายตาที่ทำให้เธอรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแบบนั้น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha