กุหลาบนอกแจกัน

โดย: linin



ตอนที่ 13 : อัพ 100%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

มณีมัญช์ขับรถเร็วเป็นพายุจนกลับมาถึงบ้าน ตอนนั้นมัลลิกาเพิ่งกลับมาได้ไม่ถึงสองชั่วโมง หลังไปทัวร์ฝรั่งเศสกับบรรดาคุณหญิงคุณนาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีนพนภา มารดาของคุณานนท์ด้วย ที่ตลอดทริปเอ่ยชื่นชมบุตรชายไม่ขาดปากจนมัลลิกาอยากจะจองตัวเป็นลูกเขยเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่ติดที่ว่าทางมณีมัญช์เองก็เลือกมาก ใครมารักมาชอบก็บอกปัดไปหมด                

เสียงเบรกดังจนแสบแก้วหู ทำให้มัลลิกาที่กำลังเอนหลังให้สาวใช้นวดแข้งขาให้ตกใจ พอเห็นลูกสาววิ่งร้องไห้เข้ามาก็ยิ่งใจเสีย

“เมี่ยง! เป็นอะไรลูก”

“แม่มันโกงเรา โกงไปหมดเลย”

“ใคร ใครโกงอะไร ไหนพูดให้แม่เข้าใจซิ” มัลลิกาจับเนื้อตัวสั่นเทาด้วยแรงสะอื้นของบุตรสาวให้อยู่นิ่งๆ น้ำตายังไหลปื้อนเต็มหน้าจนคนเป็นแม่เองก็ทำอะไรไม่ถูก

“นังบุษดี มันโกงเรา เมี่ยงกำลังจะหมดตัวแม่”

“ว่าไงนะ!” มัลลิกาตาโต หัวใจหล่นโครมไปอยู่บนตาตุ่ม คว้าตัวบุตรสาวมาเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอนเพราะมณีมัญช์เอาแต่ร้องไห้

“มันโกงเมี่ยง ตอนนี้มันเอาบริษัทไปแล้ว”

“นังเมี่ยง!” มัลลิกาเรียกจิกด้วยความลืมตัว “แกไปทำโง่อะไรยังไง ทำไมถูกมันหลอกเอาได้ ก็ไหนบอกว่ามันช่วยสอนงานแกไง”

“มันหลอกเมี่ยง มันหลอกให้เมี่ยงขายหุ้นให้มัน”

“ฉันไม่รู้จะสรรหาอะไรมาด่าแกดี” มัลลิกาทรุดตัวลงนั่งกุมขมับ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองบุตรสาว “แกขายไปเท่าไหร่ กี่ร้อยกี่พันล้าน พูดมา อย่าปดแม่”

หญิงสาวส่ายหน้า เห็นสายตาที่มีความหวังของมารดาก็รู้สึกขมปร่าในคอ พูดอะไรไม่ออก

“ตัวเลขมันก็หลายร้อยล้านแหละแม่ แต่ว่าเมี่ยงไม่ได้เงิน”

“แกหมายความว่ายังไง”

“มันให้เมี่ยงเซ็นรับเงิน แต่เมี่ยงไม่รู้ แล้วเมี่ยงก็เซ็นเช็คให้มันไปซื้อหุ้นน้ำมันกับบริษัทหลักทรัพย์ แล้วก็เปิดบริษัทเครื่องสำอาง เมี่ยงโง่เอง เมี่ยงไม่คิดว่ามันจะหลอกเรา”

มัลลิกาอ้าปากค้าง ลมหายใจสะดุด หน้าซีดเพราะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน มณีมัญช์โผเข้าไปประคองมารดาร้องเรียกสาวใช้ให้เอายาดมมาให้ เธอบีบนวดขาให้ น้ำตาไหลพราก พร่ำขอโทษ

“แม่ เมี่ยงขอโทษ เมี่ยงไม่ได้ตั้งใจ”

“ฉันไม่คิดเลยว่าแกจะโง่แบบนี้ นังเมี่ยง” มัลลิกาปัดยาดมในมือสาวใช้ทิ้งไป ไล่ทุกคนออกไปพ้นหน้า มณีมัญช์หน้าจ๋อย ขยับลุกแต่มัลลิกาตวาด “แกต้องอยู่”

หญิงสาวกลับมานั่งตรงหน้ามารดา ทำตัวไม่ถูก เพราะเคว้งไปหมด ไม่รู้จะเริ่มต้นทำอะไรก่อนดี

“ไปธนาคารเดี๋ยวนี้เลยนะ ไปดูว่าแกเหลือเงินในบัญชีเท่าไหร่ แกจำได้ไหมว่าตอนเซ็นเช็ค เขียนจำนวนเงินให้มันไปเท่าไหร่”

“มันหลายครั้งน่ะแม่ เมี่ยงไม่ได้นับ”

นิ้วชี้เคลือบเล็บสีแดงสดจิ้มมาบนหน้าผากบุตรสาวคนเดียวจนหน้าหงาย ผรุสวาทอย่างอดไม่ไหว “อีโง่ ฉันไม่รู้จะด่าแกว่ายังไงดีแล้ว ฮือหมดกัน หมดๆ หมดทุกอย่าง ต่อไปนี้จะทำยังไง”

“คงเหลืออีกเยอะหรอกน่าแม่ เงินป๊ามีตั้งมากมาย ถึงไม่มีสยามมอลเราก็มีเงินฝากในบัญชีตั้งเยอะ ไหนจะบ้านหลังนี้ เราไม่มีทางกลับไปจนหรอกน่าแม่ แต่เพื่อความสบายใจ อย่างนั้นเราไปธนาคารด้วยกันนะคะ” หญิงสาวพยายามปลอบใจแม่และปลอบใจตัวเอง

 มัลลิกาขยับลุกตาม “รีบไปสิ”

ตลอดทางที่ขับรถจากบ้านไปธนาคาร มณีมัญช์ได้แต่ภาวนาขอให้ตัวเลขในบัญชียังเหลือมากพอที่จะทำให้แม่และเธออยู่อย่างสุขสบายไปตลอด ไม่หวังให้มันมีมากเท่าเดิม เพราะเธอเซ็นเช็คไปหลายหน แต่ขอให้มันมีมากพอที่เธอกับแม่จะอยู่ได้แบบไม่อายใคร

หญิงสาวหัวใจเต้นแรงขึ้นๆ จนเมื่อเข้ามานั่งในธนาคาร มือไม้เธอยิ่งเย็นเฉียบ ตอนเจ้าหน้าที่ธนาคารเอาตัวเลขในบัญชีมาให้ เธอก็หันมามองหน้ามารดา น้ำตาร่วง

“แม่”

“ไหน เหลือเท่าไหร่” มัลลิกาชะโงกหน้ามาดูแล้วอุทานเสียงหลง “ยี่สิบล้าน!

“จะเป็นไปได้ยังไงคะ วันนั้นฉันมา ยังมีเงินตั้งเป็นร้อยล้าน” มณีมัญช์โวยวาย เจ้าหน้าที่จึงชี้แจง

“มีการสั่งจ่ายเช็คไปหลายครั้งค่ะ มีลายเซ็นของคุณมณีมัญช์กำกับนะคะ”

“บ้าจริง!” หญิงสาวสบถแล้วนั่งนิ่งเหมือนคนหมดแรง ก่อนออกมาจากธนาคารด้วยอาการเหมือนหงส์ปีกหัก เงินเพียงเท่านี้จะไปใช้จ่ายอะไรได้แค่ไหน ไหนจะคนในบ้านมากมาย ค่าใช้จ่ายต่างๆ อีกจิปาถะ

“แม่...เมี่ยงขอโทษ”

“ถ้าแกไม่ใช่ลูกฉัน ฉันคงฆ่าแกไปแล้วนังเมี่ยง” มัลลิกาอ่อนแรง แทบจะก้าวขาขึ้นมาบนรถไม่ไหว พอนั่งได้ก็หลับตาลง พูดอะไรไม่ออก

มณีมัญช์รู้สึกผิดแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร นอกจากให้สัญญา

“เมี่ยงสัญญานะแม่ ว่าเราจะไม่กลับไปจนอีก”

“ด้วยเงินแค่ยี่สิบล้านนะเหรอ” มัลลิกาย้อนถาม “เงินแค่นั้นจะไปทำอะไรได้”

“เมื่อก่อนเรามีเงินติดบ้านแค่ไม่กี่ร้อย เรายังรวยได้เลยแม่ มธุมันไม่ได้ทำงานอะไรนอกจากเล่นหุ้น แต่ก็มีเงินใช้ไม่ขาดมือ เดี๋ยวเมี่ยงจะลองปรึกษามันดู”

“แกอยากทำอะไรแกก็ทำเถอะ ฉันคิดอะไรไม่ออกแล้ว”

“เมี่ยงสัญญานะแม่ ว่าเราจะกลับไปรวยเหมือนเดิม” หญิงสาวบอกด้วยสายตามุ่งมั่น คราวนี้เธอสัญญาแล้วว่าจะตั้งอกใจทำงาน ไม่เหลวไหลอีกแล้ว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha