กุหลาบนอกแจกัน

โดย: linin



ตอนที่ 14 : ฟ้าไม่เข้าบ้าง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

พนภายิ้มปลื้มเมื่อลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกลับมาถึงบ้านแล้ว หลังเรียนจบปริญโทแพทย์ศาสตร์จากประเทศสหรัฐอเมริกาและเรียนเฉพาะทางด้านโรคหัวใจเพิ่มเติม นางสวมกอดบุตรชายแน่นๆ หอมแก้มซ้ายขวา

“ขอโทษด้วยนะลูก ที่แม่ไม่ได้ไปรับที่สนามบินด้วยตัวเอง”

“ไม่เป็นไรครับแม่ เรื่องแค่นี้เอง แล้วแม่ทำอะไรครับ ดูยุ่งๆ” ชายหนุ่มมองไปรอบๆ เพิ่งสังเกตว่าสนามบ้านมีเวทีเล็กๆ ตั้งอยู่ มีคนหลายคนสาระวนกับการจัดแต่งดอกไม้

“ก็จัดงานเลี้ยงต้อนรับคุณหมอรูปหล่อของแม่นะสิ”

ชายหนุ่มเหลียวมองไปรอบกายอีกครั้ง ทุกคนดูวุ่นวายกับการเตรียมงาน “วันนี้เลยเหรอแม่”

“ใช่นะสิ แม่กำชับพ่อไว้แล้วว่าวันนี้ห้ามติดเคสอะไรเด็ดขาด ให้หมอคนอื่นเขาดูแทน ไปๆ ไปอาบน้ำอาบท่าแต่งตัวหล่อๆ นะลูกนะ”

“ผมเพิ่งกลับมานะครับแม่” ชายหนุ่มบ่นอุบ แต่ขึ้นชื่อว่าคุณนายนพนภา ถ้าอยากจะทำอะไรแล้วก็ต้องทำให้ได้ ไม่ค่อยจะยอมรับฟังความคิดเห็นของใครโดยเฉพาะลูกและสามี มั่นใจว่าเรื่องเลี้ยงต้อนรับเขามันมีจุดประสงค์แอบแฝงที่คุณนายนพนภาอยากจะอวดลูกชายให้สาวๆ ดูจะแย่แล้ว

“แหมมีเวลาพักตั้งหลายชั่วโมง แม่มีลูกชายคนเดียวก็อยากจะอวด”

ชายหนุ่มส่ายหน้า แต่เพราะเห็นแม่ทำแล้วมีความสุขก็ไม่อยากจะห้าม หลังคุยกันต่ออีกไม่กี่คำเขาก็ขอตัวไปกราบย่าประทุม ย่าของเขาเองที่พักอยู่เรือนเล็กทางปีกซ้าย พอกลับมาก็ขึ้นห้องไปอาบน้ำแล้วนอนพักให้คลายความเมื่อยขบ รู้สึกว่าหลับไปได้แค่พักเดียว สาวใช้ในบ้านก็ขึ้นมาปลุก บอกว่าใกล้จะถึงเวลางานเลี้ยงแล้ว

 

มัลลิกาวางสายโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเนือยๆ ไม่กระตือรือร้นทั้งที่เมื่อก่อนตื่นเต้นอยากเห็นคุณานนท์จะแย่ นพนภาโทรมาย้ำว่าให้เธอกับมณีมัญช์ไปงานเลี้ยงตอนรับนายแพทย์คุณานนท์ ลูกชายสุดสวาทขาดใจให้ได้ แต่ตอนนี้เธอไม่มีแก่ใจจะทำอะไรทั้งนั้น นอกจากขลุกตัวอยู่ในบ้าน ข้าวปลากินไม่ลงมาหลายวัน ซ้ำยังต้องพยายามทำตัวให้เป็นปกติ ไม่ให้คนในบ้านรู้ว่าเธอกับมณีมัญช์ใกล้ถังแตกเข้าไปทุกที

ตอนนี้เงินในบัญชีของมณีมัญช์ บวกรวมที่ดิน เครื่องเพชรเครื่องพลอยที่เธอเคยโหมซื้อมา ขายรวมกันแล้วก็มีแค่ห้าสิบล้าน แต่มณีมัญช์ก็เอาไปลงทุนเล่นหุ้นไปหลายล้านแล้ว แต่ไม่เคยได้กำไรสักที คนใช้ในบ้านมีตั้งหลายคน แล้วไหนจะงานเลี้ยงการกุศลต่างๆ ที่แม้จะมีเงินในกระเป๋าน้อยแค่ไหนก็ต้องรักษาหน้าเอาไว้ก่อน ตอนนี้คนก็เริ่มสงสัยแล้ว เพราะเธอปฏิเสธไปตั้งหลายงาน เครื่องเพชรต่างๆ ก็แทบไม่กล้าประมูลมาเหมือนแต่ก่อน

มณีมัญช์เดินกระปลกกระปลี้ยเข้ามาในบ้าน สีหน้าเธอเคร่งเครียด เห็นหน้าแบบนี้ทีไรมัลลิกาเตรียมใจไว้เลยว่า เงินในบัญชีจะต้องร่อยหรอลงมาอีก

“แกอย่าบอกนะว่า

“หุ้นตก”

“เห็นหน้าแก ฉันก็พอเดาได้” มัลลิกาบอกด้วยอาการอ่อนระโหย น้ำตามันไหลจนไม่รู้จะไหลอย่างไรแล้ว เธอเองก็คิดจนหัวแทบแตกว่าจะเอาเงินที่เหลือไปลงทุนอะไร เงินมันถึงจะงอกเงยขึ้นมาได้บ้าง ลำพังจะอาศัยมณีมัญช์ก็เห็นทีจะฝากความหวังเอาไว้ไม่ได้

“เมี่ยงผิดเอง เมี่ยงไม่เชื่อมธุ มันบอกให้ซื้อหุ้นตัวหนึ่ง แต่เมี่ยงก็ดึงดันจะเอาอีกตัว”

“คราวนี้หมดไปเท่าไหร่”

“ก็หลายล้าน สงสัยเอาดีทางเล่นหุ้นไม่ได้แล้วละแม่” มณีมัญช์ทำหน้าเซ็งๆ “แล้ววันนี้ แม่ไม่ออกไปไหนเหรอ อยากออกไปงานอะไรก็ออกไปเถอะ แต่แม่อย่าไปซื้อเพชรมาอีกก็แล้วกัน คราวก่อนเมี่ยงเอาไปขาย ได้มาไม่กี่แสน ทีเราซื้อเป็นล้านๆ รู้แบบนี้เมี่ยงซื้อทองดีกว่า”

“วันนี้มีงานเลี้ยงตอนรับหมอครุฑ ลูกชายคุณนพนภา” มัลลิกาบอกเนือยๆ ถอนหายใจแล้วบอก “แกก็ต้องไปกับแม่ด้วยนะ เขาโทรมาย้ำตั้งหลายหน ท่าทางอยากให้แกไปมาก คงอยากได้แกเป็นสะ

มัลลิกาเบิกตากว้างขึ้น ริมฝีปากเหยียดยิ้มกว้างแล้วดึงตัวมณีมัญช์เข้ามากอดแน่นๆ จนหญิงสาวต้องโอดครวญออกมา

“แม่ เมี่ยงเจ็บ เกิดพิศวาสอะไรเมี่ยงเนี่ย ทุกทีเวลาเมี่ยงทำงานพลาดขึ้นมาทีไรเห็นด่าจนหูชา”

“เมี่ยง เมี่ยงจ๋าต่อไปไม่ต้องลำบากคิดวิธีหาเงินแล้วลูก  แม่มีวิธีง่ายๆ ชนิดที่แกไม่ต้องเหนื่อยอะไรเลย แค่ไปงานเลี้ยงกับแม่เท่านั้น”

“นี่อย่าบอกนะว่า

“ใช่”

“แม่ เมี่ยงไม่เอาหรอก ถ้าเมี่ยงจะแต่งงานกับใครนะ ผู้ชายคนนั้นต้องเป็นผู้ชายที่ดี เพียบพร้อม เป็นผู้ชายที่เมี่ยงรักสุดหัวใจ”

“เอ๊ะนี่ไม่ใช่เวลาที่แกจะเรื่องมากอีกแล้วนะ แกเบิกตาดูเงินในบัญชีแกซิ ว่ามีอยู่เท่าไหร่ เล่นหุ้นแต่ละอย่างตกเอาๆ ที่ดินก็ขายมาจนหมดแล้ว เครื่องเพชรก็ขายจนแทบไม่มีจะใส่ แกควรจะมองหาผู้ชายดีๆ ให้เขามาช่วยดูแลแก ดูแลแม่ อย่างปัญญวัตนั่นก็น่าสนใจ แต่แม่ว่าหมอครุฑ ก็เข้าที รายนี้จบจากนอก เป็นเจ้าของโรงพยาบาลเอื้อไทย ครอบครัวนี้รวยมากแถมยังเป็นลูกชายคนเดียว ไม่เหมือนปัญญวัตที่เป็นลูกคนจีน มีพี่น้องเป็นโขยง”

“แม่ เมี่ยงเป็นคนนะ ไม่ใช่สินค้า จะได้ไปเล่ขายตัวเอง”

“มันก็ไม่ได้ถึงขนาดนั้นเสียหน่อย ก็แค่มองหาผู้ชายดีๆ สักคนมาดูแล ขืนให้แกลองผิดลองถูกทำธุรกิจมั่วๆ มีหวังเราหมดตัวกันก่อน ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าเราไม่มีเงิน อีกหน่อยถ้ามีคนรู้ แกคิดเหรอว่าจะมีคนสนใจ” มัลลิกาตวาด แต่ยังเหลียวมองไปรอบๆ กลัวสาวใช้จะได้ยินแล้วเอาไปนินทา

“แต่เมี่ยงไม่อยาก” หญิงสาวทำฮึดฮัดขัดใจ “แม่ไม่เข้าใจเมี่ยงเลย”

“ฉันจะอยากพยายามเข้าใจแก ถ้าเรามีเงินมากเหมือนเมื่อก่อน แต่ตอนนี้เงินจะยาไส้แทบไม่มี ไปไปแต่งตัวกับแม่ เอาให้สวยเช้งไปเลย”

หญิงสาวลังเล แต่เพราะตัวเองทำผิดต่อแม่มามาก ที่ครอบครัวต้องลำบากขนาดนี้ก็เพราะเธอ จึงได้พยักหน้าแกนๆ แต่ก่อนที่จะเข้าไปในห้องนอนเธอก็กระตุกแขนมารดา

“หน้าตาลูกชายป้านพนภาเป็นยังไงน่ะแม่”

“ไม่รู้สิ แม่ก็ยังไม่เคยเห็น เขาไปเรียนเมืองนอกมาตั้งหลายปี เคยเห็นแต่พ่อเขา ก็ดูดีใช้ได้นะ”

“ยี้เล่นให้แม่คอยหาเมียให้แบบนี้ หน้าตาคงดูไม่ได้แน่เลย” หญิงสาวทำหน้าแหยงๆ ต่อให้รวยล้นฟ้า ถ้าหน้าตาเหมือนสุนัขลื่นน้ำหรือนิสัยแย่เกินรับ เธอก็ไม่ไหวเหมือนกัน

“ได้ไม่ได้ก็ต้องคว้าไว้ก่อน เอาเงินไม่ต้องเอาตัวก็ได้ อะไรก็ได้ที่ทำให้แกกับฉันไม่ต้องอดตาย” มัลลิกาว่า เวลานี้ศักดิ์ศรีมันหดเล็กลงเท่ารูเข็ม แต่มณีมัญช์ที่ยังคิดว่าตัวเองแบกศักดิ์ศรีเอาไว้เต็มเปี่ยมเบ้ปาก เธอยังมั่นใจว่าตัวเองสามารถทำธุรกิจอะไรสักอย่างให้ร่ำรวยขึ้นมาได้ เพียงแต่ว่ามันยังไม่ใช่จังหวะชีวิตของเธอเท่านั้น

หญิงสาวขอตัวไปอาบน้ำแต่งตัว อยากจะรู้เหมือนกันว่าหมอครุฑ อะไรนั่น จะหน้าตาเป็นอย่างไร เดาไว้เลยว่าคงจะเป็นผู้ชายที่เรียนจนเส้นผมเหลือน้อย สวมแว่นหนาเตอะ พูดแต่ละคำชวนง่วงหงาวหาวนอน แต่ก็จำใจยอมตามใจแม่ไปดูเสียหน่อย เผื่อท่านจะอารมณ์ดีขึ้น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha