กุหลาบนอกแจกัน

โดย: linin



ตอนที่ 20 : อัพเพิ่ม


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

มณีมัญช์โทรหาคุณานนท์ในเวลาบ่ายโมงตรง ซึ่งเป็นเวลาที่เขาบอกว่าว่างให้โทรหาได้ พอปลายสายตอบรับเธอก็บอกว่าตัวเองเป็นใคร แต่สุ้มเสียงอ่อนลงไปมาก ซ้ำยังมีคะขาลงท้าย แต่จะให้อ่อนลงมากเกินไปก็กลัวจะน่าเกลียดที่พอรู้ว่าเขาเป็นใครก็เปลี่ยนท่าทีกะทันหัน

“รถเป็นยังไงบ้างครับ เอาเข้าอู่ไหน ผมจะให้ประกันไปดู”

“ยังเลยค่ะ ฉันตกใจ ทำอะไรไม่ถูกก็เลยขับรถมาที่คอนโดฯ เพื่อน ฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้ค่ะ เวลาเจอเรื่องตกใจทีไร หน้ามันจะมืด วิงเวียน อาเจียนด้วยน่ะค่ะ ว่าจะไปหาหมอนานแล้วแต่ก็ไม่ได้ไปสักที” หญิงสาวทำเสียงเครือๆ เหมือนคนป่วยหนัก ทั้งที่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ยังปะทะคารมกับเขาหยกๆ

“ลองมาตรวจร่างกายก็ดีนะครับ คุณรู้จักโรงพยาบาลเอื้อไทยอยู่ใช่ไหม ถ้ามาวันไหนบอกเลยนะครับ ผมจะดูแลเป็นพิเศษ ไม่คิดค่าบริการ ถือเป็นการไถ่โทษที่ทำให้คุณตกใจ ส่วนเรื่องรถ ผมยินดีจ่ายค่าซ่อมแซมให้ทุกอย่าง ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”

“เรื่องนั้นฉันไม่ห่วงหรอกค่ะ แต่ว่าฉันมีรถอยู่คันเดียว ถ้าเอาไปเข้าอู่ กว่าจะเสร็จ ไม่รู้จะใช้รถอะไรไปทำงาน” หญิงสาวถอนหายใจ

 มธุจักษ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ใบ้กินกับมารยาสาไถยของชะนี

“เอาไงดี” ชายหนุ่มทำหน้าครุ่นคิด “คุณเอารถที่บ้านผมไปใช้ก่อนไหม มีหลายคัน”

“ไม่ได้หรอกค่ะ ฉันเกรงใจ แล้วถ้าคุณแม่รู้ว่าฉันเอารถผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้มาใช้ ท่านก็คงจะไม่เห็นดีด้วย ไม่เป็นไรหรอกค่ะ สยามมอลไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่”

“คุณทำงานที่สยามมอลเหรอ”

“ค่ะ” หญิงสาวทำเสียงเหมือนไม่รู้เท่าทันคำถามของเขา เพราะเธอศึกษาเส้นทางก่อนโทรหาเขาแล้วว่า จากบ้านจินดาถาวรไปโรงพยาบาลเอื้อไทย ผ่านบ้านเธอและขับรถเลยไปหน่อยก็เป็นสยามมอลแล้ว “เดี๋ยวฉันนั่งแท็กซี่ก็ได้ค่ะ รถก็บุบไม่มาก ถ้าคิวไม่ยาวเดี๋ยวก็คงเสร็จ”

“ปกติคุณไปทำงานกี่โมงครับ” คุณานนท์ถามขึ้น

 มณีมัญช์เกือบจะตอบไปแล้วตามความเคยชินว่าเธอไปทำงานไม่เคยไปก่อนสิบโมงเช้าแต่นึกขึ้นได้ว่าเขาเป็นหมอ คงจะไปแต่เช้าจึงตอบใหม่

“สะ..สองโมงเช้าค่ะ”

“แย่จริง ปกติผมไปทำงานเจ็ดโมงครึ่งครับ ตอนแรกว่าจะแวะรับคุณด้วย แต่คงเช้าไปสำหรับคุณ”

“ไม่ค่ะ ไม่เช้าไป บางวันฉันก็ไปตั้งแต่เจ็ดโมง หกโมงก็ยังเคยเลยนะคะ” มณีมัญช์รีบตอบในขณะที่มธุจักษ์ทำตาโต ปิดปากเพราะกำลังกลั้นเสียงหัวเราะ ปีนี้คงจะฝนแล้งหรือไม่หิมะคงตกแน่ ถ้ามณีมัญช์ต้องตื่นแต่เช้า แต่งตัวให้เสร็จก่อนเจ็ดโมงครึ่ง

“งานที่สยามมอลต้องไปเช้าขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

“ค่ะ ฉันทำงานเป็น” มณีมัญช์ว่าจะบอกว่าตัวเองเป็นประธานบริหารสยามมอล แต่มาคิดๆ ดูแล้ว บอกแค่ว่าทำงานที่นั่นจะดีกว่า จะได้ไม่เสี่ยงต่อการถูกจับได้ว่าเธอโดนปลดกลางอากาศมาตั้งนานแล้ว “งานของฉันต้องไปแต่เช้าน่ะค่ะ”

“ถ้าคุณไม่รังเกียจ

“ไม่ค่ะ ไม่รังเกียจเลยค่ะ” มณีมัญช์ตอบเร็วรี่ แต่กลัวจะถูกมองไม่ดีจึงรีบแก้ “อย่างน้อยก็ดีกว่าไปแท็กซี่ เดี๋ยวจะไปทำงานสาย”

“โอเคครับ อย่างนั้นคุณก็เอารถไปเข้าอู่เลย แล้วผมจะแวะรับคุณ ว่าแต่บ้านคุณอยู่ที่ไหน”

“เอาอย่างนี้นะคะ ฉันอยากจะไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลพอดี เดี๋ยวฉันไปพบคุณที่นั่น ขากลับฉันจะเอารถไปที่อู่ แล้วคุณก็รับฉันไปส่งบ้าน คุณจะได้รู้จักบ้านฉันด้วยเลย ดีไหมคะ” หญิงสาววางแผนให้เสร็จสรรพ คนนั่งข้างเบ้ปากแล้วเบ้ปากอีกกับแผนการของเพื่อนรัก ที่ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าเจ้าหล่อนจะต้องมาจีบผู้ชายเอง แถมแผนการก็โจ่งแจ้ง ทอดสะพานเห็นๆ

“ดีก็ดีครับ” คุณานนท์หัวเราะขึ้น หลังนัดเวลากับคู่กรณีสาวเสร็จสรรพก็ขอวางสาย

 ชายหนุ่มถอนหายใจ ผู้หญิงคนนี้ตั้งป้อมรังเกียจเขามาแต่แรก อยู่ๆ ก็เปลี่ยนท่าที คงเป็นเพราะรู้ว่าเขาเป็นใคร ไอ้แผนการตื้นๆ ในการทอดสะพานให้เขา ใครบ้างจะไม่รู้ทัน แต่เอาเถอะ ต่อให้ทอดมายาวแค่ไหน เขาไม่ข้ามก็คงไม่เป็นไร

ที่สุดแล้วผู้หญิงคนไหนมันก็เหมือนกัน น่าเสียดายที่รูปร่าง หน้าตาเธอตรงใจเขาไปเสียทุกอย่างแล้วจูบนั่นก็หวานชะมัด แม้เป็นจูบที่ไม่ได้ตั้งใจแต่ก็ตรึงตราไม่รู้ลืม

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha