กุหลาบนอกแจกัน

โดย: linin



ตอนที่ 21 : สะพานเสริมใยเหล็ก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ณีมัญช์เปิดกระเป๋าหยิบเครื่องสำอางมาบรรจงแต่งหน้าอย่างประณีตบรรจง มธุจักษ์เท้าสะเอวมอง รอจนเพื่อนแต่งจนสวยเช้งแล้วจึงย้อนถาม

“แกจะแต่งหน้าไปทำไม”

“อ้าว ก็ฉันจะไปหาว่าที่สามี ฉันก็ต้องแต่งหน้าหน่อย เขาจะได้ไม่เห็นว่าฉันโทรม” มณีมัญช์ว่าแล้วหยิบกระจกใบเล็กมาสำรวจความเรียบร้อยอย่างพอใจแล้วชะงักเมื่อมธุจักษ์ถามต่อ

“แกบอกเขาว่าป่วย จะไปตรวจร่างกายไม่ใช่เหรอ” มธุจักษ์เดินมาชิด ใช้นิ้วชี้เชยคางเพื่อนรักขึ้นแล้วบิดซ้ายขวา “น่าเชื่อตาย ขนตางี้เด้งมาเชียว”

มณีมัญช์ตาโต อุทานลั่น “จริงด้วย ตายแล้ว ฉันต้องโทรม โอ้ยตายๆ ดีนะที่แกเตือนฉันก่อน”

มณีมัญช์วิ่งผลุบหายไปในห้องน้ำพร้อมกระเป๋าเครื่องสำอาง ราวๆ สิบนาทีจึงออกมาด้วยใบหน้าซีดเผือด ดูทรุดโทรมเหมือนคนป่วยหนัก

“ดูโอเคไหมแก” เจ้าตัวถาม คล้ายจะไม่มั่นใจนัก มธุจักษ์ตีหน้าขรึม แต่ก็หลุดหัวเราะออกมาจนได้

“โอเคเลยแก หึหึ” มธุจักษ์กลั้นหัวเราะจนหน้าแดง “เหมือนคนเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย”

“นังบ้า” มณีมัญช์มองตัวเองในกระจกใบเล็กอีกครั้ง ทั้งปากทั้งหน้าซีดเหมือนคนป่วยหนัก แต่เธอก็เห็นว่ามันเหมาะแล้วที่จะไปโรงพยาบาล “แบบนี้แหละดีแล้ว เขาจะได้ตรวจร่างกายฉันเป็นพิเศษ”

“เขาตรวจไปเขาก็รู้อยู่ดีว่าแกไม่ได้ป่วย”

“เออน่า ไว้ค่อยคิด ไปแล้วนะ ไว้รอรับข่าวดีนะจ๊ะ อีกไม่เกินสองเดือนเตรียมไปงานแต่งงานของฉันได้เลย” มณีมัญช์ผู้ไม่เคยผิดหวังในความรักมาก่อน เพราะมีความสวยเป็นใบเบิกทางบอกขึ้นอย่างมั่นใจ มธุจักษ์ก็ได้แต่หวังว่าเพื่อนรักจะทำสำเร็จ

 

มณีมัญช์ขับรถออกมาจนถึงโรงพยาบาลเอื้อไทย หญิงสาวโทรหาคุณานนท์ พักเดียวนายแพทย์หนุ่มก็ออกมารับเธอถึงหน้าประตูทางเข้า ใบหน้าซีดๆ ของเธอทำให้เขาตกใจ หญิงสาวเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งทำซวนเซเหมือนคนจวนจะหมดลม

“ฉัน เวียนหัวมากเลยค่ะ”

“ไหวไหมครับ” ชายหนุ่มตรงเข้าประคอง พนักงานเปลคนหนึ่งจึงรีบเอารถเข็นมาให้เธอนั่ง แล้วพาไปห้องฉุกเฉิน หญิงสาวฉวยข้อมือชายหนุ่มไว้ทำให้เขาต้องเดินตามรถเข็นไปด้วย

มณีมัญช์ลอบยิ้ม บีบกระชับมือเขาแน่น

 มือหมอนี่ก็นิ่มเหมือนกันแฮะ

มณีมัญช์เริ่มรู้สึกแปลกๆ กับตัวเองอยู่เหมือนกัน ที่ผ่านมามีผู้ชายมากมายมาหลงรักแต่เธอไม่คิดสนใจใครเลยจริงๆ แต่พอตอนนี้เธอกลับรู้สึกอยากจีบหมอครุฑจริงๆ จังๆ อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้มีท่าทีสนใจเธอเท่าที่ควร หากเทียบกับผู้ชายคนอื่น ไม่สิ เรียกว่าไม่สนใจเลยจะถูกกว่า

หญิงสาวให้เหตุผลกับตัวเองไปอย่างนั้นเอง อย่างน้อยมันก็ทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น ว่าไม่ใช่เพราะฐานะของเขาที่ทำให้เธอสนใจเขาขึ้นมา แต่ก็นั่นแหละ เธอเชื่อว่ายังไง เธอจะรักเขาได้ไม่ยาก

“ฝากดูแลด้วยนะ เธอเป็นเพื่อนของผมเอง” คุณานนท์บอกกับพยาบาลคนหนึ่งที่ประคองมณีมัญช์ให้นอนลงไปบนเปลนอนเพื่อวัดความดันโลหิต

“ค่ะหมอครุฑ”

มณีมัญช์หลับตาลง ทำท่าอ่อนระทวยเต็มที มีเสียงพยาบาลรายงานศัลยแพทย์หนุ่มที่ยังยืนอยู่ข้างเตียงไม่ไปไหนหรืออาจจะอยากไปแต่ไปไม่ได้ เพราะคนป่วยยังจับมือเขาไว้ไม่ปล่อย

“ร้อยยี่สิบ เจ็ดสิบค่ะ”

“ความดันปกตินะครับ เดี๋ยวผมจะให้พยาบาลตรวจเช็คเพิ่มให้ คุณนุช ตรวจคลื่นหัวใจแล้วก็เจาะเลือดเพิ่มตามโปรแกรมนะ คุณอายุเท่าไหร่แล้วนะ” หมอหนุ่มถามเป็นการเป็นงาน มณีมัญช์หน้านิ่ว เรื่องอายุไม่ค่อยอยากจะตอบใครเท่าไรนัก

“ยี่สิบหกค่ะ” เธอตอบ แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่าต้องเจาะเลือด เธอกลัวเลือดกลัวเข็มมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว “ไม่เจาะเลือดไม่ได้เหรอคะ”

“ผมว่าไหนๆ ก็เข้ามาโรงพยาบาลแล้วก็ตรวจเสียหน่อยก็ดีนะครับ แต่เบาหวานกับไขมันคงตรวจไม่ได้ เพราะคุณคงทานข้าวมาแล้ว”

“นั่นไงคะ ถ้าฉันเจาะเลือดวันนี้ เดี๋ยวก็ต้องมาเจาะตัวอื่นอีก ไว้เจาะทีเดียวนะคะ” หญิงสาวกระตุกมือเขา สายตาเว้าวอน

“อย่างนั้นก็ได้ครับ ให้พยาบาลเขาตรวจร่างกายเบื้องต้นให้ก่อน ผมขอเข้าไปดูคนไข้บนตึกสักครู่ แล้วจะมาดูผลให้” คุณานนท์บอกแล้วเดินออกไปจากห้องฉุกเฉิน มณีมัญช์จึงต้องโดนจับตรวจร่างกายไปหลายส่วน แต่ผลตรวจทุกอย่างปกติทั้งหมด

หลังนั่งรอไม่นาน คุณานนท์ก็กลับเข้ามาในห้องฉุกเฉิน เขาอ่านผลตรวจร่างกายทุกอย่างแล้วก็เงยหน้าขึ้นบอกเธอ

“ปกติทุกอย่างนะครับ ความดันโลหิต ผลตรวจคลื่นหัวใจ ผมว่าอาการวิงเวียนของคุณ อาจจะเกิดจากความเครียดก็ได้ เดี๋ยวผมสั่งวิตามินและยาคลายเครียดให้”

“คงอย่างนั้นค่ะ”

คุณานนท์เขียนออเดอร์ขยุกขยิกลงในกระดาษยื่นให้พยาบาล “ผมเสร็จงานแล้ว เดี๋ยวเราไปจัดการเรื่องรถคุณเลยดีกว่า คุณจะได้รีบกลับไปพักผ่อนที่บ้าน”

ชายหนุ่มผายมือเชิญเธอออกไปนอกห้องฉุกเฉินเมื่อพยาบาลเอายาที่เขาเพิ่งสั่งไปมาให้ แต่หญิงสาวยังดูหน้าซีดๆ ทำท่าเหมือนจะขับรถไม่ไหวจนเขาต้องมองหน้าเธออย่างชั่งใจ

“นอนโรงพยาบาลสักคืนไหมครับ”

“ไม่เอาค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้าดิก ทำให้เขาหัวเราะขึ้น

“อย่าบอกนะว่าคุณกลัวเข็มฉีดยา”

มณีมัญช์พยักหน้าอายๆ เรื่องนอนโรงพยาบาลขอให้อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของแผนการก็แล้วกัน เธอไม่ค่อยถูกโฉลกกับสถานที่ไร้ความจรรโลงใจแบบนี้นัก

“แต่ถ้าไม่ไหวก็จำเป็นต้องนอนพักนะครับ ตรวจร่างกายให้ละเอียดกว่านี้ แล้วอย่างนี้จะขับรถไหวเหรอ เอาอย่างนี้ดีกว่า เดี๋ยวผมให้คนเอารถเข้าอู่ให้ ส่วนคุณไปกับผม ดีไหม”

“รบกวนด้วยนะคะ”

“ไม่รบกวนหรอกครับ ผมต่างหากที่ทำให้คุณเดือดร้อน” ชายหนุ่มรับกุญแจจากเธอแล้วส่งให้พนักงานคนหนึ่ง สั่งความสองสามประโยคก็ผายมือเชิญเธอขึ้นรถ เขาไม่ชวนเธอคุยเรื่องอะไรอีกจนมณีมัญช์รู้สึกอึดอัดต้องเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน

“เราเจอกันสามครั้งที่แล้วประสบการณ์ไม่ดีเลยนะคะ ฉัน” มณีมัญช์บิดมือตัวเองไปมา แล้วเบือนหน้ามาหาเขา “ฉันต้องขอโทษคุณด้วยนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็ต้องขอโทษด้วยเรื่องที่ผม ชายหนุ่มอึดอัดใจที่จะพูดถึง แม้ว่าจูบนั้นจะยังตรึงอยู่ในความรู้สึกก็ตาม

“ช่างเถอะค่ะ ฉันเองก็ผิดที่ชนคุณก่อนฉันหวังว่า เราคงจะเป็นเพื่อนกันได้” หญิงสาวบอกแล้วถอนหายใจ “คุณคงเห็นว่าฉันเป็นผู้หญิงขี้วีน โมโหร้ายไปแล้ว”

“ก็นิดหน่อยครับ แต่ผมก็เข้าใจ คนเราก็ต้องมีอารมณ์หงุดหงิดเวลาไม่ได้ดั่งใจ”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha