กุหลาบนอกแจกัน

โดย: linin



ตอนที่ 25 : อัพเพิ่ม


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“จริงด้วยนะ” เปรมสินีเออออแล้วมองป้ายศูนย์อาหาร “พี่เมี่ยงกำลังจะไปกินข้าวเหรอคะ ไปกินร้านนั้นด้วยกันไหมคะ”

ร้านนั้น ของเปรมสินีคือร้านอาหารหรูที่ราคาต่ำสุดของที่นั่นเริ่มที่ห้าร้อยบาท และคนส่วนใหญ่ที่เข้าไปในร้านนั้นก็มักจะไม่สั่งจานที่ราคาต่ำสุดเสียด้วย เธอคิดใคร่ครวญบวกลบคูณหารเงินในกระเป๋าด้วยความหนักใจ เงินที่มีอยู่พอสั่งแค่อาหารจานเดียวเท่านั้น

หญิงสาวมองอย่างชั่งใจ  แต่เพื่อรักษาหน้าและกลบข่าวลือเรื่องที่เธอไม่มีเงินแล้ว หากเธอจะใช้บัตรเครดิตรูดค่าอาหารสักหน่อยคงไม่เป็นไร

“เอาสิจ๊ะ พี่เลี้ยงเอง”

มณีมัญช์เดินเชิดหน้าด้วยมาดงามสง่า สามสาวมองหน้ากันแล้วเดินตามหลังไปอย่างไม่มั่นใจนัก

 

มณีมัญช์นั่งแท็กซี่จากห้างสรรพสินค้ามาหน้าสยามมอล กะเวลาให้เกือบถึงเวลานัดกับคุณานนท์มากที่สุดเพื่อว่าจะได้ไม่ต้องอยู่แถวนั้นนานนัก เธอไม่อยากเจอคนรู้จักที่ไหนอีกแล้ว เพราะวันนี้วันเดียวเธอต้องสูญเงินในกระเป๋าไปเกือบห้าหมื่นบาท

“เฮ้อซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ นังเมี่ยงเอ๊ย” หญิงสาวถอนหายใจ พอรถจอดหน้าสยามมอล เธอมองนาฬิกา เป็นเวลาหกโมงเย็น และมองเห็นรถของคุณานนท์เพิ่งแล่นมาจอดเทียบพอดี เธอโล่งใจที่ไม่ต้องอยู่ที่นี่นาน จ่ายเงินค่าแท็กซี่แล้วลงมายืนอยู่แถวหน้าประตู แอบแฝงผู้คนผ่านประตูเข้าไปแล้วทำทีเหมือนเดินออกมา พอมาถึงรถเขาก็รีบเปิดประตูเข้าไป

“คอยนานไหมคะ”

“เพิ่งมาถึงเลยครับ” ชายหนุ่มส่งยิ้มให้ ดึงถุงของหลายอย่างจากมือเธอไปไว้ด้านหลังรถ “ขาช็อปเหมือนกันนะครับ”

“นิดหน่อยค่ะ ของจำเป็นต้องใช้ทั้งนั้นเลย หิวหรือยังคะ ไปหาอะไรกินกันดีกว่า ตามสัญญาค่ะ เมี่ยงเลี้ยงเอง” มณีมัญช์ฉีกยิ้ม ใจแป้วนิดๆ กับประโยค ฉันเลี้ยงเอง

“ก็ได้ครับ นี่ก็เย็นมากแล้ว คุณคงหิว”

“หิวมากค่ะ” หญิงสาวลากเสียงยาว ทั้งที่เธออิ่มอาหารอิตาเลี่ยนที่กินเข้าไปเมื่อสองชั่วโมงก่อนจนแทบจะสำรอกออกมาทางเก่าอยู่แล้ว

“ร้านอาหารจีนตรงนี้ดีไหมครับ อร่อย ไม่แพงด้วย”

“ได้สิคะ” คนหิวมากยิ้มระรื่น คำนวณในใจกับวงเงินในบัตรเครดิตที่จวนจะเต็มมิเต็มเหล่ แต่เพื่อรักษาหน้าตาที่มีอยู่มากเหลือเกินก็ต้องกัดฟันทน พอชายหนุ่มเลี้ยวรถมาจอดหน้าภัตตาคารที่เขาว่า หัวใจเธอก็ตุ้มๆ ต่อมๆ เนื่องจากเป็นร้านโปรดของบิดา และเธอรู้ว่ามันแพงมาก

ชายหนุ่มสั่งอาหารมาหลายอย่าง แม้ไม่พูดแต่ตาจับอากัปกิริยาของหญิงสาวอยู่ตลอดเวลา หากไม่เพราะได้ยินเสียงนินทาเรื่องเธอมาเข้าหู เขาก็คงไม่ได้ให้ความสนใจอะไรกับเธอมากนัก เพราะหลายอย่างที่ได้ยินได้ฟังมามันขัดกับที่เขาเห็น จึงอยากจะรู้ว่าระหว่างว่าที่ลูกสะใภ้คุณนายนพนภาหมายเลขหนึ่งกับหมายเลขสอง ใครกันแน่ที่โกหก

“งานที่สยามมอลสนุกไหมครับ”

“ไม่หรอกค่ะ เหนื่อยออก แต่ก็คงไม่สู้งานของหมอครุฑมั้งคะ ชีวิตคนเป็นร้อยเป็นพันอยู่ในกำมือ อย่างเมี่ยงคงทำไม่ได้”

“ก็เครียดครับ เหนื่อยด้วยแต่พอเราเห็นคนไข้ฝากความหวังไว้กับเรา เราก็จะเหนื่อยจะท้อไม่ได้ ดึกดื่นแค่ไหน กำลังหลับสบายอยู่ยังไง ถ้ามีคนรอเราอยู่ เราก็ต้องไป” นายแพทย์หนุ่มบอกตามที่เขารู้สึกจริงๆ ทำให้หญิงสาวอดยิ้มออกมาไม่ได้

“แหมชักอยากลองทำงานในโรงพยาบาลดูบ้างแล้วสิคะ”

ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นแล้วลองหยั่งเชิง “ลองดูไหมละครับ ยังมีว่างอีกหลายตำแหน่ง”

“จริงเหรอคะ เมี่ยงสนใจมากเลยค่ะ” มณีมัญช์ตกหลุมพราง เพราะคิดแค่ว่าหากได้ทำงานใกล้ๆ เขา โอกาสที่เธอจะทำให้เขาตกหลุมรักภายในห้าสิบแปดวันก็เป็นไปได้สูง จึงไม่ทันไตร่ตรอง เพิ่งมานึกได้ก็ตอนชายหนุ่มเอ่ยขึ้น

“แต่น่าเสียดายนะครับที่คุณเมี่ยงต้องทำงานที่สยามมอล”

“เอ่อจริงด้วยนะคะ” หญิงสาวยิ้มเจื่อน แต่ไม่อยากให้โอกาสที่จะได้ทำงานกับเขาหลุดลอย “แต่อีกหน่อยเมี่ยงก็ไม่ได้ทำงานที่สยามมอลแล้วละค่ะ”

“ทำไมเหรอครับ”

“เมี่ยงคงยังไม่ได้บอก ว่าเมี่ยงทำงานที่สยามมอลในตำแหน่งผู้บริหารคนหนึ่ง เพราะคุณพ่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่นั่น พอท่านเสียเมี่ยงก็เลยต้องมาทำงานแทน แต่อาของเมี่ยง น้องสาวของคุณพ่อเขาทำงานร่วมกับคุณพ่อมานานค่ะ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสยามมอลมาด้วยซ้ำ เมี่ยงว่าเขาเหมาะสมที่สุดที่จะทำงานในตำแหน่งนี้ เมี่ยงยังเด็กเกินไปที่จะทำหน้าที่สำคัญแบบนั้น เมี่ยงก็เลยคิดว่าจะยกตำแหน่งนี้ให้ แล้วเมี่ยงรอแค่เงินปันผลดีกว่า”

“น่าเสียดายนะครับ ถ้าคุณเมี่ยงจะวางมือ”

“ทำยังไงได้ละคะ เมี่ยงไม่ถนัดจริงๆ เมี่ยงอยากทำงานแบบหมอมากกว่า”

คุณานนท์กระตุกยิ้ม คราวนี้ออกจะแน่ใจแล้วว่าใครเป็นคนโกหก แต่ก็ยังยอมเล่นไปตามเกมของมณีมัญช์ ชีวิตเขาไม่ค่อยมีอะไรให้ยิ้ม ให้ขำมากนัก ลองดูคนเล่นละครสดให้ดูหน่อยเป็นไร

“เอาสิครับ แล้วคุณเมี่ยงจบอะไรมา”

“บริหารค่ะ”

“มันก็ยังไม่ตรงกับตำแหน่งที่ทางเราต้องการนะครับ”

“แหมเสียดายจังนะคะ ไม่มีสักตำแหน่งเลยหรือคะ” หญิงสาวถามเสียงอ่อย แสนหงุดหงิดใจที่คุณานนท์ไม่ยอมข้ามสะพานที่เธอทอดไปให้เสียที คุณานนท์ทำให้เธอสูญเสียความมั่นใจไปไปจนเกือบจะหมด ทุกอย่างเธอต้องเป็นฝ่ายเสนอให้ก่อน และบังคับให้เขารับเสียด้วย

“ครับ”

หน้าที่เหี่ยวอยู่แล้วของมณีมัญช์เหี่ยวหนักเข้าไปอีก แต่เธอไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ยากๆ แบบนี้แหละ ถึงจะเหมาะกับผู้หญิงสวย มีคุณค่าอย่างมณีมัญช์ สกุลวัฒนา

หญิงสาวตักอาหารเข้าปากไปสองสามคำ เพราะยังอิ่มมากอยู่ เธอเริ่มงอนเขาขึ้นมาหน่อยแล้วจึงเลือกจะเงียบ คุณานนท์กลั้นยิ้มขำ ตักอาหารเข้าปากช้าๆ ทำเป็นไม่รู้ว่าหญิงสาวกำลังโกรธเขาอยู่ คิดจะจีบเขา ไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะ มณีมัญช์ต้องพิสูจน์ตัวเองอีกเยอะ

พอกินอิ่มแล้ว ชายหนุ่มก็เรียกพนักงานมาคิดเงิน พอได้ยินค่าอาหารแล้วมณีมัญช์ก็ถอนหายใจ เงินที่หมดไปในวันนี้คงทำให้เธอต้องกินบะหมี่แทนข้าวไปอีกหลายวัน

หญิงสาวควานหากระเป๋าสตางค์ในกระเป๋ายี่ห้อดัง ใบละเจ็ดหมื่นบาทที่ยังเหลืออีกหลายใบในตู้ ถ้าเอาไปขายสักใบสองใบก็คงทดแทนเงินที่จ่ายไปวันนี้ได้ แต่ที่ยังไม่ขายเพราะยังเสียดายอยู่

ไม่ทันที่บัตรเครดิตจะได้ผ่านมือเธอออกไป คุณานนท์ก็แย่งจ่ายเสียก่อน แต่เธอไม่ยอมเสียหน้าง่ายๆ

“เมี่ยงบอกแล้วนี่คะ ว่าจะเลี้ยงเอง”

“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณเมี่ยง ผมเป็นผู้ชายให้ผมเลี้ยงดีกว่า” เขาบอก มณีมัญช์ยิ่งเพิ่มคะแนนนิยมในตัวเขาขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

 ตอนแรกเธอแค่สนใจในรูปลักษณ์ภายนอก คือหน้าตาและฐานะของเขา แต่คราวนี้เธอเริ่มจะหลงรักเขาขึ้นมาจริงๆ เสียแล้ว

ผู้ชายคนนี้แหละพ่อของลูก เธอจะปล่อยหลุดมือไม่ได้เป็นอันขาด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha