กุหลาบนอกแจกัน

โดย: linin



ตอนที่ 30 : รุกหนัก 100%


ตอนที่แล้ว

“คุณ! เป็นผู้หญิงประสาอะไร”

“ภาษาไทยนี่แหละค่ะ เจอกันพรุ่งนี้เช้านะคะ แล้วอย่าลืมมารับให้ตรงเวลาด้วยนะ” หญิงสาวส่งจูบให้แล้วเดินตัวปลิวออกไป

หัวใจคนถูกขโมยจูบเต้นโครมคราม ทั้งที่มากกว่านี้ก็เคยโดนมาแล้ว ถึงเขาจะไม่ได้ไล่ล่าตามจีบผู้หญิงนอกจากจันทานี แต่ใช่ว่าเรื่องอย่างนั้นจะไม่เคย เพียงแต่ไม่ได้มีพร่ำเพรื่อเท่านั้น แต่ไม่มีผู้หญิงคนไหนเลยจะทำให้หัวใจเขาเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมาข้างนอกแบบนี้

“บ้าจริง” ชายหนุ่มพรูลมหายใจออกมาแรงๆ ประตูผลักเข้ามาอีกทำให้เขาสะดุ้ง จนพยาบาลหน้าห้องพลอยตกใจไปด้วย

“คุณหมอเป็นอะไรไหมคะ หน้าซีดจัง”

“เปล่าๆ ผมขอเข้าห้องน้ำสักห้านาที แล้วค่อยเรียกคนไข้มา” ชายหนุ่มบอกขึ้นแล้วเดินลิ่วไปในห้องน้ำ มองหน้าตัวเองในกระจกแล้วอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ตอนถูกมณีมัญช์จู่โจมจูบแก้ม เขาทำเหมือนเป็นเด็กหนุ่มอายุสิบห้าสิบหกที่ยังไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิง ป่านนี้แม่งูเพลิงคงหัวเราะเยาะเขาเข้าแล้ว

แม่งูเพลิง

คุณานนท์หัวเราะขำเมื่อนึกถึงงูร้ายในความฝัน รู้แน่แล้วคราวนี้ว่าแม่งูนั่นน่ะ ก็คือมณีมัญช์นี่เอง แต่เสียใจด้วย เรื่องที่แตกต่างจากความฝันก็คือ เขาไม่ยอมถูกรัดง่ายๆ

 

มธุจักษ์ฟังเพื่อนรักเล่าวีรกรรมของตัวเองจบก็ตาโต วางมือทาบอก ปากขมุบขมิบพึมพำบทสวดมนต์ไปมาซ้ำหลายรอบ

“พุทโธ ธัมโม สังโฆชะนีไทย เก้งกว้างอย่างฉันขอยอมแพ้ อาเมน”

“แหมแกก็แค่ขโมยจูบ ไม่ได้ปล้ำเขาสักหน่อย เว่อร์ไปแล้ว เขาเองก็ยังเคยจูบฉัน” หญิงสาวค้อนให้ แต่เมื่อนึกถึงคุณานนท์ก็หลุดเสียงหัวเราะดังๆ “นึกถึงหน้าหมอครุฑแล้วข๊ำขำนะแก ตลกชะมัด ตอนที่ฉันจูบเขานะ หน้างี้แดงเป็นลูกตำลึง”

“ฉันละไม่อยากเชื่อ ว่าแกจะเป็นคนแบบนี้”

“ฉันก็ไม่อยากเชื่อตัวเองเหมือนกัน ฉันทำอะไรลงไปก็ไม่รู้ ป่านนี้ เขาคงมองฉันเป็นผู้หญิงไม่ดีแน่เลย” หญิงสาวทำปากยื่น เอนตัวลงนอนพังพาบบนเตียงนอน ดึงหมอนมากอดแล้วบิดตัวไปมา ใบหน้าทั้งสองข้างแดงก่ำ ตาเป็นประกายวิบๆ จนมธุจักษ์เหล่ตามอง

“นังเมี่ยง

“หือ?”

“แกชอบหมอครุฑจริงๆ หรือคิดจะจับเขาเพราะเขาหล่อแล้วก็รวย”

“ตอนแรกก็เหตุผลนั้นนะ แต่หลังๆ ไม่ใช่ เขาเหมือนเป็นผู้ชายที่ฉันรอมานาน เขาไม่มองที่ความสวยของฉัน ไม่มาจีบให้ฉันรำคาญ แล้วเขาก็เป็นผู้ชายคนแรกด้วยที่ทำให้ฉันอยากเอาชนะ” หญิงสาวหยิกหมับไปบนหมอน ราวกับว่าหมอนนั่นคือบุคคลที่สามที่พูดถึง “แล้วฉันก็จะทำให้ได้ด้วย”

“แม่เจ้า”

“แกต้องช่วยฉันนะ”

“ช่วยยังไงยะ”

“ก็ช่วยฉันหาวิธีเข้าหาหมอครุฑนะสิ แล้วก็ช่วยกันผู้หญิงคนอื่นๆ ไม่ให้มายุ่งกับหมอครุฑของฉัน” หญิงสาวบอกจริงจังทำให้คนฟังห่อปาก

“ไม่ทันไร เรียกเต็มปากเต็มคำว่า หมอครุฑของฉัน ถามเขาก่อนเถอะย่ะ ว่าเขาอยากเป็นของแกหรือเปล่า เพราะเท่าที่ฉันดู เขาไม่ได้อะไรๆ กะแกเลยสักนิด”

“ของแบบนี้มันก็ไม่แน่หรอกย่ะ ถ้าเขาเป็นผู้ชายแท้ จะไม่หวั่นไหวไปกับผู้หญิงหน้าตาสวยๆ อย่างฉันเชียวเหรอใช่ไหม เขาก็แค่ผู้ชายปากแข็งคนหนึ่ง พอเจอง้างมากๆ เข้า เดี๋ยวก็อ้าเอง”

“นังเมี่ยง!” มธุจักษ์อ้าปากค้าง ตาโต มณีมัญช์จึงทุบอึกเข้าให้ที่ไหล่ขวา

“ฉันหมายถึงปากย่ะ คิดอะไรไปถึงไหน” หญิงสาวต่อว่าแล้วกระเด้งตัวลุกจากเตียง ดึงกระดาษและดินสอบนหัวเตียงออกมาลากเส้นระโยงระยางไปหมด

มธุจักษ์ชะโงกหน้ามาดู

“ทำอะไร”

“วางแผนจีบหมอครุฑ” มณีมัญช์ลากเส้นเชื่อมโยง เส้นทางจากบ้านเขามาโรงพยาบาล และผ่านสถานที่สำคัญอะไรบ้าง และระหว่างทางเธอจะต้องรู้ว่าเขาแวะที่ไหนเป็นประจำ มีผู้หญิงที่ไหนเป็นคู่แข่งบ้างนอกจากสรัลชนา “แกว่าถ้าฉันส่งดอกไม้ให้เขาทุกวัน จะโอเคไหม”

“ลิเกไปไหมยะ แกเป็นผู้หญิงนะ”

“ขืนฉันมานั่งแบ่งแยกเพศกันตอนนี้ บ้านฉันก็โดนยึดกันพอดี ตกลงเอาตามนี้แหละ ดอกกุหลาบแดงวันละหนึ่งดอก”

“ช่อไปเลยสิแก จะได้ดูหรูๆ หน่อย”

“มันแพง” มณีมัญช์ตวัดค้อน มธุจักษ์มองท่าทางตั้งอกตั้งใจของเพื่อนรักที่กำลังขีดเขียนวางแผนจีบผู้ชายแล้วอดหัวเราะออกมาไม่ได้ และเขาเพิ่งเห็นว่ามณีมัญช์ผู้เคยใช้เงินซื้อทุกอย่างแบบไม่คิด เริ่มเรียนรู้ศัพท์เพิ่มมาอีกหนึ่งคำแล้ว คือคำว่า แพง

“แล้วแกจะทำอะไรอีก ส่งดอกไม้อย่างเดียวนะเหรอ”

“ก็กำลังคิดอยู่ไง” หญิงสาวทำหน้าคิด “ฉันทำข้าวกล่องให้เขาดีไหมแก เหมือนพวกสาวเกาหลี ญี่ปุ่นทำให้ผู้ชายที่เขาหลงรักน่ะ”

“เชยที่สุด”

“มุกเชยๆ แบบนี้แหละแก จะได้ไม่ซ้ำใคร ทำทุกวันๆ เขาจะได้ชินกับฉันไง แล้วพอเขาเริ่มชิน ฉันก็จะค่อยๆ หายไป ให้เขากระวนกระวายใจเล่น”

“แล้วถ้าเขาไม่รู้สึกอะไรกับการที่แกหายไปล่ะ”

“แกอย่าพูดให้ใจเสียสิ” มณีมัญช์ทำตาแดงๆ แค่คิดว่าผู้ชายที่เป็นรักแรกจะไม่รู้สึกอะไรกับเธอเลยก็ใจหาย เสียงจึงเริ่มเครือ “มันต้องไม่เป็นแบบนั้นสิ”

“ฉันอยากให้แกเตรียมใจไว้ด้วย เผื่อว่าวิธีการจีบเห่ยๆ ของแกมันไม่ได้ผล”

“ไม่ได้ผลก็หาวิธีใหม่”

“นับเวลาไว้ด้วยล่ะ ว่าแกเหลือเวลาอีกแค่ห้าสิบกว่าวัน วันเส้นตายสลายโสดของแกงวดมาทุกทีแล้ว” มธุจักษ์เอ่ยเตือน หญิงสาวจึงถอนหายใจ บิดนิ้วตัวเองไปมา ไม่กล้าสบตากับเพื่อนรัก

“ถ้าถึงวันนั้นเขาไม่รักตอบ ฉันก็คง

“ยอมแพ้?”

“รวบหัวหวบหางหมอครุฑนะสิ ยังไงฉันก็ไม่ยอมปล่อยเขาไปให้ใครหรอก อยู่ๆ กันไป เดี๋ยวก็คงรักฉันเองแหละ” มณีมัญช์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อเรียกความมั่นใจตัวเองกลับคืนมา

“เฮ้ยแกเอาจริงเหรอ”

“ถ้ามีเวลามากกว่านี้ ฉันก็คงไม่ต้องใช้วิธีนางร้ายในละครแบบนี้หรอก แต่ทำยังไงได้ล่ะ ก็มันไม่มีทางเลือก ภาวนาให้เขารักฉันก่อนที่ฉันจะต้องใช้วิธีนั้นก็แล้วกัน” มณีมัญช์หันกลับมาสนใจกระดาษตรงหน้า ขีดเขียนขยุกขยิกอย่างตั้งใจ

“ถ้าตอนแกทำงาน ตั้งใจเหมือนตอนคิดวิธีหาผัว แกคงไม่โดนหลอกจนหมดตัวแบบนี้นะนังเมี่ยง” มธุจักษ์หัวเราะ ไม่สนใจตาขวางๆ ของเพื่อนรัก

“อย่ารื้อฟื้นความผิดพลาดในอดีตของฉัน มันปวดใจเข้าใจไหม

“ก็ได้ๆ แต่ตอนนี้จะเที่ยงคืนแล้ว แกอยากวางแผนอะไรก็วางไป ฉันจะนอน ง่วงจนตาจะปิด”

“จริงด้วยสิแก ฉันต้องรีบนอน เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นไม่ทันหมอครุฑ งั้นฉันนอนที่ห้องแกเลยแล้วกัน” มณีมัญช์ลุกขึ้นปุบปับ เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าดึงชุดนอนแบบของผู้หญิงของตัวเองที่อยู่ในตู้พร้อมผ้าเช็ดตัวออกมา ในตู้เสื้อผ้าของมธุจักษ์มีเสื้อผ้าเธออยู่หลายชุด จนหลายครั้งมธุจักษ์ยังค่อนขอดจะขอคิดค่าเช่า

หญิงสาวเดินหายไปในห้องน้ำ กลับออกมาอีกที เพื่อนรักก็หลับไปแล้ว

 


ตอนที่แล้ว


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha