ล่ารักเจ้าสาวแจ็คพ็อต (ผ่านพิจารณาทำละครช่อง One 31)

โดย: chineserose



ตอนที่ 5 : บ้านอุ่นรัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บ้านทาวเฮ้าส์สองชั้นสไตล์โมเดิร์น บริเวณด้านข้างเป็นสนามหญ้าและตกแต่งสวนสวย มีต้นหูกระจงสองต้นถูกปลูกเรียงกันเป็นคู่มันกำลังแผ่กิ่งก้านสาขางดงามให้ร่มเงาและสร้างบรรยากาศแสนสบายร่มรื่นไปทั่วบริเวณ

หลังจากได้ยินเสียงว่ามีใครสักคนกดกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นสามครั้งติดกัน ปภาณพิชญ์ก็เดินลงมาดู เห็นคนที่เธอคุ้นเคยยืนพิงรถจักรยานยนตร์บิ๊กไบค์ Dukati รอเจ้าของบ้านอยู่

นี่นายคนนั้นมาทำไมแต่เช้า?หญิงสาวสงสัยขณะก้าวเดินไปหน้าบ้าน

“นะ... นี่อะไร นี่นายกำลังจะทำอะไรหา?” ปภาณพิชญ์อึ้งกับสิ่งที่เห็นเมื่อคนรักกำมะลอของเธอหิ้วกระเป๋าเข้ามาในรั้วบ้าน แถมยังทำหน้าระรื่นไม่รู้ร้อนรู้หนาวอีกแน่ะพ่อคุณ!

“ก็ย้ายมาอยู่กับคุณน่ะสิครับ” ธันยาพัฒน์เอ่ยพร้อมรอยยิ้มระรื่น “ก็เห็นๆ อยู่ หิ้วกระเป๋าและขนข้าวของมาแบบนี้ ยังจะถามได้ มันชัดเจนไม่พอ?” ชายหนุ่มจำทางมาบ้านคู่รักสร้างแจ็คพ็อตของเขาได้แม่นยำ เพราะวันนั้นหลังถ่ายรายการเสร็จ เขาเองเป็นคนชวนเจ้าหล่อนไปเลี้ยงฉลอง ก่อนพามาส่งถึงบ้าน ตอนแรกที่มาถึงค่ำๆมืดๆ นึกว่าจะโดนพ่อเจ้าหล่อนแพ่นกบาลที่พาลูกสาวเขากลับดึกขนาดนั้น แต่ที่ไหนได้ แม่คุณเธออยู่คนเดียว มีหมาแมวจรจัดมาอยู่เป็นเพื่อนแบบชั่วครั้งชั่วคราว เขาก็รู้แค่นี้ บ้านหล่อนก็ออกจะน่าอยู่ เจ้าของบ้านก็ออกจะน่ารัก แต่ไม่ยักกะมีคนมาใช้ออกซิเจนร่วมด้วย มันเพราะอะไรนะ เขาชักอยากพิสูจน์ตั้งแต่คืนนั้น แล้วก็เช้านี้เขาก็มายืนตรงนี้แล้ว การพิสูจน์กำลังจะเริ่มต้นสินะ เขายิ้มมุมปากข้างหนึ่งส่วนแววตาลึกๆ แล้วเหมือนว่ากำลังใช้ความคิด มันดูเจ้าแผนการอย่างไรไม่รู้ สายตาเขามองกวาดไปทั่วบริเวณบ้านแล้วก็ทำให้พาลคิดฝันจินตนาการถึงตัวเองในอิริยาบถต่างๆ ในบ้านพร้อมๆ กับเธอ... ผู้หญิงอะไร ยิ้มสดใสเป็นบ้า!’ ทันใดนั้นร่างแบบบางของเจ้าหล่อนก็เดินหน้าหงิกน้อยๆ มาหาแขกผู้มาเยือนโดยไม่แจ้งล่วงหน้าอย่างเขา

“ว่าไงนะ? นายพูดอีกทีซิ” ปภาณพิชญ์ไม่เชื่อหูกับสิ่งที่ชายหนุ่มพูดนัก เขาคิดจะทำอะไรกันแน่

“ย้ายมาอยู่กับแฟนไงครับ” เขาตอบสีหน้ายังระรื่นเหมือนเดิมและมันทำให้ปภาณพิชญ์กำลังรู้สึกว่ากำลังถูกเขายั่วอารมณ์ยียวนกวนประสาทที่สุด

“แฟนอะไร?” ปภาณพิชญ์พูดไขสือ ใครเป็นแฟนเขากันล่ะ

“เบาๆ สิ” เขาจากเอื้อมเรียวนิ้วแกร่งแตะเบาๆ ที่ริมฝีปากจิ้มลิ้มอิ่มสวย

“เข้าไปคุยข้างในบ้านกันเถอะ” เขาคะยั้นคะยอ หญิงสาวถอนหายใจอย่างหงุดหงิดกับแขกผู้มาเยือนที่ไม่แจ้งล่วงหน้า แบบนี้มันน่าให้เข้าบ้านมั้ย

“อะไรเนี่ย? คุณจะหาโอกาสเข้าบ้านฉันใช่ไหม? ออกไปเลยนะ!” ปภาณพิชญ์ขับไล่เขาแต่คนหน้าตายยื่นนิ่งทำหน้ามึนจนเธอเริ่มปวดขมับเพราะไม่รู้จะจัดการกับเขาอย่างไรดี

คนบ้าอะไรทำไมหน้าด้านขนาดนี้เนี่ย?เธอคิดตำหนิจนคิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากัน

“ใช่ครับ เร็วสิ ขอผมเข้าไปจะอธิบายให้ฟัง เร้ว!!

เมื่อธันยาพัฒน์เดินเข้ามาภายในบ้าน สายตาคมกริบของชายหนุ่มที่ถูกเลี้ยงมาแบบเจ้าระเบียบเล็กน้อย เพศชายน่ะรักความสะอาด ชอบความเนี้ยบ แต่ถ้าให้ทำ ไม่มีทางซะละ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายหนุ่มลูกคุณหนูอย่างเขา มันจึงติดเป็นนิสัยรักความสะอาดมาอย่างไรละ เขามองสำรวจไปรอบๆ ภายในบ้าน การจัดวางสิ่งของ การประดับของตกแต่งภายในบ้าน การเลือกใช้โทนสีทาผนังห้อง ชั้นวางหนังสือ เขาแอบตัดสินหญิงสาวคนนี้ในใจว่าเจ้าหล่อนเองก็เป็นคนมีรสนิยมอยู่ไม่น้อย แถมยังมีระเบียบ ก็บ้านโปร่งโล่งสบาย ให้ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย สบายใจตั้งแต่นาทีแรกที่ย่างก้าวเข้ามา

“ตอนนี้ไม่รู้มีนักสืบแอบดูพฤติกรรมเราหรือเปล่า คุณคงจำเรื่องที่มีคนขู่ว่าจะเปิดโปงเรื่องของเรากับทางรายการเกมโชว์ชื่อดังได้ใช่ไหมล่ะ?” ธันยาพัฒน์อ้างถึงเสียงโทรศัพท์ปริศนาหลังวันที่เขากับปภาณพิชญ์เอาเช็คไปเปลี่ยนที่บริษัทต้นสังกัดของรายการเกมโชว์ชื่อดัง ถึงวันนี้ก็ไม่รู้ว่าเสียงปริศนานั้นคือใคร

“อืม” ปภาณพิชญ์พยักหน้าหงึกๆ

“คุณลืมไปแล้วหรือที่ผมเคยเล่าให้ฟังไง ว่ามีคนโทรมาขู่ผมเมื่อไม่กี่วันมานี้ว่ารู้จักคนในรายการ แล้วเขายังรู้ว่าเราไม่ใช่แฟนกันจริงๆ เพราะวันนั้นที่เราไปกินข้าวแล้วทะเลาะกันเพื่อแย่งเช้คจนมันขาด มีคนไม่หวังดีได้ยินที่เราทะเลาะกัน”

“จริงด้วย... ฉันลืมไปเลย”

“นั่นล่ะ แต่โชคดี ผมปากแข็งไป ยืนยันว่าเรารักกันและเป็นแฟนกันจริงๆ คราวนี้เราต้องแสดงครั้งยิ่งใหญ่พื่อตบตาคนทั้งโลกจนกว่าเงินรางวัลจะเข้าไปนอนในบัญชีเงินฝากของเราสองคน โอเคมั้ย”

“เอ่อ...” หญิงสาวอึกอัก แต่พูดอะไรไม่ออกจริงๆ เลยตอนนี้ สมองไม่ทำงาน มันมึนๆ ตื้อๆ ไปหมด เรื่องราวมันเกิดขึ้นไวมาก เดี๋ยวดีใจเพราพจะได้ตังค์ อีกบัดเดี๋ยวก็จะต้องทำใจเพราะเงินรางวัลทำท่าจะปลิวหายไปกับสายลม ปภาณพิชญ์ตั้งรับไม่ทัน

“ฉะนั้น เพื่อความสมจริง เราต้องเล่นละครแสดงเป็นคนรักกันให้แนบเนียนที่สุด” ชายหนุ่มสรุปหน้าตาจริงจัง

“แนบเนียน?” หญิงสาวเอ่ยทวน

“ก็ใช่น่ะสิ! ใครจะรู้ว่ามีนักสืบวนเวียนแถวนี้หรือเปล่า?” สำหรับเขา การเป็นคู่รักกำมะลอ จะต้องไม่ใช่แค่การตบตานักสืบ หรือทีมงานจากรายการโทรทัศน์เท่านั้น แต่เขาและเธอจะต้องเป็นคู่รักกำมะลอที่ตบตาคนทั้งโลกด้วย ตลอดเวลานับจากนี้ จนกว่าจะได้รับการยืนยันจากทางรายการว่าพวกเขาแน่ใจว่าทั้งสองเป็นคู่รักกันจริงๆ นั่นล่ะ แต่ตอนหน้า หน้าที่เขาคือเกลี้ยกล่อมยังไงก็ได้ให้หญิงสาวยอมให้เขาเข้าไปอยู่ในบ้านเธอแต่โดยดี

“ฉะ... ฉันว่ามันไม่โอเค” หญิงสาวหรี่ตามองเขาอย่างครุ่นคิด มันไม่ใช่เรื่องง่ายกับการที่จะอ้าแขนรับคนที่เพิ่งรู้จักกันให้เข้ามาอยู่ร่วมชายคา แถมต้องมาอยู่ในฐานะคนรัก ต่อให้เป็นเพียงการเล่นละครตบตาใครก็ตาม

มันเสี่ยงเกินไป

“ผมจะอยู่ที่นี่สักพัก และแสร้งทำเป็นว่าเราเป็นแฟนกันรักกันปานจะกลืน” เขาสรุปอย่างจงใจตัดบท แล้วยังเดินสำรวจไปทั่วบริเวณบ้าน ท่าทางอย่างกับเข้ามาในบ้านตัวเองไม่มีผิด

“ไม่นะ! ฉันไม่โอเค” หล่อนรีบค้าน ดวงตากลมโตสีนิลวาววับน่าค้นหาเบิกกว้างและขึงใส่เขาอย่างตำหนิ เขากำลังคิดจะทำอะไร มีคนดีๆ ที่ไหนยอมให้คนที่ยังไม่รู้จักมักจี่ถึงธาตุแท้มาใช้ชีวิตร่วมชายคาด้วยเล่า

ไม่บ้าก็คงโง่แล้วกระมัง ดวงตากลมโตมองสำรวจเขา ต่อให้จัดว่าเป็นชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีก็เถอะ แต่นั่นมันไม่ใช่เหตุผลที่เจ้าหล่อนจะยินยอมให้เขามาอยู่ในบ้านด้วยง่ายๆ หรอกนะ

“งั้นเราคงต้องรอให้มีหลักฐานปรากฏว่าเราน่ะมันแฟนกำมะลอ” เขาหยุดเว้นช่วง สายตาคมจ้องหน้าคนสวยนานอย่างแน่วนิ่ง “แล้วก็รอทางรายการนั่น ฟ้องร้องเรียกคืนเงินรางวัล หวังว่าคุณคงยังไม่ใช้เงินพวกนั้น”

ยังไม่ใช้ที่ไหนละ มันหมดตั้งแต่วันแรกที่เอาเช็คไปขึ้นเงินแล้ว

“ว่าไง?” เขาถามย้ำเป็นการรบเร้าเอาคำตอบ หญิงสาวตวัดสายตามองอย่างเอาเรื่อง คนอะไรจะมาอยู่บ้านเขา ยังมาคาดคั้นกันอีก มาแบบไม่ทันตั้งตัวแบบนี้

“คุณจะเอาไง?” เธอถามกลับ หน้าเริ่มงอ

“แสดงว่าเงิน... คุณก็ต้องการสินะ” เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งขณะเปรยเสียงเรียบเรื่อย เธอตวัดตาตำหนิเขาอีกรอบ

“...” หญิงสาวนิ่งเงียบงันเพราะสิ่งที่เขาเดามันดันเป็นเรื่องจริงเสียยิ่งกว่าจริง มันก็ต้องการทุกคนนั่นล่ะ ทำงานก็เพื่อเงิน มาเล่นเกมนอกจากง้อแฟน ก็อยากได้เงินด้วยนั่นแหละ มันผิดหรือไงเล่า!

“ผมขออยู่ทีนี่ ในฐานะ คนรักของคุณ แต่สัญญาผมจะไม่แตะต้องคุณ... ให้เสียหาย” เขาให้คำมั่น คนหน้าสวยมองหน้าเขา สายตาเขาดูหนักแน่นและจริงใจ “นอกเสียจากว่า... คุณจะอ่อยผม...” เขาลากเสียงยาว ส่งสายตาเยิ้มมาที่เจ้าหล่อน รอยยิ้มร้ายเล่ห์ประดับบนใบหน้าเขาก่อนทิ้งท้าย “หรือสมยอม!

“บ้า! ใครจะไปอ่อยยะ อย่างคุณมันน่าอ่อยนักเรอะ” หญิงสาวตวาดแว้ด หากหน้าเริ่มแดงโดยไม่ทราบสาเหตุ เขากลับยิ้มกรุ้มกริ่ม

“มันก็ไม่แน่หรอก สาวๆ สมัยนี้ชอบซ้อนท้ายซุปเปอร์ไบค์นะคร้าบ” เขาแกล้งพูดล้อ ท่าทางยียวนกว่าทุกครั้ง ดูเหมือนเขาจะแสดงออกว่าใกล้ชิดสนิทสนมกันเกินไปแล้ว เธอยังไม่ตัดสินใจเลยว่าจะให้อยู่ด้วยหรือเปล่า แล้วเรื่องซ้อนท้ายรถเขา ใครบอกยะ ว่าอยากซ้อนท้ายด้วยน่ะ

“ไม่ใช่ฉันย่ะ มันไม่ปลอดภัย” เธอค้าน ตวัดสายตาใส่เขาอย่างขึงโกรธ หญิงสาววางท่าทีดุเอาเรื่อง นี่เธอมาถึงจุดนี้ได้อย่างไรกัน จุดที่มีชายหนุ่มที่เพิ่งรู้จัก หอบเสื้อผ้าเข้ามาอยู่ในบ้านเนี่ย

“ผมไม่ทำอะไรสาวทึนทึกหรอกครับ”

“ทึนทึก? ใครทึนทึกยะ? ปากน่ะ พูดให้มันดีๆ นะ!” เธอตวัดสายตาดุเขา ยังไม่พอยังเดินอ้าวเข้าไปผลักเขา ไล่ออกจากบ้านไปอย่างไม่ใยดี

“อะไรกันคุณ ไล่ผมทำไม นี่เราคุยกันไม่รู้เรื่องใช่มั้ย?” เขายังทำหน้าตีมึน

“ใช่ ไม่รู้เรื่อง ออกไปเลยค่ะ มาทางไหน กลับไปทางเดิมนั่นล่ะ” เจ้าของบ้านก็ตวาดกลับซะเลย ให้รู้เสียบ้างว่ากำลังเล่นกับใครอยู่

“เอะอะอะไรกันจ๊ะหนูโยเกิร์ต” เสียงคุณน้าเพื่อนบ้านช่างเม้าท์ คุณป้าเนียน แกเนียนสมชื่อ ก็จะไม่เรียกว่าเนียนได้ยังไง ใครๆ ก็รู้ว่าป้าเนียนแกเพียรสอดรู้ไปเสียทุกเรื่อง ไม่มีเรื่องไหนจะเล็ดรอดไปจากสายตาฉับไวปานสัปปะรดของป้าเนียนไปได้ อย่างวันนี้ ทั้งที่บ้านแกอยู่คนละซอย แต่ไหงมาโผล่หน้าบ้านปภาณพิชญ์ได้ แถมยังส่งเสียงทักทายถามไถ่เข้ามาอีก

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะป้าเนียน... วันนี้ลมอะไรหอบมาแถวนี้คะ”

“อ๋อ... พอดี นังน้าแจ่มบ้านข้างๆ ที่รับจ้างซักรีด ฝากป้ามาส่งผ้าบ้านถัดไปน่ะจ้ะ พอดีส่งผ้าเสร็จ ผ่านมาได้ยินเสียงโวยวายอะไรกันจ๊ะ” เพื่อนบ้านเรด้าการสอดรู้สอดเห็น ประดุจญาติผู้น้องกับกูเกิ้ลตอบแบบแถๆ

“อ๋อ ไม่ได้โวยหรอกค่ะ”

“คนรักกัน ทะเลาะกันนิดหน่อยฮะคุณป้า” หนุ่มหน้านิ่งฐานะแฟนกำมะลอตอบออกไปหน้าตาเฉย พูดจาอะไรไม่เคยจะปรึกษา เจ้าถิ่นยืนหัวโด่อยู่นี่ เคยคิดจะถามก่อนไหม ซี้ซั้วพูดออกไปบัดเดี๋ยวได้เป็นข่าวฮอทข่าวล่าประจำหมู่บ้านหรอก

“นี่คุณ ไปพูดงั้นได้ไง ยังไม่รู้จักไปคุยทึกทักงั้นได้ไงหา” เธอคำรามรอดไรฟัน อีตาบ้านี่ไม่รู้กิตติศัพท์ป้าเนียนเพียรเม้าท์ ขาประจำหมู่บ้านซะแล้ว ป้าเนียนผู้รู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องตัวเอง เป็นทั้งนักข่าวกอสสิบและประชาสัมพันธ์โดยมิได้รับเชิญของคนทั้งหมู่บ้าน ลองแกรู้อะไรจะทำตัวเป็นลำโพง โพนทะนาไปทั่ว

“อ้าว ก็คุณน้าแกถามไถ่ คุณนี่จะไม่มีมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านเลยเรอะ”

“มีย่ะ แต่ฉันเลือก”

“เอาไง เรื่องของเราจะเอาไงล่ะ”

“ตกลงอะไรกันอยู่เหรอจ๊ะ อ้าวๆ เดี๋ยวๆ นี่หนูโยเกิร์ตมีแฟนแล้วเหรอลูก เห็นอยู่เป็นสาวโสดมานานปี หาผัวได้แล้วเรอะ” เพื่อนบ้านช่างเม้าท์ตะโกนข้ามรั้วเข้ามาถาม หน้าตาเบิกบานคล้ายๆ แสดงความยินดีจนแทบอยากลงทุนจุดพลุฉลองให้กับความซิงระยะสุดท้ายของเพื่อนบ้านสาว หากความจริงแล้วคือมีข่าวใหม่ให้น้าแกได้เม้าท์ล่ะสิไม่ว่า

“อ๋อครับๆ”

“นี่คุณ” เธอแหวใส่ ตวัดสายตาปรามแต่ก็เหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นมาเลย

“โอ้ย เจ็บนะคุณ” เขาอุทานลั่นเมื่อถูกหญิงสาวหยิกเล็บลงที่ท้องแขนจุดอ่อนที่ถูกโจมตี

“อย่าพูดมาก เข้าไปตกลงในบ้านเลย” ขู่เสียงเขียวแถมขึงตาใส่อย่างเอาเรื่อง แม่สาวน้อยขี้แยในวันก่อน บทจะดุ ก็เอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย

“ตกลงกันตามประสาคนรักกันน่ะค่ะน้าเนียน น้าเสร็จธุระแล้วยังไม่กลับอีกเหรอคะ โยเกิร์ตขอตัวก่อนนะคะ” ว่าแล้วก็หันหลังเดินเข้าบ้านทันที ขืนต่อความยาวสาวความยืด เป็นต้องมีเรื่องให้น้าเนียนได้เก็บข้อมูลไปขยายต่อแบบตีไข่ใส่ข่าวกันให้วุ่น เราะเท่านี้แค่ได้ยินเธอกับเขาเถียงกันไม่กี่ประโยค น้าเนียนแกก็เอาไปเม้าท์ได้เป็นซีรี่ส์เลยเชียวล่ะ สมญานามของน้าเนียนไม่ใช่ได้มาแบบเล่นๆ นะ มันได้รับการพิสูจน์มาแล้ว การันตีโดยสมาชิกหมู่บ้านนั่นเอง

หลังจากทั้งสองเข้ามาในบ้าน หญิงสาวก็ไปซุ่มแอบดูเพื่อนบ้านอาวุโสหลังผ้าม่าน แกยังชะเง้อชะแง้เข้ามามองสำรวจในบ้าน รถของชายหนุ่ม ด้อมๆ มองๆ อยู่นานหลายนาทีก่อนจะปั่นจักรยานจากไป ดูสีหน้าแกตื่นเต้นไม่เบาที่จะมีเรื่องใหม่ๆ ให้บริหารขี้ฟันของคนแก่ขี้เหงา

เธอหันหน้ามาจ้องเขม็งที่ตัวดีอย่างธันยาพัฒน์

“สนุกนักใช่มั้ย พูดไปไม่คิด ป่านนี้น้าแกเอาไปเม้าท์ต่อแล้ว”

“เม้าท์ก็ช่างสิ เราบริสุทธิ์ใจนะคุณ”

“แล้วคนอื่นจะเชื่อมั้ยล่ะ ยิ่งคุณมาแบบนี้”

“ก็นั่นแหละ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว อย่าลืมสิ เราต้องแสดงเป็นคู่รักกัน เพื่อเงินรางวัลนะ ท่องไว้”

“ไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้มั้ง” เธอคราง

“ต้อง!” เขาเอ่ยน้ำเสียงชัดเจน

“คุณนี่ยังไงนะ” เธอโต้อย่างนึกฉุน

“เอาล่ะ ผมซีเรียสนะ เราต้องอยู่ด้วยกันสักพัก ผมสัญญาจะไม่แตะต้องคุณเลย และเราจะจบกัน ทางใครทางมันทันทีที่เราได้เงินรางวัล โอเค๊”

“อะๆๆ ก็ได้...” เธอตอบรับอย่างฉุนๆ ส่งๆ ไปอย่างตัดรำคาญ เพราะถ้าไม่สรุปอย่างนี้ อีตาบ้านี่ก็ไม่ยอมหยุดแน่นอน “งั้นก็ได้ คุณนอนคนละห้องกับฉัน แต่เดี๋ยวอย่าเพิ่งดีใจไป” เธอท้วง

“เพราะ?” เขาเอ่ยถาม ดวงตาคมมองมาด้วยประกายสงสัย

“ช่วงแรกๆ คุณนอนที่โซฟาข้างล่างนี่ล่ะ จนกว่าฉันจะมั่นใจได้ว่านายน่ะจะไม่ทำลุ่มล่ามกับฉัน” หล่อนตั้งป้อม และยังคงตีหน้าดุ

“แน่นอน... ผมไม่ทำอะไร สาวทึนทึกอย่างคุณแน่... นอกเสียจากว่า” นี่เขาว่าเธอเหรอ เขากำลังคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ได้ข่าวว่าหิ้วกระเป๋าใบเดียวเข้ามาจะอยู่กับเธอไม่ใช่เหรอ จะมาค้างบ้านเค้า ยังปากดีอีก มันไม่ควรอย่างยิ่งที่จะให้เฉียดกายเข้ามาใกล้

หญิงสาวคิดมาถึงตรงนี้ก็คิดสารพัดวิธีที่จะไล่เขา หรือกวนประสาทตานั้นยังไงก็ได้ให้ไปจากเธอซะ

“ว่าอะไร?”

“คุณจะปล้ำผม.. ยั่วผมก่อนน่ะสิ” เขาตอบอย่างคนมั่นใจในตัวเอง

“คนบ้า! ออกไปเลยนะ! หญิงสาวแผดเสียงไล่

“ฮ่าๆๆๆ” เสือยิ้มยากไม่เพียงแต่เผยรอยยิ้มสดใสสุดหล่อละลายใจแต่เขามีเสียงหัวเราะเมื่ออยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้

ปภาณพิชญ์... โยเกิร์ตผสมยาพิษที่ตอนนี้ออกฤทธิ์ต่อหัวใจเขาเข้าแล้วแม่คุณ!

“ก็ถ้าคุณเต็มใจมันก็อีกเรื่อง” เขาสรุป

“นี่ฉันยอมให้ตัวอันตรายเข้าหายใจใต้ชายคาเดียวกันหรือเปล่าเนี่ย?”

“ผมไม่อันตรายขนาดนั้นหรอก บอกแล้วไงล่ะว่า ถ้าคุณไม่เต็มใจ... ผมก็ไม่แตะต้องคุณแม้ปลายเส้นผม โอเค๊?” เขาเปล่งเสียงสูงปรี๊ดเป็นสำเนียงแบบฝรั่งที่หมายถึงเป็นประโยคคำถาม แต่ไม่หรอก เขาไม่ต้องการคำตอบเพราะหนุ่มหน้าตายใจเย็นชาคนนี้ก็ดูจะเป็นจอมเผด็จการอยู่ไม่น้อยเลย

“ฉันตกลง” ปภาณพิชญ์ตอบ

“งั้นดีเลย เราเริ่มสวมบทบาทคนรักกันนับแต่นาทีนี้เลยนะ” เขาโมเม “เพราะไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ก็มีพยานรู้เห็นตั้งหนึ่งคน” บุรุษหน้าเดียวแต่มีสายตาเจ้าเล่ห์โน้มหน้าลงมากระซิบเธอที่ข้างใบหูจนหญิงสาวต้องขยับหน้าหลบและจู่ๆ ก็รู้สึกร้อนวูบวาบที่แก้ม และใบหน้าสวยที่มีสีแดงเรื่อราวกับว่ามีใครเอาสีชาดที่ไว้เจิมหน้าผากของสตรีอินเดียมาปาดที่แก้มเธออย่างนั้นล่ะ เขาชอบ... เวลาที่หญิงสาวเขินอายแบบนี้และยิ่งพึงพอใจมากๆ ที่เธออายเพราะเขา นับจากนี้เขาจะได้เห็นอาการน่ารักแบบนี้ของเธอบ่อยขึ้น

มีความสุขจริงผู้ชายหน้าเดียวแต่แสนร้ายเล่ห์คิดด้วยหัวใจเต้นตึก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha