ลิขิตรักปรารถนาเถื่อน

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ตอนที่ 1 : ชีวิตสาวถึก


ตอนต่อไป

ตอนที่ 1...

          ารจราจรบนถนนสายหลักของกรุงเทพมหานครยามเช้าคับคั่งไปด้วยเหล่ายานพาหนะทุกชนิดที่ต่างก็มีจุดมุ่งหมายแตกต่างกันไป สัญญาณไฟแดงที่ติดเอาแทบทุกระยะร้อยเมตรเป็นอย่างต่ำส่งผลให้การจราจรติดกันเป็นแถวยาวเหยียด ซึ่งคนกรุงเทพก็เข้าใจกันดีว่ามันคือปัญหาที่รัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขได้ตอนนี้พอๆ กับปัญหาภาวะโลกร้อนที่ทั่วโลกหันมาสนใจอยู่ขณะนี้

 แต่ถึงยังไงคนส่วนมากที่เริ่มคิดได้ก็เริ่มหันมาใช้บริการรถไฟฟ้าหรือรถโดยสารแทนเพื่อต้องการลดจำนวนยานพาหนะ แต่มันคงไม่ง่ายสำหรับคนที่ตื่นนอนสายอย่างเหมยลี่เพราะเธอไม่อาจเปลี่ยนนิสัยจากคนนอนตื่นสายมาตื่นเช้าแล้วมานั่งแย่งที่นั่งรถโดยสารกับคนอื่นๆ ได้หรอก มันผิดวิสัยคนอย่างนางสาวเหมยลี่จริงๆ

 หญิงสาวส่ายหัวให้กับความคิดอันไม่สมเหตุสมผลของตัวเอง ก่อนจะเปิดวิทยุฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์ และใช้เวลากับรถที่กำลังติดอยู่ในขณะนี้กินอาหารมื้อเช้าเธอไม่เคยตื่นทันมากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวเลยสักครั้ง

นี่แหละชีวิตในช่วงเช้าที่แสนจะจำเจเอามากๆ สำหรับเธอ

เหมยลี่ขับรถไปเรื่อยๆ จากบ้านถึงที่ทำงานโดยใช้เวลาไปทั้งหมดสามสิบกว่านาทีและภายในสามสิบกว่านาทีนั้นยังทำให้เธอได้เห็นอะไรหลายๆ มุมของผู้คนบนโลกใบนี้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

มีสองความคิดที่แตกต่างกันในมุมมองของเธอ

มันน่าทึ่งมากที่เด็กนักเรียนบางกลุ่มช่วยกันเป็นคนดีมีน้ำใจพาคนเฒ่าคนแก่เดินข้ามถนนทางม้าลาย...นี่แหละเยาวชนรุ่นใหม่ของชาติที่ประเทศกำลังต้องการ...

ตรงกันข้ามก็รู้สึกเศร้าใจที่เห็นเด็กกลุ่มหนึ่งต้องมานั่งขอทานตามทางเดินสะพานลอย...นี่ก็เยาวชนที่ทางการน่าจะต้องให้การช่วยเหลือ...

เธอมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาท่าทางยุ่งๆ  เหมือนกันหมด...

นี่กระมังชีวิตคนกรุงเทพที่มันไม่ได้สวยหรูเหมือนอย่างที่คนต่างจังหวัดคิดหรือเข้าใจกัน

หญิงสาวรีวิไลคนจะศรีวิไลตามไปด้วย ฉันหาวเป็นรอบที่สามนับตั้งแต่ออกจากบ้าน แต่ครั้งนี้เธอขอหาวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะบริหารกายโดยการส่ายหัวไปมาและใช้สองนิ้วมือนวดขมับเบาๆ เพื่อไล่ความง่วงหงอยในตัวออกไปให้หมดสิ้น ทันทีที่สัญญาณไฟเขียวขึ้นเจ้าของร่างงามก็หยุดบริหารกายก่อนจะขับรถออกเดินหน้าสู่บริษัท

            ปากอิ่มยิ้มสดใสเมื่อวันนี้เธอเข้าออฟฟิศเช้ากว่าทุกวันซึ่งมันเป็นเรื่องที่ไม่ได้เห็นกันง่ายๆ สำหรับสาวบ๊องอย่างเธอ  หญิงสาวเข้าทำงานในบริษัทที่มีพลอยฟ้าเพื่อนสนิทเป็นผู้บริหารซึ่งเป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับอุปกรณ์สื่อสารเธอเริ่มต้นทำงานนี้เป็นงานแรก

            จวบจนกระทั่งตอนนี้ก็เลือกที่จะทำต่อเพราะถูกใจเป็นพิเศษยิ่งมีเจ้านายที่แสนดีอย่างพลอยฟ้าเป็นเพื่อนก็ยิ่งไม่รั้งไม่ให้เธอไปไหนได้ดังนั้นเหมยลี่เลยคิดว่าจะทำงานในบริษัทผลิตอุปกรณ์สื่อสารนี้ต่อไป

            ตอนนี้นอกจากเธอจะทำหน้าที่เป็นเลขาพลอยฟ้าแล้วหญิงสาวยังมีส่วนร่วมในการออกแบบมือถือโฉมใหม่ที่กำลังจะคลอดออกสู่ตลาดโลกในเร็วๆ นี้ แต่ก็ต้องรองบประมาณสนับสนุนจากหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทอีกตามเคย

            “ยัยเหมย...นั่นเธอจริงเหรอ” ทันทีที่เห็นร่างบางเดินเข้ามาในห้องทำงานพลอยฟ้าก็กล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงที่ดูแปลกใจไม่น้อย เพราะทุกวันถ้าเข็มนาฬิกาไม่ชี้ไปที่เลขเก้าเธอจะไม่เห็นเงาของเพื่อนแต่วันนี้ เหมยลี่มาสายเร็วกว่าทุกวัน

คนในร่างบางเผยรอยยิ้มหวานเล็กน้อย จะว่าไปคำพูดของพลอยฟ้าวันนี้ถือว่าเป็นคำพูดที่เหมยลี่คิดว่ามันน่าฟังมากที่สุดเท่าที่เธอเคยทำงานมา ก็ทุกๆ เช้าวันทำงานของหญิงสาว เธอมักจะได้ยินพลอยฟ้าบ่นว่า

มาทำงานสายอีกตามเคยนะแก ไอ้เหมย

เธอฟังพลอยฟ้าบ่นตั้งแต่วันทำงานวันแรกบ่นโน่นบ่นนี่แต่เหมยลี่ก็ไม่ถูกไล่ออกเสียที นั่นคงเป็นความโชคดีของหญิงสาวด้วยกระมั่งที่มีเพื่อนอย่างพลอยฟ้าเป็นเจ้าของบริษัท

เหมยลี่ยังคงทำหน้าระรื่นยิ้มหวานให้เพื่อนสาวตรงหน้าก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานของพลอยฟ้าแล้วมานั่งโต๊ะประจำตำแหน่งของเธอที่อยู่ด้านหน้าห้องของพลอยฟ้าโดยมีร่างของเพื่อนสาวเดินตามหลังมาด้วย

ถึงแม้ในใจจะรู้สึกอ้างว้างเพียงใดก็ตาม ตอนนี้หญิงสาวก็มีอายุปาเข้าไปยี่สิบเจ็ดปีแล้ว แต่กลับไม่มีวี่แววว่าจะมีใครสักคนมาสนใจอย่างจริงๆ จังๆ ผิดกับรุ่นน้องที่ทำงานด้วยกัน ต่างก็พากันไปมีครอบครัวกันเกือบหมดแผนกแล้ว   

ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ ว่าแกจะมาก่อนเก้าโมงได้ พลอยฟ้ายังคงตามมาพูดคุยด้วย

ไม่รู้สิ สงสัยฉันคงดูนาฬิกาผิดมาเหมยลี่ยังคงฉายแววยิ้มหวานใส่พลอยฟ้าอยู่ ใครจะรู้ว่าเหมยลี่ที่หลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า

บ้างานจนไม่มีเวลามองหาผู้ชาย

จะกำลังรู้สึกเหงาเพียงใด พวกเขาคงไม่รู้หรอกว่าทุกคำพูดต่างๆ นาๆ ที่พวกเขาพูดมานั้น มันซ้ำเติมความรู้สึกของเธอมากแค่ไหน เพราะแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เธอก็ไม่อาจจะลืมผู้ชายที่ชื่อ พอล ไปได้ เพราะพอลคือผู้ชายเพียงคนเดียวที่ทำให้เธอได้รู้จักกับความรักครั้งแรกและในขณะเดียวกันเขายังทำให้เธอได้รู้จักคำว่าเสียใจเกี่ยวกับความรักอีกด้วย

เหมยลี่เดินเข้ามาหอมแก้มเพื่อนสาวฟอดหนึ่งก่อนจะเข้ามานั่งลงที่โต๊ะทำงานประจำตำแหน่งเลขานุการของพลอยฟ้า ซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียนตั้งแต่มัธยมจนมาถึงมหาวิทยาลัย ทั้งเธอและพลอยฟ้าเรียนจบด้านการบริหารมาทั้งคู่ซึ่งก็เหมาะเจาะกับธุรกิจของครอบครัวพลอยฟ้าที่ทำงานธุรกิจด้านอุปกรณ์การสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นผลิตโทรศัพท์มือถือ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด พลอยฟ้าเป็นผู้หญิงที่เสน่ห์แรงมาก ผู้ชายที่มาจีบแต่ละคนหล่อขั้นเทพ สมาร์ทอย่าบอกใคร

ก็เธอสวยนี่แถมรวยอีกต่างหากผิดกับหญิงสาว...เหมยลี่ผู้น่าสงสารที่สุดแสนจะเรียบร้อยแต่กลับไม่มีชายใดเลี้ยวแลอนิจจัง... ชีวิตนี้น่าเศร้าใจนัก

            เฮ้ยเหมย เมื่อไรแกจะออกจากเลี้ยวโค้งนี้สักทีว่ะ พลอยฟ้าเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจังจ้องหน้างามตรงหน้าที่กำลังกระพริบตาถี่อย่างสงสัยในคำพูดของเธอ

เหมยลี่ทำท่างงเหมือนไก่ตาแตกกับคำพูดที่พลอยฟ้าก็อยู่ดีๆ มาถามถึงเลี้ยวโค้ง จะเอาโค้งไหนล่ะ เธอเลยถามพลอยฟ้ากลับ

            อะไรของแกว่ะพลอย ที่ว่าเลี้ยวโค้งนะ เลี้ยวไปไหนหรอ ใบหน้าคนถามบอกว่างงจริงๆ ในคำพูดของเพื่อน

พลอยฟ้ายิ้มขำๆ ใบหน้าฉายแววเจ้าเล่ห์น่าดูก่อนจะรีบตอบกลับไปด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนเป็นกวน เมื่อเห็นดวงตาใสกำลังมองเธออย่างไม่ละสายตา

            ก็เลี้ยวโค้งออกจากคานทองยังไงละจ๊ะ จบประโยคพลอยฟ้าก็หัวเราะเสียงดังลั่นห้องโดยไม่สนใจว่าเพื่อนของเธอจะทำหน้ายังไง

เหมยลี่มองหน้างามของเพื่อนสาวตรงหน้าที่กำลังหัวเราะกับความโสดของเธออย่างสบายอารมณ์ ดีนะที่ตรงนี้มีเพียงเธอกับพลอยฟ้า ไม่อย่างนั้นพนักงานข้างนอกคงต้องพากันหมดศรัทธาในตัวเจ้านายอย่างพลอยฟ้าแน่นอน

หญิงสาวส่ายหัวไปมากับเสียงหัวเราะของเพื่อนที่เกินแปดสิบห้าเดซิเบลแต่เอาเถอะถึงยังไงพลอยฟ้าก็แต่งงานไปแล้ว เธอนี่สิ...ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะมีวันของเธอบ้าง

            เออ...ฉันจะลงก็ต่อเมื่อแกยอมหย่ากับพี่ก้องของแกเท่านั้น สาวร่างบางแกล้งพูดกวนประสาทพลอยฟ้าก่อนที่หญิงสาวจะถูกเพื่อนรักสวนกลับมาแทบจะทันที

            เฮ้ย พูดอย่างนี้มีเรื่องกันเลยดีกว่าไหม พลอยฟ้าแกล้งทำสีหน้าบึ้งตึงใส่เพื่อนสาวที่เอาแต่อมยิ้มหวานให้เธอแถมยังปั้นหน้าระรื่นใส่เธออีกก่อนจะถูกพลอยฟ้าปั้นหน้างอนใส่เธออีก

            ฉันล้อเล่นน่า ใครจะไปกล้าแย่งแฟนเพื่อนกันละจ๊ะอีกอย่างพี่ก้องก็รักแกหลงแกขนาดนั้นถึงฉันอ่อยยังไงพี่ก้องของแกก็ไม่มีทางมาหลงรักฉันหรอก เหมยลี่ยิ้มหวาน

            เออ พลอยฟ้าตะคอกใส่ แล้วจู่ๆ สมองของเธอก็นึกถึงหน้าตาอันหล่อเหลาของพอลขึ้นมา ตอนนั้นพอลเข้ามาในชีวิตของเพื่อนเธอซึ่งเป็นช่วงที่พอลถูกเชิญให้มาเป็นวิทยากรให้กับคณะ และเพราะคะแนนสอบที่ดีกว่าคนอื่นๆ ทำให้เธอและเหมยลี่ได้รับเลือกให้ไปดูงานเกี่ยวกับการทำสื่อต่อที่บริษัทของพอล ตอนนั้นเธอรู้สึกอิจฉาเหมยลี่มากที่มีหนุ่มหล่อดีกรีเป็นถึงนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงมาให้ความสนใจแต่นั่นแหละ...ทุกอย่างก็ต้องจบลงอย่างไม่มีเหตุผล

แต่จะว่าไปก็อดคิดถึงคุณพอลไม่ได้นะ ห้าปีที่ไม่ได้เจอกันรู้สึกว่ามันนานมากเลยนะ พลอยฟ้าหยุดพูดเมื่อสายตาของเธอดันไปเห็นอาการซึมบนสีหน้าของเหมยลี่ที่แสดงออกมาชัดเจน

“แกจะพูดถึงเขาทำไม”

เหมยลี่ทำหน้าเศร้าเมื่อได้ยินประโยคของพลอยฟ้า คำพูดของเพื่อนสาวทำให้นึกถึงหน้าของพอล ผู้ชายที่มาทำให้รักและก็จากไปโดยไม่ได้เอ่ยคำอำลา

            คิดถึงเขาทำไมกันขนาดเขายังไม่คิดถึงเราเลยเหมยลี่พูดต่อพลางมองหน้าเพื่อนสาว นึกไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพูดถึงผู้ชายคนนี้ด้วยทั้งที่ไม่ได้เจอกันมาเนินนานแล้ว

            แต่ฉันว่าบางทีคุณพอลอาจจะกำลังคิดถึงแกอยู่ก็ได้นะเหมย พลอยฟ้าเอ่ยก่อนจะพูดต่อเพราะเห็นว่าเพื่อนสาวเงียบไป

            ถ้าตอนนี้คุณพอลยังอยู่ฉันรับรองเลยนะ ว่าแกกับคุณพอลจะต้องได้แต่งงานกันแล้ว

            คำพูดของพลอยฟ้ามันจี้ใจดำคนอย่างเหมยลี่มากเพราะเรื่องแต่งงานทำให้เธอต้องทุกข์ใจและกลุ้มใจจนถึงทุกวันนี้ เธอปั้นหน้ายิ้มใส่เพื่อนสาวพยายามกลบความรู้สึกของตัวเองไม่ให้เพื่อนเห็น

ไร้สาระน่า แต่งงงแต่งงานอะไรกัน สาวร่างบางไหวไหล่ไปมาเล็กน้อยราวกับเรื่องที่ฟังจากเพื่อนรักเป็นแค่เรื่องที่ไม่สำคัญสำหรับเธออีกแล้ว

ทำไมล่ะ เท่าที่ฉันเห็นคุณพอลก็รักเธอมากนะเหมยแต่ว่า ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเพราะอะไรคุณพอลถึงเดินจากแกไปโดยไม่บอกกล่าว

            เหมยลี่หน้าเจื่อน เธอเองก็ยังให้คำตอบเพื่อนรักของเธอเองไม่ได้เลยอย่าว่าแต่ให้คำตอบเลย ขนาดตัวเธอเองยังไม่สามารถให้คำตอบตัวเองได้เลยว่าตนไม่ดีตรงไหน พอลถึงเดินจากไปโดยไม่เอ่ยลา

            ช่างมันเถอะ ไหนๆ เขาก็ไปแล้ว ยังจะไปรื้อฟื้นให้ฉันต้องไปคิดถึงเขาอยู่ทำไมย่ะ เหมยลี่ว่าเพื่อนเสียงดุๆ เมื่อรู้ว่าตัวเองยังคงรักและเป็นห่วงเขาอยู่เสมอมาเพราะมันคือรักแรกของเธอ หญิงสาวจึงไม่อาจที่จะทำใจลืมมันได้ลง แม้ตอนนี้ความรู้สึกของเธอจะชาชินไปแล้วกับหัวใจที่ถูกทิ้งจากคนที่รักแต่ความห่วงใยก็ยังไม่เคยห่างหายไป

            ก็ฉันรู้สึกเสียดายนะสิ หนึ่งปีที่คบกันมามันไม่ใช่น้อยๆ เลยแต่สุดท้ายความรักก็ต้องมาจบลงแถมห้าปีที่ผ่านมาเรายังไม่รู้สาเหตุการจากไปของคุณพอลเลย พลอยฟ้ายังคงพูดไปเรื่อย ทำไมเธอจะไม่เข้าใจความรู้สึกของเพื่อนเธอ เหมยลี่หลงรักพอลตั้งแต่ตอนที่พอลมาเป็นวิทยากรที่มหาวิทยาลัยและดูเหมือนว่าพอลเองจะแอบสนใจเหมือนกัน เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่ขอเบอร์โทรศัพท์ของเหมยลี่จากเธอหรอก

ทั้งสองตกลงคบกันตอนที่เหมยลี่ไปดูงานที่บริษัทของเขาโดยมีเธอร่วมเป็นพยานการคบกันของพวกเขาด้วย หนึ่งปีผ่านไปความรักของพวกเขาก็ยังคงหวานชื่นและเธอเองก็ยังเคยแอบคิดไปไกลอีกว่าถ้าสองคนนี้ได้แต่งงานกัน อะไรๆ มันก็คงจะลงตัวเพราะบริษัทของเธอกับพอลจะได้ร่วมเครือข่ายกันเพราะถือเป็นบริษัทผลิตอุปกรณ์สื่อสารเหมือนกันและอาจจะพัฒนาไปพร้อมๆ กันแต่สุดท้ายเรื่องก็ดันมามีปัญหาหลังจากที่พอลไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนของเธอเลยตลอดระยะเวลาที่กลับจากการดูงานในครั้งนั้นและนี่มันก็ผ่านไปเกือบห้าปีไปแล้ว

“ถ้าฉันได้เจอคุณพอลอีกครั้ง ฉันจะไม้รีรอเลยที่จะเข้าไปถามเขาว่าเขาทิ้งเธอไปทำไม”

            เหมยลี่นิ่งไปกับคำพูดของพลอยฟ้า ใบหน้าเริ่มเจื่อนเพราะยิ้มไม่ออกและสองมือที่เย็นยะเยือกพอๆ กับหัวใจที่เฉยชากับความรู้สึกเจ็บปวดนั่นอีกครั้ง

            ฉันไม่อยากคิดเรื่องคุณพอลอีกแล้ว ตอนนี้ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาอยู่ที่ไหนและแกก็หยุดพูดถึงเขาได้แล้ว เพราะไม่ว่าแกจะถามฉันสักกี่ครั้ง คำตอบก็ยังคงเหมือนเดิม ห้าปีที่ผ่านมาจวบจนถึงวันนี้คำตอบของฉันก็ยังเหมือนเดิม คือฉันไม่รู้ สาวร่างบางถอนหายใจออกมายาวๆ หลังจากที่พูดจบประโยค

            “โอเค ต่อไปฉันจะไม่ถามแกอีกแล้วและแกเองก็ควรจะลืมเขาได้แล้วเพราะผู้ชายบนโลกใบนี้ไม่ได้มีแค่คุณพอลคนเดียวเท่านั้นที่จะให้แกได้รู้จักกับความรักอันดื่มด่ำและสุขสม บางทีผู้ชายดีๆ คนนั้นกำลังรอที่จะได้พบกับแกอยู่ก็ได้นะ พลอยฟ้าพูดปลอบใจเพื่อน

            เธอเพียงแค่ยิ้มบางเบาเมื่อฟังคำพูดของพลอยฟ้า หากเธอสามารถทำได้อย่างที่พลอยฟ้าพูดมันก็คงดีนะสิ แต่การที่จะหาใครสักคนที่เราพอใจ ถูกใจและรักกันได้นั้นมันไม่ใช่ระยะเวลาเพียงสั้นๆ บางทีคนเราอาจจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อรอคนๆ นั้นที่ไม่รู้ว่าจะมีจริงหรือเปล่า

            ฉันก็หวังว่าฉันจะลืมเขาได้

            ก็ดี เพราะมันเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วที่จะทำให้แกเจ็บน้อยลง ยัยเหมย

            เออๆ พูดมากน่า แล้ววันนี้มีประชุมอะไรบ้าง ร่างบางตัดปัญหาโดยการถามพลอยฟ้าเรื่องงานแทนเพราะไม่อยากให้บรรยากาศมันเศร้าไปมากกว่านี้

พลอยฟ้านึกแปบก่อนจะตอบเพื่อนเที่กำลังเปิดจอคอมพิวเตอร์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานอยู่

            ก็ไม่มีนะ

“หรอ แต่แน่ใจน่ะว่าไม่มี”

            เออ ไม่มี แต่ เอ๊ะ นี่ตกลงว่า แกหรือฉันกันแน่ที่เป็นเลขาพลอยฟ้าถามเสียงขุ่น

            โธ่...ก็ฉันนะสิแค่แกล้งถามออกไปอย่างนั้นเองแหละเหมยลี่บอกเห็นสีหน้าขอพลอยฟ้าแล้วก็อดขำไม่ได้

            ดีนะที่ยังจำได้ว่าตัวเองเป็นเลขาไม่อย่างนั้นฉันนี่แหละจะเขกกบาลเตือนความจำแกเองยัยเหมยพลอยฟ้าเอ่ยตลกๆ ก่อนจะนึกอะไรออกขึ้นมา

            เออจริงสิ...วันนี้ตอนเย็นเราต้องไปงานเลี้ยงรุ่นด้วยกันนะ

            “อีกแล้วเหรอ ทำไมมันถึงได้รู้สึกว่ามันเร็วจังล่ะเหมือนงานมันเพิ่งผ่านไปเมื่อวานนี้เอง เธอเอ่ยด้วยสีหน้าเศร้าๆ ภาพในงานที่มีแต่คนมีคู่ เป็นภาพที่ยังคงติดตาเธออยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ดีนะที่ในงานปีที่แล้วเธอมีพลอยฟ้าที่ยังไม่ได้แต่งงานมาช่วยอยู่เป็นเพื่อนคลายเหงาได้บ้างแต่ทวา...ปีนี้ พลอยฟ้าแต่งงานไปแล้วและเธอก็กำลังจะถูกทิ้งให้อยู่กับความโดดเดี่ยว

สีหน้าของเหมยลี่ดูไม่จืดเลยเมื่อกำลังนึกถึงเหตุการณ์ในคืนวันเก่าๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้แล้วและต่อจากนี้ไปเธอก็ต้องโดดเดี่ยวเดียวดายด้วยความเหงาใจ เฮ่อ ต่อให้เป็นหญิงเหล็กยังไง...ก็มีความรู้สึกเหมือนกันนะโว้ย

            ก็เพราะแกมัวแต่บ้างานจนไม่รู้ว่าโลกเรานะหมุนเร็วขนาดไหนแล้ว ทางที่ดีนะฉันว่าแกรีบมองหาผู้ชายไว้สักคนมาอยู่เคียงข้างแกจะดีกว่าแล้วแกจะรู้ว่าโลกของเรานะมันมีอะไรมากกว่าการหยุดอยู่กับที่เหมือนผู้หญิงแก่ๆ ที่เอาแต่บ้างานอย่างแก

พลอยฟ้าได้ที พูดร่ายยาวจนเหมยลี่ต้องทำทีเอามือปิดหูตัวเองเพราะเริ่มรู้สึกรำคาญในเสียงพูดของมัน กว่าจะพูดเสร็จเล่นเอาคนที่นั่งฟังถึงกับถอนหายใจออกมาเป็นพักๆ

ก็มันเล่นมาพูดไม่ไว้หน้ากันเลยใครละจะทนไว้

            แหมๆ แต่งงานไม่ทันไรพูดมากเลยนะ ไปเลย เข้าไปทำงานในห้องของแกได้แล้วเพราะฉันไม่อยากเห็นแกต้องมานั่งเร่งงานจนหัวฟู ร่างบางไหวตัวทำทีท่าไล่พลอยฟ้าทั้งที่คำพูดของพลอยฟ้าทั้งหมดกระทบจิตใจของเธอมากมายขนาดไหน หาผู้ชายงั้นหรือ พูดอย่างกับว่าผู้ชายสมัยนี้มันหาง่ายซะเหลือเกิน ไม่เจอคนมีแฟนแล้วก็ต้องเจอคนที่แอบแมน คนดีๆ แมนๆ สมัยนี้หาง่ายซะที่ไหนหญิงสาวหลับตาอย่างรู้สึกท้อใจ นั่นสินะ ขนาดพอลยังหนีเธอไปเลย

            “เออ ยัยเฉิ่ม

เหมยลี่ได้ยินพลอยฟ้าว่าประชด ก่อนที่เพื่อนของเธอจะเดินเข้าไปในห้องทำงาน ร่างบางอมยิ้มไปกับภาพท่านประธานหญิงคนเก่งของเธอก่อนจะก้มหน้าพิมพ์งานที่กองอยู่บนโต๊ะตัวเอง แต่ตอนนี้สมองของหญิงสาวกลับไม่ได้คิดเรื่องงานอีกแล้ว

เมื่อต้องมานั่งคิดเรื่องเลี้ยงรุ่น มันก็ยิ่งให้ความรู้สึกแย่มากๆ เผลอถอนหายใจออกมาติดต่อหลายครั้งก่อนจะตั้งใจลงมือสะสางงานตรงหน้าให้แล้วเสร็จแต่จนแล้วจนรอดความคิดก็ยังคงคิดแต่เรื่องของพอล

 


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha