ลิขิตรักปรารถนาเถื่อน

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ตอนที่ 2 : แม่สาวขี้เมา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 2…

ร่างบางขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้กับโต๊ะเล็กน้อยเมื่อตัวเองต้องมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริงที่หนีไม่พ้นกับคำว่า โสด คนเดียวในงานเลี้ยงรุ่นปีนี้

 

แม้จะพยายามหักห้ามใจมากแค่ไหนในความรู้สึกอิจฉาลึกๆ กับคู่รักของเพื่อนแต่ละคนในกลุ่มมีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่แต่งงาน ใบหน้าสวยนั่งหน้าหงอยในขณะที่คนอื่นๆ เขานั่งกันเป็นคู่แต่หญิงสาวกลับต้องมานั่งโดดเดี่ยวในงานคนเดียว ริมฝีปากบางเหมือนจะยิ้มให้กับความงี่เง่าของตัวเองหญิงสาวนั่งกดเบอร์มือถือเล่นทั้งนึกรู้สึกเบื่อกับงานเลี้ยงที่เหมือนไม่มีที่ว่างสำหรับเธอเลยก่อนจะปั้นหน้ายิ้มใส่ผู้มาทักทายจากด้านหลังเธอ

ว่ายังไงจ๊ะเพื่อนเหมย ยังสวยเหมือนเดิมเลยนะเสียงแหลมดังมาจากทางด้านหลังทำให้เธอต้องหันไปมอง

สวัสดีจ๊ะ เพื่อนริน เธอเองก็สวยขึ้นนะ เหมยลี่ยิ้มแห้งๆ เพราะไม่รู้จะทำหน้ายังไงดีรู้ว่าตัวเองจะต้องพบเจอกับเพื่อนของเธอที่ต่างก็พาแฟนมาออกงาน น้ำรินก็จัดเป็นเพื่อนที่อยู่ในกลุ่มแก๊งเดียวกับเธอและพลอยฟ้า นิสัยของน้ำรินก็ออกจะพูดตรงไปตรงมาแต่ถึงมันจะปากร้ายหรือพูดไม่แคร์ใครมันก็เป็นเพื่อนที่อยู่ในแก๊งเดียวกับเธอ

มาคนเดียวหรือว่าแต่ไหนล่ะแฟนของเธอน้ำรินเอ่ยถาม

เออ วันนี้เขาติดธุระนะมาไม่ได้ หญิงสาวจำเป็นต้องพูดโกหกเพราะไม่อยากเห็นสายตาสงสารเวทนาจากเพื่อนของเธอถ้ารู้ว่าเธอยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน

น่าเสียดายจังนะ งั้นฉันไปก่อนละ แล้วไว้ค่อยคุยกันจ๊ะ

ร่างบางในชุดสีชมพูอ่อนส่งยิ้มให้เพื่อนรินที่ข้างๆ มีหนุ่มหน้ามนเดินควงอยู่ไม่ห่าง หญิงสาวหลับตาลงอย่างเหนื่อยใจผ่อนลมหายใจออกมาอย่างรู้สึกเบื่อๆ ก่อนที่จะมองหาร่างงามในชุดเกาะอกสีดำของพลอยฟ้าที่ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปอยู่เสียมุมไหนของงานแต่เอาเถอะถึงเจอมัน มันก็อยู่กับพี่ก้องนั่นแหละใครจะมาอยู่กับเธอละยัยเหมยลี่

นี่มันอะไรกันว่ะ

หญิงสาวบ่นกับตัวเองก่อนจะลุกเดินออกจากงานเลี้ยงรุ่นของมหาวิทยาลัยอย่างคนหัวเสียเพราะทนเห็นไม่ได้...มันไม่ได้อิจฉาจนทนดูไม่ได้แต่มันรู้สึกเจ็บจี๊ดที่ขั้วหัวใจต่างหาก

จะมีใครมาเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของคนโสดอย่างเธอไหมล่ะ

เป็นไปได้ยังไงที่เหลือเธออยู่เพียงคนเดียว...

ร่างบางเดินออกมารับลมบรรยากาศบริเวณด้านนอก ก่อนจะมานั่งลงที่เกาอี้ไม้สีขาวแล้วบ่นกับตัวเองอย่างเศร้าๆ ในมือมีแก้วไวน์ติดมาซึ่งไม่รู้ว่าเผลอไปหยิบเอามาเสียตั้งแต่ตอนไหนแต่เอาเถอะตอนนี้มันก็คือเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับเธอแม้ว่าตัวเองจะคออ่อนทุกครั้งเวลาที่ได้ดื่มมันเข้าไป

ลมเย็นๆ พัดผ่านมาถูกเนื้อผิวส่วนที่ไม่มีผ้าคลุมลูกไม้อยู่ทำให้รู้สึกเย็นยะเยือก นี่กระมั่งที่เขาว่ากันว่าถ้ามีใครสักคนยืนอยู่ข้างๆ ต่อให้ลมพัดหนาวเย็นสักเพียงใดก็จะไม่เหงาแบบนี้เพราะมีกายที่อบอุ่นคอยอยู่ข้างๆ และถ้าตอนนี้เธอมีพอลอยู่ใกล้ๆ โลกทั้งใบของเธอก็คงจะไม่ต้องเหงาอยู่แบบนี้หรอก

          เฮ้อ เหมยลี่เอ๊ย คิดฟุ้งซ่านอยู่ได้ จะมัวไปคิดถึงเขาอยู่อีกทำไม

ร่างบางนุ่มเผลอหัวเราะให้กับความคิดอันไร้สาระของตัวเองก่อนจะเผลอไปดื่มไวน์จนหมดแก้วเพราะความลืมตัว เท่านั่นแหละบริเวณรอบๆ ตัวเธอ เหมือนมันจะหมุนไปหมุนมาจนเริ่มรู้สึกตาลายแย่ไปกว่านั้นเธอรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะระเบิดออกมา

แย่แล้ว นี่ใช่ไหมอาการเมา

            เฮ้ย ยัยเหมยไปไหนนี่พวกแกเห็นเหมยลี่บ้างหรือเปล่า พลอยฟ้าถามหาเหมยลี่จากเพื่อนของเธอหลังงานคืนนี้เลิกแล้วแต่เพื่อนตัวดีของเธอไม่รู้ว่าหายไปอยู่ที่ไหน

            สงสัยมันคงจะกลับไปแล้วแหละ ก็เห็นนั่งหงอย ดูไม่สนุกกับงานเลย น้ำรินซึ่งกำลังโอบแขนสามีกล่าวเสียงเรียบตอนแรกเธอแค่แวะมาลาเพื่อนสาวกลับแต่เมื่อมารับรู้ว่าเหมยลี่หายออกไปจากงานเธอเลยต้องอยู่ดูความเคลื่อนไหว

            “กลับไปก่อนได้ยังไงในเมื่อฉันยังอยู่ที่งาน” พลอยฟ้าทำท่าโวยวายตามบุคลิกสาวมั่น

            ก็มันไม่ได้มารถคันเดียวกับแกนี่ ยัยพลอย ถ้ามันจะกลับก่อนมันก็ไม่เห็นแปลก น้ำรินอธิบายเสริมให้

            แต่ก็น่าจะบอกกล่าวกันบ้างพลอยฟ้าเอ่ยบอกด้วยสีหน้าเป็นกังวลก่อนจะหยิบโทรศัพท์โทรหาเหมยลี่อย่างรีบด่วน

            ไม่รับสายอีก เห็นไหมล่ะว่ายัยเหมยไม่รับสาย ทำไงดี ฉันชักเป็นห่วงยัยเหมยแล้วสิ พลอยฟ้าเริ่มกระวนกระวายเดินไปมาอย่างคนเป็นกังวล กลัวจริงๆ ว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับเพื่อนสาว

            ฉันก็เป็นห่วงมันเหมือนกันนะ ฉันว่าบางทียัยเหมยอาจจะหนีกลับบ้านไปแล้วก็ได้ น้ำรินกล่าวขึ้นพอดีกับที่พี่ก้องเดินเข้ามา

            พี่ไปดูรอบๆ งานแล้วนะ ไม่เจอตัวเหมยลี่เลย บางทีเหมยอาจจะกลับไปแล้วก็ได้ก้องเอ่ยขึ้น

            เห็นไหมล่ะ แกก็เป็นห่วงมันเกินไปขนาดพี่ก้องยังคิดเหมือนฉันเลยว่ายัยเหมยน่าจะกลับบ้านไปนอนแล้ว น้ำรินพูดด้วยน้ำเสียงโล่งอก

            ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีนะสิ แต่นี่ฉันโทรไปหามัน มันก็ไม่ยอมรับสายจะให้ไม่เป็นห่วงได้ไง พลอยฟ้าบ่นให้เพื่อนฟังอีก

บางทีมันอาจจะนอนแล้วก็ได้ อย่าห่วงเลยน่า ยัยเหมยนะอายุปูนนี้แล้วมันไม่ไปเสียท่าใครที่ไหนหรอก น้ำรินบอกขำๆ ระดับอย่างเหมยลี่คงไม่เสียท่าใครหรอก

ทำไมแกถึงมั่นใจอย่างนั้น

ก็ยัยเหมย เหล้าก็ไม่แตะ เที่ยวกลางคืนก็ไม่ต้องพูดไปป่านนี้คงกลับไปนอนบ้านสบายใจแล้วละ

แต่ว่า...ฉันว่ามัน... พลอยฟ้าคิดจะค้านแต่ถูกน้ำรินพูดแทรกก่อน

เอาน่า หยุดคิดมากได้แล้ว ฉันรับรองว่าพรุ่งนี้ทันทีที่มันตื่นนอนแล้วมาเห็นเบอร์แก มันจะต้องโทรกลับมาหาแกแน่นอน เชื่อสิ น้ำรินเอ่ยอย่างรีบเร่งก่อนจะรีบส่งร่างงามให้สามีของเธอแทนส่วนน้ำรินก็หายออกไปกับสามีหนุ่ม

แต่ว่า

เอาน่าพลอย พี่ว่ารอให้ถึงพรุ่งนี้เช้าก่อนเถอะ ตอนนี้ถึงจะไปตามหาจริงๆ ก็คงไม่รู้ว่าจะไปตามหาที่ไหน

พลอยฟ้ามองหน้าสามีหนุ่มก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยกับพี่ก้อง ไอ้เหมยลี่บ้า จะไปไหนมาไหนทั้งทีก็ไม่ยอมมาบอกลากันสักคำปล่อยให้คนเขาเป็นห่วงอยู่ได้ อย่างนี้มันต้องตัดเงินเดือน

พลอยฟ้ายิ้มมุมปากเมื่อเรื่องที่คิดมันก็เป็นได้แค่คิด อย่าว่าแต่ตัดเงินเดือนเลย เหมยลี่ขี้งกมีแต่จะขอให้เธอขึ้นเงินเดือนให้ทุกปีละสิไม่ว่า

 

            เพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังรบกวนการนอนของหญิงสาวมาตลอดทั้งคืนจวบจนเหมยลี่ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เธอหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงมารับอย่างรู้สึกโมโห ก่อนจะเปิดเปลือกตาออกมาดู นั่นไงล่ะเสียงที่ตั้งปลุกในเวลานี้เป็นประจำและมันก็ทำลายความสุขในการนอนของเธอแทบทุกครั้ง ร่างบางโยนโทรศัพท์มือถือทิ้งลงบนเตียงนุ่มก่อนจะฟุบนอนต่อ แต่เมื่อนึกขึ้นได้เธอก็รีบลืมตาขึ้นมาอย่างอัตโนมัติราวกับว่าถูกยาวิเศษสั่งให้ตื่นยังไงอย่างนั้น

เหมยลี่ลุกมากึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงนุ่มหนาขนาดใหญ่สีขาว นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนว่ากลับมาถึงบ้านได้ยังไง เธอจำอะไรไม่ได้เลยและเธอก็เหมือนเมา

ใช่ เธอเมาเพราะดันเผลอดื่มไวน์นั่นเข้าไป

ร่างบางหันไปมองซ้ายแลขวาอย่างรู้สึกแปลกใจก่อนจะเบิกตากว้างที่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

นี่มัน...ไม่ใช่...ห้องนอนเธอนี่...

            ตื่นเลยว่ะ ยัยเหมยลี่

หญิงสาวพึมพำเบาๆ ก่อนจะรีบลุกขึ้นออกจากที่นอนนุ่มอย่างรวดเร็วและก็ต้องหน้าแดงเมื่อพบว่าตอนนี้เธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้าตัวเดิมอีกแล้วแต่กลับเป็นเสื้อของใครก็ไม่รู้...โคตรใหญ่ชะมัดแถมคอเสื้อยังคว้านลึกไปถึงร่องอกขาวเนียนจนเห็นบราซิลลูกไม้สีชมพูอ่อน เธอสะบัดหัวไปมายิ่งคิดยิ่งปวดหัวเหมือนว่าสมองของเธอตอนนี้เหมือนจะตายด้านไปชั่วขณะ

          ใช่ มันตายด้านเพราะมีความมึนงงครอบงำอยู่เต็มไปหมด

เสียงกุกกักที่ดังมาจากด้านนอกห้องนอนทำให้เหมยลี่ตัดสินใจมายืนรออยู่ที่หน้าประตูห้องนอนก่อนจะเปิดแง้มดูด้านนอก

แกร็ก...ก...ก ประตูห้องนอนถูกเปิดออกพอที่จะเห็นบริเวณห้องรอบนอกที่เป็นห้องโถงใหญ่ และมีมุมที่จัดไว้เป็นสัดส่วนโดยมีมุมของห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องทำงานและอีกสองห้องที่อยู่ติดจากห้องของเธอที่คิดว่าน่าจะเป็นห้องนอนเหมือนกัน

แล้วสายตาของร่างบางก็ไปสะดุดอยู่ที่ร่างของใครคนหนึ่งที่กำลังเพลินกับอยู่การทำอาหารอยู่เหมยลี่มองเจ้าของร่างสุดเท่ห์ที่กำลังทำอาหารอยู่อย่างเพลิดเพลินเป็นไปได้ยังไง ไม่จริงเป็นไปไม่ได้

หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆ ก่อนจะทอดมองร่างที่กำลังสนุกอยู่กับการทำอาหารอีกครั้ง แม้จะมองไม่เห็นหน้าตาแต่แค่ดูจากข้างหลังหัวใจของเธอก็เต้นตุบตับ

เหมยลี่ส่ายหัวอีกครั้งก่อนจะมาจบด้วยการตบหน้าตัวเองเพื่อทดสอบว่าหญิงสาวไม่ได้ฝันไป แรงตบของเหมยลี่มันแรงพอที่จะทำให้รู้ว่า นี่มันไม่ใช่ฝันแต่มันเป็นความจริง ความจริงทุกประการและถ้ามันเป็นความจริงแล้วผู้ชายคนนั้นเขาคือใครกันล่ะ

เหงื่อที่เริ่มไหลซึมออกมาอย่างไม่รู้สาเหตุทั้งที่ในห้องตอนนี้เปิดเครื่องปรับอากาศไว้เย็นฉ่ำ ร่างกายเหมือนกำลังรู้สึกหนาวและขนลุกซู่ไปตามๆ กัน เมื่อหวนคิดถึงเรื่องที่เธอมานอนอยู่บนที่นอนนี่แถมเสื้อผ้าก็ถูกเปลี่ยน ใบหน้าสวยคิดอย่างวิตกกังวลเมื่อนึกถึงฉากที่เขากำลังถอดเสื้อเธออยู่

อี๋ เหมยลี่ทำเสียงเสียวก่อนจะถือโอกาสสำรวจร่างกายของเธอว่าตอนนี้รู้สึกผิดปกติตรงไหนพร้อมทั้งดูว่าร่างกายมีส่วนไหนบวมช้ำแดงเขียวบ้าง ริมฝีปากเม้มเข้าหากันอย่างลืมตัว

            เป็นไปไม่ได้ มันต้องไม่เป็นแบบนี้สิ

อาจเพราะเสียงบ่นของเธอที่ดังเกินลิมิตไปส่งผลให้คนที่กำลังทำอาหารอยู่หันมาทางต้นเสียงก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างเป็นมิตรเลยทำให้คนที่กำลังนึกอะไรไม่ออกอยู่ถึงกับยิ้มแห้งๆ ออกมาแม้จะไม่รู้จักเจ้าของร่างเท่ห์ที่กำลังมองมาทางเธอแต่รอยยิ้มนั้นที่ฉายออกมามันทำให้หน้าของเหมยลี่แดงขึ้นมาอย่างน่าอาย

เธอใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายคนนั้น หน้าตาของเขาไม่ต้องพูดถึงเพราะทั้งขาวและเนียนเกินชาย ดวงตาหวานที่ส่งมาให้บวกกับริมฝีปากที่ฉีกยิ้มจนอยากหลอมละลายไปตรงหน้าเขา ในสายตาของเหมยลี่ผู้ชายคนนี้ดูดีจริงๆ

            ตื่นแล้วหรือครับ อรุณสวัสดิ์ตอนเช้านะครับ ร่างเท่ห์กล่าวทักทายเสียงใสก่อนจะยกอาหารที่อยู่ในจานเรียบร้อยแล้วมาวางไว้บนโต๊ะอาหารที่อยู่ถัดไปอีกส่วน เธอเดินตามเขาไปยังห้องอาหารสีหน้าบอกถึงความรู้สึกมึนงงเป็นอย่างมาก

อาหารเสร็จพอดีเลยครับ ถ้าคุณหิวก็ทานก่อนได้เลยส่วนผมขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อน ร่างเท่ห์ส่งยิ้มมาให้เธออีกครั้งก่อนจะเดินหายลับเข้าไปในห้องอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ถัดไปจากห้องที่เธอนอน

ร่างบางอ้าปากค้างมองคนที่ทำตัวเหมือนคุณกุ๊กจำเป็นอย่างมึนงงก่อนจะทอดมองอาหารที่ตั้งอยู่บนโต๊ะอย่างรู้สึกแปลกใจ เป็นเพียงแค่ผู้ชายแต่ทำอาหารเป็นหลายอย่างในขณะที่เธอซึ่งเป็นผู้หญิงแท้ๆ กลับทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง...มันน่าอายจริงๆ ให้ตายสิ เธอไม่ควรมาคิดเรื่องอื่นนอกจากว่าเรื่องที่เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

ผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันแล้วเสื้อผ้าของเธอไปอยู่ที่ไหน อะไรกันเนี่ยเหมยลี่เริ่มเกิดอาการวีนแตก รู้สึกว่ามันจะมีเรื่องอะไรที่ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นกับตัวเธอ

หญิงสาวคิดในใจ หากเรื่องที่เธอกำลังกลัวจะเกิดขึ้นไปแล้ว ร่างบางอ้าปากค้างเมื่อคิดว่าผู้ชายหน้าตาดีคนนั้นจะทำมิดีมิร้ายกับเธอไปแล้ว

ตายละ ยัยเหมยเอย นี่แกเสียสาวแล้วจริงๆ เหรอ

หญิงสาวก้มหน้ารับชะตากรรมของตัวเองพลางเอามือมากุมศีรษะจนรู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง

คุณ เป็นอะไรหรือเปล่าครับเสียงของเจ้าของร่างสุดเท่ห์ที่เดินออกมาจากห้อง ตอนนี้เขาอยู่ในชุดทำงานที่ดูสุภาพและสบายตามาก จุดเด่นที่เห็นคือกระเป๋ายาที่เขาถือออกมาด้วย อย่าบอกนะว่าผู้ชายคนนี้เป็นหมอ

ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เธอเดินตามร่างเขาไปนั่งลงที่เก้าอี้ของโต๊ะอาหารโดยมีเขาคอยตักข้าวใส่จานของเธอ กลิ่นอาหารหอมโชยมาแตะรดจมูกจนเธอเองต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างแสนยากเย็นหากตอนนี้เธอไม่ได้ตกอยู่ในภวังค์แห่งความสงสัยป่านนี้เธอคงลงมือทานไปตั้งนานแล้วแต่เธอคงจะกินอะไรไม่ลงหากยังไม่ได้รับความกระจ่างจากเขา

            “นี่คุณจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ อีกฝ่ายถามออกมาอย่างแปลกใจ ในเมื่อเมื่อคืนเธอยังพูดกับเขาอยู่เลย สงสัยคงจะเมาจริงๆ ก็เลยจำอะไรไม่ได้

ร่างบางภายในเสื้อของเขาพยักหน้าหงิกๆ ทั้งที่พยายามคิดแล้วคิดอีกแต่มันก็คิดไม่ออกสักทีและหัวของเธอก็เริ่มรู้สึกมึนๆ แล้วด้วย...คงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังไม่สางเมา

            ก็ถ้าฉันจำได้ฉันคงไม่ถามคุณหรอก เธอพูด รอฟังเขาพูดต่อ

            ก็คุณนะสิครับ เมาหมดสภาพอยู่ที่เก้าอี้หน้าตึกคณะของมหาวิทยาลัย

            เมา หมดสภาพเหมยลี่ทวนแล้วทำหน้าเหวอ

อาการตกใจของเธอทำเอาเขาขำ ปรัชญาเพิ่งสังเกตเห็นว่าคนที่เขาช่วยเมื่อคืนกับคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขาตอนนี้แตกต่างกันลิบลับ เมื่อคืนเธอเหมือนสาวร้อนแรงมากกว่าที่จะเป็นสาวสวยหน้าใสน่ามองน่าสัมผัสแบบนี้ และความรู้สึกหนึ่งของหมอหนุ่มก็แวบเข้ามา เมื่อคืนเขาเปลี่ยนเสื้อให้เธอเพราะทนกลิ่นอาเจียนของเธอไม่ไหวซึ่งถ้าให้เธอนอนในสภาพแบบนั้น ก็กลัวว่าเจ้าของร่างบางงดงามนั่นจะไม่สบายตัวเขาเลยจำเป็นต้องเปลี่ยนเสื้อให้เธอ

            นี่ฉันแย่...ขนาดนั้นเลยหรือคะ

            ก็ถ้าจะให้พูดตริงๆ สภาพคุณตอนนั้น แย่สุดๆ เลย คุณนอนหน้าคว่ำอยู่ซะหน่อย คุณก็ดันมาอ้วกใส่ผมอีก เดือดร้อนผมต้องพาคุณกลับมาด้วยเพราะมันไม่ดีแน่ถ้าจะปล่อยให้ผู้หญิงนอนอยู่แบบนั้น

หญิงสาวทำตาถี่ๆ แล้วยิ้มแห้งๆ ก่อนถามออกไปด้วยคำพูดไม่ค่อยเต็มเสียงนัก

            แล้วทำไมคุณถึงไม่พาฉันไปส่งในงานเลี้ยงรุ่นล่ะคะเพื่อนๆ ฉันก็อยู่ที่นั่นเพียบ

            งานเลี้ยงรุ่นเหรอ คือเผอิญผมไม่ได้จบที่นั่นด้วยสิ ที่ไปมหาลัยก็เพราะมีธุระที่ต้องไปทำและผมก็ไม่รู้ด้วยว่าจะพาคุณไปส่งที่ไหน ปรัชญากล่าวยิ้มๆ ตาสองข้างของเขาปิดสนิท เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจจะไปที่นั่นแต่เพราะเขาต้องมาดูอาการคนไข้ซึ่งเป็นลูกสาวของอาจารย์ที่สอนหนังสือที่นั่นต่างหากและก็ไม่คิดว่าก่อนกลับเขาจะเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดแบบนี้

            จริงหรือคะ นี่ฉันแย่ขนาดนั้นเลยหรือ เธอถามอย่างอายๆ

            “ใช่ครับ หมอหนุ่มอมยิ้มเมื่อนึกถึงท่านอนคว่ำของเธอ ดูยังไงก็ตลก ก่อนที่จะเลิกคิดและถือโอกาสตักกับข้าวใส่จานของหญิงสาวที่ในจานยังไม่มีกับข้าวใดๆ เลย

            เออ แล้วเมื่อคืนใครเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฉันคะร่างบางเริ่มไหวตัวเล็กน้อยเมื่อเสื้อคอกลมกำลังจะทำให้เธอหายใจไม่ทั่วท้องและเพราะสงสัยที่ตัวเองไม่ได้อยู่ในชุดเดิม

            ใบหน้าหล่อเนี้ยบของหมอหนุ่มชะงักลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถามของหญิงสาว สายตาที่ยังไม่กล้ามองสบตาเธอตรงหน้าเพราะกำลังหวนนึกไปถึงเรื่องเมื่อคืน ความจำเป็นบวกกับความเป็นห่วงในสุขภาพของเธอกลัวว่าเธอจะได้รับเชื้อโรคทำให้ต้องตัดสินใจช่วยจัดการเสื้อผ้าของเธอที่เต็มไปด้วยของอาเจียนและส่งกลิ่นเหม็นหากเขาไม่เปลี่ยนเสื้อให้เธออาจจะนอนไม่สบายตัว

            สภาพร่างกายที่นอนหลับไม่ได้สติแม้กระทั่งตอนที่เขาช่วยจัดการกับเสื้อผ้าภายนอกของเธอ ความรู้สึกบางอย่างแล่นเข้ามาเมื่อเขาได้เห็นร่างกายที่ขาวเนียนนอนอยู่บนเตียงนุ่ม ผิวที่เนียนนุ่มของร่างบางทำให้เขาเผลอลูบไล้บริเวณใบหน้าและลำคอก่อนจะมาหยุดที่หน้าอกขาวแล้วความรู้สึกผิดก็ช่วยให้เขากลับมากลายเป็นสุภาพบุรุษตามเดิม ปรัชญายอมรับว่าเขารู้สึกหวั่นไหวใจเมื่ออยู่ตรงหน้าเธอและยิ่งเมื่อมาเห็นเธออยู่ในสภาพนั้นแล้วเขายิ่งรู้สึกหวั่นไหว

            ชายหนุ่มส่ายหัวไปมาเมื่อเขากำลังจะกลายเป็นผู้หยิบฉวยโอกาสยามที่เธอไม่ได้สติก่อนที่ร่างเท่ห์จะเช็ดตัวให้แล้วสวมเสื้อตัวโตให้เธอก่อนจะห่มผ้าให้ร่างบางส่งท้าย

            ผมเปลี่ยนเอง ขอโทษด้วยนะครับที่ผมฉวยโอกาสเปลี่ยนเสื้อให้คุณนะครับปรัชญายิ้มเจื่อนๆ เพราะเขาไม่อยากให้เป็นแหล่งหมักหมมของเชื้อโรคชั้นดีหรอกนะ ถึงต้องเปลี่ยนเสื้อให้เธอ และเขาเองก็รู้ว่าเธอจะต้องไม่พอใจกับสิ่งที่เขาทำแน่หากเขาไม่รีบชี้แจงเหตุผลให้เธอฟัง

            คุณ ร่างบางยกมือขึ้นมากุมหน้าอกของตัวเองแทบทันทีโดยที่เขาเองยังไม่ทันจะได้อธิบายอะไรเลย

            คุณทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง เสียงที่ถามกลับมาดูไม่ไว้ใจเขาอย่างเห็นได้ชัด

            คุณฟังผมอธิบายก่อนนะครับ มันไม่ใช่อย่างที่คุณเข้าใจ เขาเองก็พยายามจะพูดแต่ร่างบางกลับตอบโต้ทันควัน

            คุณมันคนฉวยโอกาส ทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง ถึงฉันจะเป็นคนเมาแต่ว่า คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาทำคนเมาแบบนี้โดยเฉพาะเขาเป็นผู้หญิงและคุณก็เป็นผู้ชาย เธอต่อว่าเขาซะยกใหญ่ ส่วนเขาก็ได้แต่อ้าปากขำเธอ

            ขำอะไร ฉันซีเรียสนะ ถึงฉันจะยังไม่แต่งงานแต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์ล่วงเกินฉันแบบนี้ เธอเสริมต่อจนตอนนี้เขาปล่อยให้เธอพูดจบก่อน

            จบแล้วหรือครับ ร่างเท่ห์ถามออกมาอย่างกับรอจังหวะพูด กลายเป็นว่าวันนี้เขาจะได้กินข้าวและไปทำงานไหม

            “จบแล้วก็ได้ ริมฝีปากได้รูปเม้มเข้าหากันก่อนที่จะทำหน้าบึ้งตึงใส่ ก็อุตส่าห์คิดว่าเขาเป็นคนดี เสียดายที่ทำตัวไม่สมกับหน้าตา

            ปรัชญามองใบหน้านวล ขาวสะอาดที่กำลังหันมองไปทางอื่น นั่นสินะ เป็นใครก็ต้องคิดแบบเธอทั้งนั้น ผู้ชายเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ผู้หญิงก็คงต้องหวังทำมิดีมิร้ายกับเธอเพราะคนสมัยนี้มันหายากที่จะเป็นสุภาพบุรุษจริงๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เธอคิดและพูดออกมามันก็ไม่ผิดถ้าเธอจะคิดแบบคนทั่วไปคิด

แต่สำหรับหมออย่างเขา หมอที่เห็นร่างกายคนทั้งคนเป็นและคนตายอย่างเขาคงไม่คิดทำแบบนั้น การมองเห็นเรือนร่างกายมนุษย์เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขาไปแล้วถึงแม้อาจจะมีหวั่นไหวบ้างก็เถอะ

ถึงแม้ผมจะช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณแต่ว่า...ใครจะไปทำลงล่ะครับ กลิ่นอ้วกเต็มตัวซะขนาดนั้น อีกอย่าง ผมเองก็เป็นหมอ มองร่างกายมนุษย์ทั้งหญิงและชายจนชาชินไปแล้ว

ชาชิน สำหรับคนอื่นอาจใช่แต่สำหรับสาวตรงหน้านี้เขาไม่แน่ใจแล้วว่าเขาจะชาชินกับร่างนวลเนียนสะอาดตานั่นได้จริงอย่างที่พูด

แต่ฉันเป็นผู้หญิงนะ อยู่ๆ มีผู้ชายที่ไหนไม่รู้มาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เป็นใครก็ต้องคิดแบบฉันทั้งนั้นแหละ เหมยลี่เอ่ยพูดแม้เขาจะบอกมาอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเธอแต่หญิงสาวก็ยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจ

แล้วคุณจะให้ผมทำยังไงล่ะครับในเมื่อคุณเมาไม่ได้สติมาแบบนั้น ชายหนุ่มเอ่ยถามแต่ใบหน้านวลยังคงแดงก่ำอยู่ซึ่งปรัชญาไม่แน่ใจว่าสีหน้าของเธอตอนนี้กำลังคิดอะไรอยู่

เมื่อเห็นว่าร่างบางไม่ยอมสนทนากับเขา ชายหนุ่มเลยอธิบายต่อไปอีก

ผมเปลี่ยนแค่เฉพาะชุดด้านนอกส่วนชุดด้านในของคุณยังอยู่ครบและที่สำคัญมากที่สุดคือ ผมไม่กล้าทำร้ายผู้หญิงสวยๆ แบบคุณได้หรอกครับเขาอมยิ้มกับคำพูดของเขา ความจริงหากมองผู้หญิงตรงหน้า เธอทำให้เขานึกถึงน้องสาวของเขาที่ตอนนี้กำลังติวหนังสือสอบอยู่บ้านเพื่อนถ้าเมื่อคืนยัยเล็กอยู่คอนโดด้วยเขาคงไม่ต้องถูกเธอมองมาผิดๆ แบบนี้

            ฉันเชื่อคุณก็ได้ค่ะ ขอโทษด้วยที่ไปว่าคุณแบบนั้นแม้คำพูดของเธอจะบอกว่าเชื่อแต่สายตาคู่งามก็ยังคงแสดงออกว่ายังไม่ไว้ใจเขาสักเท่าไร

            “ผมเองก็ต้องขอโทษที่ทำอะไรโดยพละการ ขอโทษนะครับ เขากล่าวสุภาพ สายตาที่จับจ้องใบหน้านวลอยู่อย่างไม่คละเพื่อรอให้เธอได้เอ่ย

โอเคค่ะ ฉันจะให้อภัย และก็ต้องขอบคุณมากที่คุณไม่ทำอะไรฉัน เธอเอ่ยเสียงเบาหวิวก่อนที่ทั้งสองจะอมยิ้มออกมาพร้อมกันซึ่งถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี

            ครับ งั้นเรามากินข้าวกันเถอะนะครับอย่าถามอะไรอีกเลยเพราะตอนนี้อาหารบนโต๊ะคงเย็นหมดแล้วหมอหนุ่มพูดอย่างสบายอารมณ์และก็เห็นสาวร่างบางพยักหน้ายอมสงบคำก่อนจะกินกับข้าวที่เขาเป็นคนตักให้

            อร่อยจังเลยค่ะ

            ถ้าอร่อยก็กินเยอะๆ นะครับ เขายิ้มและมองหน้าเธอด้วยสายตาอ่อนโยน

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha