ลิขิตรักปรารถนาเถื่อน

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ตอนที่ 4 : แฟนเก่า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 4…

ร่างบางขับรถมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิตามคำสั่งของพลอยฟ้าแล้วตอนนี้หญิงสาวกำลังยืนรอหุ้นส่วนคนใหม่อยู่ที่ประตูทางออกที่สามซึ่งเป็นจุดนัดพบที่ทางสนามบินได้จัดไว้สำหรับผู้ที่มายืนรอรับผู้โดยสาร

สีหน้าของหญิงสาวดูครุ่นคิดเล็กน้อยเมื่อนึกถึงชื่อพอล เขาจะหน้าตาเหมือนกับพอลคนที่หญิงสาวเคยรักหรือเปล่า เธอยิ้มเศร้าเมื่อหัวใจของเธอยังคงคิดถึงแต่พอล ก่อนจะคิดไปอีกว่าชื่อก็บอกแล้วว่าฝรั่งแค่ไหน เพราะฉะนั้นหน้าตาก็คงออกแนวคนยุโรปนั่นแหละ สูงเพรียว จมูกโด่งและแต่งตัวดี

          *คนหน้าตาดี...รับโทรศัพท์ด้วยจ๊ะ คนหน้าตาดี...รับโทรศัพท์ด้วยจ๊ะ*

เผลอยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ตัวเอง ก็คนมันสวยนี่นาย้ำกันอยู่ได้เธอหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าถือของตัวเองแล้วมองไปยังสายเรียกเข้าที่เบอร์ไม่คุ้นเลย ก่อนที่จะตัดสินใจกดรับสายเพราะความอยากรู้เป็นเหตุ

            ฮัลโหล

            เหมยลี่ ใช่คุณหรือเปล่าเสียงนุ่มทุ้มที่ถามออกมาทำเอาคนที่รับสายถึงกับเงียบงันเพราะรู้สึกคุ้นในน้ำเสียงของอีกสาย หญิงสาวกรอกสายตาไปมาอย่างงุนงงที่อีกสายรู้จักชื่อเธอก่อนจะรีบตอบกลับไป

            อ๋อ ใช่ค่ะ นั่นใครพูดสายด้วยคะ

            ผม พอล

คำตอบนั้นทำให้เธอถึงกับหัวใจหล่นตุบ พอลงั้นหรือร่างบางส่ายหัวไปมาเพื่อเรียกสติของตัวเองให้กลับคืนมาหรือเขาจะเป็นหุ้นส่วนตามที่พลอยฟ้าบอกจริงๆ หญิงสาวตั้งสติได้ก่อนจะพูดต่อ

            โอะ คุณพอล Sorry Icame...เอ๊ะ นี่คุณพูดไทยได้ด้วยหรือคะ หญิงสาวออกอาการงงอีกครั้ง ก็ไหนว่าพลอยฟ้ามันบอกว่าพอลพูดอังกฤษนี่ เอ๊ะ เธอยืนทำท่างงอยู่หลายวินาที ใช่สิ มันก็ไม่ได้บอกนี่ว่าพอลพูดภาษาไทยไม่ได้

เวร...เธอโดนยัยพลอยฟ้าต้มซะเปื่อย

            ครับ ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน อีกสายถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นๆ หรือเพราะโทรศัพท์เธอจะไม่ดีแล้วกันแน่นะหญิงสาวมองไปรอบๆ ของสนามบินก่อนจะตอบกลับไปอย่างกระตือรือร้น

            อยู่ใกล้กับทางออกช่องสามนะคะ ทางด้านขวาอยู่ใต้ป้ายจุดนัดพบพอดีเลย

            งั้นผมจะไปหา...คุณรออยู่ตรงนั้นนะ

แล้วสายก็ถูกตัดไป เอ๊ะ ตกลงว่าเธอควรจะไปหาเขาไม่ใช่หรือแล้วทำไมว่าที่หุ้นส่วนอย่างเขาถึงต้องมาหาเธอเองล่ะ

งงและสงสัย แต่เอาเถอะเขาบอกให้รอเธอก็ต้องรอจนกว่าเขาจะมา หญิงสาวยืนรอสลับกับหันไปมองจอทีวีวงจรปิดที่สามารถมองเห็นผู้โดยสารที่รับกระเป๋าและผ่านขั้นตอนศุลกากรออกมาแต่เธอก็ยังไม่เห็นใครเข้าทางว่าจะเป็นพอลได้เลยสักคนและแล้วเหมยลี่ก็ยืนรอพอลเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็มๆ

            เหมยลี่

เสียงเรียกนั้นทำเอาคนที่ยืนรออยู่ตั้งนานต้องหันไปมองแทบจะทันทีแต่แค่แวบแรกที่ได้เห็นหน้า สมองของเธอก็รับรู้ได้ในวินาทีแรกว่าผู้ชายคนนี้คือพอล

ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนแต่ใบหน้าหล่อเหลาผสมดวงตาสีฟ้าคู่นี้มองยังไงก็คือพอลคนที่เธอทั้งรักและเฝ้ารอมาตลอด

เหมบลี่ยืนตัวสั่นและขาของเธอก็เหมือนกับจะรับน้ำหนักตัวเองไม่ไหวก่อนจะหันมาจับเสาข้างๆ เพื่อกันไม่ให้ตัวเองล้ม

ดวงตาหวานยังคงจ้องมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อสายตาว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นจะเป็นพอล ตอนนี้เกิดความรู้สึกมากมายทั้งสับสน สงสัย และแปลกใจ

เธอมาที่นี่เพื่อมารับลูกค้าตามคำสั่งของพลอยฟ้าแต่ลูกค้าคนนั้นกลับเป็นพอล นั่นสินะ เธอควรจะคิดได้ตั้งแต่เสียตอนที่ได้ยินชื่อพอลจากพลอยฟ้าแล้ว นี่คงจะเป็นแผนเล่นตลกของเพื่อนรักของเธอ

ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันก่อนร่างงามจะประชันกับร่างหนาอบอุ่นที่เดินเข้ามาหา ยิ่งเขาเข้ามาใกล้หัวใจของเธอก็เต้นตึกๆ อย่างไม่เป็นจังหวะ อีกทั้งสายตาอ่อนโยนของเขาที่มองมาทางหญิงสาวก็ยิ่งทำให้หวั่นใจมากขึ้น

ตลอดเวลาที่จากกันมาหัวใจของเหมยลี่เฝ้าหวังมาโดยตลอดว่าขอให้เธอได้พบกับเขาอีกสักครั้ง บัดนี้ ความต้องการของเธอเป็นจริงแล้วในที่สุดสิ่งที่เธอคิดและหวังมาตลอดว่าจะได้พบเขาอีกมันก็เป็นจริงจนได้แต่ทำไมหัวใจของเธอถึงรู้สึกเจ็บจี๊ดอย่างบอกไม่ถู

            สายตาที่อ่อนโยนลงของพอลทอดมองมายังร่างบางเล็กที่กำลังนิ่งงันอยู่ตรงหน้าเขาด้วยความตกใจ เธอคงจะกำลังสับสนและแปลกใจกับการปรากฏตัวของเขา ในขณะที่หัวใจของพอลเองกำลังรู้สึกดีใจที่ได้เจอเธออีกครั้ง

ก่อนหน้านี้พอลตั้งใจว่าจะปฏิเสธงานนี้แล้วเพราะบริษัทของเขายังมีโปรเจคใหญ่ค้างอยู่อีกแต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วบริษัทในประเทศไทยเสนองานให้เขาซึ่งมารู้ทีหลังว่าเป็นบริษัทของพลอยฟ้าบวกกับจู่ๆ เธอก็โทรมากำชับอีกครั้งว่าอยากร่วมงานกับเขาจริงๆ โดยจะมีการประชุมใหญ่ของบริษัทในอีกวันถัดไปแต่เผอิญว่าพอลไม่สามารถมาทันการประชุมใหญ่ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญพอๆ กับงานและเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจในการตัดสินใจรับงานนี้ นั่นก็คือ

ถ้าอยากจะเจอเหมยลี่หรือต้องการจะสานต่อเรื่องเก่าๆ พลอยฟ้าจะยอมช่วยเหลือเขาทุกอย่าง ซึ่งมันเป็นข้อเสนอที่เขาไม่กล้าปฏิเสธ ชายหนุ่มจึงรีบตอบตกลงเพียงเพื่อความหวังเล็กๆ น้อยๆ ว่าเขากับเหมยลี่จะกลับมารักกันเหมือนเดิมได้อีก

            เขาปรารถนามาโดยตลอดที่จะหาโอกาสกลับมาสืบสานความรักระหว่างเขาและเธอต่อ หากเพียงแค่ว่า...ตอนนั้นเขายังไม่สามารถทำเพื่อความรักได้เพราะเหตุผลมากมายที่เขาจำเป็นต้องทิ้งผู้หญิงคนที่ทั้งรักทั้งหวงเพื่อเลือกช่วยครอบครัวของเขาเองแต่ในครั้งนี้ พระเจ้าลิขิตให้เขาได้มีโอกาสทำในสิ่งที่ชายหนุ่มควรทำมากที่สุด นั่นก็คือ การปรับความเข้าใจกับเธอ

            “ดีใจนะที่ได้พบคุณอีกครั้ง คุณคงสบายดี”พอลพูดประโยคแรกด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งแต่แฝงด้วยอารมณ์ความรู้สึกดีใจที่ได้พบเธออีกครั้งขณะที่เหมยลี่เอาแต่นิ่งเฉยจนเขาเองก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการยิ้มให้เธอก่อนที่สายตาของเขาจะทอดมองร่างบางที่เริ่มขยับและยืนเทียบเขา

ตอนนี้เธอดูเปลี่ยนไปมาก ใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่งสวยพอดีกับดวงตาที่ไม่โตมากแต่กลับตราตรึงและริมฝีปากอิ่มสีชมพูอ่อนที่ดูน่าดึงดูดใจตั้งแต่แรกเห็น สรุปว่าเธอสวยมากและดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก

            “ค่ะ” ริมฝีปากอิ่มสีชมพูตอบมาสั้นๆ ก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติและยิ้มออกมาโดยไม่ได้มองหน้าเขา

พอลฝืนยิ้มอย่างเข้าใจดี เพราะเธอคงเจ็บกับสิ่งที่เขาทำแต่เธอคงไม่หรอกรู้ว่าเขาเองก็เจ็บมากแค่ไหนที่ต้องทิ้งคนที่เขารักมากคนหนึ่งไป

            ฉันไม่คิดว่าจะเป็นคุณ แต่ถึงยังไงบริษัทของเราก็ยินดีต้อนรับคุณพอลนะคะและยินดีมากที่คุณพอลจะมาเป็นหุ้นส่วนของเราเอ่ยพูดอย่างเป็นทางการแม้จะรู้ตัวดีว่ามันแย่แค่ไหนที่ต้องเจอกันกะทะหันแบบนี้

            “คุณขับรถมาด้วยหรือเปล่า”พอลถามเมื่อเห็นว่าที่ตรงนี้จะมีผู้โดยสารเดินทางมาจุดนัดพบอีกมากและเขาก็ไม่อยากเบียดใคร

            “ค่ะ งั้นเชิญมากับฉันทางนี้ เดี๋ยวฉันจะพาคุณพอลไปหาพลอยฟ้าเองค่ะ” ร่างบางเพียงแต่ยิ้มหน้าเจื่อนๆ ปั้นหน้าให้ดูดีเต็มที่ เพื่อไม่ให้เขามารับรู้ความรู้สึกที่จะทำให้เธอเจ็บอีกครั้งเพราะการได้มาเจอกับเขาวันนี้

นัยน์ตาหวานเผลอสำรวจเขาไปพลางๆ ดวงตาสีฟ้าและจมูกโด่งนั่นบวกกับริมฝีปากหนาทรงเสน่ห์น่าจูบอีกทั้งบุคลิกมั่นที่ดูแข็งแรงจนรู้สึกได้ รวมๆ แล้ว พอลยังคงน่ามองไม่เคยเปลี่ยน และมันก็ทำให้เธอวกคิดแต่เรื่องเดิมๆ จนรู้สึกชาที่หน้าอกด้านซ้าย

รู้สึกเหมือนเหตุการณ์ในคืนวันอันแสนหวานเพิ่งเดินทางจากเธอไปเมื่อไม่กี่วันนี้เอง ความทรงจำที่มีแต่เธอและพอลเดินเคียงข้างกันในวันวาเลนไทป์เมื่อห้าปีที่แล้ว เป็นคืนวันที่มีความสุขกับการร่วมฉลองบนเรือสำราญที่เขาลงทุนเหมา ท่ามกลางแสงสีเสียงที่สว่างไสวดั่งเช่นความรักของเราที่กำลังงอกเงย มันเป็นความทรงจำที่เธอไม่เคยลืมแต่อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอลืมไม่ได้เช่นกัน นั่นก็คือ การกลายเป็นคนถูกทิ้งในวันถัดไป

            “ครับ” ร่างหนาอบอุ่นรับคำมาสั้นๆ

เหมยลี่หันไปมองทางอื่นเพื่อสลัดความคิดหันฟุ้งซ่าน ถึงยังไงพอลก็ยังเหมือนเดิม คำพูดที่สุภาพและการแต่งกายที่ดูดีจะยังคงเป็นเขาคนเดิมที่เธอเคยรู้จักและคุ้นเคย

            “เหมยลี่ เขาถือโอกาสจับข้อมือขาวของเธอไว้ก่อนจะทำหน้าเศร้าซึม

            ผมไม่รู้ว่าคำขอโทษของผมจะยังมีความสำคัญสำหรับคุณอีกหรือเปล่า ผมเสียใจเหมยลี่ ที่ผมจากไปโดยไม่ได้บอกกล่าวอะไรเลย ขอโทษจริงๆ นะ เขาก้มหน้าลงทั้งที่มือยังคงจับข้อมือของเธอไว้อยู่

            คุณพอล ไม่มีคำพูดไหนออกมาจากริมฝีปากอิ่มนอกจากชื่อของพอลที่สบถออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ

            ผมขอโทษ ไม่ว่าผมจะต้องเอ่ยคำขอโทษอีกกี่ครั้ง ผมก็จะบอกคุณว่าผมขอโทษที่ทำร้ายคุณ เหมยลี่ เหมือนเขาจะข่มอารมณ์ความรู้สึกไว้เพราะเขาเองก็เป็นผู้ใหญ่ถ้าต้องมาร้องไห้ต่อหน้าผู้คนเยอะๆ เขาก็ทำไม่ได้

            คุณพอลไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้วและก็ไม่ต้องขอโทษฉันด้วย เพราะคำว่าเสียใจของฉันมันรอคำขอโทษจากคุณมานานมากเกินไปแล้วจนไม่รู้ว่าตอนนี้ฉันควรรู้สึกยังไงดีกับคำขอโทษของคุณ เธอดึงมือกลับแต่ยังไม่ยอมเดินออกไปจากสนามบิน

            เหมยลี่ ผมเสียใจ แล้วพอลก็ดึงร่างบางเข้ามากอดไว้ในอ้อมกอดของเขาโดยไม่แคร์ว่าผู้คนที่เริ่มหันมามองทางเขาจะคิดยังไง

จะกี่วันหรือกี่เดือนหรือจะกี่ฤดูที่พ้นผ่าน จะกี่นาทีที่เขาต้องทนอ้างว้างกับความรู้สึกคิดถึงแต่เธอ...และรู้สึกเจ็บปวดที่มิอาจมาหาเธอได้ตามแรงปรารถนา หากมันไม่ใช่ความรัก เขาคงจะไม่รู้สึกเจ็บปวดถึงเพียงนี้ หากไม่รัก ชายหนุ่มจะไม่มีวันรู้สึกผิดเมื่อต้องจากเธอไปโดยที่ไม่อาจจะอธิบายให้เธอได้รู้ถึงเหตุผลที่แท้จริงได้

            แม้ว่าเรื่องของเราในครั้งนั้นมันจะทำให้คุณเสียความรู้สึกมากแค่ไหน แต่ผมก็ดีใจที่เราได้พบกันอีก

เหมยลี่เหมือนจะน้ำตาไหลหากไม่ติดอยู่ที่ว่าเธอจะไม่ยอมร้องไห้ต่อหน้าผู้ชายอย่างเขาอีก เพราะน้ำตาที่เคยไหลออกมาพร้อมกับความเสียใจในการจากไปของเขาในวันนั้นมันมากเกินไปแล้วและเธอก็จะไม่มีวันเสียน้ำตาอีกแต่ดูเหมือนหัวใจของเธอจะทรยศความต้องการที่จะไม่ยอมเสียน้ำตาเพราะน้ำตาของเธอทำท่าจะไหลออกมาเสียให้ได้ เพื่อตอกย้ำความอ่อนแอในใจของเธอให้เขาเห็น

ไม่นะ เธอจะไม่มีวันแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็นเด็ดขาด เธอต้องเข้มแข็งสิ เธอต้องพยายามบังคับใจตัวเองไม่ให้ไปหวั่นไหวกับคำพูดของเขาให้ได้ ถึงยังไงเธอก็มีศักดิ์ศรีพอที่จะไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิมอีก

            ผมคิดถึงคุณนะเหมยลี่ เขากระชับวงแขนของตัวเอง

แต่ฉันว่าเราอย่าพูดเรื่องที่มันผ่านไปแล้วจะดีกว่าค่ะ ปล่อยให้มันผ่านไป

ตามกาลเวลาเถอะนะคะเธอฝืนยิ้มให้เขาเล็กน้อยก่อนจะผละจากร่างหนาของเขาออก

พอลมองร่างบางที่กำลังเดินนำหน้าเขาออกจากตัวอาคารของสนามบินด้วยความรู้สึกผิดหวัง เขาคิดว่า การที่เธอได้มาเจอเขาอีกครั้งจะทำให้เธอดีใจได้บ้างแต่กิริยาที่เธอพยายามแสดงออกมาให้เขามันเหมือนกับว่าเธอไม่ได้ยินดียินร้ายกับการได้มาเจอเขาเลย พลอยคิดอย่างกังวลว่าหากเธอหมดเยื้อใยให้เขาไปแล้ว หัวใจของเขาคงต้องเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสแน่นอน

พอลทำหน้าเศร้าแทบทันทีที่ความคิดของเขากำลังจะทำลายตัวเขาเองก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินตามร่างของเธอไปซึ่งเขาเองก็ไม่กล้าที่จะถามอะไรเธออีก คงต้องให้เวลาเธอสักพัก รอให้เธอพร้อมกว่านี้ก่อนและเขาจะเดินหน้าต่อไป

            เหมยลี่กำลังทำหน้าที่ขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อนเพราะรู้อยู่ว่าถนนสายกรุงเทพช่วงนี้มันจะติดมากขนาดไหนและก็อยากใช้เวลาให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ ในช่วงเวลาที่รถกำลังติดอยู่นั้นเพื่อทบทวนอะไรบางอย่างกับผู้ชายที่นั่งรถมากับเธอด้วย

            “คุณพอล...กินอะไรมาหรือยังคะ” แม้มันจะเป็นคำถามที่เธอไม่ได้ตั้งใจที่จะถามแต่เธอก็ถามมันออกไปแล้ว ไม่มีเสียงตอบจากพอลจึงหันไปมองและก็เห็นว่าเขาหลับอยู่

เธอนั่งถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะใช้เวลาสำรวจเขาไปพลางๆ อย่างลืมตัว ใบหน้าหล่อเป็นสันของเขาดูมีเสน่ห์ดึงดูดให้น่ามองอย่างหลงใหล ร่างบางเผลอยิ้มให้กับตัวเอง นี่หรือ คนที่เคยรักเธอและเธอก็เคยรักเขาจนหมดหัวใจและนี่หรือ คนที่ทอดทิ้งเธอให้เธอต้องดื่มด่ำกับความเจ็บปวดที่เหมือนมีมีดแหลมมาปักคาไว้ที่อกข้างซ้าย

            เพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านจนไม่รู้ว่าสัญญาณไฟเขียวมาตั้งแต่เมื่อไร มารู้อีกทีก็ตอนได้ยินเสียงเตรไล่จากรถคันหลังนี่แหละ หญิงสาวแทบสะดุ้งส่วนพอลก็ลืมตาขึ้นมาอย่างตกใจเช่นกัน

            “เกิดอะไรขึ้น” เขาถามท่าทางตกใจ

“เออ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันเผลอหลับไปเลยไม่เห็นสัญญาณไฟเขียว” ร่างบางตอบอย่างเบาหวิวเหมือนเธอกำลังพูดไม่ออก ใช่ เพราะตอนนี้เรี่ยวแรงของเธอไม่รู้หายไปไหนหมด ความร่าเริง สดใสถูกผู้ชายคนนี้กัดกลืนกินไปหมดแล้ว

            คุณไหวไหม ถ้าไม่ไหวให้ผมขับให้ก็ได้ ผมเองก็ชำนาญทางอยู่พอสมควร อาจเพราะสายตาของพอลที่เห็นว่าสีหน้าของเธอดูอิดโรยมาก

            ไม่เป็นไรค่ะ เลี้ยวโค้งหน้าก็ถึงบริษัทแล้วคุณพอลเองก็ง่วงอยู่ไม่ใช่หรือคะ เธอเอ่ยเสียงเรียบ สายตาพยายามมองไปข้างหน้าเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่าง

            พอลมองหน้าเหมยลี่ที่พยายามจะหลบหน้าเขาด้วยการไม่มองหน้า แต่เขาก็ยังสังเกตเห็นว่าเธอแอบมองหน้าเขาแค่ไม่กี่ครั้ง นั่นสินะ เขาทำเธอเจ็บมากขนาดนี้ ถ้าเธอจะยังดีกับเขาอีกมันก็คงแปลกพิลึก

พอลกัดกรามแน่นข่มอารมณ์ความรู้สึกอ่อนไหวของตัวเอง เขารู้สึกถึงความเฉยชาและเย็นชาจากตัวหญิงสาวที่เขารักและเฝ้ารอคอยหาโอกาสที่จะได้พบกับเธออีกครั้ง ดวงตาสีฟ้าที่หันไปมองนอกกระจกรถอย่างรวดเร็วเพียงเพราะไม่อยากให้เธอต้องมาเห็นน้ำตาของเขา

            เหมยลี่เองก็เช่นกัน เธอไม่กล้าสู้หน้าเขาเพราะยังรู้สึกแปลกๆ สายตาที่แน่วแน่มองไปยังถนนเพื่อสู่จุดหมายปลายทางที่ต่างคนต่างตกอยู่ในอาการเงียบงันด้วยกันทั้งสองคน

 

            “สวัสดีค่ะ คุณพอล”

พลอยฟ้ากล่าวคำทักทายเมื่อเห็นร่างของพอลมาถึงห้องทำงานของเธอแล้ว

            “ครับ คุณพลอยฟ้า” พอลเดินเข้ามานั่งตรงข้ามกับเก้าอี้ของพลอยฟ้า ส่วนเหมยลี่ก็มานั่งซบลงบนโซฟาอีกมุมหนึ่งของห้องทำงานพลอยฟ้า

            “ไม่เจอกันตั้งนาน ภาษาไทยคุณพอลยังชัดเหมือนเดิมนะคะ” พลอยฟ้ากล่าวเสียงสดใสแต่ก็ไม่ลืมที่จะส่งสายตามาทางเหมยลี่ราวกับจะดูความผิดปกติของเธอ

            “ครับ ถ้าไม่เป็นการรบกวน ผมอยากได้กาแฟสักถ้วยหนึ่ง” พอลเอ่ยขึ้น

            เหมยลี่ลอบมอง ท่าทางของเขาเหมือนยังไม่สางง่วง แต่ก็ยังคงวางมาดด้วยท่านั่งตัวตรง หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ

            “ไม่รบกวนหรอกค่ะ พลอยฟ้าว่าแล้วหันไปมองทางเหมยลี่ก่อนที่เธอจะคิดวางแผนให้สองหนุ่มสาวได้กลับมารื้อฟื้นความทรงจำกันใหม่อีกครั้ง

            ถ้าอย่างนั้นคุณพอล กรุณารอสักครู่นะคะเออ เหมย จะไปไหนรีบถามเหมยลี่ได้ทันเมื่อเห็นเธอกำลังจะลุกขึ้นแล้วก็ได้คำตอบว่าจะไปชงกาแฟมาให้พอล

ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันจัดการเอง พลอยฟ้าว่าแล้วลุกขึ้นแต่ถูกเหมยลี่ขัด

แต่ฉันเป็นเลขา หน้าที่จึงเป็นของฉัน เธออยู่คุยกับคุณพอลเถอะเหมยลี่บอกและหยิบยกหน้าที่เลขามาเป็นข้ออ้างในการจะเดินออกจากห้องนี้ ยังหวั่นๆ ว่าพลอยฟ้าจะหาแผนอะไรมาเล่นตลกกับเธออีก

ไม่เห็นเป็นไรเลย คือ พอดีฉันว่าจะไปขอเอกสารกับคนที่ทำโปรเจคนี้มาให้คุณพอลอยู่พอดีนะ พลอยฟ้ารีบหาเหตุผล

ฉันไปเอามาให้ก็ได้เพราะนั่นก็เป็นหน้าที่ของฉันเหมือนกัน เสียงหวานยังคงดังออกมาจากร่างบางที่อยู่ไม่สุข

งั้น ฉันในฐานเจ้านายของเธอ ฉันขอสั่งให้เธออยู่คุยกับคุณพอลที่นี่

เหมยลี่เตรียมจะค้าน

หรือจะขัดคำสั่งของเจ้านายย่ะ พลอยฟ้าเอ่ยเสียงเด็ดขาด พอเห็นอีกฝ่ายเงียบเธอก็ยิ้มออกมาไม่ลืมส่งสายตามาหาพอลแวบหนึ่วก่อนจะรีบเดินออกจากห้องทำงานไป

พอลนั่งเงียบและไม่ต่างจากเธอที่ไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา สถานการณ์แบบนี้มันกดดันชะมัด ชายหนุ่มกลืนน้ำลายด้วยความกระหายอยาก ถึงตอนนี้เขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเธอ

“เหมยลี่”

เพราะร่างนั้นกำลังจะลุกเดินออกจากห้องไปอีกคนทำให้เขาต้องหยุดเธอไว้ก่อนโดยการเอ่ยเรียกชื่อของเธอ ในเมื่อพลอยฟ้าอุตส่าห์เปิดโอกาสให้เขาได้อยู่ใกล้ชิดเหมยลี่ ฉะนั้น เขาควรจะทำอะไรบ้างไม่ใช่ปล่อยให้เธอเดินออกจากห้องนี้ไปดื้อๆ

พอลลุกขึ้นยืนแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินตรงไปหาหญิงสาวที่ยินหันหลังให้เขาอยู่

“ผม”

“คะ” เหมยลี่ขานรับก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเขาแต่เกือบถอยหลังแทบไม่ทันเมื่อเขายืนอยู่ข้างหลังในระยะประชิดตัวก็ว่าได้

เหมยลี่ ร่างหนาขยับตัวเดินเข้าไปหาแต่เธอถอยหลังออกไปจนเขาต้องหยุดนิ่ง

มีอะไรหรือคะ คำพูดที่แสนจะห่างไกลออกมาจากริมฝีปากบางที่ยืนนิ่งรอฟังเขาได้พูดต่อ

            ผมอยากอธิบาย พอลพูด

            เรื่องอะไรคะ

            ร่างหนาอบอุ่นยืนมองใบหน้าสวยหวานของคนที่เขารักด้วยความรู้สึกผิดหวังอย่างมาก เพราะแค่กิริยาที่แสดงออกมาว่าเธอไม่ได้สนใจเขาอีกแล้ว ความรู้สึกของเธอมันเฉยชาจนเขารู้สึกอ่อนไหวไปกับอารมณ์กลัว พอลข่มอารมณ์อ่อนไหวก่อนพูดต่อ

            คุณจะไม่ถามผมหน่อยหรือว่าช่วงที่ผมหายไป ผมไปทำอะไรมา หรือผมเป็นยังไงบ้างเอ่ยพูดเบาๆ ในใจตอนนี้เพียงหวังว่าเธอจะพยักหน้าให้กับคำถามของเขาอย่างน้อยๆ พอลจะได้รู้ว่าเหมยลี่ก็รอให้เขาอธิบาย

            ไม่ค่ะ ฉันคิดว่ามันนานมากแล้วและเราก็ควรที่จะลืมๆ มันไปซะ เธอเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย ใบหน้ายังหลบหลีกเขาเหมือนเคย

            แต่ผมอยากอธิบายเพื่อให้คุณได้เข้าใจว่าผมไม่ได้ทิ้งคุณไป พอลเริ่มเสียงเข้ม เพราะความเย็นชาของเธอกำลังทำหัวใจของเขากลัว กลัวว่าเธอจะไม่รักเขาอีก

            งั้นคุณก็ลองอธิบายมาสิคะ เพราะสายตาเว้าวอนที่ปรากฏบนใบหน้าเศร้าของเขา ทำให้เธอต้องใจอ่อนอีกแล้ว แม้จะพยายามทำใจแข็งมากแค่ไหนแต่ลึกๆ ในใจของหญิงสาวก็อยากที่จะรู้เหตุผลของการจากไปในครั้งนั้น เพราะเธออยากให้แน่ใจว่าเขาทิ้งเธอไปจริงๆ

            ผมไปอยู่อังกฤษมา เขาพูดเหมือนจะไม่จบประโยค สายตาเศร้าและเป็นกังวลกำลังฉายบนใบหน้าหล่อของเขา ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าหากเขาพูดอะไรต่อไปอีก คนที่เขารักจะรู้สึกยังไงถ้าได้รู้ว่าเขามีพันธะผูกมัดเขาอยู่

            แค่นี้หรือคะ ที่คุณอยากจะอธิบายเหมยลี่รู้สึกผิดหวังในคำตอบของเขามาก ตอนแรกเธอนึกว่าเขาจะอธิบายอะไรได้มากกว่านี้แต่สุดท้ายคำอธิบายของเขามันก็ยังไม่พ้นความจริงที่ว่า เขาทิ้งเธอไปอยู่ดี


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha