ลิขิตรักปรารถนาเถื่อน

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ตอนที่ 6 : ทางเลือก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 6…

พซี่ คุณมาเร็วกว่าที่ผมคิดอีกนะ

เจ้าของร่างแข็งแรงเดินออกมาจากห้องนอน ตอนนี้จอนอยู่ในชุดลำลองที่เรียบร้อยแล้วดูสบายแต่ดูดีก่อนที่เจ้าของร่างแข็งแรงจะเข้ามานั่งโซฟาใกล้เพื่อนสาวที่เขาแอบหลงรักเธอตั้งแต่เมื่อไรก็สุดที่หัวใจของเขาจะบอกได้ อาจเพราะเธอทำให้เขามีกำลังใจเดินหน้าต่อไป

จอนคะ แพซี่ไม่อยากให้คุณทำร้ายผู้หญิงอีก ร่างบางระหงเอ่ยปากขอร้อง เพราะเธอไม่อยากเห็นจอนต้องหมกมุ่นอยู่กับความทุกข์และความแค้นอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น ทั้งที่พวกเธอก็ไม่ใช่คนผิด แค่เพียงพวกเธอคือคนไทยและมีนิสัยชอบจับผู้ชายรวยๆ เหมือนอดีตแฟนเก่าของจอน

แพซี่ก็รู้นี่ ว่าผมทำไม่ได้ อีกอย่างผู้หญิงพวกนั้นก็เสนอตัวยั่วผมเอง ในเมื่อเธอเสนอมาผมก็แค่สนองไป ไม่เห็นจะทำร้ายตรงไหน ริมฝีปากหนาพูดอย่างไม่สนใจอะไร

แต่แพซี่ไม่อยากให้คุณเป็นแบบนี้เลย เธอจับมือหนาของเขาอย่างให้กำลังใจ“กลับมาเป็นจอนคนเดิมได้ไหม แพซี่อยากได้จอนคนที่มีจิตใจอ่อนโยนคนนั้น”

จอนดึงมือกลับแล้วยิ้มมุมปาก สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วถามเสียงอ่อน

แพซี่ว่ามีธุระจะคุยกับจอนไม่ใช่หรือ เขาพูดเรื่องอื่นเพราะไม่อยากให้เธอต้องมาวุ่นวายกับเรื่องของเขามากมาย

โอเคค่ะ ที่แพซี่มาวันนี้ก็แค่จะมาถามข่าวเรื่องพี่พอล

พี่พอลทำไมหรือ เขาถามด้วยใบหน้าเรียบเฉยทั้งที่ในหัวใจของเขาตอนนี้กำลังรู้สึกเจ็บจี๊ด เจ็บชาๆ จนไม่รู้ว่าตัวเขาจะทำยังไงเพื่อให้หายจากอาการเจ็บแบบนี้

ทั้งที่พยายามจะไม่คิดอะไรกับเธอ แต่ทุกครั้งที่เขาเห็นหน้าแพซี่ หัวใจของเขาก็ทรยศโดยการเดินสวนทางกับสมองของเขาสั่งให้เลิกรักเธอ เพราะถึงยังไง ผู้หญิงคนนี้ก็คือผู้หญิงต้องห้าม

เพราะเธอกำลังจะเป็นของพี่ชายของเขาซึ่งเป็นคู่แข็งที่เขาสู้ไม่ได้เลย

แพซี่ได้ข่าวว่าพี่พอลตกลงร่วมลงทุนกับบริษัทในไทย

ใช่ ตอนนี้พี่พอลอยู่ที่เมืองไทย

หรือคะ เสียงของอีกฝ่ายดูเหมือนจะมีอะไรเก็บซ้อนอยู่แต่ไม่กล้าที่จะเอ่ยถามอะไร

คุณมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าแพซี่ บอกผมได้นะ เพราะสายตาเจ้ากรรมของเขาที่ดันไปเห็นหน้าเศร้าๆ ของเธอ แม้ตัวเขาจะไม่ใช่คนรู้ใจสำหรับเธอแต่แววตาแบบนี้เขาก็รู้ว่าเธอกำลังเศร้าอยู่

เปล่าค่ะ งั้น แพซี่ไม่กวนจอนแล้วละค่ะเมื่อคืนจอนคงจะเหนื่อยมากเธอเอ่ยยิ้มๆ แล้วหันหลังจะเดินจากแต่จอนจับมือไว้

ผมไปส่งนะ ร่างหนาแข็งแรงลุกขึ้นพร้อมเธอก่อนจะเห็นรอยยิ้มอ่อนหวานของสาวร่างบางระหง

ไม่ต้องหรอกค่ะ แพซี่มีงานถ่ายแบบต่อเลยให้คนขับรถมาส่ง ยังไงก็ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ แพซี่ไม่อยากให้จอนต้องแย่ไปอีก ใบหน้าสวยมองสบตาเขาเนินนานเพราะเธอเคยเห็นสภาพนั้น

จอนคือเพื่อนสนิทที่เธอรักมากคนหนึ่ง ความเจ็บจากการถูกคนที่รักทิ้งไปอย่างไม่ไยดีทำให้เขากลายเป็นคนอารมณ์แปรปรวน เข้าใจยากและสิ่งที่แย่ที่สุดนั่นก็คือเขากลายเป็นหนุ่มนักรักที่รักใครไม่เป็น เอาแต่จะขยี้ร่างกายและหัวใจของพวกสาวๆ ที่มาเสนอตัวให้เขาเพียงเพราะเห็นว่ารวยและผู้หญิงที่จอนชอบมากที่สุดก็คือผู้หญิงไทย...ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรเขาจะได้เจอกับความรักที่แท้จริงสักที

 

            “ว่าไงจ๊ะ ยัยเหมยเพื่อนรัก” พลอยฟ้าเดินเข้ามาทักทายก่อนกลับ

            “ก็...เหนื่อยนะสิย่ะถามได้ ไม่ใช่นั่งอยู่เฉยๆ” เหมยลี่กำลังจัดการอยู่กับเอกสารกองโตที่ต่างก็เร่งงานซะจนเธอปวดหัวกับโปรเจคใหม่ที่เธอต้องเร่งดูเพื่อให้พลอยฟ้าเซ็น ไหนจะงานโปรเจคใหญ่ที่เธอดันไปเป็นส่วนร่วมในการออกแบบหน้าตามือถือโฉมใหม่ด้วย

            “หรอ พลอยฟ้าลากเสียงยาวพยักหน้าหงิกๆ

            แกมีอะไรก็พูดมาไม่ต้องมาทำเสียงแบบนี้ รำคาญ ปากพูดแต่หน้ายังคงก้มมองดูเนื้อหาในเอกสารตรงหน้า

            ชิ ทำเป็นรู้ทันพลอยฟ้าทำเสียงหมั่นไส้ก่อนจะพูดต่อตกลงแกจะเอายังไง เรื่องแกกับคุณพอลนะ

            เหมยลี่เงยหน้ามองพลอยฟ้าแวบหนึ่งก่อนจะก้มลงมองดูเอกสารต่อ

            ยังตอบอะไรไม่ได้ตอนนี้ น้ำเสียงดูเฉยชา

            ยังตอบไม่ได้หมายความว่าไงว่ะ เอ๊ะ หรือว่าแกจะตัดใจจากคุณพอลได้แล้วจริงๆ พลอยฟ้าทำท่าโวยวายใหญ่

            “นี่ยัยพลอย ฉันบอกแกไว้ก่อนเลยนะว่า แกห้ามมาทำเป็นแม่สื่อแม่ชักให้ฉันกับคุณพอลเด็ดขาด”

            “ใครจะกล้าละ มาถึงขั้นนี้แล้ว คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกรรม” พลอยฟ้าพูดเสียงเบาแม้ในใจคิดที่จะทำตามที่เพื่อนสาวบอกก็ตาม

            “ดี”เอ่ยบางเบาก่อนจะทำงานต่อ

            งั้นฉันไปก่อน ส่วนแกก็กลับบ้านได้แล้ว พลอยฟ้าเอ่ยก่อนจะเดินออกไปแต่ก็ต้องชะงักเพราะเสียงเรียกของเพื่อน

            “ยัยพลอย” แล้วมือเรียวสวยก็จับแขนของพลอยฟ้า

เหมยลี่มองเพื่อนสาวที่เพิ่งแต่งงานกันไปเมื่อไม่ถึงปี ดูเธอมีความสุขกับชีวิตคู่หลังแต่งงานเอามากๆ จนนึกอิจฉา ปกติพลอยฟ้าจะกลับบ้านก็ตอนเวลาสามสี่ทุ่มหรือไม่ก็อาจจะเที่ยงคืนเพราะหลังเลิกงานเรามักจะมีปาร์ตี้กันเล็กๆ น้อยๆ และมันก็มักจะมานอนค้างที่บ้านของเธอเป็นประจำจนม่าลืมไปเลยว่ามีลูกสาวที่ชื่อเหมยลี่เพียงคนเดียวเพราะโดนพลอยฟ้าอ้อนจนม่ายอมรับให้เป็นลูกสาวอีกคน เธออดนึกถึงตอนนั้นไม่ได้แต่ตอนนี้มันคงไม่มีอีกแล้ว

            “อะไร แล้วทำไมมองหน้าฉันแบบนั้นล่ะ”

            “แกว่า...คุณพอลเขาจะมีแฟนแล้วหรือยัง” เธอหันหน้าไปถามเพื่อนรักด้วยนัยน์ตาซื่อๆ

            “ไหนทำเป็นไม่สนใจไง พลอยฟ้าแอบติ

            เถอะน่า ฉันถามแกก็ตอบฉันมาสิ คนพูดยังคงทำหน้าอมทุกข์

            “มีสิ ก็แกยังไงละ” พลอยฟ้าตอบยิ้มๆ แต่คนที่ฟังกลับไม่ได้สนุกด้วย

            ฉันไม่ได้หมายถึงฉัน แต่ช่วงเวลาที่เราไม่ได้เจอกัน แกว่าคุณพอลจะแอบมีใครเก็บไว้บ้างไหม คือเขาเป็นคนที่สมบูรณ์แบบทุกอย่าง ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าตลอดเวลาห้าปีเขาจะไม่มีใคร เหมยลี่หน้าเศร้า เพราะเธอยังไม่อยากจะเชื่อว่าตลอดเวลาห้าปีที่เขาไม่ได้ติดต่อเธอเลย ชายหนุ่มจะไม่มีใครที่แอบสนใจไว้เลย เพราะเขาคือผู้ชายและเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมซะด้วย

            “เฮ้ย...เหมย” พลอยฟ้าทำเสียงตกใจเมื่อเพื่อนสาวแอบคิดไปไกล

            “แกว่าฉันควรจะหวังอะไรจากคุณพอลได้อีกไหมว่ะ”ร่างบางเหมือนน้ำตาจะไหลแต่ยังสามารถควบคุมมันไว้ได้อีก

            “คิดมากน่าเหมย...ฉันก็เห็นคุณพอลเขาดูท่าจะสนใจแกแถมยังรอโอกาสมาสานรักกับแกอีกครั้ง  จะเป็นไปได้ยังไงที่คุณพอลจะมีคนอื่นในขณะที่ตัวเองกำลังรอคอยจะกลับมาคืนดีกับแกอยู่”พลอยฟ้าเอ่ย

            “แต่บางทีฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าที่คุณพอลทำไปก็แค่เรื่องงานที่เราจะต้องมาเกี่ยวข้องกันเท่านั้น” เหมยลี่ก้มหน้าลงแล้วหลับตาอย่างรู้สึกเจ็บปวดใจเพราะเธอไม่อยากเจ็บมันอีกแล้ว ความเหงา ความชาชินและความโดดเดี่ยวมันเจ็บปวดเพียงใดเธอเจอมาหมดแล้ว

            “แกคิดมากแล้วละเหมย บางทีผู้ชายเราถ้าไม่รักใครจริงๆ นะต่อให้มีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยวข้องก็ไม่มีทางที่เขาจะทำดีกับเราได้มากขนาดนี้หรอก ขนาดฉันกับพี่ก้องคบกันแค่สองเดือนก็รู้ใจกันแล้ว แล้วแกล่ะ ระยะเวลาเกือบปีที่คบกับคุณพอล ยังไม่ทำให้แกเชื่อใจคุณพอลอีกหรือพลอยฟ้าร่ายยาวเหยียด

            “ฉัน” เหมยลี่หันไปมองหน้าพลอยฟ้า

            “แกก็กลับไปคิดเอาเองละกัน...ว่าที่ฉันพูดนะมันจริงหรือเปล่าและแกเห็นด้วยไหม” พลอยฟ้าว่าก่อนจะมองมือถือในมือที่เริ่มสั่นถี่ยิบ

“พี่ก้องมารับฉันแล้ว งั้นฉันไปก่อนไว้ค่อยคุยกันวันหลังนะ” พลอยฟ้าว่าตบบ่าเพื่อนสาวสองสามทีแล้ววิ่งจากไป

เหมยลี่เดินมายืนที่หน้าต่างแล้วมองภาพของเพื่อนสาวกำลังเดินเข้าไปหอมแก้มสามีของเธอก่อนสามีจะเปิดประตูรถให้แล้วขับออกไป มันเป็นภาพที่เหมยลี่คิดอยู่ตลอดว่าอยากจะมีวันนั้นกับเขาบ้าง

แล้วเมื่อไรล่ะที่เธอจะมีแบบนั้นบ้าง...ความรู้สึกของการมีคนรักที่มีตัวตนจริงๆ

 

            “หนูกลับมาแล้วค่ะ” เหมยลี่เดินเข้าบ้านอย่างคนหมดกำลัง ทั้งที่วันนี้ทั้งวันเธอทำงานแค่ครึ่งวันอีกครึ่งวันที่เหลือก็หมดไปกับการนอนหลับที่แสนยาวนานนั่น

            “ทำไมวันนี้ลื้อกลับเสียค่ำล่ะ” เสียงม่าดังผ่านกระทบหน้าของเธอแล้วตามมาด้วยเสียงเตี่ยแล้วก็เสียงเจ้าตัวเล็กอีกสองคนที่กำลังวิ่งไล่ซนกันอยู่หน้าทีวีก่อนจะมาวิ่งล้อมรอบตัวหญิงสาวแล้วก็วิ่งหายเข้าไปข้างในใหม่

ครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวคนจีนแต่มีเชื้อสายไทยปนอยู่ด้วย ในบ้านมีอาม่าที่เป็นผู้อาวุโสสุดและมีเตี่ยกับม่าเป็นพ่อแม่ที่น่ารักของเธอ ส่วนเจ้าตัวเล็กสองคนที่หน้าตาน่ารักนี้ก็เป็นญาติห่างๆ ช่วงปิดเทอมจะแวะมานอนบ้านของเธอแทบทุกครั้ง

            “แล้วลื้อกินอะไรมาหรือยัง” ร่างบางเผลอยิ้มเจื่อนๆ รู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน

            “ยังเลยค่ะ นี่ว่าเสร็จจากอาบน้ำแล้วจะออกไปหาของกินสักหน่อยนะม่า”เธอเดินเข้ามาโอบแขนมารดาของเธอก่อนจะเดินเข้าบ้านพร้อมกันโดยมีเตี่ยเดินตามหลัง

            “ถ้าอย่างนั้นก็รีบๆ อาบน้ำซะ ดึกๆ มันจะหนาวและลื้อก็จะไม่ได้กินอาหารด้วยเพราะร้านมันจะปิดเอาเสียก่อน”มารดาบ่น

            “ค่ะ” หญิงสาวเดินฝ่ากลางระหว่างม่ากับเตี่ยก่อนจะเดินขึ้นห้องนอนของเธอ กะจะทำภารกิจให้แล้วเสร็จภายในครึ่งชั่วโมงแต่แล้วก็นึกเปลี่ยนใจไม่อาบน้ำดีกว่าก่อนจะเดินลงไปข้างล่างก็ยังคงเห็นอาม่า เตี่ย และม่านั่งดูทีวีอยู่ส่วนเจ้าพวกตัวกวนสองตัวก็นอนหลับปุ๋ยอยู่หน้าทีวีไปซะแล้ว

            “เฮ้ย อาเหมย ทำไมลื้ออาบน้ำเร็วจัง” เตี่ยยิ้มให้ลูกสาวคนเดียวที่ทั้งรักทั้งหวง

            “เหมยยังไม่ได้อาบเลยนะเตี่ย ขอออกไปดูของกินก่อนละกัน ม่าอย่าเพิ่งปิดประตูนะ”

            “เออ รีบไปจะได้รีบกลับ” ม่าบอกส่วนเตี่ยก็พูดเสริมขึ้น

ให้เตี่ยไปเป็นเพื่อนลื้อไหม อาเหมย กลางค่ำกลางคืนมันอันตราย

ไม่ต้องหรอกเตี่ย เหมยไม่ใช่เล็กๆ แล้วนะ ดูแลตัวเองได้ ร่างบางยิ้มให้กับครอบครัวสุดหรรษาของเธอ จะเอาอะไรมากในเมื่อตอนนี้เธอก็มีครอบครัวที่แสนจะเพียบพร้อมขนาดนี้ มีอาม่าที่เธอสุดหัวใจ มีเตี่ยที่รักเธอและมีม่าที่คอยดูแลให้ความสุขกับเธอไหนเจ้าตัวเล็กอีกสองตัวที่แม้นานๆ ทีจะมาเยี่ยมเยือนบ้านแต่เธอก็รักและเอ็นดูมาก เหมยลี่ผ่อนลมหายใจบางเบา

ถึงไม่มีแฟนก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่

หญิงสาวเดินนึกอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่คนเดียว ถนนยามดึกมันช่างหนาวเย็น นี่ก็เพิ่งผ่านช่วงฤดูฝนไปหมาดๆ ช่วงนี้อากาศเลยดูสบายๆ มองผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างสบายอารมณ์ก่อนที่ความรู้สึกเหงาจะแทรกผ่านเข้ามาในหัวใจและเธอก็นึกถึงใครบางคน พอล คุณจะรู้ไหมนะว่าคุณทำให้ฉันหลงคุณมากแค่ไหนไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อนหรือว่าตอนนี้

หญิงสาวเดินตามหลังคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังยิ้มหัวเราะให้กันและพลอยทำให้เธอได้คิดถึงวัยเด็กสาวที่อายุน่าจะประมาณนี้ แต่วัยนั้นของเธอกลับไม่ได้หัวเราะมีความสุขเหมือนอย่างเด็กเช่นกลุ่มนี้ เธอฝืนยิ้มไปกับอารมณ์ความรู้สึกเหงาของตัวเองก่อนจะเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้สนใจว่ามีใครที่กำลังมองมาทางเธออยู่

            “คุณเหมย”

หมอหนุ่มเอ่ยเรียก สีหน้าแสดงถึงอาการดีใจที่ได้เจอเธออีกครั้ง ถ้าเขาไม่บังเอิญหันมองทางกลุ่มเด็กวัยรุ่น ป่านนี้เขาคงไม่ได้เจอเธอ ผู้หญิงคนที่เขาแอบคิดถึงเวลาเหงา

            “อ้าว คุณหมอบิ๊กนี่เอง” เหมยลี่ยิ้มให้ผู้ที่มาทักทายเธอเล็กน้อยแม้ว่าเราจะเพิ่งเห็นหน้ากันไม่กี่ครั้ง แต่หน้าตาหล่อๆ อย่างคุณหมอบิ๊ก ยังไงเธอก็ลืมไม่ลงหรอก ร่างบางยิ้มให้ร่างสุดเท่ห์อยู่นานก่อนสายตาเธอจะลดต่ำลงมาทอดมองไปยังร่างสาวสวยข้างกายเขา

            “คุณเหมยมาทำอะไรแถวนี้หรือครับ”ปรัชญาเอ่ย

            “เออ...ฉันมาหาอะไรกินหน่อยนะคะ คุณบิ๊กล่ะคะ”

            “ผมพาน้องสาวมาเลี้ยงนะครับ เลี้ยงที่เธอสอบเข้ามหาลัยชื่อดัง๚าได้สอบติดาหาอะไรกินหน่อยนะค่จุบันตอนนี้พร้อมกันการมีคนรักที่เป็นตัวตนจริงๆได้ติดต่อเธอเลย เขาจะไม่มีใครที่แอบสนใจไว้ทรมานในห้ได้”

เหมยลี่มองหน้าเด็กสาวที่กำลังส่งยิ้มหวานให้เธออยู่ นั่นสิ เธอควรสังเกตให้มันดีๆ เพราะหน้าตาน้องคนนี้เหมือนกันกับคุณบิ๊กราวกับพิมพ์เดียวกัน

ปรัชญายิ้มอบอุ่นก่อนจะแนะนำเธอให้น้องสาวเขาได้รู้จัก

            “สวัสดีค่ะ พี่เหมยลี่” เด็กสาวกล่าวทักทายเสียงสดใสใบหน้าเรียบหวานสมวัยนักศึกษาแต่ดูเหมือนจะซีดเซียวไปนิดหรือว่าเธอจะขาวไป เลยทำให้ดูเป็นขาวซีดซะมากกว่าแต่มองยังไงก็ยังสวยสะดุดตาอยู่ดี

            “จ๊ะ”เหมยลี่รับคำสวัสดีของน้องสาวหมอบิ๊กรู้สึกเอ็นดูในความน่ารักของเธอ

            “ถ้าคุณเหมยไม่รังเกียจ เรามากินด้วยกันน่ะ”

ร่างบางมองหน้าคนพูดซึ่งเข้าใจว่าเขาเองก็คงชวนเธอแค่เป็นมารยาทเท่านั้นและคนที่มีมารยาทดีงามอย่างเธอก็ปฏิเสธใครไม่เป็นซะด้วยสิหญิงสาวยิ้มน้อยๆ ก่อนตอบกลับไป

            “ได้ค่ะ...ไม่มีปัญหา” เหมยลี่เริ่มจะตีสนิทกับพวกเขาแล้ว ให้ตายสิ นี่เธอสนิทกับคนแปลกหน้าได้เร็วขนาดนี้เลยหรือ ระหว่างนั้นเราทั้งสามคนก็คุยกันถึงเรื่องทั่วๆ ไปจนหาข้อสรุปได้ว่าจะนั่งกินก๋วยเตี๋ยวร้านเจ๊เกี่ยวที่ไม่เคยทำให้ใครผิดหวังในเรื่องรสชาติของอาหารเลย

            “พี่เหมยจบอะไรมาคะ” น้องเล็กเอ่ยถามหลังจากที่กินก๊วยเตี๋ยวหมดไปแล้วหนึ่งชามแล้วสั่งใหม่ ไม่นึกเลยว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ แค่นี้จะกินเยอะขนาดนี้

            “อ๋อ พี่จบบริหารมานะจ๊ะ และก็มีเรียนไอทีมาเพิ่มเติมนอดหน่อย”เหมยลี่ว่ากำลังจะอ้าปากกินก๋วยเตี๋ยวก็ถูกถามต่อ

            “แล้วพี่เหมยทำงานแถวไหนล่ะคะ”

            “เออ ก็บริษัท...แถวๆ นี้แหละจ๊ะ” เธอตอบยิ้มๆ มือยังถือช้อนค้างก่อนจะอ้าปากอีกครั้งพอได้กินก็แทบสำลักเมื่อเจอคำถามตรงๆ

            “แล้วพี่เหมยมีแฟนหรือยังคะ”

            เหมยลี่ต้องรีบดื่มน้ำเข้าไปอึดใหญ่เพื่อให้อาการไอทุเลา ตอนนี้เริ่มรู้สึกอึดอัดกับคำถามที่ไม่ทันได้ตั้งตัวของน้องเล็ก เธอไม่รู้ว่าเธอควรตอบยังไงดี กรณีของพอลจะสามารถทำให้เธอประกาศออกไปได้เลยไหมว่าเขาคือแฟนหรืออดีตแฟน        “นี่ เล็ก...ถามพี่เหมยมากไปหรือเปล่า ดูสิพี่เหมยกินก๊วยเตี๋ยวไม่หมดเลยเพราะเรานี่แหละขัดพี่เขาอยู่ได้” ปรัชญาหยอกล้อน้องสาวคนเดียวของเขา ก่อนจะหันไปยิ้มให้เหมยลี่ ตอนนี้เขาเองก็ไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองสักเท่าไรว่าทำไมเขาถึงไม่อยากได้ยินคำตอบจากเหมยลี่ กลัวว่าคำตอบนั้นจะเป็นไปในทางบวกคือเธอมีแฟนแล้ว

เหมยลี่เพียงแต่ยิ้มแห้งๆ รู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมากที่ปรัชญาช่วยขัดจังหวะน้องสาวเขาให้ รู้ไหมว่าเธอหิวมากแค่ไหนและลำบากใจแค่ไหนที่จะตอบคำถามนี้

            “อิ่มไหมครับ คุณเหมย”

เขาถามขึ้นอย่างยิ้มๆ หลังเห็นว่าเธอกินก๊วยเตี๋ยวหมดไปชามที่สอง

            “อิ่มมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะสำหรับค่าอาหาร”ร่างบางตอบอย่างเอียงอาย เฮ้อๆ ขนาดไม่หิวนะเนี่ยเล่นซัดไปสองชาม

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ...อย่างน้อยๆ ก็เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีของเรา เราจะได้เป็นเพื่อนกัน”

            “ค่ะ” เหมยลี่ตอบอย่างเป็นมิตรเช่นกัน...แล้วเธอก็หันไปคุยกับเล็กที่กำลังส่งยิ้มหวานให้พี่ชายตัวเองอยู่

            “น้องเล็ก...พี่ไปนะคะ”

            “ค่ะ หลับฝันดีนะคะพี่เหมย ถ้าจะฝันถึงพี่ชายเล็ก ก็ยิ่งดีเลยค่ะ” สิ้นประโยคของน้องเล็ก เธอก็เห็นหมอบิ๊กเอามือของเขาขยี้ผมน้องสาวเล่น ช่างเป็นภาพที่อบอุ่นจริงๆ และพลอยทำให้เธอหัวเราะออกมาด้วย

            เหมยลี่ยิ้มให้หมอบิ๊กอีกครั้งก่อนจะมุ่งหน้าเดินทางกลับด้วยความรู้สึกที่สดชื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การห่างหายผู้ชายมานานของเธอทำให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนมันเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเธอไปเสียแล้ว นั่นสินะ มันควรจะเป็นอย่างนั้นสำหรับผู้หญิงอย่างเธอร่างบางเดินนึกไปอมยิ้มไป

เหมยลี่ยังคงเดินคิดไปเรื่อยๆ ปากก็ร้องรำทำเพลงอย่างสบายใจ เสียงรถแถวบ้านเธอที่ยังคงสัญจรไปมาอย่างคึกคัก ลมเย็นๆ ยังคงพัดไปแล้วก็พัดกลับมาจนทำให้รู้สึกว่าค่ำคืนนี้ของเธอไม่เดียวดายเหมือนอย่างเช่นทุกคืนที่ผ่านมา เพราะอะไรล่ะ หรือเพราะเธอได้เจอกับหมอบิ๊กหรือเปล่า

ร่างบางส่ายหัวไปมาอย่างแรงเพื่อปัดเป่าเอาความคิดอันเหลวไหลเหล่านั้นออกจากสมองอันชาญฉลาดของเธอก่อนที่มันจะเตลิดไปไกลกว่านี้ มาถึงวัยนี้แล้วยังมีความคิดเรื่องแบบนี้อีกหรือเนี่ย เหมยลี่...เธอนี่ท่าจะบ้าไปแล้วนะ...กะอีแค่ผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งมาทำดีด้วยก็ทำให้คิดไปไกลซะแล้วแต่พอมานึกๆ ดูมันจะไม่ให้คิดได้ยังไงกันในเมื่อ

ผู้ชายบนโลกใบนี้มันเหลือน้อยเต็มทน...แค่ใครสักคนเดินเข้ามาทำดีด้วยหัวใจของเธอก็หลอมละลาย...แต่เพราะคนเดิมที่เธอยังมิเคยลืมกลับมาทวงหัวใจจากเธอคืน เธอจึงไม่รู้ว่าทางเดินไหนคือทางเดินที่ดีที่สุดและเธอควรจะเดินต่อไปทางไหนดี

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha