ลิขิตรักปรารถนาเถื่อน

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ตอนที่ 7 : ความห่วงใย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 7…

ละวันนี้เหมยลี่ก็ตื่นสายอีกแล้ว ทั้งที่อุตส่าห์ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ให้ปลุกตั้งแต่เวลาเจ็ดโมงเช้าแต่นาฬิกาของเธอมักจะถูกหญิงสาวเล่นงานโดยการเอามือมากดปิดแทนที่นาฬิกามันจะปลุกตอนตีห้ามันก็ดันมาปลุกเอาตอนเจ็ดโมงเช้าแต่หลังจากที่เริ่มคิดได้ หญิงสาวจึงรีบอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะวิ่งลงบันไดลงมายังห้องครัวเพื่อหาของกินเอาไว้ไปกินในรถช่วงติดไฟแดง

            นี่ อาเหมยลี่ ระวังหน่อยสิ เดี๋ยวลื้อก็ตกบันไดเอาหรอก มารดาตะโกนมาจากในห้องครัวเห็นจังหวะที่เธอวิ่งลงบันไดพอดี

            หนูไม่ได้ซุ่มซ่ามนะม่า จะตกได้ยังไง...ว้ายไม่ทันขาดคำ หญิงสาวก็สะดุดเท้าตัวเองทำท่าจะล้มหน้าคว่ำดีที่มือไวจับราวบันไดได้ทันเสียก่อน

“เห็นไหม ม่าบอกแล้วไม่เชื่อ นี่ถ้าเมื่อกี้ลื้อตกบันไดนะม่าจะหัวเราะให้ผอมเลย”

“โธ่ม่า ทำแบบนี้กับลูกตัวเองมันบาปนะม่า“ เหมยลี่หยอกมารดา มือหนึ่งเข้ามานวดเท้าตัวเองที่เริ่มเจ็บจี๊ดๆ เพราะความไม่ระวังของเธอแท้ๆ

            “แล้วนี่...เมื่อไรลื้อจะตื่นมาทันกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันสักทีนะอาเหมย” มารดาเธอพูดในขณะที่มือสองข้างกำลังทำขนมปังสอดไส้ช็อกโกแลตอบให้ลูกสาวอยู่

            “โธ่ ม่า หนูก็ตื่นสายแบบนี้ประจำอยู่แล้วนี่ค่ะ”

            “ก็หัดตื่นให้มันเช้าๆ หน่อยสิ ลื้อนะควรดูอาม่าเป็นตัวอย่างบ้าง นี่อีก็มีเวลาออกกำลังกาย

            ก็อาม่า ตื่นเช้าเป็นประจำอยู่แล้ว ม่าบอกหนูเองว่าอาม่าชอบตื่นเช้าตั้งแต่สาวๆ แล้วเหมยลี่หาข้ออ้างมาแย้งแม่ของเธอ

            อาเหมย ลื้อนะไม่ใช่เด็กๆ แล้ว อีกหน่อยพอลื้อแต่งงานมีผัว เขาจะได้ไม่หาว่าม่าเลี้ยงลื้อไม่ดี ปล่อยให้นอนกินบ้านกินเรือน”

            “โธ่ม่า ก็มันไม่ตื่นอีกอย่างจะมีวันนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้” เหมยลี่ว่าจึงถูกม่าซัก

“ลื้อว่าอะไรนะ”

“ไม่มีอะไรหรอก เร็วๆ เถอะม่า เดี๋ยวหนูไปสาย”หญิงสาวมายืนรอขนมจากมารดาของเธอ

            “ถึงยังไงลื้อก็ไปสายอยู่ดี...ถ้าจะไปสายอีกนิดเจ้านายลื้อคงไม่ไล่ลื้อออกหรอก” พูดจบมารดาก็ส่งขนมปังอบกลิ่นหอมมาให้เธอ แล้วหญิงสาวก็เบ้ปากไม่รอฟังมารดาของเธอบ่นอีก

 

หญิงสาวขับรถออกไปและกิจวัตรประจำวันภายในรถก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลงเพราะจากคลื่นประจำ การกินอาหารที่เร่งรีบหรือแม้แต่การบริหารกายเพื่อรอสัญญาณไฟเขียว ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งเดิมๆ หากจะเปลี่ยนไปบ้างก็คงมีแค่เรื่องเดียว นั่นก็คือ การกลับมาของพอล

            เมื่อมาถึงบริษัทและหลังจากที่เก็บรถเข้าที่เรียบร้อยแล้ว ร่างบางก็หอบเอาเอกสารที่อยู่ในรถออกมารวบไว้ที่มือก่อนจะวิ่งเข้าไปในตัวบริษัทอย่างรวดเร็วเท่าที่จะเร็วได้ก่อนมันจะสายไปมากกว่านี้

หญิงสาวเดินคอตกก่อนจะมานั่งที่โต๊ะทำงานอย่างเหนื่อยใจกับปัญหาหัวใจ เธอดูใจลอยจนกระทั่งไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพอลมาหาเธอก่อนจะเงยหน้าขึ้นซึ่งพอดีกับที่ใบหน้าหล่อก้มหน้าลงมา ร่างบางตะลึงกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

พอลเองก็ดูท่าว่าจะอึ้งเหมือนกัน ใบหน้าหล่อซึ่งอยู่ไม่ห่างจากหน้าเรียวงามของเธอ อาจเพราะจมูกเราชนกันมันเลยเหมือนสายฟ้าแลบที่ไหลผ่านเข้ามาสู่ร่างกาย เราต่างคนต่างเงียบแล้วพอลก็เป็นฝ่ายยิ้มออกจะโน้มตัวขึ้นมายืนตัวตรงสง่าตามเดิม

            “สวัสดีครับ คุณเหมยเขาเอ่ยเสียงเรียบท่าทางผิดกับเมื่อวานที่เจอกัน

            “ค่ะ...เออ นี่คุณพอลมานานแล้วหรือคะ” เธอเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี เพราะยังรู้สึกตะลึงในเหตุการณ์เมื่อกี้ไม่หาย แม้ว่าเธอกับพอลจะเคยคบกันมาก่อนแต่เหตุการณ์เมื่อสักครู่เธอก็ไม่เคยประสบ

            “ก็สักพักใหญ่แล้ว...เผอิญผมแวะมาคุยเรื่องงานกับคุณพลอยฟ้าด้วยและก็ตั้งใจมาตามเสียงเรียกร้องของหัวใจผมด้วย”พอลพูดหน้านิ่ง        

ใบหน้างามมองหน้าคนพูดโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอเองก็ยังให้คำตอบตัวเธอเองไม่ได้ว่าเธอจะยอมรับในคำขอโทษของเขาหรือเปล่าในเมื่อความทรงจำส่วนลึกบอกว่าเธอเจ็บกับผู้ชายคนนี้มาก

            ผมคุยรายละเอียดกับคุณพลอยแล้วนะครับ ถ้าคุณมีอะไรสงสัยก็ถามเอาจากคุณพลอยได้

            ค่ะ เธอตอบสั้นๆ

            เสียงถอนหายใจของร่างหนาอบอุ่นดังออกมายาวๆ ก่อนที่ความรู้สึกของเขากำลังสั่งให้รื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ กับเธอ ดวงตาสีฟ้ามองจ้องไปที่ใบหน้างามที่กำลังก้มลงมองเอกสารตรงหน้าก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายทำลายสมาธิเธอด้วยการเรียกพูด

            ผมอยากคุยเรื่องของเรา

            ร่างบางเงยหน้าขึ้นไปมองก่อนจะตอบ

            แต่ฉันอยากให้คุณลืมมันไปก่อน ตอนนี้เรามีงานสำคัญที่ต้องทำก่อนเรื่องของเรา

            ผมจะลืมหัวใจดวงนี้ของผมได้ยังไง เหมยลี่ ถึงผมจะจากคุณไปแต่ว่าผมไม่ได้ตั้งใจที่จะทำแบบนั้นพอลเหมือนจะพูดไม่ออกเพราะมันเหมือนมีก้อนมาจุกอยู่ตรงงคอส่วนเหมยลี่ก็ยังเงียบเฉย

ผมแค่อยากให้คุณรู้ไว้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พอลคนนี้จะมีหัวใจรักไว้ให้เหมยลี่คนเดียว เขาพูดจริงจังเพราะเขาไม่อาจคาดคะเนอะไรได้ว่าเหตุการณ์ในอนาคตจะเป็นยังไง และเมื่อเธอรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวเขา เธอจะยอมรับมันได้ไหม

            แต่...สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ เขาเลิกรักเธอไม่ได้

พอลมองใบหน้าสวยของคนที่เขารัก เมื่อห้าปีก่อนชายหนุ่มได้รับเลือกให้เป็นวิทยากรมาให้ความรู้แก่นักศึกษาปีสี่ของมหาวิทยาลัยชื่อดัง ตลอดชีวิตการทำงานที่เคร่งเครียดของเขาบวกกับไม่มีเวลาจนทำให้พอลไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนเลยจนกระทั่งเขาได้มาพบสาวหมวยแห่งเมืองไทยอย่างเหมยลี่ เธอคือคนเดียวที่กล้าถามและกล้ามีความคิดค้านกับทฤษฏีของเขา ตอนนั้นเธอเก่งและเขายังได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเธอมากขึ้นเมื่อเธอได้มาดูงานที่บริษัทของเขา

ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันชายหนุ่มหลงความสดใสของเธอบวกกับรอยยิ้มจริงใจที่ยังตราตรึงในใจเขาทุกครั้งที่ได้เห็น เขาถึงกับเก็บเอาไปคิดฝัน และนับจากวันนั้นพอลก็เริ่มแน่ใจแล้วว่าเหมยลี่คือผู้หญิงที่ใช่และเขาคิดว่าเธอเองก็มีใจให้กับเขาเช่นกัน พอลจึงไม่รีรอที่จะสานสัมพันธ์กับเธอ

ดังนั้น งานนี้มีวิธีเดียวคือรุกไม่ใช่ถอย

            ขอบคุณนะคะที่อธิบายแต่ตอนนี้ฉันยังไม่พร้อมจริงๆเหมยลี่พูดเสียงเบาหวิว ยอมรับจริงๆ ว่าตอนนี้เธอกำลังสงสารและอ่อนไหวไปกับความรู้สึกของเขามาก

ดวงตาหวานลอบมองร่างหนาที่กำลังเดินผละจากเธอด้วยใบหน้าเศร้าหมองทำไมนะ ทำไมเรื่องมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย ทำไมเขาถึงกลับมารื้อฟื้นความทรงจำเก่าๆ ทำไม เราต้องมาเจอกันอีกแต่คนที่จะให้คำตอบเธอได้ดีที่สุดตอนนี้ก็คือ พลอยฟ้า 

            ลับร่างหนาอบอุ่นของพอลไปแล้ว เหมยลี่จึงเดินเข้าไปหาเพื่อนสาวด้วยใบหน้าที่มีความหวังว่าเพื่อนของเธอจะรู้อะไรมาบ้าง ร่างบางเดินหน้าหมุ่ยเข้าไปนั่งลงตรงหน้าเพื่อนก่อนจะเอามือตบโต๊ะถึงสองครั้งจนเห็นอีกฝ่ายสะดุ้งเล็กน้อย

นี่...ยัยบ้า เป็นอะไรอีกเนี่ย แล้วมาตบโต๊ะทำงานฉันทำไมย่ะ แกจะทำให้ฉันหัวใจวายหรือยังไงคนที่กำลังเซ็นเอกสารอยู่บนโต๊ะทำงานถึงกลับตะคอกใส่หน้าเพื่อนสาวอย่างเหลืออดแต่ก็ต้องแปลกใจที่สีหน้าของเพื่อนสาวไม่ได้ฉายแววขำกับเธอแต่อย่างใด

            ทำหน้าแบบนี้ วันนี้กินยามาผิดซองหรือไง พลอยฟ้าแกล้งพูดประชด แต่อีกฝ่ายไม่เล่นด้วย

            เลิกเล่นได้แล้ว ฉันมีเรื่องจะถามแก

            อะไรว่ะทำหน้าซีเรียวแต่หัววันเลยพลอยฟ้าบ่นแต่ก็ยอมฟังเพื่อน

            “ทำไมคุณพอลถึงมาทำงานกับเราได้ ร่างบางเอ่ยพูดสีหน้าดูสงสัยเป็นอย่างมาก

            เออ พลอยฟ้าเริ่มพูดติดอ่าง

            เออ อะไร นี่ยังไม่รวมเรื่องที่แกหลอกให้ฉันไปรับคุณพอลถึงสนามบินอีกนะ ร่างบางถือโอกาสยกคดีเก่ามาพูด

            เออ โธ่ เว้ย ไอ้เหมย จะมาซักไซ้ถามอะไรตอนนี้ว่ะ พลอยฟ้าเริ่มอยู่ไม่สุขเมื่อถูกเพื่อนมองด้วยสายตาอาฆาต

            “ตอบมา ไม่อย่างนั้นเลิกเป็นเพื่อนกันเลย”

            เฮ้ย แรงขนาดนั้นเลยหรอ นี่ อย่ามองฉันแบบนั้นสิ เออๆ ก็ได้ บอกก็ได้คือว่าคุณพ่อฉันท่านอยากได้หุ้นส่วนที่ดูน่าเชื่อถือและสามารถสนับสนุนโครงการมือถือโฉมใหม่ซึ่งแกก็คงจะทราบว่าทางบริษัทเราต้องการโคกับบริษัทที่มีชื่อเสียงพลอยฟ้าอธิบาย

            “แล้วทำไมถึงเป็นคุณพอลไปได้ พ่อแกรู้จักหรือ

            พลอยฟ้ายิ้มแห้งๆ

            ฉันเสนอไปเองแหละ โธ่ ก็คุณพอลเขามีความสามารถด้านนี้นี่นาและฉันก็อยากรู้ด้วยว่าคุณพอลทิ้งแกไปทำไมยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวพลอยฟ้ายิ้มแหยงๆ

            รู้ไหมว่า แกกำลังจะทำให้ฉันเป็นบ้า เหมยลี่เอ่ยน้อยใจเพื่อนของเธอที่ทำอะไรโดยไม่ปรึกษาก่อน

            เฮ้ย ขอโทษแต่ไหนๆ คุณพอลก็กลับมาแล้ว แกก็น่าจะให้โอกาสคุณพอลเขาบ้าง”

“โอกาส” เหมยลี่ทวน มองหน้าเพื่อนอย่างจับผิดเห็นยิ้มแบบนี้แล้วบอกตรงๆ ว่าเธอกลัวเหลือเกิน

“คือ...คุณพอลเขาชวนเราสองคนไปกินข้าวด้วยแล้วฉันก็ตอบตกลงไปแล้ว

            พลอย เหมยลี่เสียงสูง เห็นไหมละ มันทำอะไรมันไม่เคยปรึกษาเธอเลย เหมยลี่ไม่พูดด้วยแต่กลับลุกขึ้นเดินหนี

            เฮ้ย ไอ้เหมย ฉันขอโทษนะ แต่ว่าฉันอยากให้แกสงสารคุณพอลบ้าง พลอยฟ้าลุกตามหลัง

            แล้วแกไม่สงสารฉันบ้างหรือพลอย ฉันเจ็บเพราะเขามากแค่ไหนแกก็รู้หรือว่าแกลืมไปแล้วแววตาเศร้าเผยให้เพื่อนของเธอสงสารคนอื่นมากกว่าเพื่อนรักของตัวเอง

            ฉันไม่เคยลืมแต่เพราะฉันรู้ไงว่าแกยังรักคุณพอลอยู่ ฉันถึงอยากจะช่วยแก

            ขอบใจแต่วันหลังไม่ต้องฉันตัดสินใจเองได้ว่าฉันควรจะทำยังไงต่อไป ร่างบางเอ่ยอย่างนึกโกรธก่อนจะเดินออกจากห้องพลอยฟ้าโดยไม่ฟังเสียงทักท้วงของเธอ

 

งานประกาศรางวัลผู้หญิงที่แซ็กซี่ที่สุดแห่งปีของนิตยาสารเล่มดังก็ตกเป็นของนางแบบสาวพราวเสน่ห์อย่างแพซี่อีกปีตามที่ได้คาดหวังไว้ นี่เป็นรอบที่สามแล้วที่สาวร่างบางระหงที่มาเด่นในชุดเดรสสีดำผ่าตรงกลางเผยให้เห็นความสาวความเซ็กซี่ของร่องอกอิ่ม

ดีใจด้วย ร่างหนาแข็งแรงที่มาในสูทหล่อเหลาเช่นกันในมือมีดอกกุหลาบช่อโตมาร่วมแสดงความยินดีด้วยก่อนที่ร่างบางจะรับช่อดอกกุหลาบจากเขา

จอน นี่คุณก็มางานนี้ด้วยหรือคะ เธอกล่าวยิ้มๆ ในใจนึกหวังมาโดยตลอดว่าหากเปลี่ยนจากจอนเป็นพอลก็คงจะดี

ต้องมาสิ เพื่อนสวยออกขนาดนี้ ไม่รู้ว่าหนุ่มๆ ในงานจะเอาขนมจีบมาฝากแล้วหรือยัง

คุณมาเพราะแพซี่จริงหรือคะ ไม่ใช่ว่ามาตามหานางแบบสวยๆ ไว้ควงเล่นคืนนี้หรอกหรือ

จอนเผลอยิ้มออกมาอย่างสุดกลั้นในคำพูดของอีกฝ่าย ถ้าเป็นไปได้เขาอยากได้เธอคนนี้มาดูแลหัวใจของเขามากกว่าแต่ก็ทำได้เพียงแค่คิดเท่านั้นเพราะแพซี่คือผู้หญิงของพอลไม่ใช่ของเขา

 

แล้วสุดท้ายเหมยลี่ก็มาจนได้ เธอไม่อยากให้เพื่อนรักของเธอต้องกลายเป็นคนที่ผิดคำพูดในเมื่อบอกพอลว่าเธอจะไปด้วย

ร้านอาหารที่พอลนัดกันนั้นเป็นร้านอาหารแนวสไตล์ยุโรป ภายในตกแต่งด้วยรูปภาพแนวคลาสสิคมากมายดูไม่เว่อหรือละลานตามากเกินไปแต่กลับดูดีมีสีสันอย่างลงตัว บริเวณด้านนอกของร้านมีน้ำตกเล็กๆ ตามจุดมุมต่างๆ สร้างบรรยากาศสดชื่นได้อย่างไม่เบื่อให้กับลูกค้าที่อยู่ด้านนอกร้าน

พอลเลือกที่จะนั่งข้างในมากกว่า นอกจากจะไม่ร้อนแล้วยังสามารถนั่งชมการแสดงในแบบยุโรปที่ดูแล้วบอกได้ว่าแปลกตาไปอีกแบบ วันนี้ชายหนุ่มไม่ได้แต่งตัวเนี้ยบเหมือนทุกครั้งที่พบเจอแต่เขากลับเลือกแต่งตัวสบายๆ ด้วยเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีขาวยี่ห้อแบรนดังและมีเสื้อคลุมไม่มีแขนสีขาวทับอีกตัวกับกางเกงผ้ายืดสีน้ำตาลเข้มดูเหมือนเด็กหนุ่มมากกว่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูง...

คงเพราะหน้าตาขาวสะอาดกระมั่งที่ทำให้ดูอ่อนวัยมากกว่าอายุที่ซ่อนอยู่ เธอเผลอสำรวจตัวเขาเงียบๆ ก่อนจะหลบสายตาของเขาที่มองมาทางเธอเช่นกัน

พอลมองร่างงามตรงหน้าที่ดูแปลกตาสำหรับเขาเหมือนกัน สาวหน้าตาหมวยๆ แต่งตัวด้วยเสื้อกล้ามสีขาวโดยมีเสื้อคุมน่ารักทักด้วยไหมพรมสีฟ้าอ่อนคุมอยู่ด้านนอกรับกับกางเกงยืนที่ยาวถึงเข่า เขามองเธอราวกับเด็กสาวที่อายุเพิ่งย่างเข้าสิบแปดก่อนที่จะเผลออมยิ้มขรึมๆ

            คุณพอลคะ...ตกลงจะมองหน้ายัยเหมยกันอีกนานไหมเอย พลอยอยากจะนั่งแล้วค่ะพลอยพูดตรงไปตรงมาใบหน้าฉายแววเจ้าเล่ห์น่าดู

            เออ เชิญนั่งครับพอลยิ้มแก้เขิน

            คุณสองคนอยากกินอะไรก็สั่งได้เลยนะครับ ตามสบายถือว่ามื้อนี้ผมเลี้ยง

            ค่ะ เสียงพลอยฟ้าเอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะหุบยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าเรียบเฉยของเพื่อนสาวที่เอาแต่นั่งก้มหน้าอยู่ข้างๆ เธอ

ได้ยินว่าคุณพอลมีแพลนจะทำรีสอร์ทแอนสปาร์หรือคะพลอยฟ้าพูดขึ้นหลังจากที่สั่งเมนูไปเสร็จสรรพเมนูที่สองสาวเลือกคือ สลัดผักรวม สปาเก็ตตี้ และอีกมากมายที่พอลสั่งมาเพิ่มอีกสองสามอย่างโดยที่เธอทั้งสองไม่รู้จักทั้งชื่อและหน้าตาของอาหารนั่น

            ครับ ก็กำลังคุยๆ กันอยู่...ซึ่งงานนี้ก็คงต้องฝากให้น้องชายผมช่วยทำหน้าที่แทนพอลเอ่ยยิ้มๆ สีหน้าและแววตาที่กำลังมองใบหน้านวลนั้นอย่างไม่วางตาและยังแอบคิดอยู่เสมอว่าการเอาใจของเขาในครั้งนี้จะทำให้เธอใจอ่อนเข้าสักวัน

            เอ๊ะ...คุณพอลมีน้องชายด้วยหรือคะ ไม่ยักจะทราบพลอยฟ้าถามด้วยความสนใจ

            ครับ ถ้าคุณสองคนได้เห็นหน้าจอนผมเชื่อว่าผมคงไม่ต้องแนะนำอะไรมากเพราะหน้าตาเราคล้ายกันมากจะมีต่างก็ตรงสีผิวที่น้องชายผมจะออกคล้ำหน่อย

            ชักอยากเห็นแล้วสิคะ...จริงไหมยัยเหมยพลอยฟ้าดึงเพื่อนของเธอให้เข้าร่วมวงสนทนาด้วย

            มั่งเพราะมัวแต่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเลยทำให้ร่างบางสะดุ้งเมื่อพลอยฟ้าถาม เธอเลยไม่ได้คิดหาคำตอบที่ดีกว่านี้

            พลอยฟ้ามองหน้าพอล ยิ่งเมื่อเห็นอาการเศร้าหมองที่ปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่ม ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเป็นห่วงเขามากอย่างบอกไม่ถูก ไอ้ที่คิดจะต่อว่าเพื่อนสาวก็ยิ่งทำไม่ได้เมื่อหันไปมองหน้าเพื่อนสาวของเธอ พลอยฟ้าก็ยิ่งรู้สึกสงสารมากกว่าในเมื่อเพื่อนของเธอเคยเจ็บปวดกับความรักที่มีให้พอลมาแล้ว วันเวลาแห่งความเจ็บช้ำวันนั้นเธอก็อยู่เป็นเพื่อนค่อยปลอบใจไม่ห่าง

            คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ไม่เห็นคุณพูดอะไรเลยชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงทั้งที่รู้ว่าเธอคงไม่อยากพูดกับเขาสักเท่าไร

            เปล่าค่ะ ฉันแค่รู้สึกหิว เธอพูดไปเรื่อยและเขาก็ไม่ได้ถามอะไรเธออีก เหมยลี่คิดในใจ ถ้าวันนี้เธอไม่ต้องมากินข้าวด้วยมันก็คงจะดีมากเพราะเธอจะได้ไม่ต้องทำให้เขาลำบากใจมากขนาดนี้

 

            ร้านอาหารหรูแห่งประเทศอังกฤษกำลังมีผู้คนให้ความสนใจกับโต๊ะวีไอพีที่มีสาวร่างงามสวมชุดแซคเกาะอกสีฟ้าอ่อนรับกับใบหน้าสวยแบบฉบับสาวลูกครึ่งไทย เยอรมัน อีกทั้งผิวพรรณที่ขาวเนียนที่ไม่เหมือนผิวสาวยุโรปแต่จะหนักไปทางสาวเอเชียมากกว่ากำลังนั่งยิ้มหวานให้หนุ่มรูปหล่อซึ่งกำลังเล่นเปียโนให้เธอฟัง

            เสียงปรบมือดังขึ้นทันทีเมื่อเขาเล่นเสร็จก่อนที่เขาจะถือดอกไม้ช่อโตที่สั่งให้ผู้จัดการร้านอาหารไปจัดหามาให้ส่งมอบให้กับร่างงามที่กำลังตบมือให้เขาอยู่

            มิน่าละ สาวๆ ถึงได้หลงใหลจอนนัก ว่าแต่เมื่อคืนจอนควงใครกลับไปนอนที่คอนโดไหมคะ แพซี่เอ่ยยิ้มๆ แต่ก็ยังรับดอกไม้มาจากร่างหนาที่ยิ้มให้อย่างเขินอาย

            ผมไม่เคยทำกับใครเลยนะ คุณคือคนแรกและคนเดียวที่ผมจะทำแบบนี้และอีกข้อหนึ่งที่สำคัญ เมื่อคืนผมนอนคนเดียวจอนรีบแก้ตัวให้ตัวเองเพราะเขาไม่อยากให้แพซี่ต้องคิดว่าเขาเป็นหนุ่มเพลย์บอยโดยกำเนิดแต่เขาอยากให้เธอเข้าใจว่าเขาเป็นแบบนี้เพราะอะไร

            รีบแก้ตัวเลยนะคะแต่ก็ขอบคุณค่ะ จอนทำให้แพซี่หายเหงาได้มาก ขอบคุณที่ยังให้ความสุขเพื่อนคนนี้เสมอ

            จอนมองใบหน้างามที่กำลังเชยชมดอกกุหลาบสีขาวที่เขาเป็นคนให้ สายตาอ่อนโยนที่ทอดมองดอกกุหลาบด้วยความรู้สึกดี แค่เขาได้เห็นรอยยิ้มหวานของเธอ แค่นี้เขาก็มีความสุขมากแล้ว แม้สิ่งที่เขาทำให้เธอไปทั้งหมดจะถูกขีดเส้นจำกัดด้วยคำว่าเพื่อนเท่านั้นแต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะต้องมอบหัวใจให้ เขาแต่อย่างใดเพราะเขารู้ว่าเขาจะไม่มีวันได้หัวใจของเธอ

            ไม่รู้ว่าพี่พอลจะกินข้าวหรือยังนะ แพซี่เอ่ยถามเมื่อเห็นพนักงานเสิร์ฟมาเสิร์ฟอาหารให้บนโต๊ะของเธอ

            คงมีคนจัดการให้แล้วละมั่ง

            อือ

            แล้วแพซี่ล่ะ ถ้าผมไม่พาคุณมากินข้าว ป่านนี้คุณจะได้กินข้าวหรือยัง เขาถามออกมาด้วยความเป็นห่วง

            กินสิค่ะ ถึงแพซี่จะเป็นนางแบบผอมๆ แบบนี้แต่แพซี่ก็กินข้าวครบมื้อนะคะ เธออมยิ้มไปกับความเป็นห่วงของเขา

            ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ แต่จอนเองก็ต้องดูแลตัวเองด้วย ห้ามเป็นอะไรอีกนะ ร่างงามในชุดสีฟ้าอ่อนเอ่ยพร้อมทั้งตักอาหารลงในจานของเขาด้วยรอยยิ้มมีเสน่ห์ของเธอ

จอนมองใบหน้างามตรงหน้าที่ตักอาหารให้เขาก่อนที่ชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายตักให้บ้าง ทำไมนะ ทำไมพี่ชายถึงไม่รักเธอทั้งๆ ที่เธอสวยและแสนดีขนาดนี้

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha