ลิขิตรักปรารถนาเถื่อน

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ตอนที่ 9 : เหตุร้าย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 9…

คุณหมอ...

คิ้วข้างหนึ่งของเหมยลี่ยกสูงขึ้นด้วยความแปลกใจพร้อมๆ กับมือข้างหนึ่งกำลังทาบอก ประหลาดใจที่ได้เจอเขา

เรามักจะเจอกันโดยบังเอิญจนแอบคิดเล่นๆ ว่าหรือเพราะเราจะเป็นเนื้อคู่กันหรือเปล่าน่ะ...

            คุณเหมยเขาเรียกชื่อเธอด้วยใบหน้าจืดชืดแต่พยายามยิ้ม ให้เธอ ก่อนจะส่งตุ๊กตาตัวจิ๋วคืนเจ้าของ

            นี่คุณหมอเพิ่งเลิกงานหรือคะ ริมฝีปากบางถามออกไปหลังจากที่สังเกตเห็นเขาถือกระเป๋าสะพายโน้ตบุ๊กแถมเขายังถือเสื้อกาวติดมือมาด้วย ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนตอบกลับไป

            ครับ...คุณเหมยล่ะครับ ทำไมวันนี้ถึงกลับกับรถไฟฟ้าได้

            อ๋อ เหมยไม่ได้เอารถมานะคะร่างบางเผยยิ้ม

            “ดีจริง ผมอยากให้คุณเหมยเป็นแบบนี้ตลอดไป อยู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมา

เธอเองก็รู้สึกงงเล็กน้อยที่ได้ยินเขาพูดแบบนั้นและแล้วหญิงสาวก็ไม่รอแค่ได้แต่สงสัยเลยถามเขาออกไปตรงๆ...ทำไงได้ ก็เธอเป็นคนตรงไปตรงมานี่

            เพราะอะไรหรือคะ

            ก็ถ้าคุณเหมยไม่พารถมา เราก็จะได้เจอกันบนรถไฟฟ้าบ่อยๆ ไงล่ะครับหมอหนุ่มเอ่ยอย่างสุภาพ บุคลิกนุ่มนวลของเขายังทำให้เธอนึกรู้สึกหวั่นไหวได้บ้าง หากตอนนี้เธอยังไม่มีพอลเข้ามา บางทีเธออาจจะรักหมอบิ๊กไปแล้วก็ได้

            ไม่ดีมั่งค่ะ คือเหมยไม่ชอบคนเยอะแบบนี้ อีกอย่างหาที่นั่งลำบากด้วยเธอพูดยิ้มๆ

            ครับว่าแต่คุณเหมยรีบกลับไหมครับ ริมฝีปากหนาเอ่ยถามขณะที่รถไฟฟ้าจอดถึงสถานีแล้วร่างทั้งสองก็เดินเข้ามายืนคุยต่อด้านในรถไฟฟ้า

            เออ มีอะไรหรือเปล่าคะ เธอถามอย่างสงสัย

            คือ ผมอยากชวนคุณเหมยไปดูของขวัญให้ยัยเล็กหน่อยนะครับ ผมอยากซื้อของขวัญให้เธอ เขากล่าวอย่างเศร้า ๆ ใบหน้าไม่ได้ยิ้มหรือว่าฉายแววให้เห็นว่าเขามีความสุขมากที่ได้ทำเรื่องนี้

            ได้สิค่ะ ริมฝีปากบางตอบกลับไปด้วยความรู้สึกยินดี

            และแล้วเหมยลี่ก็ต้องเหนื่อยไปอีกรอบที่ก่อนหน้านี้หญิงสาวได้ทำตามหัวใจตัวเองแต่มาคราวนี้เธอทำเพื่อมิตรภาพที่ดีในฐานะเพื่อนคนหนึ่งที่อยากทำอะไรเพื่อเพื่อนอีกคน

            ว่าแต่ทำไมไม่พาน้องเล็กมาด้วยเลยล่ะ จะได้เลือกตามที่น้องเล็กอยากได้ สายตาสงสัยตามประสาเอ่ยถามเขาออกไป

            น้องเล็กกำลังไม่สบาย ตอนนี้เธอพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เขาเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉย

            แล้วน้องเล็กเป็นอะไรมากไหมคะเธอถามอย่างตกใจทั้งรู้สึกอึ้งเล็กน้อยที่ไม่รู้ว่าน้องเล็กเข้าโรงพยาบาล

            ไม่มีอะไรหรอกครับ น้องเล็กเธอไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว ต้องเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่นว่าแต่ผมควรซื้ออะไรให้น้องเล็กดี

เหมยลี่รู้สึกได้ถึงความรักของพี่ชายคนหนึ่งที่มอบให้น้องสาว สายตาที่อ่อนโยนที่มองหาของขวัญให้กับน้องสาวผู้น่ารักและถ้าเธอมีพี่ชายแบบหมอบิ๊ก เธอคงจะรักพี่ชายของเธอคนนี้มากที่สุด

            ฉันว่า ตุ๊กตาน่าจะดีนะคะ เอาไว้แทนหมอบิ๊กเวลาอยู่ห่างกันจะได้แทนความคิดถึงได้ เธอเอ่ยบอกเมื่อตอนนี้ทั้งสองได้มาถึงห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลมากกับตัวสถานีรถไฟฟ้า

            “ก็ดีครับ ร่างเท่ห์ยืนยิ้มให้เธอก่อนจะหุบยิ้มเมื่อเห็นตุ๊กตาที่หญิงสาวส่งมาให้เขา

            ทำไมถึงเลือกตุ๊กตาช้างล่ะ นี่ผมดูอ้วนขนาดนี้เลยหรือครับคุณเหมย น้ำเสียงดูสงสัยแกมแปลกใจเป็นอย่างมากแต่คนที่มีความสุขกับการแกล้งคนเห็นจะเป็นเหมยลี่ที่ยืนยิ้มหวานให้เขาอย่างเป็นกันเอง

            ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ คือ ฉันเห็นว่ามันน่ารักดีเลยคิดว่าน้องเล็กน่าจะชอบ เธออมยิ้มก่อนที่เขาจะพยักหน้าเห็นชอบไปกับหญิงสาวด้วย

            งั้นผมซื้อตุ๊กตาตัวนี้เลยละกันครับ

            ค่ะ เธอเผลอยิ้มให้กับร่างสมส่วนที่กำลังเดินไปจ่ายเงินที่เคาเตอร์ ก่อนที่เราสองคนจะเดินกลับมาขึ้นรถไฟฟ้ากันอีกครั้ง

            ขอบคุณนะครับ ชายหนุ่มเอ่ยคำขอบคุณเมื่อตอนนี้เขาและเธอนั่งรถไฟฟ้าเดินทางกลับและใกล้จะถึงสถานีหนึ่งซึ่งเขาก็ไม่ลืมส่งยิ้มให้เธอ

            ขอบคุณเรื่องอะไรคะ

            ก็ที่ช่วยเลือกตุ๊กตาให้เป็นของขวัญน้องเล็ก

            ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เล็กน้อยมาก ร่างบางเอ่ยพูดยิ้มๆ พร้อมทำท่าเล็กน้อยอย่างที่พูดจนหมอหนุ่มต้องยิ้มเพราะความตลกของเธอ

            งั้น เดี๋ยวผมไปส่งนะครับถือว่าตอบแทนที่คุณเหมยช่วยเลือกของขวัญให้ผม ร่างเท่ห์ยิ้มให้ร่างบางที่พยักหน้าให้เขาก่อนที่เราสองคนจะเดินไปด้วยกันท่ามกลางดวงดาวนับล้านดวงที่กำลังส่องแสงสว่างในการเดินทางของเราเพื่อไปยังจุดมุ่งหมายเดียวกัน

            เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้สองหนุ่มสาวหยุดหัวเราะกันก่อนที่หมอบิ๊กจะรับสายโดยที่ใบหน้ายังคงฉายรอยยิ้มอบอุ่นให้เธออยู่ แต่แล้วรอยยิ้มอบอุ่นนั่นก็หายไปแทบจะทันที

และดูเหมือนร่างนั้นจะเซไปเล็กน้อยและอาจจะล้มไปแล้วหากเธอไม่รีบคว้าต้นแขนของเขาเอาไว้ ใบหน้าที่ซีดเผือดราวกับเจ้าตัวรู้สึกอึ้งและตกใจกับอะไรบางอย่าง

ปรัชญากดวางสายทั้งที่เขายังทำหน้าตกใจไม่หาย และสีหน้าของเขาคงจะทำให้อีกฝ่ายตกใจเช่นกัน

            คุณหมอเป็นอะไรไปคะ ริมฝีปากบางได้รูปเอ่ยถามอย่างตกใจกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ

            คุณเหมย

ใบหน้าที่หันกลับมาสุดที่เธอจะเดาใจว่ามันเกิดเรื่องอะไร ทำไมหน้าตาของเขาถึงได้เศร้ามากขนาดนี้ไม่เฉพาะแค่หน้าตาแต่แววตาของหมอบิ๊กเหมือนจะมีหยดน้ำใสๆ ออกมา

            คุณหมอ ถ้าคุณหมอไม่บอกฉันคงนอนไม่หลับแน่คืนนี้ บอกมาเถอะค่ะว่ามีเรื่องอะไรกันมือบางถือโอกาสบีบต้นแขนของหมอหนุ่มเพื่อให้เขาได้อธิบายถึงที่มาของอาการเศร้านั้น

            อีกฝ่ายเหมือนจะนิ่งอึ้งไป ไม่มีเสียงพูดจนกระทั่งเขาสะอื้นไห้แล้วยอมพูดออกมาแต่ในน้ำเสียงของเขาตอนนี้ ทำไมมันถึงได้เบาหวิวและสั่นเทาจนน่าขนลุกขนาดนี้

            น้องเล็ก เธอเสียแล้ว

สิ้นคำพูดของเขา ร่างบางก็มีอาการไหวตัวเล็กน้อยก่อนที่จะช่วยพยุงร่างสุดเท่ห์ที่ทำท่าจะล้มอีกแล้วแต่คราวนี้เธอกลับได้เห็นน้ำตาแห่งความเสียใจของลูกผู้ชาย

หญิงสาวมองหน้าหมอบิ๊กอีกครั้ง ความสงสารแล่นเข้ามาจับใจ น้องเล็กไม่น่าด่วนจากไปเร็วขนาดนี้ อายุน้อยกว่าเธอตั้งเยอะ...แถมน้องเล็กยังสวยมากด้วยร่างบางก้มหน้าซ่อนแววตาอ่อนไหว...

แต่ความตายไม่ได้มองที่สิ่งนั้นไม่ใช่หรือ

เธอถือวิสาสะเอามือจับไหล่กว้างของเขาทั้งๆ ที่มือของเธอเองก็ออกจะสั่นอยู่เหมือนกันแต่วินาทีนี้สิ่งที่ต้องทำมากที่สุดคือการปลอบใจเขาเท่านั้น

ไปค่ะ คุณบิ๊ก ไปหาน้องเล็กกัน เหมยลี่เป็นคนตัดสินใจแทนเขาก่อนที่เธอจะเลือกพาเขาไปยังโรงพยาบาลด้วยแท็กซี่มากกว่ารถไฟฟ้า

ระหว่างทางไปยังโรงพยาบาล ปรัชญาเอาแต่นั่งเงียบและน้ำตาของเขาที่พยายามบังคับไม่ให้ไหลออกมาก็กำลังต่อต้านเขาด้วยการไหลซึม สิ่งที่เห็นมันทำให้เธอรู้สึกแย่

แม้จะปลอบใจเขาด้วยวิธีการพูดคุยหรือแม้กระทั่งสองมือที่พยายามบีบคั้นมือหนาเบาๆ เพื่อให้เขารู้สึกผ่อนคลาย แต่ยิ่งทำให้เขาดูจะแย่มากกว่าเดิม ร่างบางจึงได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเศร้าใจ

ระยะทางที่โรยด้วยความรู้สึกสูญเสีย มันเจ็บปวดแบบนี้นี่เอง

 

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล สองฝีเท้าแกร่งรีบวิ่งเข้าไปยังห้องพักของน้องสาวโดยมีร่างบางที่วิ่งตามหลังมาติดๆ ทันทีที่เห็นร่างน้องสาวที่นอนแน่นิ่งโดยมีผ้าขาวคลุมทั้งตัวไว้ หัวใจของหมอหนุ่มถึงกับหล่นยวบ

ชายหนุ่มปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใครหน้าไหนอีกแล้ว สองแขนที่เดินเข้าไปโอบร่างบางที่นอนแน่นิ่ง ไร้ปฏิกิริยาตอบสนองก่อนที่เขาจะเปิดผ้าคลุมหน้าออก ใบหน้าสวยปราศจากเลือดสูบฉีดปรากฏแก่สายตาของเขาและเธอที่ต่างกำลังยืนร้องไห้อยู่ข้างๆ

เหมยลี่บอกไม่ได้จริงๆ ว่าทำไมเธอถึงร้องไห้ แต่ภาพแบบนี้ถ้าใครได้มาเห็นก็ต้องร้องไห้เหมือนเธอ หญิงสาวมองเปลือกตาสองข้างที่ปิดสนิท ใบหน้าเรียวขาวซีดพอๆ กับริมฝีปากบางที่ตอนนี้กลายเป็นสีชมพูซีด เธอบอกไม่ได้จริงๆ ว่าทำไมหญิงสาวถึงต้องรู้สึกใจหายเมื่อต้องมาเจอกับความสูญเสียที่ไม่มีทางกลับคืนมาอีก ซึ่งหากเทียบกันแล้วมันเป็นความสูญเสียที่มากมายหลายเท่าหากเทียบกับสิ่งที่เธอสูญเสียมาเมื่อห้าปีก่อน

 

คุณบิ๊กคะ...ฉันเสียใจด้วยนะคะ

หญิงสาวพูดอีกครั้งหลังจากที่ทั้งสองเดินออกมาจากห้องดับจิตและตอนนี้ทั้งสองก็ขึ้นมารับลมกันที่ดาดฟ้าของโรงพยาบาล เขาเพียงแต่ยิ้มเฉยๆ โดยไม่ได้กล่าวอะไรออกมา ให้ตายซิ เวลาเขาเงียบแบบนี้มันดูไม่ใช่ตัวเขาเลย

คุณบิ๊ก กลับมาเป็นแบบเดิมเดียวนี้เลยนะ หญิงสาวสั่งในใจทั้งยังเดินตามเขาอย่างเงียบๆ แม้จะอยากถามอะไรอีกก็ตามแต่ตอนนี้เขาคงจะไม่อยากตอบ เหมยลี่นั่งข้างเขา รอจนกระทั่งอีกฝ่ายปริปากพูดออกมา

            แล้วผมก็ไม่สามารถอยู่เป็นเพื่อนเธอจนวินาทีสุดท้าย ทั้งที่เธอเพิ่งยิ้มให้ผมก่อนเราจะแยกจากกันและผมก็เพิ่งกอดเธอเมื่อไม่กี่ชั่วโมง ทั้งที่ผม... ร่างเท่ห์อ่อนไหวเล็กน้อยไปตามเสียงสะอื้นไห้

เมื่อได้เห็นน้ำตาของลูกผู้ชายที่ไหลออกมาอย่างสุดจะกลั้น มันก็ทำให้เหมยลี่นึกอยากจะร้องไห้ตาม ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอเสียน้ำตากับเรื่องนี้มาแล้ว หญิงสาวก้มหน้าลง ฝ่ามือนุ่มถือโอกาสโอบที่ไหล่กว้างของเขาเมื่อเห็นความอ่อนแอ ร่างบางหวนกลับไปนึกคิด วันนี้เธอมีความสุขมากๆ ที่ได้ปรับความเข้าใจกับพอลและมีเวลาอยู่กับพอล คนที่เธอรัก

ในขณะที่น้องเล็กต้องทุกข์ทรมานกับการนอนรอความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาหาเธอทีละนิด ทีละนิดโดยที่พี่ชายที่เธอรักไม่ทันไปดูใจเป็นครั้งสุดท้าย...

เฮ้อ โลกเราช่างโหดร้ายเสียจริง

            คุณบิ๊ก หญิงสาวไม่ทันจะได้กล่าวอะไร อยู่ๆ เขาก็เข้ามากอดแล้วก็ปล่อยโฮออกมา...มันยิ่งทำให้เธอต้องกลายเป็นคนปลอบใจเขาไปโดยปริยาย เอาเถอะ ถือว่าวันนี้ให้อภัยปรัชญาที่อยู่ในภาวะเศร้า เธอจะยอมให้หมอบิ๊กกอดเธอฟรีๆ ร่างบางเลยไม่รอที่จะเอามือสองข้างกอดเขาตอบ

            “ถ้าคุณหมออยากจะร้องก็ร้องออกมาเถอะนะคะ ไม่ต้องคิดว่าฉันอยู่ตรงนี้กับคุณก็ได้ ริมฝีปากอิ่มเอ่ยพูดปลอบใจเขาก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงสะอื้นไห้

จริงๆ แล้วเธอเข้าใจความรู้สึกของหมอหนุ่มดีว่าตอนนี้เขารู้สึกเจ็บปวดแค่ไหนที่ต้องสูญเสียคนที่รักยิ่งกว่าชีวิต

 

            หลังจากที่จอนพาแพซี่ไปส่งที่ทำงานแล้ว เขาก็กลับไปคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเขา ทุกวันนี้เขามีชีวิตอยู่เพื่ออะไรกันแน่ อยู่เพื่อการแก้แค้นผู้หญิงร่านทุกคน หรืออยู่เพื่อเสียสละผู้หญิงคนที่เขารักมากคนหนึ่ง สายตาของแพซี่ไม่เคยมีเขาเลยนอกจากพี่ชายของเขาดูเหมือนว่าหัวใจของหญิงสาวจะปิดตายไปแล้วที่จะมองหาใครคนอื่น

สายตาหมองมองไปยังเมืองรอบนอกที่เริ่มมีแสงสีจากแสงไฟที่ฉายกระทบกันมาก่อนที่ชายหนุ่มจะสลัดความรู้สึกของหนุ่มนักเศร้ากลายเป็นหนุ่มคาสโนว่าตามล่าสาวร่าน

 

            ค่อยยังชั่วหรือยังคะเพราะเธออยากจะปลอบใจเขาก่อนเลยไม่อยากปล่อยให้เขากลับไปอยู่คนเดียว แล้วพาลจะคิดฟุ้งซ่าน ตอนนี้เราก็เลยเปลี่ยนมานั่งอยู่ในสวนด้านล่างของโรงพยาบาล หมอหนุ่มยังคงทำหน้าเศร้าราวกับว่าชีวิตนี้หมดสิ้นทุกอย่างแล้วซึ่งมันก็คงจะเป็นแบบนั้น เพราะเขามีเพียงน้องสาวเพียงคนเดียวที่ทั้งรักและเอาใจใส่สารพัด

            ผมค่อยยังชั่วแล้วครับ...ทั้งที่ผมก็เป็นหมอ เห็นคนตายมานัดต่อนัดแต่พอมาเจอเข้ากับตัวเองมันทำให้ผมได้เข้าใจถึงความสูญเสียว่าคนที่รักมันเป็นยังไง

คิดเสียว่าน้องเล็กเธอไปดีแล้วนะคะ จบประโยคจากริมฝีปากนิ่ม ใบหน้าหล่อกลับก้มลงมาทาบไหล่บางก่อนที่ไหล่กว้างของเขาจะกระตุกขึ้นลงตามเสียงสะอื้นอีก ยิ่งเธอพูดมันก็ยิ่งจุดฉนวนให้หมอบิ๊กเสียใจมากขึ้นไปอีก

เธอควรจะปลอบใจเขายังไงดีนะ เหมยลี่

            ขอบคุณนะครับคุณเหมยที่อยู่ปลอบใจผม เขากล่าวโดยไม่มองหน้าเธอแต่กลับมองดูรูปถ่ายของน้องสาวเขาที่พกไว้ในกระเป๋าสตางค์ตัวเอง

            คุณหมอคะ เธอเหมือนจะเตือนสติให้เขาต้องหักห้ามใจไว้ก่อนที่หมอหนุ่มจะรีบเก็บกระเป๋าใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงแล้วหันไปมองหน้า คลี่ยิ้มอย่างฝืนๆ

            บ้านคุณเหมยอยู่ที่ไหนหรือครับ

            คะ เธอเหมือนจะสบถออกมาก่อนจะลุกตามเมื่อเห็นว่าร่างสุดเท่ห์ลุกขึ้นยืน

            ผมจะพาคุณไปส่งนะครับ

            เออ ไม่เป็นไรค่ะ คุณหมอควรจะรีบกลับไปพักผ่อนมากกว่า

            ตอนนี้ผมดีขึ้นมากแล้ว ตอนนี้มันก็ดึกมาก ผมเป็นห่วงคุณ เขาพูดน้ำเสียงดูแหบไปเยอะ

เหมยลี่มองหน้าหมอหนุ่มก่อนที่เธอจะยิ้มออกมาแล้วพูดต่อ

แต่ฉันก็เป็นห่วงคุณหมอมากกว่า

ปรัชญายิ้มนึกตื้นตันใจในความห่วงใยของเธอแต่การปล่อยให้ผู้หญิงกลับบ้านมืดๆ คนเดียวมันก็ไม่สมควรและเขาจะไม่ให้อภัยตัวเองหากเธอจะเป็นอะไรไปอีกคน

ให้ผมไปส่งเถอะนะ รถผมก็จอดอยู่ตรงนั้น เพราะตอนแรกเขาไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเรื่องร้ายๆ แบบนี้ ชายหนุ่มทิ้งรถไว้ที่นี่ก่อนที่จะเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าที่อยู่ไม่ไกลมากกับโรงพยาบาลของเขา เพราะไม่คิดว่าการที่เลือกเดินจากไปเพื่อหาของขวัญให้น้องรักจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดสำหรับเขา

            ก็ได้ค่ะ ตอนนี้เธอรู้แค่เพียงว่ายังไม่อยากขัดความต้องการของเขา หากเขาจะทำอะไรก็ตามใจเขาหน่อยละกัน

ชายหนุ่มขับรถมาเรื่อยๆ จนมาถึงบ้านของหญิงสาว

คุณหมอคะร่างบางหันไปมองหน้าก่อนที่เขาจะยิ้มจืดๆ มาให้

ผมดีขึ้นมากแล้ว ขอบคุณจริงๆ ที่อยู่เป็นเพื่อนปลอบใจผม หมอหนุ่มเอ่ยอย่างสุภาพ แม้สีหน้าของเขาจะยังดูซีดเซียวแต่แค่เห็นเขาไม่เป็นอะไร เพื่อนอย่างเธอก็สบายใจแล้ว

พรุ่งนี้เหมยจะมาช่วยจัดงานศพให้น้องเล็กด้วยนะคะ เธอแค่อยากให้เขามีเพื่อนในเวลาที่เขายังรู้สึกเสียใจอยู่แบบนี้ เธออยากให้เขาเข้มแข็งกว่านี้ก่อน

ครับ ก่อนที่ร่างเท่ห์จะขอตัวกลับ หญิงสาวมองเขาจนลับตาแล้วต้องสะดุ้งเมื่อหันหลังแล้วเห็นเตี่ยยืนมองจังงัง

            “อุ้ย เตี่ย ตกใจหมดเลย มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ ร่างบางเอ่ยถามบิดาของเธอที่กำลังยืนจ้องหน้าเธอเขม็ง

            ใคร...มาส่งลื้อ อาเหมยบิดาของเธอถามกลับมาอย่างไม่สบอารมณ์

            “เพื่อนนะเตี่ย ร่างบางหลบสายตาช่างสงสัยของเตี่ยก่อนที่เธอจะแกล้งโวยใส่เตี่ยที่กำลังยืนจ้องหน้าเธออยู่

            โธ่ เตี่ย เหมยกลับมาเหนื่อยๆ แทนที่เตี่ยจะปล่อยให้หนูได้ไปพักผ่อน นี่อะไรมาซักหนูเหมือนหนูไปทำผิดมา

            เตี่ยก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่ลื้อก็อย่าไปไหนมาไหนกับผู้ชายให้มันบ่อยๆ นัก เตี่ยเป็นห่วงกลัวคนอื่นจะมองลื้อไม่ดีแล้วบิดาของเธอก็แพ้พ่ายในตัวลูกสาวคนเดียวของท่าน

            รู้แล้วน่าเตี่ยงั้นเตี่ยไปนอนเถอะ นี่มันก็ดึกมากแล้วส่วนประตูนี่เดี๋ยวเหมยปิดเอง เธอโอบกอดร่างอ้วนท้วมของบิดาก่อนจะผลักร่างนั้นเบาๆ เพื่อให้ไปนอน ตอนนี้หมอบิ๊กจะเป็นยังไงบ้างน่ะ ยังเป็นห่วงไม่หาย จะมีใครเป็นห่วงเป็นใยเขาเหมือนกับที่เธอมีเตี่ยคอยเป็นห่วงอยู่บ้างหรือเปล่า

            เมื่อร่างบางเดินสาวเท้ามาถึงห้องนอนของเธอ หนังตาสวยๆ ก็เริ่มหย่อนแต่ไอ้เจ้าโทรศัพท์มือถือเจ้ากรรมก็ดันมาดังเสียนี่ หญิงสาวชะเง้อมองไปที่สายเรียกเข้า...พอลโทรมา

            ค่ะ คุณพอลไอ้ที่ง่วงเมื่อกี้หายไปปลิดทิ้งเมื่อได้ยินเสียงพอล

            ขอโทษที่โทรมารบกวนแค่จะโทรมาถามว่าถึงบ้านแล้วหรือยัง เสียงปลายสายพูดขึ้นอย่างเกรงใจเธอ

ค่ะ เหมยกลับถึงบ้านแล้วค่ะ ปากพูดเสียงเรียบแต่มือหนึ่งที่กำลังกำผ้าห่มมาไว้แนบอกอย่างรู้สึกอายเพราะนานมากแล้วที่เธอไม่เคยมีผู้ชายโทรมาคุยด้วยยามดึกๆ แบบนี้

พรุ่งนี้ เหมยว่างไหมครับ เหมยลี่ทำท่าคิดหนักก็พรุ่งนี้เธอคิดว่าจะอยู่เป็นเพื่อนหมอบิ๊กช่วยงานศพน้องเล็ก ทำยังไงดีล่ะ

พรุ่งนี้เหมยไม่ว่างนะคะ คุณพอลมีอะไรหรือเปล่าคะ ปลายสายเงียบสักพักก่อนจะตอบกลับมา

อ๋อ ไม่มีหรอกครับ แค่อยากจะชวนคุณไปกินข้าว ดูหนังแต่ถ้าคุณไม่สะดวก ไว้วันหลังก็ได้ครับ

ค่ะเหมยลี่ทำหน้าเสียดาย ถ้าไม่ติดว่าเธอรับปากกับปรัชญาแล้วเธอจะรีบตอบตกลงพอลไปในวินาทีแรกเลย

ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ฝันดีนะครับ เหมยลี่ ปลายสายยังคงพูดหวานใส่หญิงสาวให้ต้องหัวใจสั่น

ค่ะ ฝันดีเช่นกันค่ะ เธอเอ่ยอย่างอายๆ แล้วสายของพอลก็ถูกตัดไป โดยที่เธอยังคงยิ้มค้างอยู่บนที่นอนนุ่มแต่เมื่อนึกไปถึงผู้ชายอีกคนก็ทำให้อารมณ์หวานเมื่อสักครู่กลายเป็นซึมเศร้าอย่างช่วยไม่ได้

เฮ้อ...ไม่รู้ว่าหมอบิ๊กจะเป็นยังไงบ้าง ความรู้สึกของเขาตอนนี้จะเป็นยังไง หากเธอตาย พอลจะเสียใจเหมือนอย่างที่หมอบิ๊กเสียใจหรือเปล่านะ...

 

แพซี่เรียกจอนมามีอะไรงั้นหรือ จอนซึ่งขับรถมาจากคอนโดหรูหลังจากที่ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสาวที่เขาแอบคิดมากกว่าเพื่อนแต่ก็รู้สึกแปลกใจที่เธอโทรหาเอาตอนตีสอง

จอน แพซี่นึกว่าคุณจะไม่มา แววตาคนพูดดูอิดโรยอย่างบอกไม่ถูก หรือเธอทำงานหนักจนเกินไปสภาพร่างกายจึงแย่

ทำไมถึงคิดว่าผมจะไม่มาล่ะ ผมเคยบอกแล้วนี่ไม่ว่าคุณจะเรียกผมมาเวลาไหนผมก็จะมา เขาขยับเก้าอี้เข้าไปนั่งและสังเกตเห็นหนุ่มสองคนจากโต๊ะทางด้านขวากำลังสนใจแพซี่อยู่ซึ่งมันก็คงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีใครสนใจเธอเพราะเธอเป็นคนสวยและเป็นจุดเด่นแม้กระทั่งในผับตอนนี้

ถ้าเป็นพี่พอลก็ดีสินะ เธอเอ่ยอย่างเหนื่อยใจก่อนจะยกไวน์ขึ้นดื่ม

พี่พอลทำไมหรือ

พี่พอลไม่ทำไมหรอก แต่แพซี่นะสิ จะทรมานใจตายอยู่แล้วเพราะโทรไปทีไรพี่พอลก็ไม่รับสายหรือไม่ก็ไม่ว่างจะคุยด้วย

พี่พอลคงจะมีงานสำคัญจนไม่สามารถมารับสายแพซี่ก็ได้

จอนคะ แพซี่กลัวจังเลยว่าพี่พอลจะมีคนอื่น นี่พี่พอลไปเมืองไทยนานเกินไปแล้ว หรือเขาลืมไปแล้วว่ามีงานที่นี่ที่ต้องรับผิดชอบ

แพซี่ พี่พอลอาจจะงานยุ่งจริงๆ ผมว่าคุณอย่าคิดมากเลยนะ จอนมองใบหน้าสวยที่ทำท่าเหมือนจะร้องไห้จนตอนนี้หัวใจของเขาแทบจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ร่างหนาแข็งแรงเผลอจับกุมมือบางอย่างแนบแน่นก่อนที่เขาจะรับรู้ถึงแรงสะอื้นของเธอ

เพื่อให้แพซี่สบายใจ เมื่อไปถึงเมืองไทยผมจะดูให้เห็นกับตาว่าพี่พอลแอบมีใครไว้ไหม

จริงๆ นะคะเธอยิ้มอย่างดีใจ

ครับ พรุ่งนี้แล้วที่ผมจะต้องเดินทางไปเมืองไทยและผมอาจจะอยู่จัดงานวันเกิดให้พี่พอลที่นั่นเลย ถ้าแพซี่ว่างแพซี่ก็มาเมืองไทยตามหลังผมละกันนะ

แต่พี่พอลอาจไม่พอใจที่แพซี่ไปหาเขา

ทำไมพี่พอลถึงจะต้องไม่พอใจด้วย ในเมื่อแพซี่กำลังจะกลายเป็นคู่หมั้นของเขาในอีกไม่ช้า จอนเอ่ยอย่างเจ็บปวด เขากัดกรามแน่นเพราะต้องเก็บอารมณ์ความอ่อนไหวและความเสียใจกับตัวเองโดยที่ไม่อาจบอกให้เพื่อนสาวที่เขาคิดเกินเลยนั้นได้รับรู้ถึงสภาพจิตใจของเขาตอนนี้

นั่นสินะ

ร่างหนาเห็นรอยยิ้มมุมปากของเธอก่อนจะมีสายเรียกเข้าเข้ามา

ว่าไงเจ้าบิ๊ก หายไปเลยนะจอนทักทายเพื่อนทางสาย ก่อนจะเงียบเสียงเมื่อได้ยินปลายสายโต้กลับมา

น้องเล็กเสียแล้ว น้ำเสียงปลายสายดูเศร้าซึมจนเขาเองก็อดใจหายไม่ได้ คำพูดของเพื่อนบอกว่าเขากำลังเสียใจและทุกข์ใจเป็นอย่างมาก และมันคงเป็นเรื่องจริงมากกว่าจะเป็นการอำให้เขาไปหา ก็พอรู้อยู่ว่าน้องเล็กมีโรคประจำตัวแต่ไม่คิดว่าจะมาด่วนจากไปเร็วแบบนี้

จอนวางสายลงพร้อมกับนั่งคิดอะไรสักพักก่อนจะถูกแพซี่ถามอย่างสงสัย

ใครโทรมาคะ แล้วทำไมสีหน้าจอนถึงดูไม่ดีเลยล่ะ

ไม่มีอะไรหรอกแพซี่ แค่เพื่อนสนิทโทรมาปรับทุกข์นะ เขาเพียงแค่ยิ้มบางเบา ไม่อยากให้แพซี่ต้องมารับรู้เรื่องเศร้าๆ อีก

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha