ลิขิตรักปรารถนาเถื่อน

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ตอนที่ 10 : ความเข้าใจผิด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 10…

ม่รู้เพราะอะไรถึงทำให้วันนี้เหมยลี่ตื่นนอนแต่เช้าได้ เธอตื่นก่อนที่นาฬิกาจะปลุกเธอเสียอีก ร่างบางรีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะรีบลงมารอหมอหนุ่มที่ด้านล่าง

คุณบิ๊ก

สีหน้าของหญิงสาวแสดงอาการตกใจไม่น้อยที่เมื่อเธอเปิดประตูรั้วของบ้านแล้วกลับเห็นร่างของหมอหนุ่มมายืนรอเธออยู่ก่อนแล้ว แม้ใบหน้าของเขายังไม่สู้ดีเท่าไรแต่เจ้าตัวก็พยายามฝืนยิ้มให้เธออย่างเต็มที่ก่อนที่ร่างบางจะสังเกตเห็นว่าวันนี้เขาไม่ได้แต่งชุดหมอแต่เป็นชุดสีขาวธรรมดาที่พอมาอยู่บนตัวคุณหมอแล้วมันไม่ธรรมดาอย่างที่คิดและวันนี้เธอเองก็ใส่ชุดดำมาด้วย

ผมมารอคุณเหมยนะครับ ไม่อยากขึ้นรถไฟฟ้าเขากล่าวเศร้าๆ

ค่ะ ฉันเข้าใจ และเธอก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากเดินไปขึ้นรถกับเขาเพื่อจุดมุ่งหมายข้างหน้าที่รออยู่วันนี้เธอบอกตัวเองแล้วว่าจะใช้เวลาทั้งวันอยู่ช่วยงานศพกับปรัชญาแม้ว่าเขาจะยังรับไม่ได้กับการจากไปของน้องสาวแต่ตอนนี้เราก็มาอยู่ที่วัดแล้ว หญิงสาวมองดูร่างของน้องเล็กที่กำลังจะถูกใส่ไว้ในโลงศพอย่างน่าเศร้าใจ ความสวยของน้องเล็กยังตราตรึงให้เธอต้องนึกเสียดาย

ทันทีที่โลงศพถูกปิด ร่างของหมอบิ๊กก็เหมือนจะล้มลงหน้าถ้าเธอไม่รีบเข้าไปประคองเขาไว้ก่อนจะพาร่างหนาที่ไร้เรี่ยวแรงมานั่งลงที่เก้าอี้ด้านหน้าสุดโดยมีร่างบางนั่งลงอยู่ข้างๆ หญิงสาวมองใบหน้าซีดเซียวของชายหนุ่ม เข้าใจว่าเมื่อคืนเขาคงไม่ได้นอนและเช้านี้เขาก็คงยังไม่ได้กินอะไรรองท้องมา และยิ่งมาเจอเรื่องน่าเศร้าแบบนี้ ผู้ชายคนนี้ถึงได้อ่อนแอเพียงนี้

คุณบิ๊กคะ ฉันเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรดีแต่น้องเล็กเธอไปสบายแล้วนะคะส่วนคุณบิ๊กก็ต้องอยู่ให้ได้ เหมยลี่จับมือหนาขึ้นมาเพื่อเป็นการปลอบใจเขา ส่วนหมอหนุ่มก็ได้แต่ยิ้มซึมๆ

ขอโทษนะครับคุณเหมยที่ผมอ่อนแอเกินไป ร่างเท่ห์เอ่ยอย่างอดกลั้นทั้งที่ในตาของเขาตอนนี้ยังมีหยดน้ำตาที่มือหนาพยายามเช็ดออก

คุณหมอครับ มีคนมาหา ตอนนี้รออยู่ด้านหน้างานครับ ปรัชญามองหน้าคนงานก่อนจะพยักหน้าและก่อนที่จะลุกไปหา ชายหนุ่มหันไปมองร่างงามที่ยืนตามเขา

คุณเหมย อย่าเพิ่งไปไหนนะครับ ผมขอตัวไปหาแขกก่อน

ค่ะ ได้ค่ะ ร่างบางเพียงแค่รับคำออกมาสั้นๆ

 

ที่ลานหน้างาน ปรัชญาเดินตามหลังคนงานที่เขาจ้างให้มาช่วยจัดงานศพน้องเล็กก่อนที่เขาจะทอดมองร่างของบุรุษตรงหน้าที่ยืนหันหลังให้เขาอยู่ ผมสีน้ำตาลเข้มรับกับผิวสีเข้มที่ไม่ถึงกับคล้ำมากกำลังยืนมองผืนน้ำที่มีเรือหางยาววิ่งผ่านไปมาอย่างเพลิดเพลิน แล้วความคิดของหมอหนุ่มก็นึกไปถึงเพื่อนรักลูกครึ่งไทยอังกฤษของเขา

จอน ชายหนุ่มเปล่งเสียงเรียกชื่อของเพื่อนรักหนุ่มก่อนที่ร่างของบุรุษตรงหน้าจะหันมาทางเขาและส่งยิ้มให้

สวัสดี จอนทักทายปรัชญาก่อนที่เพื่อนของเขาที่ไม่ได้เจอกันมานานจะเดินเข้าไปกอดร่างแข็งแรงของเขาไว้อย่างคิดถึง

นายมาได้ยังไง หลังจากที่เขาคลายกอดเพื่อนแล้วหมอหนุ่มจึงถามขึ้นอย่างนึกแปลกใจ

ทันทีที่รู้เรื่องน้องสาวนาย ฉันก็ยกเลิกเที่ยวบินแล้วใช้เครื่องบินส่วนตัวเดินทางมาแทน พอมาถึงเมืองไทยก็ตรงมาหานายเลย”

“แล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันจัดงานศพอยู่ที่นี่”

“ก็ไปคลินิกนายมา พยาบาลบอกว่านายไปจัดงานศพน้องเล็กอยู่ที่นี่ เสียใจด้วยนะฉันไม่นึกว่าน้องเล็กจะมาด่วนจากไปเร็วขนาดนี้ น้ำเสียงคนพูดแสดงความเสียใจจริงๆ จอนเป็นลูกครึ่งไทยอังกฤษและบวกกับช่วงหนึ่งเขาเคยเป็นแฟนกับสาวไทยอยู่หลายปีทำให้ภาษาไทยของเขาแข็งแรงพอสมควร

ขอบใจน้ำเสียงดูแหบแห้ง

นายคงไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม ร่างหนาเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ปรัชญาถือว่าเป็นเพื่อนที่เขาสนิทอีกคน

ก็ดีขึ้นมาก แล้วนี่จะอยู่เมืองไทยกี่วัน

ยังไม่รู้เลยที่จริงฉันก็ต้องมาเมืองไทยอยู่แล้ว คือ ฉันมาหาพี่พอลด้วยชายหนุ่มตอบอย่างเบื่อๆ

            “นี่พี่พอลของนายอยู่เมืองไทยอย่างนั้นหรือ

ใช่ สีหน้าและแววตาของคนพูดกำลังฉายแววไม่ค่อยสบอารมณ์

ดูเหมือนนายจะไม่อยากมา

ใช่ พูดอีกก็ถูกอีก แต่เรื่องน้องสาวนาย ฉันต้องมาเพราะนายเป็นเพื่อนรักของฉัน ร่างแข็งแรงเอามือมาตบไหล่กว้างของเพื่อนก่อนจะพูดต่อ

“เสียใจจริงๆ นะ”

ขอบใจและก็ ดีใจนะที่มา หมอหนุ่มเผยรอยยิ้มอบอุ่นให้ก่อนจะเอ่ยถาม

จริงสิ ใกล้ถึงวันเกิดพี่พอลแล้วนี่นาว่าแต่ปีนี้จะจัดที่ไหนหรือ

ก็คงต้องแล้วแต่เจ้าของวันเกิดแต่คิดว่าคงไม่พ้นเมืองไทย

งั้นหรือ

ว่าแต่นายโอเคใช่ไหม บิ๊ก เพราะท่าทางของเพื่อนหนุ่มกำลังทำให้เขาอดถามกลับไม่ได้

ปรัชญากับจอนรู้จักกันมาเมื่อสิบปีก่อนแม้ว่าจะไม่ได้เรียนคณะเดียวกันแต่ความเป็นเพื่อนก็ไม่เคยมีขีดจำกัดและเขาก็รักเพื่อนคนนี้มาก อาจเพราะ ปรัชญาเป็นเพียงเพื่อนผู้ชายคนเดียวที่เข้าใจเขาดีทุกอย่าง

 “ฉันกะว่าจะส่งของขวัญไปให้พี่พอลแต่ก็ดีที่พี่พอลอยู่ที่นี่ แล้วพี่พอลมาทำอะไรที่เมืองไทย”

            “มาดูงานซึ่งฉันไม่แน่ใจว่ามาติดพันสาวด้วยหรือเปล่า” จอนพูดอย่างไม่ค่อยจริงจังแต่เมื่อกล่าวแล้วกลับรู้สึกใจหายเล็กน้อยถ้าเรื่องที่เขาพูดไปเมื่อกี้มันจะเป็นความจริงขึ้นมาและถ้าเป็นอย่างนั้นแสดงว่าพี่ชายของเขาผิดคำสัญญาที่ให้ไว้และที่สำคัญพอลเท่ากับทำร้ายความรู้สึกของคนที่เขารักด้วย

            “นายก็ยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน”

            “งั้นเหรอ ช่างมันเถอะแต่หลังจากที่ฉันได้คุยกับพี่พอล อาจจะกลับเลยก็ได้เพราะต้องกลับไปเตรียมงานหมั้นให้พี่พอลต่อ”สีหน้าของเขาดูขรึมลงเล็กน้อย เพราะพอลเป็นคนเลือกที่จะหมั้นเอง เขาจึงทำอะไรไม่ได้มากในเมื่อแพซี่...รักพอลไม่ใช่เขา

            “นี่พี่พอลจะหมั้นกับใคร หน้าแปลกที่ฉันไม่เคยเห็นว่าพี่พอลจะสนใจใครเลย”หมอหนุ่มเอ่ยเรียบๆ

            “ฉันก็ไม่รู้รายละเอียดอะไรมาก บอกตรงๆ ว่าฉันไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับพวกเขาสองคน จอนพูดใจลอย เขากำลังหมายถึงพอลกับแพซี่คนที่เขารักว่าพวกเขากำลังคิดอะไรกันอยู่

นายจะเข้าไปข้างในไหม หมอหนุ่มเอ่ยถาม นัยน์ตายังคงมีคราบของน้ำตาติดอยู่ไม่หายเมื่อพูดถึงคนที่จากไปแล้ว

นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบงานศพแต่ที่มาก็เพราะว่าเป็นน้องสาวนายซึ่งเป็นน้องสาวที่น่ารักของฉันเหมือนกัน ร่างหนาแข็งแรงพูดขึ้น เพราะเขาไม่ต้องการเผยจุดอ่อนให้ใครได้รู้ว่าที่แท้จริงแล้วเขาเองก็มีความรู้สึกและความเสียใจที่ยังคงเป็นปมร้ายคอยเตือนสติ

ริมฝีปากหนากัดกรามแน่นเมื่อต้องนึกถึงเหตุการณ์ในคืนวันที่แสนเจ็บปวดที่ชายหนุ่มไม่เคยลืมมันเพราะแม่ของเขาหัวใจวายตายต่อหน้าโลงศพของคุณย่าในขณะที่จอนมีอายุได้แค่เพียงห้าขวบเศษเท่านั้น แม้เวลาจะผ่านไปเนินนานแต่ความทรงจำอันเลวร้ายในส่วนนี้ก็ยังคงไม่เลือนหายไปจากหัวใจของเขาจนเกิดเป็นปมให้เขาไม่อยากอยู่ในงานศพใคร

ขอโทษที ฉันลืมไป ยังไงก็ขอบใจนะที่มา ขอบใจจริงๆ และฉันก็หวังว่าสักวันนายจะหลุดพ้นจากความทรงจำเลวร้ายนั่น

มันคงจะไม่มีวันนั้นริมฝีปากหนาพูดสวนกลับในทันควัน

แต่ฉันไม่อยากให้นายต้องจมอยู่กับความทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต ฉันอยากให้นายมีความสุข

ความสุขงั้นหรือ ร่างหนาแสยะยิ้มในคำพูดของเพื่อนหนุ่ม

ใช่ โดยเฉพาะความรัก เพราะความรักจะฝ่าฟันกับอุปสรรคทุกอย่าง ความรักจะเปลี่ยนให้นายกลับไปเป็นคนเดิมอีกครั้ง ปรัชญาพูด

นายพูดอย่างกับว่านายกำลังมีความรักจอนยิ้ม

ฉันอาจจะกำลังมีความรักเหมือนอย่างที่นายบอก

สองคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยก่อนจะถามออกไป

เธอเป็นใคร

เธอเป็นใครไม่สำคัญขอเพียงเป็นคนดีฉันก็พอใจแล้วและเธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่นายเจอ บางทีฉันเองก็คิดว่าฉันอาจจะรักเธอแล้วก็ได้

รัก นี่นายใช้คำว่ารักง่ายขนาดนี้เลยหรือ จอนพูดยิ้มมุมปาก

 “ถึงฉันจะรู้จักเธอได้ไม่นานแต่ฉันก็รู้ว่าเธอเป็นคนดีคนหนึ่งปรัชญาเอ่ยพูด

นายมองโลกในแง่ดีเกินไป บนโลกใบนี้มีเรื่องแย่ๆ อีกมากที่นายยังไม่เคยได้ลิ้มรสมันโดยเฉพาะมารยาหญิง จอนพูดเสียงแข็ง เพราะเขาเจอมาแล้ว ขนาดคบกันมานานปากก็พร่ำบอกว่ารักทุกวี่ทุกวันแต่สุดท้ายความรักก็กลับมาทำลายให้เขาต้องทรมานใจจนเจียนตาย

เพราะนายเองก็มองโลกในแง่ร้ายจนเกินไป นายถึงไม่เจอในสิ่งที่ฉันเจอ ริมฝีปากหนาของหมอหนุ่มโต้ตอบกลับมา

โอเค แล้วฉันจะคอยดู ร่างหนาตอบอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน

แล้วนี่ จะไปแล้วหรือ เพราะเห็นฝีเท้าของร่างหนาแข็งแรงกำลังจะเดินออกไป

อืม ฉันไม่อยากเสียเวลา ถ้าเป็นไปได้เจอพี่พอลแล้วฉันอาจจะกลับอังกฤษเลย

งั้นก็ โชคดีนะ หมอบิ๊กเอ่ย

อืม นายก็เหมือนกันแต่ขอเตือนในฐานะเพื่อน อย่าคาดหวังกับความรักให้มากนัก บางทีความรักที่นายพร่ำบอกว่าดีนักหนา บางทีมันก็เป็นเพื่อนความรักจอมปลอมที่หลอกให้นายตายใจ สุดท้ายก็ต้องมาเสียใจภายหลัง

“โอเค ฉันจะจำไว้” แล้วสองหนุ่มหน้าตาดีคนละแบบก็กอดกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ร่างหนาสีผิวเข้มกว่าจะเดินออกจากวัดไปพร้อมกับเสียงถอนหายใจของเพื่อนหนุ่ม แม้เวลาจะผ่านไปเป็นปีๆ นิสัยจอนก็ยังเหมือนเดิม เขาเลือกที่จะจมอยู่กับความทุกข์ที่มันควรจะจบไปตั้งนานแล้ว

 

หมอหนุ่มกลับเข้ามาหาเหมยลี่อีกครั้งและก็พบว่าเธอไม่ได้อยู่ในห้องสวดแล้วก่อนที่เขาจะได้รับกระดาษเล็กๆ จากคนงานในห้องนั้น

เหมยไม่อยากกวนคุณหมอตอนที่คุณหมอมีแขกเลยโน้ตมาบอกสั้นๆ ว่า เหมยมีธุระด่วนที่จะต้องรีบไปทำค่ะขอโทษจริงๆ ที่ไม่ได้อยู่ช่วยต่อแต่จะกลับมาอีกแน่นอนค่ะ

เหมยลี่

หมอหนุ่มพับกระดาษไว้ในมือก่อนจะหันไปมองรูปภาพของน้องเล็กที่ตั้งโชว์หน้างานศพด้วยใบหน้าเศร้าหมอง ความเหงาสามารถทำให้เขาคิดถึงน้องสาวอันเป็นที่รักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ต่อไปนี้ก็คงมีผู้หญิงที่ชื่อเหมยลี่เท่านั้นที่ชายหนุ่มจะให้ความสำคัญ

 

เพราะตอนนี้ไฟแดงกำลังติดอยู่เป็นทางยาวแม้ว่าเธอจะนั่งมอเตอร์ไซต์รับจ้างแล้วก็ตาม เมื่อครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาพลอยฟ้าโทรมาบอกว่ามีงานด่วนเข้ามาเลยทำให้หญิงสาวต้องนั่งรถมอเตอร์ไซต์เพื่อไปหาพลอยฟ้าที่บริษัทเนื่องจากลูกค้าขอเลื่อนประชุมเป็นวันนี้ซึ่งเป็นวันหยุด แล้วทีนี้เธอจะไปเร็วได้ยังไงในเมื่อรถมันติดยาวเหยียดขนาดนี้

เออๆ กำลังรีบไป แกก็อย่าเร่งฉันสิว่ะ ยัยพลอย

เพราะเสียงพลอยฟ้าบ่นมาตามสายก่อนที่เหมยลี่จะวางสายแล้วบอกให้คนขับมอเตอร์ไซต์รับจ้างเร่งความเร็วมากขึ้นซึ่งมันก็เร็วจริงๆ จนทำให้ผมของเธอปลิวไปตามแรงลมได้อย่างหมดสภาพ

ร่างบางจับเบาะอย่างแน่นเพราะกลัวว่าตัวเองจะปลิวไปตามสายลม แต่เพราะมีรถอีกคันที่ขับออกมาจากทางโค้งทำให้มอเตอร์ไซต์รับจ้างไม่ทันระวังและเบรกกะทันหันจนเข่าของเธอต้องกระแทกกับหน้ารถคันงามที่จอดมากระชันชิดเช่นกัน

กรี๊ด หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างหลังกำลังตกใจสุดขีด เธอไม่อาจที่จะตั้งสติได้เพราะมันรวดเร็วและน่ากลัวมาก

อี๊ดดดดดดดดด

เสียงรถคันนั้นเบรก ร่างบางหน้าซีดเซียวเมื่อรถจักยานยนต์ที่เธอซ้อนมาด้วยไม่ได้ล้มแต่เป็นฝ่ายเข้าไปชนด้านข้างรถสปอร์ตคันงามสีดำของใครไม่รู้

เธอส่ายหัวไปมากับเหตุการณ์ที่มันเพิ่งผ่านไป ขวัญเอยขวัญมา ก่อนที่ร่างบางจะตั้งสติได้และเริ่มรู้สึกปวดเข่ามากขึ้น เมื่อเห็นว่าทางของเธอถูกส่วนรถเขาที่ควรจะจอดกลับไม่จอดรอให้รถจักรยานยนต์ได้เคลื่อนไปก่อน

เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ร่างบางเอ่ยถามคนขับมอเตอร์ไซต์ที่ยังคงช็อกกับเหตุการณ์อยู่แต่ก็น่าแปลกที่เจ้าของรถคันนั้นกลับไม่มีใครออกมารับผิดชอบ นิสัยความยุติธรรมของเธอจึงเกิดขึ้นมาโดยที่ไม่ต้องทำอะไร ร่างบางสาวเท้าไปที่รถข้างคนขับก่อนที่จะเคาะประตูแรงๆ จนกระจกประตูข้างคนขับเลื่อนลงมา

นี่คุณจะไม่ลงมาดูหน่อยหรือว่าคนที่คุณชนนะเป็นอะไรมากไหม น้ำเสียงดุดันของเธอดังชัดเจนจนทำให้คนขับรถที่ดูท่าว่าจะมีอายุพอสมควรกำลังยิ้มแห้งๆ ให้และมันก็ยิ่งทำให้เธอนึกเจ็บใจที่คำพูดของเธอไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย

แล้วจะเอาเท่าไร แต่คนที่ตอบกลับคือเสียงที่อยู่ด้านหลังคนขับเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเย็นยะเยือกที่เล็ดลอดผ่านช่องกระจกทำให้คนฟังถึงกับอารมณ์ขึ้น

นี่คุณ ฉันก็แค่ต้องการให้คุณออกมารับผิดชอบ

ก็นี่ไงความรับผิดชอบ ประตูรถถูกเปิดออกพร้อมกับร่างหนาแข็งแรงที่ออกมายืนตะง่านอยู่ตรงหน้าเธอ

จอนมองร่างบางที่อยู่ตรงหน้าเขา ใบหน้าสวยเหมือนสาวจีน ผิวพรรณนวลเนียนแต่แต่งตัวค่อนข้างจะเปิดเผย เขายิ้มมุมปากคิดอย่างประเมิน สงสัยคงจะใส่เพื่อล่อเหยื่อ

นี่มองอะไร น้ำเสียงดุดัน แวบแรกที่เธอเห็นหน้าของคนเห็นแก่ตัวคนนี้ คือ หน้าตาของเขาคนนี้ละหม้ายคล้ายกับพอลมากๆ อาจเพราะหน้าตาผู้ชายคนนี้เป็นลูกครึ่งด้วยมั่ง จึงดูคล้ายกันแต่นิสัยต่างกันลิบลับ ผู้ชายเห็นแก่ตัว

สามีเธอก็ไม่ได้เป็นอะไรมากนี่ เขาพูดแต่คนที่ฟังถึงกับตาลุกวาวด้วยความโกรธ

เหมยลี่อ้าปากค้าง คำพูดของเขาทำเอาเธอหน้าแดงด้วยความโกรธหาใช่ความอายไม่ ในเมื่อเธอยังไม่มีสามีแต่อยู่ๆ ผู้ชายบ้าคนนี้กำลังเข้าใจผิดอย่างมหันต์ เป็นใครเมื่อถูกพูดแบบนี้ก็ต้องโกรธเป็นธรรมดา

เขาไม่ใช่สามีฉัน เธอพูดเสียงชัดเจน

ยังไงก็ช่าง จะเอาเท่าไรก็ว่ามา เขายังคงพูดดูถูกเธอ

อะไรน่ะ

เธอกับกิ๊กของเธอลงทุนทำเรื่องแบบนี้ คงไม่ได้แค่ทำเป็นเรื่องสนุกๆ หรอกนะ บอกมาว่าจะเอาเท่าไรจะได้จบๆ กันไปฉันรีบและก็ไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับเธอ จอนไม่อยากอยู่เสวนามากกับผู้หญิงที่คิดหาเงินโดยวิธีสกปรกแต่เพราะไม่อยากเสียเวลาเขาจึงยอมเสียเศษเงินให้กับคนพวกนี้

ฝ่ายเหมยลี่ที่กำลังจ้องมองดวงตาสีน้ำตาลอย่างไม่คิดหลบเพราะความรู้สึกไม่ชอบในคำพูดของเขา ไม่น่าเชื่อว่าบนโลกใบนี้จะมีผู้ชายที่ชอบดูถูกคนแบบนี้อยู่ด้วยหากโลกเรามีคนแบบนี้เกินครึ่งมีหวังโลกทั้งใบคงไร้ความสุขและความสงบสุขแน่นอน

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha