ลิขิตรักปรารถนาเถื่อน

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ตอนที่ 12 : เจ็บที่ต้องทน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 12…

          “นี่ยัยเหมย ดูท่าว่าแกจะตื่นเต้นกับงานนี้เป็นพิเศษน่ะ”

 

พลอยฟ้าซึ่งนั่งเฝ้าสังเกตการณ์เพื่อนสาวอยู่เงียบๆ ตั้งแต่เดินออกมาดูของขวัญให้พอลเลยจนมาถึงเลือกเสื้อผ้าสำหรับใส่ไปงานซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะตัดสินใจไม่ได้สักทีว่าควรเลือกใส่ชุดไหน ก็แต่ละชุดมันดูงามไปหมดหรือเพราะว่าเธอจะตื่นเต้นมากจนเกินไปกันแน่ที่จะได้ไปงานวันเกิดพอล พลอยฟ้ามองมาด้วยสายตาอาฆาตก่อนจะถามออกไปอย่างนึกรำคาญ

            “เฮ้ย ไอ้เหมย เมื่อไรแกจะแต่งตัวเสร็จซะทีว่ะ นี่เราสายมากแล้วน่ะ”

            “เออๆ เสร็จแล้ว เร่งอยู่ได้” ทันทีที่หญิงสาวเดินออกมาจากห้องแต่งตัวที่บ้านพลอยฟ้าเพราะรายนั้นซื้อชุดเก็บไว้ที่บ้านตั้งหลายชุดโดยที่เจ้าตัวแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเสื้อชุดนี้อยู่ด้วย

เมื่อร่างงามปรากฏตัวต่อหน้าเพื่อนรักพลอยฟ้าถึงกับอ้าปากค้างมองหน้าเธออย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ก่อนจะขยี้ตาตัวเองอีกครั้งด้วยความทึ่ง

เหมยลี่พลางสำรวจตัวเองอย่างอายๆ เนื่องด้วยไม่เคยใส่ชุดแบบนี้เลยในชีวิตเพราะด้วยชุดแซกสีดำเข้ารูปยาวถึงเข่า มีเพียงลูกไม้สีดำและเพชรเม็ดเล็กๆ ที่ประดับสวยงามอยู่ที่บริเวณส่วนบนของตัวเสื้อเท่านั้นที่พอจะทำให้ชุดแซ็กที่ราบเรียบนี้เด่นขึ้นมาบ้าง

ค่ำคืนนี้หญิงสาวเลือกที่จะปล่อยผมที่ยาวสลวยไว้ด้านหลังเพื่อปกปิดส่วนที่มันโค้งเว้าของชุดที่ผ่ายาวให้เห็นแผ่นหลังที่ขาวเนียนสะอาดนั่น เธอยิ้มเขินๆ เมื่อถูกพลอยฟ้ามองมาอย่างไม่ละสายตาก่อนจะเดินเข้ามาใกล้แล้วพลางสำรวจเธออย่างเปิดเผยอีกครั้ง

            “นี่...ชุดนี้ดูแย่มากนักหรือไง แกถึงมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น”เหมยลี่ถามออกไปด้วยแววตาไม่มั่นใจ

            “เปล่า ชุดนี้แหละ แกแต่งชุดนี้แกสวยมากเลยรู้ไหม นี่ถ้าฉันไม่เคยเห็นลุคแกก่อนหน้านี้นะ สงสัยฉันคงคิดว่าแกเนี่ยเป็นนางแบบที่โด่งดังมาก่อนแน่นอน”พลอยฟ้าพูดจากใจจริง

            “ขนาดนั้นเลยเหรอว่ะ” หญิงสาวกล่าวพลางก่อนจะหยิบผ้าขนสัตว์กะจะมาคุมตัวเองแต่ถูกเพื่อนสาวดึงเอาไว้

            “ไอ้บ้า มาถึงขั้นนี้แล้วยังจะมาปกปิดอะไรกันอีกว่ะ”พลอยฟ้ายึดเสื้อขนสัตว์กลับ

            “เฮ้ย ไอ้พลอย แต่ชุดนี้ถ้าไม่มีอะไรคุมมันจะดูโป๊ไปนะเว้ย” เหมยลี่ค้านอย่างหนักแต่พลอยฟ้ายังคงยืนยันไม่ให้เธอคุมเสื้อทับไว้อยู่ดี...ให้ตายสิเพื่อนตัวดีของเธอมันไม่ห่วงเพื่อนมันเลยหรือไง

            “โป๊แค่ไหนกันเชียวแค่โชว์ให้เห็นแผ่นหลังแค่นั้นเอง ทีขนาดบางคนโชว์ถึงร่องนมยังไม่มีใครว่าอะไรเลย”มันก็จริงอย่างที่พลอยฟ้าบอก ผู้หญิงบางคนตั้งใจโชว์เพื่อเรียกร้องความสนใจจากบุรุษเพศแต่นี่มันไม่ใช่เธอนี่

สำหรับเธอการโชว์เพื่อเรียกร้องความสนใจนั้นมันไม่ใช่คุณสมบัติของกุลสตรีที่ดี แม้เธอจะไม่ได้เรียบร้อยอะไรมากแต่เรื่องนี้เธอเองก็ถือ

            “แต่มัน...จะดูน่าเกียจ”ริมฝีปากบางพูดแผ่วเบา

            “ไม่น่าเกียจหรอก ตรงกันข้ามมันน่ารักมากกว่าเหมยลี่ พลอยฟ้าจับร่างบางให้เผชิญกับร่างสวยในเงากระจกตรงหน้า

แกนะแต่งตัวดูเชยเฉิ่มจนเกินไป ปล่อยวางมันซะบ้างให้คนอื่นได้เห็นลุคใหม่อย่างที่ฉันเห็น อีกอย่างคุณพอลของแกจะได้ตกหลุมรักแกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น”พลอยฟ้าพูดด้วยใบหน้ายิ้มๆ

เหมยลี่มองร่างตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ สายตาที่มองอย่างให้ความรู้สึกตะลึงงัน เพราะไม่คิดเลยว่าตัวเองจะดูดีมากขนาดนี้ แต่ว่า...

            “มันจะไม่เป็นการยั่วผู้ชายมากเกินไปหรือ”เหมยลี่ยังรู้สึกหวั่นๆ กลัวคนจะมองไม่ดีหาว่าเธอมางานนี้เพื่อยั่วผู้ชาย

            “ไม่หรอก ยุคนี้เรื่องแบบนี้มันก็ต้องมีกันบ้าง...เหมือนกับที่ฉันใช้มารยายั่วพี่ก้องจนได้แต่งงาน  

            เรื่องจริงหรอ

            ล้อเล่น ฉันขี้เกียจอธิบายแล้ว รีบไปเถอะก่อนที่งานมันจะเลิกกันพอดี” พลอยฟ้าหยุดทุกอย่างโดยการลากร่างบางให้เดินไปขึ้นรถคันงามเพื่อไปถึงจุดมุ่งหมายที่ต้องการ

 

งานวันเกิดถูกจัดขึ้นที่โรงแรมหรูชื่อดังในย่านหนึ่งของกรุงเทพมหานครอย่างเรียบง่ายด้วยฝีมือของนักจัดสถานที่กิตติมาศักดิ์อย่างจอนน้องชายคนเดียวของพอล ภายในงานที่จัดเป็นแบบกึ่งปาร์ตี้กึ่งสังสรรค์โดยเลือกบริเวณสระน้ำใหญ่ของโรงแรมเป็นสถานที่ในการจัดงาน ผู้คนส่วนใหญ่ก็เป็นคนในวงการธุรกิจด้วยกัน

วันเกิดปีนี้พอลได้รับนาฬิกาสุดหรูจากน้องชายของเขาโดยที่เขาเองไม่เคยคิดว่าจะได้อะไรจากน้องชายเพราะการที่น้องชายคนเดียวของเขาอุตส่าห์เดินทางจากอังกฤษเพื่อมาจัดงานให้เขา ก็รู้สึกประทับใจมากแล้วและโดยบุคลิกส่วนตัวที่พักหลังๆ มานี้เขาแทบจะไม่ได้เห็นน้องชายของเขาหัวเราะออกมาเลย

นอกจากจะกลายเป็นคนเก็บกด มักทำอะไรคนเดียวและเป็นคนที่เขาแทบเดาใจอะไรไม่ถูกทั้งที่เมื่อก่อนจอนเป็นคนที่ร่าเริง สนุกสนาน

 สาเหตุที่เป็นแบบนี้เพราะความรักที่ถูกทำร้ายด้วยน้ำมือของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟน แฟนที่คบหากันมาเกือบสิบปี ผู้หญิงที่ทำให้น้องชายเขาได้รู้จักกับความรักจนยอมทุ่มเทและมอบมันให้กับเธออย่างหมดสิ้นแต่เมื่อความรักถูกทำลายมันก็เหมือนดาบสองคมที่ทิ่มแทงทั้งตัวและหัวใจของน้องชายเขาจนแหลกสลาย

หลังจากนั้นไม่นานจอนก็ทำแปลกๆ เป็นคนเข้าใจยาก สุขุมและน่ากลัว เขาประชดชีวิตโดยการปิดตายในเรื่องของความรักแต่กลายเป็นหนุ่มนักรักที่คบผู้หญิงไม่เลือกโดยไม่สนใจว่าพวกเธอจะเป็นอย่างไรขอเพียงให้เขาได้ระบายอารมณ์ที่เก็บกดเป็นพอ แม้ตอนนี้จอนจะทำใจได้และทำตัวดีขึ้นแต่บ่อยครั้งเขาก็ยังเห็นน้องชายเขาหิ้วผู้หญิงเข้าคอนโดแล้วก็ถีบหัวส่งตอนวันรุ่งเช้า นี่คงเป็นแค่เรื่องเดียวที่น้องชายของเขายังไม่ยอมเลิก

             เสียงประสานของคนในงานที่ร่วมกันร้องเพลงวันเกิดถูกบรรเลงไปอย่างพร้อมเพียงส่งผลให้เจ้าของร่างระหงที่กำลังเดินถือเค้กก้อนใหญ่โดยมีคนงานอีกสองสามคนถือมาด้วยส่งสายตาหวานเยิ้มให้เจ้าของงานอย่างเปิดเผย

แพซี่ นางแบบสาวสวยที่กำลังจะเป็นถึงคู่หมั้นคู่หมายในอนาคตของพอล เธอเป็นสาวลูกครึ่งไทย เยอรมัน ที่มีบิดาทำธุรกิจเกี่ยวกับระบบการเงินในประเทศอังกฤษ

สีหน้าพอลที่มองดูใบหน้าอันอ่อนหวานดูเลื่อนลอยไร้ความรู้สึก ชายหนุ่มไม่ค่อยสบอารมณ์มากเท่าไรกับที่เธอหยุดงานเพื่อมางานวันเกิดของเขาก่อนที่เสียงเพลงวันเกิดจะจบลงพร้อมๆ กับคำอธิฐานของเขา ตอนนี้ในใจกำลังคิดถึงใบหน้าหวานของเลขาพลอยฟ้าอยู่ เหมยลี่ เมื่อไรคุณจะมา เขาคิดแค่นั้นก่อนจะเป่าเทียนที่จุดอยู่บนเค้กวันเกิดพร้อมกับเสียงปรบมือที่ดังมาตามหลัง

ทันทีที่เขาละจากเค้กก้อนใหญ่เงยหน้าขึ้นไปมองผู้คนรอบๆ ที่กำลังปรบมือให้เขาอยู่ ใบหน้าหล่อเหลากลับหุบยิ้มเมื่อสายตาสีฟ้าได้ปะทะกับผู้หญิงร่างสวยระหงที่กำลังถือเค้กวันเกิดให้เขาอยู่

            “สุขสันต์วันเกิดนะคะ...พี่พอล” แพซี่ที่มาในชุดสีฟ้าอ่อนยิ้มหวานต่างจากพอลที่เอาแต่ทำหน้าขรึม

            “ขอบคุณนะแพซี่ที่มางานวันเกิดของพี่ทั้งที่ความจริงมันไม่จำเป็นเลยสักนิดที่เธอจะมาพอลบอกเสียงเรียบก่อนจะหันไปเอ่ยขอบคุณแขกที่มาในงาน

            ขอบคุณทุกท่านมากที่มางานวันเกิดของผม เชิญรับประทานอาหารว่างกันตามอัธยาศัย เชิญครับ” พอลเรียกเด็กๆให้เอาเค้กจากแพซี่ไปตัดเป็นชิ้นๆ แล้วทยอยแจกให้แขกในงานได้ชิมกัน

            “พี่พอลทำเหมือนไม่ดีใจที่แพซี่อุตส่าห์มาหาพี่ถึงเมืองไทย”แพซี่พูดอย่างน้อยใจ ทั้งที่เธอก็เป็นว่าที่คู่หมั้นของเขาแต่ทำไมเขาถึงไม่แยแสเธอเลย

            “พี่ขอบคุณที่แพรซี่อุตส่าห์มาแต่เอาเถอะไหนๆ แพซี่ก็มาหาพี่แล้ว พี่ก็จะไม่ใจดำที่จะไม่ต้อนรับและดูแลแพรซี่” เขาพูดยิ้มๆ เพื่อปลอบใจเธอ ถึงยังไงเธอก็กำลังจะกลายเป็นคู่หมั้นของเขาแล้วแม้จะมีเงื่อนไขก็ตามยังไงซะ เขาเองก็ควรอ่อนโยนกับเธอให้มากกว่านี้

            หนึ่งปีที่แล้ว ครอบครัวของเขาประสบกับปัญหาขาดทุนบวกกับเป็นช่วงที่น้องชายของเขาหายตัวไปเพราะอกหัก ปัญหาทุกอย่างเลยตกมาอยู่ที่ตัวของเขา พอลกำลังจะขอกู้ยืมเงินเพื่อมาเป็นทุนในการกู้วิกฤตแต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดีจากบริษัทยักใหญ่ที่เคยเป็นหุ้นส่วนของเขา

ส่วนพ่อของพอลก็ดันมาล้มป่วยเพราะรับกับปัญหาที่ต้องกลายเป็นคนล้มละลายไม่ได้ ตอนนั้นไม่มีใครอยู่เคียงข้างเขาเลยสักคนจนพอลได้มาเจอแพซี่ นางแบบสาวชื่อดังและรู้มาอีกว่าครอบครัวของเธอทำธุรกิจเกี่ยวกับการเงิน

เพียงแค่คิดว่าถ้าสองครอบครัวได้มาเป็นทองแผ่นเดียวกันเขาก็จะสามารถกู้วิกฤตนี้ได้เพราะมีเครดิตที่สูงกว่าคอยหนุนหลังให้และมันก็เหมือนเป็นโชคชะตากลั่นแกล้งให้แพซี่กลายเป็นเพื่อนสนิทของน้องชายเขาและพ่อของเธอก็เคยเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับพ่อของเขา

เรื่องเลยดูเหมือนง่ายไปกันใหญ่และในที่สุดพอลและแพซี่ก็ยอมคบหากันซึ่งต่างคนก็รู้ว่ามันเป็นเพียงแค่หน้าที่ที่ต่างต้องแสดงบทบาทให้ดีที่สุด พอลเคยบอกแพรซี่แล้วถึงเรื่องการหมั้นว่ามันเป็นเพียงแค่หมั้นกันในนามเท่านั้น เธอสามารถมองหาใครสักคนที่คิดว่าใช่และดีที่สุดสำหรับเธอซึ่งเขาก็พร้อมที่จะถอนหมั้นให้ทุกเมื่อที่เธอต้องการเพราะพอลไม่ได้รักแพซี่เหมือนชู้สาวและหัวใจของเขาก็มีเหมยลี่อยู่เต็มหัวใจ

            “ถ้าอย่างนั้นพี่พอลช่วยเต้นรำกับแพซี่หน่อยได้ไหมคะ”ร่างบางระหงเดินเข้ามาเทียบข้างก่อนจะเอ่ยปากชวนเขาเต้นรำ

            “ได้สิ” พอลยอมทำตามคำขอของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนในนาม

ขณะที่จอนน้องชายของเขาเฝ้าสังเกตเห็นอาการเหม่อลอยของพี่ชายตัวเองตั้งแต่งานเริ่ม สายตาของพอลที่เหมือนจะสอดส่องมองหาใครสักคนทำให้จอนนึกถึงคำพูดของพอลในวันนั้น

“ใช่ ฉันมีคนที่ฉันรักอยู่แล้ว”

น้ำเสียงของพี่ชายเขาดูจริงจังมากจนเขานึกหวั่นกลัวว่าแพซี่จะต้องเสียใจใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าการหมั้นในครั้งนี้ของพอลกับแพซี่มีเงื่อนไขที่สำคัญ เพียงแต่ไม่รู้รายละเอียดปลีกย่อยนั่น

เขาควรจะทำยังไงดี

สำหรับจอนแล้วแพซี่คือผู้หญิงที่ดีที่สุดเพราะเธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ไม่เคยทำให้เขาเสียใจและเป็นคนที่เขารักมาก แม้เธอจะมอบความรักนี้ให้พี่ชายของเขาไปแล้วก็ตาม

แต่นั่นสิ ความรักภายใต้เงื่อนไขคือ การร่วมหุ้นระหว่างสองบริษัทยักษ์ใหญ่ให้เป็นบริษัทเดียวกัน แม้เขาจะค้านกับความคิดของพ่อที่เห็นอำนาจเงินสำคัญกว่าความรู้สึกของลูกชายตัวเอง แต่ทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้นถ้าพี่ชายเขาไม่พยายามยอมรับข้อเสนอนั้นด้วย

ดังนั้น ไม่ว่ายังไงพอลก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เขาได้ตัดสินใจลงไป แพซี่คือคนที่บอบบางแต่หัวใจของเธอกลับเข้มแข็งเมื่อได้ยืนอยู่เคียงข้างจอนในวันที่ล้ม และจอนก็ต้องปกป้องเธอคนนี้ ถ้ามีใครมาทำร้ายความรู้สึกของเธอ

แน่ละ เพราะเธอคือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเขา

ตอนที่จอนอกหักชายหนุ่มแทบไม่เป็นอันทำอะไรเขาคิดว่าเขาคงต้องตายไปแล้วหากเธอไม่รีบมาห้ามเขาไว้จากการกินยาฆ่าตัวตาย ทุกๆ วันและทุกๆ เดือนที่ผ่านพ้นไปแพซี่คนนี้แหละที่คอยอยู่เป็นกำลังใจให้

เธอจึงเป็นความรักในครั้งใหม่ของเขาแต่สุดท้ายคนที่มาทำลายหัวใจของเขาก็คือพอล พี่ชายของเขาเองซึ่งเป็นคู่แข่งที่เขาสู้ไม่ได้เพียงเพราะพี่ชายของเขาคือคนที่ถูกเลือกไปแล้ว

 “คิดอะไรอยู่ฉันเรียกนายถึงไม่ได้ยิน” หมอหนุ่มเข้ามานั่งข้างๆ เขาก่อนจะรับแก้วไวน์จากเด็กที่มาเสิร์ฟให้ พลางทอดมองคู่เต้นรำที่ดูเหมาะสมกันคู่นั้น

            “นายคิดว่า การแต่งงานที่ไม่ได้เกิดจากความรักมันจะอยู่กันรอดไหม”จอนถามเพื่อนหนุ่มขณะที่สายตาสีน้ำตาลเข้มของเขาทอดมองไปยังร่างงามสวยเฉิดฉายพลิ้วไหวไปกับเสียงเพลงไพเราะนั่นโดยมีร่างแข็งแรงสมชายชาตรีของพี่ชายเขาอยู่เป็นคู่เต้นรำ

            “ฉันเองก็ไม่แน่ใจ แต่ในความคิดของฉัน ฉันคิดว่าการใช้ชีวิตคู่มันต้องมีองค์ประกอบของความรักร่วมเข้าด้วยกันไม่อย่างนั้นคนเราจะเข้าใจกันได้ยังไง”

            “ทำไมนายถึงคิดแบบนั้น”จอนยังคงถามต่อไปอีกและสายตาคมยังคงมองไปยังคู่เต้นรำคู่นั้น

            “ถ้าไม่มีความรัก ต่อให้พยายามกันเท่าไรมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา หากวันหนึ่งค้นพบว่าตัวเองได้เจอรักแท้กับคนที่ใช่ที่สุด...ว่าแต่นาย ถามทำไมหรือจอน”หมอหนุ่มหันไปถามเพื่อนรักบ้าง

            “ก็...ไม่มีอะไรหรอก” แล้วสายตาของจอนก็ละไปจากร่างของพี่ชายของเขากับสาวแพซี่

ไม่รู้ว่าสองคนนี้จะไปรอดกันหรือเปล่า ถ้าพอลเลือกคนที่รัก วันนั้นมันคงเป็นวันที่เชือดเฉือนหัวใจแพซี่อย่างมาก จอนลอบถอนหายใจออกมาดังๆ จนเพื่อนข้างๆ ถึงกับถามขึ้นอย่างสงสัย

            “อะไรของนายว่ะจอน ฉันเห็นนายทำหน้าทำตาอย่างกับคนมีปัญหาทางจิต”

            “ฉันคงจะมีปัญหาทางจิตอย่างที่นายว่าจริงๆ...แต่มันจะแค่ช่วงนี้เท่านั้น”เขาพูดหน้าขรึม

            “เออ...แล้วผู้หญิงคนที่กำลังเต้นรำกับพี่พอลนั่น ใช่ว่าที่คู่หมั้นของพี่พอลหรือเปล่า”หมอหนุ่มทอดมองร่างงามที่กำลังโชว์ลีลาสง่ากลางฟลอร์กับพอล

            “ใช่ เธอชื่อแพซี่”จอนเองก็กำลังมองร่างบางระหงที่กำลังเต้นรำกับคนที่เธอรัก

            “สวย สง่า โดดเด่น ดูเหมาะสมกันดี”

            “ใช่ เหมาะสม จอนพูดแค่นั้นก่อนจะหันไปถามเพื่อนหนุ่มอีก

ว่าแต่ ผู้หญิงของนายไม่ได้มาด้วยหรือ สิ้นคำพูด ชายหนุ่มนึกถึงใบหน้าสวยของผู้หญิงคนที่เขาเคยเจอในงานศพ ผู้หญิงที่หน้าตาคล้ายกับคนที่เขาเคยปะทะคารมบนถนนคนนั้นด้วย

ฉันลืมบอกนายไปอย่างว่าฉันยังไม่มีเบอร์ของเธอเลย ฉะนั้น งานในคืนนี้เธอคงจะมาไม่ได้ เอาไว้โอกาสหน้าละกัน ถ้านายมาเที่ยวเมืองไทยอีก รับรองนายต้องได้เจอเธอแน่ หมอหนุ่มพูดน้ำเสียงดูเหนื่อยๆ อาจเพราะเขาเพิ่งเสร็จจากงานเผาศพของน้องสาว

ฉันก็หวังว่าอย่างนั้น จอนเอ่ยด้วยรอยยิ้มสุขุมก่อนจบคำพูดลงเมื่อสายตาของเขากำลังให้ความสนใจกับผู้ที่มาใหม่

สาวสวยทั้งสองที่ดูสวยคนละแบบแต่คนที่ดูเด่นที่สุดเห็นจะเป็นสาวร่างบางในชุดแซกสีดำที่ดูหวือหวาชุดนั้น ใบหน้าที่ไม่ได้แต่งหน้าจัดจ้านจนดูน่าเกลียดเกินไปรับกับผมที่ปล่อยยาวถึงกลางหลัง

แม้ด้านหลังจะมีเส้นผมยาวสลวยปิดบังหลังเปลือยเปล่าแต่มันก็ยังทำให้เห็นอยู่ดีว่าแผ่นหลังของเธอนั้นขาวผุดผ่องชวนน่าหลงใหลมากแค่ไหน

 จอนขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อเห็นพอลเดินเข้าไปต้อนรับอย่างสนิทสนมโดยมีแพรซี่เดินตามไปด้วยและสิ่งที่เขากำลังคิดอยู่ก่อนหน้านั่นก็กำลังจะเกิดขึ้น หรือผู้หญิงคนที่พี่พอลกำลังสนใจอยู่เป็นพิเศษจะเป็นเธอ...สาวสวยชุดแซก

แวบแรกที่ได้เห็นหน้าเธอสมองของเขาก็จดจำในทันทีว่าเธอคือผู้หญิงคนเดียวกับที่มีปากเสียง คือผู้หญิงคนเดียวที่ให้กิ๊กของเธอเรียกค่าเสียหายจากเขาและเธอก็เป็นนักต้มตุ๋นที่แต่งตัวยั่วผู้ชาย

จอนหลับตาคิดก่อนจะตอบตัวเองในใจ

ผู้หญิงที่เป็นนักต้มตุ๋นแต่งตัวยั่วผู้ชายแบบนั้นนะหรือคือคนรักของพอล

ก่อนที่เขาจะถูกเพื่อนรักลากให้ไปนั่งลงเก้าอี้ตรงข้างสระน้ำเปลี่ยนบรรยากาศจากมุมมืดแทน ร่างหนายอมให้เพื่อนของเขาลากตัวไปแม้ว่าสายตาของตัวเองจะจดจ่ออยู่ที่ใบหน้างามรูปนั้น

            ขอบคุณมากที่ยังอุตส่าห์มางานวันเกิดของผมแม้ว่า...พวกคุณจะมาสายก็ตามพอลกล่าวยิ้มๆ ก่อนจะรับกล่องของขวัญจากพลอยฟ้าและคนรักของเขา

            ที่มาสายก็เพราะยัยเหมย...

เหมยลี่รีบเอามือปิดปากเพื่อนตัวแสบของเธอแทบทันทีเพราะปากปีจออย่างมันไม่รู้ว่าจะไปพูดอะไรที่ไม่เข้าหูพอลอีกหรือเปล่าแต่สายตาของเธอก็ไปสะดุดตรงที่ใบหน้าของหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างพอล เพิ่งสังเกตว่าอีกฝ่ายก็มองมาด้วยสายตาแปลกๆ เช่นกัน

ความรู้สึกแรกแวบเข้ามาในหัวของเธอแฟนพอลงั้นหรือแล้วมันก็ตอบกลับไปเองไม่ใช่หรอกมั่ง ไม่เห็นพอลบอกอะไรเลย และทุกความคิดของเธอก็จบลงเพียงเพราะรู้คำตอบอย่างไม่ต้องคิดอีก

            “สวัสดีค่ะ...ฉันแพซี่...ว่าที่คู่หมั้นของพี่พอลค่ะ”

แพซี่กล่าวโดยที่ไม่รอให้พอลแนะนำให้แวบแรกที่ได้เห็นหน้าของผู้หญิงสวยในชุดดำ หัวใจของแพซี่ก็เริ่มหวั่นกลัว กลัวว่าเธอคนนี้จะเป็นแฟนตัวจริงของพอล ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วตนล่ะยังมีโอกาสได้เป็นคู่หมั้นของพอลอีกไหม

สิ้นเสียงแพซี่ พอลหน้าเสียไปถนัดตาพอๆ กับเหมยลี่ที่อึ้งไปชั่วขณะกับข้อมูลใหม่ที่เธอได้ยินมา นั่นไงล่ะ แฟนตัวจริงของพอล และแล้วในที่สุดฟ้าก็ยังใจร้ายกับคนอย่างเธออยู่ดีและพอลก็กำลังจะทำร้ายหัวใจของเธออีกเป็นรอบที่สอง

หญิงสาวพยายามปรับสีหน้าให้ดูปกติมากที่สุดเมื่อพอลแนะนำเธอและพลอยฟ้าให้คนที่ชื่อแพซี่รู้จัก

สุดท้าย เขาก็ไม่กล้าเปิดเผยเธอให้คนอื่นรู้จักในฐานะแฟน

กลับยิ่งทำให้เหมยลี่รู้สึกเจ็บปวดได้อย่างไม่ต้องทำอะไรเลย แม้ในใจพยายามเผื่อใจเอาไว้ว่าจะไม่มอบความรักให้พอลอีกแต่เพียงเท่านี้เอง เพียงแค่ได้รู้ ได้เห็นว่าพอลมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วมันกลับทำให้หัวใจของเธอสั่นไหว มันเหมือนเธอจะหมดแรงไปซะดื้อๆ ทั้งที่ความรู้สึกนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหนหนึ่ง ดูเหมือนว่าร่างบางจะไม่อาจหยุดยืนอยู่ตรงนั้นได้อีก

            “เห็นทีฉันคงต้องกลับแล้วละค่ะ” ร่างบางเอ่ยพูดอย่างบางเบา ไม่อยากที่จะเห็นภาพบาดตานั้นอีกแล้ว

พอลมองหน้าเหมยลี่อย่างรู้สึกผิด อยากจะอธิบายแต่เขากลับพูดไม่ออก มันเหมือนมีอะไรมาจุกไว้ที่คอจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ ร่างหนาอบอุ่นในชุดสูทสีขาวดึงมืองามเพื่อไม่ให้เธอเดินออกจากเขาไป แววตาที่มองมาเผยให้เห็นความเสียใจออกมาอย่างไม่ปิดบังก่อนที่ชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายเอ่ยพูด

            “ผมขอเวลาคุยกับคุณหน่อยได้ไหม เหมยลี่ น้ำเสียงของพอลดูจืดชืดมาก

            เหมยลี่มองหน้าพอลแวบหนึ่งก่อนที่สายตาของเธอจะมองหน้าหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ เขา อย่างหวาดหวั่น

            ส่วนแพซี่กำลังตกอยู่ในอารมณ์ของความมึนงงเพราะไม่คิดว่าพอลจะแคร์ผู้หญิงคนนี้มาก

            อย่าดีกว่าค่ะ ฉันว่าเราคงไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกแล้ว ทุกอย่างมันก็ชัดเจนอยู่แล้วเธอพูดทั้งฝืนยิ้มเผลอมองหน้าคนที่ชื่อแพซี่อีกครั้ง เธอสวยสมกับเขาจริงๆ

            “คือว่า...เรามีงานที่ต้องรีบกลับไปทำเพื่อใช้ในการพรีเซ็นในที่ประชุมพรุ่งนี้...คุณพอลก็อย่าลืมเข้าไปรับฟังด้วยนะคะ” พลอยฟ้าซึ่งอยู่ฟังการสนทนาระหว่างพวกเขาอย่างเงียบๆ ช่วยเสริมต่อให้เพราะดูท่าว่าเรื่องจะไม่จบง่ายๆ ถ้าใครคนใดคนหนึ่งไม่ออกไปจากที่ตรงนี้

เหมยลี่ไม่รอให้พอลได้พูดอะไรอีกเพราะเธอไม่อยากให้เขาต้องมาเห็นน้ำตาตอนนี้ ร่างบางเดินออกมาด้วยใบหน้าอิดโรย เธอเสียความรู้สึกกับเรื่องนี้มากมันเป็นครั้งที่สองแล้วกับความเสียใจในรูปแบบเดิมๆ หากเทียบกันแล้ว สู้ให้เขาเดินไปจากชีวิตของเธออย่างเงียบๆ มันจะดีซะกว่ารู้ว่าเขามีคนอื่นที่เป็นตัวจริงไม่ใช่เธอที่เป็นแค่ทางผ่าน

นั่นสิ สำหรับเธอคงเป็นได้แค่นี้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha