ลิขิตรักปรารถนาเถื่อน

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ตอนที่ 14 : อคติในใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

อนที่ 14…

อนนั่งมองสภาพที่ดูไม่ต่างจากซากศพของพี่ชายตัวเอง นึกสมเพชแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่าการช่วยเช็ดตัวให้ขณะที่เสียงของพี่ชายตัวเองที่นอนหลับไม่ได้สติยังคงเพ้อถึงคนที่ชื่อเหมยลี่จนเขาชักหมดความอดทนก่อนจะเดินออกมารับลมที่ระเบียง ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงไม่ชอบหน้าผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่แรกเห็น ไม่ชอบการแต่งตัวที่ล่อแหลมยั่วผู้ชายเกินไป ไม่ชอบคำพูดที่ดูเก่งกล้าเกินกุลสตรี

ร่างหนาพลันนึกถึงเรื่องราวของวันนั้น วันที่เขาเกิดอุบัติเหตุรถชน ในความคิดของเขา เธอคือนักต้มตุ๋นแต่ตอนนี้เธอไม่ใช่นักต้มตุ๋นอีกแล้วแต่คือดาวยั่วผู้ชายต่างหาก

 

เฮ้ย ไอ้เหมย เป็นอะไรมากป่ะเนี่ย

พลอยฟ้าซึ่งกำลังขับรถอยู่ถึงกับรีบหาที่จอดข้างทางเพราะสังเกตดูจากสีหน้าของเพื่อนเธอตอนนี้ไม่สู้ดีเลย ดวงตาที่บวมช้ำอย่างน่าตกใจก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงร้องไห้ของเพื่อนรักดังลั่น

สองมือบางที่กำลังปิดหน้าตัวเองด้วยความรู้สึกเจ็บในใจลึกๆ ที่ความทรงจำเก่าๆ ได้กลับมาทำร้ายเธออีกครั้งและครั้งนี้มันสาหัสมากกว่าครั้งก่อนเพราะพอลเท่ากับหักหน้าเธอโดยการมีผู้หญิงคนใหม่ซึ่งเขาเห็นว่าเธอไม่มีค่าอะไรหรือยังไงถึงได้ทำกันแบบนี้

เฮ้ย อย่าเอาแต่ร้องไห้สิว่ะ มือของพลอยฟ้าที่เขย่าร่างบางยิ่งกระตุ้นให้เธอร้องไห้มากขึ้นจนหนักเป็นสะอื้นไห้และคนที่ทำท่าจะปลอบใจเธอตั้งแต่แรกก็ถึงกับร้องไห้ไปด้วย

เหมยลี่ร้องไห้จนเป็นสะอื้น ตอนนี้ไม่มีน้ำตาจะให้ไหลออกมาจากดวงตาสวยที่เริ่มบวมแดงอีกแล้ว สายตาที่มองทอดออกไปยังรอบนอกรถดูว่างเปล่าและหมดอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด การหายใจอย่างยืดยาวที่มีเสียงครืดคราดของน้ำมูกที่เกิดมาจากการร้องไห้เป็นเวลาพักใหญ่

กลับบ้านไหม หรือว่าแกจะพักที่บ้านฉันก่อนก็ได้นะ พลอยฟ้าถามอย่างเป็นห่วงในอาการเหม่อลอยของเพื่อน

ใบหน้าคนถูกถามหันมามองหน้าเพื่อนสาวที่กำลังทำหน้าเศร้า ก่อนที่เธอจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

ฉันยังไม่อยากกลับบ้าน ตอนนี้มันก็ดึกมากแล้ว ฉันไม่อยากให้ทุกคนต้องเป็นห่วง แล้วฉันก็ไม่ไปบ้านแกด้วย เกรงใจพี่ก้องว่ะ

โอเค ได้ งั้นแกไปพักที่คอนโดฉันก่อนละกัน เดี๋ยวฉันนอนเป็นเพื่อน พลอยฟ้าเอ่ยบอก เพราะหลังจากที่เธอแต่งงานกับพี่ก้องแล้ว หญิงสาวก็ยังไม่ได้กลับมานอนที่คอนโดเลย คราวนี้มันอาจจะเป็นโอกาสดีให้เพื่อนของเธอใช้เป็นที่ปลดทุกข์

ไม่ต้องหรอก แกส่งฉันที่คอนโดแกก็พอส่วนแกก็กลับไปนอนที่บ้านกับพี่ก้องซะ ร่างบางเอ่ยเสียงแหบ

แล้วแกล่ะ จะอยู่คนเดียวได้ยังไง ฉันเป็นห่วงแกนะ พลอยฟ้าค้าน

ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ฉันทำใจได้น่า ริมฝีปากยังคงพูดเสียงแหบแห้ง

พลอยฟ้ามองใบหน้าของเพื่อนสาวที่พยายามจะหลบไปมองทางอื่นอย่างนึกเป็นห่วง ความรู้สึกแบบนี้มันห่างหายไปนานมากแล้ว นานจนเธอเองก็เกือบจะลืมไปแล้วแต่ว่าอกหักคราวนี้เพื่อนรักของเธอดูจะอาการหนักมากกว่าเดิม

 

            หมอหนุ่มเมื่อขับรถมาถึงคอนโดของตัวเองแล้ว หัวใจของเขากลับอยู่ไม่เป็นสุขเมื่อสมองยังคงสั่งให้หัวใจต้องคิดถึงแต่ใบหน้างามที่มีคราบน้ำตายิ่งทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงเหมยลี่มาก

ลมเย็นๆ จากหน้าต่างบานเล็กที่เปิดอ้าไว้พัดพาถูกผิวของเขาก่อนที่ร่างเท่ห์จะนึกถึงเรื่องวันวาน ปรัชญาหลับตาลง ช่วงเวลาที่เขาเสียใจ เขามีเธอคนนี้อยู่คอยให้กำลังใจจนสามารถผ่านช่วงเวลาแห่งความเสียใจนั้นได้และมาถึงตอนนี้ เขากลับไม่สามารถอยู่ปลอบใจเธอได้เพราะกรณีของเขากับเธอมันแตกต่างกัน ระหว่างความเสียใจจากคนที่รักตายจากกับความเสียใจที่ถูกคนที่รักมีคนอื่น อย่างไหนมันจะเจ็บมากกว่ากัน เสียงถอนหายใจของหมอหนุ่มดังออกมาอย่างยืดยาวเมื่อเขาทำได้แค่เพียงยืนให้กำลังใจเธออยู่ห่างๆ โดยไม่อาจเข้าถึงตัวเธอได้

            “อยู่คนเดียวได้จริงๆ นะหรือ

เสียงพลอยฟ้าถามออกมาอย่างไม่ค่อยมั่นใจเมื่อเห็นอาการเหมอลอยของเพื่อนสาวก่อนที่จะเห็นว่าร่างบางพยายามไม่ตอบแต่กลับมาล้มตัวนอนบนเตียงกว้างในห้องของพลอยฟ้าที่คอนโด

            ก็ได้ ถ้ามีอะไรก็โทรมานะ ไม่ต้องเกรงใจเพราะคืนนี้ฉันเปิดเครื่องรอแกตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง พลอยฟ้าเอ่ยบอกเมื่อตอนนี้เธอทำได้แค่นี้จริงๆ เพราะไม่อยากขัดใจเพื่อนรักที่อยากขออยู่คนเดียว

            อืม กลับไปเถอะ ขอบใจนะ

เอ่ยพูดเพียงเบาๆ แล้วผลิกร่างมานอนคว่ำทำท่าจะนอนหลับก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจของเพื่อนสาวพร้อมทั้งเสียงประตูห้องนอนปิด ไม่รู้ว่าคืนนี้เธอจะร้องไห้ไปถึงเวลาไหนแต่แค่นี้มันก็เจ็บปวดมากพอแล้ว

มันเกิดอะไรกับเธอกันแน่ทำไมถึงต้องเจอแต่เรื่องเดิมๆ

            เรื่องมันไม่ควรจะเกิดตั้งแต่แรกอยู่แล้ว หากเธอเข้มแข็งมากกว่านี้ ป่านนี้หญิงสาวคงจะไม่ต้องมานั่งเสียน้ำตาให้กับความรักจอมปลอมนี้อีก เธอกำลังจะมีชีวิตที่ดีอยู่แล้วเชียว

            ร่างบางเผลอร้องไห้ออกมาอีกครั้งและครั้งนี้ดูเหมือนน้ำตาของเธอจะไหลออกมาจนไม่อาจจะหยุดยั้งมันได้

             เสียงโทรศัพท์มือถือของพอลดังขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้คนที่กำลังหลับตัวงออยู่บนโซฟาต้องลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างอารมณ์เสีย เขาเพิ่งหลับได้ไม่กี่ชั่วโมงมานี้เอง ความงัวเงียเมื่อสักครู่หายไปเป็นปลิดทิ้งเมื่อมองชื่อคนโทรที่ขึ้นชื่อบนหน้าจอโทรศัพท์ เหมยลี่ ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ชื่อที่ขึ้นหน้าจอโทรศัพท์ทำให้นึกถึงใบหน้าสวยเมื่อคืนนี้...

นี่โทรมายั่วผู้ชายตั้งแต่เช้าเลยนะแม่คุณ

สีหน้าเคร่งเครียดเหมือนกำลังใช้ความคิดก่อนที่ร่างหนาจะเป็นคนวางสายตัดไปก่อน

            “เอ๊ะ...ทำไมคุณพอลไม่ยอมรับสายละแถมยังตัดสายทิ้งอีก”

พลอยฟ้าถามเพื่อขอความคิดเห็นจากเพื่อน และเพื่อนของเธอยังคงทำหน้าบุญไม่รับแต่เช้าก่อนจะได้ยินเธอตอบกลับไป

            “สงสัยคงเป็นเบอร์ฉันมั่งเลยทำให้เขาไม่อยากรับสาย แกก็ใช้เบอร์บริษัทโทรเข้าสิ” เธอยังคงนั่งทำหน้าเบื่อหน่ายกับชีวิต ทั้งที่รู้ว่าตัวเธอเองก็ไม่ใช่สาวสวยอะไร...แล้วจะไปหวังว่าคนหน้าตาดีๆ อย่างเขาจะมาสนใจเธอ...ใช่สิ...เพราะแบบนี้นี่เองที่ทำให้เขาทิ้งเธอไปอย่างไม่ไยดี

เหมยลี่คิดอย่างปวดใจ วันนั้นเขาก็คงแค่พูดเพื่อให้สบายใจเท่านั้น...ใช่สิ แฟนเขาออกจะสวยเริดซะขนาดนั้นแถมยังเป็นนางแบบชื่อดังอีก

            “แกอย่าทำตัวเย็นชาแบบนี้ได้ไหม ฉันไม่ชอบเลยเวลาที่แกเป็นแบบนี้

            ขอโทษ ฉันจะพยายามเหมยลี่เอ่ยยิ้มๆ

            ก็ดี พยายามให้ได้ล่ะเพราะฉันไม่อยากเห็นแกเศร้าอีกแล้ว มันรำคาญลูกตา พลอยฟ้าแกล้งยั่วโมโห ได้ผลเมื่อเห็นสายตาดุๆ ส่งมา พลอยฟ้ายิ้มให้เหมยลี่ก่อนจะวกเรื่องของคุณพอล

            “โธ่...นี่ถ้าว่าฉันไม่ลืมมือถือไว้ที่บ้านแล้ววันนี้ดันมีการร่วมประชุมใหญ่ละก็ ฉันจะไม่โทรไปกวนเลยนะเนี่ย ให้ตายสิ ทำไมคุณพอลถึงไม่รับสายล่ะ”พลอยฟ้าบ่น

            “ก็บอกแล้วไง...ว่าให้ลองโทรเครื่องบริษัท”

            “เออๆ...งั้นแกจัดการแทนฉันหน่อยละกันนะเหมยเพราะฉันเพิ่งนึกได้ว่าฉันต้องรีบไปจัดการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าประชุม” พลอยฟ้ารีบพูดเพราะเธอก็เบื่อที่จะโทรตามแล้ว

            “ทันทีเลยนะ” เหมยลี่ว่าก่อนจะหยิบโทรศัพท์แล้วให้ประชาสัมพันธ์โทรติดต่อพอล

 

            เสียงโทรศัพท์มือถือของพอลดังขึ้นอีกครั้ง และมันก็ทำลายสมาธิคนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อย่างจอนตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเรียบร้อยแล้ว จอนลุกขึ้นมารับโทรศัพท์อย่างอารมณ์เสีย เพราะเมื่อสักครู่เขาเพิ่งเช็ดตัวพี่ชายเขาเสร็จก่อนจะรู้ว่าพอลไม่สบายตัวร้อนมาก และคงจะเพราะแม่ผู้หญิงคนนั้นด้วยที่เป็นสาเหตุของการทำให้พี่พอลเมาหนักโดยไม่ดูสุขภาพของตัวเอง

            “สวัสดีครับ”ชายหนุ่มระงับอารมณ์ของตัวเองก่อนที่จะรับสายพูดเพราะเห็นว่าไม่ใช่เบอร์มือถือของคนที่ชื่อเหมยลี่

            “เออ คุณพอล นี่เหมยลี่เองนะคะ”

เท่านั้นแหละเขาถึงกลับตัดสายทิ้งไปอย่างหัวเสีย

            บ้าที่สุด ผู้หญิงอะไรตื้อผู้ชายอยู่ได้เขารีบปิดเครื่องแล้วโยนมันลงบนโซฟาอย่างอารมณ์เสีย นึกโกรธผู้หญิงคนนั้นที่ทำให้เขาหัวเสียตั้งแต่เช้าได้ขนาดนี้ก่อนจะตัดสินใจออกไปหาเพื่อนหนุ่มเพื่อขอคำปรึกษา

ส่วนเหมยลี่ก็ยังคงงงกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ นึกไม่เข้าใจว่าทำไมพอลถึงต้องตัดสายทิ้งด้วยแต่ที่แน่ๆ นั่นไม่ใช่เสียงเขาแน่นอน ใครกันนะที่กำลังเล่นตลกกับเธออยู่

“เหมย ตกลงว่าคุณพอลจะมาประชุมไหม” พลอยฟ้าที่เปิดประตูแง้มออกมาถามเสียงเรียบ

            “ไม่รู้อ่า โทรไปแล้วแต่อยู่ๆ สายคุณพอลก็ถูกตัดทิ้ง”หญิงสาวพูดไม่ค่อยเข้าใจนักหากนั่นไม่ใช่พอลแล้วทำไมผู้ชายคนนั้นถึงต้องตัดสายเธอทิ้งแถมยังปิดเครื่องหนีเธอไปอีก

            “หรือ...งั้นแกก็ไม่ต้องโทรแล้วละ”

            “ทำไมล่ะ”

            “การประชุมถูกเลื่อนไปเป็นวันมะรืน อันนี้สายตรงจากเลขาคุณพอล”พลอยฟ้ายิ้มออกมาเพราะเท่ากับว่าเธอมีเวลาเตรียมงานนำเสนอเพิ่มขึ้นอีกสองวัน

            “หรอ นี่คงเป็นเหตุผลที่เขาไม่ยอมคุยกับฉัน เพราะเขาบอกเลขาของเขาแล้วนี่เอง” เหมยลี่เอ่ยเสียงอ่อนแล้วหันมาสนใจกับเอกสารตรงหน้าที่ต้องพิมพ์ส่งพลอยฟ้า แต่แล้วมือถือเหมยลี่ก็ดังขึ้น เธอมองไปที่เบอร์โทรที่หน้าจอก่อนจะขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ

            “เบอร์ใครว่ะ ไม่คุ้นเลย” ถึงไม่คุ้นแต่ก็ยังกดรีบรับสายเพราะเกรงว่าจะเป็นเบอร์ลูกค้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้มา

            “สวัสดีค่ะ”

            “สวัสดีครับ...คุณเหมยลี่ นี่ผมหมอบิ๊กนะครับ”

            “อ๋อ...คุณหมอบิ๊กนี่เอง เหมยก็คิดว่าเป็นเบอร์ใครเสียอีก” เธอพูดเสียงแหบแห้งก่อนจะเลิกคิ้วสวยทำหน้าสงสัย

            “ครับ...แล้วนี่คุณเหมยยุ่งอยู่หรือเปล่าครับ”

            “ตอนแรกก็ว่าจะยุ่งอยู่นะคะแต่ตอนนี้คงไม่ยุ่งแล้วละ”เธอเอ่ยเสียงเรียบ

“ถ้าอย่างนั้นกลางวันนี้ผมมารับคุณเหมยไปกินข้าวนะครับ

            “กลางวันนี้ฉันยังไม่อยากออกไปไหนนะคะ เอาเป็นว่า ฉันขอเป็นเย็นนี้ได้ไหมคะ ร่างบางเอ่ยพูดอย่างเหนื่อยหน่ายในเมื่อความรู้สึกของเธอตอนนี้กำลังอยู่ในวังวนของความเสียใจ มันเหมือนเธอกำลังจะตายทั้งที่ยังมีลมหายใจ หรือนี่ใช่ไหมที่เขาเรียกว่าตายทั้งเป็น

            “ครับ ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้ผมมารอคุณที่หน้าบริษัทนะครับ

            “ค่ะ เอายังไงก็ได้เหมยลี่พูดอย่างเหนื่อยล้า รู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตของเธอเต็มทน

ครับ

หลังจากที่วางสายจากผู้หญิงที่หมอหนุ่มแอบชอบ ร่างเท่ห์ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนจะยิ้มออกมาโดยหารู้ไม่ว่ามีบุคคลที่สามมาแอบได้ยินการสนทนาของเขา

จอนกัดกรามแน่นเมื่อเขาได้ยินชื่อผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว ไม่ว่าจะกับพี่ชายเขาหรือว่าเพื่อนรักของเขาที่ต่างก็สนใจผู้หญิงคนเดียวกัน ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาหาพอลกับปรัชญาเพื่อจุดประสงค์อะไรกันแน่ รัก ชอบ หรือว่าทั้งหมดมันคือมารยาหญิง เห็นทีเขาคงต้องทำอะไรสักอย่าง

 

ขอบคุณนะคะ ที่พาฉันมากินข้าวด้วย

ร่างบางกล่าวพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อตอนนี้ปรัชญาได้พาเธอมาถึงที่ร้านอาหารแล้วซึ่งช่วงเย็นก็เริ่มมีผู้คนหนาตาขึ้นมาก เหมยลี่มองบรรยากาศภายในร้านดูเย็นตา มีทั้งหมดสองชั้นแต่เธอเลือกที่จะนั่งชั้นล่างเพราะบรรยากาศด้านล่างให้อารมณ์มากกว่าอยู่ด้านบนที่มีแต่เสียงเพลงรักที่เธอไม่อยากฟัง

 นัยน์ตาเศร้าๆ ยังคงชื้นด้วยหยาดหยดของน้ำตาซึ่งให้ความสงสารต่อปรัชญามากเพราะเขาเองก็เริ่มรู้ใจตัวเองแล้วว่าตอนนี้หัวใจของเขารู้สึกยังไงกับเธอ ร่างเท่ห์ยื่นมือหนามาจับมือบางก่อนจะกุมมันเพื่อให้ความอบอุ่นและปลอบใจเธอเหมือนอย่างที่เธอเคยทำให้เขาเมื่อไม่นานมานี้

จอนซึ่งเลือกนั่งโต๊ะด้านบนและนั่งใกล้ตรงระเบียงมุมที่สามารถทำให้เขามองเห็นทุกอย่างได้ชัดมากที่สุด หากไม่สังเกตจริงๆ  เพื่อนหมอของเขาคงจะไม่ทันเห็นเพราะเขาถือว่าอยู่ในมุมมืดสลัว จอนนั่งนิ่งอย่างครุ่นคิดเมื่อทอดมองการกระทำแสนห่วงใยของเพื่อนหนุ่ม ความสนิทสนมของพวกเขาอยู่ในขั้นไหนกัน

คนรู้จัก เพื่อน หรือว่า...แฟน

ใบหน้าหล่อคมเป็นสันมากขึ้นเมื่อมองเห็นสิ่งที่อีกฝ่ายพยายามมอบให้และถ้าใครจะมอง พวกเขาก็คงมองในลักษณะเดียวกับความคิดของเขา นั่นก็คือ

พวกเขาสองคนเป็นแฟนกัน

นอกจากปรัชญาจะกุมมือเธอคนนั้นแล้ว หากแต่ตอนนี้เขากำลังเช็ดน้ำตาให้เธอ คนที่เขาแค่มองแวบเดียวก็เข้าใจในทันทีแล้วว่านั่นนะ คือ มารยาหญิง

จอนคิดไม่ถึงว่าผู้หญิงเพียงคนเดียวจะสามารถทำให้ผู้ชายถึงสองคนตกหลุมรักได้

คุณเหมย ทำใจให้สบายนะครับ เพราะที่พี่พอลทำไปก็เพราะมีเหตุผล... หมอหนุ่มพูดไม่จบ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงจะต้องคอยพูดเพื่อช่วยพอลทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว เขาควรจะดีใจมากกว่าที่อย่างน้อยพอลก็ไม่ต้องมาวุ่นวายกับผู้หญิงที่เขาสนใจด้วย

เหตุผลนะหรือ ฉันเบื่อคำนี้มากเลยนะคะคุณบิ๊ก เหตุผลที่เมื่อฟังแล้วยิ่งทำให้รู้สึกปวดใจ ลำบากใจและทุกข์ใจ เหตุผลแบบนี้ฉันไม่ต้องการฟังหรอกนะคะ ริมฝีปากบางพูดเสียงเศร้าก่อนที่มือบางจะเป็นฝ่ายเช็ดน้ำตาตัวเองแทนมือหนาที่เช็ดอยู่ก่อนหน้านี้

มันก็จริง และมันก็อาจจะไม่ผิดถ้าคนเราเลือกที่จะเจ็บปวดน้อยที่สุด ปรัชญาเอ่ยอย่างเรียบๆ คงไม่มีใครรู้หรอกว่า ตัวเขาเองก็กำลังรู้สึกแบบนั้น

ฉันดีใจนะคะ ที่ได้คุยกับคุณหมอวันนี้ มันทำให้ฉันสบายใจขึ้นมาก เธอยิ้มฝืนๆ ให้หมอหนุ่มและเขาก็รู้ดีว่าวันเวลาแห่งความเจ็บปวดจะไม่ผ่านไปง่ายๆ แต่มันจะดีขึ้นจนในที่สุดความเจ็บปวดเหล่านั้นก็จะกลายเป็นความเฉยชา

แล้วนี่ คุณหมอต้องเข้าเวรอีกหรือเปล่าคะ เธอถามออกไปเพราะเห็นว่าคนที่เป็นหมอมักจะไม่ค่อยมีเวลามากนัก

วันนี้คงไม่มีครับผมสามารถอยู่เป็นเพื่อนคุณเหมยได้ทั้งคืน ร่างเท่ห์ส่งรอยยิ้มอบอุ่นมาให้เธอ ซึ่งพลอยทำให้เหมยลี่อดที่จะยิ้มตอบกลับไปไม่ได้

 “ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันคงไม่รบกวนคุณหมอนานขนาดนั้นหรอก ร่างบางยิ้มมุมปากแม้ในหัวใจของเธอจะมีรอยแผลขนาดใหญ่ที่กรีดลงมายังรอยแผลเดิมแต่เพราะได้ยาดีอย่างพลอยฟ้า และหมอบิ๊กที่คอยให้กำลังในวันที่ท้อและเจ็บปวดที่สุดในชีวิต แผลนั้นจึงทำอะไรเธอไมได้มาก

จอนทำหน้าบึ้งเมื่อเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังว่านเสน่ห์ใส่เพื่อนรักของเขาทั้งที่เธอเองก็มีพอลอยู่แล้ว นอกจากเธอจะยังทำหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ทั้งที่ความรู้สึกของเขามองแวบเดียวก็เห็นชัดว่าเธอนะ แรงแค่ไหนในเรื่องแบบนี้ กี่หนแล้วที่เขาเห็นว่าเธออยู่กับผู้ชาย กิ๊กคนนั้น พี่พอล หรือแม้แต่บิ๊ก

เขาเชื่อว่าเธอคงไม่ได้มีอยู่แค่นั้น ผู้หญิงที่ไม่รู้จักพอแบบนี้ เห็นทีเขาคงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อยุติ

อย่างน้อย ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ควรมาเกาะเกะพี่ชายเขากับเพื่อนรักของเขา เขาควรจะกำจัดเธอออกไปให้พ้นจากชีวิตของคนทั้งสอง ปากหนายิ้มเหี้ยมเมื่อสิ่งที่เขากำลังคิดมันจะต้องเป็นอย่างที่เขาคิด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha