ลิขิตรักปรารถนาเถื่อน

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ตอนที่ 15 : บุคคลอันตราย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 15…

คอนโดหรู ร่างบางระหงในชุดเสื้อกล้ามสีขาวรับกับกางเกงยีนสั้นเหนือเข่าสีฟ้าอ่อนกำลังนั่งเช็ดตัวให้ร่างหนาอบอุ่นที่กำลังหลับสบายอยู่

แพซี่มองใบหน้าของพอลด้วยความหลงใหล ความหล่อของเขาทำให้หัวใจของเธอต้องหวั่นไหวทุกครั้งเมื่อได้อยู่ใกล้ ริมฝีปากบางสีชมพูอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อสายตาของเธอกำลังจ้องมองริมฝีปากหนาหยักศกของอีกฝ่ายที่กำลังนอนอยู่ ไม่รู้ว่ามันนานกี่ชั่วโมงแล้วที่พอลหลับไปแต่คงอีกไม่นานฤทธิ์แอลกอฮอล์คงจะหมดไป ใบหน้านวลเริ่มเศร้าสลดเมื่อนึกไปถึงเรื่องที่เพิ่งผ่านไป

ถ้าในงานวันเกิดขาดเธอไป ป่านนี้พอลคงจะประกาศให้ทุกคนรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือคนรักของเขาไปแล้ว เธอนั่งก้มหน้าเมื่อความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาว่าเธอกลายเป็นคนผิดที่ทำให้เรื่องมันเลวร้าย แต่เธอผิดงั้นหรือที่จะปกป้องคนที่เธอรักไม่ให้ตกอยู่ในมือของใคร

 

ขอบคุณนะคะ คุณหมอที่อุตส่าห์มาส่งฉันถึงที่บ้าน เหมยลี่เดินมายืนอยู่ที่ประตูรถข้างคนขับโดยที่เจ้าของรถไม่ได้ลงมาจากรถด้วย

ด้วยความเต็มใจครับ อีกอย่างผมเองก็ถือว่าเป็นเกียรติอย่างมากที่เราได้มากินข้าวด้วยกัน

ค่ะ ถ้าอย่างนั้นขับรถดีๆ นะคะ ร่างบางอมยิ้มให้เล็กน้อย

ครับ

พ้นรถของปรัชญาแล้วร่างบางเตรียมที่จะเดินเข้าบ้านไปแต่แล้วจิตใต้สำนึกของเธอบอกให้รู้ว่าเหมือนมีใครกำลังแอบดูเธออยู่ ร่างบางหันขวับกลับไปก่อนจะเห็นว่ามีรถอีกคันที่วิ่งออกจากซอยบ้านของตัวเอง หญิงสาวรู้สึกโล่งใจมากเมื่อสิ่งที่เธอคิดไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

ร่างหนาที่นั่งครุ่นคิดอยู่ในรถของตัวเองที่ตอนนี้ขับมาจอดอยู่ที่คอนโดของพี่ชายเขาแล้วทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาอยากจะเปิดโอกาสให้แพซี่ได้ใกล้ชิดกับพอลแต่เพราะความรู้สึกเห็นแก่ตัวของเขาที่อยู่ๆ มันก็เกิดขึ้นมาโดยที่เขาไม่ได้อยากให้มันเป็นแต่แค่คิดว่าเขาสองคนจะทำอะไรที่เกินเลย หัวใจของจอนก็เริ่มอยู่ไม่สุขจนเขาขับรถมาจอดแล้วรีบขึ้นไปที่คอนโดของพอลแทนที่จะเป็นคอนโดของเขาที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง

ตอนนี้มันเหมือนมีภาพซ้อนขึ้นมาแทรกในหัวของเขา มันเป็นภาพของเพื่อนรักของเขาและผู้หญิงคนนั้นที่กำลังฟอดรักกัน จอนทำสีหน้าขรึมเมื่อตอนนี้เขายังมองไม่เห็นทางที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้เพราะพี่ชายเขาเองก็คงจะรักเธอมากส่วนบิ๊กก็คงสนใจเธอไม่น้อยและคนที่เขารักอย่างแพซี่จะอยู่ยังไงหากไร้เงาของพอล

สายตาคมที่ทอดมองร่างบางระหงที่กำลังหลับซบอยู่ที่ขอบเตียงของพี่ชายเขาซึ่งไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไรพอลถึงได้หลับนานขนาดนี้ จอนเดินเข้ามาหย่อนตัวนั่งลงข้างแพซี่ นึกสงสารผู้หญิงร่างบอบบางคนนี้ที่อุตส่าห์ทำดีกับพอลแต่สุดท้ายพอลก็หักหน้าเธอโดยการแอบไปมีผู้หญิงคนอื่น

แพซี่ แพซี่

ฝ่ามือหนาเขย่าไหล่สองข้างของเธอด้วยความนุ่มนวลก่อนที่เปลือกตาสีสวยจะเปิดออกพร้อมกับรอยยิ้มที่เขาเคยได้รับมาทุกครั้งที่เจอกัน

กลับมาแล้วเหรอ กินอะไรมาหรือยัง แพซี่เตรียมจะลุกขึ้นเพื่อไปหาอะไรให้จอนกินแต่ถูกฝ่ามือหนารวบมือเรียวสองข้างไว้ได้ทัน

ผมกินมาแล้ว แพซี่ล่ะ มัวดูแลพี่พอล ได้กินอะไรมาหรือยัง

ร่างบางระหงยิ้มจืดๆ ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายพาเธอไปหาอะไรกิน

ผมจะไปส่งคุณที่คอนโดนะ จอนเอ่ยบอกหลังจากที่รอให้แพซี่ได้กินอะไรเรียบร้อยแล้ว เขาขับรถมาจอดที่ลานจอดรถของคอนโดก่อนจะพาร่างบอบบางขึ้นไปส่งถึงที่ห้อง คอนโดของแพซี่จะอยู่อีกชั้นหนึ่ง

ขอบคุณที่มาส่งแพซี่นะคะจอน

ไม่เป็นไร ยังไงก็อย่าลืมดูแลตัวเองด้วย เขาพูด

ค่ะ จอนเองก็เหมือนกันนะคะ เธอยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเสียบการ์ดแล้วเปิดประตูห้องแต่ฝ่ามือหนาของเขากลับรั้งเธอไม่ให้ไป

ใบหน้านวลหันกกลับมาอย่างแปลกใจก่อนที่เธอจะถูกมือหนาดึงตัวเข้ามากอดในอ้อมกอดของเขา

อย่าคิดมากนะแพซี่ ผมเป็นห่วง ริมฝีปากหนากำลังพูดให้กำลังใจและปลอบใจเธอในตัว หญิงสาวซาบซึ้งในความรักของเพื่อนที่มีให้เธอมาโดยตลอด

ขอบคุณนะคะ ที่เป็นห่วงแพซี่ ร่างบางผละออกจากอ้อมกอดของจอนก่อนจะปิดประตูห้องปล่อยให้เขาต้องถอนหายใจออกมาแรงๆ อย่างรู้สึกปลดปล่อย

 

เฮ้ย ยัยเหมย แกขับรถมาหรอ พลอยฟ้าทักทายด้วยน้ำเสียงตกใจพอๆ กับหน้าตาตื่น

ร่างบางเดินหอบเอกสารมาวางไว้บนโต๊ะพร้อมกับเดินมานั่งเก้าอี้และส่งยิ้มอบอุ่นให้เหมือนว่าเธอไม่ได้มีเรื่องทุกข์ใจ

ถึงฉันจะอกหักแต่แขนขาฉันไม่ได้หักหรือพิการอะไรนี่ ถึงขับรถมาเองไม่ได้ น้ำเสียงที่เริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วค่อยทำให้พลอยฟ้าสบายใจขึ้นหน่อย

ดีขึ้นแล้วหรือว่ะ

ใช่ ดีขึ้นอีกระดับหนึ่ง ร่างบางยังคงพูดเล่นไปเรื่อย เพราะเธอไม่อยากให้พลอยฟ้าหรือใครต้องมาสงสารและเป็นห่วงอีก

ก็ถือว่าดี วันนี้มีประชุมอีกแล้ว พลอยฟ้าพูดเหมือนมีนัยๆ

แล้วยังไง ร่างบางที่กำลังเรียบเรียงเอกสารตามลำดับความสำคัญเอ่ยถาม

ก็ตั้งแต่วันนั้นคุณพอลก็ยังไม่มาทำงานเลยนะสิ เสียงพลอยฟ้าดังแหลมๆ

ทั้งที่ปากบอกว่าดีขึ้นแล้วแต่แค่ได้ยินชื่อของเขา หัวใจของเธอก็เริ่มสั่น มันไม่รู้เหตุผลที่ชัดเจนว่าเพราะอะไรเธอถึงต้องรู้สึกใจสั่นทุกครั้งเมื่อได้ยินชื่อเขา แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอมั่นใจนั่นก็คือ ความรักของเธอมันจบลงแล้ว

แล้วจะให้ทำยังไงเหมยลี่เอ่ยถามเพื่อนด้วยแววตาที่ยังคงฉายแววเศร้าปนอยู่

ไม่รู้สิ โทรไปก็ไม่เห็นรับสายเลย ครั้นจะไปก็กลัวเหลือเกินว่าจะไปเจอใครเข้าอีก.... พลอยฟ้าพูดยาวเหยียดก่อนที่จะชะงักลงเมื่อเห็นแววตาเหมือนอยากจะร้องไห้ของเพื่อนเธอ

เหมย

ฉันไม่เป็นอะไรความจริงเรื่องการประชุมนี่ไว้เราค่อยสรุปเนื้อหาแล้วส่งไปให้คุณพอลอ่านอีกทีก็ไม่เห็นเสียหายนี่ ใช่ไหม

พลอยฟ้าพยักหน้า

งั้นก็ไม่มีอะไรที่จะต้องคิดมาก รีบไปเถอะ การประชุมจะเริ่มต้นแล้ว สองสาวเดินเกี่ยวคอกันก่อนจะมุ่งหน้าไปสู่ห้องประชุม ร่างบางคิดอย่างข่มขื่น และวันวานแห่งวันเก่าๆ ก็กลับมา ความโดดเดี่ยวและความเหงากลับมาหาเธออีกแล้วแต่มันต่างกับห้าปีก่อนที่ว่า เธอรู้ว่าคนที่ทิ้งเธอไปกำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้

 

เธอเป็นผู้หญิงแบบไหนกันแน่นะ เหมยลี่ เธอตั้งใจจะจับปลาสองมือหรือยังไงกัน

จอนที่กำลังเช็ดตัวให้พอลอย่างใจเย็น สองวันมานี้พอลไข้ขึ้นสูงมาก ซึ่งเพื่อนหมอของเขาก็ได้ให้ยาแก้ลดไข้มาให้พอลกินแล้วแต่ทวาดูเหมือนเขาจะไม่หายง่ายๆ

ริมฝีปากซีดที่เฝ้าแต่พร่ำเพ้อเรียกแต่ชื่อผู้หญิงคนนั้นยิ่งตอกย้ำความรู้สึกเจ็บใจแทนคนที่เขารักอย่างแพซี่ วันนี้จอนไม่ได้ให้เธอมาอยู่ดูแลเพราะเธอเองก็ไม่สมควรที่จะมารับฟังคำพร่ำเพ้อที่มีแต่จะทำให้เจ็บปวดหัวใจซะเปล่าๆ

เสียงกริ้งหน้าประตูที่ดังมาทำให้จอนขมวดคิ้วโค้งอย่าสงสัยก่อนจะเดินออกมาดูผู้มาเยือนผ่านช่องกลมๆ เล็กๆ ทันทีที่ได้รู้ว่าผู้มาเยือนคือใคร สายตาโกรธเคืองและความรู้สึกไม่ถูกชะตาก็เข้ามาครอบงำจนเขาเองตัดสินใจไม่เปิดประตูห้องเพราะถึงยังไงเขาก็จะไม่ให้เธอได้มาเห็นพี่ชายตัวเองในสภาพนี้แน่ เขาจะไม่ให้เธอรู้เด็ดขาดว่าพี่ชายเขาจะยังคงมีใจรักเธออยู่ ไม่มีวันเหมยลี่

ร่างบางที่ยืนรอให้เจ้าของห้องมาเปิดอยู่ทำหน้าหดหู่เมื่อหลังจากประชุมเสร็จ หญิงสาวก็ต้องเอางานทั้งหมดที่ประชุมมาให้พอลที่คอนโด ทั้งที่ใจจริงหญิงสาวไม่อยากมาเสนอหน้าให้เขาเห็นเลย แต่เพราะมันคืองานและพลอยฟ้าเองก็มีงานด่วนเข้ามา ไอ้จะไปให้คนอื่นช่วยมาส่งมันก็เท่ากับเป็นการเพิ่มภาระงานให้กับพวกเขา เธอจึงไม่อาจที่จะเลี่ยงหนีการเผชิญหน้ากับพอลได้ แต่ว่า เธอยืนรอเขามาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าแล้วแต่ยังไม่มีวี่แววว่าเจ้าของห้องจะยอมออกมาเปิดประตูให้ ร่างบางทำหน้าเศร้าในทันทีเมื่อคิดว่าเขาคงไม่อยากเจอหน้าเธอแล้วจริงๆ

เหมยลี่เตรียมพร้อมที่จะเดินออกจากไปแต่ทันใดนั้นประตูห้องกลับเปิดออกพร้อมกับมือของใครคนหนึ่งที่ดึงร่างเธอให้เข้าไปข้างในห้องอย่างรวดเร็วก่อนที่หญิงสาวจะถูกเหวี่ยงด้วยมือหนาลงไปกองอยู่ที่เก้าอี้ห้องโถงใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมขวาของห้อง

สายตาคมกริบที่จ้องมองมาราวกับเธอคือกวางน้อยในกำมือของเขา ร่างบางรู้สึกตื่นตระหนกไม่น้อยเมื่อเห็น เธอถูกใครไม่รู้มากระชากแขนอย่างแรงจนตอนนี้ยังรู้สึกชาไม่หาย ดวงตาที่เหมือนกำลังโกรธอะไรเธอสักอย่างกำลังจ้องมองมาอย่างนิ่งงัน หญิงสาวหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาทางหนีก่อนที่จะตัดสินวิ่งออกไปยังประตูหน้าห้อง

จอนไม่รอช้าดึงตัวเธอเข้ามาใกล้ก่อนจะอุ้มพาเข้าห้องนอนอีกห้องเพราะเกรงว่าถ้าอยู่ด้านนอกพอลอาจจะได้ยินเสียงของเธอ เมื่อมาถึงห้องนอนก็โยนเธอตกเตียงแล้วแสยะยิ้มอย่างสะใจในความกลัวของเธอ

“ขอโทษด้วยที่ต้องทำให้ตกใจ” น้ำเสียงนั้นดุดันแข็งกร้าวที่เอ่ยออกมาจากริมฝีปากหนาของเขา กำลังทำเธอกลัว

เหมยลี่มองหน้าคนที่ลากเธอเข้ามาในห้องนอนอย่างหวาดหวั่น ตอนนี้ความกลัวมีมากกว่าความสงสัยเมื่อนึกขึ้นได้ว่านี่เป็นห้องของพอล สายตาหวานจึงกวาดสายตาสอดส่องไปทั่ว อยากรู้ที่สุดว่าเจ้าของห้องอยู่ที่ไหน

คุณพอลอยู่ที่ไหน ร่างบางเอ่ยปากถามอย่างสั่นๆ ก่อนที่ถูกเขาฉุดให้ไปนั่งลงบนเก้าอี้เครื่องแป้ง

ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะต้องรู้ ร่างหนาเดินเข้ามานั่งลงที่มุมเตียงตรงข้ามก่อนที่จะจ้องมองใบหน้าสวยตรงหน้า ดวงตาสีดำกลมโตมองมาอย่างตกใจ จมูกได้รูปกำลังพ่นลมหายใจออกมาอย่างฉุนเฉียว ริมฝีปากที่อ้าค้างอย่างรู้สึกอึ้ง

            เหมยลี่มองสำรวจใบหน้าคมคายตรงหน้า ใบหน้าคมเข้ม ไร้รอยยิ้มมีเพียงดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่เป็นจุดดึงดูด จมูกโด่งได้รูปและริมฝีปากหยักศกที่กำลังยิ้มมุมปาก เหมือนเธอจะเคยเห็นหน้าตาแบบนี้ที่ไหนสักแห่ง

            “คุณ...จะทำอะไรฉัน” เพราะเห็นว่าร่างหนากำลังจะลุกขึ้นยืนและสายตาของเขาที่ทอดมองมายังร่างบางก็ดูน่ากลัวมาก

            “คิดไปเองหรือเปล่าว่าผมจะทำอะไรผู้หญิงอย่างคุณ แค่คิดก็ยังไม่รู้สึกขยะแขยงเลย”สายตาที่เขามองมาทางเธอราวกับสิงโตตัวผู้ที่กำลังรอเขมือบเหยื่ออยู่

            แล้วคุณลากฉันมาในห้องนี้ทำไม ร่างบางเอ่ยออกมาอย่างต้องการคำตอบจากริมฝีปากหนาที่กำลังยิ้มโหดอยู่

            ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่มองมาทางหญิงสาวอย่างตริตรอง คำถามของเธอทำเหมือนเขาเป็นฝ่ายดึงตัวเองเข้าหาตัวเธอทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ตัวเธอต่างหากที่เข้ามาหาเขาถึงที่

แล้วคุณล่ะ มาทำไม คนถามสีหน้าเรียบเฉย

ฉันเอางานมาให้คุณพอล เธอรีบตอบทันควันเมื่อเห็นสายตาดุดันของเขา

เอางานของคุณวางไว้ตรงนั้น สายตาคมมองเสื้อผ้าสีน้ำเงินเข้มที่เธอใส่ แม้จะเป็นเสื้อชุดสูทแต่เสื้อสูทที่ปล่อยไว้เฉยๆ โดยไม่ใส่กระดุมสักเม็ดเผยให้เห็นเสื้อกล้ามที่โชว์ให้เห็นร่องอกขาวเนียนนั่นอีกทั้งกระโปรงที่อยู่เหนือเข่าของเธอก็กำลังทำให้เขาเข้าใจไปอย่างอื่นไม่ได้ว่าที่เธอตั้งใจมาหาพี่ชายเขาถึงที่ส่วนหนึ่งก็เพื่อจะมายั่วพี่ชายเขา

            “เลิกยุ่งกับพี่ชายผมและก็เพื่อนผมซะ”สีหน้าคนพูดยังคงเรียบเฉย แต่สายตาที่จ้องมองมาทางเธอมันทำให้เหมยลี่นึกกลัว

            “หมายความว่ายังไง...ฉันไม่เข้าใจ”เธอกัดฟันพูด

            “อย่ามาทำเป็นไร้เดียงสาหน่อยเลยแม่คุณ ระดับดาวยั่วอย่างคุณ ผมคงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก”ชายหนุ่มพูดเสียงแข็งก่อนที่ตัวเองจะมายืนพิงที่ระเบียงคอนโด

            “อะไรนะ ฉันไม่ใช่ดาวยั่วหรืออะไรทั้งนั้น กรุณาพูดในสิ่งที่คุณต้องการจะบอกเพราะไม่อย่างนั้น”เธอเม้มปากพูดเสียงสั้นๆ

            ไม่อย่างนั้นจะทำอะไรผมเขาตะคอกเสียงดังจนเธอตกใจกลัว

            ฉันไม่รู้จักคุณ คุณต้องการอะไรกันแน่เธอพูดตะโกนใส่เขาเหมือนกันก่อนที่เขาจะแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว

            “แน่ใจหรือว่าคุณไม่รู้จักผมจริงๆ นะ คิดดูดีๆ สิว่าเราเคยเจอกันแล้ว ร่างหนาเอ่ยอย่างยิ้มๆ

            เหมยลี่ทำหน้างงกำลังนึกคิดก่อนที่จะได้ยินน้ำเสียงดูถูกของเขาที่พูดออกมา มันทำให้เธอจำได้ขึ้นใจ     

เงินจำนวนห้าหมื่นบาทมันคงน้อยไปสินะสำหรับคุณและกิ๊กของคุณ แต่เอาเถอะหากต้องการมากกว่านั้นก็เสนอตัวมาสิทำให้ผมพอใจเสียก่อนแล้วคุณจะให้มากกว่าห้าหมื่นนั่น จอนพูดเหยียดหยามจนเหมยลี่หน้าเสีย

            คุณ เธอเหมือนจะพูดไม่ออก ยังรู้สึกอึ้งกับคำพูดของเขาไม่หาย ความรู้สึกกลัวในวินาทีแรกหายไปแต่กลับหลงเหลือแต่ความรู้สึกแปลกใจที่เธอต้องมาเจอเขาในห้องของพอล

            “คุณมันทุเรศที่สุด ดูถูกเพศแม่ตัวเองได้อย่างไม่อายเธอพูดก่อนที่เขาจะมายืนตระง่านชี้หน้าเธอ

            ก็ถ้าหากผู้หญิงอย่างคุณไม่ได้ให้ท่าใครต่อใครไปทั่ว ผมคงไม่กล้าดูถูกหรอก

            ฉันไปให้ท่าใครกันล่ะ เธอพูดค้างไว้ก่อนจะมองหน้าเขาแล้วนี่คุณมาเกี่ยวอะไรด้วย

เขายิ้มและก็เป็นคนเฉลยให้

            “ก็ถ้าคุณไม่ยุ่งกับพี่ชายผมหรือเพื่อนรักของผมผมไม่มีทางยุ่งกับผู้หญิงอย่างคุณ

อะไรนะ ใครคือพี่ชายคุณและใครคือเพื่อนรักของคุณ เธอเอ่ยถามอย่างสงสัย

พี่ชายผมคือพอลกำลังจะหมั้นกับผู้หญิงที่ชื่อแพซี่ในอีกเร็วๆ นี้ เขาคงไม่สามารถหมั้นได้หากมีผู้หญิงอย่างคุณมาเกาะแกะเขาอยู่อย่างนี้อีกอย่างเพื่อนของผมหมอบิ๊กเป็นคนที่ดีมากซึ่งไม่เหมาะที่จะมีแฟนเป็นผู้หญิงเจ้ามารยาอย่างคุณ”

เหมยลี่อ้าปากค้างนึกไม่ถึงว่าจะได้ยินคำพูดเหล่านี้นี่หรือ น้องชายของพอล ทำไมถึงช่างแตกต่างราวฟ้ากับดิน เทพบุตรกับซาตาน...นี่หรือคือน้องชายแท้ๆ ของพอล

คุณดูถูกฉันมากเกินไปแล้ว

ใช่ ดูถูกก็ยังดีกว่าดูผิด เขาจ้องตาเธอไม่กระพริบ

ฉันไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่คุณว่า เธอพยายามอธิบาย

ปากบอกว่าไม่ใช่แต่การกระทำมันใช่เลยละ

            “อะไรนะ” หญิงสาวดูเหมือนจะสะอึกในคำพูดของเขาเล็กน้อย มือสองข้างที่กำแน่น รู้สึกแค้นที่ถูกเขามาดูถูกทั้งที่ยังไม่ได้รู้จักกันเลย

ทำไมนะ ทำไมถึงรู้สึกอ่อนแอและหวั่นไหวไปกับคำพูดของเขาแบบนี้ได้ หรืออาจเพราะเธอกำลังอยู่ในช่วงระยะของการทำใจ เรื่องร้ายๆ มันเลยส่งผลกระทบต่อจิตใจเธออย่างจัง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha