ลิขิตรักปรารถนาเถื่อน

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ตอนที่ 17 : ตรอมใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 17…     

          สียงการเคลื่อนไหวของคนที่กำลังนอนหลับบนเตียงหนานุ่มอยู่เป็นเวลาสักพักใหญ่ก่อนจะเปิดเปลือกตามากระทบกับแสงแดดจ้ายามบ่ายๆ สายตาของพอลละไปเห็นใบหน้าคนเฝ้าที่กำลังนั่งจัดดอกไม้อยู่มองเนินนานก่อนจะเรียกชื่อเธอ

            “แพซี่”

            “พี่พอลฟื้นแล้วหรือคะ” แพซี่ทักทายด้วยรอยยิ้มหวานก่อนจะนำดอกไม้ที่จัดเสร็จเรียบร้อยแล้วมาวางไว้ข้างเตียงของชายหนุ่ม

พอลลุกมากึ่งนั่งกึ่งนอนสีหน้าเขาดูซีดจนเห็นได้ชัดก่อนที่เขาจะเอามือสองข้างมากุมขมับตัวเองอย่างปวดหัว

            “พี่พอล กินข้าวต้มร้อนๆ ก่อนนะคะแล้วเดี๋ยวค่อยทานยา”

            ดวงตาสีฟ้ามองไปที่ข้าวต้มร้อนๆ ก่อนจะเงยหน้ามองใบหน้าสวยของว่าที่คู่หมั้นสาว

            “เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”พอลถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย

            “ก็...จอนโทรบอกให้แพซี่มาช่วยดูแลพี่พอล”เธอตอบกลับไปนึกน้อยใจในคำถามของพอลที่ดูเย็นชามาก

            “พี่กำลังหมายถึงว่า ทำไมเธอถึงยังไม่กลับอังกฤษ

            แพซี่ยังกลับไม่ได้ค่ะ ตราบใดที่พี่พอลยังไม่กลับไปพร้อมแพซี่ แพซี่เอ่ย

            พี่จะกลับได้ยังไงในเมื่องานของพี่ยังไม่เสร็จเขาหาเหตุผลเพื่อยื้อที่จะอยู่ต่อที่เมืองไทย

            งานที่อังกฤษ พี่พอลก็ต้องกลับไปสานต่อเหมือนกัน เธอพูดขัดใจเขา

            “แล้วตอนนี้จอนไปไหน” เขาก็อดเป็นห่วงน้องชายเขาไม่ได้ด้วยความที่ว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านเกิด แม้จอนจะเคยมาเมืองไทยแล้วก็ตาม

            “ไม่รู้สิค่ะ เห็นบอกว่าจะไปจัดการอะไรบางอย่าง...นี่พี่พอลจะลุกไปไหนคะ” แพซี่รีบเข้าไปประคองเมื่อเห็นว่าพอลเริ่มเซ

            “ปล่อยพี่ พี่มีธุระต้องรีบไปทำ”พอลพูดหน้าตาซีด

            “พี่พอลไม่สบายอยู่นะคะ เรื่องธุระค่อยจัดการวันหลังก็ได้”แพซี่รีบห้ามแต่เหมือนคำห้ามของเธอจะไม่เป็นผลเพราะคนไข้ดื้อเหลือเกิน

            “พี่...ต้องรีบไปจริงๆ ปล่อยพี่เถอะแพซี่”

            “แต่...”

            “พี่บอกให้ปล่อยไง ไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่พูดหรือไง”

แพซี่มองหน้าพอลอย่างตกใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาตะคอกใส่เธอ เธอยอมปล่อยเขาไปแต่เพียงแค่ไม่กี่ก้าวพอลก็ล้มลงก่อนจะอาเจียนออกมาแพซี่รีบเข้ามาช่วยพยุง

            “เห็นไหม พี่พอลควรต้องดูแลตัวเองเสียก่อน ไม่ใช่นึกอยากจะทำอะไรก็ทำในขณะที่ร่างกายพี่ไม่ไหว”

            “โธ่เว้ย” พอลสบถเบาๆ ก่อนจะยอมให้แพซี่พยุงเดินมานอนบนเตียงแต่เพราะเขาตัวหนักเกินไปทำให้การพยุงของเธอทุลักทุเลกว่าจะมาถึงที่ขอบเตียงชายหนุ่มก็ทำท่าว่าจะถ่วงน้ำหนักหญิงสาวและเธอเองก็รับน้ำหนักของเขาไม่ไหวจนทั้งสองคนล้มลงนอนบนเตียงนุ่มไปพร้อมกัน

            สายตาของพอลที่มองมายังร่างงามที่ล้มมาทับร่างของเขาก่อนที่เขาจะหลับตาลงเมื่อตอนนี้หัวใจของเขาไม่สามารถจะรักผู้หญิงคนนี้ได้เพราะหัวใจไม่เหลือที่ว่างพอที่จะเปิดรับใครนอกจากเหมยลี่

 “แพซี่ขอตัวไปเตรียมอาหารก่อนนะคะ พี่พอลจะได้กินยา เธอลุกจากเตียงของพอลอย่างสั่นๆ

            “งั้นขอพี่เข้าห้องน้ำก่อน”พอลพูดสีหน้าเรียบเฉยเมื่อตอนนี้เขานึกเป็นห่วงความรู้สึกของเหมยลี่มากกว่าใคร

 เธอพยักหน้าแล้วช่วยพยุงพาเขาไปที่ห้องน้ำ ก่อนจะออกมารอข้างนอก ไม่นานก็ได้ยินเสียงน้ำไหลลงมากระทบพื้นหินปูนซึ่งเข้าใจว่าเขาคงจะดื้ออีกแล้ว 

ไม่สบายแล้วยังจะมาอาบน้ำอีก เดี๋ยวคงได้ไข้ขึ้นสูงอีกหรอก

แพซี่คิดอย่างเหนื่อยใจกับว่าที่คู่หมั้นในอนาคตแต่ก็รู้สึกเสียววูบเมื่อนึกไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตะกี้

            “อาเหมย ทำไมลื้อกลับมาเสียเย็นจัง นี่อาพลอยก็เพิ่งโทรมาเมื่อกี้นี้เอง ลื้อรู้ไหมว่าลื้อนะทำให้ม่าและทุกๆ คนเป็นห่วงมากแค่ไหน”

หญิงสาวฟังเสียงบ่นของมารดาอย่างเงียบๆโดยมีเขา ไอ้ผู้ชายบ้ากามยืนฟังอยู่ข้างๆ

            “แล้วนี่ใครล่ะ อาเหมย เพื่อนลื้อหรอ”เสียงมารดาเธอถามอย่างแปลกใจที่เห็นผู้ชายมากับลูกสาวนาง

            “เออ...” เหมยลี่ได้แต่อึ้งพูดไม่ออก

            “ผมเป็นแฟนของเหมยลี่ครับ”

หญิงสาวหันไปมองหน้าเขาแทบจะทันที แฟนงั้นหรือ อ๋อ นี่คงเป็นหนึ่งแผนการป่วนของเขา หญิงสาวเม้มปาก ความจริงเธอน่าจะตามเกมเขาให้ทันเร็วกว่านี้

            “จริงหรือเนี่ย อาเหมย อาคนนี้เป็นแฟนลื้อจริงหรือ” เสียงบิดาดังมาตามหลังเขา กลายเป็นว่าเธอตกเป็นจำเลยที่ทุกคนกำลังสอบสวนอยู่

ให้ตายสิ คุณป่วนเธอได้จริงๆ

            “จริงครับ ผมกับเหมยเราคบกันอยู่”สีหน้าคนตอบแม้จะไม่ได้ยินดียินร้ายกับอาการแตกตื่นของเธอสักเท่าไร เพราะเขาต้องการป่วนเธอนี่ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วที่เขาจะไม่สนใจความรู้สึกของเธอ

            เตี่ยซึ่งไม่รู้มาจากส่วนไหนของมุมบ้านเดินเข้าไปใกล้ร่างของจอนก่อนที่สายตาแหลมคมจะมองสำรวจไปทั่วร่าง ใบหน้าหล่อเข้ม การแต่งกายก็ดูดี อีกทั้งการวางตัวเมื่อเจอกับผู้หลักผู้ใหญ่ก็ดูท่าว่าจะได้รับการอบรมมาอย่างดี ใบหน้าเตี่ยดูห้วนจัดเมื่อพบว่าผู้ชายคนนี้กำลังจะมาเป็นลูกเขยท่าน

            “ลื้อชื่ออะไร” เตี่ยถามสีหน้าบอกบุญไม่รับ

            “จอนครับ” คนพูดน้ำเสียงชัดเจนดูมีหางเสียงอย่างรู้มารยาท

            “แล้วลื้อเป็นคนประเทศไหน ทำไมถึงพูดไทยได้” บิดาของเหมยลี่ยังคงถามเขาอยู่ สีหน้าของท่านบอกว่าไม่ถูกชะตาตั้งแต่ได้ยินเขาออกตัวว่าเป็นแฟนของลูกสาวท่านหากดูจากบุคลิกภายนอกผู้ชายคนนี้ก็ดูท่าว่าจะมีการศึกษาและบุคลิกของเขาก็ดูดีมากทีเดียวส่วนหน้าตาคมเข้มและดวงตาสีน้ำตาลยิ่งทำให้ท่านมีอคติเพราะดูดีไปซะหมดขนาดนี้จะมาชอบลูกสาวท่านได้ยังไง

            ฝ่ายม่าที่ดูตั้งแต่แวบแรกก็นึกชอบและถูกชะตากับบุคลิกดูดีของแฟนลูกสาว ความหล่อของหนุ่มคนนี้ชนะขาดไปเลย อีกทั้งการแต่งกายที่ดูดีและกริยาการพูดจาก็มีมารยาท นางไม่คิดว่าลูกสาวคนเดียวของนางจะหาผู้ชายที่สมบูรณแบบมากขนาดนี้ได้

            “ผมเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ คือครอบครัวผมเป็นคนอังกฤษยกเว้นคุณย่าของผมที่เป็นคนไทยครับ”

เหมยลี่มองหน้าคนที่ต่อหน้าคนอื่นทำตัวเป็นคนดีแสนดีแต่ลับหลังคนอื่น เขาก็เหมือนปีศาจหรืออาจจะเป็นซาตานไปเลยก็ได้เมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาได้ทำลงไป

            “แล้วลื้อรู้จักอาเหมยได้ยังไง บิดาของเธอกันท่าอย่างแรง

            เรารู้จักกันผ่านงานนะครับ ผมต้องมาลงทุนกับบริษัทที่เธอทำงาน เราก็เลยได้พบกันและตัดสินใจคบหากันครับ จอนพูดยิ้มๆ หันไปมองหน้าเหมยลี่ที่ยืนทำหน้าเครียด

            “ม่า หนูขอตัวขึ้นไปนอนก่อนนะ” เหมยลี่ตัดสินใจเดินออกจากวงสนทนาเพราะไม่อาจทนรับความโกหกของเขาได้อีก

ผู้ชายทุเรศแบบนี้มันไม่น่าจะเป็นน้องชายของคนที่เธอเคยรักเลย

            “อาเหมยขึ้นไปแล้ว ลื้อก็ควรกลับไปได้แล้ว อาคุณจอน” บิดาเหมยลี่พูดกันท่าเพราะเริ่มรู้สึกหวงลูกสาวคนเดียวขึ้นมาซะแล้ว

ความจริงตนกะว่าวันนี้จะแนะนำลูกชายเพื่อนให้อาเหมยได้รู้จักแต่เพราะยัยเหมยกลับดึกเกินไปเลยทำให้อดที่จะเจอลูกชายเพื่อนแต่ก็ดีที่อาธงไชยกลับไปแล้ว ไม่อย่างนั้นคงต้องมานั่งตอบคำถามเรื่องลูกสาวตัวดีที่มีผู้ชายพามาส่งถึงบ้านแน่

            “ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อนนะครับ จอนเพียงแต่กล่าวสุภาพก่อนจะยกมือไหว้ผู้ใหญ่ด้วยความรู้สึกสงสัย ข้อมูลใหม่ที่เข้ามาในหัวสมองของชายหนุ่ม

ครอบครัวก็มีพร้อมมีทั้งคนที่รักซะขนาดนี้...ยังจะคิดทำตัวแย่ๆ อีก

ในความรู้สึกของจอนคงไม่มีอะไรมาเปลี่ยนความคิดที่เขาเฝ้าอุตส่าห์วางแผนการเพื่อไม่ให้เหมยลี่มาว่านเสน่ห์ให้กับพอลและนายบิ๊กแน่นอน แม้ว่าเขาจะเคยคิดว่า...ทำไมถึงต้องทุ่มเทมากขนาดนี้ และเขาก็ได้คำตอบกลับมาว่าเขามีพี่ชายเพียงคนเดียวและเพื่อนที่จริงใจกับเขารวมทั้งผู้หญิงคนที่เขารักมาก เขาจึงจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องคนเหล่านั้นให้พ้นจากแมวยั่วสวาทอย่างเธอ

            ผู้ชายใจร้ายคนนั้นกลับไปแล้ว ในขณะที่เธอก็กลับมานอนร้องไห้อยู่บนเตียงเพราะรู้สึกคับแค้นใจและเสียใจที่ตัวเองจะต้องมาเสียจูบแรกให้กับผู้ชายแบบนั้น...เป็นไปได้ยังไงที่เธอจะต้องมาเจอกับไอ้เรื่องบ้าๆ แบบนี้ ผู้ชายคนนั้นตั้งใจจะมาปั่นป่วนเธอเล่นหรือยังไง

เหมยลี่พลิกตัวไปมาก่อนจะนึกอะไรได้ เธอลุกขึ้นเอากระดาษทิชชูที่วางอยู่ในห้องน้ำขยี้ปากตัวเองเพื่อลบล้างกับสิ่งที่มันเหมือนจะยังไม่ออกจากริมฝีปากของเธอง่ายๆ และหญิงสาวก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้งด้วยความโมโห

การได้มาพบพอลอีกครั้งทำให้เธอต้องเสียใจและเจ็บปวด ทำไมถึงทำร้ายเธอได้ลงหรือเพราะเธอเป็นเพียงที่ระบายอารมณ์หรือแค่เธอเป็นของเล่นที่พอลนึกจะรักก็หยิบขึ้นมาสานต่อหรือคิดจะทิ้งขว้างก็เดินจากเธอไป

ร่างบางสะอื้นเล็กน้อยเมื่อหัวใจของเธอกำลังเจ็บมันไม่คุ้มกันเลย ไหนจะน้องชายของเขานั่นอีกที่ทำให้เธอต้องสูญเสียจูบแรกไป

ร่างบางปล่อยเสียงโฮดังออกมาอีกจนไม่มีน้ำตาจะให้ไหลออกมา ใช่สิ เกิดมาก็เพิ่งเคยเจอเรื่องที่แย่ที่สุดก็วันนี้ หญิงสาวคร่ำครวญว่าควรทำยังไงดี อีกหน่อยผู้ชายคนนั้นคงจะตามราวีเธอ แล้วจะไม่ให้พบหน้าพอลได้ยังไงในเมื่อพอลต้องมาทำงานที่บริษัทแล้วก็ต้องเจอเธออยู่ดี

เหมยลี่สลัดความคิดทั้งหมดก่อนจะพยายามระงับอารมณ์ที่กำลังสับสนด้วยการปล่อยให้สายน้ำจากฝักบัวเป่ารดกายตัวเองอย่างน้อยๆ ความเย็นจะช่วยดับใจที่มันร้อนรุมอยู่ตอนนี้ได้ก่อนที่เธอจะเดินออกมานั่งที่เก้าอี้หน้ากระจกแล้วร้องไห้ออกมาอีกครั้ง เมื่อพบว่าปากของเธอตอนนี้ยังคงบวมแดงและรู้สึกเจ็บ

ที่มากไปกว่านั้นคือบริเวณเนินอกที่เพิ่งถูกผู้ชายใจร้ายอย่างเขาสัมผัสและลูบคลำอย่างถือโอกาส มันยังมีรอยแดงเป็นจุดๆ เท่ากับว่าเขาได้สร้างรอยแค้นไว้ให้เธอได้ระลึกเสมอ

ผู้ชายบ้า ร้ายกาจ เลวอย่างไม่มีที่เปรียบ

 

พี่พอลคะ...อาการของพี่ดูไม่ดีขึ้นเลย แพซี่ว่าพี่พอลกลับไปรักษาตัวต่อที่อังกฤษเถอะนะคะ

พอลที่กำลังนอนซมอยู่บนเตียงของผู้ป่วย เกือบหนึ่งอาทิตย์ที่เขาไม่ได้ออกไปเห็นเดือนเห็นตะวันเลย เขารู้สึกรำคาญนิดๆ เมื่อต้องมาเห็นหน้าว่าที่คู่หมั้นในอนาคตของเขา เขาลอบถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย

ภาพเหมยลี่ยังคงวนเวียนเข้ามาในความคิดของเขาก่อนที่ร่างอบอุ่นจะเผลอหลับตาลงอีกครั้งเพราะไม่อยากจะคุยกับแพซี่และยังรู้สึกผิดกับเรื่องวันนั้นแต่เพราะมันเหมือนมีความเย็นกำลังมาถูกเนื้อตัวเขาจนรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกของร่างกาย

            ทำอะไรนะแพซี่พอลลืมตาขึ้นอย่างสะดุ้งเมื่อความเย็นของน้ำกระทบมาถูกแขนของเขา

            “พี่พอลมีไข้ แพซี่ก็แค่อยากจะช่วยเช็ดตัวให้ก็เท่านั้นเอง หากมันทำให้พี่พอลลำบากใจมากละก็แพซี่ก็ขอโทษค่ะ

พอลมองร่างบางที่หยุดเช็ดตัวเขาก่อนที่เธอจะลุกจากขอบเตียงของเขา

            อาการแสดงที่ดูเหมือนไร้ความเยื่อใยของพอลส่งผลให้คนที่นั่งเฝ้าเขาอยู่เป็นประจำถึงกลับปล่อยน้ำตาไหลออกมาแล้วเธอก็เดินออกมาร้องไห้นอกห้องพักฟื้น เขาทำให้เธอเข้าใจอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่เขาทำไปทั้งหมดมันเป็นแค่ผลประโยชน์ที่ต่างฝ่ายต่างมีผลร่วมกัน

พอลไม่เคยเห็นความสำคัญของแพซี่คนนี้เลย หนำซ้ำการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าพอลกำลังสนใจผู้หญิงที่ชื่อเหมยลี่อยู่ ยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมาน

จอน แพซี่เข้าใจแล้วว่าสิ่งที่จอนได้รับจากการถูกคนที่รักทิ้งขว้างมันเป็นยังไง ตอนนี้แพซี่เข้าใจแล้ว

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นปลุกอารมณ์อันอ่อนแอของเจ้าของมือถือให้พยายามปลอบใจตัวเองก่อนจะรีบรับสายเมื่อรู้ว่าใครที่โทรมา

            ‘Hidad’ เธอกล่าว สวัสดีผู้เป็นพ่อพยายามบังคับเสียงไม่ให้สะอื้นเพราะกลัวคนที่คุยมาด้วยจะรู้ว่าเธอกำลังร้องไห้อยู่และมันก็อาจจะเป็นเรื่องใหญ่หากพ่อเธอรู้ว่าคนที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องร้องไห้คือพอล

            แพซี่ หนูจะกลับอังกฤษเมื่อไร

            คงอีกสักพักนะคะ พี่พอลไม่สบายแพซี่เลยต้องอยู่ดูแลพี่พอลที่โรงพยาบาล

            พอลเป็นอะไรอีกฝ่ายถามกลับมาอย่างทันควัน

            ไข้เลือดออกนะคะหญิงสาวพูดโดยพยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติมากที่สุด

            งั้นแพซี่พาพอลกลับมารักษาตัวที่อังกฤษต่อเลยดีกว่า เพราะพ่อได้เตรียมงานหมั้นไว้ให้แพซี่กับพอลเรียบร้อยแล้ว จะได้ไม่ต้องกังวลว่าพอลจะกลับมาไม่ทันงาน

หญิงสาวหยุดชะงัก รู้สึกตกใจที่พ่อของเธอจัดการเรื่องงานหมั้นทุกอย่าง ถ้าพ่อของเธอรู้ว่า ระหว่างเธอกับพอลกำลังมีปัญหากันอยู่ พ่อของเธอคงจะไม่ยอมแน่ หญิงสาวควรจะทำยังไงดี

            เออ มันไม่เร็วไปหน่อยหรือคะ แดด อีกอย่างพี่พอลก็ไม่สบายอยู่

            พ่อถึงได้บอกไงว่าให้พาพอลกลับไปรักษาตัวที่อังกฤษ

แต่หนูว่า

แพซี่ ธุรกิจของพ่อกับคุณพ่อของพอลกำลังจะไปได้ดีและพอลก็ต้องกลับมาดูแลในส่วนตรงนี้เอาเป็นว่าพ่อจะให้คนของพ่อไปรับเราสองคน

เธอฟังบิดาพูดน้ำตาคลอ พ่อไม่เคยสนใจว่าเธอจะรู้สึกยังไง อำนาจ เงินตรา และความมั่นคงคือสิ่งที่พ่อไม่เคยถอยและยอมทำทุอย่างเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมา

แพซี่กลับเข้ามาในห้องก็พบว่าเจ้าของห้องได้เข้ามายืนทอดมองวิวทิวทัศน์สวยงามของตัวตึกที่อยู่ด้านหน้าตึกที่เขาพักรักษาตัว เธอเดินเข้ามายืนข้างพยายามหลบหน้าไม่ให้เขาเห็นว่าเธอเพิ่งผ่านการร้องไห้มาหมาดๆ

            แพซี่...เธอคิดจะทำยังไงต่อไปอยู่ๆ พอลก็ถามขึ้น สีหน้าคมเข้ม ไม่มีแววว่าจะมีรอยยิ้มใดๆ ออกมาให้เห็นเลย

            พี่พอลจะพูดอะไรคะ ใบหน้าเศร้ายังคงก้มหน้าลงอย่างรู้ตัวดี

            “หลังจากที่เราหมั้นกัน แพซี่จะทำยังไงต่อไป

            แพซี่ก็ยังคงต้องเดินหน้าต่อไป พี่พอลคงไม่ลืมจุดประสงค์ของการหมั้นของเราหรอกนะคะเธอเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าขาวซีดของพอล เขาเองก็หันมามองหน้าของหญิงสาวก่อนจะถามต่อไปอีก

            เธอรับได้งั้นหรือ

            ได้สิค่ะ...ก็พี่พอลเคยบอกแพซี่เองว่าถ้าเราไม่มีหัวใจต่อให้ใครใช้ให้ทำอะไรเราก็จะไม่มีวันเสียใจเธอพูดยิ้มๆ แววตาของเธอเหมือนจะร้องไห้แต่แล้วหญิงสาวก็กลับหัวเราะออกมา

            นั้นมันเมื่อก่อนแต่ตอนนี้พี่เข้าใจแล้วว่า...หัวใจของพี่ไม่สามารถยอมรับแพซี่ในฐานะอื่นได้นอกจากน้องสาวที่น่ารักคนหนึ่งของพี่ชายหนุ่มพูดเสียงราบเรียบ

            แล้วพี่พอลจะให้แพซี่ทำยังไงคะเธอเริ่มคุมอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่ ทำไมเขาถึงได้ใจร้ายกับเธอมากนัก ถึงไม่รักเขาก็ควรที่จะแสดงความรับผิดชอบกับเธอบ้าง...ไม่ใช่ทำตัวไร้ความรับผิดชอบแบบนี้

            ยกเลิกงานหมั้น พอลพูดโดยไม่มองหน้าเธอ สายตาของเขาดูเศร้าและเสียใจไม่น้อยที่ต้องหักหาญน้ำใจเธอ

            ธุรกิจครอบครัวของพี่พอลล่ะคะ...พี่พอลเคยนึกถึงบ้างไหมว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป พี่พอลยอมให้มันล่มสลายไปต่อหน้าต่อตาหรือคะเธอรู้สึกใจหายวูบที่ได้ยินเขาพูดเรื่องถอนหมั้น แต่เธอก็พยายามที่จะรักษาเขาไว้ให้ถึงที่สุด

พี่ไม่รู้ แต่พี่รู้แค่ว่าพี่หมั้นกับแพซี่ไม่ได้พอลพูดหน้าเศร้า

มันสายไปแล้วละค่ะ พี่พอล อีกสองสามวันคนของพ่อแพซี่คงจะมารับเราสองคนกลับอังกฤษ

ว่ายังไงน่ะ พอลหน้าเสีย

ทุกอย่างมันสายไปแล้ว ทุกคนเตรียมพร้อมไว้ให้เราสองคนหมดแล้ว แพซี่พูดเสียงเศร้า

แต่พี่ไม่ยอมให้มันเป็นแบบนี้ พี่จะไม่ยอมให้เรื่องมันลงเอยแบบนี้ พอลพูดก่อนจะเดินกลับเข้าไปนอนบนเตียงผู้ป่วย ทิ้งแพซี่ให้ยืนนิ่งงัน

 

            “ก๊อกๆ...ก๊อกๆ...เหมยลี่...นอนหรือยัง ม่าเข้าไปได้ไหม”

เสียงมารดาดังขึ้นทำลายความเงียบที่มีเพียงเสียงสะอื้นของเธอเท่านั้น หญิงสาวรีบเช็ดน้ำตาเพื่อไม่ให้มารดาได้สงสัยกับความผิดปกติของเธอผ่านไปแล้วเกือบอาทิตย์ที่เธอนอนไม่หลับ เอาแต่ร้องไห้เมื่อนึกไปอีกว่าพอลมีผู้หญิงคนอื่นและเขาสองคนกำลังจะหมั้นกัน ความรู้สึกที่ว่าจะลืมเขาให้ได้เลยยิ่งตอกย้ำว่าเธอทำอย่างนั้นไม่ได้

            ตอนนี้ขอบตาหญิงสาวบวมแดงจนรู้สึกปวดตาไปหมด นี่ดีนะที่ทั้งอาทิตย์หญิงสาวทำเรื่องลาป่วยไว้ ไม่อย่างนั้นเธอต้องอายพนักงานในบริษัทแน่นอน

หญิงสาวเดินไปเปิดประตูห้องด้วยหัวใจที่หดหู่อย่างบอกไม่ถูกก่อนจะปั้นหน้ายิ้ม แม้จะดูเหมือนฝืนยิ้มก็ตาม

เวลานี้มีหลายเรื่องที่เธอไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไม...มันถึงเป็นแบบนี้ บางครั้งเธออยากใช้เวลาคิดสักนิดแต่ก็ทำได้แค่คิดเท่านั้น

            “หลายคืนมานี้ม่าสังเกตว่าลื้อนอนเร็วผิดปรกติ”มารดาเอ่ยถาม

            ไม่มีไรหรอกม่า แค่ช่วงนี้เหมยแค่รู้สึกเหนื่อยๆ อยากพักผ่อนก็เท่านั้น” จำใจต้องพูดโกหกออกไปเพื่อความสบายใจ

            “ลื้อพูดปดต่อหน้าม่าได้นะและม่าก็จะไม่ถามลื้อว่าไปทำอะไรมาขอบตาลื้อถึงได้บวมเป๋งขนาดนั้นแต่ช่างเถอะ...ลื้อก็นอนพักผ่อนให้สบายละกัน ม่าไม่กวนแล้วละ”

สิ้นคำพูดของมารดา หญิงสาวก็เห็นท่านเดินออกไปโดยไม่เซ้าซี้ถามอะไรเธอไปมากกว่านี้คงรู้ว่าถึงถามไปก็ไม่ได้รับคำตอบจากเธอแน่นอน

            หญิงสาวล้มตัวลงนอนอย่างคนหมดแรง สงสัยคืนนี้เธอคงจะนอนไม่หลับอีกตามเคยร่างเล็กพลิกตัวไปมาอยู่หลายตลบเพราะยังรู้สึกได้ถึงความรู้สึกเจ็บและมันก็เป็นเรื่องที่แย่มากๆ เมื่อสมองของเธอกลับนึกถึงใบหน้าหล่อแต่ไร้ความอ่อนโยนของจอน แม้แต่ในฝันภาพของผู้ชายคนนั้นยังคงวนเวียนอยู่และชายหนุ่มกำลังแทะโลมเธอเสียอย่างหนักหน่วง...

ตกลงคุณจะตามมาหลอกหลอนฉันถึงในฝันเลยหรือ คุณจอน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha