ลิขิตรักปรารถนาเถื่อน

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ตอนที่ 34 : ชีวิตที่เหลืออยู่


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 34…

อแสดงความยินดีด้วยนะคะ ตอนนี้คุณกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ อยู่นะคะเหมยลี่มองหน้าหมอสาวด้วยความรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ที่แท้อาการเวียนหัว คลื่นไส้ที่เกิดขึ้นกับตัวเธอก็เพราะว่าเธอกำลังท้องอยู่นี่เอง

            กี่สัปดาห์แล้วคะ เหมยลี่ถามเสียงสั่น

หมอสาวยิ้มหวาน

            ก็ประมาณสองเดือนค่ะอันนี้ถ้าจะให้แน่ใจก็น่าจะตรวจกับเครื่องอัลตร้าซาวน์จะทำให้เราน่าจะรู้ชัดเจนมากกว่านี้

เหมยลี่รู้สึกเหมือนว่าตอนนี้ชีวิตของเธอกำลังจะดีขึ้นอยู่แล้วเชียว แล้วทำไม เธอต้องตั้งท้องด้วยและอย่างนี้หญิงสาวควรจะทำยังไงดี

            ว่าแต่คุณพ่อของลูกไม่ได้มาด้วยหรือคะ

เธอมองหน้าหมอสาวที่กำลังเอ่ยถามพ่อของลูก พ่อนะหรือแล้วเหมยลี่ก็พลันนึกไปถึงหน้าของจอนไม่รู้ว่าสองสามเดือนที่เราไม่ได้เจอกันเขาจะเป็นยังไงบ้าง บางทีเขาอาจจะกำลังหามีความสุขอยู่กับใครสักคนและอาจจะลืมเธอไปแล้ว

            ไม่ได้มาค่ะเธอพูดเศร้าๆ

            ถ้ายังไงคราวหน้ามาฝากครรภ์ก็อย่าลืมพาคุณพ่อมาด้วยนะคะ เราจะได้สอนวิธีการดูแลภรรยาระหว่างตั้งครรภ์

            ค่ะเหมยลี่ตอบอย่างเสียงเศร้าก่อนจะเดินออกจากห้องตรวจ ทุกย่างก้าวของเธอตอนนี้รู้แค่เพียงว่ามันช่างเหนื่อยแสนเหนื่อยจนแทบอยากจะขาดใจตายเสียให้ได้แล้วคำถามเดิมๆ ก็เข้ามาวนเวียนอีกครั้ง ทำไมต้องท้องด้วย

            หมอว่ายังไงบ้าง เสียงของชายหนุ่มที่เอ่ยถามออกมาอย่างนึกเป็นห่วง

            ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก็แค่พักผ่อนไม่เพียงพอเธอพูดยิ้มๆ เพราะไม่อยากให้ใครมารับรู้เรื่องของเธอ

            ถ้ายังงั้น...ผมอนุญาตให้เหมยลาป่วยได้ เธอมองหน้าเจ้านายคนใหม่ที่ตอนนี้กำลังยิ้มหวานให้อยู่

            คุณพอล...เหมยไม่เป็นไรหรอกค่ะ ทำงานวันนี้อีกวัน พรุ่งนี้วันเสาร์เหมยก็ได้หยุดแล้ว

            แต่หมอบอกว่าคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ

            เหมยไหวค่ะ แค่นี้สบายมากหญิงสาวแกล้งทำสีหน้ายิ้มหวานแม้ในใจจะรู้สึกเครียดเพียงใด การมีลูกโดยไม่ได้ตั้งใจนั้นมันก็ยากที่จะวางแผนเดินหน้าต่อไป เพราะอย่างนี้นี่เอง เด็กวัยรุ่นบางคนที่ตั้งท้องอย่างไม่ได้ตั้งใจก็คิดหาวิธีการเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นไปจากการมีภาระแบบนี้ บางคนก็คิดสั้นไปทำแท้ง หรือไม่ก็กินยาขับ แต่สำหรับเธอ หน้าที่การงาน ฐานะทางครอบครัวที่เพรียบพร้อมแล้ว จะขาดก็แต่ พ่อของลูกซึ่งเธอจะให้จอนรู้เรื่องการท้องของเธอไม่ได้และเธอเองก็ไม่อยากให้พอลต้องมารับเคราะห์เป็นพ่อแทนน้องชายของเขา

เหมยลี่หลับตาลงอย่างแสนเหนื่อยล้าก่อนที่จะถูกพอลพาเดินออกไปจากโรงพยาบาล

            “นั่งพักตรงนี้ เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้

เหมยลี่มองร่างของพอลที่เดินเข้าครัว เธอรู้สึกไม่ดีที่ทำให้เขาต้องเป็นธุระมากมายจนทำให้เสียงานเสียการไป ความจริง พอล เป็นคนที่ดีคนหนึ่งแต่หากเขาจะต้องมารับเคราะห์แทนน้องชายเขา เหมยลี่ทำไม่ได้ที่จะต้องเห็นแก่ตัวเอาเขามาเป็นพ่อของลูกในท้องเธอแม้ว่าพอลจะเต็มใจก็ตาม เสียงของพอลดังออกมาพร้อมกับร่างงามที่ถือแก้วน้ำมาให้เธอ

            เสียดาย ที่วันนี้เราไม่ได้ไปไหว้ศพพ่อผมพอลพูดยิ้มๆ

            เหมยขอโทษนะคะที่ทำให้คุณพอลอดไปหาพ่อของคุณ

พอลยิ้มให้ฉันก่อนจะส่ายหน้าไปมา

            คุณเหมยไม่ผิดหรอก ไว้วันหลังเราค่อยไปไหว้ก็ได้ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าผมตอนนี้ คุณเหมยต้องดูแลตัวเองให้ดีนะครับเพราะผมไม่อยากให้เจ้าสาวของผมเป็นอะไรไปก่อนที่เราจะได้แต่งงานกัน

            แต่งงานเธอมองใบหน้าที่ฉายแววยิ้มอย่างเต็มใจของพอล เขาไม่เคยละความพยายามที่จะแต่งงานกับเธอเลยสักครั้ง

            ใช่ เหมยแต่งงานกับผมนะ ผมสัญญาว่าผมจะเป็นสามีที่ดีของคุณและเป็นพ่อที่น่ารักของลูก

หญิงสาวน้ำตาคลอ เพราะซึ้งในความรู้สึกที่พอลมีให้ เธออยากให้ตัวเองได้เจอเขาเพียงคนเดียวเพราะเธอจะได้รักเขาอย่างสุดใจไม่ใช่น้องชายของเขาที่ขโมยไปทั้งหัวใจและร่างกายของเธอไปจนหมดสิ้น ตอนนี้เธอไม่ได้รักพอลเลยสักนิด เหมยลี่จับมือหนาของพอลก่อนจะยิ้มให้เขาอย่างอบอุ่น

            “คุณพอลค่ะ

พอลเงียบเสียงลงพอๆ กับสีหน้าของชายหนุ่มที่เหมือนจะรู้ในคำตอบของฉันดีแล้ว

            เหมย รักใครไม่ได้อีกแล้วเธอพูดเศร้าๆ

            คุณรักจอนงั้นหรือแม้เขาจะไม่อยากให้เธอตอบว่า ใช่ แต่อย่างน้อยเขาจะได้รู้ว่าหัวใจของเหมยลี่จะยังคงมีเขาอยู่อีกหรือเปล่า

            ค่ะเธอพูดเสียงแหบแห้ง ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงได้ไปสารภาพรักกับพี่ชายของเขาทั้งที่เธอเองอุสาเก็บมันไว้ในใจมานานแสนนาน

            แต่เขาคือคนที่ทำร้ายคุณน่ะเหมยลี่

            ฉันรู้ค่ะ แต่ฉันไม่ได้ต้องการให้เขามารับผิดชอบการกระทำของเขา แค่อยากให้คุณพอลรู้ว่า เหมยไม่สามารถที่จะแต่งงานกับคุณพอลได้

            ผมไม่เข้าใจ ทั้งที่จอนทำเรื่องร้ายๆ กับคุณไว้มากแล้วทำไมคุณกลับรักเขาได้

            เพราะความรักไม่เข้าใครออกใคร เพราะเหมยเองก็ไม่รู้ว่าหัวใจของเหมยมอบให้คุณจอนไปตั้งแต่เมื่อไรแต่กว่าจะรู้ตัวมันก็สายเกินแก้ไปแล้วเธอพูดไปด้วยน้ำตาและพอลก็กอดร่างของเธอไว้ในอ้อมกอดอบอุ่นของเขา

            ผมขอโทษที่ใช้อารมณ์มากไปหน่อย พอลกอดเหมยลี่เนินนานก่อนที่เธอจะขอตัวเข้าไปนอนทิ้งให้ร่างของเขาต้องนั่งคิดอยู่ทั้งคืนว่าเขาควรทำยังไงดีที่จะทำให้ความรักของเธอได้สมหวัง แม้เขาจะรักเธอมากมายเพียงใดแต่ความรักของเขาคือการเสียสละเมื่อหญิงคนที่เขารักไม่ได้มีใจรักเขาตอบ พอลก็ขอแค่ให้เธอมีความสุขกับคนที่เธอรัก แค่นี้เขาเองก็มีความสุขแล้ว

            พอลยืนมองร่างบางเดินลับก่อนที่เขาจะคิดอะไรไปเรื่อยๆ ผมเข้าใจคุณดีเหมยลี่ เพราะผมเองก็ตกอยู่ในสถานะเดียวกับคุณเหมือนกันร่างหนาเอ่ยพูดในใจคนเดียวก่อนจะเดินกลับห้องของเขาไป

เช้าวันต่อมา

            วันนี้พอลคิดว่าเขาควรจะทำเรื่องที่ถูกต้องเสียทีเพราะหลังจากที่เมื่อคืนเขาคิดมาตลอดทั้งคืนเรื่องเกี่ยวกับน้องชายเขากับเหมยลี่ สองคนนั้นน่าจะรักกันอย่างที่แพซี่บอก ความจริงมันก็คือความจริงสิ่งที่เขาพยายามจะให้เป็นอยู่มันถึงไม่ยอมเป็นไปตามที่เขาต้องการสักที

เพราะเธอไม่ได้รักเขาแต่รักน้องชายของเขาแต่เพราะเรื่องราวต่างๆ มันเลวร้ายเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างเหมยลี่และผู้ชายเจ้าแค้นอย่างจอนจะต่อติดกันได้ พอลเลยคิดว่าเขาควรจะทำอะไรสักอย่างเพื่อยุติเรื่องพวกนี้

            พอลเดินมาเคาะประตูห้องเหมยลี่ ไม่มีเสียงตอบรับจากเธอก่อนที่ชายหนุ่มจะถือวิสาสะเข้าไปในห้อง ภายในห้องกลับว่างเปล่าเหมือนไม่มีใครอยู่ ร่างหนายืนแน่นิ่งเหมือนจะทำอะไรไม่ถูกแล้วดวงตาสีฟ้าก็ละไปเห็น จดหมายกระดาษที่วางไว้อยู่บนเตียงใหญ่ของห้อง พองเดินมาหยิบจดหมายขึ้นมาก่อนจะเปิดอ่านด้วยความรู้สึกใจเต้นรัว

            ถึงคุณพอล

            ขอโทษนะคะ ที่เหมยจากไปโดยไม่ได้บอกกล่าวคุณพอล เหมยเสียใจกับเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น แม้จะไม่รู้ว่าใครผิดแต่เหมยยินดีที่จะเป็นฝ่ายไปและยุติเรื่องวุ่นวายนี้ทุกอย่างเพราะเหมยเชื่อว่าหากเหมยไปคนหนึ่ง ทุกคนที่เกี่ยวข้องก็จะกลับไปเป็นปรกติเหมือนเดิม ขอโทษอีกครั้งนะคะคุณพอลที่เหมยไม่สามารถรับความรักจากคุณพอลได้เพราะเหมยไม่มีค่าพอที่จะคู่ควรกับคุณพอล

            สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกอย่างจบลงด้วยการไปของเหมยเถอะนะคะฝากจดหมายอีกฉบับถึงคุณจอนด้วย

                                                                        ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง

                                                                                                เหมยลี่

 

หลังจากที่จดหมายลง ร่างหนาอบอุ่นเหมือนจะหมดเรี่ยวแรงจนต้องเดินไปนั่งลงอย่างคนอ่อนแรงไป พอลมองจดหมายอีกฉบับหนึ่งอย่างไม่รู้จะพูดอะไรดี ทุกอย่างมันกลับวุ่นวายไปหมด

ความจริงเขาควรจะคู่กับแพซี่ไปตั้งแต่แรกแล้ว จอนจะได้ไม่ไปวุ่นวายกับเหมยลี่จนทำให้เธอต้องรู้สึกผิดแบบนี้ เปลือกตาขาวหลับตาคิดอย่างปวดใจก่อนจะนึกอะไรออกขึ้นมา บางทีเรื่องทุกอย่างอาจจะยังไม่สายอีกก็ได้

            “พี่พอล...มาหาผมงั้นหรือ

จอนที่ทำท่าแปลกใจกับการมาของพี่ชายเขา หลังจากคืนนั้นทั้งเขาและพอลต่างมองหน้ากันไม่ติด เขาเองก็ไม่กล้าไปหาเหมยลี่เพราะเธออยู่ที่บ้านของพี่ชายของเขา และเธอกำลังจะเป็นเจ้าสาวของพอลซึ่งเป็นคู่แข่งที่เขาต้องยอมแพ้แม้จะยังไม่ได้เริ่มต้นสู้

            ค่ะ...ตอนนี้รออยู่ที่ห้องรับรองแขกเลขาของเขาเอ่ยบอก ตอนนี้จอนได้เลขาคนเดิมของเขากลับมาทำงานตามเดิมหลังจากที่อยู่เคลียงานค้างของเขาที่อังกฤษนานเป็นเดือนสองเดือน

            พี่พอล เขาเดินมานั่งตรงข้ามกับพี่ชายของเขา การที่พี่ชายของเขาอุตส่าห์มาถึงที่เมืองไทยคงเป็นเรื่องสำคัญมากไม่อย่างนั้นเขาคงไม่อุสาทอมาถึงที่นี่ คงเป็นเรื่องแต่งงาน จอนคิดอย่างปวดใจ

            ฉันมารบกวนนายหรือเปล่า พอลถือโอกาสเอ่ยขึ้น

            เปล่าครับ...ว่าแต่มาคนเดียวหรือ

            “แล้วคิดว่าฉันควรมากับใครล่ะ เหมยลี่หรือว่าแพซี่ พี่ชายเขาเอ่ยถามอย่างเศร้าซึม

            เหมยลี่ไม่ได้มาด้วยหรือครับจอนเอ่ยถามถึงปิดบังยังไง ก็คงไม่สามารถปิดบังสายตาของพี่ชายเขาได้หรอก

            เหมยลี่ไม่ได้มาด้วยเพราะเธอไม่ได้อยู่กับฉันแล้ว สีหน้าของพอลดูเศร้าลงไปแต่คำพูดของเขาทำให้จอนต้องถามออกไปอย่างนึกสงสัย

            หมายความว่ายังไง ผมไม่เข้าใจจอนถามสีหน้าดูเป็นกังวลอย่างมากจนพอลต้องอธิบายให้

            หลังจากวันนั้นเหมยลี่เขาไม่เคยรักพี่อีกเลยไม่ใช่สิเพราะตั้งแต่เธอรู้ว่าพี่ต้องหมั้นกับแพซี่ เธอก็ไม่เคยรักพี่อีกเลยพอลพูดยิ้มๆ นึกสมน้ำหน้าตัวเอง

            อะไรนะครับ...เพราะอะไรจอนพูดอย่างแปลกใจสีหน้าของเขาดูจืดลงเมื่อรู้ว่าเหมยลี่หายตัวไป

            “พี่ไม่รู้...แต่คิดว่านายคงจะรู้ เหมยลี่เขียนจดหมายถึงนายด้วยเขายื่นจดหมายให้น้องชาย

จอนรับจดหมายมาจากพี่ชายของเขาด้วยหัวใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวก่อนจะเปิดอ่านมัน

            ถึงคุณจอน

            คุณอาจจะแปลกใจที่อยู่ๆ ฉันเขียนจดหมายถึงคุณ ตลอดเวลาฉันมาคิดดูแล้วฉันเองก็ไม่คู่ควรกับคุณพอลเหมือนอย่างที่คุณบอกจริงๆ คุณพอลผู้แสนดี สุภาพ นุ่มนวล อ่อนหวานเขาดูดีทุกอย่างในขณะที่ฉัน...ไม่มีดีอะไรเลย ฉันขอโทษนะคะที่ฉันทำให้พี่ชายคุณเสียใจแต่เพราะฉันไม่สามารถแต่งงานกับพี่ชายคุณได้ฉันเลยยินดีที่จะเป็นฝ่ายไปเอง

                                                                                                ขอโทษนะคะ

                                                                                                เหมยลี่

 

            ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมยลี่ถึงต้องจากฉันไปแบบนั้น พอลพูดขึ้นหลังจากที่เห็นจอนนี่พับจดหมายฉบับนั้นแล้ว และน้องชายเขาไม่ได้พูดอะไรต่อ

            จอน...ฉันฝากเหมยลี่ไว้ให้นายดูแลด้วย พอลเริ่มพูดเข้าประเด็น การที่เขามาหาน้องชายเขาถึงที่เมืองไทยก็เพราะอยากจะมาจัดการเรื่องทุกอย่างให้มันลงตัวสักที

            พี่พอล

            ฉันรู้มาตลอดว่าระหว่างนายกับเหมยลี่มันต้องมีอะไรที่แอบแฝงแต่เพราะฉันรักเหมยลี่ฉันจึงยอมมองข้ามข้อผิดพลาดเหล่านั้นจนตอนนี้ฉันเริ่มแน่ใจแล้วว่าเหมยลี่เองก็รักนายไม่ใช่ฉัน

            พี่มาพูดแบบนี้กับผมเพื่ออะไร จอนทำหน้าเศร้า

            เพื่อที่นายจะไม่ตัดสินใจผิดเหมือนฉัน

            แต่มันอาจจะสายเกินไปสำหรับคนที่ทำผิดต่อเธออย่างผม พอลจับมือน้องชายของเขาก่อนจะพูดเพื่อให้กำลังใจ

            ฉันเชื่อว่ามันยังไม่สายเกินไปหรอก...เชื่อฉันเถอะ

            “แต่ตอนนี้ผมมีพันธะเสียแล้วสิครับเขาเอ่ย

พันธะอะไร พอลถามออกมาด้วยความมึนงง พันธะเรื่องอะไรกัน

แพซี่คงยังไม่ได้บอกพี่พอลล่ะสิว่าเธอตัดสินใจถอนหมั้นกับพี่พอลแล้วมาแต่งงานกับผมแทน ร่างของน้องชายเขาลุกขึ้นไปยืนมองทิวทัศน์ของเมืองใหญ่

ส่วนพอลก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจแพซี่อย่างบอกไม่ถูกที่หญิงสาวทำอะไรโดยไม่บอกเขาเลยหากวันนี้ชายหนุ่มไม่ตัดสินใจมาหาน้องชายเขา คงจะไม่รู้เรื่องที่เธอพยายามทำลับหลังเขาเป็นแน่ ร่างหนาอบอุ่นเอ่ยพูดเหมือนมีแผนแก้เผ็ดคู่หมั้นสาวของเขา

            ไว้เป็นหน้าที่ของพี่...พี่เองก็อยากจะไถ่โทษที่ทำผิดต่อเธอ

            หมายถึงแพซี่หรือครับ

            ใช่...พี่เสียใจที่ทำราวกับเธอไม่มีหัวใจไม่มีความรู้สึก พอลพูดด้วยสีหน้านิ่ง

            “แน่ใจนะครับว่าพี่พอลต้องการอย่างนั้นจอนถามพี่ชายของเขาเพื่อความแน่ใจเพราะอีกไม่กี่เดือนก็จะถึงวันแต่งงานแล้ว และถ้าพี่พอลยังไม่สามารถชนะใจแพซี่ได้ละก็ มีหวังชีวิตหลังแต่งงานของพวกเขาคงวุ่นวายและมีปัญหามากแน่นอน

            พี่ไม่เคยแน่ใจเท่าครั้งนี้มาก่อน

            งั้นผมขอให้พี่พอลทำสำเร็จนะครับ

            อืม...ทุกอย่างมันจะยังต้องเป็นแบบนั้น ฉันกับแพซี่เราจะต้องได้แต่งงานกัน สองพี่น้องมองหน้ากันก่อนจะต่างฝ่ายต่างเผยรอยยิ้มให้แก่กัน คราวนี้มันคงไม่มีอุปสรรคอะไรมาขวางกั้นระหว่างเขาและเธอได้อีกแล้ว

            ขอบคุณนะครับ จอนเผยรอยยิ้มออกมา นี่เป็นรอยยิ้มแรกในรอบปีของเขาก็ว่าได้

            ไปเถอะไปตามหาหัวใจของนายให้เจอพอลมองใบหน้าที่มีแต่รอยยิ้มของน้องชายเขาและตัวเขาเองก็ยังต้องมีเรื่องที่ต้องไปทำอีกกับผู้หญิงคนหนึ่งที่พอลไม่เคยเลี้ยวแลว่าความรู้สึกของเธอจะเป็นยังไง

แม้ช่วงนี้พอลต้องเทียวไปเทียวมาระหว่างอังกฤษและไทยแต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยนึกท้อใจเพราะอย่างน้อยๆ สิ่งที่เขาพยายามทำอยู่มันก็ไม่ได้สูญเปล่าพอๆกับที่น้องชายของเขาที่เฝ้าไม่ละความพยายามที่จะตามหาเหมยลี่ คนที่เขารัก

 

            ประตูห้องนอนของแพซี่ถูกเปิดออกอย่างถือวิสาสะโดยฝีมือพี่ชายของว่าที่สามีในอนาคต พร้อมๆ กับร่างสูงที่เดินย่างเข้ามา สีหน้าแววตาที่ทอดมองมายังร่างบางระหงที่กำลังนั่งเขียนตัวหนังสือบางอย่างซึ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามายืนอยู่ด้านหลังก่อนที่เจ้าของร่างงามจะมองเห็นสะท้อนผ่านกระจกบานใหญ่ ก่อนจะหันหลัง เงยหน้ามามองผู้ที่มาบุกรุกถึงห้องนอนของเธอด้วยท่าทางตกใจเล็กน้อยและเมื่อเธอเริ่มตั้งสติได้ก็ปรับเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยจนชายหนุ่มนึกกลัว

            “พี่พอลเข้ามาในห้องแพซี่ทำไมถึงไม่เคาะประตูก่อนล่ะคะ” ตอนนี้หนังสือเล่มที่เธอเขียนไว้ก่อนหน้านี้ได้ปิดลงแล้วถูกเก็บไว้ในลิ้นชักเรียบร้อยแล้วโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าในสมุดเล่มเล็กเล่มนั้นเธอเขียนว่าอะไรไว้บ้าง เขาเริ่มขยับตัวโดยเดินมานั่งที่เก้าอี้โซฟาที่อยู่มุมห้องสุดติดกับหน้าต่างก่อนจะทอดมองร่างงามที่เปลี่ยนมานั่งเก้าอี้โซฟาตรงข้ามกับเขา

            “เดี๋ยวนี้พี่จะเข้าห้องแพซี่ต้องเคาะแล้วหรือ”

            “ตอนนี้กับตอนนั้นมันต่างกันค่ะ...เพราะฉะนั้นถ้าพี่พอลมีธุระจะคุยกับแพซี่ก็ไปคุยกันข้างล่างถ้าจะคุยกันในนี้เห็นทีจะไม่เหมาะสักเท่าไร”

พอลฟังคำพูดที่ดูเหมือนจะห่างเหินกับเขาขึ้นทุกที...เขาเคยทำให้แพซี่ต้องเสียใจ มันสมควรแล้วนี่ที่เธอจะตอบแทนเขาด้วยความเย็นชาและห่างเหินแบบนี้ ชายหนุ่มเริ่มเข้าประเด็นในการพูดคุย วันนี้ที่เขาตั้งใจมาหาเธอก็เพื่อจะมาพูดกับเธอถึงเรื่องเกี่ยวกับน้องชายเขาแต่เมื่อมาเห็นใบหน้าเย็นชาของเธอที่มองมาทางเขาก็ทำให้อดรู้สึกหวั่นไหวไม่ได้

            “พี่มีเรื่องจะบอกเธอเกี่ยวกับจอน”

            “ค่ะ” ตอบผ่านๆ เหมือนไม่อยากฟังสักเท่าไรพอๆ กับสีหน้าคนพูดที่ดูนิ่งจนเขาเองไม่แน่ใจว่าจะพูดเรื่องนี้ให้เธอฟังดีหรือเปล่าแต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจพูดมันออกมา

            “จอนเขา...ไม่สามารถแต่งงานกับเธอได้หรอกน่ะ”

            “พี่พอลเอาอะไรมาพูดคะ พี่พอลจะบอกว่าจอนเหมือนพี่พอลที่ไม่สามารถแต่งงานกับแพซี่ได้อย่างงั้นหรือคะ” เธอยิ้มเล็กน้อยที่ได้ยินเขาพูดแบบนั้น

            “มันไม่ใช่อย่างนั้น พี่ยอมรับว่าตอนนั้นพี่มันโง่...ที่ทำแบบนั้นไป”

            “แล้วทำไมพี่พอลถึงคิดว่าจอนเขาจะไม่แต่งงานกับแพซี่ล่ะคะ”

            “เพราะเขาไม่ได้รักเธอยังไงล่ะ” จบคำพูดพอลแพซี่มองหน้าคนที่กำลังทำให้เธอรู้สึกว่าเขากำลังขัดขวางการแต่งงานระหว่างเธอกับน้องชายของเขา...เพราะหึงงั้นหรือ จะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อเขาไม่ได้รักเธอเลย แถมยังพูดเรื่องถอนหมั้นกับเธออยู่ตลอด และยังบอกอีกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอจะไม่สามารถแปรเปลี่ยนจากพี่น้องเป็นคนรักได้

แพซี่กัดกรามแน่นก่อนจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดจนพอลเองก็ตกใจกับคำพูดที่ได้ยินจากปากของเธอ

            “แต่แพซี่รักจอนค่ะ...และแพซี่จะต้องได้แต่งงานกับจอน”

            “แพซี่ไม่ได้รักจอน พี่รู้” พอลมั่นใจว่าดวงตาคู่นั้นจะไม่โกหกเขา สายตาที่มองมาทางเขาบอกว่าแพซี่ยังตัดใจจากเขาไม่ได้ แพซี่รักเขาและแม้ว่าปากเธอจะสื่อสารตรงข้ามกับสายตาของเธอแต่เขาก็ไม่ถือโทษโกรธเธอที่พยายามตีตัวออกห่างเขา...เพราะความตัดสินใจผิดพลาดในครั้งนั้นทำให้เขาต้องสูญเสียสิ่งที่มีค่าสำหรับเขาไป

            แพซี่รักจอนค่ะ ไม่ใช่พี่พอล เธอพูดหนักแน่น

            พี่รู้ว่าแพซี่ยังรักพี่อยู่ พอลก็พูดหนักแน่นเหมือนกันจนแพซี่เริ่มรู้สึกไม่ดี ความอ่อนแอเข้ามาครอบงำร่างกายที่เคยเจ็บปวดมาแล้วของเธออีกครั้ง...ผู้ชายคนนี้ทำร้ายเธอ นั่นคือสิ่งที่เธอจะต้องจดจำไปจนตลอดแต่ตอนนี้ความอ่อนแอที่เคยพบเจอมาก่อนมันกลับมาทำลายความแข็งแกร่งของเธอเข้าอีกครั้ง

            “พี่พอล”

นัยน์ตาเหมือนมีหยดน้ำฝั่งอยู่ทั้งสองข้าง จนคนที่มองมาถึงกลับสะอึกเพราะไม่คิดว่าเขาจะได้เห็นน้ำตาจากผู้หญิงคนนี้อีก ก่อนที่พอลจะรีบขยับตัวเข้าไปนั่งใกล้ๆ พลางเอามือเชยคางคนที่กำลังพยายามเอาหน้าก้มลงเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายมองเห็นน้ำตาที่กำลังจะไหลลงมาอาบแก้มนวลทั้งสองข้าง แต่เมื่อเขาสามารถเชยคางให้เธอเงยหน้ามองเขาได้สำเร็จแล้ว

ดวงตาเศร้าๆ ที่ปรากฏบนใบหน้าอ่อนหวานทำให้หัวใจของเขาอ่อนยวบลงมาถึงตาตุ่ม...นี่เขาทำอะไรลงไป ทำไมถึงได้ทำร้ายผู้หญิงที่น่ารักคนนี้ได้อย่างลงคอ พอลเอามือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ทำท่าว่าจะไหลไม่หยุดร่างหนาเลยเปลี่ยนจากมือเป็นริมฝีปากอุ่นเช็ดน้ำตาเธอแทน

 “พี่พอลทำแบบนี้ไม่ได้...เพราะแพซี่เป็นของจอนแล้ว”

พอลมองนัยน์ตาที่ยังมีเค้าของหยดน้ำตาอยู่ ปากที่ช่างพูดช่างเจรจาทำให้เขานึกอยากจะสั่งสอนให้เธอได้รู้ว่า เขานี่แหละ...เจ้าของที่แท้จริงไม่ใช่น้องชายของเขา

ร่างหนาเริ่มปฏิบัติตามที่เขาคิดจะสั่งสอนเธอโดยการจูบปากเธอเบาๆ แล้วเริ่มรุนแรงและหนักหน่วงมากขึ้นจนแพซี่ถึงกลับครางออกมาเพราะความเสียวซ่านรันจวนใจกับสิ่งแปลกใหม่ที่เธอไม่เคยได้รับจากชายใด

แม้ตอนแรกเธอจะขัดขืนและพยายามเอามือตบตีไม่ว่าจะข่วนจะตีเขาแต่พอลก็หาได้สะทกสะท้านไม่จนพลังมือของเธอเริ่มขาดหายไปแปรเปลี่ยนจากตบตีเป็นโอบกอดรอบคอพอลและพอลเองก็ไม่รู้ว่าพาเธอมานอนอยู่บนเตียงนุ่มนี้ตั้งแต่ตอนไหน รู้แค่ว่าสิ่งที่เขาได้สั่งสอนเธอสามารถทำให้เธอดูมีความรู้สึกกับเขาขึ้นมาบ้างไม่ใช่เย็นชาอย่างที่เธอแสดงออกมาก่อนหน้านี้

พอลโอบกอดแพซี่ด้วยความรู้สึกรักอย่างไม่ปิดบังจะติดอยู่แค่ว่าคนที่เขากอดอยู่นั้นจะรู้ไหมว่าสิ่งที่เขาทำลงไปทั้งหมดคือความรักไม่ใช่ความใคร่เมื่อก่อนพอลหลงคิดมาโดยตลอดว่าเขาคิดกับเธอแค่น้องสาวคนหนึ่งเท่านั้นแต่แท้ที่จริงเขาตกหลุมรักเธอตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เจอ หากตอนนั้นเขาอาจจะยังมีเยื้อใยกับเหมยลี่อยู่เลยทำให้พอลมองไม่เห็นความรักในครั้งใหม่

 แพซี่ปิดตาสนิทเพราะไม่อยากลืมตามารับกับสภาพที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้โดยเฉพาะใบหน้าหล่อกำลังซุกไซ้ที่ซอกคอหอมของเธอก่อนที่ฝั่งจมูกโด่งได้รูปของเขาไว้ที่ระหว่างร่องอกงามโตของเธอ หญิงสาวเอามือกดศรีษะของเขาไว้ลึกๆ เพื่อตอบสนองอารมณ์ปรารถนาที่เธอกำลังมีอยู่ พอลกำลังทำร้ายจิตใจของเธอและกำลังทำร้ายร่างกายเธอด้วยความรู้สึกของเธออีก

ตอนนี้คงไม่มีอะไรมาลบล้างความอายที่เธอมีต่อเขาได้...ช่างหน้าอายนักที่ไปตอบสนองรสจูบและการกระทำของเขาต่างๆ นาๆ ช่างไม่มียางอายเสียจริง

            “ทีนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าใครคือเจ้าของที่แท้จริงของแพซี่” พอลเงยหน้าขึ้นมาจากอกอิ่มก่อนกระซิบข้างหูแพซี่และกัดใบหูเธอเล่นอย่างนึกสนุกโดยที่เจ้าของร่างถึงกับนอนตัวแข็งทื่อและไม่กล้าขยับตัวเพราะกลัวว่าเธอจะเจอเรื่องที่เสียวกว่า

            พี่พอล อย่าน่ะ

พอลไม่ฟังคำค้านของเธอหากเขากลับทำมากกว่าการกัดใบหูเธอเล่นโดยการเปลี่ยนมาซุกไว้ที่ลำคอแทนและสองมือของเขาก็เริ่มขยับอีกครั้งคราวนี้มันลามเข้าไปถึงตะขอกางเกงที่เธอสวมใส่อยู่

            ทำอะไรคะพี่พอลแพซี่ร้องถามออกมาอย่างลืมตัวก่อนที่เธอจะมองดูมือหนาของเขากำลังปลดตะขอกางเกงขาสั้นของเธออย่างรวดเร็ว

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha