My Spring Season ฤดูผลิรัก

โดย: คุณธิดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : ความสุขของดวงจันทร์


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Handsom00006.gif

ทุกคนไรด์กลับมาแล้วนะ 

รอทุกคนมาอ่านงานของเขาด้วยความคิดถึง

เรื่องนี้ออกแนวหวานๆ หน่อยนะตัวเอง

กดไลค์ กดเมนต์ ขอดาวไปทอดไข่หลายๆ ฟองหน่อยนะคะ

ไรด์ตัวโต กลัวไม่อิ่ม อิอิ

#

 

ซือเยว่ทำงานหนักเพื่อลืมความเจ็บปวดของหัวใจ 

"อะแฮ่ม" เสียงผู้ชายกระแอมขึ้นดังมาจากข้างหลัง เธอรีบหันหลังกลับมามองใบหน้าของคนที่เฝ้าถวิลหา 

"พี่ชางหมิง" ใบหน้าของซื่อเยว่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหายเป็นปลิดทิ้ง

"คิดถึงจังค่ะ ขนาดทำงานอยู่ที่ตึกเดียวกันยังไม่ได้เจอกันเลย สงสัยงานของพี่ชางหมิงคงจะยุ่งมากๆ นะคะ" เธอเหน็บเขานิดๆ แต่ก็เดินเข้ามาหาชายหนุ่มด้วยความดีใจ

"ค่ำแล้วยังไม่กลับบ้านอีกเหรอเป่าเป้ย" เขาถามเธอกลับ

"กำลังจะกลับแล้วค่ะ รอคนขับรถที่บ้านมารับ เพราะเมื่อเช้าให้คนขับรถมาส่ง" 

"ให้พี่ไปส่งเป่าเป้ยนะครับ" เขาขันอาสา

"รบกวนเวลาของพี่ชางหมิงหรือเปล่าคะ"

"ไม่รบกวนเลย อีกอย่างพี่หิวอีกแล้ว เป่าเป้ยว่าจะทำอาหารให้พี่กิน เมื่อไหร่น่า?" เขาทำท่าคิด

"เอาไว้ร้านเปิดก่อนสิคะ" เธอรู้สึกยินดีที่เขายังใส่ใจในตัวเธอ

"พี่ว่าร้านของคุณหนูหวังคงคนล้นหลาม พี่จะมีโอกาสได้ชิมไหมหนอ?" สายตาของชางหมิงทีเล่นทีจริง

"พี่เปิดโครงการใหม่ เพิ่งตกแต่งเสร็จ เพิ่งย้ายเข้าไปอยู่ไม่ถึงอาทิตย์เลย ครัวก็มีนะ อุปกรณ์พร้อม แต่ยังหาคนทำไม่ได้เลย เอ... มีแม่ครัวแถวนี้ขันอาสาไหมครับ?" เขาเร่งเร้า

ตั้งแต่วันที่จากกันด้วยน้ำตาของซือเยว่ ทั้งสองก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย เพราะงานของชางหมิงยุ่งจริงๆ แต่ภาพใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาของเยว่เยว่ก็ยังติดตา

"พี่ชางหมิงอยากกินอะไรดีคะ" เธอไม่ปฏิเสธกลับถามเขาออกไป

"แล้วแต่ครับ เป่าเป้ยคิดว่าทำอะไรง่ายสุดละ และอร่อยที่สุด" เขายิ้มพราว อย่างน้อยให้ได้ทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้หญิงสาวตรงหน้ามีความสุขบ้าง

"งั้นไปกันเลยไหมคะ แต่พี่ช่วยแวะซุปเปอร์มาร์เก็ตให้เป่าเป้ยหน่อยนะคะ" เธอรีบเดินกลับเข้าไปสั่งงานผู้ดูแล และหยิบกระเป๋า แล้วกลับออกมาเจอเขา

"ทำอะไรให้พี่กินดีนะ ชักตื่นเต้น" เขาหันหน้ามาถามเธอ ตอนที่ขับรถออกจากที่จอดรถใต้ตึก

"อร่อย และอร่อยค่ะ" เธอไม่บอกแต่กระหยิ่มอยู่ในใจ

 

ชางหมิงขับรถพาซือเยว่ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต เขาเดินถือตะกร้าตามเธอต้อยๆ ทำตัวเหมือนเป็นคู่รัก ซือเยว่หยิบเอาเครื่องปรุงที่จำเป็น และหาวัตถุดิบง่ายๆ ก่อนที่สองคนจะพากันไปที่เคาท์เตอร์จ่ายเงิน

"เอาแค่นี้นะครับ" ชางหมิงถามเธอด้วยความสงสัยเพราะเห็นซือเยว่หยิบเอาอะไรมาเพียงไม่กี่อย่าง

"พอแล้วค่ะพี่ชางหมิง ความอร่อยอยู่ที่รสมือค่ะ" เธอพูดยิ้มๆ ดูท่าทางซือเยว่มีความสุขมาก แต่ที่ดีใจที่ได้เห็นความน่ารักอ่อนโยนของเขา

'ขอเวลานี้เท่านั้น ขอบคุณนะคะพี่ชางหมิงที่ทำให้เยว่เยว่มีความสุขเธอเปรยอยู่ในใจ

 

ชางหมิงขับรถไปทางวิคทรอเรียฮาเบอร์ ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปยังที่จอดรถในอาหารของคอนโดหรู Air-Best 

"พี่เข้ามารีโนเวทภายใน ปรับรูปลักษณ์ใหม่ทั้งหมด โดยซื้อมาจากเจ้าของเดิม หรูไหม" เขาหันหน้ามาถามเธอ และเล่าเรื่องราวต่างๆ

"พี่ชางหมิงเก่งจังเลยค่ะ ดูแปลกตาไปมาก และก็ทันสมัยด้วย อย่างนี้ก็ขายดีสินะคะ" 

"เกลี้ยงครับ ขายหมดทุกยูนิคแล้วครับ แต่พี่เก็บห้องที่ดีที่สุด วิวสวยที่สุดเอาไว้ทำเป็นเรือนหอ" 

"ว้าว... ดูดีจังเลยค่ะ ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่โชคดีมากๆ นะคะ ชักอิจฉาแล้วสิ" เธอพูดออกมาในใจคิดไปแบบนั้นจริงๆ

ชางหมิงหันมายิ้มให้ เดินนำหน้าเธอเข้าลิฟต์ไป ซือเยว่เดินตาม รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย พี่ชางหมิงไม่ได้แสดงท่าทีอื่นๆ คงเห็นเธอเป็นน้องและเพื่อนเล่นสมัยเด็กๆ และที่เขามาทำดีด้วย ก็คงทำตามคำสั่งของคุณอาจางเหมือนเดิม

 

"เป่าเป้ย... เป่าเป้ย..." ชางหมิงเรียกเธอพลางใช้มือมาแตะที่ตัวเธอเบาๆ

"คะ" เธอทำหน้าเหวอหันมามองหน้าเขาทันที

"เรียกตั้งสองครั้ง คิดอะไร" เขาถาม

"วิวมันสวยไปหมด ลิฟต์แก้วใสๆ แบบนี้ ดีนะคะ เห็นไปทั่วทั้งอ่าวเลย" เธอพูด และส่งยิ้มสดใส มองออกไปนอกกระจกใสของลิฟต์แก้ว

ชางหมิงหัวเราะเบาๆ ซือเยว่ทำเหมือนไปเคยไปไหนเลยหรือไง

"ที่ห้องพี่ วิวสวยกว่านี้อีก"

"จริงหรือคะ" เธอพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น

"เป่าเป้ยเนี่ยตลกจริงๆ" เขาพูดแล้วหัวเราะร่วน

"พี่ชางหมิงชมเยว่เยว่ใช่ไหมคะ" เธอถามออกไป หัวเราะผสมโรงไปกับเขาด้วย

"ถึงแล้ว ตามมาสิครับ" เขาเอ่ยชวน เดินนำหน้าเธอออกลิฟต์ไป ตรงไปที่ห้องเลขที่ 168 ของเขา ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไป 

"อู้ฮู้... สวยจังค่ะ. นึกว่ามาเที่ยวในพระราชวังเสียอีก" เธอเอ่ยขึ้น เพราะเขาตกแต่งออกออกแนวจีนโบราณ ซึ่งแตกต่างจากความหรูทันสมัยของตัวอาคาร 

"พี่สะสมของพวกนี้มานานแล้ว แต่ละชิ้นมีที่มาที่ไปหมดนะครับ และก็มีเรื่องราวแตกต่างกัน ว่างพี่จะเล่าให้ฟังดีไหม" เขาพูดในสิ่งที่เขารักและของสะสมอย่างมีความสุข

"เป่าเป้ยยังจำนิทานที่พี่เล่าให้เป่าเป้ยฟังตอนเด็กๆ ได้นะคะ" 

"นิทานที่ไหน เรื่องสามก๊กต่างหาก ไว้มีโอกาสพี่จะเล่าให้ฟังอีกดีไหม" เขาพูดด้วยความตื่นเต้น จำใบหน้าของเด็กหญิงซือเยว่ที่จ้องหน้าเขาด้วยในตากลมโต ทั้งแววตาและท่าทางสนใจในสิ่งที่ชางหมิงเล่าให้ฟังตลอดเวลา 

"ใช่ๆ พี่ชางหมิงยังเล่าไม่จบเลยค่ะ" เธอพูดขึ้นแล้วหัวเราะขึ้นมา เมื่อนึกถึงตอนนั้น ที่เธอทั้งง่วงแต่ก็ต้องทนทำหน้าตาสดใสและถ่างตาให้โตๆ เข้าไว้ เพราะกลัวว่าพรุ่งนี้พี่ชางหมิงจะไม่มาเล่นกับเธออีก

ชายหนุ่มวางข้าวของต่างๆ ลงไปไว้บนโต๊ะที่อยู่ในครัว ในห้องครัวกลับตกแต่งด้วยอุปกรณ์อันทันสมัย และประดับตกแต่งผสมผสานของเก่าและของใหม่ได้อย่างลงตัว

"สวยนะคะ ครัวของพี่ชางหมิง สมกับเป็นนักออกแบบตกแต่งมือหนึ่งของฮ่องกงเลย เยว่เยว่ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อนเลย วันนี้โชคดีจังค่ะที่ได้มาลงครัวที่นี่เป็นคนแรก ว่าแต่เริ่มเลยได้ไหมคะ ชักจะคันมือ" เธอทำมือถูกันไปมา ส่งสายตาบอกเขาว่าพร้อมเต็มที่ 

ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบหัวของเธอเบาๆ "เริ่มได้เลยซิ พี่ขอนั่งดูนะครับ"

"ค่ะ" เธอรับคำ ก่อนจะหันไปสนใจงานครัวตรงหน้า 

ซือเยว่เอาไก่ขึ้นมาล้าง หั่นเป็นชิ้นพอดีๆ และใช้ทุกส่วนของไก่ใส่ลงไปในถ้วยแก้วใบงามที่หาได้จากในตู้ที่ชางหมิงซื้อเอามาใช้ ก่อนจะหมักเครื่องต่างๆ ลงไป เขามองเธอทำอาหารอย่างคล่องแคล่ว และสีหน้ามีความสุขมากมาย หญิงสาวหันมาส่งยิ้มให้เขาเป็นระยะ

ซือเยว่ใส่ชามแก้วเจ้าไปในไมโครเวฟ กดตั้งเวลา และปล่อยให้เครื่องทำงาน เธอหันมาสนใจหุงข้าว เขามองตามมือเธออย่างทึ่งๆ 

หญิงสาวหันไปทำซุปร้อน ตั้งหม้อบนเตาไฟฟ้า แล้วก็ลงมือปรุงน้ำซุป โดยเอาหัวหอม แครอท และเผือก โดยหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เหมือนลูกเต๋าใส่ลงไป 

กลิ่นข้าวที่กำลังสุก และกลิ่นน้ำซุปหอมฟุ้งไปทั้งครัว พอได้ยินเสียงสัญญาณเตือนของไมโครเวฟเธอก็เปิดดู แล้วใช้ส้อมจิ้มลงไปในเนื้อไก่ กลิ่นหอมของไก่อบอวลขึ้นมาชนกับปลายจมูกของชางหมิง

"ชักหิวแล้วนะ ได้กลิ่นก็น้ำลายไหลแล้ว" เขาส่งเสียงบอกเธอ

"อีกไม่นานแล้วค่ะ" เธอพูดโดยไม่ได้กันมามอง ก่อนจะปิดไมโครเวฟและตั้งเวลาต่ออีก

ซือเยว่หันไปหยิบเครื่องดื่มในตู้เย็นทำตัวเหมือนเจ้าของบ้าน

"ไม่ยักรู้ว่าพี่ชางหมิงชอบดื่มสาโท" เธอหยิบขวดสาโทแช่เย็นมาจากในตู้

"เพิ่งได้มาจากญี่ปุ่นครับ" เขาบอกเธอ และลุกขึ้นไปหยิบแก้วใบเล็ก ที่ได้มาพร้อมกับการซื้อสาโทของฝากจากญี่ปุ่นมาสองใบ อาสาเปิดขวดแล้วรินให้เขาและเธอคนละแก้ว

"เป่าเป้ยดื่มด้วยหรือ" เขายื่นแก้วไปวางให้ตรงหน้า

"มันเป็นการเรียกน้ำย่อยค่ะ" เธอบอกเขา ก่อนจะยกแก้วสาโทขึ้นแตะริมฝีปากแล้วยกมันขึ้น เทรวดเดียวลงคอ สีหน้าและท่าทางการดื่มที่ทำให้ชางหมิงหัวเราะออกมาอีก เพราะเธอทำหน้าเหยเกไปกับรสชาติของมัน

"ฮาๆๆ..." ชางหมิงหัวเราะเสียงดัง ขำซือเยว่จนน้ำตาไหล

"พี่ชางหมิงคะ หยุดหัวเราะเดี๋ยวนี้เลยนะคะ" เธออมยิ้ม และแกล้งทำงอน

"โอเคๆ..." เขาบอกแต่ก็ยังหัวเราะร่า ซือเยว่จึงยกขวดสาโทมาเทเอง แล้วยกแก้วขึ้นชนกับเขา

"อะๆ เอาจริงนะ ได้ๆๆ มาดวลกัน" เขาบอกเธอ ยอมรับคำท้าชนแก้วกับซือเยว่ ก่อนทั้งสองคนจะหัวเราะขึ้นมาพร้อมกันอีก เพราะสีหน้าของทั้งสองตอนนี้ก็เหยเกไม่ต่างกันเอาเสียเลย ทั้งสองดื่มสาโทกันอย่างสนุกสนาน

"มาแล้วค่ะ เมนูสุดพิเศษ สำหรับพี่ชางหมิงนะคะ ไก่อบ และซุปแบบยาจก แล้วก็ข้าวสวยร้อนๆ ค่ะ" เธอวางทุกอย่างตรงหน้าเขา กลิ่นของมันเตะจมูก จนเขาทำเสียงดังฟึดฟัด 

"กลิ่นหอม แต่ว่ารสชาติจะเป็นยังไงนะ" เขาทำท่าคิด ช้อนสายตามองใบหน้าของเธอที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม

"เป่าเป้ยมานั่งฝั่งนี้ดีกว่า ใกล้ๆ พี่ แล้วมานั่งมองวิวข้างนอกกัน" เขาบอกเธอ แต่ตัวเองกลับลุกขึ้นไปหรี่ดริมเมอร์ให้แสงไฟในห้องลดแสงลง จึงทำให้เห็นความสวยงามข้างนอกได้ชัดขึ้น 

"เอาสาโทอีกสักขวดนะครับ" เขาหันมาบอก แล้วเดินเลยไปหยิบสาโทออกมาจากตู้เย็นอีกหนึ่งขวด

ซือเยว่ตักชิ้นไก่ แล้วตัดให้เขาเป็นคำๆ เรียบร้อย พอเขานั่งก็ตักน้ำไก่อบที่อยู่ในชามแก้วราดให้ 

"ลองชิมฝีมือเยว่เยว่ก่อนนะคะ ว่าอร่อยไหม" เธอยิ้มให้เขาแบบน่ารัก ชางหมิงรีบตักไก่คำนั้นเข้าปาก รสชาติเนื้อไก่ที่นุ่มลิ้น และกลมกล่อมกันอย่างลงตัว

"อือ..." พลางพยักหน้า 

"เป็นไงบ้างค่ะ" เธอถามออกมาด้วยความตื่นเต้น

เขายกนิ้วโป้ง ก่อนจะแตะไปที่ริมฝีปาก และยกนิ้วโป้งนั้นขึ้นมาอีกที

"สุโค่ย โออิชิ" เจาพูดเป็นภาษาญี่ปุ่น

ซือเยว่ยิ้มกลั้วเสียงหัวเราะ ชางหมิงลงมือกินต่อ เพราะตอนนี้รู้สึกหิวมากๆ เขาตักอาหารให้เธอแบบเอาใจ ทั้งสองคุยกันถึงเรื่องเก่าก่อนสมัยตอนเป็นเด็ก ซือเยว่มีความสุขล้นอยู่ในใจมากมาย 

"ไม่ได้กินอะไรอร่อยๆ แบบนี้มาตั้งนานแล้ว" เขาบอกเธอ หันหน้ามายิ้มให้อย่างจริงใจ

"แกล้งชมใช่ไหมคะ แต่ยังไงซือเยว่ก็ขอบคุณมากๆ และน้อมรับคำชมของพี่ชางหมิงค่ะ" เธอพูดถ่มตัว

"พี่ว่าร้านของซือเยว่ถ้าเปิดมาคนต้องแน่นตรึมแน่ๆ รสมือดีเยี่ยม พี่ดีใจจริงๆ ต่อไปไม่ต้องอดมื้อเที่ยงแล้ว" เขาบอกด้วยท่าทาง

"พี่ชางหมิงมาได้ตลอดเวลาค่ะ แต่ถ้ายุ่งมากๆ ซือเยว่บริการส่งปิ่นโตให้ถึงที่ห้องทำงานนะคะ สำหรับพี่ชางหมิงคนเดียว"

"จริงหรือครับ"

"ค่ะ"

"งั้น ทุกๆ เช้าพี่จะโทรไปสั่งว่าวันนี้พี่จะกินอะไรดีไหม" 

"ค่ะ ยินดีค่ะ" ทั้งสองสบตากันด้วยความรู้สึกดีๆ

หญิงสาวลุกขึ้น ก่อนจะรวบรวมจานชามเก็บไปล้าง ชางหมิงเดินไปที่ระเบียงห้องนอนของเขา ที่เนรมิตเป็นที่นั่งพักผ่อนในตอนกลางคืน เขายกเบาะที่เก็บเอาไว้ไปใส่บนเก้าอี้กึ่งโซฟาข้างนอกที่ใหญ่พอจะนั่งได้สองคน เขากลับมาดูเธอที่กำลังล้างจานเสร็จพอดี

"อย่าเพิ่งรีบกลับนะ พี่มีอะไรจะให้ดู" เขาวิสาสะเข้ามาจับมือของเธอแล้วจูงเธอเข้าไปในห้องนอน ตรงไปยังระเบียงห้อง

"ฮู้... ว้าว... สวยมากๆ ค่ะ" เธอตื่นเต้นกับความงามของวิกเตอเรียฮาเบอร์ในยามค่ำคืน แสงไฟที่ประดับไปดาตามตัวอาคารบ้านเรือน และแสงสว่างจากเรือบางลำที่จอดอยู่ สวยงามแปลกตาไปอีกแบบ

"คืนนี้พระจันทร์สวยจังค่ะ เหมือนจะโตมากๆ" เธอทำตาโตจ้องมองภาพความสวยงามของจันทราที่ส่องประกายชัดเจน จนมองเห็นรอยดำๆ บนด้วยจันทร์

"ทำงานเพลินนะสิ คงไม่ได้ดูข่าว คืนนี้พระจันทร์โคจรมาใกล้โลกของเรามากที่สุด ทำให้เรามองเห็นพระจันทร์กลมโตขึ้นถึงสิบสี่เปอร์เซ็นต์

"พี่ชางหมิงขา ถ่ายรูปเก็บเอาไว้นะคะ" เธอหันไปหามือถือของตัวเอง นึกได้ว่าอยู่ในกระเป๋า เขารีบจับมือเธอ

"เป่าเป้ยมองมาทางนี้ เขายกมือถือของตัวเองขึ้น เธอหันมายิ้มกว้าง แสงไฟจากในห้องส่องสะท้อนรอยยิ้มน่ารักของเธอที่ฉาบเต็มใบหน้า ด้านหลังเป็นดวงจันทร์กลมโตสวยงามจับใจ ชางหมิงมองพิศใบหน้าของเธอแบบเพลินๆ และกดถ่ายรูปไปเรื่อยๆ จนเธอออกอาการเขิน

"พอแล้วค่ะ แล้วพี่ชางหมิงต้องส่งมาให้เป่าเป้ยจริงๆ นะคะ" เธอเผลอเรียกตัวเองว่าที่รักเหมือนตอนเป็นเด็กๆ 

"ต้องมีรูปคู่ด้วย" พูดจบดึงเธอเข้ากอดเอาไว้แน่น ซือเยว่ยืนตัวแข็งทื้อ สะดุ้งใจเต้นแรง เพราะแก้มเย็นๆ ของเขาที่สัมผัสแนบกับแก้มนุ่มๆ ของเธอ 

"มองกล้องแล้วยิ้มนะ" เขาออกคำสั่ง แต่ตัวเขาเองกลับหันมาหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ และกดถ่ายอีกหลายรูป ซือเยว่ออกอาการเขินหน้าแดง

"มานั่งตรงนี้มา" เขาประคองที่เอว แล้วรั้งเธอให้นั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกัน ซือเยว่ใจเต้นตึกๆ เธอชอบและยิ่งประทับใจเขามากไปอีก แอบหันไปมองเสี้ยวหน้าของเขา

"ที่หน้าของพี่มีอะไรติดอยู่หรือจ๊ะ" เขาหันมาพูดกับเธอ ใบหน้าแทบจะชนกัน" 

"เปล่าค่ะ" เธอรีบปฏิเสธ หันหน้าไปมองพระจันทร์ดวงกลมใหญ่

ดวงจันทร์เจ้าขา ขอให้ท่านให้พรเยว่เยว่ อย่าให้ต้องได้แต่งงานกับคนที่เยว่เยว่ไม่ได้รัก และให้ดวงจันทร์อวยพรให้ลูกได้เจอกับคนลูกรักและรักลูกจริงๆ เธอเผลอยกมือขึ้นจับกัน แล้วหลับตาพริ้ม แหงนหน้ารับแสงจันทร์

"อธิษฐานอะไรครับ" เสียงหนุ่มๆ ถามที่ข้างใบหู

"เป่าเป้ยขอให้พี่ชางหมิงรักเป่าเป้ย" เธอเผลอพูดขึ้น เพราะนี่จะเป็นคำอธิษฐานต่อจากนี้

"หื้อ..." ชางหมิงทำเสียง 

เธอจึงตื่นจากภวังค์ รีบลืมตาขึ้น ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง ชายหนุ่มดึงมือของเธอออก ก่อนจะใช้ฝ่ามือดึงใบรั้งท้ายทอยของซือเยว่ แล้วฉกริมฝีปากปิดปากของเธอในทันที

"อือ..." เยว่เยว่ครางอือ ตอนนี้หลับตาลงอีกครั้ง ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขา ขอตักตวงความสุขตรงหน้าตรงนี้เอาไว้ก่อนที่วันข้างหน้าคงไม่มีอีกแล้ว

 

 #

พูดคุยกันได้ที่เพจนะจ๊ะ ไปเล่นเกมกัน 

https://www.facebook.com/Love-Story-by-Khun-Thida-423211261215771/



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ฝากนิยายน่ารักๆ สักเรื่องนะคะ อ่านแล้วฟินส์แน่นอนจ้า ขอบคุณที่รักกัน"

คุณธิดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


สะนุกดี
โดย Anonymous | 1 year, 7 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha