[จบ] ‘ลูกไม้’ มาเฟีย (Heir of Mafia)

โดย: รุ่งอรุโณทัย



ตอนที่ 3 : บทนำ ‘ลูกไม้’ มาเฟีย (Heir of Mafia) (100%)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




บทนำ (100%)


“ชู่ว!...อยู่เฉยๆ...ก่อน” อลันห้ามด้วยเสียงต่ำเพราะตอนนี้เขากำลังสงบสติอารมณ์กักเก็บความต้องการบางอย่างของตัวเองต่อหญิงสาวใต้ร่างนี้ และเมื่อเวลาผ่านไปได้สักพักอลันก็ผละออกจากร่างบางและเดินลงจากเตียง

“หนูมุกนอนก่อนแล้วกัน...พี่จะออกไปทำงานที่ห้องสมุด” อลันพูดและเดินออกจากห้องไปทันที ด้วยอารมณ์ความต้องการหญิงสาวยังคงอยู่

หนูมุกแค่พยักหน้าและดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนถึงคอและขยับนอนเรียบร้อย หลับตาลงทันที แต่หัวใจยังเต้นเป็นจังหวะถี่รัวจนมันจะหลุดออกจากร่างกายเธอมาอยู่แล้ว 

อลันเมื่อเดินเข้ามาในห้องสมุดเขากลับไม่มีสมาธิทำงานอะไรเลยจิตใจคอยแต่จะคิดถึงความหอมหวานนั้นอยากจะกลับเข้าห้องนอนและต่อให้จบ  แต่เขาก็ทำแบบนั้นไม่ได้  นี้เขาทำอะไรลงไปทำลายความไว้วางใจจากคุณพ่อคุณแม่จากหนูมุกและสุดท้ายก็คือตัวเขาเอง 

“โธ่เว้ย!” เขาตะโกนออกมาอย่างไม่รู้จะหาทางออกกับมันอย่างไร เพราะเขาล้ำเส้นก่อนเวลาอันควรมากเกินไปแล้ว อลันนั่งอยู่ที่โต๊ะในห้องสมุดนั้นจนเผลอหลับไป และคืนนั้นเขาก็ไม่ได้กลับไปนอนที่ห้อง เพราะจากการกระทำที่ล้ำเส้นมากเกินไปทำให้เขาตัดสินใจไม่ยับยั้งการเดินทางกลับก่อนกำหนดของหนูมุก และกลับเป็นคนที่คอยหลบหน้าหนูมุกเสียเอง  และจากเหตุการณ์ครั้งนั้นเวลาผ่านไปสามปีหนูมุกก็ไม่ได้บินมาหาเขาอีกเลย และตัวเขาก็ไม่ได้ท้วงติงอะไร เพราะเขายอมรับกับตัวเองว่าถ้าเขาใกล้ชิดกับเธอในเวลาที่ไม่เหมาะสมนั้นอาจทำให้เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกแล้ว

“เฮ้ย!”  อลันถอนหายใจอีกครั้งเมื่อได้ย้อนคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน และจากวันนั้นทุกครั้งที่เขาโทรข้ามประเทศไปหาหนูมุก เธอก็ไม่ยอมคุยกับเขาอีกเลย “สามปีแล้วนะหนูมุกที่น้องไม่คุยกับพี่” อลันได้แต่บ่นพึมพำกับตัวเองในห้องทำงาน



‘ประเทศไทย’

“มุก...นั้นลูกกำลังจะไปไหน” เอกวุฒิเรียกลูกสาวที่มีทีท่ารีบร้อนออกจากบ้าน

“สวัสดีคะคุณพ่อ” หนูมุกทำความเคารพบิดา และเดินเข้าไปหา “คือมุกมีธุระด่วนนะคะ”

“ธุระด่วน?” เอกวุฒิมองหน้าลูกสาวแบบจับพิรุธ

“ค่ะ”

“เลื่อนได้มั้ย?” 

“สำคัญคะคุณพ่อ”

“มากกว่าพี่อลัน?” 

“แหม!...คุณพ่อมันไม่เกี่ยวกันเลยนะคะ”  เอกวุฒิมองหน้าลูกสาวและส่ายหน้าไปมา เมื่อวานตอนอาหารมื้อเย็นเขาได้บอกให้หนูมุกรู้ว่า “อลันจะเดินทางมาถึงประเทศไทยในวันพรุ่งนี้”  เขาบอกเพื่อให้เจ้าลูกสาวตัวแสบแสนงอน อยู่เพื่อได้เจอและเคลียกัน แต่นี้กลายเป็นว่าหาทางหลบเลี่ยงไม่เจอกันซะงั้น ทำให้เขาเหนื่อยใจจะให้บังคับก็ทำไม่ได้ เพราะตั้งแต่เล็กจนโตเขาใช้หลักเหตุและผลในการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนลูกมาตลอด และปิ่นมุกไม่เคยสร้างปัญหาอะไรให้เขาเลย กลับตรงกันข้ามเธอนำพาแต่ความภาคภูมิใจมาให้ตลอด จะมีก็แต่เรื่องเดียวคือเรื่องของพี่อลันของเจ้าลูกสาวนี้แหละ ที่เธอไม่ยอมให้ใครเข้ามายุ่งเกี่ยวระหว่างปัญหาของพวกเขาทั้งสองนี้ก็สามปีแล้ว 

เอกวุฒิมองหน้าลูกสาวแต่ก็ไม่พูดอะไรต่อ ได้แต่ตัดสินใจให้เป็นปัญหาของอลันเองแล้วกัน ปิ่นมุกเมื่อเห็นว่าพ่อไม่ขวางเธอแล้ว ก็วิ่งเข้าไปหอมแก้มฟอดใหญ่และกล่าวลาเพื่อที่จะออกไปข้างนอก และเมื่อออกมาก็ล้วงโทรศัพท์ออกมา เพราะเพื่อนที่เธอโทรไปหาเมื่อคืนขอนัดกะทันหันเมื่อคืนนี้ยังมาไม่ถึงหน้าบ้านเธอเลย

“เติ้ล!....แกอยู่ไหนแล้วเนี้ยะ...ทำไมช้าจัง” ปิ่นมุกแหวกใส่เพื่อนทันทีที่รับสาย

“ใกล้แล้วโว้ย!...วันนี้เป็นวันพระ...แวะไปส่งคุณแม่กับคุณย่าที่วัดเสร็จก็รีบมาหาแกแล้วนะเนี้ยะ...พระเจ้าก็ไม่ได้ไหว้ขอบุญติดตัวเลย” สุพัฒน์เพื่อนชายที่สนิทที่เหลือให้ปิ่นมุกได้คบเป็นเพื่อนได้ โชคดีว่าเจ้าเติ้ลเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนอนุบาลมาด้วยกัน และรู้จักครอบครัวของเธอดีทุกคนรวมถึงพี่ชายท้องชนกันของเธอด้วย จึงทำให้เธอยังมีเพื่อนที่เป็นเพศตรงข้ามเหลืออยู่บ้าง

“เอ่อๆๆ...เร็วๆนะ...ยืนรอหน้าบ้านแล้ว..../...เฮ้ย!!!...” และไม่ทันที่ปิ่นมุกจะได้วางสายเธอก็เห็นรถของที่บ้านเลี้ยวเข้ามา และแน่นอนเธอรู้ทันทีว่าเป็นรถที่คุณพ่อให้เอาไปรับคนที่เธอกำลังหลบเลี่ยงที่จะเจออยู่ 

หนูมุกหันซ้ายหันขวาตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร ระหว่างกระโดดหลบเข้าข้างทางและมุดตัวกับกระถางต้นไม้หน้าบ้าน แต่คิดว่าคงไม่เป็นผลเพราะหน้าบ้านเธอเต็มไปด้วยไม้กระถางเล็กๆที่วางเรียงกันอย่างสวยงาม จึงตัดสินใจวิ่งกลับเข้าบ้านขึ้นไปห้องนอนทันที

เอกวุฒิเห็นหลังลูกสาวแว๊บๆ กำลังจะถามว่าลืมอะไร ก็ได้ยินเสียงรถเข้ามาจอดที่หน้าประตูทางเข้าบ้านเสียก่อนจึงเลือกจะออกไปตามเสียงรถนั้น เพราะรู้เหตุผลในการวิ่งแบบนั้นของลูกสาวทันที เอกวุฒิเดินออกมาพร้อมกับที่อลันลงมาจากรถ

“สวัสดีครับคุณพ่อ” อลันยกมือไหว้และกล่าวสวัสดี พร้อมกับเข้าไปกอดชายตรงหน้าที่รักไม่ต่างไปจากพ่อแท้ๆเลย

“เดินทางเป็นไงบ้าง...คงเหนื่อยสินะ...ลงจากเครื่องที่สุวรรณภูมิ...ก็ต่อเครื่องมาที่ภูเก็ตทันที” 

“นิดหน่อยครับคุณพ่อ...” 

“ไปๆ...เข้าบ้านก่อน...แล้วคนของลูกละ”

“ผมให้แยกเข้าที่พักเลยครับ...พี่แอลจัดการอยู่...สักครู่คงตามมาที่นี้ครับ”อลันตอบออกไปพร้อมกับสายตากวาดหา “เอ่อ...คุณแม่นีออนยังไม่กลับจากวัดเหรอครับ?”

“เดี๋ยวคงจะกลับมาแล้วละ...เพราะเขาบ่นคิดถึงอลันมาก” อลันยิ้มพร้อมพยักหน้า เพราะตลอดเวลาสามปีไม่ใช่แค่หนูมุกที่เขาไม่ได้เจอ รวมถึงพ่อแม่ทูนหัวของเขาด้วย เพราะเมื่อหนูมุกโกรธเขาพาลไม่ไปหาเขา ทำให้ทั้งพ่อกับแม่ทูนหัวไม่ได้ไปเยี่ยมเขาที่อังกฤษเช่นกัน เพราะสงสารและเป็นห่วงหนูมุกซึ่งเขาก็เข้าใจดีและเห็นด้วย เพราะที่เหตุการณ์เป็นแบบนี้สาเหตุก็มาจากตัวเขาเอง

“แล้วหนูมุกละครับ?” อลันถามไปอย่างนั้น แต่เมื่อกี้นี้เขาเห็นเธอตั้งแต่รถเลี้ยวเข้ามาแล้วว่าเธอยืนอยู่หน้าบ้าน แว๊บ!แรกเขาดีใจคิดว่าเธอออกมายืนรอรับเขา  แต่แล้วจู่ๆเธอก็วิ่งกลับเข้าบ้านไปทันที 

“สงสัยจะลืมของ เห็นบอกว่ามีธุระสำคัญต้องออกไปข้างนอก...วิ่งขึ้นห้องไปแล้ว” เอกวุฒิเลือกที่จะตอบและให้อีกเหตุผลอื่นไป แต่ทั้งเขาและเอกวุฒิต่างก็เข้าใจในการกระทำของหนูมุก อลันขมวดคิ้วทันทีและขอตัวไปหาต้นเหตุของการมาเมืองไทยครั้งนี้

“แกร๊ก...แกร๊ก” หนูมุกหันไปมองตามเสียงลูกบิดประตูทันที และไม่ทันที่เธอจะวิ่งไปยับยั้งประตูก็ถูกผลักเข้ามา พร้อมกับที่อลันผ่านประตูเข้ามาและปิดประตูลงพร้อมกับยืนขวางประตูด้วยรอยยิ้ม และโชว์พวงกุญแจที่เกี่ยวไว้กับนิ้วและควงเล่นอย่างท้าทายหญิงสาวตรงหน้า อลันคาดไว้อยู่แล้วว่าหนูมุกต้องล็อคห้องจึงแวะไปหยิบกุญแจก่อน

หนูมุกมองภาพนั้นอย่างไม่ชอบใจแต่ก็ไม่โวยวายอะไร อลันจ้องตาหนูมุกและไล่ลงมาที่จมูก,ปากและรูปร่างที่สมส่วนเอวคอดสะโพกกลมงอน ขาเล็กเรียวยาวภายใต้กางเกงยีนส์สีซีดเข้ารูปนั้น สามปีแล้วที่เขาไม่ได้เจอและได้ยินเสียงเธอแบบตรงๆ มีแต่ภาพแอบถ่ายในกิจกรรมต่างๆของเธอจากลูกน้องของพ่อที่เขาขอให้ส่งมาคอยติดตามดูแลเธออยู่ห่างๆ

อลันยังยืนอยู่ที่เดิม ทั้งๆที่ใจอยากจะดึงร่างบางนั้นเข้ามากอดและทำอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย แต่เขาก็ต้องยับยั้งช่างใจไว้เพราะตอนนี้หญิงสาวตรงหน้าดูจากท่าทางและแววตาตอนนี้แล้วเธอคงยอมเขาหรอกนะ แต่อลันก็ใช่ว่าจะยอมแพ้

“คิดถึงจัง” หนูมุกหลี่ตามองผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่วางใจ กับคำทักทายที่พึ่งเข้าหูไปหมาดๆ 

“จะมาไม้ไหน” หนูมุกคิดในใจ  เข้มแข็งไว้หนูมุกเธอตอกย้ำเตือนสติของตัวเอง ความรู้สึกที่ได้รับเมื่อสามปีก่อนเธอไม่เคยลืม ‘จูบแรก’เขาได้จูบแรกของเธอไปแล้ว หลังจากนั้นสิ่งที่เธอได้รับตอบแทนคือความห่างเหิน,หลบหน้า หนูมุกยอมรับว่าเสียใจเป็นอย่างมาก หลังจากคืนนั้นเมื่อสามปีก่อนที่เขาสอนให้เธอรู้จักสิ่งที่เรียกว่า ‘จูบ’ เขาทำกันอย่างไรและเขาก็ขอตัวออกไปทำงาน 

หนูมุกยังจำความรู้สึกนั้นได้ว่ามันเป็นอย่างไร เธอทั้งตกใจและตื่นเต้นอย่างที่สุด เป็นประสบการณ์ใหม่ แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกดี เพราะคนที่ให้ประสบการณ์นี้คือชายที่เธอทั้งรักและบูชาเป็นที่สุด คืนนั้นกว่าเธอจะหลับลงได้ก็ผ่านไปหลายชั่วโมง พี่อลันก็ยังไม่กลับมาจนเธอเผลอหลับไป และมาตื่นในตอนเช้าไร้ซึ่งเงาและร่องรอยการกลับเข้ามานอนของอลัน 

แต่นั้นหนูมุกยังไม่ได้รู้สึกแย่แต่อย่างใด มันหลังจากนั้นต่างหาก ที่เขาให้เธอกลับประเทศไทยพร้อมคุณพ่อคุณแม่ และตลอดเวลาที่เหลืออยู่ที่นั้นหนูมุกมั่นใจเลยว่าพี่อลันหลบหน้าเธอ เขาไม่กลับมานอนที่บ้าน อ้างว่าต้องทำงานจะกลับมาเฉพาะเวลาทานมื้อเช้ากับมื้อเย็นเท่านั้น และบอกแต่เพียงว่าต้องกลับไปดูงาน การกระทำแบบนั้นของอลันทำให้หนูมุกรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าที่สุด 

หลังจากที่เธอกลับมาเมืองไทยครั้งนั้น เธอก็พยายามที่จะใช้ชีวิตให้เป็นปกติทั้งในด้านความรู้สึกและกิจวัตรที่ตลอดสิบเจ็ดปี พี่อลันจะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจกับเธอทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องเรียนที่บางอย่างที่เธอไม่เข้าใจก็จะถามเขาตลอด แม้จะห่างกันคนละทวีปแต่ก็เหมือนอยู่ใกล้กัน อลันจะมีเวลาให้กับเธอทุกครั้ง ยามที่เธอต้องการพี่อลัน


อลันสังเกตุว่าเหมือนหนูมุกเหม่อๆ กำลังตกอยู่ในภวังค์คิดอะไรอยู่ ก็เลยค่อยๆขยับเดินเข้าไปหา แต่แค่เพียงก้าวที่สองหนูมุกได้สติกลับมา พร้อมถอยห่างเขาไปสองก้าวทันทีรักษาระยะห่างไว้ อลันหยุดการลุกล้ำและจ้องมองเข้าไปในดวงตานั้นอย่างท้าทาย 

หนูมุกก็ไม่ยอมแพ้เมื่อเจอสายตาท้าทาย ถ้าหลบตาก็จะหาว่าเธอกลัว    อลันก้าวเข้าไปหาหนูมุกอีกหนึ่งก้าวและเป็นไปตามที่คาด หนูมุกถอยหนึ่งก้าว แต่ก็ไม่ยอมละสายตาจากกัน และเหมือนเดิมอลันทำเหมือนเดิมหนูมุกก็สนองกลับเหมือนเดิม อลันยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากตามเอกลักษณ์นิสัยของเขาที่ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่เขาวางไว้ 

หนูมุกเอะใจกับรอยยิ้มนั้น แต่ช้าไปแล้วเมื่อคราวนี้อลันเปลี่ยนเป็นก้าวยาวๆและเร็วขึ้น หนูมุกตกใจถอยหลังแต่ได้แค่เพียงก้าวเดียวเธอก็หงายหลังลงสู่พื้นผิวผ้าปูที่นอนที่เก็บเรียบร้อยแล้วนั้นทันที

“ว้าย!!!!”  หนูมุกร้องออกมาด้วยความตกใจ และร้องออกมาอีกครั้งเมื่อ อลันตามลงมาใช้ทั้งแขน,ขา และรวมถึงตัวเขาทั้งตัวกักขังตัวเธอไว้

ตาจ้องตากันโดยที่ใบหน้าห่างกันแค่หายใจรดกัน อลันลดสายตาลงมามองที่ปากบางสีชมพูอ่อนๆด้วยลิปสติกบางๆ เขาค่อยๆขยับเข้าไปใกล้ด้วยวัตถุประสงค์เดียวที่ตลอดสามปีมานี้ต้องหักห้ามใจ ทั้งๆที่โหยหาเป็นที่สุด 

“อืม!...ปล่อยนะ” ประโยคแรกในรอบสามปีที่หนูมุกพูดกับเขา เพื่อมาขวางกั้นการบรรลุวัตถุประสงค์ของเขา

“ยอมพูดออกมาจนได้” หนูมุกเสมองไปทางอื่นทันที เพราะตอนนี้ผิวหน้าอมชมพูของเธอแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด เพราะเสียงกระซิบที่ตอบกลับมานั้นห่างริมฝีปากเธอแค่มดวิ่งผ่านได้เท่านั้น หนูมุกเม้มปากแน่นตามสัญชาติญาณโดยทันที

เพียงแค่อลันขยับใบหน้าอีกนิดเดียว เขาก็กำลังจะได้ในสิ่งที่เขาต้องกักเก็บมันไว้ตลอดสามปี หนูมุกหลับตาลงพร้อมกับเม้มปากบางนั้นด้วยความรู้สึกที่สับสน ไม่รู้ว่าโหยหาหรืออยากผลักใส แต่หนูมุกก็ไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนหนีออกจากการเกาะกุมนี้ 

“ครืด...ครืด...” อลันหยุดชะงักความตั้งใจทันที เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ของหนูมุกดัง เป็นดั่งเสียงระฆังหนูมุกลืมตาและดิ้นรนออกจากการคุมขังนี้ อลันก็ปล่อยอย่างง่ายดาย และนั่งอยู่ที่ปลายเตียงแต่ก็ไม่ลืมที่จะรั้งเอวหนูมุกไว้ ก่อนที่เธอจะลุกออกไปไกล 

“ปล่อยนะ...”

“ไม่รับโทรศัพท์?” อลันกลับพูดไปอีกเรื่อง 

“ปล่อยได้แล้ว” หนูมุกย้ำความต้องการอีกครั้ง และพยายามจะลุกออกจากตรงนั้นไปให้ไกลจากสถานการณ์อึดอัดนี้ และไม่ทันที่อลันจะได้ถาม เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาอีกครั้งจากที่รอบแรกหนูมุกไม่ได้รับ อลันส่งสายตาให้หนูมุกรับสายตรงนี้ 

“มุก แกอยู่ไหน ไหนบอกว่ายืนรออยู่หน้าบ้านไง ฉันมาจอดรถรอแกนานแล้วนะโว้ย....ไหนว่ารีบนักรีบหนา” นายเติ้ลใส่ปิ่นมุกเป็นชุดทันที โดยที่เธอยังไม่ได้กล่าวอะไรเพียงแค่กดรับสาย 

“เอ่อๆ...รอตรงนั้นแหละ...กำลังไปแล้ว” หนูมุกอยากจะตะบันหน้าเพื่อนตัวแสบให้หายโมโห “ไม่ใช่เพราะแกมาช้าหรือไง ฉันต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ชวนอึดอัดแบบนี้”  หนูมุกคิดต่อในใจเมื่อวางหูจากเพื่อน

“จะไปไหน?” อลันถามอย่างไม่พอใจ เพราะเขาก็ได้ยินเสียงปลายสายนั้น เพราะเขาแนบหูของตัวเองกับโทรศัพท์ของหนูมุกอย่างที่หนูมุกชอบทำกับเขาเวลาที่อยู่ที่ประเทศอังกฤษที่พ่อกับแม่โทรไปหา

“จะบอกมั้ย?...โอเค!...ถ้าไม่บอกก็ไม่ต้องไป.../ว้าย!!!...” อลันพูดพร้อมกับนอนลงไปอีกครั้งพร้อมดึงหมอนข้างมีชีวิตนามว่าหนูมุกตามลงไปด้วย

“พี่ Jet Lak อยากนอนอยู่พอดี...หนูมุกนอนเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” อลันกระชับอ้อมแขนกอดรัดหญิงสาวมาแนบกายมากขึ้น

“ไม่ได้...เพื่อนมารออยู่หน้าบ้านแล้ว” 

“อยากไป?” 

“ใช่” 

“อ้อนวอนขอร้องพี่สิ”

“ทำไมมุกต้องทำอย่างนั้นด้วย” 

“ก็ตามใจ...พี่ก็จะกอดหนูมุกไว้แบบนี้...มีแรงดิ้นหนีไปได้ก็เอาสิ” อลันพูดพร้อมรัดวงแขนมากขึ้น โดยแผ่นหลังของหนูมุกแนบสนิทกับหน้าอกแกร่ง อลันสูดดมเส้นผมดำเงางามยาวสลวยของหนูมุกด้วยความถวิลหาและหลงไหลเป็นที่สุด 

“ตกลง...จะให้ทำอะไรก็บอกมาสิ” หนูมุกยอมในที่สุด เพราะรู้ว่าไม่สามารถใช้กำลังชนะอลันได้แน่นอน

“จูบพี่สิ” หนูมุกหัวใจและตัวกระตุกวาบด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าอลันจะรุกเธอนักขนาดนี้ นี้แค่มาถึงยังไม่ถึงชั่วโมง

“ตัว...เลือก...อื่น” หนูมุกพูดด้วยเสียงที่เบาหวิว ขอทางเลือกอื่นแบบที่สมัยเด็กๆ ที่เธอมักใช้และขอกับพี่อลันของเธอตลอด ถ้าพี่อลันให้เธอทำอะไรแล้วเธอทำไม่ได้ก็จะขอทางเลือกอื่นเป็นการชดเชยแทน

“งั้นพี่จูบหนูมุก” อลันยิ้มและตอบออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ภายในใจลิงโลดดีใจอย่างมาก 

หนูมุกกัดริมฝีปากตัวเองทันที ที่ได้ยินตัวเลือกอื่นที่ได้เอ่ยขอไว้ และน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างน้อยเนื้อต่ำใจกับความรู้สึกที่ติดค้างในใจมาตลอด อลันรับรู้ถึงความผิดปกติของหนูมุก จึงผลิกตัวเธอให้หันมาหาเขา

“หนูมุก...พี่ขอโทษ” อลันเมื่อเห็นน้ำตาของหญิงสาวตรงหน้า หัวใจเขา ชาวาบขึ้นมาทันที นี้เขาทำร้ายหนูมุกถึงเพียงนี้เลยเหรอ “ได้โปรดอย่าร้องไห้...อย่าเสียน้ำตา...พี่ไม่มีวันทำร้ายหนูมุกโดยเด็ดขาด”

“พี่ทำมันไปแล้ว” หนูมุกตอบกลับคำพูดนั้น อลันกระชับอ้อมแขนมากขึ้นใบหน้าของหนุมุกอิงแอบอยู่ที่หน้าอกแกร่งนั้น

“หนูมุกพี่ขอโทษ...ถ้าการกระทำอะไรของพี่ทำให้หนูมุกเข้าใจเป็นแบบนั้น...แต่พี่อยากบอกให้หนูมุกรู้ว่าพี่ไม่มีเจตนาให้มันเป็นแบบนั้น” อลันพูดพร้อมกับเชยคางหนูมุกขึ้นมา “แต่ที่พูดไปเมื่อกี้มันออกมาจากใจและความต้องการของพี่จริงๆ” อลันพูดจบประกบปากบางของหนูมุกทันทีด้วยความอ่อนโยน หนูมุกเคลิ้มไปกับสัมผัสนั้น เปิดทางให้กับลิ้นหนาของอลันที่ละเลียดเลียปลอบใจอยู่ที่ริมฝีปากบางนั้น โดยเขาต้องการให้หนูมุกเป็นฝ่ายเปิดทางให้เขาด้วยความเต็มใจ 

อลันพึงพอใจเป็นอย่างมากปล่อยลิ้นเข้าล่วงล้ำไปในโพรงปากของหนูมุกทันที พร้อมเบียดกายเข้าหาหนูมุกจนตอนนี้กลายเป็นว่าหนูมุกอยู่ใต้ร่างของอลัน และลิ้นหนานั้นทันทีที่ลุกล้ำเข้าไปได้นั้นก็กอบโกยดูดกลืนความหอมหวานนั้นอย่างไม่รู้จักคำว่าพอ หนูมุกยกสองแขนโอบรอบคออลันเรียนรู้รองรับการจูบครั้งที่สองของชายคนเดิม อย่างเด็กสาวที่ตกไปในหลุมความรู้สึกที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจว่าคืออะไรจังหวะการเต้นของหัวใจของหนูมุกเต้นถี่เร็วจนทำให้เธอหายใจไม่ทัน อลันค่อยๆถอนจูบอ่อนโยนนั้นย้ายมาสูดดมจุมพิตแผ่วเบาที่ลำคอเรียวนั้น 

“มุก...อืม!...อ้า...” หนูมุกรับรู้ถึงความรู้สึกใหม่ประสบการณ์ใหม่อีกอย่างที่อลันได้ส่งมอบให้กับเธอจนต้องร้องครางออกมาอย่างลืมตัว “...มุก...ต้องไป...แล้ว...” หนูมุกพยายามร้องเตือนตัวเองมากกว่าจะเตือนอลัน อลันหอบหายใจอย่างกักเก็บความรู้สึกที่ได้ปะทุออกมาแล้ว และนับจากวันนี้ไปเขาจะเดินหน้า            แบบนนสต๊อป อลันค่อยๆขยับตัวออกจากหนูมุกย้ายตัวเองไปนอนหงายอยู่ข้างๆ แต่ไม่ยอมลืมตา

“ครับ...พี่ขอพักที่ห้องนี้แล้วกัน” อลันพูดแบบมีนัยยะและยังไม่ลืมตาและลมหายใจก็สม่ำเสมอ เพื่อแสดงให้หนูมุกรับรู้ว่าเขาต้องการนอนหลับพักผ่อนจริง

หนูมุกลุกขึ้นนั่งและแอบมองเห็นเขานอนนิ่งๆ โอนอ่อนผ่อนตามความต้องการของเธออย่างง่ายได้ แต่ทำไมตัวเธอ,ใจเธอ,ความรู้สึกเธอถึงไม่ดีใจหรือรู้สึกดีสักนิด ตรงกันข้ามกลับรู้สึกแย่มากกว่าเดิม “ทำไม?...”  หนูมุกได้แต่ถามตัวเองในใจ และลุกจากเตียงเดินออกจากห้องไป

อลันค่อยๆเปิดเปลือกตา มองตามแผ่นหลังของร่างบางที่เดินออกจากห้องไป ผู้หญิงที่เขาทั้งรักทั้งทะนุถนอมกว่าสิ่งใดในโลก ค่อยๆห่างสายตาออกไป เขาจำต้องยอมปล่อยเธอเดินออกไปจากห้องแต่ไม่ใช่จากชีวิตเขาแน่นอน ซึ่งจริงๆแล้วเขากับเธอก็อยู่ด้วยกันตลอดเวลา พึ่งจะห่างกันแค่ช่วงสามปีที่ผ่านมาเท่านั้น เพราะเขาต้องยุ่งวุ่นวายเรียนรู้กับธุรกิจมากมายของครอบครัว หลังจากที่เขาเรียนจบปริญาโทด้วยวัยยี่สิบสี่ปีที่ประเทศอังกฤษ และทันทีที่เขาเรียนจบเขาก็รับช่วงต่อจากพ่อเขาทันที ตลอดสามปีนี้ทำให้เขาไม่มีเวลากลับมาหาปิ่นมุก หญิงสาวที่เขาโอบอุ้มเลี้ยงดูมาตั้งแต่เธอยังจำความไม่ได้ และตอนนี้เธอกำลังศึกษาระดับปริญญาตรีปีสี่ มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย 

ปิ่นมุกเป็นเด็กที่ฉลาดและเรียนเก่งมาก เธอสามารถสอบเทียบระดับทำให้เธอสามารถจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้วยวัยยี่สิบเอ็ด เพราะตอนนี้เธอกำลังจะขึ้นปีสี่เหลืออีกเพียงปีสุดท้ายเธอก็จบตามคาดหวังไว้ แต่การกลับมาครั้งนี้ของเขาเพื่อมารับเธอไปอยู่ด้วยและให้เธอโอนเทียบหน่วยกิตเพื่อไปเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่ประเทศอังกฤษ แต่ทุกอย่างไม่ได้ง่ายอย่างที่เขาต้องการ อลันค่อนข้างหนักใจ เพราะเจ้าตัวดูท่าจะไม่ยอมท่าเดียวและไม่ปฎิบัติตามคำสั่ง ทำให้เขาต้องบินมาประเทศไทยก่อนกำหนดเพื่อมาจัดการด้วยตัวเอง ทั้งๆที่งานที่นั้นยังไม่เรียบร้อย

“อดัม” อลันบ่นพึมพำเรียกชื่อน้องชาย อย่างเป็นทางออก เพราะคงต้องขอความช่วยเหลือให้น้องบินไปช่วยควบคุมสถานการณ์แทนเขาที่อังกฤษ เพราะเขารู้ว่าสถานการณ์ของน้องสาวท้องชนกันของเขา คงไม่มีใครจัดการได้นอกจากเขาเท่านั้น

อลัน มองรอบห้องนอนของเขากับเธอตั้งแต่เยาว์วัย   และเห็นกล่องของขวัญวางซ้อนเรียงรายโดยปราศจากการแกะประมาณยี่สิบกล่อง กล่องเล็กบ้างใหญ่บ้างวางไว้แบบไม่ได้รับความสำคัญและใส่ใจจากเจ้าของเลยสักนิด เพราะมันเป็นของขวัญจากเขา น่าจะประมาณสองสามปีได้ดูจากจำนวนกล่องเพราะเขาจะส่งให้กับเธอทุกเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ วันเด็กของประเทศไทย วาเลนไทน์ วันแม่ วันพ่อ คริสมาส ของขวัญวันเกิด แม้แต่วันที่เขากับเธอต้องห่างกันเป็นครั้งแรก ตอนนั้นปิ่นมุก อายุเจ็ดขวบ และเขาอายุสิบห้าปี 

อลันยังจำเหตุการณ์วันนั้นได้   เด็กน้อยปิ่นมุกร้องไห้ฟูมฟายน้ำหูน้ำตาไหลยังกับเขื่อนแตกไม่ยอมให้เขาจากไปท่าเดียว

“หนูมุกไม่ร้องนะ...โอ๋ๆๆๆ....” อลันเด็กชายอายุเพียงสิบห้าปี นั่งคุกเข่าสองมือพัลวันทั้งรูปผมยาวดำของเด็กผู้หญิงที่ร้องไห้ฟูมฟายน้ำหูน้ำตาไหลไม่หยุดและอีกมือของเขาต้องคอยเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมายังกับเขื่อนแตก

“หนู...ฮือ!!!..มุก...ไม่ให้...ฮือ...ไป...ฮือออออ....” หนูมุกร้องไปพูดไป “หนูมุก...ฮือ...เปลี่ยน...ใจ...ฮือออออ” อลันโอบกอดเด็กสาววัยเจ็ดขวบเข้ามาในอ้อมแขนด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างไปจากเด็กในอ้อมแขนนี้เลย เขาเองก็ไม่อยากจาก   หนูมุกไปเลย เขาทั้งรักและช่วยพ่อแม่ทูนหัวเลี้ยงหนูมุกไม่ต่างไปจากไข่ในหิน ทั้งๆที่มีการพูดคุยและตกลงกันกับหนูมุกมากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้วว่าเขาต้องเดินทางกลับประเทศอังกฤษ ตลอดสัปดาห์ทั้งเขาทั้งพ่อแม่ทูนหัวค่อยๆอธิบายให้หนูมุกเข้าใจ แต่พอมาถึงวันนี้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เขากำลังจะเดินเข้าเกทหนูมุกวิ่งเข้ามาดึงเขาและร้องไห้ฟูมฟายเสียงดัง เขาก็เข้าใจอยู่หรอกว่าจะเอาอะไรมากมายกับเด็กอายุเจ็ดขวบ

“หนูมุก...เดี๋ยวพี่ไปถึงจะเฟสทามมาหาหนูมุกทันที...ยังจำที่พี่สอนได้หรือเปล่า” 

“จำไม่ได้” หนูมุกตอบกลับทันทีแต่น้ำตาก็ยังไหล หน้าตาแดงก่ำเพราะการร้องไห้หนักมาก 

“ไหนขอดูสร้อยที่พี่ให้หน่อยสิครับ” หนูมุกดึงสร้อยคอทองคำขาวออกมาโดยจี้นั้นเป็นแหวนวงเล็กๆที่ดัดแปลงเป็นจี้ “เก็บรักษาไว้ให้ดีนะครับ...แล้วปิดเทอมนี้หนูมุกต้องบินไปหาพี่ที่อังกฤษนะครับ...พี่จะรอ” 

“น่ารักมากหนูมุกของพี่” อลันพูดจบก็หอมแก้มที่ชื้นเปียกไปด้วยน้ำตาทั้งสองข้าง และหนูมุกก็เช่นเดียวกันก็หอมแก้มอลันกลับทั้งสองข้าง  และหลังจากนั้นเอกวุฒิก็เข้ามาอุ้มหนูมุกไว้ อลันยืนขึ้นยกมือไหว้พ่อทูนหัวอีกครั้ง และเหลือบตาไปมองแม่ทูนหัวที่ตอนนี้น้ำตาไหลออกมาพร้อมโบกมือลา และก่อนที่เขาจะหันหลังก็โบกมือลาหนูมุกอีกครั้ง หนูมุกโบกมือลาตอบพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาอีกครั้ง และสองมือของเด็กน้อยของหนูมุกก็โอบรอบคอบิดาและร้องไห้ครั้งใหญ่อีกครั้ง และนั้นเป็นภาพสุดท้ายที่อลันหันหลังเดินเข้าเกท ด้วยแววตาพร่าเลือน






www.facebook.com/RungArunoThay

fb.me/FC.RungArunoThay

By RungArunoThay

 ID Line : thesun_1982

thesun_1982@hotmail.com



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


น่ารักอ่ะอยากอ่านอีก จะรอนะค่ะ
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha