ลวงรักพันธนาการร้อน (ซีรีส์ รักพันธนาการ) มีหนังสือทำมือ

โดย: อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 7 : 3 (1/3)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เมื่อวสายกชามข้าวต้มของตัวเองมาที่โต๊ะทานอาหารก็พบว่าทุกคนนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้วคุณบดินทร์นั่งประจำที่หัวโต๊ะ ด้านขวามือคือคุณจินตนา ซ้ายมือคือมีนาถัดจากนั้นคือธันวา หญิงสาวจึงจำเป็นต้องวางชามข้าวต้มของตนไว้ฝั่งตรงข้ามกับชายหนุ่มอย่างเลี่ยงไม่ได้

“เห็นแม่เค้าบอกว่าหนูเข้าครัวเองเลยหรือวันนี้” คุณบดินทร์เอ่ยปากถามเมื่อหญิงสาวนั่งลงประจำที่เรียบร้อยแล้ว

“ค่ะ คุณพ่อคุณแม่ลองทานดูนะคะ วสาไม่แน่ใจว่ารสชาติจะถูกปากหรือเปล่า” หญิงสาวพูดอย่างถ่อมตน

“ยังไม่ได้ชิมก็รู้แล้วว่าอร่อยหน้าตาสีสันสวยขนาดนี้ พูดแล้วจะหาว่าโม้นะครับสมัยก่อนเวลาที่คณะมีกิจกรรมหรือเรานัดกันไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหนก็ได้วสานี่แหละช่วยจัดการเรื่องอาหารการกินจะกับข้าวกับแกล้มทำได้ทุกอย่างเลยนะครับ พกวสาไปไหนไม่มีผิดหวังรับรองไม่อดตาย” มีนาเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงจริงใจเพราะความที่รู้จักกับหญิงสาวมานานทำให้รู้จักนิสัยใจคอและความชอบส่วนตัวกันพอสมควร

“พี่มีนก็พูดเกินไปค่ะ” วสายิ้มน้อยๆ กับคำชมของเจ้านาย

ธันวาเหล่ตามองภรรยาทางพฤตินัยและพี่ชายคนโตเล็กน้อย แล้วก็อดคิดในใจไม่ได้ว่าสองคนนี้สนิทกันดีจัง... แต่ว่าจะสนิทกันเกินไปไหม?

“อร่อยจริงๆ อย่างที่เจ้ามีนเขาพูดเลยนะสงสัยพ่อกับแม่ต้องมาขอฝากท้องด้วยบ่อยๆ ซะแล้วสิ” ผู้เป็นบิดาเอ่ยชมเมื่อเริ่มต้นชิมข้าวต้มทะเลไปได้เล็กน้อย

“ถ้าอร่อยคุณพ่อก็ทานเยอะๆ นะคะวสาทำไว้เยอะเชียวค่ะ”

“ธันล่ะลูกเป็นยังไงบ้างอาหารฝีมือเมียเรา” คุณจินตนาหันมาถามบุตรชายคนกลางที่นั่งก้มหน้าก้มตาทานข้าวไม่ยอมเอ่ยปากพูดจากับใคร

“ก็พอกินได้ครับแม่” ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบๆ เล่นเอาคนทำใจแป้วไปนิดๆ แต่พอนึกขึ้นได้ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว ธันวาตำหนิติเตียนทุกอย่างที่เป็นเรื่องของเธอได้เสมอนั่นแหละ

“เดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะครับจะไปรับนายอำเภอ” พูดจบธันวาก็ลุกเดินออกจากโต๊ะอาหารไปทันที ทิ้งให้คนอื่นๆ นั่ง

มองหน้ากันงงๆ

ในที่สุดการจดทะเบียนสมรสระหว่างนายธันวา กรคุณานนท์ และนางสาววสา  เจตสุภากรณ์ ก็ผ่านไปได้ด้วยดีโดยที่ชายหนุ่มไม่แสดงอารมณ์หรืออาการไม่พอใจใดๆ มีเพียงสีหน้าที่เรียบเฉย ส่วนทางด้านหญิงสาวนั้นก็คอยจะก้มหน้าหลบตาหากบังเอิญสบตากันเข้าร่างเจ้าเนื้อก็จะมีอาการสะดุ้งและสั่นน้อยๆ ทุกครั้งไป

“ให้พี่เค้าไปส่งนายอำเภอก็แล้วกันนะ พ่อกับแม่จะบินไปหาเจ้าสิงห์เลยเราก็อยู่ดูแลวสาที่นี่นะ” ผู้เป็นบิดากล่าว

“เรื่องงานถ้าเคลียร์ได้ก็รีบเคลียร์นะธันวา หนูวสาเดี๋ยวแม่กับพ่อไปก่อนนะลูกถ้ามีอะไรก็โทรไปหาได้เลย” คุณจินตนาพูดพร้อมสวมกอดสะใภ้ป้ายแดงด้วยความเอ็นดู

“คุณพ่อ คุณแม่คะคือวสาอยากปรึกษาเรื่องงานค่ะ วสาทำงานได้จริงๆ นะคะให้วสาทำงานอยู่ที่นี่ก็ได้ค่ะแค่มีคอมพิวเตอร์กับอินเทอร์เน็ตอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ค่ะ” หญิงสาวตัดสินใจพูดในสิ่งที่เธอคิดไว้ในใจตลอดหลายวันนี้ออกมา

เธอไม่อยากเป็นภาระและไม่อยากจะเอาเปรียบใครในเมื่อเธอมาที่นี่เพื่อทำงาน เธอก็ควรจะทำหน้าที่ของตนเองโดยไม่มีข้อแม้ หญิงสาวยอมรับว่าตอนนี้ธันวายังคงทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ แต่ใช้เวลาสักพักมันอาจจะดีขึ้นถ้าเธอได้ทำงาน ได้ออกไปเปิดหูเปิดตาพบปะผู้คนบ้าง

“เรื่องนี้เอาตามที่มีนากับธันวาเห็นสมควรก็แล้วกันนะลูกแต่ถ้าหนูจะหยุดงานสักห้าวันสิบวันแม่ว่ามันไม่ใช่ปัญหา” มารดาของสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเธอกล่าว

เมื่อส่งบิดามารดาของธันวาเรียบร้อยแล้วภายในคอนโดกว้างๆ นี่ก็เหลือเธออยู่กับธันวาเพียงลำพังสองต่อสอง วสารู้สึกเย็นเยียบและเสียวสันหลังแปลกๆ บรรยากาศภายในห้องนี้มันทำให้เธอหายใจไมทั่วท้องขนาดเธอยืนอยู่หน้าประตูและชายหนุ่มนั่งอยู่หน้าโทรทัศน์จอยักษ์ในห้องรับแขกยังรู้สึกถึงความกดดันได้ขนาดนี้

ขณะที่หญิงสาวพยายามจะเลี่ยงเข้าห้องนอน ธันวาที่นั่งจับสังเกตการกระทำและท่าทางของเธออยู่ตลอดเวลาก็พูดทำลายความเงียบขึ้นมา... น้ำเสียงแข็งกระด้างนั่นมันไม่น่าฟังเอาเสียเลย

“จะไปไหนวสา! เราควรต้องมีกฎในการอยู่ร่วมกันสักนิดหนึ่งนะ ฉันถามหน่อยถ้าเธอยังมัวแต่หลบหน้าอยู่แบบนี้เมื่อไหร่ไอ้อาการที่เธอเป็นอยู่มันจะหายไปสักที” เขาหยุดพิจารณามองร่างอวบที่ยืนก้มหน้ากำมือตัวเองไว้แน่นอย่างประเมินท่าที

“ฉันคิดว่าตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกันที่นี่ไม่ว่าฉันจะอยู่ตรงไหนเธอก็ควรจะเอาตัวเองมาอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่มามัวขัง

ตัวเองไว้ในห้องนอนแล้วออกมาเจอหน้ากันทีก็สะดุ้งที ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าทีบอกตรงๆ เห็นแล้วมันรำคาญลูกตา”

“แล้วอีกอย่างนะที่ฉันยอมจดทะเบียนกับเธอไม่ใช่ว่าพิศวาสอะไรเธอนักหนาในเมื่อคุณแม่อยากให้ฉันรับผิดชอบชีวิตที่เหลืออยู่ของเธอด้วยวิธีการนี้... ฉันก็ทำให้แล้ว” ธันวายังคงพูดจาด้วยน้ำเสียงแข็งๆ ในแบบของเขา

คนตัวเล็กกว่าที่อดทนฟังอยู่เงยหน้าขึ้นสบตาเขาเมื่อชายหนุ่มเงียบเสียงลง ดวงหน้าหวานๆ ของวสาแดงก่ำ ดวงตากลมโตที่หลบอยู่หลังกรอบแว่นตาทรงสี่เหลี่ยมเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา หญิงสาวยังคงตัวสั่นน้อยๆ

“คุณพูดจบแล้วใช่ไหมคะ ฉันก็อยากจะบอกกับคุณเหมือนกันว่าฉันก็ไม่ได้ยินดีหรือว่ามีความสุขเลยที่ต้องมาอยู่ในสภาพนี้ ให้ฉันตายๆ ไปซะมันยังจะง่ายกว่า” พูดจบหญิงสาวก็สะบัดหน้าหนีทำท่าจะเดินเข้าห้องไป

“หึ ตายเหรอ... มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกวสา”

ธันวาเข่นเขี้ยวในใจก่อนที่จะพุ่งตัวไปคว้าแขนขาวๆ ของหญิงสาวเอาไว้ ทันทีที่มือหนาของเขาสัมผัสโดนท่อนแขนของเธอ หญิงสาวก็สะบัดออกอย่างรุนแรงและกรีดร้องอย่างสุดเสียง

“กรี๊ดด...! อย่านะ! อย่าเข้ามา!

ธันวาตกใจกับเสียงกรีดร้องและท่าทางที่วสาแสดงออก เมื่อเธอสะบัดมือพ้นจากการเกาะกุมของเขาแล้วหญิงสาวก็ทรุดตัวลงกับพื้นพรมราคาแพง นั่งกอดเข่าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่แบบนั้น

“วสา วสา ได้ยินผมไหม!  วสา!” ธันวาเรียกเธอโดยที่พยายามจะไม่สัมผัสโดนร่างกายของหญิงสาว แต่เรียกเท่าไหร่เธอก็ไม่มีท่าจะสนใจยังคงทวีแรงสะอื้นไห้หนักขึ้น ร่างเล็กๆ นั้นขดกอดตัวเองอยู่บนพื้น ทั้งสะอื้นทั้งกรีดร้อง

“วสา นี่ผมเองคุณฟังผมหน่อยสิ นี่ผมธันวาสามีคุณไง” ชายหนุ่มพยายามปรับโทนเสียงให้อ่อนที่สุดเท่าที่จะพอทำได้ แต่เหมือนมันจะเลวร้ายมากกว่าเดิมเพราะเมื่อเขาเอ่ยชื่อตัวเองออกไปวสายิ่งกรีดร้องแล้วเริ่มส่งเสียงครางขอความเมตตา

“ฮือ...ไม่ คุณธันปล่อยวสา... วสาเจ็บแล้ว ปล่อย..ฮือ ฮือ... อย่าทำวสา” เสียงแผ่วที่หลุดลอดออกจากปากอิ่มทำให้ธันวาหน้าซีดเผือด

นี่วสากลัวเขาขนาดนั้นเลยหรือ เวรเอ๊ย! แล้วจะทำไงดีวะเนี่ยไอ้ธัน!

“หยุดด วสาบอกให้คุณหยุด...ฮืออ วสากลัวแล้ว ฮือ... ฮือ” ธันวามองร่างเล็กตรงหน้าด้วยความสับสน เขาจะทำไงดี

วะเนี่ยจะปล่อยให้ร้องแบบนี้คงไม่ดีแน่แต่จะทำไงให้หยุดวะเข้าใกล้ก็ไม่ได้

ในที่สุดชายหนุ่มก็ตัดสินใจก้าวขาเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวคว้าผ้านวมผืนนุ่มออกมาจัดการคลุมร่างที่กำลังสั่นเทานั้นเอาไว้ ก่อนค่อยๆ ทรุดร่างแกร่งของตัวเองลงไปโอบกอดหญิงสาวผ่านผืนผ้านวม

“วสา คุณไม่เป็นอะไรแล้วนะคนเก่ง หยุดร้องก่อน...ชู่วว... หยุดร้องได้แล้วนะครับ” ธันวาพยายามปลอบประโลมด้วยคำพูดดีๆ เท่าที่เขาจะนึกออก มือไม้ก็พยายามลูบหลังลูบไหล่ปลอบประโลม ใช้เวลาพักใหญ่หญิงสาวจึงบรรเทาอาการสั่นเหลือเพียงเสียงสะอื้นเล็กๆ ที่ยังเล็ดลอดออกมา

ธันวาลองเอาสองมือหนาประคองศีรษะที่ฟุบซุกอยู่กับพื้นขึ้น ร่างเจ้าเนื้อไม่มีอาการขัดขืนมิหนำซ้ำยังอ่อนปวกเปียกเป็นขี้ผึ้งลนไฟอีกต่างหาก เมื่อเขาช้อนศีรษะทุยของหญิงสาวขึ้นมาได้ธันวาก็ต้องตกใจซ้ำหนักเพราะริมฝีปากอิ่มที่ระบายเสียงครางออกมาด้วยความปวดร้าวใจบัดนี้มันชุ่มไปด้วยโลหิตสีแดงข้นปริมาณพอสมควร

วสาคงร้องไห้แล้วกัดปากตัวเอง นิ้วแกร่งค่อยๆ บีบแก้มเธอเพื่อให้ปากอ้าออกคมฟันซี่เล็กๆ เรียงเป็นระเบียบนั้นจะได้คลายริมฝีปากล่างที่เจ้าตัวกัดไว้ออกมา ดวงตากลมโตปรือครึ่งๆ กลางๆ เหมือนจะหมดแรงเขาจึงแตะแก้มเธอค่อยๆพยายามเรียกให้รู้สึกตัว แต่วสากลับทิ้งเปลือกตาลงหลับสนิทรวมถึงแรงสะอื้นที่มีอยู่เบาๆ ก็หยุดไป

ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าเธอแค่หมดแรงหรือหมดสติ เฮ้อ! อย่างน้อยตอนนี้ยายเฉิ่มก็เลิกกรีดร้องแล้ว เขาจึงค่อยๆ ช้อนร่างนุ่มนิ่มไว้ในวงแขนอุ้มเธอพาไปส่งในห้องนอน จัดการเช็ดหน้าเช็ดตาทำความสะอาดคราบเลือดพร้อมตรวจบาดแผลให้ ริมฝีปากล่างของหญิงสาวเป็นรอยฟันค่อนข้างลึกพรุ่งนี้คงจะระบมน่าดู สงสัยเขาต้องไปหายาเตรียมมาไว้ให้เธอสักหน่อย

“แค่วันแรกก็เป็นแบบนี้ จะอยู่รอดกี่วันวะไอ้ธัน” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง ตอนนี้เขารู้สึกปวดตุบๆ ที่ขมับทั้งสองข้างอยากจะออกไปผ่อนคลายสักนิดสักหน่อยเพราะดูท่าแล้วคนบนเตียงคงจะหลับอีกนาน แว่บออกไปแป๊บเดียวคงไม่เป็นไร

 

ธันวาจัดการจัดท่าทางให้ภรรยาตามกฎหมายได้นอนสบายห่มผ้าเรียบร้อย จากนั้นจึงดูอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศตั้งไว้ให้กำลังดีเพื่อที่เธอจะได้ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไปเขาโทรนัดหมายเพื่อนก๊วนเดิมให้ออกไปสังสรรค์เลือกเวลาแต่หัวค่ำเพื่อที่จะไม่กลับมาดึกมากนัก เพราะยังต้องกลับมาดูแลวสาอีก


ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักสำหรับการติดตามและการสนับสนุน

ฝากผลงาน E-Book เรื่องที่วางจำหน่ายแล้วไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 #

 

#

 E - Book MEB Market  <<<CLICK

 

#

E - Book OokBee  <<<CLICK

 

#

E - Book Naiin <<<CLICK

 

#

E - Book Hytexts <<<CLICK

 

 #

E - Book se-ed

 

#

E - Book ebooks.in.th

 

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK

 

 

 




ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


สนุก
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ชอบมาก
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ชอบ
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
สนุกมาก
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha