ลวงรักพันธนาการร้อน (ซีรีส์ รักพันธนาการ) มีหนังสือทำมือ

โดย: อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 5 : 2 (2/3)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“แม่กับพ่อมารับกลับบ้านแล้วจ๊ะหนูวสา” เสียงเรียกของมารดาธันวาดึงสติของวสาให้กลับมา เธอส่งยิ้มน้อยๆ ให้ผู้สูง

วัยทั้งสอง

“สวัสดีค่ะคุณท่าน” หญิงสาวพนมมือขึ้นไหว้คุณบดินทร์และคุณจินตนาด้วยความสุภาพเรียบร้อย คู่ชีวิตสูงวัยมองสบตากันก่อนที่คนเป็นภรรยาจะเดินมาโอบกอดวสาด้วยความเอ็นดู

“แม่บอกหลายครั้งแล้วว่าให้หนูเรียกเราว่าคุณพ่อ คุณแม่เราไม่ใช่คนอื่นคนไกลแล้วนะลูก” นางยังคงลูบหัวลูบไหล่หญิงสาวด้วยความสงสารระคนเห็นใจ นางรู้จักวสามาตั้งแต่เป็นนักศึกษาเคยคิดถึงขนาดอยากให้มีนาจีบมาเป็นแฟนด้วยซ้ำ แต่ตัววสาไม่เคยมีท่าทีกับผู้ชายคนไหนและบุตรชายคนโตก็มองหญิงสาวเป็นแค่น้องคนหนึ่งเท่านั้นจึงไม่ได้มีการสานสัมพันธ์

อาจเป็นเพราะชีวิตของวสาต้องดูแลตัวเองเธอจึงไม่ปล่อยโอกาสในชีวิตไปกับเรื่องไร้สาระ คุณจินตนาพอทราบมาบ้างว่าหญิงสาวนั้นเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกเลี้ยงดูมาโดยหญิงสูงวัยท่านหนึ่ง ซึ่งบัดนี้ได้ละโลกเดินทางไปสู่อีกฝั่งภพหนี่งไปแล้ว หลังจากที่ญาติผู้ใหญ่เพียงท่านเดียวเสียชีวิตวสาจึงเป็นคนที่โดดเดี่ยวโดยแท้เพราะเธอไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน เวลาทั้งหมดในชีวิตจึงต้องทุ่มเทกับการศึกษาต่อและการทำงาน

“หนูวสาเก็บของเรียบร้อยหรือยังลูกพ่อจะช่วยยกลงไปใส่รถให้” คุณบดินทร์ยืนดูเหตุการณ์อยู่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มฟังแล้วอบอุ่น วันนี้ผู้เป็นบิดาตั้งใจมารับลูกสะใภ้กลับบ้านด้วยตัวเองเพราะตั้งแต่เกิดเรื่องเขาไปช่วยบุตรชายคนเล็กดูไร่ที่เชียงใหม่ทำให้ไม่มีโอกาสมาเยี่ยมดูอาการของหญิงสาวเลย

วสาอดสะท้อนใจไม่ได้ครอบครัวของธันวาดูจะเมตตาเธอกันทั้งนั้นจะเว้นก็แต่ชายหนุ่มตลอดระยะเวลาที่เธอรักษาตัวอยู่ไม่เคยจะเยี่ยมกรายมาให้เห็นหน้าค่าตาเลยสักครั้ง แต่การที่เขาไม่มาก็ดีแล้ว...เพราะหญิงสาวเองก็ไม่รู้จะทำตัวอย่างไรถ้าหากต้องเผชิญหน้ากับคนใจร้ายขึ้นมาจริงๆ

“ธันวากำลังเร่งเคลียร์งาน... เพราะแม่กับพ่อแล้วก็พี่มีนจะให้เราทั้งสองคนหยุดงานจนกว่าหนูจะสบายใจ หรือก็หยุดไปจนกว่าแม่จะเห็นสมควร และที่สำคัญเจ้าธันจะต้องคอยดูแลหนูวสา” คุณจินตนาเอ่ยปากเมื่อทั้งหมดเดินทางกลับมาถึงคอนโดของธันวา... สถานที่เกิดเหตุในวันนั้น

มืออวบนุ่มชะงักค้างจากการหยิบกระเป๋าใบเล็ก หันมาสบตาผู้สูงวัยด้วยสีหน้าสงสัยแกมตกใจ

“วสาทำงานไหวค่ะคุณแม่ ตอนนี้หายดีแล้วนะคะคุณหมอยังบอกเลย ” หญิงสาวพยายามหาเหตุผลในการกลับไปทำงาน แม้ว่างานที่ต้องทำคือการเป็นเลขาให้กับธันวาการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าย่อมเป็นไปไม่ได้แต่มันก็ยังพอจะมีช่วงเวลาที่เป็นส่วนตัวดีกว่าการมาหยุดพักแล้วมาอยู่กับเขาตลอดเวลา

“วสาเกรงใจไม่อยากให้พี่มีนกับคุณธันต้องเสียงานนะคะ ถ้าหยุดงานก็ต้องหาคนอื่นมาแทนวุ่นวายกันอีกวสาขอทำงานนะคะคุณแม่”  หญิงสาวพยายามขอร้องคุณจินตนา และด้วยความที่หันหลังให้ประตูจึงไม่ทันสังเกตว่าตอนนี้มีบุคคลอื่นเข้ามาในห้องรับแขกหรูหรานี่เพิ่ม

“คุณแม่บอกให้หยุดเธอก็หยุดเถอะยายเฉิ่มไม่ต้องเรื่องมาก” เสียงแข็งๆ ที่ดังมาจากด้านหลังทำเอาวสาตัวชา เธอรู้แหละว่ายังไงก็ต้องได้พบหน้าของธันวาแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะรวดเร็วขนาดนี้ ด้วยอารามตกใจรีบหันหน้ามาตามเสียงทำให้ร่างอวบเสียหลักขาพลิกลงไปนั่งกองอยู่บนพื้น แรงกระแทกน้อยๆ ทำให้หญิงสาวเจ็บจี๊ดตรงกลางกายด้วยสะเทือนโดนบาดแผลที่

ยังไม่หายสนิท

“โอ๊ย!

ธันวาที่เห็นเหตุการณ์เร่งสาวเท้าเข้าหาหวังจะเข้าพยุงร่างของวสาก่อนที่เธอจะร่วงถึงพื้น แต่ด้วยระยะห่างระหว่างจุดที่เขาและเธอยืนมันห่างกันเกินไปจึงทำให้ชายหนุ่มคว้าตัวเธอเอาไว้ไม่ทัน

“ไม่สวยแล้วยังจะซุ่มซ่ามเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาอยากจะกลับเข้าไปอีกหรือไงกัน” ธันวาบ่นอย่างเสียไม่ได้แต่ก็ยังมีแก่ใจช้อนตัวของหญิงสาวขึ้นจากพื้นอุ้มมาส่งไว้บนโซฟาตัวโต ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าวสากำลังหวาดกลัวเพราะเมื่อเขาอุ้มเธอขึ้นไว้แนบอกหญิงสาวก็มีอาการตัวแข็งทื่อแถมยังสั่นน้อยๆ หน้าซีดจนขาว เหงื่อเม็ดเป้งๆ ผุดออกมาเต็มแนวไรผม เมื่อธันวาจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตสีเข้มเขาจึงได้เห็นว่าวสากำลังร้องให้!

บ้าชิบ! นี่เขาไม่ใช่ยักษ์ไม่ใช่มารนะถึงจะต้องมากลัวกันขนาดนี้

วสาพยายามกระพริบตาไล่หยาดน้ำที่เอ่อขึ้นไม่ให้มันไหลรินออกมา เธอก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าเพียงแค่ธันวาสัมผัสโดนตัวทำไมถึงต้องรู้สึกตกใจและหวาดกลัว ภาพความทรงจำในคืนนั้นค่อยๆ ย้อนกลับเข้ามาในหัวเสียงลมหายใจเร่าร้อนและเสียงครางยามที่เขาสุขสมมันทำให้เธอมือไม้สั่น หญิงหยุดอาการตื่นตระหนกของไม่ได้ร่างกายสั่นเทิ้มเพราะความกลัวสุดท้ายจึงต้องก้มตัวลงต่ำใช้แขนกลมกลึงกอดร่างที่สั่นเทาของตัวเองไว้

ภาพของวสาที่ขดตัวซุกอยู่บนโซฟาทำเอาคุณจินตนาน้ำตาร่วงเผาะนี่มันคือสิ่งที่เธอกลัว ถึงแม้ตลอดเวลาที่หญิงสาวอยู่โรงพยาบาลเธอจะมีอาการปกติแต่อาการที่กักเก็บไว้ในจิตใจของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งใครเล่าจะล่วงรู้ คุณบดินทร์เอื้อมมือมากุมมือของภรรยาเอาไว้บีบเบาๆ เป็นการให้กำลังใจ

ส่วนชายหนุ่มคนต้นเรื่องถึงกับยืนงงทำอะไรไม่ถูกขายาวๆ พยายามจะก้าวเข้าไปหาหญิงสาวแต่ถูกสายตาของมารดาปรามไว้ ชายหนุ่มจึงจำต้องเดินถอยหลังมานั่งมองร่างอวบเต็มมือของวสากอดตัวเองร้องไห้จนเงียบเสียงไปเองเนื่องจากหมดแรงหลับไป

“พาหนูวสาเข้าไปพักในห้องหน่อยธันวาเสร็จแล้วค่อยออกมาคุยกัน” บิดาพูดกับบุตรชายคนรองอย่างใจเย็น คุณบดินทร์ประเมินด้วยสายตาแล้วเรื่องราวระหว่างหนูวสากับเจ้าธันน่าจะต้องใช้เวลาและความอดทนอย่างแสนสาหัส ผู้สูงวัยได้แต่หวังว่าทั้งสองคนคงเข้มแข็งพอที่จะผ่านเรื่องราวเหล่านี้ไปได้ด้วยกัน

เมื่อสิ้นเสียงของบิดาชายหนุ่มจึงช้อนตัวอุ้มวสาขึ้นไว้ในวงแขน ถึงตัวเธอจะอวบนุ่มมีแต่เนื้อก็ไม่ได้ทำให้เขาหนักอะไรเลยสักนิด สองขาแข็งแรงพาร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปในห้องนอนที่หญิงสาวเลือกไว้ตั้งแต่วันที่เธอเดินทางมาถึง ธันวาค่อยๆ วางร่างที่หลับสนิทลงบนที่นอนจัดหมอนรองศีรษะให้เข้าที่แถมใจดีห่มผ้านวมผืนนุ่มให้จนถึงหน้าอก ก่อนจะหยิบรีโมทเครื่องปรับอากาศกดปุ่มเปิดเครื่องแล้วยืนพิศดูใบหน้าอวบยุ้ยของคนที่กำลังหลับอยู่บนเตียง

ธันวาค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบแว่นตากรอบเหลี่ยมของเธออกจากใบหน้ามาวางไว้ให้ที่โต๊ะหัวเตียง ไม่ว่าจะเวลาปกติหรือเวลาป่วยไข้หญิงสาวก็จะเก็บผมเรียบร้อยเสมอ วันนี้เธอถักผมยาวสีน้ำตาลออกแดงๆ ของเธอเป็นเปียง่ายๆ ไม่รู้อะไรดลใจให้ธันวาไปทิ้งสะโพกลงข้างเตียงแล้วเอื้อมมือไปรูดหนังยางออกจากปลายผมดกหนานั่น นิ้มแข็งๆ ค่อยๆ สางผมเปียให้

คลายออกจนหมดก่อนจะลูบศีรษะกลมทุยของวสาไปมา เวลาเธอปล่อยผมแล้วถอดแว่นหน้าตาเธอก็ไม่ได้จะขี้ริ้วอะไรนี่นา แต่

มองยังไงก็ไม่ถึงขั้นสวยแค่พอดูได้ก็เท่านั้น แต่ถึงยายป้าหน้าเดธนี่จะสวยขึ้นมาเขาก็ไม่สนใจหน้าที่เขาแค่จดทะเบียนสมรสแล้วก็ดูแลเธอตามสมควรก็เท่านั้น เรื่องอื่นก็คงต้องต่างคนต่างอยู่ตัวใครตัวมัน

เฮ่อ! แค่คิดว่าต้องใช้ชีวิตติดอยู่กับยายจืดนี่เขาก็ขนลุกขนพองแล้ว แกจะทนได้ซักกี่น้ำกันวะธันวา?

“คุณพ่อคุณแม่อยากคุยอะไรกับผมหรือครับ” ธันวาเอ่ยถามทันทีเมื่อตนเองทิ้งสะโพกลงบนโซฟาหนังสีดำตัวโตเรียบร้อย ท่าทีไม่สะทกสะท้านของชายหนุ่มทำเอาคุณจินตนาอยากจะหยิกให้เนื้อเขียว

“อันที่จริงตอนนี้แม่ไม่ได้อยากพูดอะไรกับเราสักคำเลยธันวา” มารดาตอบเสียงโทนต่ำแบบที่ชายหนุ่มฟังแล้วขนลุก

“เห็นแล้วใช่ไหมว่าตอนที่หนูวสาเห็นหน้าแกอาการเขาเป็นยังไง คิดไว้หรือยังธันวาว่าเราจะช่วยให้เมียแกหายจากอาการหวาดกลัวแบบนี้ได้ยังไง” ผู้เป็นบิดาเน้นคำว่าเมียใส่บุตรชายอย่างจงใจ คุณบดินทร์เองถึงจะเข้าใจนิสัยเจ้าชู้ประสาผู้ชายแต่การหักหาญน้ำใจกันด้วยความรุนแรงเขาก็เห็นว่ามันไม่สมควรอย่างยิ่ง

“แต่หมอก็บอกว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงไม่ใช้หรือครับ” ชายหนุ่มยังพูดหน้าตาย

“มันไม่เป็นอะไรหรอกถ้าหนูวสาเขาไม่ได้มาเห็นหน้าแกนะพ่อธัน หมอที่รักษาก็กลัวอยู่ว่าถ้าเราสองคนเจอหน้ากันมันจะเป็นยังไง เฮ้อ... เป็นอย่างที่หมอเขาคาดการณ์ไว้ไม่ผิดเลย”  ผู้เป็นมารดาพูดขึ้นมาบ้าง

“ถ้าอย่างนั้นก็ต่างคนต่างอยู่เลยสิครับคุณแม่วสาเขาจะได้ไม่ต้องมาทนเห็นหน้าผมด้วยไงครับ” ธันวาพูดแบบไม่ใส่ใจเขาไหวไหล่น้อยๆ ในท่าทางกวนประสาท

“อย่าพูดจามักง่าย! แม่คิดว่าเราคุยกันเข้าใจแล้ว แกเป็นคนทำร้ายหนูวสาอย่าให้แม่ต้องพูดว่าสิ่งที่แกทำมันเลวร้ายแค่ไหน หนูวสาเป็นเด็กดีครอบครัวเราเห็นกันมานานรีบไปจดทะเบียนสมรสและจากนี้ถ้าหมอนัดเราต้องไปกับเขาทุกครั้ง ทุกคนต้องช่วยกันดูแลและฟื้นฟูสภาพจิตใจของวสาให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม” คุณจินตนาเอ่ยเสียงเครียด

“โอเคครับคุณแม่พรุ่งนี้ผมจะเชิญนายอำเภอมาที่นี่เพื่อจดทะเบียนสมรส เรื่องดูแลวสาพาไปหาหมอผมก็จะทำแต่ถ้าผมต้องหยุดงานมาเกาะติดอยู่กับเขาตลอดเวลาช่วงนี้คงจะไม่ได้นะครับ วัสดุก่อสร้างกำลังจะเข้าผมจำเป็นต้องไปควบคุมแล้วก็เช็คคุณภาพอย่างละเอียด เอาเป็นว่าถ้าผมมีเวลาปุ๊บผมจะกลับมาอยู่คอนโดกับวสา พอพ้นช่วงนี้ไปก่อนค่อยหยุดงานมาดูแลเขาให้เต็มที่ก็แล้วกัน” ธันวาพูดแบ่งรับแบ่งสู้เพราะเขายังไม่อยากปะทะอารมณ์กับบิดามารดาในตอนนี้

ถ้าวันนี้ไม่มีอะไรแล้วผมขอเข้าไปช่วยพี่มีนดูงานหน่อยแล้วกันนะครับ คุณพ่อคุณแม่จะไปไหนกันไหมครับผมจะได้ไปส่งให้” ชายหนุ่มขยับตัวมานั่งโซฟาฝั่งเดียวกับมารดาเอื้อมมือโอบเอวกลมไว้หลวมๆ พลางหอมแก้มซ้ายขวาอย่างออดอ้อน

“อะแฮ่ม! อะแฮ่ม..!” คุนบดินทร์แกล้งกระแอมใส่เมื่อเห็นพฤติกรรมของบุตรชายคนรอง

“แค่นี้มาทำหวงกับผมหรือครับพ่อ”

“พ่อกับแม่ไม่ไปไหน เราก็ไปทำงานเถอะวันนี้จะอาสาดูแลเมียให้ก่อนพรุ่งนี้จดทะเบียนกันเรียบร้อยพ่อจะพาแม่เขาขึ้นไปเชียงใหม่ไปช่วยเจ้าสิงห์ดูงานที่ไร่ ช่วงนี้ขยายคอกม้าวุ่นวายน่าดู” บิดากล่าวถึงน้องชายคนเล็กผู้คุมบังเหียนไร่กรคุณานนท์อยู่ที่เชียงใหม่

“ถ้างานเข้าที่เข้าทางผมอาจจะพาวสาไปพักผ่อนที่ไร่เจ้าสิงห์นะครับ ผมไปก่อนดีกว่าสวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่”

 ชายหนุ่มกล่าวลาบุพการี เมื่อออกมาจาห้องรับแขกแล้วธันวาก็ยิ้มกับตัวเองพลางคิดแผนสำรองหลังจดทะเบียนสมรส ถ้ายายเฉิ่มทำตัวน่ารำคาญมากๆ เขาจะแกล้งเอาไปปล่อยไว้เชียงใหม่แล้วหาข้ออ้างหนีกลับมาทำงานที่ภูเก็ต... คอยดูต่อไปก็แล้วกัน


ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักสำหรับการติดตามและการสนับสนุน

ฝากผลงาน E-Book เรื่องที่วางจำหน่ายแล้วไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 #

 

#

 E - Book MEB Market  <<<CLICK

 

#

E - Book OokBee  <<<CLICK

 

#

E - Book Naiin <<<CLICK

 

#

E - Book Hytexts <<<CLICK

 

 #

E - Book se-ed

 

#

E - Book ebooks.in.th

 

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK

 

 

 


 
 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


None
โดย Anonymous | 2 years, 12 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
อ่านนายสิงห์ได้ที่ไหนค่ะ
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
อยากอ่านเรื่องนายสิงห์ต่อจะไปหาอ่านได้ที่ไหนคร้าติดๆๆๆ
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
สนุกมาก
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha

โดย Anonymous | 3 years, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha