1. มาเฟียร้ายพ่ายรัก ซีรี่ส์ หวานใจนายมาเฟีย I

โดย: ภรปภัช



ตอนที่ 6 : หลบหน้า...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เสียงข้างนอกเงียบไปแล้ว สุพรรณิการ์เงี่ยหูฟังเพราะไม่กล้าออกไปดูข้างนอก แต่ดูเหมือนว่าเขาน่าจะออกไปแล้ว คิดได้ดังนั้น เธอจึงแง้มประตูห้องออกทีละนิด แล้วใช้สายตาสอดส่องไปทั่วห้อง เมื่อเช็คดูจนแน่ใจแล้วว่าไม่น่าจะมีใครอยู่ เธอจึงค่อยๆย่องออกมาจากห้อง เดินลงไปชั้นล่าง เพื่อจะได้เช็คกลอนประตูให้เรียบร้อยว่าผู้ชายคนนั้นจะไม่สามารถกลับเข้ามาได้อีก และเมื่อล็อคห้องเรียบร้อยแล้วเธอก็ถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างแรง ด้วยความอึดอัดที่แน่นอยู่เต็มอก
“ผู้ชายบ้าอะไรเนี่ย เกิดมาไม่เคยพบเคยเจอ วันๆ ไม่คิดจะทำอะไรแล้วรึไง นอกจากลวนลามคนอื่นเค้าไปทั่วเนี่ย” หญิงสาวบ่นพึมพำ แล้วก็ไม่วายต้องเอามือมาแตะที่ริมฝีปากตัวเอง คิดถึงรอยจูบที่เธอไม่เต็มใจและไม่ทันตั้งตัวนั้น สัมผัสอันร้อนแรงของจูบยังติตรึงอยู่จนตอนนี้ ทำไมนะทั้งที่มันรุนแรงแต่กลับชวนให้เคลิบเคลิ้มได้ขนาดนั้น
“บ้าไปแล้วน้ำหวาน จะไปคิดถึงไอ้จูบทุเรศๆนั้นอีกทำไมเนี่ย ลืมไปซะ”เธอพูดพร้อมกับสะบัดหน้าหลายครั้ง เผื่อว่าความคิดนั้นจะหลุดออกไปได้
“ทำอะไรอยู่น่ะสาวน้อย หรือคิดถึงผมอยู่” เสียงที่คุ้นเคยดังมาจากข้างหลัง สุพรรณิการ์รีบหันไปมองตามเสียงนั้น
“คะ คุณ ยังไม่ไปอีกเหรอ” เมื่อคิดถึงความไม่ปลอดภัยของตัวเองเธอจึงรีบวิ่งไปหลบอยู่หลังโซฟาตัวใหญ่กลางห้อง ด้วยกลัวว่าคนห่ามๆ จะทำอะไรเธออีก
“จุ๊ๆๆๆ บอกให้เรียกพี่ราฟไงจ๊ะ หรืออยากโดนจูบอีก” เขาย่างสามขุมไปยืนอีกฝั่งตรงข้ามเธอราวกับเสือกำลังล่าเหยื่อ
“ไปให้พ้นเลยนะ อย่าเข้ามานะ ฉะ ฉัน เอ่อ หวานนึกว่าคุณ เอ่อ พี่ราฟกลับไปแล้ว” หญิงสาวรีบเปลี่ยนสรรพนามทันทีที่ระลึกได้ว่าถ้าเธอไม่เรียกเขาแบบนี้ อาจจะโดนกระทำในสิ่งที่เขาพูดไปอีกก็ได้
“ยังหรอก พี่รอให้อลิสมาก่อน จะได้มีคนอยู่เป็นเพื่อนน้ำหวานไงล่ะ พี่แค่ออกไปสูดอากาศที่ริมระเบียงเท่านั้นเอง” ราฟาเอลกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกแทนตัวเอง อันที่จริงเขาก็ตั้งใจว่าจะกลับไปดูแลงานที่คาสิโนต่อเหมือนกัน แต่เห็นว่าดึกมากแล้ว จะให้เธออยู่คนเดียวตั้งแต่วันแรกที่มานิวยอร์คก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เลยต้องทำมึนๆ อยู่ที่นี่ ถึงจะรู้ว่าสาวน้อยที่ยืนตรงหน้าไม่ค่อยพึงใจเท่าใดนักก็ตาม
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นพอดีก่อนที่สุพรรณิการ์จะได้เอื้อนเอ่ยอันใดอีก
“สงสัยยัยอลิสจะมาแล้ว” เขาเดินไปที่ประตู หลังจากมองผ่านช่องตาแมวและเห็นว่าเป็นเอลิเซียจริงๆ เขาก็เปิดประตูออกไป
“อ้าว พี่ราฟ ยังไม่กลับไปทำงานอีกเหรอคะ แล้วทำอะไรกันอยู่คะเนี่ย” เอลิเซียมองหน้าพี่ชายอย่างงงๆ ว่าดึกป่านนี้ ทำไมเขายังไม่ไปตรวจงานที่คาสิโนอีก
“กำลังจะกลับพอดีแหละ งั้นพี่ไปก่อนนะ” ประโยคหลังดูเหมือนเขาอยากจะกล่าวกับสุพรรณิการ์มากกว่าที่จะบอกน้องสาวตนเอง แต่เมื่อหญิงสาวไม่ยอมปริปากอันใด เขาจึงได้ก้าวออกจากประตูไปเกือบจะทันทีที่พูดจบโดยไม่หันกลับไปอีก
“อะไรของเค้านะพี่ชายคนนี้เนี่ย เป็นไงบ้างจ๊ะหวาน เห็นพี่ราฟบอกว่าหวานหิวจนเป็นลม นี่อลิสสั่งให้เค้าแพ็คอาหารจากภัตตาคารใส่กล่องมาให้หวานกินเลยนะ รีบมากินเถอะจ้ะ เดี๋ยวจะเย็นชืดหมด” เอลิเซียกล่าวด้วยความเป็นห่วงเพื่อนพร้อมกับนำอาหารไปที่ครัวเพื่อนำไปใส่จานให้สุพรรณิการ์ได้ทาน
“ขอบใจมากนะจ๊ะอลิส พี่ชายอลิสบอกว่าหวานหิวจนเป็นลมงั้นเหรอ”สุพรรณิการ์ถามพลางคิดในใจ ‘แค่หิวเนี่ยนะคนอย่างน้ำหวานจะเป็นลม มันเป็นเพราะ...ต่างหากล่ะ ว่าจะไม่คิดถึงการจูบสุดโหดนั่นแล้วเชียวนะ แว่บเข้ามาอีกจนได้’
“ใช่จ้ะ หรือว่าไม่ใช่ มีอะไรรึเปล่า” เอลิเซียหันไปถามด้วยความสงสัย
“อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ หวานหิวจนเป็นลมเองแหละ ขอกินก่อนละกันนะ หิวมากๆจริง” สุพรรณิการ์มองอาหารที่วางตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น อาหารแต่ละอย่างน่ากินทั้งนั้น เรื่องอื่นช่างมันก่อนละกัน ขอหม่ำก่อนล่ะนาทีนี้ ว่าแล้วเธอก็กินเอาๆ จนเกือบสำลักอาหารซะแล้ว
“ฮ่าๆๆๆ ค่อยๆ ทานก็ได้จ้ะ อาหารนี่มันไม่หายไปไหนหรอก เดี๋ยวก็สำลักตายกันพอดี” เอลิเซียยิ้มอย่างขบขันในกิริยาของเพื่อนสาว ดูท่าเธอจะหิวมากอย่างที่พี่ชายของเธอบอก
“ว่าแต่คอนโดนี้เป็นยังไงบ้าง ชอบไหม อลิสหาที่ดูสะดวกสบายที่สุดให้หวานเลยนะ เดี๋ยวคุณลุงพิพัฒน์จะว่าให้อลิสได้ว่าดูแลหวานไม่ดี” เอลิเซียถามเพื่อนเมื่อเห็นว่าเธอเริ่มอิ่มแล้ว
“ชอบมากเลยจ้ะ ความจริงไม่ต้องเอาขนาดใหญ่แบบนี้ก็ได้นะ ห้องเล็กกว่านี้หวานก็อยู่ได้จ้ะ” สุพรรณิการ์ตอบหลังจากวางช้อนส้อมลงแล้วพร้อมกับดื่มน้ำเข้าไปอีกครึ่งแก้ว
“ไม่ได้สิ เพื่อนอลิสเป็นถึงลูกสาวคนเดียวของเจ้าพ่อวงการอัญมณีของประเทศไทยเชียวนะ เล็กกว่านี้ก็เสียชื่อเอลิเซีย แมคคานี่ หมดสิ ฮ่าๆๆๆ”เอลิเซียกล่าวอย่างอารมณ์ดี
“จ้า... แล้วอลิสจะพักอยู่เป็นเพื่อนหวานกี่วันล่ะ” สุพรรณิการ์เอ่ยถาม เพราะยังไม่อยากอยู่คนเดียวในเมืองที่ไม่คุ้นเคยนี้ อีกอย่างก็ไม่อยากให้นายมาเฟียขี้หลีมาก้อร่อก้อติกกับเธอด้วย หากเธออยู่คนเดียวคงไม่ปลอดภัยแน่
“ซักอาทิตย์นึงดีไหมจ้ะ ช่วงนี้อลิสจะพาหวานทัวร์เมืองนิวยอร์คก่อน คราวหลังหวานจะได้ไปไหนมาไหนคนเดียวได้ อ้อ แล้วหวานจะใช้รถไหม จะได้ส่งรถพร้อมคนขับมาคอยดูแลให้ด้วยนะจ๊ะ” เอลิเซียตอบและถามต่อด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ต้องหรอกจ้ะ หวานเกรงใจ หวานนั่งแท็กซี่ไปก็ได้ น่าจะสะดวกกว่ามีบอดี้การ์ดของอลิสมาตามไปไหนต่อไหนนะ” สุพรรณิการ์ตอบอย่างอารมณ์ดี เพราะเธอเองก็ไม่ชอบให้ใครมาคอยตามเช่นกัน
“สมกับเป็นเพื่อนอลิส นิสัยเหมือนกันเลย นี่ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ราฟสั่งไว้นะ จ้างให้ก็ไม่ยอมให้ใครมาคอยเดินตามแบบนี้หรอก น่ารำคาญจะตาย” เอลิเซียแสดงอาการเห็นด้วยกับสุพรรณิการ์
“นี่ก็ดึกแล้ว หวานไปพักเถอะจ้ะ ไว้พรุ่งนี้เราค่อยมาวางแผนกันว่าจะทำอะไรกันบ้างดีกว่าเนาะ” เอลิเซียเอ่ยปากเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวมีอาการง่วงอย่างเห็นได้ชัด
“ดีเหมือนกัน หวานเพลียมากเลย ขอตัวไปนอนก่อนนะจ๊ะ ราตรีสวัสดิ์จ้า...” สุพรรณิการ์ลุกจากที่นั่งเดินขึ้นไปยังชั้น 2 ด้วยอาการอ่อนล้าเต็มที
เนื่องจากห้องนอนมี 2 ห้อง อลิสจึงเลือกที่จะนอนห้องเล็กอีกห้อง เพื่อให้เพื่อนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ หลังจากสุพรรณิการ์ขึ้นไปได้ไม่นาน เอลิเซียจึงได้เดินตามขึ้นไปอีกห้องเพื่อพักผ่อนเช่นกัน
เช้าวันใหม่
ก็อก ก็อก ก็อก
“หวาน ตื่นรึยังจ๊ะ อลิสขอเข้าไปหน่อยได้ไหม” เสียงเอลิเซียดังอยู่หน้าห้อง เนื่องจากเป็นเวลากว่า 9 โมงแล้ว ยังไม่เห็นเพื่อนสาวลงไปข้างล่าง โดยปกติเอลิเซียเป็นคนตื่นเช้า ด้วยติดนิสัยมากจากพี่ชายของเธอนั่นเอง
“ตื่นแล้วจ้ะ เข้ามาได้เลย หวานไม่ได้ล็อคห้อง” สุพรรณิการ์ตะโกนบอก เอลิเซียจึงเปิดประตูเข้าไปทันที
“ว่าไงจ๊ะ มีอะไรรึเปล่า มาเรียกแต่เช้าเลย” สุพรรณิการ์ถามหลังจากเพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เมื่อได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว
“เมื่อกี๊พี่ราฟโทรมา บอกว่าวันนี้พี่เค้าว่าง จะพาหวานไปทัวร์นิวยอร์คนะจ๊ะ” เอลิเซียเอ่ยอย่างอารมณ์ดี พี่ชายเธอต้องพึงใจเพื่อนสาวของเธอแน่ๆ ไม่งั้นเขาไม่เอ่ยปากเองแน่นอน
“เอ่อ หวานว่าไม่รบกวนดีกว่าจ้ะ วันนี้หวานอยากพักผ่อนที่ห้องก่อนน่ะ ยังรู้สึกเพลียๆ อยู่เลย ฝากอลิสบอกพี่ราฟด้วยนะจ๊ะ ว่าเอาไว้โอกาสหน้าดีกว่านะ” สุพรรณิการ์รีบปฏิเสธทันทีที่ได้ยินชื่อผู้ชายคนนี้เพราะไม่อยากให้ตัวเองต้องไปเข้าใกล้เขาอีก
“อ้าวเหรอ ว๊า... แย่จัง ไม่เป็นไร เดี๋ยวอลิสจะโทรบอกพี่ราฟว่าหวานอยากพักละกันนะ ถ้างั้นอลิสขอตัวไปทำธุระข้างนอกแปปนึงนะ แล้วจะรีบกลับมาอยู่เป็นเพื่อนจ้ะ “ เอลิเซียทำหน้าผิดหวัง แต่คิดว่าเพื่อนสาวของเธอคงยังเพลียอยู่จริงๆ
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ อลิสไปทำธุระให้เรียบร้อยไม่ต้องห่วงหวานนะ เดี๋ยวหวานจะจัดการเอาเสื้อผ้าออกมาเก็บในตู้ให้เรียบร้อย พร้อมกับสำรวจบ้านใหม่หลังนี้ด้วย เมื่อคืนมัวแต่กิน ยังไม่ได้สำรวจอะไรเลย ไว้ตอนเย็นเราค่อยออกไปหาอะไรกินกันก็ได้จ้ะ” สุพรรณิการ์พูดเพราะเกรงใจเอลิเซียที่ต้องมาคอยดูแลเธอ อีกอย่างเธอก็อยากจะสำรวจบ้านหลังใหม่นี้จริงๆนั่นแหละ
“โอเคจ้ะ งั้นถ้าอลิสจะกลับแล้วจะโทรมาบอกนะ อลิสไปล่ะ” เอลิเซียพูดพร้อมกับเดินออกจากห้องไป
เมื่อลงมาถึงชั้นล่าง เอลิเซียก็รีบโทรหาพี่ชายทันที
(“ฮัลโหล อลิสว่าไง จะให้พี่ไปรับกี่โมง”) ราฟาเอลรับสายพร้อมถามน้องสาวด้วยใบหน้าแช่มชื่น แต่แล้วก็ต้องหุบยิ้มทันทีเมื่อได้ฟังข้อความจากอีกฝั่ง
(“เอ่อ พอดีน้ำหวานเค้าบอกว่าอยากจะจัดการเสื้อผ้าในกระเป๋าแล้วก็สำรวจบ้านใหม่ก่อนนะคะ เลยขอเอาไว้เป็นโอกาสหน้า...”) เอลิเซียพูดอย่างเสียดาย หารู้ไม่ว่าคนฟังก็รู้สึกไม่ต่างกัน
(“อืม งั้นไม่เป็นไร แค่นี้นะ”) ราฟาเอลตัดสายอย่างหงุดหงิดเต็มทน
‘เด็กน้อย คิดจะหลบหน้าฉันเหรอ ไม่เป็นไร ฉันจะปล่อยเธอให้เธอตายใจไปก่อน แล้วเธออย่ามาโวยวายทีหลังละกันที่กล้าหลบหน้าฉัน’ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฎที่มุมปากหยัก ไม่อาจบอกได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha