Mild Espresso รักนี้เข้มเต็มหัวใจ (นิยายชุด Mild Coffee) มีหนังสือทำมือ

โดย: อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 1 : แรกเจอ


ตอนต่อไป

                    “สวัสดีค่ะ ชื่อลาทิชา สมบูรณ์สุข ชื่อเล่นชื่อปุยฝ้าย เรียนอยู่คณะบัญชีค่ะ” เสียงเล็กติดจะสั่นของผู้หญิงตัวบางเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากกลุ่มรุ่นพี่ได้ไม่น้อยเพราะตอนนี้เป็นช่วงเวลาการรับน้องรวมที่พวกพี่ๆ จะได้กระทำการกระชับความสัมพันธ์กับรุ่นน้องอย่างเนียนๆ

                    “เสียงมีแค่นั้นหรือครับ? ตรงนี้ไม่ได้ยินเลยเนี่ย” เสียงรุ่นพี่คนหนึ่งซึ่งมองหน้าดูแล้วก็สรุปได้ว่าตัวเธอไม่รู้จักว่าเขาเป็นใครดังขึ้น หญิงสาวจึงมองเขาอย่างหวั่นๆ ก็เธอถูกแกล้งในแนะนำตัวมาไม่ต่ำกว่าสิบรอบแล้วนี่นา

                    “อ้าว! น้องๆ ครับพี่กังหันดาวเด่นแห่งชมรมว่ายน้ำมาเยี่ยมเราถึงที่ น้องๆ ช่วยตบมือต้อนรับกันหน่อยเร็ว” ต้นกล้าเพื่อนต่างคณะหันไปแนะนำเพื่อนผู้มาใหม่ให้น้องๆ ปีหนึ่งทั้งมหาวิทยาลัยที่มารวมตัวกันอยู่ในลานอเนกประสงค์เพื่อทำกิจกรรมรับน้องรวมได้รู้จักหน้าค่าตากันไว้

                    “สวัสดีครับ ว่าแต่น้องชื่ออะไรนะอยู่ตรงนั้นพี่ได้ยินไม่ชัดเลย” อตันตา ภิรมย์สุนทร หรือกังหัน หนุ่มคณะบริหารชั้นปีที่สี่สาวเท้าเข้าหารุ่นน้องผู้หญิงตัวเล็กกะทัดรัดยืนเด่นอยู่คนเดียวกลางลานอเนกประสงค์

                    “แต่ฝ้ายพูดไปหลายรอบแล้วนะคะพี่” หญิงสาวบ่นกระปอดกระแปดแถมแก้มแดงหน้าแดงไปหมด อารมณ์ของเธอตอนนี้คงจะทั้งอายทั้งโกรธ ลำพังถูกพี่ที่คุมรับน้องแกล้งก็น่ากลัวพออยู่แล้วแถมตอนนี้ดันมีพี่ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาผนึกกำลังอีกอย่างนี้เธอคงไม่รอดแน่ๆ

                    “แต่พี่ไม่ได้ยินจริงๆ นะครับ ไหนช่วยแนะนำตัวอีกครั้งนะ” คนตรงหน้ายังยิ้มยียวนกวนประสาทแต่ลาทิชาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วตะโกนออกมาสุดเสียง

                    “ชื่อลาทิชา สมบูรณ์สุข ชื่อเล่นชื่อปุยฝ้าย เรียนอยู่คณะบัญชีค่ะ!”

                    “ได้ยินหรือยังครับพี่ๆ คือตอนนี้พี่รู้จักน้องปุยฝ้ายแล้วแต่ยังไม่มีเบอร์โทรเลยอันนี้ไม่ต้องพูดดังครับพี่ไม่อยากให้ใครได้ยินมันควรจะเป็นความลับของเรา” อยู่ดีๆ ชายหนุ่มก็ยื่นโทรศัพท์มือถือของเขามาตรงหน้าเธอ หน้าจอเปิดค้างไว้ที่หน้าบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ที่พิมพ์ชื่อไว้ว่า น้องปุยฝ้ายที่รัก แต่ว่ายังไม่มีตัวเลขอะไรในช่องของเบอร์โทร


                    “...”

                    เธอเหวอเพราะไม่คิดว่าพี่เขาจะมามุกนี้

                    “ช่วยกดเบอร์ของปุยฝ้ายให้พี่ด้วยครับ” เมื่อเห็นเธอยืนนิ่งไปเป็นนานกังหันก็จำต้องพูดกระตุ้นพลางส่ายโทรศัพท์เครื่องหรูไปมาอยู่ตรงหน้าเธอ และสายตาคู่นั้นมันเหมือนมีมนต์สะกดทำเอาเธอลืมตัวจนในที่สุดก็แบมือไปรับและกดเบอร์โทรศัพท์ตัวเองลงไปจนได้

                    “ฮิ้วว พี่กังหันครับเล่นปาดหน้ากันอย่างนี้เลยเหรอ? ...” เสียงโห่ฮาจากบรรดารุ่นพี่ทำให้น้องปีหนึ่งรู้สึกตัว และเมื่อนึกได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปปุยฝ้ายก็อายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี

                    “เอ้าน้องเขินใหญ่แล้ว ปุยฝ้ายนั่งลงได้แล้วครับแล้ววันหลังถ้ามีพี่คนไหนหรืออาจารย์ท่านใดพูดด้วยก็ช่วยตอบแบบเต็มเสียงนะครับ อย่าเอาแต่พูดในลำคอนอกจากจะฟังไม่รู้เรื่องแล้วมันยังเสียบุคลิกอีกด้วยนะ”

                    พี่ที่ทำหน้าที่ดูแลระเบียบวินัยของน้องๆ อธิบายสาเหตุที่ให้เธอตะโกนพูดออกมาดังๆ ให้ฟังทั้งๆ ที่ปกติเธอก็ไม่ใช่คนที่พูดในลำคอเพียงแค่วันนี้มันตื่นเต้นนิดหน่อยที่ต้องพูดต่อหน้าเพื่อนๆ ปีหนึ่งทั้งมหาวิทยาลัยก็เลยทำให้พูดจาติดๆ ขัดๆ ไปบ้าง

                    “สนใจหรือไงวะ?” ครูสถามทันทีที่เพื่อนแฝดเดินออกมาจากน้องปุยฝ้ายนี่เขาชวนมันมาเหล่สาวแต่ไอ้รองกัปตันทีมว่ายน้ำมหาวิทยาลัยมันดันใจเร็วได้สาวน้อยที่หมายปองตัดหน้าเขาไปเสียได้

                    “น่ารักดีออก น้องปุยฝ้ายมีลักยิ้มด้วยนะมึง”

                    “พอๆ กูไม่ใช่น้องเขามึงไม่ต้องมาทำหน้าเคลิ้ม แขยง!” ครูสบ่นพลางทำสีหน้าคลื่นไส้ใส่กังหันที่มัวแต่ทำตาปริบๆ กะพริบระยิบระยับวับวาวอยู่ได้

                    “กูไม่เคยเชื่อเรื่องรักแรกพบจนมาเจอเข้ากับตัว ตอนที่พู่กันบอกกับเฮียว่าเฮียปั้นเป็นรักแรกพบบอกตรงๆ กูแอบคิดว่าผู้หญิงคนนั้นท่าจะเพี้ยนแต่ที่ไหนได้ความรู้สึกนี้มันมีจริงๆ ว่ะ” ฝาแฝดคนน้องมองกลุ่มนักศึกษาปีหนึ่งทำกิจกรรมอยู่เงียบๆ ส่วนครูสก็ยังคงสอดส่ายสายตามองหาเป้าหมายของตัวเองต่อไป

                    ทั้งสองหนุ่มนั่งดูจนถึงเวลาที่พี่ชายนัดไว้ให้ไปซ้อมว่ายน้ำกังหันจึงวิ่งไปบอกลาหญิงสาวที่กำลังนั่งพักคุยเล่นกับเพื่อนๆ ของเธออยู่

                    “น้องปุยฝ้ายครับพี่จะไปซ้อมว่ายน้ำแล้วเดี๋ยวคืนนี้โทรหานะ” พอเขาพูดจบหญิงสาวก็ยังคงทำหน้างงๆ อยู่เขารู้ว่าเธอคงแปลกใจกับพฤติกรรมแปลกๆ ของเขา แต่ช่างปะไรถ้าไม่รีบจองไว้ไอ้รุ่นพี่ขี้หลีแถวนี้คงได้คาบหวานใจของเขาไปกินอย่างแน่


                    “...”

                    หญิงสาวจ้องหน้าเขาด้วยดวงตากลมโตที่มีแววตื่นๆ แถมเธอยังเม้มริมฝีปากสีชมพูสดที่แสนน่ากินนั้นจนแน่น เห็นแล้วอยากจะเอาปากไปช่วยงับออกเสียจริงๆ เลยเชียว

                    “ไม่ต้องตกใจครับพี่มาดี ถ้าวันไหนว่างๆ ไม่มีอะไรทำก็ลองไปดูพี่ซ้อมก็ได้นะที่สระว่ายน้ำของมหาวิทยาลัยปุยฝ้ายรู้จักหรือยังครับ?” แต่ไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ตอบอะไรไอ้รุ่นพี่ขัดลาภก็เรียกน้องรวมอีกครั้งเขาเลยต้องยุติบทสนทนาไปโดยปริยาย

                    “ครูสไปสระด้วยกันไหม? เฮียนัดไว้ให้ไปซ้อมว่ะ”

                    “ไม่ดีกว่าจะไปนั่งเหล่สาวที่ร้าน เฮียมึงนี่เป็นคนยังไงฟิตตั้งแต่ต้นเทอมเลยมันตั้งใจจะไปแข่งโอลิมปิกหรือไงกันวะ?” พอพูดถึงเพื่อนอีกคนแล้วครูสก็อยากจะขำ ปั้นจั่นนี่มันคลั่งว่ายน้ำเอามากๆ ขนาดตอนเปิดเทอมวันแรกก็ยังแล่นไปซ้อม แล้วอีกไม่นานที่คณะก็คงจะเปิดคัดตัวนักกีฬารับรองว่าต้องได้เห็นความบ้าคลั่งของฝาแฝดคู่นี้อีกเยอะ

                    “เออ ไม่ไปก็ไม่ไปเดี๋ยวเจอกันพรุ่งนี้นะมึง” เมื่อบอกลาเพื่อนสนิทของตัวเองแล้วกังหันก็เดินตรงไปยังสระว่ายน้ำของคณะ ถึงเขาและพี่ชายจะมีรถคนละคันแต่ก็มาเรียนด้วยกันตลอดเพราะนอกจากเรียนแล้วก็ตรงกลับบ้าน ไม่ก็ไปค้างคอนโดมีออกเที่ยวบ้างซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้รถสองคันให้มันเปลือง


                    ที่ลานจอดรถหน้าสระว่ายน้ำรถคันหรูของพี่ชายจอดให้เห็นเด่นเป็นสง่าอยู่แต่ไกล เวลาเย็นๆ แบบนี้มันค่อนข้างที่จะเงียบมากถ้าไม่ใช่ฤดูกาลแข่งขันก็ไม่ค่อยจะมีใครมาใช้สระ แต่จะว่าไปก็เหลือเวลาอีกไม่นานที่จะต้องคัดตัวนักกีฬารุ่นใหม่แล้ว สาวๆ ขาวๆ อวบๆ อยู่ในชุดว่ายน้ำน่ามองดีจะตาย


                    “อ๊ะ ขอโทษค่ะ”

                    “อ้าวพู่กันมาว่ายน้ำเหมือนกันเหรอเจอเฮียหรือเปล่า?” ระหว่างที่เดินอยู่เพลินๆ ก็มีใครไม่รู้เดินมาชน แต่พอเงยหน้าไปที่ไหนได้คนกันเองแท้ๆ พู่กันสาวสถาปัตย์ว่าที่พี่สะใภ้ของกังหันนั่นเอง

                    “เจอ... แต่เฮียนายเขาไม่เคยสนใจเราหรอก เรากลับก่อนนะไว้เจอกันใหม่” สาวสถาปัตย์เดินจากไปแล้วแต่ทำไมเขารู้สึกว่าพู่กันดูเศร้าๆ ไม่ใช่ว่าเฮียเขาไปทำอะไรให้เธองอนอีกแล้วล่ะ

                    เมื่อคิดไม่ตกว่าพี่ชายแท้ๆ แถมยังเป็นฝาแฝดที่หน้าเหมือนกันยังกับแกะไปทำอะไรให้หญิงสาวที่ออกจะน่ารักอย่าวีราต้องเศร้าสร้อยหงอยเหงา อตันตาจึงเดินตรงเข้าไปในห้องล็อกเกอร์เพื่อเปลี่ยนชุดก่อนจะออกมาล้างเนื้อล้างตัวเพื่อเตรียมยืดเส้นอบอุ่นร่างกายก่อนซ้อมว่ายน้ำ

                    ถึงมันจะเป็นแค่การซ้อมก็ใช่จะมีข้ออ้างที่จะไม่ทำให้เต็มที่ ขืนเหยาะแหยะและทำตัวเองเสี่ยงต่อการบาดเจ็บรับรองว่าพี่ชายได้สวดเขาสามวันไม่ซ้ำกันแน่นอน

                    แฝดคนน้องเริ่มจากการยืดเส้นที่ขอบสระระหว่างที่ค่อยๆ ยืดกล้ามเนื้อทีละส่วนสายตาก็จับจ้องอยู่ที่พี่ชายคนเดียวไปด้วย วตันตะเป็นผู้ชายในแบบฉบับของชายในฝันทั้งอบอุ่นและจริงจังจนไม่แปลกที่จะมีหญิงสาวเข้าหาอยู่เสมอๆ แต่ที่แปลกคือทำไมพอเป็นพู่กันพี่ชายเขาถึงไม่มีทีท่าจะสนใจไยดีอะไรเลย

                    ถ้าผู้หญิงคนนั้นมั่นใจในรักแรกพบเขาก็อาจจะต้องลงมือช่วยเธอเพราะตอนนี้อตันตาเองก็กำลังตกอยู่ในภวังค์นั้นเหมือนกัน เขาพอจะเข้าใจความหวังและความสุขในสายตาวีราเมื่อมองมายังพี่ชายของตัวเอง ว่าแต่อะไรมันอยู่ใต้กองผ้าเช็ดตัวของเฮียเขาวะเนี่ย?


                    “กังหันเห็นผู้หญิงที่ว่ายน้ำอยู่เมื่อกี้มะ? เห็นหรือเปล่าว่าใคร?” ยังไม่ทันที่กังหันจะยื่นมือไปจับวัตถุต้องสงสัยแฝดพี่พยุงตัวขึ้นมานั่งบนขอบสระได้สักพักหนึ่งก็เอ่ยปากถามเขาขึ้นมาจนชายหนุ่มต้องเสไปทำท่ายืดเส้นยืดสายอบอุ่นร่างกายต่อ

                    “หึ มาถึงก็เห็นแต่เฮียนี่แหละแต่มีอะไรไม่รู้วางอยู่ตรงผ้าเช็ดตัวเนี่ย?” กังหันชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปยังกองผ้าเช็ดตัวของพี่ชายซึ่งปั้นจั่นก็กระโดดขึ้นจากขอบสระเดินตรงมาหาน้องชายทันที ไม่บอกก็รู้ว่าเขาโกหกพี่ชายตัวเองแต่ถ้าบอกว่าเจอใครเรื่องมันก็จะไม่ตื่นเต้นน่ะสิ... ของโปรดเฮียซะด้วยถือว่าวีราทำดีเข้าใจเข้าหาพอสมควร

                    พอปั้นจั่นหยิบของปริศนาออกมาจากใต้กองผ้าเช็ดตัวที่เจ้าตัวโยนไว้ลวกๆ มีซองอะไรสักอย่างโผล่ออกมาพอหยิบออกมาดูกังหันที่ทำคอยื่นคอยาวอยู่ก็พบว่ามันเป็นห่อขนมรสชาเขียวที่พี่ชายของเขาชอบกิน

                    “พู่กันหรือเปล่าเฮีย? โหยย เห็นแบบนั้นก็มีมุมหวานๆ ด้วย น่ารักอ่ะ” กังหันพูดไปบิดตัวไปทำท่าขวยเขินกลบเกลื่อนแต่ดวงตาเล็กรีก็ลอบสังเกตอากัปกิริยาของพี่ชายไปด้วย ทั้งๆ ที่เขามั่นใจและรู้อยู่เต็มอกว่าเจ้าของขนมนั้นคือใครแต่เรื่องอะไรจะต้องพูดออกมาลองดูอาการคนปากแข็งกันสักนิดท่าจะดี

                    “หึ นิสัยแบบนั้นไม่มีทางทำอะไรน่ารักๆ แบบนี้ได้หรอกแต่จะใครก็ช่างเหอะถ้าเขาอยากบอกก็คงมาบอกเอง ลงไปซ้อมได้แล้วว่ายวอร์มไปก่อนค่อยจับเวลา” เมื่อพี่ชายตัดบทกังหันจึงค่อยๆ หย่อนตัวลงสระว่ายไปกลับช้าๆ แล้วก็ค่อยๆ เพิ่มอัตราความเร็วของขาและมือเพิ่มขึ้นตามจำนวนรอบ เนื่องจากเขาไม่ค่อยได้ฝึกซ้อมว่ายแค่นี้ก็ทำท่าจะเหนื่อยๆ แต่ต้องเก็บอาการเพราะถ้าเฮียรู้ก็ไม่แคล้วจะโดนบ่น

                    “คิดอะไรอยู่เฮียหน้าตาไม่น่าไว้วางใจดูมีพิรุธตูดหมึก” พอวอร์มครบตามที่เคยซ้อมๆ กันกังหันก็ขึ้นจากสระมาก่อกวนพี่ชาย ไหนว่าไม่คิดอะไรแล้วทำไมยังนั่งเหม่อ...

                    “คิดว่าหาอะไรทำอำลาตำแหน่งกัปตัน จะจับเวลาแล้วพร้อมไหม?” ปั้นจั่นพูดตอบเขาแค่สั้นๆ ก่อนจะหันไปหยิบนาฬิกาจับเวลาเครื่องจิ๋วมาถือไว้ในมือพร้อมด้วยนกหวีดประจำตัว

                    “สี่รอบสองร้อยเมตรพอดีตกลงไหม?”

                    “โอเค” กังหันตอบพร้อมกับปีนขึ้นมาประจำที่ตรงขอบสระแล้วเมื่อได้ยินเสียงนกหวีดจากพี่ชายเขาก็กระโจนลงน้ำสวมวิญญาณฉลามหนุ่มในทันที

                    การว่ายน้ำฟรีสไตล์ในระยะสั้นๆ แค่นี้ปกติเขาทำได้ไม่มีปัญหาแต่เพราะเมื่อหลายวันก่อนตัวเองดันเอาเท้าไปสวัสดีขอบถนนจึงมีอาการบาดเจ็บอยู่นิดหน่อยที่ช่วงนิ้วเท้าทำให้การถีบตัวออกจากสระเวลากลับตัวทำได้ไม่ดีพอและมันก็แน่นอนว่าพี่ชายคนเดียวจะต้องมองเห็นในความผิดปกตินี้อย่างแน่นอน

                    แต่ด้วยรู้ดีว่าตัวเองมีความผิดที่ปกปิดอาการบาดเจ็บซึ่งมันอาจจะส่งผลเสียในระยะยาวก็ได้แต่กัดฟันว่ายไปให้ครบตามจำนวนรอบที่พี่ชายสั่ง เมื่อครบแล้วเขาก็ค่อยๆ ว่ายมาที่ขอบสระทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ดี

                    “เวลาใช้ได้แต่ตอนกลับตัวดูจะขัดๆ ทำให้ต้องออกตัวแรงทุกครั้งที่ขึ้นรอบใหม่” ยังไม่ทันที่ตัวจะถึงขอบสระปั้นจั่นก็พูดดักคอเขาออกมาก่อน ซึ่งเจ้าตัวก็ได้แต่ยิ้มกวนๆ ส่งไปให้ระหว่างที่รอให้พี่ชายบันทึกสถิติการซ้อมเอาไว้ซึ่งมันเป็นปกติที่นักกีฬาอย่างพวกเขาต้องทำกัน

                    “ตาเฮียแล้ว” กังหันเป่านกหวีดในทีที่พี่ชายประจำที่ ภาพผู้ชายตัวขาวๆ ที่กระโจนลงไปบนผืนน้ำทำให้เขาพูดออกมาได้อย่างเต็มปากว่าพี่ชายแท้ๆ นั้นเท่เกินคำบรรยาย วตันตะคือความหมายของคำว่าสมบูรณ์แบบทั้งๆ ที่เกิดก่อนกันไม่กี่นาทีแต่ก็มีหลายอย่างที่เขาสองคนนั้นแตกต่างกันโดยเฉพาะเองรสนิยมการเลือกผู้หญิง

                    เฮียชอบผู้หญิงเรียบร้อยถ้าจะยกตัวอย่างก็คงไม่พ้นน้องปุยฝ้ายที่เขินนิดเขินหน่อยก็หน้าแดงตัวแดง ในขณะที่เขานั้นจะชอบผู้หญิงลุยๆ ไม่ห่วงสาวคล้ายๆ พู่กัน ว่าแต่เขากับเฮียนี่เป็นรักสลับคู่อยู่นะเนี่ย


                    “เพอร์เฟค”

                    เมื่อพี่ชายแตะขอบสระในรอบสุดท้ายกังหันก็ตะโกนขึ้นมาสุดเสียง คำว่าสมบูรณ์แบบเขาไม่ได้พูดเกินจริงเพราะพี่ชายว่ายเร็วกว่าเขาไปหลายวินาที ที่ตัวเองพลาดคงไม่ต้องโทษใครหรอกในเมื่อตลอดปิดเทอมเขาซ้อมนับครั้งได้ผิดกับพี่ชายฝาแฝดที่แทบจะลงสระวันเว้นวัน

                    “ถ้าซ้อมบ่อยๆ ก็ทำได้เองแหละ ไหนลงไปว่ายให้ดูหน่อยจะช่วยดูว่ามีปัญหาอะไรตอนกลับตัว” เมื่อขึ้นมาจากสระแล้วเห็นเวลาบนหน้าปัดเป็นที่น่าพอใจเขาจึงบอกน้องชายให้ลงไปว่ายน้ำอีกครั้ง กังหันยอมทำตามอย่างว่าง่ายว่ายไปกลับตามที่พี่ชายบอกโดยไม่ได้เกี่ยงงอน

                    หลังจากจ้องมองอย่างละเอียดถี่ถ้วนแฝดพี่ก็รู้ว่าปัญหาของกังหันอยู่ที่ตรงไหน การร้างสนามไปนานทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายไม่ค่อยสัมพันธ์กันทางแก้มีอย่างเดียวคือการฝึกซ้อมให้บ่อยขึ้น จากคราแรกที่กลัวไปเองว่าน้องชายอาจจะบาดเจ็บแล้วไม่บอกพอเห็นกับตาว่ารอบหลังๆ น้องแฝดทำได้ดีขึ้นเขาก็เบาใจ

                    “เฮีย... มีไรจะบอกว่ะ จริงๆ แล้วนิ้วเจ็บ นิ้วตีนเนี่ยสะดุดขอบถนนมาหลายวันแล้วแต่เพราะไม่ได้ซ้อมด้วยแหละ เลยออกมาแย่หน่อย แหะๆ” แฝดน้องสารภาพผิดเสียงแหบเสียแห้งแถมยังขำกลบเกลื่อน เขารู้ว่าปั้นจั่นสังเกตเห็นแต่เลือกที่จะไม่พูด เฮียรอให้เขาเปิดปากพูดออกมาก่อน

                    “แค่ร้างสนามซ้อมสักหน่อยก็คืนฟอร์ม แล้วทีหลังถ้าเจ็บก็หัดบอกจะได้ไม่ต้องฝืน” พูดจบปั้นจั่นก็กระโจนลงสระชวนกังหันว่ายน้ำแข่งกันผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะไปหลายรอบจนหิวนั่นแหละเขาถึงจะยอมเลิกซ้อมไปอาบน้ำหาอะไรกิน

                    ซึ่งทั้งสองคนเลือกใช้การเดินออกมาหลังมหาวิทยาลัยแทนที่จะใช้รถเพราะย่านนี้นั้นผู้คนค่อนข้างจะพลุกพล่านซอยก็เล็กแถมที่จอดรถก็หายากเดินไปเดินกลับช่วยชาติประหยัดพลังงานและช่วยย่อยอาหารไปด้วยในตัว

                    “กินนี่ก็ได้เฮียจะได้ไม่ต้องไปไกล” หลังเดินออกมาจากสระว่ายน้ำสักพักสองหนุ่มก็เดินเข้าหาร้านอาหารร้านแรกที่เห็นเพื่อหาอาหารเย็นใส่ท้อง

                    “ก็ดีกินเบาๆ จะได้สบายท้อง” เขาตอบพลางกวาดตามองหาโต๊ะว่าง ร้านข้าวต้มปลาเล็กๆ ที่มีที่นั่งไม่มากเต็มแน่นไปเสียทุกโต๊ะเลย

                    “โต๊ะนี้ได้เลยน้องพี่จะไปแล้ว” ชายหนุ่มที่กำลังรอเงินทอนเรียกฝาแฝดที่ยืนรีรออยู่ในร้านซึ่งสองหนุ่มก็เดินตามไปนั่งพร้อมกับค้อมศีรษะน้อยๆ เป็นการขอบคุณ

                    “ข้าวต้มปลาสอง ปลาลวกจิ้มได้แล้วครับ” รอเพียงครู่เดียวพนักงานก็เอาอาหารที่สั่งมาเสิร์ฟ ข้าวต้มปลาหอมๆ ทำเอาสองแฝดผู้หิวโหยวางช้อนไม่ลงกันเลยทีเดียว

                    “เฮียดูนั่นดิ” เพราะกังหันนั่งหันหน้าออกไปทางหน้าร้านน้องชายจึงเห็นว่าใครเดินไปเดินมาหรือเดินเข้าเดินออก ร้านข้าวต้มบ้างผิดกับปั้นจั่นที่หันหน้าเข้าไปในร้านมองกองถ้วยในกะละมังก็เพลินดี

                    “กินๆ ไปเลย ไม่ต้องไปสนใจหรอก” เมื่อหันไปตามที่น้องชายบอกแล้วพบกับร่างเล็กที่คุ้นตาวตันตะจึงรับหันกลับมาแล้วตั้งหน้าตั้งตากินข้าวของตัวเองต่อไป ก็คนกำลังอร่อยไม่อยากให้ใครมาทำให้เสียอารมณ์

                    “เฮียจะไม่ทักจริงอ่ะท่าทางพู่กันเขาจะหาโต๊ะอยู่นะ” เมื่อเห็นพี่ชายมีท่าทางไม่สนใจและหญิงสาวก็ทำท่าเหมือนจะหาที่นั่งแฝดน้องเลยอดที่จะเห็นใจเธอไม่ได้


                    “...”

                    ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียกปั่นจั่นดูจะปิดการรับสารทุกช่องทางไปแล้ว มือขวาตักข้าวต้มมือซ้ายรูดหน้าจอโทรศัพท์มือถือเล่นโซเชียล

                    “ใจร้าย นั่นผู้หญิงตัวเล็กๆ นะ ท่าทางพู่กันจะหิวด้วยเฮียนี่ไม่เอาไหนเลยว่ะ”

                    “ว่ะกับใคร?” คนเป็นพี่ทำเสียงแข็งเมื่อน้องชายเริ่มพูดจาไม่ค่อยจะเข้าหู

                    “พู่กัน พู่กัน มานั่งกับเรานี่มา” ไม่ทันที่จะเอ่ยปากพูดอะไรต่อไอ้น้องชายก็กวนประสาทด้วยการชวนวีรามานั่งร่วมโต๊ะโดยที่ไม่ได้สนใจอารมณ์ของเขาที่เป็นพี่เลย

                    “ขอบคุณนะกังหัน” วีราตะโกนเสียงใสมาแต่ไกลเธอหันไปสั่งข้าวต้มก่อนจะเดินตรงมานั่งที่ตรงกันข้ามกับเขา


ติดตามนิยายเรื่อง "Mild Espresso รักนี้เข้มเต็มหัวใจ" ได้ที่ MEB Market นะคะ

Mild Espresso รักนี้เข้มเต็มหัวใจ
อติญา
www.mebmarket.com
หากเรื่องนี้คือนิทานเขาคงจะเป็นเจ้าชายแหกคอกและเธอคงจะเป็นเจ้าหญิงน้อยที่รออยู่บนหอคอยงาช้าง น้องปีหนึ่งหน้าใสเขย่าใจรุ่นพี่แค่เพียงสบตาครั้งแรกก็ทำเอาเขาแทบละเมอ เมื่อถูกใจก็ต้องจีบแต่เหมือนวิธีเข้าหาจะห่ามๆ ไปหน่อย บวกกับสาวเจ้าเป็นนกน้อยในกรงทองที่มีพี่ชายหวงน้องประดุจจงอางหวงไข่ ชนะใจสาวว่ายากแต่พี่ชายก็ดูจะเป็นงานหิน แต่บอกไว้เลยว่ารักแล้วเขาไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอกนิยายชุด “Mild Coffee” ประกอบไปด้วยนิยาย 6 เรื่องจากนักเขียน 5 คนMild Latte รักนุ่มลึก / Biteholic GirlMild Cappuccino รักนี้รสละมุน / อติญาMild Espresso รักนี้เข้มเต็มหัวใจ / อติญาMild Caramel Macchiato เกี่ยวรักมาร้อยใจ / ลูกตุ้มเงินMild Mocca รักหวานๆ ของนายขี้หวง / อัณณากานต์Mild Americano รักร้ายนายแบดบอย / ศรีมนตราฝากติดตามผลงานของพวกเราด้วยนะคะ


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha