Mild Espresso รักนี้เข้มเต็มหัวใจ (นิยายชุด Mild Coffee) มีหนังสือทำมือ

โดย: อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 4 : ใจพังๆ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

            ในที่สุดก็บอกออกไปจนได้สิน่า... ลาทิชาเดินใจลอยลงมาจากชั้นสองของร้านกาแฟ เพื่อนๆ ถามอะไรก็ไม่ยอมตอบได้แต่ยิ้มๆ แล้วพูดแต่ว่าไม่มีอะไร ทั้งๆ ที่สายตาเจ็บปวดของอีกคนมันกำลังกร่อนหัวใจเธอจนปวดหนึบไปทั้งดวง ถ้าปฏิเสธว่าไม่รู้สึกดีกับสิ่งที่ชายหนุ่มทำก็แน่นอนว่ามันคือเรื่องโกหกแต่ที่เธอเลือกไม่รับน้ำใจเขาเพราะว่ากลัว กลัวว่าวันหนึ่งตัวเองจะต้องเป็นคนที่เสียใจและกลัวปัญหาที่จะตามมาทีหลังหากพี่ชายรู้เรื่องเข้า

            “เออ! วันนี้รับน้องรวมวันสุดท้ายแล้วนี่นาต่อไปก็ซ้อมเชียร์คณะอีกน่ะสิ ชีวิตปีหนึ่งนี่มันไม่ได้มีเวลาว่างเลยหรือไงกันเนี่ย!” ระหว่างทางที่เดินไปลานอเนกประสงค์เพื่อนสาวช่างจ้ออย่างจอยก็บ่นออกมาเสียงไม่เบานัก ทั้งเรียนเหนื่อย กิจกรรมหนักมันก็ทำเอาพวกเธอล้าไปมากเหมือนกันแต่จะให้ทำยังไงได้ชีวิตเฟรชชี่มันก็มีแค่ปีเดียวเท่านั้น

            “ถ้าไม่อยากเข้าเชียร์ก็ต้องเป็นนักกีฬาไม่ก็ไปเป็นเชียร์ลีดเดอร์แล้วทำอะไรเป็นบ้างล่ะจอย? ถ้าไม่เป็นก็นั่งร้องเพลงตบมือต่อไปจ๊ะอย่าได้บ่น” ตุ๊กตาว่าให้ขำๆ เพราะถึงจอยจะขี้บ่นแต่ก็ยังเข้ากิจกรรมด้วยความเต็มใจไม่เคยขาดเลยสักครั้ง

            “เราก็พูดเฉยๆ เป็นวัยรุ่นมันหนักอ่ะเคยได้ยินป่ะ?”

            “พี่ปาล์มก็บอกเรานะว่าช่วงที่เรียนให้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุดแบ่งเวลาเรียนกับทำกิจกรรมให้เท่าๆ กันเพราะบางสิ่งบางอย่างมันหาไม่ได้แล้วตอนที่ทำงาน” หญิงสาวตัวเล็กพูดเสียงใสเมื่อนึกถึงคำที่พี่ชายสอนต่อให้เหน็ดเหนื่อยยังไงเธอว่ามันก็ดีที่เราได้มีโอกาสทำ

            “พี่ปาล์มน่ารักแบบนี้ตลอดไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เราจะได้เห็นพี่สะใภ้ของฝ้ายสักที” มิรินเพื่อนสนิทที่คบมาตั้งแต่สมัยมัธยมพูดขึ้นมาบ้างหลังจากที่เอาแต่เงียบไปเป็นนาน

            “พี่ปาล์มบอกว่ารอให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตก่อนพี่ถึงจะมีครอบครัว” อาจเพราะมีหน้าที่สำคัญคือการเป็นทั้งพ่อ แม่ และพี่ให้น้องสาวเพียงคนเดียวอารัญจึงโฟกัสทุกอย่างในชีวิตไปที่ลาทิชาและก็งานของตัวเองเพียงเท่านั้นชายหนุ่มถึงได้มีหน้าที่การงานที่มั่นคงตั้งแต่อายุยังน้อยๆ

            “ถ้าว่างเดี๋ยวเราไปนอนที่บ้านด้วยคิดถึงกับข้าวฝีมือพี่ปาล์มเหมือนกัน” ด้วยความที่สนิทกันมาตั้งแต่ยังเด็กมิรินดาจึงเดินเข้านอกออกในบ้านของลาทิชาอยู่บ่อยๆ แม้ชีวิตครอบครัวของเพื่อนจะดูน่าสงสารแต่ก็ยังโชคดีที่มีพี่ชายที่แสนดีแต่ขี้หวงอย่างอารัญ

            “อือ... จอยกับตุ๊กตาก็ไปด้วยนะ ไปนอนเล่นกินข้าวกันหลายๆ คนสนุกดี” เมื่อเพื่อนทั้งสองคนพยักหน้าหงึกหงักไม่มีทีท่าว่าจะปฏิเสธคนชวนก็ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีจนเผลอลืมเรื่องที่เพิ่งทำร้ายจิตใจของใครบางคนไปชั่วขณะ

            “แต่ตอนนี้เราว่ารีบเดินเหอะเดี๋ยวโดนพี่ทำโทษ” เมื่อมองนาฬิกาแล้วเห็นว่าเวลามันจวนเจียนอยู่มากสี่สาวจึงวิ่งอ้าวพร้อมกันโดยที่ไม่ต้องนัดหมาย การทำโทษของรุ่นพี่ก็มีแต่ให้ร้องเพลงเสียงดังๆ เต้นเพลงแปลกๆ ที่พิลึกพิลั่นจนไม่มีใครเสี่ยงจะไปช้าให้ต้องอายกันหรอก

            ปุยฝ้าย มิริน จอย และตุ๊กตามาถึงลานอเนกประสงค์ด้วยเวลาที่เฉียดฉิวเรียกได้ว่าไม่ได้พักหายใจหายคอพี่ๆ ก็เรียกรวมแถวและแนะนำกิจกรรมที่ต้องทำทั้งหมดในวันนี้ แล้วระหว่างที่เข้าแถวรวมอยู่กับเพื่อนๆ หญิงสาวก็เผลอสอดส่ายสายตามองหาร่างสูงของคนที่คุ้นตาด้วยความเคยชินกว่าจะนึกได้ว่าเขาคงไม่มาอีกแล้วร่างเล็กก็เผลอถอนหายใจออกมาเสียยาวยืด


            “วันนี้ไม่ไปเฝ้าเด็กหรือไง?” สิบรถเอ่ยปากถามแฝดน้องที่ยังมัวนั่งเล่นอยู่ในร้านกาแฟไม่ได้วิ่งแจ้นไปเฝ้าสาวเฟรชชี่ที่ลานรับน้องเหมือนทุกวัน

            “ไม่อ่ะเฮีย เว้นช่องว่างเอาไว้ให้คิดถึงกันบ้างท่าจะดี” กังหันยิ้มแกนๆ ให้เพื่อนที่เขารักและเคารพไม่ต่างจากพี่ชายแท้ๆ อีกคนหนึ่ง

            “มีปัญหาอะไรวะ? หน้ามึงนี่สวนทางกับคำพูดมากไอ้ลิงกังอย่ามาทำไก๋ เกิดอะไรขึ้น?” มินสก์ใช้สายตาคาดคั้นส่งมาหา จะปิดอะไรใครก็ได้แต่สายตาที่มีพิรุธของตัวเองไม่เคยโกหกมันได้เลยจริงๆ ไอ้เพื่อนพวกนี้

            “ไม่มีอะไรแค่อกหัก จิ๊บจิ๊บ” คนเจ็บหนักทำท่าไม่เหมือนไม่ใส่ใจทั้งที่ข้างในมันเจ็บเสียจนชา

            “เดี๋ยวกลับบ้านไอ้ตี๋มันก็ไปนอนน้ำตาตกเอาเป็นว่าวันนี้ยกให้หนึ่งวันไม่ต้องซ้อมว่ายน้ำก็ได้ รีบกลับไปเลียแผลใจดีกว่า” และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือพี่ชายแท้ๆ ที่รู้ใจเหมือนกับเป็นคนๆ เดียวกัน ที่รู้ว่าจริงๆ แล้วกังหันหัวใจกำลังบางแต่ไหนเห็นตัวโต มาดแมนแบบนี้เขาก็มีมุมอ่อนไหวอยู่เหมือนกันนะ

            “กลับบ้านกันเหอะตี๋เล็ก” ปั้นจั่นพูดสั้นๆ ก่อนจะตบไหล่น้องชายเบาๆ ให้ลุกเดินตามมา วันนี้เขาจะทำหน้าที่เป็นคุณหมอเยียวยาดูแลรักษาแผลสดให้ก่อนแล้วหลังจากนั้นกังหันก็จะต้องใช้เวลาในการดูแลหัวใจตนเอง

            เขาสองคนพี่น้องมีประสบการณ์ในเชิงรักไม่มากนัก ไม่มากในที่นี้หมายถึงเรื่องความสัมพันธ์ในระยะยาวไม่ได้หมายถึงเรื่องการผูกพันแค่เพียงร่างกายที่จะบอกได้ว่ามันนับไม่ถ้วน ด้วยความที่เป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่เรื่องริลองรักจึงทำกันเองแบบห่ามๆ ซึ่งส่วนมากก็แค่ถูกใจแล้วไปจบกันที่เตียงไม่ได้มีสิ่งใดให้สานต่อในวันรุ่งขึ้น แต่ครั้งนี้เขารู้สึกว่ากังหันจะอาการหนักเพราะภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยเขามั่นใจว่าเห็นความสั่นไหวในแววตาของฝาแฝดคนน้อง


            “เฮียผมอกหัก... ปุยฝ้ายบอกว่าเธอคิดกับผมแค่พี่ชาย” อยู่ดีๆ น้องชายก็พูดออกมาเสียงสั่นๆ ทำเอาคนที่ตั้งใจขับรถถึงกับยอมละสายตาออกจากถนนเบื้องหน้าหันมามองตรงที่นั่งฝั่งซ้ายมืออย่างช่วยไม่ได้

            “กำลังจะบอกว่าถ้าไม่ไหวก็ยังไม่ต้องเล่าก็ได้เฮียยังมีเวลารอฟังตี๋ทั้งชีวิตนั่นแหละ” พี่ชายกับน้องชายเขาก็มีโหมดหวานๆ ก็มีกันอยู่แค่สองคนพี่น้องถ้าไม่รักกันไม่ดูแลกันแล้วจะให้ไปทำกับใครที่ไหน

            “มันจุกๆ นะตอนที่ได้ยินน้องบอกว่าไม่ได้คิดอะไร เจ็บตรงที่ปุยฝ้ายขอเป็นพี่น้องถ้าผมอยากเป็นแค่นั้นจะใส่ใจเขามากกว่าคนอื่นทำไมล่ะ” กังหันเหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าจะพูดกับปั้นจั่นแต่เรื่องที่น้องชายใส่ใจเด็กปุยฝ้ายนั้นเขาเห็นมากับตา

            เริ่มต้นที่ตอนเช้ากับการแวะร้านดอกไม้หน้ามหาวิทยาลัยทุกวันเพื่อเลือกดอกกุหลาบแดงที่สวยที่สุดมาให้เจ้าของร้านตกแต่งผูกโบ ผู้ชายที่ใจร้อนแต่ละเมียดละไมกับสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัดถ้าไม่รักก็คงทำไม่ได้หรอก แล้วยิ่งนึกภาพถ้าเป็นตัวเองไปทำอะไรแบบนั้นอย่างอตันตาเขานี่คิดภาพไม่ออกเลยจริงๆ

            “เพิ่งรู้ว่าเวลารักใครเราต้องเตรียมใจพร้อมรับความเสี่ยง แต่ไม่เป็นไรหรอกเจ็บนิดเดียวเดี๋ยวก็หาย” กังหันเอนกายไปกับเบาะรถแล้วหลับตา... เขายอมรับว่าไม่ชอบความรู้สึกเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเองแบบนี้เลยจริงๆ

            “อยากนอนก็ไปนอนทำถึงบ้านทำกับข้าวเสร็จจะไปเรียก”

            “เฮียกินเลย... อยากนอน” สิ่งแรกที่กังหันอยากทำมากที่สุดคือทิ้งตัวลงบนเตียงนอนแล้วก็ซุกตัวอยู่นิ่งๆ แบบนั้นเพื่อคิดทบทวนว่าที่ผ่านมาเขาเดินพลาดที่ตรงไหน แผนรุกกระชับรักไม่ถูกใจแต่ทำไมปุยฝ้ายยังมีรอยยิ้มให้อยู่ตลอดเวลาที่เขาเข้าหา ที่ผ่านมาคิดไปเองหรือหญิงสาวแค่ถนอมน้ำใจเขากันแน่?

            “ไม่รู้สึกอะไรสักนิดเลยหรือไงนะ?” อตันตาพูดกับรูปภาพของหญิงสาวที่เขาเพิ่งจะแอบถ่ายเอาไว้แล้วมันก็เป็นภาพแรกและภาพสุดท้ายที่จะได้มีโอกาสอยู่ในเครื่อง...


            “ฝ้ายกับพี่กังหันนี่ทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า? เราเห็นพี่เขาไม่มาหาฝ้ายที่คณะหลายวันแล้วนะมีแต่ให้คนมาส่งดอกไม้ให้” ตุ๊กตาที่คันปากยิบๆ เก็บความสงสัยเอาไว้ไม่อยู่เมื่อไม่ได้เห็นชายหนุ่มที่เคยเทียวไล้เทียวขื่อมาหาเพื่อนของเธอหลายวันแล้ว มันต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ ไม่อย่างนั้นพี่กังหันคงไม่หายไปแบบไร้ร่องรอยอย่างนี้แน่นอน

            “พี่เขาคงยุ่งแหละใกล้งานกีฬาเฟรชชี่แล้วอีกอย่างก็อย่าลืมสิว่าพี่กังหันเขาเป็นรองกัปตันชมรมว่ายน้ำของมหาวิทยาลัยคงมีงานให้ทำเยอะอยู่” หญิงสาวพูดออกมาเสียยาวยืดถึงเธอจะรู้สาเหตุที่ทำให้พี่เขาหายไปก็ใช่ว่าตัวเองจะรู้สึกดีสักหน่อย แต่ในเมื่อตัวเองเป็นคนปฏิเสธพี่เขาก็แสดงว่าต้องทำใจยอมรับไม่ว่าชายหนุ่มจะตัดสินใจหรือทำอะไรต่อไปจากนี้

            “เราก็นึกว่ามีอะไรกันเห็นพี่กังหันเขาโพสต์อะไรแปลกๆ ด้วย” เสียงของจอยเรียกความสนใจของเธออยู่ไม่น้อยจนในที่สุดก็ต้องขอเพื่อนดูเรื่องแปลกๆ ที่ว่านั่น

            นิ้วมือขาวเลื่อนเปิดแอปพลิเคชันแชร์รูปที่วัยรุ่นนิยมใช้กันแล้วค้นหาชื่อที่ตัวเองต้องการเนื่องจากบัญชีผู้ใช้เปิดเป็นสาธารณะเธอจึงไม่ต้องจำเป็นต้องกดติดตามหรือส่งคำขอเป็นเพื่อนกับเจ้าของบัญชีเพื่อที่จะเข้าดูแต่อย่างใด

            สองสามวันมานี้ชายหนุ่มทำแค่แชร์รูปของตัวเองที่เหมือนจะถ่ายในห้องนอนไม่มีแคปชั่น ไม่มีคำบรรยายอะไรแค่ภาพเจ้าตัวที่นอนห่มผ้าคลุมมาครึ่งหน้าบนเตียงนอน แต่นิ้วเรียวสวยยังไม่หยุดดูเพียงแค่นั้นเธอยังคงรูดหน้าจอดูความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ ภาพดอกกุหลาบแบบเดียวกันกับที่เธอได้รับถูกโพสต์ขึ้นพร้อมข้อความว่า ตั้งใจเลือกเองกับมือ

            นอกนั้นก็เป็นภาพของชายหนุ่มเองกับอิริยาบถต่างๆ ซึ่งดูไปเรื่อยๆ ลาทิชาก็ยอมรับว่ามันเพลินมากเหมือนได้รู้จักอีกมุมหนึ่งของอตันตาที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน และหลังจากที่เลื่อนผ่านๆ ดูรูปหลายสิบรูปเธอก็รู้สึกถึงความละเอียดอ่อนและความอบอุ่นจากผู้ชายคนนี้ที่เขาตั้งใจสื่อออกมาทั้งทางภาพและข้อความเหล่านั้น แต่ที่แน่ๆ เธอไม่เห็นเขาโพสต์รูปผู้หญิงเลยแม้แต่คนเดียวขนาดรูปไปเที่ยวยังมีแต่กลุ่มเพื่อนที่เธอเองก็คุ้นหน้าคุ้นตา

            “เป็นอะไรไปปุยฝ้ายมองมือถือไปก็ยิ้มไปหรือว่าเริ่มมีอาการทางประสาท?”

            “ไม่ใช่แบบนั้นเราจะยิ้มบ้างไม่ได้หรือไงฮะจอย? ต้องทำหน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดเวลาเลยเหรอ?” คนตัวเล็กถามเพื่อนเสียงเบาทั้งๆ ที่ยังไม่ยอมละสายตาไปจากหน้าจอ ยิ่งเธอเห็นกังหันในอิริยาบถที่แตกต่างกันเธอก็ยิ่งคิดได้ว่าผู้ชายคนนี้นั้นมีอะไรมากกว่าที่เธอเห็นและรู้จักแค่ผิวเผิน

            “ดูรูปพี่กังหันแล้วยิ้มออกทั้งที่ก่อนหน้านี้ถามคำตอบคำแถมดูเงียบๆ ไป จะให้บอกว่าไม่มีอะไรนี่ไม่เชื่อเด็ดขาดย่ะ ถ้าไม่สบายใจก็พูดออกมาบ้างเผื่ออะไรมันจะดีขึ้น เรื่องความรักเป็นเรื่องของคนสองคนก็จริงแต่บางครั้งมันก็ต้องการที่ปรึกษา” ลาทิชาได้แต่นั่งเงียบรับฟังในสิ่งที่เพื่อนพูด เธอไม่ได้อยากมีความรักแล้วเธอก็ไม่ได้ต้องการที่ปรึกษาแต่เธอกำลังไม่สบายใจที่อีกคนหายไปก็เท่านั้นเอง


            “ว่ายังไงวันนี้อารมณ์ดีเหรอถึงได้ยิ้มหน้าบานแบบนี้” ทันทีที่เห็นหน้าน้องสาวอารัญก็คลี่ยิ้มบางๆ เพราะเขาสังเกตมาหลายวันแล้วว่าปุยฝ้ายไม่ค่อยจะร่าเริงเหมือนเก่า

            “ไม่มีอะไรค่ะฝ้ายว่าฝ้ายก็ปกติ” หญิงสาวยังคงนั่งยิ้มหวานให้พี่ชายก็จะบอกไปได้ยังไงล่ะว่าตัวเองนั่งยิ้มเหมือนคนมีอาการทางประสาทเพราะว่าได้นั่งดูรูปของผู้ชายที่ชื่อกังหัน อตันตา ภิรมย์สุนทร

            “ก็ไม่ได้ว่าเราอย่ามาร้อนตัวพี่ก็คิดว่าอารมณ์ดีเพราะฝ้ายของพี่มีแฟน” คำถามเหมือนแทงเข้ากลางใจทำเอาคนเป็นน้องแอบกังวลนี่ขนาดเธอไม่มีแฟนพี่ชายยังเป็นห่วงขนาดนี้แล้วถ้ามีขึ้นมาจริงๆ ไม่รู้ว่าพี่ต้นปาล์มจะว่ายังไง

            “ไม่มีหรอกฝ้ายชื่อพี่ปาล์มยังไงก็ต้องใช้ชีวิตนักศึกษาให้คุ้มค่าที่สุด”

            “แต่ถ้ามีก็เอามาแนะนำให้รู้จักบ้างอย่าไปคบหลบๆ ซ่อนๆ ผู้ชายที่มันไม่เปิดตัวว่าคบกับเราน่ะไว้ใจไม่ได้ให้สันนิษฐานเอาไว้ก่อนว่าไอ้หมอนั่นมันคบซ้อนแน่ๆ” หญิงสาวแปลกใจในท่าทีของพี่ชายที่อยู่ๆ ก็ทำท่าเหมือนไม่ว่าอะไรถ้าตัวเธอจะคบเพื่อนชายต่างเพศ

            “ไม่มีหรอกค่ะ”

            “โกหกไม่เนียนเลยนะรู้ตัวหรือเปล่า? แล้วเจ้าของกุหลาบแดงนั่นล่ะเขาเป็นใคร?” ไม่มีอะไรรอดหูรอดตาอารัญได้เลยจริงๆ ขนาดที่ว่าเธอพยายามซ่อนเอาไว้แต่พี่ชายก็ยังมาเจออีกจนได้สิน่า

            “เขาแค่มาจีบไม่ได้อะไรแล้วค่ะ อีกอย่างฝ้ายก็ปฏิเสธไปแล้วด้วยเห็นไหมน้องสาวคนนี้เชื่อฟังพี่ชายที่สุดเลยนะ” คนตัวเล็กพูดจาออดอ้อนเอาใจเพราะยังเดาอารมณ์พี่ชายในตอนนี้ไม่ออก จู่ๆ ก็เปิดประเด็นเรื่องมีแฟนแถมยังไม่ว่าด้วยมันดูแปลกๆ อย่างไรก็ไม่รู้

            “เขาเป็นคนยังไงเล่าให้พี่ฟังได้หรือเปล่า?”

            “ก็เป็นรุ่นพี่แถมเป็นนักกีฬามหาวิทยาลัยด้วยนะคะแต่เพื่อนๆ เล่าว่าพี่เขาเจ้าชู้ฝ้ายเลยบอกไปก่อนว่าให้คบกันแบบพี่น้อง นี่ก็ไม่มาให้เห็นหน้าหลายวันแล้ว” น้องสาวก็พาซื่อพูดออกไปหมดให้พี่ชายได้จับผิด ไอ้น้ำเสียงที่เหมือนผิดหวังตอนท้ายประโยคนั่นแสดงว่าลาทิชาก็ต้องคิดอะไรบ้างไม่มากก็น้อย

            “ไม่คิดอะไรแน่เหรอเราน่ะ?”

            “ไม่รู้สิคะแค่เพื่อนบอกว่าเขาเจ้าชู้ฝ้ายก็ไม่อยากยุ่งแล้วพี่ปาล์มไม่ต้องห่วงหรอกฝ้ายจำที่พี่สอนได้แม่น” หญิงสาวตรงหน้าพูดจาฉาดฉานท่าทางดูจะเชื่อฟังสิ่งที่พี่ชายคนเดียวเคยพร่ำบอกเอาไว้ แต่เป็นตัวอารัญเองนั่นแหละที่ลืมไปว่าไม่ควรไปสอนแกมบังคับอะไรแบบนั้นให้น้องสาว

            ลาทิชาเป็นเด็กเรียบร้อยน่ารักไม่เคยทำให้เขาต้องลำบากใจมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่การที่เขาประคบประหงมเลี้ยงดูน้องไม่ต่างจากไข่ในหินนั้นมันจะทำให้เจ้าตัวไม่มีภูมิต้านทานในการให้ชีวิตในสังคม ที่บ้านเขาอาจปกป้องน้องได้แต่เมื่อออกพ้นจากประตูไปเธอต้องปกป้องตัวเอง การเสี่ยงให้หญิงสาวออกไปเรียนรู้ชีวิตที่แท้จริงบ้างมันก็เป็นความคิดที่ดีเหมือนกัน

            “บางครั้งฟังจากคนอื่นมันก็ไม่เหมือนกับที่เราได้เจอด้วยตัวเองแล้วระหว่างที่เขามาตามจีบเรานี่เคยเห็นเขาทำเจ้าชู้ใส่ผู้หญิงคนอื่นบ้างไหมล่ะ?” รู้สึกว่าการเดินทางกลับบ้านในวันนี้ประโยคสนทนาระหว่างตัวเองกับพี่ชายนั้นเต็มไปด้วยประโยคคำถามแต่มันก็ไม่ทำให้บรรยากาศอึดอัดเพราะแต่ไหนแต่ไรสองคนพี่น้องก็คุยกันทุกเรื่องอยู่แล้ว

            “ก็ไม่เห็นมีนะคะพี่เขาเรียนปีสี่แล้วด้วยเรียนหนักกิจกรรมก็เยอะวันๆ ไม่เห็นมีเวลาว่างไปทำเจ้าชู้ใส่ใคร”

            “แต่ก็ยังมีเวลามาส่งดอกไม้ให้เรา กุหลาบนั่นดอกหนึ่งไม่ใช่ถูกๆ ด้วย ถ้าพี่จำไม่ผิดรู้สึกว่าจะนำเข้ามาจากต่างประเทศ” ยิ่งพี่ชายพูดเธอก็ยิ่งนึกถึงข้อความบรรยายภาพดอกกุหลาบไม่คิดว่าชายหนุ่มจะลงทุนอะไรเพื่อเธอได้มากมายขนาดนี้

            “คิดดูดีๆ อีกทีก็ได้ถ้าคบกันแล้วไม่พากันไปทำอะไรเสียหายพี่ก็ไม่ว่าอะไรหรอก” อารัญยังคงพูดนิ่งๆ ตามนิสัยเขาคิดดีแล้วที่เอาเรื่องน้องสาวไปปรึกษาคนสนิทถึงได้ลองมาคิดทบทวนย้อนดูว่าพี่ชายคนนี้มีอะไรที่ทำพลาดไปบ้างหรือเปล่า ไอ้ความรักน้องหวงน้องที่มากเกินพอดีมันจะส่งผลดีกับชีวิตของลาทิชาจริงๆ อย่างนั้นเหรอ?


            “พี่ปาล์มแค่ต้องปล่อยน้องบ้างให้เธอได้เรียนรู้ชีวิตด้วยตัวเอง... เราดูแลน้องฝ้ายไปตลอดไม่ได้หรอกครับสักวันน้องก็ต้องออกไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง” เสียงหวานๆ ของคนที่นอนเปลือยเปล่าท่อนบนเกยอยู่กับอกเขาทำให้คนที่คิดไม่ตกเรื่องน้องสาวเริ่มจะมีคำถาม

            “ฟ้าว่าพี่บังคับน้องฝ้ายเกินไปหรือเปล่า?” ดวงตาของคนถามหลุบต่ำมองลาดไหล่ขาวๆ ที่น่ากัดให้เป็นรอยด้วยความมันเขี้ยว

            “น้องใครใครก็รักครับแต่น้องฝ้ายเองก็ต้องรู้ด้วยว่าจริงๆ แล้วตัวเองต้องการอะไร แต่ฟ้าว่าพี่เป็นเอามากอ่ะแค่เห็นดอกกุหลาบในห้องนอนของน้องก็เก็บเอามากลุ้มอกกลุ้มใจ” เหนือฟ้าไล้มือไปตามแนวไหปลาร้าของคนตัวโตด้วยความหลงใหล อารัญเป็นผู้ชายที่อบอุ่นมาก อุ่นจนทำเขาร้อนจนแทบละลายแต่ใครจะคิดว่าอีกมุมหนึ่งของผู้จัดการธนาคารคนนี้ก็ยังมีมุมที่อ่อนไหวโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับน้องสาวของตัวเอง

            “พี่อาจจะคิดมากไปเองขอบคุณฟ้านะที่พูดให้พี่คิดได้ว่าน้องฝ้ายโตแล้ว... พี่เองก็ลืมข้อนี้ไปวันหนึ่งถ้าน้องออกไปใช้ชีวิตข้างนอกไม่ได้พี่คงจะต้องโทษตัวเองอยู่ดี” ชายหนุ่มนั้นคิดตามทุกคำที่เด็กหนุ่มรุ่นน้องพูด เขาผิดเองที่ตีกรอบให้น้องมากไปถึงได้เก็บมาคิดมากอยู่คนเดียว

            “ไม่ทำหน้าอย่างนั้นสิครับฟ้าไม่อยากให้พี่เครียดแบบนี้นะ” เหนือฟ้าทำท่าออดอ้อนระหว่างนั้นมือบางก็ไต่ยุ่มย่ามไปทั่วแผงอกแน่นๆ จนคนถูกกระทำเริ่มจะไฟติดสังเกตจากลมหายใจอุ่นๆ ที่เริ่มจะเปลี่ยนเป็นจังหวะฟืดฟาดรุนแรงขึ้น

            “ซน!” ปากบ่นแต่วงแขนกลับโอบกระชับแผ่นหลังของอีกคนไม่ยอมปล่อยเพราะอารัญนั้นชอบจะตายผู้ชายซนๆ ที่ชื่อเหนือฟ้าคนนี้

            “ถ้าฟ้าซนพี่ปาล์มก็ทำโทษฟ้าสิครับ ทำให้ฟ้าจำจนขึ้นใจเลยว่าต้องไม่ดื้อไม่ซนกับพี่ปาล์มอีก”


ติดตามนิยายเรื่อง "Mild Espresso รักนี้เข้มเต็มหัวใจ" ได้ที่ MEB Market นะคะ

Mild Espresso รักนี้เข้มเต็มหัวใจ
อติญา
www.mebmarket.com
หากเรื่องนี้คือนิทานเขาคงจะเป็นเจ้าชายแหกคอกและเธอคงจะเป็นเจ้าหญิงน้อยที่รออยู่บนหอคอยงาช้าง น้องปีหนึ่งหน้าใสเขย่าใจรุ่นพี่แค่เพียงสบตาครั้งแรกก็ทำเอาเขาแทบละเมอ เมื่อถูกใจก็ต้องจีบแต่เหมือนวิธีเข้าหาจะห่ามๆ ไปหน่อย บวกกับสาวเจ้าเป็นนกน้อยในกรงทองที่มีพี่ชายหวงน้องประดุจจงอางหวงไข่ ชนะใจสาวว่ายากแต่พี่ชายก็ดูจะเป็นงานหิน แต่บอกไว้เลยว่ารักแล้วเขาไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอกนิยายชุด “Mild Coffee” ประกอบไปด้วยนิยาย 6 เรื่องจากนักเขียน 5 คนMild Latte รักนุ่มลึก / Biteholic GirlMild Cappuccino รักนี้รสละมุน / อติญาMild Espresso รักนี้เข้มเต็มหัวใจ / อติญาMild Caramel Macchiato เกี่ยวรักมาร้อยใจ / ลูกตุ้มเงินMild Mocca รักหวานๆ ของนายขี้หวง / อัณณากานต์Mild Americano รักร้ายนายแบดบอย / ศรีมนตราฝากติดตามผลงานของพวกเราด้วยนะคะ

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha