มลทินอสูร

โดย: ศิริภักดิ์



ตอนที่ 2 : เส้นทางที่แอบแฝง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บ่ายวันเดียวกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในโรงแรมหรูระดับห้าดาว บริเวณมุมห้องซึ่งเป็นโซนโต๊ะวีไอพีที่สองหนุ่มชอบนัดพบ และพากันมากินอาหารร้านนี้เป็นประจำ เนื่องจากติดใจในรสชาติและบรรยากาศ รวมไปถึงการบริการจากบริกรสาวสวยที่ดีเลิศ ทำให้ทั้งสองแทบไม่ไปไหนเลยนอกจากที่นี่

เป็นอะไรไปวะ ทำหน้าทำตายังกับตูดหมา

นายเคยเห็นตูดหมาเรอะ สวนกลับเข้าให้  ทำเอาคนพูดเงียบไปทันที แต่ก็ยังยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่

ไม่เคยดูใกล้ๆ เห็นผ่านๆ เลยมองว่าคล้ายๆ ว่ะ

ผู้ชายสมบูรณ์แบบอย่างเพื่อนเขาที่มีแต่สาวๆ ล้อมหน้าล้อมหลัง มันยังมีเวลาไหนทำให้อารมณ์ไม่จอยได้อีกหนอ คนเป็นเพื่อนซี้คิด

จุลจักษ์ร้องหึในลำคอ ไม่รู้จะเอาคืนอย่างไรกับประโยคนี้ เขาได้แต่นั่งหน้าบึ้งตึงบอกถึงความไม่สบอารมณ์ที่แบกมาตั้งแต่ช่วงเช้า ขณะมองอีกฝ่ายกวักมือเรียกบริการสาวสวยเข้าใกล้

ขอเมนูด้วยครับ”  

ร่างของหญิงสาวในชุดของพนักงานเสิร์ฟมาถึงก็ยื่นเมนูส่งไปให้หนุ่มหล่อคนที่เรียก ไม่ถึงสามนาที บริกรเธอก็เดินกลับไปหลังทั้งคู่สั่งสิ่งที่ต้องการเสร็จสรรพ

ว่ายังไงวะสรุปว่าไปกินรังแตนที่ไหนมา หน้าตาถึงได้บูดขนาดนี้

กชวัช เพื่อนสมัยเรียนปริญญาโทต่างประเทศของจุลจักษ์ คือผู้ที่หาลูกค้าให้กับบริษัทใหม่ของเขาที่เปิดอย่างเงียบๆ โรงงานผลิตเครื่องออกกำลังกายที่มียอดขายดิบขายดีในตอนนี้เนื่องจากเทรนคนรักสุขภาพกำลังมาแรง ก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจของเพื่อนรัก ดังตามมาพร้อมกับเอนหลังพิงพนักเก้าอี้

พ่อฉันจะแต่งงานใหม่ว่ะ

เฮ้ย!... จริงดิไหนนายเคยเล่าว่าพ่อนายไม่สนใจใครแล้วไงหลังจากแม่นายเสีย

ก็ใช่ไง... ทีแรกก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว!” เสียงตอบที่แสดงถึงความเหนื่อยใจสุดขีดมาพร้อมสายตาที่มองเพื่อนรักนิ่งนาน

ถ้าถึงขนาดนั้น ฉันว่าคนนี้พ่อนายคงรักจริงถึงได้คิดที่จะแต่งงานด้วย นายก็อย่าไปคิดมากเลยว้า... ปล่อยให้คนแก่มีความสุขในบั้นปลายชีวิตดีกว่า สุขภาพท่านยิ่งไม่ค่อยดีอยู่ด้วย ขืนแกไปขัดใจกลัวว่าจะทะเลาะกันเสียเปล่าๆ

ฉันจะไม่ว่าอะไรหรอก หากผู้หญิงคนนั้นเป็นคนดี และอายุอานามก็น่าจะใกล้เคียงกับท่านมากพอจะดูแลกันในยามเจ็บป่วยได้ แต่นี่มันไม่ใช่...

จุลจักษ์หยุดพูดนิดหนึ่ง แล้วปล่อยให้ภาพของหญิงสาว ที่เขากำลังกล่าวหาล่องลอยเข้ามาในห้วงความคิด ดวงหน้าสวยกระจ่างใสไร้ที่ติขาวผ่องผุดผาด กลิ่นหอมจากกายสาวที่เขาสัมผัสได้เมื่อช่วงเช้า ยังตราตรึงวนเวียนไม่ไปไหนจนถึงตอนนี้ ทีเขาอดนึกไม่ได้ว่า ถ้าหากใกล้ชิดเธอนานกว่านั้นอะไรจะเกิดขึ้น ไม่แน่ว่าเขาเองนี่แหล่ะจะห้ามใจตังเองให้ร่วมรักกับเธอจนต้องถลันออกมา

ไอ้จักษ์... ไอ้จักษ์โว้ย!!!!!”

เสียงเรียกของเพื่อนรักที่ไม่เบานัก ทำคนรอบข้างหันมามอง โดยเฉพาะเจ้าของชื่อถึงกับตกใจหันมาสบตาเพื่อนรักเลิกลัก

ก็นั่งกันอยู่แค่ตรงนี้ นายจะแหกปากไปหาสวรรค์วิมานอะไรวะไอ้โย แสบแก้วหูฉิบ!” 

ชายหนุ่มต่อว่าเพื่อนรักเบาๆ หลังดึงสติกลับมา พลางก้มหน้าจัดการอาหารที่ทางร้านเพิ่งมาเสิร์ฟด้วยความหิว ไม่สนใจสายตาเพื่อนรักที่มองอย่างจับผิด

นายยังเล่าไม่จบเลยนะเว้ย จะห่วงกินไปถึงไหน

ฉันเล่าถึงตอนไหนวะ” 

ใบหน้าคมเงยขึ้นถามเพื่อนรักด้วยว่าจำไม่ได้ แสร้งจำไม่ได้มากกว่า ก่อนจะระบายยิ้มออกมาหลังเห็นสีหน้าของมันเริ่มแดงเพราะโมโห

โธ่!... มัวแต่คิดถึงใครอยู่ล่ะถึงได้ใจลอยแบบนี้ ไงคราวนี้เป็นนางแบบคนไหน ที่นายไปติดใจเข้าอีก สติถึงได้ไม่อยู่กับตัวอย่างนี้

เปล่า!” 

ชายหนุ่มปฏิเสธเสียงสูง จะบอกได้อย่างไรว่าเขากำลังละเมอหาแม่เลี้ยงสาวพราวเสน่ห์นั่นอยู่ ทั้งๆ ที่เขากำลังต่อว่าเจ้าหล่อนให้เพื่อนรักฟังอยู่แท้ๆ แต่ในหัวกลับคิดถึงแต่เรือนร่างเธอตลอดเวลา

หล่อนเป็นพนักงานที่บริษัทของพ่อฉันเอง เห็นว่าทำการตะลงการตลาดอะไรนี่แหล่ะ หน้าตายังเด็กอยู่เลยน่าจะเพิ่งเรียนจบ แถมได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาดทั้งที่อายุก็แค่นี้ นายจะไม่ให้ฉันคิดได้ยังไงว่าหล่อนไม่เอาเต้าไต่

นี่พ่อนายจะกินเด็กหรือไง ฉันว่าอายุสักสามสิบกว่าๆ น่าจะกำลังดีเหมาะสมกับการดูแลท่าน แต่ถ้าเพิ่งจบแบบนี้ฉันก็ว่ามันไม่เหมาะนัก อายุมันห่างกันเกินไป หรือจะมาหลอกอย่างที่นายคิดจริงๆ วะ” 

กชวัชตีความหมายได้จากสิ่งที่ได้ยิน และมันก็ตรงกับคนที่กำลังครุ่นคิดวุ่นวายกับเรื่องนี้จนไม่สบายใจอยู่เสียงถอนหายใจหนักๆ จนร่างหนาของจุลจักษ์กระเพื่อมไหวไปตามแรงหายใจ ทำให้กชวัชรับรู้ได้เป็นอย่างดีว่าเพื่อนรักกำลังทุกข์ใจเพียงใด

คิดเสียว่าเป็นความสุขของพ่อตัวเองดีไหม นายจะได้ไม่ต้องมาคิดมากแบบนี้

ฉันพยายามแล้ว แต่พอเห็นหน้าแม่นั่นฉันอดของขึ้นไม่ได้ทุกทีคิดอย่างเดียวหล่อนคงมาหลอกพ่อฉันแน่

นายคิดมากไป รอดูท่าทีไปก่อน อย่าเพิ่งไปโวยวายเดี๋ยวจะโดนเขาด่าสวนกลับมา มันจะอายเขา

คำพูดของกชวัชทำให้จุลจักษ์อึ้งไปทันที เพราะเป็นแบบนั้นเขาถึงได้โดนแม่นั่นด่ากลับมาอย่างไม่ไว้หน้า แต่เรื่องอะไรที่เขาจะเพิกเฉย สาบานว่าเขาต้องเอาคืนอย่างสาสม

อย่ามัวไปเสียอารมณ์เพราะผู้หญิงคนนั้นเลย บริษัทนายก็ใกล้จะเปิดดำเนินการเต็มที ลูกค้าก็รอการสั่งซื้อทันทีที่นายเปิดสายการผลิต แล้วเรื่องงานเดินแบบเมื่อไหร่นายจะเลิกซะที ไหนบอกว่างานที่หัวหินเป็นงานสุดท้ายแล้วจะหยุดทุกอย่างเพื่อมาเป็นผู้บริหารเต็มตัวไงล่ะ

ทีแรกฉันตั้งใจว่าจะให้พ่อฉันออกมาพักผ่อนอยู่กับบ้าน แล้วขายหุ้นที่บริษัทนั้นให้คนอื่นไปซะ เห็นว่าจะเจ๊งแหล่ไม่เจ๊งแหล่ก็ยังฝืนทำอยู่ได้ ถ้าการตลาดไม่เก่งจริงมีแต่ล้มกับล้ม

ร่างที่อยู่ในท่าเซ็งสุดขีดก่อนหน้าเข้มขึ้น

ก็ไหนว่าที่แม่เลี้ยงของนายเป็นถึงหัวหน้าฝ่ายการตลาดไง เขาไม่มีฝีมือทางด้านนี้จะช่วยเลยเหรอ

ใบหน้าคมเหยียดยิ้มอย่างนึกดูถูก ก็บอกแล้วไงว่าหล่อนเอาเต้าไต่ ทำงานเป็นหรือเปล่ายังไม่รู้เลย เด็กขนาดนั้นคงถนัดอยู่อย่างเดียว... คือเรื่องบนเตียง” 

กชวัชฟังแล้วถึงกับส่ายหน้า ไม่ใช่ว่าเพื่อนเขาจะมีนิสัยดูถูกผู้หญิงตรงกันข้ามมันออกจะให้เกียรติ แต่ให้เฉพาะคนที่มีเกียรติมากพอที่มันจะให้เท่านั้น แต่กับว่าที่แม่เลี้ยงสาวคนนี้คำว่า เกลียด มากกว่าที่เพื่อนเขาคนนี้จะให้ได้

แต่ไม่ว่ายังไง นายก็ต้องเข้าไปบริหารงานที่บริษัทใหม่ เพราะถ้าทิ้งให้คนอื่นทำแทนตั้งแต่แรกฉันว่านายไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงานใหญ่ขนาดนี้หรอก เอาแค่เล็กๆ พอ เสียดายเงินที่หมดเป็นร้อยๆ ล้านที่นายหามาด้วยความยากลำบาก อุตส่าห์เก็บออมมาเป็นสิบๆ ปี จะลงทุนทำธุรกิจทั้งทีกับต้องมายืมจมูกคนอื่นหายใจ ฉันว่ามันไม่

นายนี่โคตรพูดมากเลยว่ะไอ้โย  ไม่เจอกันไม่เท่าไหร่ นายกลายเป็นนักเทศนาไปแล้วเรอะ

จุลจักษ์ต่อว่าเพื่อนรักอย่างรำคาญ สิ่งใดที่เขาตั้งใจทำแล้วไม่มีทางจะปล่อยให้คนอื่นมาดูแล โดยเฉพาะโรงงานนี้ ที่เขาได้เงินจากการเข้าวงการแฟชั่น และเริ่มเดินตั้งแต่ตัวเองอายุสิบแปดจนถึงตอนนี้อายุเขาจะสามสิบปีแล้ว มันก็ถึงแก่เวลาที่จะต้องวางมือจากอาชีพนี้และหันมาลงมือกับธุรกิจที่จะทำให้ชีวิตและครอบครัวมั่นคงขึ้น หลังจากสำรวจความต้องการของตลาดภายในรวมถึงต่างประเทศแล้ว เขาก็มั่นใจแล้วว่าโรงงานยักษ์ใหญ่ที่เขากำลังจะเปิดตัวในเร็ววันนี้จะต้องไปได้สวย

พลันสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นใครคนหนึ่ง ที่คิดว่าตลอดทั้งวันคงไม่มีโอกาสได้เจอเดินเข้ามาในร้านอาหารแห่งนี้ ใบหน้าคมเปลี่ยนไปทันทีที่เห็นอักฝ่ายควงคู่มากับชายอื่นที่ไม่ใช่บุพการีของตัวเอง ภาพเบื้องหน้าทำให้จุลจักษ์ขบกรามแน่น ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในโสตประสาท มือหนาล้วงหยิบเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กกดบันทึกภาพตรงหน้าทันที

รอยยิ้มเย็นปรากฏบนเครื่องหน้าหล่อเหลา หลังได้ภาพที่เขาต้องการมาเก็บไว้ในมือ เขาเก็บมันเข้ากระเป๋ากางเกงอย่างอารมณ์ดีกว่าเก่ามาก คราวนี้แหล่ะพ่อของเขาจะได้ตาสว่างเสียที อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าหล่อนได้เห็นภาพนี้ จะปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดยังไงพลันความคิดทั้งหมดของเขาเป็นอันต้องยุติ เมื่อกชวัชเพื่อนรักของเขาลุกพรวดพราดปรี่ไปหาหญิงสาวคู่กรณี รวมถึงทักทายเจ้าหล่อนด้วยท่าทีสนิทสนมราวกับรู้จักกันมานาน และที่สำคัญมันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ว่าทำไมต้องไม่พอใจที่เห็นมันเข้าไปใกล้ชิดกับหล่อนอย่างนั้น

อิม!”

พี่โย!” 

ปรินดา ครางเรียกชายหนุ่มตรงหน้าอย่างตกใจ นานเท่าไหร่แล้วนะที่เธอไม่ได้เจอกับเขาตั้งแต่อีกฝ่ายไปเรียนต่อปริญญาโทที่เยอรมัน

กชวัชมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา ภาพเด็กหญิงในชุดนักเรียนเรียบร้อยน่ารักถักเปียสองข้าง ที่เขาจำได้ดีว่าตอนนั้นเธอกำลังศึกษาในชั้นมัธยมปลายส่วนเขาอยู่ปีสี่ ทว่าวันนี้เด็กสาวกะโปโลเมื่อวันก่อนได้หายไปแล้ว เหลือไว้แต่หญิงสาวแสนสวยในชุดเดรสสีอ่อนน่ารักพอดีตัวราวกับตุ๊กตา ที่เขาเห็นครั้งแรกยังจำแทบไม่ได้ต้องเพ่งมองอยู่นานจนกระทั่งมั่นใจ

พี่โยมาทำอะไรที่นี่คะ”  เธอตัดสินใจถามกลับ หลังตั้งสติได้และเห็นว่าลูกค้าที่มาด้วยก็หยุดยืนอยู่กับเธอเช่นกัน

พี่มาทานอาหารกับเพื่อนแล้วอิมล่ะ

กชวัชเลียบๆ เคียงๆเมื่อเห็นเธอเดินมากับชายหนุ่มวัยแก่กว่าเขาไม่กี่ปีอีกคน แม้จะรู้ว่าเป็นการเสียมารยาทแต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไปด้วยความอยากรู้

มาทานอาหารเหมือนกันค่ะนี่คุณบดินทร์ลูกค้าของบริษัทที่อิมทำงานอยู่”    

ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมกชวัชเป็น... เพื่อนของอิมกชวัชจำต้องกลืนคำว่าคนพิเศษลงคออย่างจำยอม

เช่นกันครับ

ทั้งสองต่างแลกนามบัตรกันและกันหลังแนะนำตัวเสร็จ ส่วนบดินทร์ก็ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรได้ง่ายเขาเอ่ยขอตัว เดินไปยังที่นั่งปล่อยให้ทั้งสองได้พูดคุยกันอย่างรู้หน้าที่

กชวัชรู้สึกโล่งอกยิ่งนัก ทีแรกเขายังนึกว่าผู้ชายคนนี้เป็นแฟนของเธอ แต่คำตอบที่ได้รับช่วยเรียกรอยยิ้มจากเขาได้มาก ผิดกับหญิงสาวตรงหน้าที่รักษาท่าทีได้อย่างน่าทึ่ง อาจเป็นเพราะว่าเธอโตขึ้นมากและทำงานแล้วด้วยกระมัง เธอถึงได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

ถ้าไม่มีอะไรอิมขอตัวไปดูแลลูกค้าก่อนนะคะปรินดา รีบตัดบท ซึ่งทำให้ชายหนุ่มถึงกับออกอาการเสียดายแต่ก็ไม่มีเหตุผลจะทัดทาน

พี่ขอเบอร์ติดต่ออิมได้ไหมกชวัชถามเสียงละห้อย สายตาอ้อนวอนไม่แพ้น้ำเสียงที่เปล่งออกไปทำให้คนมองรู้สึกสงสารแต่ก็เลือกที่จะปฏิเสธเสียงอ่อนโยน

อย่าเลยค่ะ อิมไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ขอตัวก่อนนะคะเกรงใจคุณบดินทร์

อิม... พี่ไม่รู้ว่าตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา ถึงทำให้วันนี้อิมหมางเมินพี่ได้ขนาดนี้ ทุกครั้งที่พี่กลับจากเยอรมันในช่วงปิดเทอม พี่ไปหาที่บ้านแต่คนแถวนั้นเขาบอกว่าอิมย้ายไปแล้ว พี่ตามหาจนทั่วแต่ก็ไร้วี่แวว ถามเอากับเพื่อนสนิทอิมที่เรียนโรงเรียนเดียวกันแต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าอิมย้ายไปเรียนที่ไหน บอกพี่ได้มั้ยครับว่ามันเกิดอะไรขึ้นในช่วงที่พี่ไม่อยู่

กชวัชรู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้ หญิงสาวที่เขาเพียรตามหามาตลอดเกือบหกปี ทำไมถึงได้ดูใจร้ายและเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ อยากจะถามเหลือเกินว่าเพราะอะไร น้องอิมคนเดิมของเขาหายไปไหน

เรื่องมันผ่านมานานแล้ว ช่างมันเถอะค่ะอิมไม่อยากนึกถึงมันอีก อิมต้องไปแล้ว ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องเสียมารยาทแบบนี้

ชายหนุ่มยืนมองร่างของหญิงสาวที่ตนแอบหลงรักเดินจากไปจนลับสายตา ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับมานั่งที่เดิมในลักษณะคอตก ความผิดหวังกระจายเต็มใบหน้าหล่อเหลารองจากเพื่อนรักที่นั่งมองเขาไม่วางตา ผิดไปจากเดิมก่อนที่เขาจะลุกไปในทีแรกที่แบกรอยยิ้มไปเต็มเปี่ยม จุลจักษ์ยังนึกสงสัย เพื่อนรักของเขาคงเป็นหนึ่งในคู่ขาของเจ้าหล่อนกระมัง ถึงได้ทำหน้าอกหักมาซะขนาดนี้

ตอนไปเหมือนไก่จะบิน... ตอนกลับไหงเหมือนห่าจะลงแบบนี้วะ

เสียงทอดถอนใจระบายออกมานับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่กลับมานั่ง บ่อยครั้งที่เขาเห็นเพื่อนรักหันไปมองหญิงสาวที่กำลังนั่งทานอาหารอยู่กับผู้ชายอีกคนด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก

นายไม่มีวันเข้าใจฉันหรอก กล่าวลอย สีหน้ายังเคลือบไปด้วยความเสียใจที่ปิดไม่มิด

นายรู้จักหล่อนด้วยเหรอ

จุลจักษ์เปิดประเด็ดถามอีกครั้ง หลังเห็นสีหน้าของเพื่อนรักทำท่าจะเป็นจะตาย มองแต่หญิงสาวพราวเสน่ห์คนนั้นทีอาหารตรงหน้าทีจนเขานึกเป็นห่วง

อืม!”  กชวัชขานรับเบาๆ อย่างเซ็งๆ

รู้จักกันขนาดไหน!”

เคยจีบ!”  ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ

ถึงขั้นจีบเลยหรือวะ โห!แม่นี่เสน่ห์แรงเป็นบ้าเลยกชวัชช้อนสายตาคมขึ้นมองเพื่อนรักทันที คำพูดของมันดูเหมือนกับรู้จักกับผู้หญิงในดวงใจของเขา บ้าแล้ว! จะในดวงใจเขาได้ยังไง สมองเขาดูเหมือนจะไปหมดแล้ว นับตั้งแต่ปะทะกับหล่อนเมื่อช่วงเช้า

ไม่ได้แค่จีบอย่างเดียวแต่ฉันชอบเธอเลยแหล่ะ

งั้นนายคงต้องเปลี่ยนความคิดนั้นแล้วล่ะไอ้เพื่อนยาก

กชวัชถอนสายตาจากร่างระหงมามองคนพูด นายหมายความว่ายังไง?”

ก็แม่ผู้หญิงคนนั้น คนที่นายพร่ำเพ้ออยู่ตอนนี้... หล่อนเป็นว่าที่แม่เลี้ยงคนใหม่ของฉันไงล่ะ

นายว่าไงนะ!”

ช้อนในมือของกชวัชหลุดจากมือ มันร่วงกระทบจานจนเกิดเสียงดัง เคล้ง! เรียกทุกสายตาขงแขกในร้านให้หันมามองเป็นตาเดียว ไม่เว้นแม้แต่ปรินดาที่มองมาโดยไม่ตั้งใจ และมันบังเอิญมากที่นัยน์ตาคู่สวยดันไปสบเข้ากับสายตาดุดันของบุตรชายเจ้านายเข้าอย่างจัง จนเธอต้องเบือนหลบไปทันที ด้วยไม่อาจจะทานทนต่อสายตาหยาบเหยียดที่เขามองมาได้

เป็นไปได้ยังไง ทำไมอิมต้องทำอย่างนั้น ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย ต้องมีเหตุผลอื่นแน่ ต้องไม่ใช่อย่างที่นายเข้าใจไอ้จักษ์ นายจำผิดคนหรือเปล่า นายลองมองอีกทีสิว่าใช่อิมแน่เหรอ ที่จะไปเป็นแม่เลี้ยงของนาย

ล้านเปอร์เซ็นต์เพื่อน ตัดใจซะเถอะ นายคงเป็นคนที่หล่อนคิดจะหลอกลวงแต่ไม่สำเร็จเลยเบนเข็มไปหาพ่อฉันแทนไงล่ะ

จุลจักษ์พูดพร้อมกับตวัดสายตาไปมองหญิงสาวอีกครั้ง ปรินดาเมื่อเห็นสายตาดุร้ายของเขาที่มองมาซ้ำๆ ก็ให้รู้สึกหวั่นใจจนนั่งแทบไม่ติด


           การเจรจาธุรกิจเป็นไปอย่างราบลื่นเป็นที่น่าพอใจ ที่เธอสามารถโน้มน้าวให้บดินทร์เซ็นสัญญาสั่งซื้อสินค้าจากเธอมากขึ้นอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ได้สำเร็จ ก็เล่นเอาน้ำลายหมดไปหลายกระบุง นับว่าการเสียเวลาครั้งนี้ไม่สูญเปล่า หญิงสาวคิดพร้อมกับก้าวขาลงจากรถทันทีที่มาถึงบ้านเอาตอนค่ำ

กลับมาแล้วหรือหนูอิม

จักรภพเอ่ยทักทายเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามา สีหน้าของปรินดาดูเหน็ดเหนื่อยไม่ต่างจากทุกวัน จะไม่เป็นอย่างนั้นได้อย่างไรเมื่อเธอต้องแบกรับภาระที่หนักเกินตัวด้วยวัยเพียงแค่นี้แทนเขาทั้งหมด

ค่ะ... คุณลุงยังไม่นอนอีกเหรอคะ แล้วนี่ทานข้าวทานยาแล้วหรือยัง

พูดพลางเดินปรี่เข้าไปในครัว แล้วถามเอากับชุในสิ่งที่เธออยากรู้ จนผู้สูงวัยถึงกับยิ้มแก้มปริจนกระทั่งทั้งสองเดินออกมา แม้จะยังไม่ทันได้ตอบแต่เพราะความคล่องแคล่วว่องไวของเธอ บวกกับความเป็นห่วงเป็นไยในตัวเจ้าของบ้าน ทำให้จักรภพรู้สึกดีใจขึ้นมาครามครัน ขนาดลูกแท้ๆ ยังไม่เคยห่วงไยเขาขนาดนี้ เขาเลือกคนไม่ผิดจริงๆ

คุณท่านน่ะ ทานข้าวทานยาเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะคุณอิม ชุบอกให้ขึ้นไปพักผ่อนก็ไม่ยอมไป บอกว่าจะรอคุณอิมกลับมาก่อน

ร่างบางพอได้ยินสิ่งที่บ่าวรับใช้ของบ้านบอกกล่าวก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก เธอยิ้มแล้วลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ให้กับความดื้อรั้นของผู้สูงวัยที่เธอเห็นจนชินตา เพราะสมัยท่านทำงานที่บริษัทท่านก็เป็นแบบนี้มาตลอด เธอรีบเดินมานั่งข้างๆ พลางจับแขนของอีกฝ่ายไว้มั่น เพื่อที่จะพยุงท่านให้ลุกขึ้นไปพักผ่อนด้วยรอยยิ้มที่แสนจะเต็มใจไม่ได้เสแสร้ง การที่เธอเป็นคนนอกมาอยู่ในบ้านคนร่ำคนรวยแบบนี้ ไม่คาดคิดว่าจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นไม่ต่างกับอยู่ในครอบครัวตัวเอง ซึ่งเธอก็จะปฏิบัติกับท่านอย่างเช่นญาติผู้ใหญ่เหมือนกัน

ไปค่ะคุณลุง... อิมจะพาไปพักผ่อน ถ้าวันหลังคุณลุงมานั่งรออิมแบบนี้ อิมจะไม่พักที่นี่แล้วนะคะ เพราะอิมทำให้คุณลุงต้องอดหลับอดนอนไปด้วย และสุขภาพก็จะยิ่งแย่ไปกันใหญ่ รับปากนะคะว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก ถึงเวลานอนก็ต้องนอนนะคะ

จ้ะ

เธอยิ้มหวานละไมให้ผู้สูงวัย พร้อมกับประครองร่างนั้นขึ้นชั้นบนไปอย่างช้าๆ ความจริงบอสของเธอก็ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกแค่ความเครียดเข้ากดดันเท่านั้นเลยทำให้จิตใจท่านหดหู่จนไม่เป็นอันทำอะไร

พักผ่อนมากๆ นะคะและก็อย่าเครียดกับงานที่บริษัท เพราะอิมจะทำอย่างเต็มที่สุดความสามารถ และรอจนกว่าคุณลุงจะกลับไปบริหารงานได้เหมือนเดิม

เธอพูดให้คนแก่สบายใจหลังส่งให้เขานอนเป็นที่เรียบร้อย ผ้าห่มผืนใหญ่ถูกเลื่อนไปคลุมร่างใหญ่จนถึงหน้าอกอย่างนุ่มนวล มือหนาหากแต่เหี่ยวย่นจับกุมมือบางไว้แน่น

ฉันไม่รู้ว่าจะพูดยังไงกับหนูอิมดี ถึงจะสาสมกับความดีที่หนูมีให้ฉัน... ไม่รู้ว่าคำว่าขอบใจจะเพียงพอสำหรับหนูหรือเปล่า แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ยังอยากที่จะพูดมันอยู่ดี... ขอบใจนะหนูอิม ลุงขอบใจจริงๆ

ร่างน้อยทรุดตัวลงนั่งข้างกายชายสูงวัย พลางดึงมือบางกลับออกมาแล้วเปลี่ยนเป็นกุมมือของเขาไว้แทนอย่างให้กำลังใจ

ครั้งหนึ่งอิมเคยฝันอยากให้พ่ออยู่ด้วย เวลาเห็นเพื่อนคนอื่นๆ เขาพาพ่อไปโรงเรียนในงานวันพ่อ เห็นเพื่อนๆ ได้แสดงความรักได้กราบเท้าได้กอดท่าน ในขณะที่อิมได้แต่มองเพราะเก้าอี้ตรงหน้าของอิมมันว่างเปล่า ไม่มีคนๆ นั้นให้อิมได้สวมกอด อิมอยากสัมผัสอ้อมกอดของพ่อว่าจะอบอุ่นแค่ไหน อยากคุย อยากถาม อยากพูดอะไรมากมาย สุดท้ายมันก็เป็นเพียงแค่ความเพ้อฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง ชาตินี้อิมหมดสิทธิ์ที่จะได้ดูแลพ่อแท้ๆ ที่เสียไปนานแล้ว หากคุณลุงไม่รังเกียจเด็กยากจนคนนี้ อิมก็อยากจะดูแลคุณลุงแทนได้มั้ยคะ?”

ปรินดาระบายความในใจออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ น้ำตาที่กักเก็บมานานกลับพังทลายลงไม่มีชิ้นดี เมื่อร่างสูงใหญ่ของผู้มีพระคุณลุกขึ้นมาสวมกอดเธอไว้แน่น ราวกับให้ความอบอุ่นที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิตจากบิดา เขานี่แหล่ะจะเป็นสิ่งนั้นที่เธอต้องการเอง จักรภพคิด

โธ่! หนูอิม ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร บางคนมีพร้อมทั้งพ่อและแม่ยังเอาดีไม่ได้แบบหนูเลย ทำไมหนูถึงไม่เกิดมาเป็นลูกของฉันนะ

มือหนาทว่าเหี่ยวย่นตามวัยลูบแผ่นหลังบาง ให้อย่างอ่อนโยนประดุจลูกรัก ร่างน้อยสั่นไหวไปตามแรงสะอื้นไห้แม้แต่หน้าพ่อเธอก็ยังไม่เคยเห็น เธอรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะชะตาของตัวเองมาตลอดกับเรื่องนี้

จุลจักษ์ที่เพิ่งกลับเข้ามาในบ้าน หลังพาเพื่อนรักที่เมาไม่ได้สติออกจากผับหรูใจกลางเมืองหลวงไปส่งที่คอนโด ด้วยสาเหตุที่ว่ามันรับไม่ได้หลังหญิงสาวที่มันหลงรัก กลับกลายมาเป็นแม่เลี้ยงของเขาไปได้ ความกลัดกลุ้มที่ไม่อาจจะหาทางออกได้จึงทุ่มไปกับแอลกอฮอล์เต็มพิกัด บทสรุปของค่ำคืนจึงเป็นเขาที่ต้องหิ้วปีกมันกลับที่พักด้วยความทุลักทุเลและเพิ่งมาถึงบ้านเอาตอนนี้

ขายาวหยุดอยู่ที่บานประตูของห้องผู้เป็นบิดาที่เปิดค้างอยู่ ถึงไม่มากแต่ก็พอจะให้เขามองเห็นอะไรต่ออะไรข้างในได้เป็นอย่างดีสำส่อน ร่าน กลางวันสองคน กลางคืนอีกหนึ่งคน เธอนี่มันแพศยาจริงๆ ปรินดาจุลจักษ์ต่อว่าในใจอย่างโกรธแค้น แทนผู้เป็นบิดาที่โดนหญิงสาวคราวลูกหลายสวมเขาให้แบบนี้

ภาพของผู้หญิงที่เขาตั้งแง่รังเกียจตั้งแต่แรกเห็น นั่งกอดกันกลมกับผู้เป็นบิดาหน้าตาเฉย ทั้งที่เมื่อตอนกลางวัน หล่อนกลับไปอี๋อ๋อกับชายคนอื่นอย่างหน้าด้านๆ ช่างไม่มียางอาย ดวงตาของเขาเปลี่ยนไป มันแข็งกร้าว กระด้างขึ้นมาทันทีอย่างนึกรังเกียจขยะแขยง พร้อมกับเดินจากไปอย่างรับไม่ได้

มือเรียวยาวล้วงเข้าไปหยิบของบางอย่างในกระเป๋ากางเกงยีนส์ขึ้นมาดูอีกรอบ สายตาคมมองภาพหญิงสาวที่กำลังหัวร่อต่อกระซิก กับผู้ชายที่หล่อนควงมาด้วยเมื่อตอนกลางวันอย่างมาดหมาย เมื่อได้ยินเสียงปิดประตูห้องนอนของบิดาปิดลง รอยยิ้มเย็นของราชสีห์หนุ่มที่เตรียมจะเล่นงานเหยื่อตัวน้อยก็ปรากฏ

ฉันไม่ปล่อยให้คนอย่างเธอมาหลอกลวงพ่อของฉันง่ายๆ เด็ดขาด ปรินดา ไวเท่าความคิดร่างสูงก้าวออกจากห้องนอนของตัวเองไปยังเป้าหมายทันที 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha