มลทินอสูร

โดย: ศิริภักดิ์



ตอนที่ 3 : แค่สั่งสอน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะประตู ร่างบางที่อยู่ในชุดคลุมสีขาวสะอาดตาเตรียมพร้อมที่จะอาบน้ำ กลับต้องหันไปมองต้นเสียงอย่างประหลาดใจ สายตาหวานเหลือบขึ้นไปมองนาฬิกาแขวนผนังที่บอกว่าเป็นเวลาห้าทุ่ม  คิ้วมนขมวดมุ่นนึกแปลกใจเวลาดึกป่านนี้ไม่น่าจะมีใครมาขอพบ และความคิดทั้งหมดก็ต้องสูญสลายไปอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาเร่งอีกรอบจนเธอต้องรีบไปเปิดออก ด้วยกลัวว่าเสียงอาจดังไปรบกวนห้องข้างเคียง ซึ่งก็คือห้องคุณจักรภพนั่นเอง ดีที่เจ้านายเธอกินยานอนหลับขนานอ่อนไป ไม่งั้นคงต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเคาะประตูที่ดังอย่างต่อเนื่องเหมือนคนไร้มารยาทมาเคาะแบบนี้

คุณ!... ”

ปรินดาตาเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าเป็นใคร พร้อมกับมือหนายกขึ้นปิดเรียวปากบางไว้ไม่ให้ส่งเสียง ก่อนจะแทรกตัวผ่านเข้าไปในห้องนอนของเธออย่างรวดเร็ว ร่างบางถูกผลักออกห่างอย่างนึกรังเกียจจนร่างเล็กเซถลาไปหลายก้าวดีที่ไม่ล้มทันทีที่ประตูถูกปิดลง สายตาคมกวาดมองไปทั่วเรือนร่างของเธอในชุดคลุมสั้นเหนือเข่าอย่างหยามเหยียด ริมฝีปากหยักร้ายยกยิ้มอย่างดูแคลน

 “เปิดประตูโดยไม่ร้องถามสักคำว่าเป็นใคร นี่เธอเจตนาจะยั่วยวนพ่อฉันหรือว่าฉันกันแน่ล่ะชายหนุ่มพูดพลางสาวเท้าเข้ามาใกล้

ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้

ทำไมฉันต้องเชื่อฟังคำสั่งเธอด้วย นี่มันบ้านของฉัน เธอคงลืมไปแล้วละมังว่าเป็นแค่ผู้อาศัย

ฉันบอกว่าให้ออกไปไง!”

 “ปากก็บอกว่าให้ออกไป แต่มือกลับเปิดประตูต้อนรับฉันเข้ามา มันหมายความว่ายังไงถ้าเธอไม่คิดจะอ่อยฉัน... งั้นเข้ามาสิ จะหนีทำไมฉันอุตส่าห์เข้ามาสนองตันหาถึงที่แล้วรีบๆ ใช้สิทธิ์สิ

คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูงเป็นเชิงท้าทาย ปลายเท้าของคนตัวโตสาวเข้าหาหญิงสาวอย่างคุกคามไม่ลดละ

ความคิดสกปรก ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นฉันจะร้องไห้คนช่วยจริงๆ ด้วย”  ปรินดาขู่ฟ่อ พลางก้าวถอยหลังไม่มีหยุด

ร้องไปสิ! เก่งจริงก็แหกปากออกไปเลย! คนจะได้แห่กันมาดู และฉันนี่แหล่ะจะบอกให้ทุกคนรู้ว่า เธอน่ะมันผู้หญิงมักมาก เรียกลูกชายเจ้าของบ้านให้มาสานต่ออารมณ์เปลี่ยว หลังระเริงรักกับคนเป็นพ่อจนสำเร็จไปแล้วไม่รู้ต่อกี่ยกต่อกี่ยก กลางวันก็ระริกระรี้อยู่กับผู้ชายอีกคน แถมยังทำให้เพื่อนฉันเสียอกเสียใจจนเมาไม่รู้เรื่อง ตกค่ำก็ยังให้ท่าฉันไม่เลิก เธอนี่มันผู้หญิงแพศยาจริงๆ

จุลจักษ์กล่าวเสียงลอดไรฟันพร้อมกับก้าวเข้าหาหญิงสาวเรื่อยๆ ขณะที่เธอได้แต่ถอยหนีเขา และปรินดาก็ต้องใจหายวาบเมื่อต้นขาเรียวของเธอ ชนเข้ากับขอบเตียงนอนอย่างจัง และนั่นทำให้เธอหมดหนทางที่จะหนีต่อไปได้อีกส่งผลร่างหนาก็เข้าประชิดตัวของเธอในเวลารวดเร็ว เรียวแขนแกร่งตวัดเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาประทะอกเต็มแรง ร่างของเธอตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างง่ายดาย

ปรินดาบิดกายหนีไปมาสสุดแรง เมื่อใบหน้าคร้ามคมเข้มพยายามโน้มลงมาใกล้ จนได้กลิ่นไอแห่งความหอมกรุ่นของบุรุษเพศพวยพึ่งเข้ามากระทบโพลงจมูกของเธอ จนอดคิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเช้าไม่ได้ ความวาบไหวหวั่นไหวก่อตัวขึ้นมาเป็นริ้วๆ จนเธอต้องรีบเตือนสติตัวเองห้ามปราม พร้อมกับออกแรงดิ้นหนีเพื่อให้หลุดออกจากการเกาะกุม และไปให้ห่างจากคนอันตรายเช่นเขา

 “เอามือสกปรกของคุณออกไปจากตัวฉันนะ!”

ว่าฉันสกปรกตัวเธอนั่นแหล่ะที่สกปรกยิ่งกว่าอย่ามาทำท่ารังเกียจในขณะที่ร่างกายเธอกลับต้องการมันอย่างบ้าคลั่งหน่อยเลย ปรินดา!”

อย่านะ!” 

หญิงสาวกัดฟันออกคำสั่งเสียงเข้มจัด แม้จะรู้ผลลัพธ์ดีว่าเขาไม่ฟังก็ตาม

คิดว่าฉันอยากจะอยู่ใกล้ของเน่าเสียอย่างเธอนักนี่ ผู้หญิงร้อยมารยาร่านผู้ชายอย่างเธอ แค่ได้กลิ่นฉันยังอยากจะอ้วกไม่รู้ต่อกี่รอบ

เขาเสดงความรังเกียจออกมาทางสีหน้าและแววตารวมทั้งริมฝีปากหยักที่เบะเล็กน้อยอย่างหยามเหยียด

ถ้าอย่างนั้นก็เอามือของคุณออกไปจากตัวฉันสิ! จะมากอดไว้ทำไม

คนที่ฉันจะทำตามคำสั่งมีเพียงแค่สองคนคือพ่อกับแม่ฉันเท่านั้น คนอื่นอย่าได้หวังมาสั่งฉัน!” จุลจักษ์ปฏิเสธเสียงกร้าว

ที่พูดมาน่ะแน่ใจหรือว่าคุณฟังท่านจริง

มีโอกาสปุ๊บปรินดาก็สวนกลับทันควัน ถ้าคนอย่างเขายอมฟังบิดาตัวเองจริงอย่างที่ปากว่า คุณจักรภพคงไม่ต้องมานั่งเครียดแบบนี้

ปากดีนักนะ... ฉันอยากจะรู้นักว่าเธอไปทำท่าไหน พ่อฉันถึงได้หลงหัวปักหัวปลำถึงขนาดยอมแต่งงานด้วยได้ บอกฉันมั่งสิฉันจะได้บริการเธอถูกไง

ดวงตาคมกล้าสีดำสนิทเริ่มเข้มขึ้น เมื่อเห็นทรวงสล้างคู่งามโผล่พ้นรอยแยกด้านหน้าตัวเสื้อคลุม จนเขาแทบอดใจไม่ไหว คำพูดที่เคยลั่นวาจาไว้ก่อนหน้านี้ว่าเธอเป็นของเน่าเสีย จนไม่อยากอยู่ใกล้เป็นอันตรธานหายไปหมด ทรวงอกอวบอัดที่เห็นตรงหน้าไร้ซึ่งบราเซียร์ขวางกั้น ความขาวนวลบวกกับขนาดของหน้าอกที่ใหญ่เกินตัว ทำให้จุลจักษ์ต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก

ตาคมเพ่งไปยังทรวงอวบอัดเต่งตึงที่น่าจะล้นฝ่ามือของเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย รอยยิ้มเย็นยะเยือกผุดขึ้นที่ริมฝีปากสวยได้รูปราวกับเห็นของถูกใจ สายตาคมเริ่มพร่าลายสติแห่งการควบคุมตัวขาดสะบั้นลงทันทีพร้อมกับก้มใบหน้าคมลงต่ำ

ไม่นะ! อย่า!...”

หญิงสาวร้องห้ามสุดเสียง แต่เสียงนั้นกับกลืนหายลงในลำคอจนหมด เมื่อริมฝีปากร้อนจัดกดทับลงมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง กดกระแทกใส่ปากของเธออย่างไม่ปรานีปราศรัย ราวกับตอกย้ำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดและทรมานมากกว่าความเปรารถนา

 มือหนากดบังคับร่างของเธอนอนราบลงบนเตียงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะทาบตัวทับร่างของเธอไว้ไม่ให้ดิ้นหนี ท่อนขาแข็งแรงกดทับท่อนขาเรียวของเธอไว้กันไม่ให้มาทำร้ายเขา รสเลือดฝาดเค็มปร่าที่เธอได้รับเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บ ปวดทางจิตใจที่เธอได้รับในยามนี้

มือบางระดมทุบทีหวังจะให้เขาหยุดการกระทำอันจาบจ้วง แต่ทว่าร่างสูงกลับไม่สะดุ้งสะเทือนเลยสักนิดเดียว ไม่นานมือหนาข้างหนึ่งก็เข้าตรึงมือบางของเธอทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะสวย ที่มีปลายผมยาวสยายอยู่เต็มที่นอนแทน พร้อมกับใบหน้าสวยบิดส่ายไปมาปฏิเสธเต็มที่กับการจู่โจมของเขาครั้งนี้ สาปเสื้อคลุมที่ผูกไว้เพียงหลวมๆ หลุดร่วงออกจากกันอย่างง่ายด้วยฝีมือชายหนุ่ม ที่กระตุกเพียงนิดมันก็หลุดออกจากร่างของเธอทันที

ภาพร่างบางเนื้อตัวเปล่าเปลือยผิวขาวโพลนราวกับภาพวาดจากจิตรกรชั้นเอก จุลจักษ์ถอนริมฝีปากร้ายดุจเพชฌฆาตออกมาเล็กน้อย เพื่อเชยชมสิ่งงดงามตรงหน้าอย่างถือวิสาสะ สายตาคมกริบไม่ต่างจากคมมีดเพ่งมองหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะใช้ฝ่ามือร้อนอีกข้าง ตะปบทรวงอกของเธออย่างหยาบคายไร้ซึ่งความอ่อนโยน

น้ำตาหญิงสาวรินไหล เมื่อความเจ็บปวดจากแรงบีบเคล้นดอกบัวคู่งาม จากน้ำมือของเขาเพิ่มมากยิ่งขึ้นอย่างไม่ออมแรงสักนิด ริมฝีปากบางถูกบดขยี้อย่างรุนแรงป่าเถื่อนไร้ซึ่งความปรานี ปากหยักพร้อมกับฟันซี่สวยของเขา บังคับให้เธอเปิดปากรับเรียวลิ้นร้อนจัดของเขาสุดกำลังหลังบ่ายเบี่ยงบิดเบือนมานาน

มือใหญ่ละออกจากทรวงอกอวบใหญ่ล้นฝ่ามือเขา ขึ้นมาบีบกระพุ้งแก้มของเธอให้เปิดรับเขาอย่างรุนแรง และมันก็เป็นไปตามความคาดหมาย เมื่อริมฝีปากบางเจ็บร้าวจนต้องเผยออ้าออกเล็กน้อย และนั่นก็เพียงพอสำหรับเขาแล้ว เพียงพอสำหรับการสอดลิ้นร้อนๆ ของตัวเองเข้าไปพัวพันในอุ้งปากของเธอ

อื้อ... อื้อ...

ใบหน้างามส่ายไปมาหลบหลีกปลายลิ้นอุ่นวุ่น ที่ต้อนเรียวลิ้นเล็กของเธอจนกระทั่งจนมุม ก่อนที่มือหนาข้างนั้นจะกดตรึงท้ายทอยของเธอไว้ไม่ให้ขยับหนี

ปรินดาไม่ได้รู้สึกถึงความวาบหวามหรืออ่อนไหว ไปกับสัมผัสอันหยาบคายของเขาเลยสักนิด มีแต่ความอดสูเจ็บปวดจนยากที่จะเอ่ยออกมาต่างหาก

ริมฝีปากหยักของเขาจงใจขบกัดริมฝีปากบางของเธอ เจตนาให้เธอได้รับความเจ็บปวดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  น้ำตาแห่งความเสียใจอาดูรที่ไหลรินอาบสองข้างแก้ม ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มหยุดพฤติกรรมเลวทรามลง กลับยิ่งออกแรงบดเคล้าเรียวปากของเธอต่อไป อย่างต้องการให้เธอเจ็บและจำไปจนวันตาย

เรี่ยวแรงของหญิงสาวที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดเริ่มถอยลงไปทีละน้อย จูบที่ป่าเถื่อนราวกับซาตานร้ายแฝงอยู่ในกายของเทพบุตรสุดหล่อทำให้เธอกลั้นน้ำตาไม่อยู่

มือใหญ่ป่ายปัดลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของเธออย่างหยาบโลน จนขนในกายของเธอลุกชันแข่งขันกับความเจ็บปวดที่เริ่มทุเราเบาบางลง จนกลายเป็นเป็นความเสียวซ่านเข้ามาแทนที่

เสียงครางกระหึ่มบ่งบอกถึงความพึงพอใจสุดฤทธิ์ จากซาตานร้ายในคราบของมนุษย์ผู้หยิ่งผยอง ที่ตรงเข้าเคล้นคลึงความนุ่มหยุ่นบริเวณกลางอกของเธออย่างย่ามใจ ยิ่งได้เห็นยิ่งได้สัมผัสความหอมกรุ่น จากเรือนกายของเธอแบบใกล้ ชิดสนิทแนบ จุลจักษ์ก็ยิ่งห้ามอารมณ์แห่งไฟปรารถนาของตัวเองไม่อยู่ จนอยากจะทำอะไรที่มากกว่าทำอยู่นี้เสียให้ได้

เมื่อร่างเล็กหยุดนิ่งไร้ซึ่งการตอบโต้ คนตัวโตก็ถอนจุมพิตร้ายนั้นออกอีกครั้งอย่างสงสัย พลางเพ่งพิศใบหน้างามที่จ้องมองเขา ด้วยสายตาแห่งความเกลียดชังหากแต่ไม่พูดอะไร ขณะที่เรือนกายของเธอกลับหอบจนตัวโยน คล้ายเหน็ดเหนื่อยเหมือนเพิ่งผ่านการออกกำลังกายมาหมาดๆ หางตาสวยมีร่องรอยแห่งคราบน้ำตาที่เริ่มเหือดแห้ง แต่เขาก็หาได้สนใจไม่ พลางเลื่อนสายคมลงมามองเรียวปากบางที่บวมเป่งแดงช้ำ เพราะฝีมือที่เอาแต่ใจและตั้งใจจะทำร้ายเธอให้มีสภาพอย่างงที่เห็น

ปากหยักร้อนที่ซ่อนแต่ความร้ายกาจไว้ในตัว ดูดเม้มไปทุกๆ ที่ที่เขาลากสัมผัส ก่อนจะตรงเข้าครอบครองดอกบัวคู่งามข้างหนึ่งไว้จนเต็มอุ้งปากหนา ที่ปลายยอดถันของมันเบ่งบานชูชัน ท้าทายสายตาของเขาน่าละอาย ยิ่งปลายลิ้นร้อนจัดของเขาตรงเข้าเล้าโลมเล่นงานส่วนยอดของมันถี่เร็วเท่าไหร่ กายบางก็บิดเร่าๆ ไปมาเท่านั้น

ปรินดาที่พยายามกัดริมฝีปากไว้แน่นต้านทานการปลุกเร้าจากชายหนุ่มที่สาดส่งมาอย่างต่อเนื่อง เป็นอันต้องส่งเสียงร้องครางออกมาอย่างลืมตัว ส่งผลให้จุลจักษ์ถึงกับลอบยิ้มอย่างสะใจไม่ว่าใครก็ไม่สามารถทนต่อบทเพลงพิศวาสของเขาได้ ขณะที่ปากของเขาก็ยังทำงานประสานกับมืออีกข้างที่บดคลึงเต้าอวบอีกข้างอย่างเพลิดเพลิน

ปรินดานึกด่าตัวเองในใจที่เผลอปล่อยเสียงครางแห่งความรัญจวนออกมา เหมือนประจานตัวเองให้เขาได้เยาะเย้ยเธอ ภาพใบหน้าคร้ามคมที่กำลังหมกมุ่นอยู่กับยอดทรวงสีชมพูอ่อนของตัวเอง บวกกับเรียวลิ้นอุ่นร้อนของเขา ที่ส่งมาไล้เลียรอบป้านที่กำลังเบ่งบาน มันทำให้เธอถึงกับต้องหลับตาพริ้ม พร้อมกับแอ่นกายให้ชายหนุ่มดูดกลืนเต้าอวบของเธอได้อย่างถนัดถี่

หญิงสาวถึงกับสะดุ้งเมื่อฟันคมๆ ของเขาขบกัดที่ส่วนยอดทรวงของเธออย่างหมั้นเขี้ยว เรียกสติที่กำลังเลือนหายของเธอไปให้กลับมาเป็นระยะ เปลือกตาสวยค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างช้าๆ ทว่าเมื่อความเจ็บปวดที่เขากระทำในทีแรก แปรเปลี่ยนเป็นความความเร่าร้อน ทำให้เธอถึงกับซวนเซเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสของเขาเหมือนกัน แต่เธอจะไม่ยอมให้เขามาหัวเราะเยาะ และดูถูกเธอภายหลังได้อย่างเด็ดขาด

มือบางคว้าที่เส้นผมหนาที่จัดทรงมาเป็นอย่างดีตามสไตล์นายแบบหล่อ เธอรอจังหวะที่เขาเผลอเล็กน้อยออกแรงกระชากดึงทึ้งเส้นผมดกหนาเต็มกำลัง

เพราะกำลังหลงใหลไปกับความหอมละมุนนุ่มลิ้นกับสิ่งสวยงามตรงหน้า ทำให้ใบหน้าคมเข้มต้องแหงนหงายไปด้านหลังตามแรงดึงทึ้งของหญิงสาวเต็มที่ จนกายแกร่งถึงกับถลาไปอีกข้างตามแรงดึงของมือบางอย่างไม่ทันตั้งตัว จนเธอได้รับอิสระในที่สุด

 “โอ๊ย!... นี่เธอ ยัยตัวแสบเอ๊ย!”

จุลจักษ์ร้องออกมาสุดเสียง ใบหน้าหล่อเหลาแสดงความเจ็บปวดระคนเจ็บใจอย่างเห็นได้ชัด พลางจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะเลื่อนลงมามองสิ่งสวยงามตรงหน้าอย่างเสียดาย ขณะที่เธอก็ลนลานคลานลงจากเตียงตรงเข้าไปคว้าชุดคลุมที่ถูกเขาเหวี่ยงไปอย่างไม่ไยดี ขึ้นมาสวมอย่างร้อนรน

หึ!...  เจ็บเป็นเหมือนกันเหรอ ทีทำกับคนอื่นไม่คิดบ้างหรือไงว่าเขาจะเจ็บเป็นเธอต่อว่าเขาหลังสวมชุดคลุมเสร็จและเข้าก็เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้

ฉันไม่คิดหรอกนะว่าไอ้สิ่งที่ทำกับเธอมันจะทำให้เธอเจ็บปวด แต่ถ้าเป็นครวญครางไม่แน่ เพราะฉันได้ยินเสียงเธอร้องออกมาไม่หยุดตลอดเวลา แล้วอย่างนี้เรียกว่าเจ็บปวดหรือมีความสุขกันล่ะ เธอช่วยตอบฉันหน่อยได้มั้ย ปรินดา! ว่าไอ้อาการก่อนหน้ามันถุกใจหรือว่าเธอไม่ชอบมันล่ะ

เพี้ยะ!

ฝ่ามือบางสะบัดไปที่แก้มสากเต็มแรงจนหน้าหันก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองเธออย่างเอาเรื่องด้วยแววตาดุดันอาฆาต

หยาบคาย!...  ปากอย่างคุณน่าจะเอาฟอร์มาลีนมาล้างปากบ้างนะ จะได้ไม่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าแบบนี้

เธอบริภาษใส่เขาทันทีหลังฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าคมจนเธอเองยังรู้สึกเจ็บไม่น้อย

ดี!... คุ้มค่าหนึ่งตบแลกหนึ่งจูบ หรืออาจจะมากกว่านั้น

จบคำพูดเขาก็สาวเท้าเข้าหาจนประชิดตัวเธอที่กำลังถอยหนีได้สำเร็จ มือแกร่งจับลำแขนกลมกลึงทั้งสองข้างแล้วดันถอยหลังไปจนชิดติดกำแพง หญิงสาวเม้มปากแน่นเมื่อนึกถึงคำพูดที่เขาพูดเมื่อครู่ เพราะความเจ็บจากการกระทำของเขาที่ทำกับเธอที่เพิ่งจบไปไม่นาน มันยังทำให้เธอรู้สึกเจ็บไม่หายแล้วเขาก็กำลังทำมันซ้ำอีกครั้ง ความนุ่มหยุ่นของเธอบดเบียดกับแผงอกกำยำอย่างไม่ตั้งใจ

จุลจักษ์ก้มลงปิดเรียวปากของเธอที่กำลังส่งเสียงร้องเรียกไว้ จนมันสนิทแนบไปกับริมฝีปากร้อนของเขา ราวกับจะลงโทษที่บังอาจมาตบหน้าร่างทั้งสองร่างอิงแอบแนบชิดไม่มีช่องว่างให้แม้แต่อากาศผ่านเข้าออก การจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวอีกครั้ง ทำให้หญิงสาวถึงกับหมดเรี่ยวแรงขัดขืน แรงเบียดอัดตรงเนินเนื้อทรวงอกทำให้ปรินดารู้สึกเจ็บไม่น้อย

มือบางพยายามดันคนตัวโตให้ออกห่างอย่างสุดความสามารถ ทว่ากลับไม่เป็นผลเมื่อคนร่างยักษ์ไม่มีทีท่าว่าจะขยับไปไหน แม้เธอจะพยายามงอแขนทั้งสองข้างเข้าหากันเพื่อกั้นกลางระหว่างอกของคนทั้งคู่ แต่มันกลับยิ่งทำให้เธอเจ็บร้าวมากขึ้นกว่าเก่าจนมันระบบไปหมด

หญิงสาวตัวแข็งทื่อสัมผัสได้ถึงความแข็งตึงของกล้ามเนื้อเพศชาย ที่เสียดสีบริเวณท้องน้อยของเธอ นั่นเรียกให้ฮอร์โมนเพศหญิงภายในของเธอตื่นตัวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นเฉพาะตัวของผู้ชายรวยรินเข้าโพลงจมูก ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นด้วยฝีมือเขา แปลกใหม่สำหรับเธอจนกระทั่งทุกวันนี้ไม่มีชายคนไหนได้มีโอกาสใกล้ชิดเธอได้มากเท่าเขาอีกแล้ว

ลิ้นสากกวาดไปทั่วโพลงปากหวานอย่างอดใจไม่อยู่ การที่เธออยู่เฉยเป็นการเปิดโอกาสให้เขา สามารถหาความหวานจากเธอได้เต็มที่... แต่ถึงจะชวนวาบหวามอย่างไรเธอก็ต้องปฏิเสธเขาให้ได้ เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอก็เริ่มดิ้นรนเพื่อให้หลุดออกจากพันธนาการที่รัดตรึงนั้นทันที

แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งคล้ายจะเป็นการหยิบยื่น ให้พุ่มเนื้อทรวงอกเต่งตึงของเธอเปิดเผยออกมา ชุดคลุมที่เธอเพิ่งสวมใส่เมื่อครู่หลุดร่วงไปตามแนวบ่าบอบบาง และค้างเติ่งอยู่ที่เอวคอดของเธอ ดอกบัวตูมคู่งามดอกใหญ่แสนบริสุทธิ์ผุดผ่อง ที่กำลังจะจมอยู่ในน้ำเมื่อครู่กลับชูสล้างขึ้นมาให้เขาเชยชมอีกครั้ง แล้วก็เป็นจังหวะเดียวกันที่จุลจักษ์ถอนริมฝีปากหยักออก ก่อนจะคลายอ้อมแขนที่กอดรัดร่างของเธออยู่ออกชั่วคราว เพื่อเพ่งพิศสิ่งสวยงามตรงหน้าอย่างละลานตา

หญิงสาวใช้จังหวะนั้นสะบัดตัวออกห่างแต่ไม่เป็นผล ร่างที่เปิดเผยความงดงามอวดสายตาคนมอง เซเข้าไปตามแรงดิ้นรนของตัวเอง จนไปปะทะเข้ากับมือหนานั้นเต็มเปา ความนุ่มหยุ่นที่เขาได้ครอบครองก่อนหน้านี้ ไม่ได้ทำให้เขาเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย ตรงกันข้ามเขากลับอยากสัมผัสมันอีกหลายๆ ครั้ง

เอามือสกปรกของคุณออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้นะ!”

ปรินดาต่อว่าเขาคำเดิมๆ พลางบิดกายหนีสัมผัสจากเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย

ไม่ออก!... มีอะไรมั้ย

จุลจักษ์ตอบอย่างยียวนกวนประสาท หญิงสาวกัดฟันแน่นอย่างโกรธจัด นัยน์ตาของทั้งคู่สบกันเขม็ง ด้วยระยะห่างเพียงแค่ไม่ถึงฟุตเท่านั้น

คุณนี่มันเลวไม่มีที่ติจริงๆ

เหรอ!... แต่ฉันจะเลวกับบางคนเท่านั้นแหล่ะโดยเฉพาะเธอ

รอยยิ้มเย้ยหยันราวกับผู้ที่เหนือกว่า เอ่ยออกมาอย่างท้าทายและคิดว่าเธอต้องกลัวมัน และมันก็เป็นอย่างที่เขาคิด ทันทีที่เขาผลักร่างของเธอให้เป็นอิสระ

ปรินดารีบตะครุบเสื้อคลุมอาบน้ำที่กำลังจะหลุดลุ่ยขึ้นมาปกปิดทรวงอกคู่งาม ที่เขาเพิ่งรู้เพียงไม่กี่นาทีมานี่เองว่ามันซ่อนรูปแค่ไหน จากนั้นเธอก็กอดอกเอาไว้แน่นจ้องมองชายหนุ่มตาเขม็ง

ฝ่ายชายมีความสะใจอยู่ไม่น้อยเมื่อเล่นงานเธอได้ รอยยิ้มสวยเกินชายจึงถูกคลี่ออกมาอย่างถูกใจ ขณะที่ฝ่ายหญิงจำต้องเม้มริมฝีปากแน่นด้วยรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ หากแต่ความละอายมีมากกว่า ทำให้เธอถึงกับหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ผมเผ้าที่ที่ยุ่งเหยิงของชายหนุ่มถูกมือหนาของตัวเองเสยไปทางด้านหลังอย่างลวกๆ ก่อนจะจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่อย่างไม่ใส่ใจนัก

ฉันขอเตือนเธอเป็นครั้งสุดท้ายออกไปให้ไกลจากพ่อฉัน และหวังว่าพรุ่งนี้เย็นฉันต้องไม่เห็นหน้าเธอมาเดินลอยหน้าลอยตาอยู่ในบ้านหลังนี้ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าไม่เตือน!”

และถ้าฉันยังอยู่ล่ะคุณจะทำอะไรฉันได้ ในเมื่อพ่อคุณซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ เป็นคนอนุญาตให้ฉันอยู่เอง ใครก็ไม่มีสิทธิ์มาไล่ทั้งนั้น แม้แต่คุณ!” 

หญิงสาวตอกกลับอย่างไม่ยอมเช่นกัน

ฉันรู้ว่าเธอสามารถใช้มารยาพันสามร้อยเล่มเกวียนออกมาใช้กับคุณพ่อ แต่อย่าหวังเลยว่าจะมาหลอกคนอย่างฉัน ต่อให้บ้านหลังนี้เป็นชื่อของพ่อฉันก็จริง แต่เธอคงไม่รู้ว่าพินัยกรรมและทรัพย์สินต่างๆ ก็ต้องตกมาเป็นของฉันซึ่งเป็นลูกอยู่วันยังค่ำ และต่อให้เธอมาเป็นเมียใหม่ของพ่อฉันก็อย่างหวังเลยว่าจะได้อะไรไป สักอย่างก็อย่าหวัง เพราะฉันนี่แหล่ะจะขัดขวางให้ถึงที่สุด

ยิ่งพูดก็ยิ่งเห็นสันดานมากขึ้นทุกทีเลยนะคะคุณจุลจักษ์ การที่คุณเผยธาตุแท้ออกมาให้ฉันรู้ขนาดนี้ นั้นบ่งบอกให้รู้ว่าคุณเป็นคนยังไง โดยไม่ต้องเดาให้ยาก

ปรินดาพูดค้างไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะส่งยิ้มหวานมาให้เขา ซึ่งจุลจักษ์เข้าใจเป็นอย่างดีว่ามันเป็นรอยยิ้มที่แสดงถึงความดูถูกเหยียดหยามเขาจากเธอ และมันทำให้เขาเดือดดาลมากยิ่งขึ้นจนต้องกำมือและริมฝีปากแน่นปรินดาสักวันฉันจะทำให้เธอพูดไม่ออก

ปากดีนักนะ!”

ร่างสูงเดินปรี่เข้ามาหาหมายจะทำร้ายเธออย่างที่ปากว่า และเขาอาจจะทำได้สำเร็จถ้าประตูห้องไม่ถูกเคาะขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน

คุณอิมคะ... เป็นอะไรหรือเปล่าชุได้ยินเสียงเอะอะเลยเดินขึ้นมาดู

เสียงของชุที่เป็นคนรับใช้ในบ้านเอ่ยถามอย่างร้อนรน จนคนที่ถูกถามถึงกับลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เกือบไปแล้วปรินดา เธอเกือบโดนฆาตกรรมในห้องนี้เสียแล้ว เธอคิดพลางจ้องหน้าคู่กรณีไม่มีหลบก่อนจะตอบคนที่อยู่ด้านนอกออกไป

เอ่อ... ไม่เป็นไรจ้ะฉันฝันร้าย... กำลังจะนอนแล้ว ชุไปนอนเถอะนะไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก

ค่ะสิ้นคำตอบรับจากคนภายนอก คนที่อยู่ภายในก็หันมาจ้องหน้ากันอย่างเอาเรื่อง

ฝากไว้ก่อน... และจำคำพูดฉันให้ดีถ้าพรุ่งนี้เธอยังอยู่ เราได้เห็นดีกัน

ร่างสูงพูดอย่างอาฆาตก่อนจะกระทืบเท้าเดินออกไปอย่างไม่สบอารมณ์นัก หลังพ้นร่างของบ่าวสาวในบ้านได้พักใหญ่

ปรินดาเดินลงมาทรุดกายบนเตียงนอนอีกครั้ง เธอไม่รู้จะทำอย่างไรกับชีวิตในวันข้างหน้าดี และไม่รู้ว่าต้องผจญกับเขาไปอีกนานเท่าไหร่ เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้ตั้งแง่รังเกียจทั้งๆ ที่เธอก็ไม่ได้ทำอะไรเขาเลยสักนิด หญิงสาวยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้มเบาๆ

ถ้าไม่ใช่เพื่อแม่หรือเพื่อผู้มีพระคุณ เธอคงยอมทำตามเขาอย่างไม่ลังเล แต่เพราะเธอไม่สามารถที่จะทำตามใจตัวเอง มันก็ต้องอดทนต่อปัญหาที่เกิดมาอย่างจำยอม ร่างบางฟุบหน้าลงบนหมอนใบนุ่ม ปล่อยให้น้ำตาแห่งความเสียใจไหลรินออกมาอย่างไม่แยแส ไหนจะเรื่องงานไหนจะบุตรชายเจ้าของบ้านเธอจะรับมันได้นานแค่ไหนกัน ปรินดาครวญกับตัวเองอย่างเจ็บปวดเมื่อนึกถึง สิ่งที่เขาทำกับเธออย่างหยาบคาย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha