นางฟ้าล่าอสูร

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 1 : เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ


ตอนต่อไป

เวลาสองทุ่มย่านชานเมือง

เอี้ยด เอี้ยด เอี้ยด... เสียงเตียงนอนในห้องพักของโรงแรมราคาถูก          ที่ชายหนุ่มกำลังทำกิจกามกับหญิงสาวร่างบอบบาง เสียงหวานกำลังร้อง       เสียงหลงกับจังหวะร้อนแรงที่ชายหนุ่มกำลังปรนเปรอให้จากด้านหลัง

“พี่วี พอแล้วไม่ไหวแล้ว” ร่างบางกล่าวเสียงแหบพร่า ก็ชายหนุ่มพาเธอถึงจุดหมายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่หลังทานอาหารเย็นเสร็จ

“เอาอีกสิ เอาอีก” แต่ชายหนุ่มกลับกระซิบเสียงแหบแผ่วต่ำ บอก     หญิงสาวจากด้านหลังพลางจูบไซ้เนื้อตัวเบาบางของหล่อน พร้อมกอบกุมทรวงอกขนาดน้อยนิดในมืออย่างปลุกเร้า

หญิงสาวส่ายหน้าไปมา แต่ก็ยังคงขยับร่างกายรับแรงกระแทกจาก   

ชายหนุ่มไม่หยุดหย่อน ชายหนุ่มเปลี่ยนท่าจากด้านหลังมาให้เธอเป็นผู้ควบคุมจังหวะเอง งานนี้หญิงสาวก็ไม่อาจจะขัดข้อง เมื่อความกำยำของเขาเข้าลึกล้ำทำเอาเธอต้องเร่งถอนกายออกห่างแล้วสอดลึกเข้าไปใหม่

หล่อนร้องเหมือนทรมานแต่ก็พอใจ ชายหนุ่มจูบไซ้แทะเล็บตามเนื้อตัวของหล่อนด้วยเหงื่อที่กำลังชุ่มตัว แอร์ในห้องเหมือนไม่ทำงานเพราะตอนนี้ทั้งสองอยู่ในอุณหภูมิที่กำลังร้อนจัด อีกครั้งที่เสียงหวานกล่าวว่าตนเองกำลังจะถึงสวรรค์ครั้งแล้วครั้งเล่า

ชายหนุ่มก็ยิ้มออกมาบางๆ แล้วยกสะโพกของตัวเองขึ้นรับจังหวะของหล่อนให้หนักหน่วง ไม่นานร่างบางก็เกร็งกระตุก ชายหนุ่มยังคงจังหวะและความลึกล้ำเอาไว้คงที่ ทำเอาหญิงสาวสะดุ้งสุดตัวเมื่อความลำล้ำทำเอาเธอถึงจุดหมายติดๆกับ

ไม่นานชายหนุ่มก็ปลดปล่อยความอัดแน่นของตัวเองตามร่างบางไปติดๆ หญิงสาวหายใจหอบดีใจที่เสร็จสิ้นพายุสวาทเสียที ชายหนุ่มจับร่างบางนอนลงที่เตียงกว้าง แล้วลุกขึ้นไปจัดการกับตัวเองต่อ เพราะเขาใส่เครื่องป้อง

กันเองไว้ทำให้ต้องล้างเนื้อล้างตัว

“พี่ไปก่อนนะ พอดีต้องไปรับแม่” ชายหนุ่มออกมาจากห้องน้ำก็กล่าวพร้อมหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาแต่งตัว

“รีบจังเลย ไหนบอกจะให้เวลากับใบมอนบ้างไงคะ” เสียงหวานตอบอย่างอ้อยอิ่ง ใจหวังจะให้เขาชวนเธอไปรับแม่ด้วยเพื่อเปิดตัว

“โทษทีนะวันนี้ไม่ได้จริงๆ พี่ไปละ” ชายหนุ่มกล่าวอย่างตัดบท รู้ดีถึงความต้องการของหญิงสาว แต่หล่อนไม่ได้สำคัญสำหรับเขาขนาดนั้น ได้มาสองครั้งแล้วก็ถือว่าถึงเวลาต้องลาจาก

“แล้วใบมอนจะกลับยังไง” หญิงสาวดึงผ้าห่มขึ้นมาห่อกาย เริ่มชักน้ำเสียงเมื่อเห็นเขาเปิดประตูห้องพัก

“แท็กซี่ไง” กล่าวจบชายหนุ่มก็ปิดประตูห้องทันที

“อะไรเนี่ย ก่อนเอาไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย คนบ้าเจออีกนะจะเอาคืนให้สาสมเลย” เสียงหญิงสาวหวีดร้องดังออกมาอย่างไม่พอใจในการกระทำของ ชายหนุ่ม

“หึ คงไม่เจอกันอีก” แต่ร่างหนากลับไม่สนใจ หล่อนก็เป็นเพียงแค่คู่

นอนเท่านั้นสำหรับเขา แล้วก้มมองดูนาฬิกาที่ตอนนี้บอกเวลาสองทุ่มกว่า แล้วก็

ทำหน้าตาร้องรนรีบขับรถออกไปจากโรงแรมเพื่อไปสนามบินทันที

“สายแล้วโดนบ่นแน่เลย”

บรื้นนนน...เสียงรถแต่งคันสวยดังกระหึ่มยามเร่งเครื่องเสียงดังลั่น ทำให้เป็นที่สนอกสนใจของเหล่าผู้คนที่เดินอยู่ตามท้องถนน รถสีบรอนซ์ทองคันสวยที่ถูกแต่งกระโปรงหน้ารถสีดำ ภายในมีโรลบาร์สีน้ำเงินตัดกับเบาะรถแข่งสีแดง กับกระจกที่ไร้ฟิล์มอวดความงามภายในรถได้เป็นอย่างดี

ผู้ขับขี่และเป็นเจ้าของรถมีนามว่า วิวิธวินท์ มงคลพิทักษ์ หรือ วี       ชายหนุ่มวัยสามสิบต้น หน้าตาคมเข้ม ผิวคล้ำ บุคลิกนิ่งๆ เป็นคนไม่ค่อยพูดค่อยจา แต่เวลายิ้มมีเสน่ห์ตรงที่เขามีลักยิ้มและเขี้ยว เป็นจุดสนใจของบรรดาสาวๆ ที่ได้ พบเจอ

ชายหนุ่มเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนร้านอาหารชื่อ “กามเทพคลับ” และยังเป็นหุ้นส่วนบริษัทก่อสร้างที่เปิดร่วมกับเพื่อนๆ ในกลุ่มกามเทพเมื่อไม่นานมานี้ และในส่วนตัวของเขาเองก็มีกิจการก่อสร้างภายในครอบครัว ซึ่งมีประสบการณ์มามากกว่าสิบปี

แต่ในวันนี้ชายหนุ่มขอปลีกตัวออกมาจากเพื่อนๆ ก่อนเวลา เพื่อที่จะขับ

รถมารับเพื่อนสาวคนสำคัญ ที่ไม่ได้เจอมานานหลายปี หลังจากที่ได้ส่งข้อความออนไลน์คุยกัน ถึงได้รู้ว่าตอนนี้ใกล้เวลาที่เธอจะลงจากเครื่องบินเพื่อมาเจอเขา ทำให้ชายหนุ่มต้องขับรถคันสวยด้วยความรวดเร็วเพื่อไปให้ถึงเวลานัดหมาย

ชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดแบรนด์เนมกับกางเกงยีนสีซีดตัวโปรด รองเท้าผ้าใบยี่ห้อดัง หลังจากที่จอดรถในลานจอด วีก็เดินตรงไปยังจุดนัดหมาย ทางออกของผู้โดยสารขาเข้า ซึ่งตอนนี้เขามองดูนาฬิกาข้อมือบอกเวลาว่าเขามารับหญิงสาวสายมากแล้ว

เมื่อชายหนุ่มเดินไปถึงประตูทางออกของผู้โดยสารขาเข้า ก็พบร่างของหญิงสาวสองคนกำลังยืนกอดกันด้วยความคิดถึง เมื่อเข้าไปใกล้ๆ คนหนึ่งเป็นผู้หญิงผมยาว ผิวขาวผ่อง ทรวงอกอวบอิ่ม หน้าตาหวานฉ่ำน่ารัก น่าทะนุถนอม แต่แฝงไปด้วยความมั่นใจในตัวเอง

มองดูแล้วก็ทำเอาชายหนุ่มหัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เธอคือ           ดารินทร์ เสรีไทย หรือ ริน เพื่อนสาวที่เรียนมารุ่นเดียวกัน แต่อายุน้อยกว่าสองปี เธอไปเรียนต่อปริญญาโทที่เมืองนอกมาปีกว่าๆ และตอนนี้เป็นช่วงปิดเทอมจึง

กลับมาประเทศไทย

ส่วนหญิงสาวอีกคนน่าตาไม่คุ้นเท่าไร แต่ก็พอคลับคล้ายคลับครา     เธอเป็นหญิงสาว ผิวคล้ำ นัยน์ตาแขก สายตาดุดัน ดูแล้วไม่ค่อยเป็นมิตร ผมยาวกว่าหญิงสาวคนแรก รูปร่างผอมบาง ไร้ซึ่งความอวบอิ่มเหมือนเพื่อนสาวคนแรก และเขาก็ไม่ถูกชะตาเธอเท่าไรนัก

เธอคือ จีรณา นาผู้ดี หรือ จี เพื่อนสาวอีกคนที่อายุเท่าดารินทร์ ตั้งแต่เรียนจบมาเธอก็กลับไปทำงานที่บริษัทของครอบครัว แล้วก็หายหน้าไป แม้ตอนเรียนเองเขาก็ไม่ได้สนิทสนม จึงไม่รู้รายละเอียดของเธอเท่าไรนัก รู้แต่เป็นเพื่อนที่ดารินทร์สนิทมากเท่านั้นเอง

“เฮ้ย วี รินคิดถึงวีว่ะ” คำทักทายของหญิงสาวดังขึ้น เมื่อหันไปเห็นร่างหนาของชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ แต่ยังไม่กล้าขัดจังหวะทักทายของสองสาว

ชายหนุ่มยิ้มพยักหน้าตอบรับ แต่ไม่ทันที่เขาคาดคิดเพื่อนสาวคนสนิท  ก็เดินเข้ามาสวมกอดอย่างแนบแน่น ทำเอาชายหนุ่มใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ     ดูเหมือนหญิงสาวจะติดนิสัยการทักทายแบบสนิทสนมจากเมืองนอกมา จนลืมไปว่าที่นี่เมืองไทย และเขาก็เป็นผู้ชายไทย

วิวิธวินท์แตะแผ่นหลังหญิงสาวแผ่วเบายิ้มเจื่อนๆ ก็จะให้ยิ้มเต็มที่ได้

อย่างไร เมื่อความอวบอิ่มของเธอที่ไม่ถือเนื้อถือตัวมันชนเข้ากับแผ่นอกกว้างของเขาอย่างแนบชิด แถมยังมีสายตาขวางๆ ของเพื่อนสาวที่ดูเหมือนจะไม่พอใจที่ดารินทร์สวมกอดวีอย่างแนบชิดสักเท่าไร

“แต่กว่าจะมาได้นะคุณชายวี รอตั้งนาน” แล้วเมื่อทักทายจนหายคิดถึงเสร็จ ดารินทร์ก็ชี้ที่หน้าอกของวิวิธวินทร์ กล่าวด้วยน้ำเสียงดุๆ แต่ใบหน้าอมยิ้มอย่างไม่จริงจัง

“รถมันติด” ชายหนุ่มแก้ตัว ทั้งที่รถไม่ติดหรอก แต่เขาออกมาช้าเอง มองดูหน้าตาของหญิงสาวที่ขี้เล่น เธอยังมีเสน่ห์น่ารักเสมอสำหรับเขา

“รถติดหรือติดหญิงอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างรู้เท่าทัน ว่าเพื่อนชายที่แสนสนิทของตนนั้นมีสาวๆ เป็นสาวกเยอะเสมอ และรู้นิสัยฟันแล้วชิ่งดีของเขา

“รถติดจริงๆ” ชายหนุ่มหน้าแดงขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด เมื่อสายตาขี้เล่นของเธอสอดรู้เรื่องส่วนตัวของเขา ยิ่งกว่าแฟนสาว เพราะความสนิทสนมกัน    มานาน

“วี จำจีได้ไหม จีจำวีได้ปะ” ดารินทร์หันไปโบกมือเรียกเพื่อนสาวให้

เข้ามาหา หญิงสาวหน้าเข้มเดินเข้ามา หน้าตาบึ้งตึง แล้วดารินทร์ก็กล่าวแนะนำ

ทั้งสองทันที

“ไม่อะ” ทั้งจีรณาและวิวิธวินท์ส่ายหน้าพร้อมตอบเป็นเสียงเดียวกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ สำหรับเขาแล้วหญิงสาวหน้าโหดไม่ได้สำคัญพอที่จะอยู่ในความทรงจำของเขาในสมัยเรียน และสำหรับจีรณาแล้ว เขาเองก็ไม่ได้สำคัญพอที่จะต้องจดจำเหมือนกัน

“ก็อย่างว่าแหละ ตอนนั้นแกชอบโดดเรียน สองคนนี้เจอหน้ากันทีไรก็กัดกันทุกที” ดารินทร์หัวเราะเบาๆ ชี้หน้าเพื่อนสาวที่สมัยก่อนทำตัวไม่ดีเอาไว้ พร้อมกล่าวถึงเรื่องราวในอดีตที่ดูเหมือนเธอเป็นคนเดียวที่จดจำได้เป็นอย่างดีถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอยกันของทั้งสองคน

“หรือ” ทั้งสองรับคำของดารินทร์อย่างงงๆ มองหน้ากันแล้วเหมือนพยายามนึกให้ออก แต่ก็เบือนหน้าหนีอย่างไม่ถูกชะตา

ผู้หญิงอะไรวะหน้าตาหยิ่งไม่น่าคบซะเลย เคยมีเพื่อนแบบนี้สมัยเรียนด้วยหรือ วิวิธวินท์นึกในใจอย่างไม่สบอารมณ์

สายตาเฉียบคมของจีรณาเองก็มองชายหนุ่มอย่างไม่ถูกชะตา

ผู้ชายอะไรสายตาไม่น่าไว้ใจ ขี้เก๊ก ยังกับหล่อซะเต็มประดา พลางนึก

อย่างขัดใจ

“ตอนนี้ก็คงเหมือนเดิมแหล่ะ” จีรณากล่าวน้ำเสียงเรียบๆ ตวัดสายตาใส่ชายหนุ่มตามนิสัย ไม่ได้ตั้งใจจะมองเหมือนดูถูก

แต่อีกฝ่ายกลับรู้สึกไม่ชอบใจในสายตาของเธอ แต่ก็ไม่กล่าวอะไรเพราะเห็นแก่หน้าของดารินทร์ ซึ่งดูแล้วทั้งรักทั้งแคร์เพื่อนสาวคนสนิทของเธอเหลือเกิน

“ตอนนี้รินหิวอะ ไปหาไรกินกัน” ดารินทร์เสนอความคิดเห็น หันไปหยิบกระเป๋าลากที่จีรณาเป็นผู้ลากมาให้ ส่งต่อให้ชายหนุ่ม

“อือ ไปสิ” วิวิธวินท์รับมาลากอย่างรู้หน้าที่ของตัวเอง มองดูกระเป๋าใบโตที่หนักอึ้งแบบงงๆ เล็กน้อยที่จีสามารถลากมาให้เพื่อนสาวของเธอได้อย่างไม่ปริปากบ่น

“รินไปรถจีนะวี ไปเจอกันที่ร้านเลย” ดารินทร์กล่าวต่อ พร้อมควงแขนเพื่อนสาวคนสนิทอย่างรักใคร่ เพราะเธอดูเงียบเหลือเกินจนเธอกลัวว่าจะรู้สึกเป็นส่วนเกินในเราสามคน

“ร้านไหนล่ะ” ชายหนุ่มลากกระเป๋าหนักอึ้งย้อนถามน้ำเสียงหอบๆ นึก

ในใจอีกไกลไหม กว่าจะถึงรถของพวกเธอเนี่ย

 “รินอยากกินอาหารไทยๆ มีร้านไหนแนะนำกันไหม อร่อยๆ อะ”   หญิงสาวร่างอวบตอบทำหน้าครุ่นคิด ตอนนี้คิดถึงน้ำพริก ส้มตำ อาหารไทยมากๆ

ชายหนุ่มนึกกำลังคิดจะเสนอชื่อร้านกามเทพคลับของตัวเอง ที่มีทั้งอาหารไทยและบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติก แต่ก็ถูกจีรณาชิงตัดบทกล่าวออกมาเสียก่อน

“ไปร้านใกล้ๆ บ้านรินเหอะ เดินทางมาเหนื่อยๆ จะได้ไม่ต้องกลับดึก” เธอกล่าวอย่างมีเหตุผล เพราะห่วงเพื่อนสาวของตัวเอง

ทำเอาความคิดของชายหนุ่มต้องตกไป เพราะร้านของเขาอยู่ไกลจากบ้านเธอ ถ้าขับรถไปก็เกือบชั่วโมง และเขาก็เห็นด้วยกับความคิดของเธอ คนเดินทางคงอยากรีบกินรีบกลับ

“อื้อ งั้นเดี๋ยวคิดร้านออกแล้วโทรไปบอกวีนะ” ดารินทร์เห็นด้วยกับเพื่อนสาวของตัวเอง แล้วก็หยุดตรงรถกระบะคันสวยรอเจ้าของรถเปิดประตู

“อือ” ชายหนุ่มพยักหน้า มองดูหญิงสาวร่างบางกำลังเปิดประตูรถ เขา

มองอย่างแปลกใจ หญิงสาวขับรถกระบะงั้นหรือ หายากไปหน่อยแต่ก็อดไม่ได้ที่จะทึ่ง

“แล้วเดี๋ยวเจอกันที่ร้านนะวี” ดารินทร์ตอบพลางก้าวขึ้นรถ ชายหนุ่มมองดูรถกระบะออกตัวแล้วตนเองก็เดินกลับไปที่รถของตนเอง แบบไม่รีบร้อนเพราะยังไม่รู้ว่าต้องไปกินที่ร้านไหน

ไม่นานเสียงมือถือก็ดังขึ้น ปลายสายบอกร้านอาหารที่อยากจะไป จากที่ตอนแรกวิวิธวินท์ขับรถแบบกินลมชมวิว ก็เหยียบคันเร่งทำเสียงท่อดังลั่น แล้วตรงไปยังร้านอาหารที่เป็นจุดนัดหมายต่อไปในทันที เป็นร้านอาหารที่อยู่ในหมู่บ้านใหญ่แห่งหนึ่ง

ร้านเล็กๆ ที่มีโต๊ะรับลูกค้าไม่ถึงยี่สิบโต๊ะ ติดทะเลสาบของหมู่บ้าน บรรยากาศภายในร้านน่าเข้าเพราะเป็นกันเองแบบสุดๆ ชุดโต๊ะอาหารก็เป็นเหมือนโซฟาขนาดใหญ่ และมีโต๊ะเตี้ยๆ เหมือนนั่งรับแขกอยู่ที่บ้านของตัวเอง เสียงคลื่นและเสียงเทียนสร้างบรรยากาศได้ดีจนลืมไปว่าเป็นร้านในหมู่บ้าน   เลยทีเดียว

“ตามมาเร็วจังเลยนะ ได้ยินเสียงท่อดังมาแต่ไกลเลย” ดารินทร์กล่าวทัก

เพื่อนชายที่เพิ่งมาถึง แล้วทิ้งกายนั่งฝั่งตรงข้ามกับสองสาวที่นั่งชิดกันอย่าง   สนิทสนม

“ระวังหูหนวกนะขับแบบนั้นมาก” จีรณากล่าวน้ำเสียงเรียบเหมือนจะแซว แต่หน้าตาของเธอดูจริงจังจนอีกฝ่ายเพียงแค่หัวเราะในลำคอตอบกลับมา

“สั่งอาหารก่อนสิวี พวกเราสั่งไปแล้วสามอย่างอีกอย่างให้วีสั่ง”          ดารินทร์ส่งเมนูอาหารของร้านให้ชายหนุ่ม แล้วเธอก็ก้มเล่นมือถือ ขณะที่เพื่อนสาวของเธอกำลังนั่งทอดสายตาอย่างเหม่อลอยไปยังผืนน้ำของทะเลสาบอันกว้างใหญ่

“เบียร์มาก่อนเลย” ชายหนุ่มรับเมนูมาปากก็สั่งเครื่องดื่ม เวลานี้สำหรับเขาจะเป็นเมนูไหนไปไม่ได้นอกเสียจากแอลกอฮอล์

“เอาขวดหรือทาวเวอร์ล่ะ” จีรณาหูผึ่งหันไปถาม ใจจริงเธอก็อยากดื่มอยู่แล้วแต่ก็เกรงใจดารินทร์ เพราะพักหลังเธอรู้ว่าจีนั้นดื่มเหล้ายอมใจที่บอบช้ำเป็นประจำ

“กินหรือเปล่าล่ะ” วิวิธวินท์ย้อนถามอย่างท้าทายเจ้าของคำถาม มองดู

เธอที่ดูท่าทางจะกร้านโลกไม่ดูไร้เดียงสาเหมือนเพื่อนสาวคนสนิทของเขาเลย

“แกกินไหม เดินทางมาเหนื่อยๆ ถ้าแกกินฉันก็กิน” จีรณาหันไปถามเพื่อนรักอย่างเกรงใจ คนเดินทางมาเหนื่อยอาจจะยังไม่พร้อมสำหรับการดวลแอลกอฮอล์

“กินได้ไม่ซีเรียส” ดารินทร์ตอบอย่างไม่ขัดใจ สำหรับเธอการเดินทางบ่อยๆมันเป็นเรื่องปกติ แค่นี้ร่างกายของเธอรับไหวอยู่แล้ว

“งั้นทาวเวอร์ไปเลย” จีรณาได้โอกาสได้ไฟเขียวจากเพื่อนสาว หันไปสั่งกับพนักงานรับออเดอร์0ทันที ก่อนที่เพื่อนรักจะเปลี่ยนใจ

“ไหวหรือ” ชายหนุ่มองดูคนสั่งอย่างไม่แน่ใจ ท่าทางของเธอกับเบียร์หนึ่งทาวเวอร์และคนกินแค่สามคน แถมผู้หญิงสองอีกตะหาก

“หึ ไม่รู้จักจีซะแล้ว”  รินกล่าวอย่างรู้นิสัยเพื่อนรักเป็นอย่างดี อารมณ์นี้เธอห่วงอย่างเดียวคือไม่อยากให้ดื่มหนัก เพราะกำลังชอกช้ำกลัวจะคุมตัวเองไม่ได้

“กลัวไม่พอซะมากกว่า” จีรณากล่าวอย่างมั่นใจในตัวเอง เธอเป็นผู้หญิงที่ชอบเที่ยวกินเหล้าอยู่เป็นประจำ แต่ก็ไม่ได้ไปเที่ยวมั่วเละเทะตามที่เห็นเพียง

เปลือกนอก

“นี่จีแต่แกอย่ากินเยอะนะ รินขี้เกียจจะลากจีกลับบ้าน แกยิ่งสติไม่ค่อยดีอย่าเมาจนฟิวส์ขาดนะ” รินกล่าวอย่างเตือนสติ

“เออน่า” จีรณาพยักหน้า

เมื่อเครื่องดื่มและอาหารที่สั่งไปถูกจัดวางตรงหน้าของทั้งสาม พวกเขาก็เริ่มลงมือการดื่มกินฉลองกันพบหน้าในรอบหลายปี เบียร์แก้วต่อแก้วถูกดื่มเข้าปากอย่างไม่ขาด จนหมดไปหนึ่งทาวเวอร์พวกเขาก็สั่งทาวเวอร์ที่สองตามมาอย่างไม่ขาดช่วง

ใบหน้าของวิวิธวินท์แดงจัดเพราะเลือดในกายสูบฉีด ขณะที่ดารินทร์มีเพียงดวงตาของเธอเท่านั้นที่แดงก่ำ แต่ทั้งสองยังมีสติสัมปชัญญะดีพร้อม ส่วนจีรณาใบหน้ายังดูนิ่งๆ แต่ภายในของเธอเริ่มมึนงงเล็กๆ จนต้องหาน้ำต้มยำซดแก้ความมึนไปพลางๆ

“นี่ได้กลับมาเจอหน้าแบบนี้แล้วคิดถึงเมื่อสมัยเรียนอะ ตอนนั้นวีชอบเตะโต๊ะรินมากเลยเวลาสอบ เอาแต่ลอก จีก็ชอบโดดเรียนเป็นประจำเลย” หลังจากที่สอบถามสารทุกข์สุกดิบกันพอรู้เรื่อง ดารินทร์ก็เริ่มขุดเอาเรื่องเก่าๆ

ขึ้นมาพูดถึงอย่างสนุกสนาน

“โดดไปไหนวะ สงสัยตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว” วิวิธวินท์หันไปถาม      หญิงสาวจอมเกเรเรียน ถึงว่าสมัยนั้นตนไม่สนิทสนมกับเธอนัก

“ช่วงนั้นติดผู้ชายอยู่” จีรณากล่าวอย่างเจ็บปวด นึกย้อนถึงวันวานที่แรกพบกับแฟนหนุ่มตั้งแต่สมัยเรียน แต่กลับต้องมาช้ำรักเมื่อผ่านมาเกือบสี่ปี

“ติดผัวหรือ” ชายหนุ่มทำเสียงกระแนะกระแหนใส่ มองดูผู้หญิงใจแตก กินเบียร์หนัก เที่ยวเก่ง หลงผู้ชาย ท่าทางจัดจ้าน คล้ายจะดูถูกเธอเป็นในๆ

“ยังย่ะ ยังไม่ใช่ผัว” หญิงสาวตวัดสายตาใส่กลับทันที ตามด้วยยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มจนเกือบหมด ชายหนุ่มก็กุลีกุจอเติมให้ใหม่พร้อมถามต่อ

“แล้วตอนนี้ล่ะ”

“อดีตแฟนเท่านั้นแหล่ะ” หญิงสาวตอบน้ำเสียงขมขื่นใจ เบือนหน้าหนีสายตาสอดรู้ของชายหนุ่ม เมื่อนึกถึงความเจ็บปวดแล้วก็ทำเอานัยน์ตาร้อนผ่าวขึ้นมา

“หรือ” ชายหนุ่มทำเสียงสูงมองดูหญิงสาวที่กำลังชอกช้ำด้วยสายตาสอดรู้ นึกสนใจเรื่องราวความเจ็บปวดของเพื่อนสาวขึ้นมา

“นี่วีอย่าพูดมาก จีกำลังเสียใจเพิ่งเลิกกับแฟนมา รินกลับมาก็เป็นห่วง  

จีนี่แหล่ะ” ดารินทร์ดักคำไว้เสียก่อนที่เพื่อนชายจะถามเข้าประเด็น

“ทำไมเลิกล่ะ” แต่ก็ไม่ทันแล้ว เพราะชายหนุ่มปากไวสิ้นเสียงของคนทัก วิวิธวินท์ก็หลุดปากถามคนอกหักออกไปทันที

“ผู้ชายมันเลวไง” หญิงสาวทำเสียงกระด้างใส่ ให้กระทบผู้ชายเจ้าชู้อย่างวิวิธวินท์ ตอนนี้เธอรู้สึกขวางหูขวางตาผู้ชายไปหมด

“เออ แล้วเมื่อก่อนจำได้ว่าเคยแกล้งเป็นแฟนกันด้วย น่านัดเจอเพื่อนๆ เก่าๆ ของพวกเราเนอะ คิดถึงทุกคนเลย” ดารินทร์เปลี่ยนเรื่องคุยทันทีก่อนที่เพื่อนสาวของเธอจะดราม่าไปมากกว่านี้

“แต่กว่าจะรวมตัวกันได้ต้องนัดกันนาน” ชายหนุ่มหันไปตอบหญิงสาวร่างอวบ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนขึ้นกว่าคุยกับจีรณา

“รินไม่มีเวลาขนาดนั้นหรอก” เสียงหวานตอบทำหน้าผิดหวัง              ก็ธรรมดาเมื่อตอนนี้ต่างคนต่างมีหน้าที่มีภาระที่ต้องรับผิดชอบดูแล

แล้วก็พลันนึกออกมีคนเดียวตอนนี้ที่ทำงานเป็นธุรกิจส่วนตัวและพอจะปลีกเวลาไปกับเธอได้

“เออ วี รินกับจีจะไปเที่ยวทะเลกัน วีไปด้วยกันนะไประลึกถึง

ความหลัง นานๆเจอกันที”

“เมื่อไร” ชายหนุ่มย้อนถาม เขาเองก็อยากจะไปพักผ่อนบ้างเหมือนกัน ไปกับสองสาวโดยเฉพาะกับดารินทร์ถือว่ามีแรงจูงใจไม่น้อยเลยทีเดียว

“พรุ่งนี้” เธอตอบ

“เฮ้ย เร็วไปเคลียร์งานไม่ทันหรอก” ชายหนุ่มรีบโบกมืออย่างเสียดาย ถึงจะเป็นธุรกิจส่วนตัว แต่เขาทำงานต้องวางแผน จะไปปุบปับไม่ได้

“ต้องทันสิ มาให้ได้นะ จะทิ้งเพื่อนสาวสองคนไปกันตามลำพังหรือแก” ดารินทร์ทำขู่ใส่ พร้อมหน้าตาไร้เดียงสาน่ารักน่าปกป้องให้ชายหนุ่ม      อ่อนใจ

“เพื่อนสาวคงดูแลตัวเองกันได้” วิวิธวินท์อมยิ้มกับสายตาหวานฉ่ำของหญิงสาวร่างอวบ  ใจเต้นระทึกยามที่เธอยิ้มให้เหมือนเมื่อครั้งสมัยที่ยังเรียนอยู่

“ไม่ได้หรอก ต้องมีเพื่อนชายไปคอยคุ้มครองหน่อย” ดารินทร์ส่ายหน้าขยับกายมานั่งเคียงข้างชายหนุ่ม ยกแก้วขึ้นให้ดื่มอย่างเอาอกเอาใจ

“ดูงานก่อน” ชายหนุ่มใบหน้าร้อนผ่าว อมยิ้มหนักกว่าเดิมพยายามไม่

หันไปมองใบหน้างามยามค่ำคืนในระยะประชิด

“ไม่รู้ นานๆรินกลับมาทั้งที ต้องไปด้วยไม่งั้นโกรธจริงๆ” ร่างอวบอิ่มคล้องแขนแนบชิดอย่างไม่ถือตัว อีกครั้งที่ความอวบอิ่มทำเอาใจชายหนุ่มเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ

“เออๆๆ พรุ่งนี้จะบอก” วิวิธวินท์กล่าวอย่างตามใจ เจอลูกอ้อนของสาวหน้าหวานแบบนี้ทีไร ชายหนุ่มใจหินอย่างเขาก็ใจอ่อนขึ้นมาทุกที

“ดีมากเลย” ดารินทร์ได้ดังใจก็ปล่อยมือที่เกาะเกี่ยวชายหนุ่มออก       หันหน้าไปยิ้มอย่างพออกพอใจกับจีรณาที่ชายหนุ่มไม่ขัดข้อง

ขณะที่เพื่อนสาวที่ถูกส่งยิ้มให้ยิ้มตอบกลับเจื่อนๆ เธอไม่ได้รู้สึกดีใจกับการตกลงใจร่วมเดินทางของอีกฝ่ายสักเท่าไร เพราะความไม่สนิทสนม ทำให้รู้สึกเหมือนชายหนุ่มเป็นคนนอก ซึ่งคนคิดมากอย่างสาวหน้าโหดก็ทำเอาคิดไปไกลว่าพวกตนจะกินจะนอนอย่างไร คงไม่มีความเป็นส่วนตัวตามประสาผู้หญิงอย่างแน่นอน

หลังจากที่สาวหน้าหวานกล่อมให้วิวิธวินท์เดินทางไปพักผ่อนด้วยกันได้สำเร็จ ทั้งสามก็นั่งดื่มกินอาหารกันต่ออีกไม่นาน ต่างก็พากันแยกย้าย เพราะ

ดารินทร์ต้องการพักผ่อนหลังจากที่เดินทางมาเหนื่อยๆ และไหนการเดินทางที่

กำลังจะเริ่มต้นในวันรุ่งขึ้นอีกทำให้พวกเขาต้องกลับไปนอนเอาแรง

ส่วนวิวินท์วินท์นั้น ด้วยเพราะดื่มสุราเข้าไปกำลังได้ที่ทำให้อารมณ์ความมึนเมาของเขายังไม่อยากกลับบ้านไปนอน ชายหนุ่มจึงกดสายโทรหาเพื่อนในกลุ่มกามเทพคลับ เพื่อหาแนวร่วมออกเริงร่ายามราตรี และเพื่อที่อสูรราตรีอย่างเขาจะได้ล่าสาวงามมาเป็นคู่นอนสักคน

คนแรกที่ชายหนุ่มคิดถึงว่าจะต้องออกเที่ยวยามราตรีก็คือรามิล เพื่อนรุ่นน้องที่เป็นขาเที่ยวที่สุดในกลุ่ม ไม่รู้ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ที่ไหน ก็ในเมื่อนเรนเพื่อสนิทอีกคนหายหน้าไปกับสาวงามที่เจอข้างผับเมื่อหลายวันก่อน วีรอสายอยู่พักใหญ่ปลายสายก็รับ

เสียงเพลงดังกึงก้องเข้ามาทางโทรศัพท์มือถือ ทำเอาคนโทรหายิ่ง      รู้สึกคึกคักอยากจะไปเริงร่าด้วย

“เฮ้ยยย มีนนอนรึยัง เสียงดังแบบนี้ยังไม่นอนแน่เลย”

“ยังพี่ พี่วีมีอะไร” รามิลตะโกนตอบสู่กับเสียงเพลงที่ดังเข้ามา

“พี่ว่าจะชวนไปเที่ยว มีนอยู่ไหน” วิวิธวินท์บอกเจตนาทันที ทำเหมือน

ไม่รู้ว่าน้องรักกำลังออกเที่ยวอยู่

“ผมอยู่ XXX ตามมาเลยพี่ ผมอยู่คนเดียว” รามิลตอบอย่างเต็มใจ เพราะโทรชวนใครก็ไม่ยอมมา แต่ก็ดันโทรหาวิวิธวินท์ที่ชอบเที่ยวอีกคนไปได้

“เฮ้ย ยังไงว่ะมาเที่ยวผับคนเดียว” คนโทรหาอดไม่ได้ที่จะแปลกใจ

“พอดีเจอสาวถูกใจก็เลยตามมาส่องหน่อย” คนถูกถามก็ตอบน้ำเสียงอายๆ ไม่บ่อยนักที่เขาจะรู้สึกแบบนี้กับใคร ถึงกับตามส่องดูพฤติกรรมแบบนี้

“อ๋อ งั้นเดี๋ยวพี่หาแนวร่วมก่อนไปสองคนไม่น่าสนุกว่ะ ถ้ามีแนวร่วมก็จะตามไปนะ” วิวิธวินท์ทำเป็นเล่นตัวทั้งที่ใจนั้นอยากไปที่สุด

“ครับพี่ ถ้ามาผมอยู่โต๊ะเบอร์ XX นะ เผื่อโทรมาไม่ได้ยิน” คนชวนตอบรับแล้วรีบวางสาย อย่างไม่สนใจว่าใครจะตามมาหรือไม่ ตอนนี้สายตาของเขาจับจ้องมองแต่ร่างงามขาวผ่องตรงหน้า ที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกไปมาอย่างสนุกสนานกับเสียงเพลง

“เอาไงดีล่ะ” ขณะที่วิววิธวินท์กำลังชั่งใจว่าจะไปดีหรือไม่ เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง มองดูเบอร์เรียกเข้าก็รีบรับสายทันที

ว่าไงพตชายหนุ่มรับสายน้ำเสียงคึกคัก

เฮ้ยวีคืนนี้ไปไหนป่าวคนโทรหาเอ่ยถาม นึกในใจดูเหมือนเพื่อน

สนิทของเขาคงกำลังอยู่ในอารมณ์ที่อยากหาแนวร่วมออกท่องราตรี

ไม่รู้ว่ะ เพิ่งกินข้าวเสร็จ อยากไปต่ออยู่เหมือนกัน มีนมันอยู่ที่ร้าน XXX คนเดียววีกล่าวอย่างกลางๆ เหมือนยังไม่ตกลงใจว่าจะไปหรือไม่

มันไปทำอะไรคนเดียวนักพรตข้องใจ เพราะปกติแล้วเวลาจะออกเที่ยวมักจะไปกันเป็นกลุ่ม นี่ก็แค่นเรนที่หายหน้าไปพร้อมกับสาวแปลกหน้า รามิลถึงกับต้องออกเที่ยวคนเดียวเลยหรืออย่างไร

มันว่าไปส่องสาวว่ะ ก็กะว่าถ้ามีคนไปด้วยก็จะตามมันไป มึงไปไหมล่ะพตวิวิธวินท์กล่าว เหมือนจะบอกเป็นนัยน์ๆว่าตนเองก็อยากออกไปส่องบ้างเหมือนกัน

เออ ก็ไปดินักพรตรู้ใจไม่ปฏิเสธ เอ่ยปากตอบรับทันทีเพราะไหนๆ   ตอนนี้ก็ดื่มเข้าไปพอสมควร ไปถึงก็มันได้ที่พอดีเลย

เออ งั้นไปเจอกันที่ร้าน XXX เลยนะ มีนบอกโต๊ะเบอร์ XX” ปลายสายตอบรับเสียงระรื่นทันที เมื่อมีแนวร่วมไปท่องราตรี

ได้ๆเมื่อทั้งสองตกลงกันได้ ต่างฝ่ายก็ต่างพากันไปที่ร้านดังกล่าวทันที

ไม่นานหลังจากที่วิวิธวินท์ขับรถมาถึงสถานที่เที่ยวกลางคืนชื่อดังย่านพระรามเก้า เขาก็เดินฝ่าผู้คนมากมายเข้าไปยังร้านที่รามิลกำลังรออยู่ หลังจากบอกเบอร์โต๊ะที่น้องรักบอกเอาไว้ เมื่อพนักงานพาไปก็เจอกับรามิลที่ตอนนี้กำลังถือถือแก้วเบียร์อยู่เพียงลำพัง

“ไหนว่ะสาวสวยที่ตามมาส่อง” วิวิธวินท์เอ่ยทักทันทีด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“นั่งไงพี่ ผมโคตรชอบเลย เจอกันเมื่อครั้งที่พี่เรนทิ้งผมให้เที่ยวคนเดียว ได้เบอร์มาแล้วแหล่ะ แต่ยังไม่กล้าเข้าไปขอนั่งด้วย” ชายหนุ่มนัยน์ตาแขกตอบพลางชี้ไปที่ร่างงามขาวผ่องสะดุดสายตา

“คุยกันยัง” วีพยักหน้า เมื่อเห็นความงามที่รุ่นน้องหลงใหล

“คุยแล้ว ชื่อปุกปุย เปิดร้านกาแฟอยู่ในเมือง ใต้ตึกอะไรสักอย่างชื่อคุ้นๆแต่จำไม่ได้” รามิลตอบอย่างไม่แน่ใจ

“เข้าทางเลยดิ” วิวิธวินท์หัวเราะเบาๆ ก็ในเมื่อรุ่นน้องของเขาเป็นถึง

เจ้าของธุรกิจผลิตเม็ดกาแฟ ทำไมจะไม่เข้าทางล่ะ

“ให้บอกก่อนเถอะว่าแถวไหนจะตามไปส่งถึงที่เองทุกวันเลย” รามิลยิ้ม

กริ่มอย่างมีความหมาย พลางมองหาแนวร่วมที่ผู้มาใหม่บอกว่าจะพามา

“แล้วพี่มากับใคร”

“เดี๋ยวพตตามมา” ชายหนุ่มตอบ พลางคีบน้ำแข็งใส่แก้วผสมเหล้าให้กับตัวเอง

“เหรอดีๆ เหล้าขวดนี้จะได้มีคนช่วยกิน เปิดทิ้งมาสองรอบแล้ว เที่ยวคนเดียวพี่เรนไม่มาไม่สนุก” รามิลทำบ่นถึงพี่ชายสุดที่รัก

“เออ กูจะกินให้หมดเลย” วีกล่าวอย่างหวานปาก แล้วไม่นานนักพรต เพื่อนสนิทร่างสูงใหญ่ก็ตามมาถึงร่างเหล้า

“ไงพี่พต” รามิลพยักหน้าให้กับผู้มาใหม่อีกคน

“นึกไงมาคนเดียว่ะมีน” นักพรตเอ่ยถามทันที

“ผมมาหาสาว” รามิลอมยิ้มตอบ

“ไหน” ผู้มาใหม่อยากรู้ก็รีบมองหาทันควัน รามิลก็รีบชี้ไปทางโต๊ะของสาวสวยสามคน นักพรตเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีก็หันมาบอก

 “อ้าวนั้นเจ้าของร้านกาแฟใต้ตึกที่ทำงานพี่นี่”

“พี่รู้จักเหรอ” รามิลใจชื่นเมื่อได้ยินว่ามีคนรู้จักหล่อน แบบนี้แผนการ

เข้าหาก็จะง่ายขึ้นกว่าเดิม

“อือ เสน่ห์แรงมากเลย แต่ไม่เคยเห็นคบใครเป็นพิเศษนะ” นักพรตกล่าว เขาเองก็ติดใจฝีมือการชงกาแฟของหล่อนไม่น้อยเลย

“พี่ๆๆ พาไปคุยหน่อยสิ” รามิลใจร้อน กระแซะพี่ชายคนสนิทให้พาไปใกล้ชิดทันที

“อะไร ก็ไหนว่าคุยแล้วไม่ใช่เหรอ” วิวิธวินท์กล่าวทัก

“คุยกันแล้ว แต่ยังไม่กล้าคุยสนิทมาก” รามิลยอมรับ หล่อนสวยตัวเลือกมาก ทำให้ยากที่จะเข้าหา

“เออ เพื่อน้องนะ แต่วันนี้น้องต้องเลี้ยง” นักพรตกล่าวอย่างตามใจ

“เลี้ยงหลายวันก็ได้พี่ ถ้าพี่ทำให้ผมได้คบกับคนนี้อ่ะ บอกตรงๆ หลงรักเลย” รามิลยิ้มออกมาทันที ทำท่าทางปลาบปลื้มใส่

“เป็นเอามากว่ะ” นักพรตส่ายหน้ากับคนใจร้อนตกหลุมรัก

แล้วไม่นานทั้งสามคนโดยมีนักพรตเป็นผู้เดินนำก็เดินตรงเข้าไปหาโต๊ะ

ของสาวงาม ดูเหมือนจะเข้าล็อกเหมาะเจาะเพราะพวกหล่อนก็มากันสามคนเหมือนกัน นักพรตเอ่ยทักกับสาวร่างบางขาวผ่องซึ่งเป็นที่หมายตาของ          

น้องรักก่อน

“หวัดดีครับ” ชายหนุ่มกล่าวเสียงทุ่มกระซิบข้างหูหญิงสาวเพราะเสียงเพลงที่ดังมาก

“อ้าว ลูกค้าประจำ” ร่างบางหันกลับมาเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยก็ยิ้มทักทายอย่างเป็นกันเอง

“นึกว่าจะจำไม่ได้” นักพรตลอบโล่งใจหน่อยๆ เพราะที่ร้านหล่อนลูกค้าเยอะมากจนกลัวว่าเข้ามาทักแบบนี้หล่อนอาจจะจำไม่ได้

“จำได้สิคะ มาเที่ยวเหมือนกันเหรอ” หญิงสาวตอบ มองดูสมาชิกที่เดินตามนักพรตมา

“ครับ พอดียังหาโต๊ะไม่ได้เลย” นักพรตกล่าวออกตัวเสร็จสรรพ

“งั้นนั่งโต๊ะพวกเราก็ได้นะ” หญิงสาวกล่าวอย่างมีไมตรี

“หวัดดีครับ” เสียงนุ่มลึกของชายอีกคนดังขึ้นนั่นก็คือรามิล

“คุณนี่เอง” สาวสวยหันไปเห็นก็ยิ้มหวานให้ทันที เขาคือชายหนุ่มที่มา

ขอเบอร์เธอเมื่อครั้งก่อน โทรมาพูดคุยไม่กี่ครั้งเท่านั้น

“ครับ มีนเอง ปุกปุย มากันสามคนเหรอ” รามิลตอบวาจาหวานฉ่ำ

“ค่ะ” หญิงสาวตอบรับอย่างเขินอายกับคนที่รู้ดีว่าเข้ามาหว่านขนมจีบให้

“ปุกปุยคงไม่ว่าจะถ้ามีนขอร่วมโต๊ะ” รามิลกล่าวเดินเข้าประชิดตัวร่างงาม ทำเอานักพรตต้องถอยห่างเปิดทางให้น้องชาย

“ไม่ว่าหรอก คนกันเองทั้งนั้นเลย นี่ริสากับเมย์เพื่อสนิทปุยเอง” ปุกปุยตอบพลางแนะนำเพื่อนสาวคนสวยอีกสองคนให้รู้จัก เพราะเห็นว่าเข้าคู่กันพอดี

“อ่อ นี่พี่วี พี่อีกคนนึง” รามิลเองก็หันไปแนะนำพี่ชายคนสนิทอีกคน ที่ดูเหมือนตอนนี้จะสบสายตากับเพื่อนสาวของปุกปุยอยู่

แล้วเมื่อรามิลได้ใกล้ชิดกับสาวงามตามที่ปรารถนา วิวิธวินท์เองก็ดูเหมือนจะได้ล่าตามที่เขาต้องการ เมื่อเพื่อนของสาวงามกำลังสบสายตากับชายหนุ่ม ดูเหมือนหล่อนจะอยู่ในอาการเมาได้ที่ ก็ผู้หญิงสามคนกับเหล้าหนึ่งกลมและใกล้จะหมดขวด

วิวิธวินท์ก็ถือโอกาสส่งแก้วเหล้าของตนเองเข้าไปชน แล้วออกลีลาโยน

ตัวเบาๆ ร่างบางที่กำลังอยู่ในอารมณ์มึนเมาก็ขยับกายเข้ามาใกล้ บดเบียดความ

อวบอิ่มเข้าหาส่งมือบางสองข้างขึ้นคล้องคอของชายหนุ่มอย่างไม่ถือเนื้อถือตัว

ชายหนุ่มก็รู้ความหมายของเธอในทันที

“เที่ยวเสร็จแล้วไปไหนต่อค่ะ” เสียงหวานกระซิบถามอย่างเชิญชวน

“ไม่รู้สิ” ชายหนุ่มไม่ตอบรับ แต่ก็ไม่ปฏิเสธวาจาของเธออย่างรู้เกมเป็นอย่างดี

“ริสาว่าจะกลับบ้าน ไม่รู้จะหาแท็กซี่ได้ไหม” หล่อนกระซิบเสียงแผ่ว ส่งจูบหวานไปที่ใบหูของชายหนุ่ม

“ไปส่งไหมล่ะ” วิวิธวินท์กล่าวต่อ มือหนาของเขาตอนนี้กำลังลูบไล้ที่สะโพกงอนงามของเธออย่างพอใจ

“ได้เหรอ” ร่างบางทำไขสือย้อนถาม

“ได้สิ ไปตอนนี้เลยก็ได้นะ” ชายหนุ่มยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดพร้อมเสนอ อารมร์ของเขาตอนนี้ก็ไม่ได้อยากจะเต้นหรือดื่ม ยิ่งเจอสาวงามในสภาพแบบนี้เขาก็ยิ่งอยากจะทำอย่างอื่นมากกว่า

“งั้นขอบอกเพื่อนก่อนนะ” ริสาผละกายออกห่างเดินไปกระซิบบอก

เพื่อนสาวทั้งสองคน ซึ่งคนหนึ่งดูไม่แปลกใจ แต่การกระทำของเธอทำเอาปุกปุยที่ไม่เห็นด้วยมาตลอดขัดแย้ง

“จะดีเหรอแก อีกแล้วนะเมาทีไรทำตัวแบบนี้ทุกที ปุยไม่ชอบเลย” ปุกปุยจับมือเพื่อนสาวรั้งเอาไว้ทำสายตาตำหนิ

“ปุยเองก็คงมีคนไปส่ง ริสาก็อยากหาคนไปส่งด้วยเหมือนกัน จริงไหมเมย์” ริสากล่าวอย่างไม่สนใจ

“อื้อ ริสาไปเถอะ เมย์กับปุยอยู่ได้” เมย์ซึ่งมีนิสัยใจคอเดียวกันกับริสากล่าวอย่างไม่ขัดคอ

“ไปก่อนนะ” ริสาหยิบกระเป๋าแล้วหันไปจูงชายหนุ่มที่หล่อนหมายตาเอาไว้ในทันที “ไปกันเถอะค่ะ”

วิวิธวินท์หวานปาก เดินตามร่างบางโดยไม่ขัดแย้งแต่อย่างใด เมื่อขึ้นรถหญิงสาวก็นั่งข้างคนขับปล่อยกายเป็นกันเอง “ชื่อวีเหรอ”

“อือ” ชายหนุ่มพยักหน้าออกตัวขับเคลื่อนไปตามถนนอย่างช้าๆ ประวิงเวลาเอาไว้

“มีแฟนรึยัง” หญิงสาวลอบมองสำรวจรถแต่งคันสวยของชายหนุ่มอย่าง

พอใจ

“ยัง” ชายหนุ่มส่ายหน้า ตอนนี้ใจของเขาอยากจะพาเธอเข้าโรงแรม

ใกล้ๆเต็มที

“แต่เรามีแฟนแล้ว” หญิงสาวกล่าวราวกับรู้สึกไม่ดี

“นั่นไม่ใช่ปัญหานี่” ชายหนุ่มหันไปกล่าวสายตาของเขามองดูเธออย่างมีความหมาย

“ก็จริง” ริสาพยักหน้าเห็นด้วยแล้วยิ้มให้ ส่งมือบางไปลูบไล้ชายหนุ่มที่ไหล่กว้างอย่างพอใจที่จะได้ร่วมหลับนอนกัน

“ตกลงจะให้ไปส่งที่ไหนดี” เมื่อมาถึงขนาดนี้ วิวิธวินท์ก็ทำทีเป็นเอ่ยถาม ทั้งที่ใจอยากจะเลี้ยงเข้าม่านรูดข้างหน้าแล้ว

“ที่ไหนดีล่ะ ที่จะพาเราไปใกล้สวรรค์ที่สุด” หล่อนกระซิบบอก สิ้นเสียงหวานชายหนุ่มก็เลี้ยงเข้าตามเป้าหมายของเขาทันที

ร่างบางเข้าไปในห้องก่อน ชายหนุ่มก็จัดการจ่ายค่าห้องพักและเก็บของมีค่าส่วนตัวเองไว้ในรถด้วยความระมัดระวังตัว และเมื่อเข้าไปในห้อง หญิงสาวก็กำลังนั่งอยู่ที่ปลายเตียง และเมื่อหล่อนเห็นเขาปิดประตู ร่างบางก็ค่อยๆถอย

กางเกงในของตัวเองออกแล้วยิ้มหวานให้อย่างพอใจ

ร่างหนาถูกผลักลงที่เตียงกว้าง หญิงสาวกระโดดขึ้นคร่อมชายหนุ่ม

พร้อมซุกไซ้ตามซอกคอของชายหนุ่มราวกับหิวกระหาย ชายหนุ่มหายใจผ่อนลมหายใจแรงๆ กับความดุดดันของเธอทำเอาเขาตั้งตัวไม่ติด ได้แต่ส่งมือหนาลูบไล้แผ่นหลังของหญิงสาว

“ถูกชะตากับวีตั้งแต่เดินผ่านแล้ว ไม่คิดว่าจะได้มาอยู่ด้วยกัน” หญิงสาวกระซิบบอก ปากกูจูบไซ้ปลายคางชายหนุ่มไล้ตามลงมาซอกคอ

“เหมือนกันเลย” ชายหนุ่มโกหก ที่จริงเขาไม่เห็นหล่อนด้วยซ้ำไป แต่ด้วยอารมณ์นี้ก็ต้องปล่อยเลยตามเลยไปก่อน

“ดีจัง” หญิงสาวกระซิบบอกพลางดึงเสื้อยืดของชายหนุ่มออกไปให้พ้นกาย เผยกล้ามเนื้ออันแข็งแรงของชายหนุ่มให้เธอใช้ปลายลิ้นไล้เลียเล่นอย่างพอใจ

ชายหนุ่มสอดมือหนาเขาหาผิวเนื้อของเธออย่างไม่ให้เสียโอกาส ดึงรั้งเสื้อสวยออกไปให้พ้นเรือนร่าง พร้อมกระตุกบราเกาะสีดำสนิทออกไปให้พ้นกาย ส่งมือหนาเข้าครอบครองความอวบอิ่มของเธอที่แม้จะเหลวไปหน่อย แต่

ขนาดใหญ่ก็ทำให้อภัยกันได้

หญิงสาวร้อนใจขยับกายลงต่ำปลดกางเกงยีนส์ของชายหนุ่มออกไปให้

พ้นอย่างช่ำชองทุกการกระทำ ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจเมื่อสายตาของเขามองลงไปที่ความกำยำที่กำลังจะถูกหล่อนกลืนกินอย่างช้าๆ ริมฝีปากบางครอบครองเขาได้เกือบหมด มีชายตาขึ้นมามองเหมือนกำลังชมเชยกับขนาดของชายหนุ่มไปในตัว

วิวิธวินท์ผ่อนลมหายใจอีกครั้งยามที่หล่อนขยับปลายลิ้นวนเวียนรอบความแข็งแกร่งของตนเอง แถมภายในยังออกแรงดูดดื่มสัดส่วนของเขาได้อย่างลึกล้ำทำเอาเขาแทบจะถูกดูดวิญญาณออกไปพร้อมกับยามที่เธอถอนริมฝีปากออกมา

หญิงสาวสะบัดเสื้อผ้าของตัวเองอย่างไม่รอช้า งานนี้ชายหนุ่มแทบไม่ต้องทำอะไรแม้แต่เครื่องป้องกันหล่อนก็ใส่ให้ เมื่อหญิงสาวเปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้า หล่อนก็ค่อยๆผ่อนกายลงเข้าครอบงำชายหนุ่มอย่างช้าๆ ความชุ่มชื้นของเธอทำให้ร่างกายของเขาสามารถรุกล้ำได้อย่างง่ายดาย บวกกับความคุ้นเคยเป็นอย่างดีเพราะใช่มือใหม่

แต่กับความร้อนแรงของหล่อนก็ทำให้เขาอภัยให้ได้ เมื่อหล่อนครอบครองเขาได้หมดหล่อนก็บรรเลงความร้อนแรงได้อย่างดุเดือน ชายหนุ่มโอบประครองสะโพกงามของเธอพร้อมซุกใบหน้าเข้าหาความอวบอิ่ม ดูดดื่มยอดถันอย่างรุนแรง

เสียงหวานครางอย่างพอใจ งานนี้เขาสามารถดุเดือนกับเธอได้อย่าง    เมามันไม่ต้องระมัดระวังเพราะดูเหมือนหล่อนจะไปใจในความรุนแรงแบบนี้ หญิงสาวขย่มจังหวะจนกระทั่งส่งตัวเองไปถึงสวรรค์ก็พลิกกายให้ชายหนุ่ม  เป็นผู้นำต่อ

วิวิธวินท์ได้ทีก็จับร่างบางหันหลัง ใส่จังหวะรุนแรงไม่ยั้งเสียงหวานร้องระงมดังลั่น เขาโอบกอดหล่อนจากด้านหลังแล้วบีบเคล้นความนุ่มหยุ่นของหญิงสาว สะโพกงอนงามก็เหมือนไม่ยอมน้อยหน้า หล่อนกระแทกรับแรงสะท้านจากชายหนุ่มให้ดุเดือนยิ่งกว่าเดิม

จนกระทั่งเสียงหวานร้องลั่นพร้อมกับจิกเกรงไปทั้งร่างกาย เมื่อถึงเขาส่งไปถึงสวรรค์ หล่อนดูหายใจหอบเหนื่อยหนักแต่ชายหนุ่มก็ไม่หยุดขยับ แถมยังพลิกกายให้หันหน้ามาหากัน กอดกายรัดแน่นพร้อมกับซุกใบหน้าเข้าหา

ความอวบอิ่มของเธออย่างพอใจ

“จะเสร็จรึยัง” เสียงหวานกระซิบบอก

“ยัง” ชายหนุ่มตอบเสียงแหบพร่า เขายังไม่ถึงสวรรค์ง่ายๆหรอก

“ยังอีกเหรอ” หญิงสาวเหมือนแปลกใจในความอึดชองชายหนุ่ม

“อือ เอาอีกสิ เอาให้เสร็จอีก” วิวิธวินท์กล่าวต่อพร้อมกระแทรกร่างกายเข้าหาหล่อนแรงๆอย่างกระตุ้นร่างงาม หญิงสาวก็สะท้านเฮือกเมื่อความเสียวซ่านทะยานขึ้นสูงอีกครั้ง ร่างบางกอดรัดชายหนุ่มแน่น ใบหน้าเริ่มอ่อนแรงแต่แววตากลับประทับใจ

ชายหนุ่มปรนเปรอเธอให้ไปถึงสวรรค์อีกหลายครั้ง จนหญิงสาวแทบจะไม่มีเสียงร้องออกมาให้ปลุกเร้าชายหนุ่ม วิวิธวินท์ราวร่างบางขึ้นมานั่งในท่าแรกที่หล่อนจัดให้ หญิงสาวก็ขยับสะโพกต่อเนื่องแต่ไม่รุนแรงเพราะเหมือนแรงจะน้อยลง

ชายหนุ่มจึงช่วงกระชับสะโพกงามให้ขยับจังหวะ พร้อมสอดปลายลิ้นแทะเล็มใบหูของหญิงสาวเพิ่มความเสียวซ่านให้ร่างบาง เมื่อหล่อนใกล้ถึงจุดหมายอีกครั้ง ชายหนุ่มก็กระชับสะโพกงามให้แนบเร่งจังหวะให้กับหล่อน

แล้วปลดปล่อยตัวเองไปพร้อมๆกับ

สองร่างเหงื่อโทรมกาย หญิงสาวพลิกกายลงนอนบนเตียงในทันทีด้วย

ความเหนื่อยล้า พร้อมลมหายใจที่หอบหนักทอดสายตามองความกำยำของชายหนุ่มอย่างพอใจ มองดูเขาจัดการกับตัวเองแล้วเดินเข้าไปอาบน้ำ ไม่นานตัวเองก็หลับไปในที่สุด ใจหวังว่าเขาจะมาสวมกอดหลังเสร็จกิจ

แต่ทว่าเมื่อวิวิธวินท์ออกมาจากห้องน้ำ เห็นหล่อนกำลังหลับใหล ก็เข้าทางชายหนุ่มเร่งแต่งตัวแล้วออกไปจากห้องพักทันที ทิ้งเพียงข้อความเอาไว้ว่าจัดการค่าห้องให้แล้วเท่านั้น แล้วตัวเองก็เร่งรถจากไปในที่สุด ตามนิสัยที่ไม่เคยค้างอ้างแรมกับใคร

 


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha