นางฟ้าล่าอสูร

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 3 : ไม้จิ้มฟันกับกระดาษทิชชู


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

พวกเขาก็เริ่มหันไปดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กันอย่างหนักขึ้น เมนูอาหารที่สั่งรอบสองเปลี่ยนจากกับข้าวกลายเป็นกับแกล้ม ดารินทร์ย้ายไปนั่งข้างๆ ชายหนุ่มกำลังนั่งดูภาพในกล้องมือถือ พลางบ่นบางภาพที่วีถ่ายมา ทำให้เธอดูอ้วนกว่าตัวจริง

จีรณาเห็นความสนิทสนมของทั้งสองก็เกิดมีคำถามขึ้นมาในหัว วันนี้ทั้งวันเธอเฝ้าสังเกตดูพฤติกรรม ชายหนุ่มก็คอยดูแลเทคแคร์เพื่อนสาวของเธอไม่ห่าง ดารินทร์เองก็เอาอกเอาใจชายหนุ่ม ทั้งอาสาจะแกะกุ้งให้ทั้งที่แกะไม่เป็น ตักอาหารใส่จานให้ราวกับเป็นแฟนกัน

“ทำไมแกสองคนก็ดูรู้ใจกันดี ทำไมไม่คบกันซะเลยล่ะ” สาวหน้าโหด

เอ่ยถามออกไปทันที เมื่อดารินทร์กลับมานั่งข้างๆ ตน

“ไม่อะ รู้ใจกันเกินไป” สาวหน้าหวานตอบทันทีโดยไม่ต้องคิดมาก

“รู้เห็นนิสัยกันหมดแล้ว” แม้ในใจชายหนุ่มจะรู้สึกใจหายวาบ ที่เธอไม่แม้แต่จะนิ่งคิดถึงความสัมพันธ์ที่ถูกถาม แต่เขาก็ตอบเสริมตามมาเพื่อไม่ให้ดูเหมือนเขารู้สึกอะไร

“ก็ดีออกไม่ต้องศึกษากัน แกสองคนก็ดูห่วงใยดูแลกันดีออก” จีรณากล่าวอย่างส่งเสริม ในเมื่อเพื่อนทั้งสองของเธอก็ดูรักใคร่กันดี  รู้จักกันก็นานพอสมควร แล้วก็โสดทั้งคู่แถมยังรู้ความแสบของแต่ละคน น่าจะยอมรับและคบกันได้ไม่ยาก

“ก็เพื่อนกันดูแลกันมันก็ธรรมดา เหมือนที่รินเดินทางกับมาเพื่อดูแลจีไง วีเองก็ต้องดูแลจีช่วยรินด้วยนะ เวลาที่รินไม่อยู่” ดารินทร์กล่าวต่อพลางยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่ม พร้อมหันไปฝากฝังเพื่อนสาวสุดที่รักให้ชายหนุ่ม ที่จริงแล้วจุดประสงค์ของเธออยากจะให้เพื่อนที่เธอรักและดีที่สุดสองคนได้มารู้จักสนิทสนมกัน ระหว่างที่เธอไม่อยู่เมืองไทยอะไรอะไรจะได้วางใจได้บ้าง

“เหอะๆๆ เราดูแลตัวเองได้น่า” จีรณาใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เธอ

ประทับใจพอตัวกับการดูแลของวิวิธวินท์ที่มีต่อดารินทร์ แต่ก็ไม่คิดที่จะได้รับบ้างเพราะรู้ตัวเองดีว่าไม่ได้สำคัญพอ

“หรือ ได้ข่าวว่าไม่นะ วีดีโอคอลมาร้องไห้หารินบ่อยๆ เพื่อนฝูงก็ไม่ค่อยมี ตอนนี้จีมีวีเป็นเพื่อนอีกคนแล้วนะรู้ไหม” สาวหน้าหวานทำน้ำเสียงจริงจัง เป็นห่วงความเป็นอยู่ของเพื่อนสาว ที่รู้ดีว่าแม้ภายนอกจะดูแกร่งแค่ไหน แต่ภายในของเธออ่อนแอกว่าที่ใครๆ จะรู้

“ก็ไม่เหมือนรินอะ วีมันเป็นผู้ชาย” จีรณากล่าวอย่างสะเทือนอารมณ์ขึ้นมาเฉยๆ เมื่อนึกถึงวันที่เพื่อนสาวสุดที่รักจะต้องลาจากกลับไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ แล้วตนก็ต้องอยู่เดียวดายอีกครั้งกับความรู้สึกที่ถูกทอดทิ้ง ทั้งเพื่อนรักและคนที่รัก

“วีไว้ใจได้น่าไม่ต้องห่วง วีแกไว้ใจได้ใช่ไหม” ดารินทร์หันไปมองเพื่อนสาวด้วยสายตาห่วงใย แล้วหันไปมองหน้าวิวิธวินท์เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้คนโดดเดี่ยว

“หา อ๋อ เออ แต่ก็อย่าวางใจนักเลย” ชายหนุ่มที่กำลังข้องใจกับความรู้สึกของจีรณาตอบรับอย่างงงๆ ก็อยู่ๆ สาวหน้าโหดที่ดูแกร่งและเข้มแข็ง

ในสายตาของเขาก็ดูอ่อนแอขึ้นมาเฉยๆ

“ปากดี” สาวร่างอวบทำหน้าย่นใส่ หยิบกระดาษปั้นเป็นก้อนไปปาใส่อย่างสนุก แล้วถามต่อ “ทำไมเพื่อนกันวางใจกันไม่ได้หรือ”

“ยังไงกูก็ผู้ชาย พวกมึงก็ผู้หญิง” วิวิธวินท์กล่าวออกไปด้วยความรู้สึกจริงๆ

“แล้วผู้ชายอะ มันหวังแต่จะฟันผู้หญิงอย่างเดียวเลยหรือ” จีรณาได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับแทงใจ เธอเงยหน้ามองเจ้าของคำพูด

“ก็ไม่แน่ สำหรับกูถ้ายังไม่เจอคนที่อยากจะหยุด ก็แค่ฟันคืนเดียวจบ แต่ถ้าถูกใจอาจจะมีสองหรือสามตามมา แต่ก็เอาไม่เกินห้าครั้งไม่งั้นมันจะยุ่ง” วิวิธวินท์ยักไหล่

“แม้แต่คบกันแล้วเนี่ยนะ” สาวหน้าโหดได้โอกาสเข้าประเด็น อยากรู้ความคิดความอ่านของผู้ชาย

“คบแบบไหนล่ะ จริงรึป่าว อย่างกูบอกตรงๆ คบแต่ละคนไม่จริงจัง ไม่ถึงเดือนจบ” ชายหนุ่มชี้แจงความเป็นตัวเองเพิ่ม

“ก็คบกันมาตั้งหลายปี” จีรณาน้ำเสียงเครือขึ้นมาทันที เมื่อนึกถึงอดีต

อันขมขื่นของตัวเอง

“จีอย่าเข้าเรื่องเลยน่า จีก็รู้อยู่รินบอกแล้วว่าไอ้เจตมันไม่น่าคบ จีดื้อจะคบเองนี่นา” ดารินทร์รู้สึกได้ถึงความสั่นไหวในน้ำเสียงของเพื่อนสาว ก็ไม่อยากจะให้น้ำตาร่วงกลางที่สาธารณะ แถมเธอยังดื่มเบียร์เข้าไปได้ที่แล้ว ก็ไม่อยากจะให้ร้องไห้จนฟิวส์ขาดคุมตัวเองไม่ได้

“ทำไม มีอะไรไหนเล่ามาดิ” แต่วิวิธวินท์ก็ช่างสงสัย ข้องใจว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา ตั้งแต่เจอหน้ากันแล้ว ดารินทร์ก็ดูห่วงความรู้สึกของจีรณาเหลือเกิน

“เออ ถามวีก็ได้ว่ามันเลวอย่างที่รินมองไหม ไหนๆ อยากจะพูดก็ถามผู้เชี่ยวชาญอย่างวีไปเลย” สาวหน้าหวานเห็นว่าไหนๆ ก็อยากจะให้เพื่อนรักตัดใจ มองชายชั่วให้ชัดเจนจึงให้วีช่วยย้ำอีกคน

“เราคบกับเจตมาตั้งแต่เรียน” จีรณาฝืนกล้ำกลืนความเจ็บปวดลงคอ แล้วค่อยเปิดปากเล่าไป ทบทวนความหวานชื่นที่เคยมี

“ก็สมัยนั้นที่โดดเรียนอะ ไปเที่ยวกับมัน” ดารินทร์ช่วยกล่าวเสริม

“ไปให้มันเอาหรือไง” ชายหนุ่มก็กล่าวเหมือนจะรู้ทัน

“เปล่านะ ฉันครองตัวเองได้ รอดมานานอยู่” สาวหน้าโหดรีบส่ายหน้าทันที แอบรู้สึกภาคภูมิใจหน่อยๆที่สามารถครองความสาวมาได้นานพอสมควร

“แล้วเสร็จมันตอนไหน” ชายหนุ่มถามย้ำอีกครั้ง อย่างดูแคลนความสามารถการครองตัวของสาวร่างบาง ก็ดื่มเบียร์จัดท่าทางจัดจ้านขนาดนี้จะให้ไม่ให้เขามองว่าง่ายได้อย่างไร

“ก็ไม่นานเท่าไร” จีรณากล่าวอย่างไม่ค่อยเต็มปาก ถึงค่ำคืนแรกที่เหมือนจะหวานฉ่ำ แต่ตื่นมาก็ต้องพบกับความปวดร้าวของคนหลอกลวง

“จริงหรือ” วิวิธวินท์ถามย้ำอีกครั้งอย่างไม่อยากจะเชื่อหู

“จริงๆ วี เราครองตัวไม่ยอมให้มันเอา ไม่ยอมเมา ถึงจะเมาก็มีเพื่อนผู้หญิงที่เราสนิทไปด้วย พากลับบ้านไม่เคยไปค้างบ้านมันหรอก” หญิงสาวชี้แจง พลางหันไปมองหน้าดารินทร์ เธอก็รีบพยักหน้ายืนยันความบริสุทธิ์ของเพื่อนสาวในสมัยนั้นทันที

“ไม่เคยถูกทำไรเลย เนี่ยนะ ทำไมไอ้เจตมันควายว่ะ” ชายหนุ่มหน้า  เคร่งใส่ มองสังเกตหน้าตาของหญิงสาวอย่างตั้งใจ ใบหน้าของสาวหน้าโหดมีริมฝีปากอวบอิ่ม ดวงตาคมลึกคิ้วเข้มรับกับผิวคล้ำของเธอ ดูสวยมีเสน่ห์แบบ

แขกๆ แต่ไม่ใช่แบบที่เขาชอบถึงไม่ได้มองเธออยู่ในสายตา

“ก็ฉันไม่เปิดโอกาส” หญิงสาวตอบอย่างพอใจในตัวเอง แม้คำพูดของอีกฝ่ายจะดูเหมือนไม่อยากจะเชื่อ แต่เธอก็มีความสุขที่ใครๆ มองว่าเป็นแบบนั้น

“เป็นกูนะ สามเดือนไม่ได้ ก็ไม่รอแล้ว หาคนใหม่” วิวิธวินท์กล่าวตามนิสัยของตน

“ก็นั่นไง เราถึงว่ามันจริงใจกับเรา เลยวางใจ” จีรณามองหน้าชายหนุ่ม ยังข้องใจในการกระทำของอดีตแฟนไม่หาย

“แล้วก็ยอม” ชายหนุ่มยังคงป้อนคำถามเดิมต่อเนื่อง ตอนนี้ในหัวอยากรู้ที่สุดคือเธอไปเสียตัวให้ชายโง่คนนั้นตอนไหน

“เปล่า ยังไม่ได้ยอม จนมันขอแต่งงาน เราเชื่อในความรัก เห็นว่าจะแต่งงานกัน” สาวหน้าโหดส่ายหน้า แล้วน้ำเสียงก็แผ่วต่ำขึ้นมา ท่าทางสะเทือนใจ

“ก็เลยยอมให้มันฟัน” แล้วในที่สุดสิ่งที่อยากรู้ก็ได้รับคำตอบ

“อื้อ” หญิงสาวพยักหน้าดวงตาเริ่มแดงก่ำ หยิบแก้วเบียร์ขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ย้อมใจ

“คนแรกด้วย” วิวิธวินท์ถามย้ำอีกครั้ง หันไปมองสบสายตากับเพื่อนสาวหน้าหวานที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ เพราะเธอรู้เรื่องหมดแล้วทุกอย่าง ดารินทร์  พยักหน้ายืนยันตามคำพูดของจีทันที

“อื้อ”

“ทำได้ไงว่ะ” ชายหนุ่มส่ายหน้าไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ

“นั่นสิ ผู้ชายจะทนรอฟันผู้หญิงแล้วทิ้ง ทั้งที่คบหากันมานานตั้งหลายปี จะไม่รักเลยหรือ” จีรณาพยักหน้าตาม เธอเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน

“เปล่า ที่แปลกคือจีทำได้ไง รอดพ้นมือผู้ชายมาได้ไง ดูก็เที่ยวดึก ดื่มจัด ท่าทางจัดจ้าน พูดตรงๆ นะ ไม่น่ารอดซิงมาจนเรียนจบ” แต่สิ่งที่เขาไม่เชื่อดูเหมือนจะคนละเรื่องกับเธอ

“จีเก่ง คอแข็ง รู้เท่าทันผู้ชาย” ดารินทร์เป็นผู้ตอบ เธอเองก็เรียนรู้ไหวพริบการเอาตัวรอดมาจากจีไม่น้อยเหมือนกัน

“แต่ก็ยังไม่วายถูกหลอกฟัน” ร่างบางกล่าวอย่างเจ็บปวดใจ

“แล้วนี่มันทำไง ฟันได้กี่ที” ชายหนุ่มสนใจเรื่องการเสียตัวของหญิงสาว มากกว่าความเจ็บปวดของเธอที่กำลังเริ่มตีตื้นขึ้นมาเป็นน้ำตา

“ก็ไม่กี่ครั้ง แล้วเราก็ถามว่าจะไปขอแม่วันไหน มันก็หายหน้าไปเลย” คนถูกป้อนคำถามแทงใจไม่หยุด พยายามบังคับไม่ให้น้ำตาไหลออกมา

“มันหายไปหาเงินเปล่า” ชายหนุ่มตั้งข้อสังเกต สำหรับเขาหากเจอผู้หญิงที่หายากแบบเธอคงไม่ปล่อยให้หลุดมือไปได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน

“เปล่า เราไปเจอมันอีกทีที่บ้าน มันอยู่กับผู้หญิงอีกคน ดูเหมือนพ่อแม่มันจะรู้จักคุ้นเคยดีด้วย พวกเขากลับมองเราด้วยสายตาแปลกๆ”

“คบกันไม่เคยเข้าบ้านหรือ” ชายหนุ่มขมวดคิ้วช่วยวิเคราะห์

“เคย แต่ไม่เคยนอนค้าง แล้วก็ไม่ไปตามลำพัง ไปก็มีเพื่อนเขาไปด้วย ไม่เคยไปเที่ยวไหนต่างจังหวัดกัน พยายามให้เขามองดูดี ไม่ง่ายเข้ามานอนบ้านผู้ชายง่ายๆ”

“แล้วไงต่อ” ชายหนุ่มถามต่อ

“เราก็ถามมันว่าทำแบบนี้หมายความว่าไง ไหนว่าจะแต่งงานกัน” หญิงสาวเล่า น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความรู้สึกปวดร้าว “มันกลับตอบมาว่า ก็แค่สัญญาไปงั้นๆ ไม่งั้นเมื่อไรจะใจอ่อน เรื่องแต่งงานยังไม่คิด”

ชายหนุ่มนิ่งเงียบตั้งใจฟังสิ่งที่หญิงสาวเล่า ดูไปดูมาเธอก็น่าเห็นใจ       

ที่ปักอกรักผู้ชายพร้อมที่จะมอบสิ่งสำคัญให้หลังงานวิวาห์แต่กลับถูกลวง

“เราก็ถามผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร” หญิงสาวเล่าไปก็ปาดน้ำตาไป เริ่มสะอื้นหนักกว่าเดิม เมื่อใกล้ถึงจุดที่ทำให้เธอปวดร้าวที่สุด “มันไม่ตอบ เราก็โวยวายใส่คาดคั้นให้ได้”

“แล้วมันทำไง” ชายหนุ่มเหมือนคนใจร้อนเร่งถาม

“แล้วมันก็ทำร้ายเรา ไล่เราออกจากบ้าน” จีรณาเสียงสั่นกว่าเดิม ภาพที่ตัวเองถูกผลักไสไล่ส่งเจ็บปวดเกินกว่าจะจดจำ

“ทำร้ายด้วยหรือ” ชายหนุ่มตาโตใส่อย่างไม่อยากจะเชื่อหู

“อื้อ” ใบหน้านองน้ำตาพยักหน้าเบาๆ แล้วปาดน้ำตา พยายามทำให้หยุดไหล

“แม่งเลวว่ะ” วิวิธวินท์หันไปมองหน้าดารินทร์ที่ตอนนี้มองเพื่อนสาวด้วยความสงสารและเห็นใจ

“เราก็ไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่เสียใจที่โง่รักมัน” เธอกล่าวต่ออย่างสมเพชตัวเอง

“แล้วโดนมันเอาที่ไหน” ชายหนุ่มเปลี่ยนคำถามย้อนมาถามคำถาม

เดิมๆ เหมือนยังไม่หายข้องใจเท่าไร

“จะรู้ทำไม” จีรณาชักเสียงแข็งดูเหมือนเพื่อนชายจะถามมากไปหน่อยเสียแล้ว

“ที่ไหนล่ะ จะได้ช่วยวิเคราะห์ถูกๆ” ชายหนุ่มอ้างเหตุผลขึ้นมาทันที

“ไปเที่ยวผับวันเกิดเรานี่แหล่ะ แล้วมันก็ขอ บอกไหนๆ ก็จะแต่งงานแล้ว” เธอก็พาซื่อว่าง่ายตอบ

“มันหลอกอะดิ” สิ้นคำตอบของเธอ ชายหนุ่มก็ฟันธงโดยไม่ต้องคิดอะไรให้มากมาย ถึงจะใช้เวลามากหน่อยในการหลอกฟันผู้หญิงคนนี้ แต่หลอกก็คือหลอกอยู่วันยังค่ำ

“ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไปเที่ยวทะเลด้วยกัน แล้วถึงจะให้” หญิงสาวกล่าวอย่างเจ็บปวดหัวใจ คิดโทษตัวเองไม่น่าพลาดที่วางใจ ยังไงก็ยังไม่ได้แต่งงานกัน

“แกก็ตั้งใจจะให้มันเอาอยู่แล้วนี่” วิวิธวินท์ตอกย้ำการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเธอ

“ที่จริงอยากให้ในที่ที่โรแมนติกกว่านี้ ใกล้ๆ แต่งงาน หรือไม่ก็หลัง

แต่งงาน” หญิงสาวพยายามชี้แจงความต้องการที่แท้จริง

“แต่ดันใจอ่อน ก็สมควร” แต่ดูเหมือนจะฟังไม่ขึ้นสักเท่าไร เมื่อคนรอตอกย้ำยังคงป้อนวาจาร้ายกาจอย่างไม่หยุดหย่อน

“วี ให้กำลังใจหน่อยสิ” ดารินทร์นิ่งฟังอยู่นานก็ชักทำเสียงดุๆ ใส่เพื่อนชาย รู้ดีว่าเป็นคนตรงแต่ก็ไม่ต้องตรงขนาดนี้ก็ได้

“ก็จะให้ยังไง ในเมื่อตัวเองสมยอมเขา เก็บความสาวมาได้ตั้งนาน        ใจอ่อนให้เขาเองทำไงได้” ชายหนุ่มหน้าเคร่งใส่อย่างตำหนิไม่เลิก

“ใครจะไปรู้ว่ามันหลอกมาตั้งหลายปี” สาวหน้าโหดกล่าว ตอนนี้เริ่มคุมน้ำเสียงสั่นเครือเอาไว้ไม่ไหว แสดงความอ่อนแอออกมาให้ชายหนุ่มรู้สึกทันที

“ผู้ชาย จะกี่ปีก็หลอกกันได้ทั้งนั้นแหล่ะ ก็คนมันไม่ได้รัก” ยิ่งประโยคนี้ของชายหนุ่มทำเอาหญิงสาวน้ำตาร่วงทันที

“วีขอบใจนะที่ย้ำ ไม่ต้องย้ำมากก็ได้” ดารินทร์หันไปกล่าวเสียงหนักๆ ใส่เพื่อนชายที่ชักจะปากร้ายเกินความสนิทสนมไปหน่อยแล้ว

“ก็จียอมเขาเองจะให้ปลอบยังไง ไม่ได้ถูกปล้ำข่มขืนสักหน่อย”       

ชายหนุ่มกล่าวต่อราวกับไม่ใช่ความผิดของตนเอง

“จีก็เสียใจที่รักคนผิดนะวี” จีรณาสะอื้นตอบปาดน้ำตาหยิบเบียร์ดื่มเข้าปากไม่หยุด ตอนนี้สมองของเธอเริ่มปั่นป่วน ความคิดฟุ้งซ่านถึงคำพูดที่โง่เง่าของตัวเองผุดขึ้นมาในใจ คำพูดชายหนุ่มถูกทุกอย่าง แต่ก็เธอก็ยากเกินกว่าจะยอมรับว่าเขาไม่ได้รัก แค่ถูกหลอกฟัน

“รักหรือหลง ถึงได้หน้ามืดโดดเรียนไปเที่ยวกับเขา มองคนผิดเอง โทษใครได้” ชายหนุ่มกล่าวความจริงให้หญิงสาวได้ยอมรับ

“ก็ใช่สิ เราก็ไม่ได้โทษใคร โทษความโง่ ความง่ายของตัวเองอยู่นี่ไงล่ะ” ร่างบางกระแทกน้ำเสียงกลับ เบือนใบหน้าหนีเจ้าของคำพูดแทงใจดำ

“ก็เลยร้องไห้ทำร้ายตัวเองกินเหล้าเมามาย ประชดเขาทั้งที่เขาก็ไม่เห็นให้มันได้อะไร มีแต่เพื่อนฝูงเป็นห่วงมึง นั่งปลอบใจ ไม่เห็นใจเพื่อนบ้างหรือ” วิวิธวินท์กล่าวต่อ

และคำพูดของเขาครั้งนี้ทำเอาหญิงสาวพูดไม่ออก นิ่งอึ้งกับความหมายที่แทรกออกมากับวาจาร้ายกาจของชายหนุ่ม

“วีพูดถูกนะจี จีกินเหล้าไม่หยุดตลอดหลายสัปดาห์เลย มันก็ไม่ได้มารู้

มาเห็น” ดารินทร์เริ่มเข้าใจความหมายในคำพูดของเพื่อนชาย

“ก็เรานอนไม่หลับ เราทำใจไม่ได้ที่อยู่ๆ ก็ไม่มีมัน คบกันมาตั้งหลายปี มันทำกับเราได้ยังไง ทั้งที่เรารักมันขนาดนี้ เราอุตส่าห์ดูแลตัวเอง แต่มันก็หลอกเราด้วยเวลา เอาหัวใจเราไปหมด แล้วก็ยังเอาตัวของเราแล้วก็ไม่ใยดี ทำเหมือนทะเลาะกัน หรือเจอคนอื่น ยังดีกว่าให้เรารู้สึกเหมือนถูกฟันแล้วทิ้งแบบนี้อะริน” คนถูกทิ้งและยังทำใจไม่ได้ ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดจะอดกลั้น

“หึ แน่ใจหรือว่าดีกว่า ก็ยังไงก็ถูกฟันไปแล้ว จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ยังไงมันก็ทิ้ง คิดว่ามันมีคนอื่นมาทะเลาะกันแล้วจะไม่ทิ้งหรือ อย่างนั้นก็ทิ้ง แถมยังเจ็บยิ่งกว่า ได้ตัวไปแล้วได้ใจไปแล้ว ก็ยังไปรักคนอื่น นี่จีไม่รู้ไม่เห็นว่ามันทำอะไรกับใคร เจ็บน้อยกว่าเชื่อสิ” ชายหนุ่มกล่าว

หญิงสาวที่ปวดร้าว นิ่งพูดไม่ออก ชั่งใจตามคำพูดของเพื่อนชาย

“วีพูดถูกนะ” สาวหน้าหวานเองก็เห็นด้วยกับความคิดของวี เธออยากจะพูดมาตั้งนานแล้วแต่ก็ไม่กล้าเพราะเห็นเพื่อนสาวยังอาลัยอาวอนก็ไม่อยากจะพูดแรงๆให้เสียใจเพิ่ม “นี่ก็แค่ถูกหักหลังฟันแล้วทิ้ง ดีกว่าทั้งถูกฟันแล้วทิ้ง แถมยังมีคนอื่นมาเยาะเย้ยอีกตะหากเจ็บยิ่งกว่าอีก”

“คนที่เอาแต่ฟันแล้วทิ้งอย่างวีจะมารู้อะไร” จีรณามองหน้าชายหนุ่มที่ดูแล้วนิสัยคงไม่ต่างอะไรกับอดีตแฟนชั่วของตัวเอง

“ทำไมจะไม่รู้” วิวิธวินท์ย้อน มองสบสายตากับสาวหน้าโหด ที่ไม่ได้รู้จักอะไรในตัวเขามากเท่าไร ก็มาตัดสินว่าคนอย่างเขาไม่เคยปวดร้าวเพราะ    รักใคร

“วีเคยมีแฟนที่รักมากนะ แต่ด้วยไม่ยอมเลิกเจ้าชู้ก็เลยแฟนทิ้งไปรัก   คนอื่น” ดารินทร์เป็นผู้ตอบแทนเพื่อนชายคนสนิท

“ก็ยังไม่ได้ถูกฟันแล้วทิ้งด้วย” จีรณาพยายามหาข้อแตกต่าง เพื่อแสดงให้เห็นว่า ยังไงซะเขาก็ไม่มีวันเข้าใจหัวอกเธอ

“ก็นั่นไง ถ้าทั้งถูกฟันแล้วทิ้ง และแฟนหนีไปรักคนอื่น จีจะไม่เจ็บปวดยิ่งกว่าหรือ” แต่ชายหนุ่มมากประสบการณ์ก็ย้อนกลับได้ทันควัน หวนนึกถึงความหวานในอดีตกับแฟนสาว จนตอนนี้หัวใจของเขารักใครไม่ลง ก็เพราะรู้ว่าตัวเองยังหยุดเที่ยวไม่ได้ เลยไม่อยากให้ใครมาทุกข์ใจ

“วีเคยอกหักด้วยหรือ” หญิงสาวร่างบอบบางกล่าวน้ำเสียงผ่อนลง อยากรู้ความเป็นมาของชายหนุ่มเพลย์บอยที่เคยถูกหักอกมาเหมือนกัน

“หนักกว่านี้อีก รักมาก แต่สันดานผู้ชายก็ฟันๆ ไปไม่ได้รักชอบอะไร ตัวจริงรู้รับไม่ได้หลายครั้งเข้าก็เลิก ทำใจไม่ได้สามสี่เดือนกินเหล้าเมา จนทนไม่ไหว ใกล้บ้าเลยขอที่บ้านบวชสงบใจไปหนึ่งพรรษา” เขากล่าวราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แต่ภายในของเขายังรู้สึกได้ถึงความปวดร้าวที่ยังค้างคาอยู่ภายใน

“ขนาดนั้นเลยหรือ” เธอฟังประวัติอันปวดร้าวของชายหนุ่มแล้ว ก็ถึงขั้นพูดไม่ออก หันไปมองหน้าเพื่อนสาวคนสนิทที่พยักหน้ายืนยันความจริง

“อือ แต่นานมาแล้วแหละ” วิวิธวินท์กล่าวเสียงแผ่วต่ำ ยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มอึกใหญ่เหมือนจะย้อมใจที่ต้องระลึกถึงความหลังครั้งวันวาน

สาวหน้าโหดมองดูชายหนุ่ม ด้วยความรู้สึกปั่นป่วนภายใน ที่เขาพูดมาทั้งหมดถึงจะดูดุดันไปบ้างแต่ก็เพื่อให้เธอคิดได้และเข้มแข็ง

“จียังดี ถูกมันฟันไม่กี่ทียังไงก็ไม่เสียหายมาก” ชายหนุ่มกล่าวต่อย้อนกลับมาเขาเรื่องของเธอ

“แต่ก็หมดค่าไปแล้ว” จีรณากล่าวน้ำเสียงเบา เสียดายสิ่งที่ทะนุถนอมมาเป็นอย่างดี ตอนนี้เธอก็ไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงเที่ยวแรดทั่วไป

“ค่ามันอยู่ที่ใจ ทำตัวดีๆ เป็นคนใหม่ ไม่มีใครรู้หรอก” สำหรับเขาหาก

เธอเสียตัวให้ผู้ชายแค่คนเดียว มันก็ยังมีค่า และมีความหมายมากพอสำหรับผู้ชายคนต่อไป

“แฟนคนต่อไปไงรู้” หญิงสาวละอายแก่ใจกับชายในอนาคต หากเขารู้เข้าว่าเธอเสียตัวมาแล้วเขาจะมองเธอง่ายขนาดไหน

“มึงจะเอากะแฟนคนต่อไปเลยหรือไง” วิวิธวินท์ถามทันควัน น้ำเสียงดุๆ ไม่เห็นด้วยกับความคิดของเธอ เพราะเขาคิดไปไกลกว่านั้น

“ไม่ใช่ หมายถึงก็เสียไปแล้วนี่ ของมันเคยๆ ไม่ใช่หรือ” จีรณาพูดไม่เต็มปาก เธอไม่รู้จะวางตัวต่อไปอย่างไรด้วยซ้ำไป

เพราะมาคิดๆ ดูแบบนี้เธอมิต้องครองตัวไปจนกว่าจะแต่งงาน แล้วถ้าผู้ชายเป็นแบบอดีตคนรักของเธออีก เธอจะทำอย่างไร หรืออย่างน้อยๆ มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งไปก่อนที่จะมอบใจให้ ก็คงจะเจ็บน้อยกว่าที่รู้ว่าเขาไม่รัก แล้วมาหลอกให้หลง จากนั้นก็ฟันแล้วทิ้งเหมือนเคย

“ถ้ามึงคิดแบบนั้น นั้นก็ง่ายไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ไร้ค่าอย่างที่ปากบอกจริงๆ” ชายหนุ่มกล่าวอย่างตำหนิ ในความคิดของหญิงสาว

“แล้วจะมีหรือ ผู้ชายที่มันยังเห็นค่าของผู้หญิงที่เสียตัวไปแล้วน่ะ”  

จีรณาย้อนถามอย่างดูแคลนสิ่งที่ถูกพรากไปจากตัว

“มีดิ อยู่ที่มึงทำตัว ก็แค่ผู้ชายคนเดียว ไม่ได้เที่ยวเสียผู้เสียคนใครก็ได้” วิวิธวินท์พูดดีราวกับสอนสั่ง แต่ในฐานะเพื่อน เขาไม่อยากเห็นเพื่อนสาว ทำตัวเสียผู้เสียคนเหมือนผู้หญิงง่ายๆ ที่เขาหิ้วขึ้นเตียง

“มันก็ไม่ต่างกันไม่ใช่หรือ ก็มันโดนไปแล้วน่ะ” คนที่เสียความสาว กลับไม่เข้าใจความหมายที่ชายหนุ่มพยายามอธิบาย

“ต่างดิ มึงเห็นกระดาษไหม ถูกไม้จิ้มฟันจิ้มไปหนึ่งทีก็หนึ่งรูพอดีขนาดของไม้จิ้มฟัน” ชายหนุ่มส่ายหน้า หันไปหยิบกระดาษทิชชูกับไม้จิ้มฟันมาถือไว้ในมือ แล้วใช้ไม่จิ้มฟันทิ่มลงไปที่กระดาษทิชชูหนึ่งครั้งให้เกิดรูหนึ่งรู แล้วก็มองหน้าหญิงสาวทั้งสองคน

“แล้ว...” ดารินทร์กลายเป็นผู้ข้องใจ ในสิ่งที่ชายหนุ่มทำรีบถาม ขณะที่สาวหน้าโหดมองดูแล้วนึกภาพเปรียบเทียบตามได้อย่างเท่าทัน

“ไม้จิ้มฟันก็เปรียบเหมือนของผู้ชาย กระดาษก็เปรียบเหมือนของผู้หญิง โดนไปแค่ทีเดียวมันก็ไม่บอบช้ำอะไรมาก” ชายหนุ่มอธิบายต่อ แล้วก็วางกระดาษทิชชูแผ่นแรกไว้ หยิบอีกแผนมาทิ่มเป็นรูซ้ำไปซ้ำมาหลายๆครั้ง

“แต่...ถ้ามึงโดนเขาเอามากมันก็เหมือนแบบนี้”

“พรุน” จีรณากล่าวต่อ เข้าใจชัดเจนในสิ่งที่เพื่อนชายกำลังให้คำแนะนำตัวเอง

“ใช่ พรุน เยิน เละ มึงเลือกเอา จะเป็นแบบไหน” ชายหนุ่มพยักหน้า แล้ววางกระดาษทิชชูกับไม้จิ้มฟันลงที่โต๊ะ มองหน้าเหมือนให้สองสาวเลือกทางเดินของตัวเอง

“ฉันยังเป็นแบบแรก” หญิงสาวร่างบางกล่าวเสียงแผ่วเบา เธอยังเป็นกระดาษทิชชูที่ยังไม่บุบสลายเหมือนทิชชูแผ่นแรก

“ใช่ ผู้หญิงคนอื่นที่กูฟันมา มันผ่านกันมาเยอะแยะมากมาย จนมันไม่มีค่าอะไรให้กูรู้สึกว่าคู่ควรกับการจะหยุด แต่มึงยังมีค่าพอที่จะให้ใครสักคนหยุดอยู่กับมึง” ชายหนุ่มกล่าวเชิงปลอบใจให้หญิงสาวได้คิด

สองสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจความหมาย ทั้งคนที่ถูกทอดทิ้งมา กับคนที่เดินทางมาเพื่อปลอบใจเพื่อนสาว ก็พลอยเข้าใจถึงความหมายไปด้วย

“เพราะฉะนั้นคิดใหม่ทำใหม่ซะ ผู้ชายคนเดียวคิดซะว่าประสบการณ์ 

จะได้รู้ว่าเสร็จเป็นยังไง”  วิวิธวินท์กล่าว อย่างติดตลก หันไปหยิบแก้วเบียร์

ขึ้นมาดื่ม

“เสร็จซะก็ดี” จีรณาใบหน้าร้อนผ่าว กล่าวอ้อมแอ้มอย่างอายๆ

“อ้าว มันเอามึง แล้วมึงไม่เสร็จหรอกหรือ” ทำเอาชายหนุ่มแทบสำลักเบียร์ เงยหน้ามองคนพูดไม่เต็มปากอย่างข้องใจ

“ไม่รู้สิ เสร็จเป็นไงว่ะ ไม่เห็นรู้สึกเสียวอะไรมากมาย” สาวหน้าโหดสายหน้าอย่างอายๆ หันไปหยิบเบียร์ขึ้นมาดื่มอึกใหญ่แก้เขิน

“เหี้ยจังว่ะ เอาผู้หญิงให้ไม่เสร็จ” ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ ว่าจะมีผู้ชายเห็นแก่ตัวแบบนี้อยู่บนโลกด้วย

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha