นางฟ้าล่าอสูร

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 4 : ความสัมพันธ์ที่เป็นไปไม่ได้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“ก็ไม่รู้เป็นยังไง” เธอกล่าวต่อทั้งอยากรู้ทั้งสับสน คนเรามีเพศสัมพันธ์กันความรู้สึกมีความสุขที่สุดอย่างที่ใครๆหลงใหลมันคืออะไร

“มึงไม่เสร็จจริงหรือ” วิวิธวินท์ถามย้ำอีกครั้งทำคิ้วขมวดใส่

“อือ ก็กลัวๆ รู้สึกเสียวๆ แต่ก็ไม่ถึงกับมากมาย มันเสียวระดับเดียวกันหมดอะ” เธอชี้แจงให้กระจ่าง แล้วหันไปมองหน้าดารินทร์ที่ตอนนี้ก็ยิ้มบางๆ แต่ไม่กล่าวอะไร

“กรรมของมึง เสียตัวเสือกไม่รู้ว่าสวรรค์เป็นไง” ชายหนุ่มหัวเราะใส่ ทั้งเริ่มสงสารและเห็นใจกับชะตากรรมของเธอที่ต้องเผชิญมา

 “แล้วที่จริงมันรู้สึกยังไง” จีรณาถามต่อด้วยความอยากรู้

“กูจะรู้ไหมไม่ใช่ผู้หญิง รู้แต่มันจะเกร็งๆ มั้ง” ชายหนุ่มเริ่มหน้าแดงหนักกว่าเดิม เมื่อถูกป้อนคำถาม ที่เป็นเรื่องไม่น่าเอามาคุยกันได้อย่างสะดวกใจระหว่างชายและหญิง

“หรือ แล้วแกเอาผู้หญิงเสร็จทุกคนปะ” คนไม่ถือสาถามต่อ

“ก็ทุกคนแหล่ะ” ชายหนุ่มทำหน้าทำตาภาคภูมิใจ ที่ตัวเองเป็นผู้ชายพอ ที่จะไม่เอาเปรียบผู้หญิงยามที่หลับนอนด้วยกัน

“เก่งจัง” จีรณาพยักหน้า แต่ทำน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อคำพูดของ        ชายหนุ่ม

“ประสบการณ์ไง” ได้ทีวิวิธวินท์ก็อวยตัวเองเป็นการใหญ่ ถึงเขาจะหน้าตาไม่หล่อเหลามากมายยังกับดาราหรือเพื่อนในกลุ่ม แต่ถ้าเรื่องลีลาและท่าทางของเขาไม่เป็นสองรองใคร

“ย่ะ พ่อคนเก่ง” ท่าทางมั่นใจในตัวเองของชายหนุ่ม ทำเอาสองสาวเบ้หน้าใส่ แล้วก็หัวเราะออกมาอย่างรู้สึกผ่อนคลายความเศร้าภายในใจลง

“แล้วรินล่ะ รู้ยังว่าเสร็จเป็นยังไง” ชายหนุ่มได้โอกาสที่ยังไม่ออกนอกเรื่อง ก็เอ่ยถามเพื่อนสาวคนสนิท กับคำถามที่ไม่ชวนตอบ

“รู้ย่ะ” แต่เธอกลับตอบมาได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดมาก ถ้าเรื่องนี้ล่ะก็จีรณารู้ดีแก่ใจ มีเพียงวิวิธวินท์ที่ยังไม่รู้เรื่องส่วนตัวของเธอตอนอยู่เมืองนอก

“เฮ้ย... จริงหรือ” ชายหนุ่มตาโตแอบใจหายหน่อยๆ นี่เพื่อนสาวสุดรักของเขา กลับเสียเนื้อเสียตัวให้ชายหนุ่มไปแล้วหรือนี่

“อือ” ดารินทร์พยักหน้าเบาๆ

“ใครว่ะ มึงรู้ป่าว” ชายหนุ่มตกข่าว หันไปมองหาแนวร่วมไม่รู้เรื่อง     อีกคน

“รู้” แต่ปรากฏว่าสองสาวรู้กันดีแก่ใจ สาวหน้าโหดพยักหน้าเบาๆ เธอไม่คิดไม่ฝันว่ารินจะกล้าบอกชายหนุ่มเหมือนกัน

“ใคร แล้วทำไมกูไม่รู้” ชายหนุ่มใคร่รู้หนักกว่าเดิม หันไปถามเจ้าตัวหมายจะได้ความกระจ่าง แอบน้อยใจทำไมเขาเป็นคนเดียวที่ไม่รู้เรื่อง

“ที่เมืองนอก กับแฟนฉันสิย่ะ” ดารินทร์ตอบทำพร้อมตวัดน้ำเสียงใส่ นี่เพื่อนชายคิดว่าเธอหัวนอก ใจง่ายมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่ได้รักหรือ

“แล้วตอนนี้เลิกไปแล้วหรือ” วิวิธวินท์กล่าวอย่างคาดหวัง

“ก็มันตายไปแล้วไม่ให้เลิกได้ไง” สาวหน้าหวานกระชากน้ำเสียงใส่  

อีกครั้ง และหัวเราะเบาๆ หลังจบประโยคเหมือนไม่เจ็บปวด แต่ก็ปวดร้าวอยู่ภายใน

“อ้าว” แต่ก็ผิดคาดไปหน่อย แม้ใจจะหวังให้เลิกรา แต่ก็ไม่คิดถึงขั้นให้ตายจากกันไป

“อือ คบกันหลังเรียนจบ ตอนไปเรียนต่อ จะแต่งงานกันเลยแหละ แต่ตายก่อน” ดารินทร์เล่าเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา

“แล้วตายได้ไง” แต่ก็ทำเอาคนฟังแปลกใจกับความเฉยชาของเธอ และใคร่รู้สิ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ตามประสาคนตกข่าว

“อุบัติเหตุ” คนตอบก็ตอบสั้นๆ หันไปรินเบียร์เติมใส่แก้ว กินกับแกล้มที่ยังพอมีอยู่ ขณะที่หญิงสาวหน้าโหดที่รู้เรื่องราวเป็นอย่างดี ก็นั่งเงียบไม่ออกความเห็น ปล่อยให้เพื่อนสองคนสัมภาษณ์กันไป

“เลยไม่รักใครอีกหรือไง” วิวิธวินท์ถามอย่างใจหวัง

“ก็ถ้าไม่ดีเท่าคนที่จากไปก็ไม่อยากคบใครอีกแล้ว” ผู้ที่คนรักตายจากกล่าวน้ำเสียงจริงจัง พลางนึกถึงอดีตที่แสนหวานของตัวเองแล้วก็น้ำตาตกใน

“ดีขนาดนั้นเชียว” ชายหนุ่มเบิกตากว้าง หันไปมองหน้าจีรณาอย่าง   

ขอความเห็น

“มากๆ ดี หล่อ รวย” สาวหน้าโหดที่พอคุ้นเคยกับชายหนุ่มบ้าง ก็ตอบอย่างน่าเสียดายผู้ชายดีๆ ของดารินทร์ไม่น่าด่วนจากไปเร็ว

“คนดีๆ แม่งลงหลุมไปหมด” ดารินทร์กล่าวต่อน้ำเสียงขบขัน ยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มอึกใหญ่ อย่างคิดถึงชายคนรักที่จากไป

“เออว่ะ” จีรณาหันไปพยักหน้าเห็นด้วย ส่งแก้วเบียร์ไปชนกับรินเพื่อให้ดื่มที่เหลือจนหมด สองสาวเลยพากันดื่มกันอย่างซึมเศร้า

“งั้นกูก็เลวสิวะ เลยยังไม่ได้ลงหลุม” ชายหนุ่มจึงกล่าวติดตลก ให้เพื่อนสาวได้ผ่อนคลายอารมณ์ดราม่าลงมาเล็กน้อย

“เว้นเพื่อนวีไว้แล้วกัน” สองสาวก็หันไปหัวเราะแล้วกล่าวพร้อมกัน แต่แล้วในเสียงหัวเราะก็กลับมาน้ำตาไหลออกมาจากใบหน้าของสาวหน้าโหด เธออดกลั้นมานานจะไม่อาจจะเก็บไว้อยู่ ไหนจะเรื่องที่ตัวเองถูกทิ้ง และไหนจะเรื่องของเพื่อนสาวที่คนรักตายจาก

แต่ดูเหมือนคนที่เสียคนรักไปอีกคนจะไม่สะทกสะท้าน ไม่มีน้ำตาออกมาให้เห็น ทำเอาคนจิตใจอ่อนแออย่างจีรณาไม่อาจจะอดกลั้นน้ำตา         

เอาไว้ได้

“แกจะร้องไห้ทำไมอีก” ดารินทร์หันไปถามเพื่อนสาวๆที่อยู่ๆก็น้ำตาไหลพรากออกมา

“เปล่า ก็แค่เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องของแกและฉัน” จีรณาตอบพยายามปาดน้ำตาไม่ให้ให้ออกมา อายชายหนุ่มที่เพิ่งสนิทกันกลัวจะถูกพูดจาร้ายกาจซ้ำเติม

“เลิกเสียใจได้แล้ว รินกลับมาอยากให้จีสบายใจ ไม่ใช่มาปลอบร้องไห้” ดารินทร์หันไปทำสายตาดุใส่ชายหนุ่มก่อนที่จะอ้าปาก พยายามพูดปลอบใจเพื่อนรักอย่างใจเย็น

“ตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่มีใครปลอบจีตอนร้องไห้เลยรู้ไหม” จีรณาหันไปกล่าวกลั้นสะอื้นท่าทางทรมานใจ เหมือนเด็กน้อยร้องหาความอบอุ่นที่ขาดหาย

“งั้นวันนี้วันเดียวนะ” สาวหน้าหวานที่หัวใจเข็มแข็งทำเสียงหนักๆใส่ เธอมีเวลากลับมาไม่มากเท่าไรนัก และเวลาที่กลับมาก็ไม่อยากมาเห็นเพื่อนรักนั่งจมอยู่กับความทุกข์

“อื้อออ...” จีรณาก้มหน้า แต่ยิ้มเมื่อถูกเพื่อนรักโอบกอดเธอก็ยิ่งปล่อย

โฮออกมาหนักกว่าเดิม

“ร้องให้พอ แล้วก็เลิกร้องได้แล้ว พรุ่งนี้วันใหม่ ยิ้มให้ความสดใส และผู้ชายใหม่ๆ ที่จะตามมา” รินลูบหลังเพื่อนสาวอย่างปลอบใจ พลางช่วยปาดน้ำตาให้

“ขยาดว่ะ” สาวหน้าโหดกล่าวทั้งน้ำตา ใบหน้ามีรอยยิ้มให้คำพูดของเพื่อนสาว

“หึ อย่าพูดคำนี้ ถ้าไม่ขยาดจริงๆ” ชายหนุ่มตอบแทรกขึ้นมาทันที เขาเห็นรายไหนรายนั้นไม่นานก็มีแฟนใหม่ ลืมแฟนเก่าทุกคน

“กลัวถูกหลอกอีก” ร่างบางส่ายหน้าไปมา เข็ดกับการหลงรักคนๆ เดียวมาตั้งหลายปี แล้วสุดท้ายก็ถูกหลอกราวกับคบกันมาแค่ไม่กี่วัน

“ไม่หรอก ผู้ชายไม่ได้เลวไปหมดทุกคนนะ” ดารินทร์กล่าวให้กำลังใจเพื่อนสาวขี้เหงา ซึ่งแม้แต่ตัวเธอเอง เมื่อแฟนหนุ่มจากไป ก็ไม่อาจจะปักใจรักใครได้อีกเหมือนกัน

“แค่คนดีๆ ลงหลุมไปหมดแล้ว” จีรณาปาดน้ำตา ออกมาจากอ้อมกอดของเพื่อนรัก แล้วกล่าวปนน้ำเสียงหัวเราะออกมา

“จริง ฮ่าๆๆๆๆ” สองสาวพยักหน้าแล้วก็หัวเราะกันไปร้องไห้ไป ขณะที่ชายหนุ่มมองดูมิตรภาพที่แนบแน่นของทั้งสองอยู่เงียบๆ

หลังจากที่ทั้งสามดื่มกินกันได้เวลาสักระยะ เวลาความสุขก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วจนเกือบตีหนึ่ง ทางร้านอาหารก็แจ้งว่าจะปิดร้าน พวกเขาจึงต้องกลับเข้ามาในห้อง โดยไม่ลืมที่จะซื้อเสบียงเข้ามากินในห้องพัก ทั้งขนม นม เนย กับแกล้ม และที่ขาดไม่ได้คือเหล้าแบบค็อกเทลเบาๆ ดื่มชิวๆ ก่อนนอน

ทว่าเมื่อมาถึงห้องพัก ดารินทร์ก็ขอปลีกตัวไปนอนพักก่อน เพราะเธอเดินทางมากจากต่างแดน เวลาของแต่ละประเทศแตกต่างกัน ทำให้ยังปรับเวลาไม่ค่อยได้ วิวิธวินท์เองก็เห็นว่าพวกเขาดื่นกินมาได้หนักพอสมควร จึงไม่ตั้งวงดื่มต่อ และแยกย้ายกันนอนที่เตียงของตัวเอง

แต่ดูเหมือนหลังจากที่แยกย้ายกันไปสักชั่วโมงกว่าๆ ชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงคนขยับลุกจากเตียง แสงไฟวาบจากตู้เย็นที่ถูกเปิด เสียงเหมือนขวดแก้วกระทบกันถูกหยิบออกมา เขารู้สึกเหมือนไม่แน่ใจกึ่งหลับกึ่งตื่น จนกระทั่งได้ยินเสียงประตูห้องถูกปิด เขาก็ชันกายลุกขึ้นดู

เห็นดารินทร์นอนห่มผ้าท่าทางเหมือนหลับสนิท แต่อีกเตียงกลับว่าง

เปล่า ดูเหมือนเจ้าของเสียงที่เขาได้ยินจะไม่ใช่ความฝันของคนใกล้หลับ แต่เป็นจีรณาคงจะนอนไม่หลับ แล้วแอบเพื่อนสาวที่กำชับนักหนาก่อนนอนให้เข้านอนด้วยกันห้ามดื่มต่อลำพัง

วิวิธวินท์ใคร่รู้ค่อยๆ ตามออกไปจากห้อง เห็นหญิงสาวหน้าโหดกำลังนั่งอยู่ที่ริมสระว่ายน้ำขนาดเล็กของโรงแรม ก็เดินเข้าไปนั่งด้วย “เป็นไร นอนไม่หลับหรือไง”

“อื้อ” หญิงสาวตกใจเล็กน้อยกับเสียงทัก แล้วก็พยักหน้าตอบคำถามของชายหนุ่ม ในมือข้างหนึ่งกำขวดค็อกเทลที่ซื้อติดตู้เย็นเอาไว้ อีกมือห้อยลงข้างเก้าอี้ ควันบุหรี่โชยขึ้นมาให้ชายหนุ่มได้เห็น รู้สึกแปลกใจที่ดื่มกินกันมาก็หลายครั้งแต่ก็กลับไม่เห็นเธอสูบสักครั้งเลย

“เลยมานั่งกินเหล้า สูบบุหรี่ ร้องไห้ให้ผู้ชายเลวๆ คนหนึ่ง” เขากล่าวเหมือนไม่แปลกใจกับพฤติกรรมจัดจ้านของเธอ

“ร้องให้ตัวเอง ที่น่าสมเพช โง่” เธอกล่าวน้ำเสียงแผ่วเบา ความหมายตามที่พูด ไม่ได้ประชดประชันชายหนุ่มใดๆ ทั้งสิ้น

“ก็จริง” ชายหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วยตามความคิด เอื้อมมือไปหยิบขวด

ค็อกเทลอีกขวดที่เธอยังไม่ได้เปิด เอามาเปิดแล้วยกขึ้นดื่มราวกับจะนั่งเป็นเพื่อน

“ฉันทำให้แกตื่นหรือ” จีรณาหันไปมองหน้า รู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาที่วิวิธวินท์ใจดีห่วงใยเดินออกมาหา เธอแอบปลาบปลื้มชายหนุ่มหน่อยๆ ที่เป็นสุภาพบุรุษ ดูแลเทคแคร์ดารินทร์เป็นอย่างดีตลอดการเดินทาง ทำเอาเธออิจฉาในความสัมพันธ์ของทั้งสองคน

“เปล่า ลุกมาห้องน้ำเห็นเตียงว่าง เลยออกมาดูนึกว่าไปผูกคอตายอยู่ที่ไหน” ชายหนุ่มโป้ปดให้ดูเหมือนเขาไม่ได้ใส่ใจ

“รินล่ะ” หญิงสาวพยักหน้า เคยชินกับวาจาจิกกัดของชายหนุ่มเสีย    แล้ว เขาจะพูดดีๆ ก็เมื่ออยู่ต่อหน้าดารินทร์เท่านั้น ซึ่งก็คงอยากให้สาวหน้าหวานพอใจ

“หลับสนิท คงเพลีย” วิวิธวินท์ตอบพลางยกขวดค็อกเทลขึ้นดื่มหมดไปอีกครึ่งขวด ดูเหมือนเขาจะดื่มเร็วกว่าคนมานั่งดื่มย้อมใจเสียอีก

แล้วความเงียบสงัดก็เกิดขึ้น ด้วยเพราะความที่ทั้งสองไม่ได้สนิทสนมกันมากมาย ทำให้ยากที่จะพูดคุยกันถึงเรื่องเก่าๆ ถ้าจะมีเรื่องให้พูดคุยกันก็คงเป็นเรื่องเจ็บช้ำหัวใจของจีรณา ซึ่งทั้งสองก็ดูเหมือนจะมีความคิดเดียวกันคือ   

ไม่อยากจะเอ่ยถึงเรื่องนั้นอีก

มันเงียบจนจีรณาเริ่มรู้สึกอึดอัด และไม่อยากให้ดูเป็นผู้หญิงน่าเบื่อ ที่มีผู้ชายมานั่งเป็นเพื่อน แต่กลับไม่มีอะไรจะพูดคุยกัน เธอจึงเริ่มหาเรื่องคุยกับเขา “รินกับวีดูสนิทกันดีนะ”

“อื้อ ตอนเลิกกับแฟนเก่ารินก็อยู่ข้างๆตลอด รินเป็นเพื่อนที่ดีมาก” ชายหนุ่มก็ตอบทันควัน เหมือนรอคำถามจากเธออยู่

“ไม่คิดจะเป็นมากกว่าเพื่อนหรือ” หญิงสาวหันไปมองของชายหนุ่ม เพราะเมื่อเอ่ยถึงเพื่อนสาวคนสนิทแววตาของเขาก็ดูสดใสขึ้นมาทันที รู้สึกได้ถึงหัวใจที่ชื่นชมในตัวดารินทร์

“ทำไม ถามบ่อยจัง” ชายหนุ่มหันไปมองหน้าเพื่อนสาวที่ยังไม่สนิทเท่าไร กับคำถามที่เธอถามย้ำหลายครั้งเมื่อมีโอกาส

“ก็ดูวีทั้งแคร์ริน ดูแลรินดี แถมยังยอมรินตลอดไม่เคยขัด” เธอกล่าวอย่างมีเหตุมีผล จากที่สังเกตมาหลายวันที่ได้อยู่ด้วยกัน ก็พอจะมองสายตาของชายหนุ่มออก

ชายหนุ่มนิ่งไม่กล่าวอะไร จริงอยู่บ่อยครั้งที่เขารู้สึกหวั่นไหว และ     

วูบวาบไปกับดารินทร์ กับหลายๆอย่างที่เธอแสดงออกอย่างแนบชิด สนิทสนมเกินกว่าเพื่อนชายหญิงสาวจะทำให้แก่กัน แต่ด้วยเพราะเพื่อนสาวคนสนิทเองก็ไม่เคยปริปากอยากให้เป็นมากกว่าเพื่อน

ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่อาจจะเอื้อมมือคว้าดาวมาครอบครองได้ และคำว่าเพื่อนที่คบหากันมานานค้ำคออยู่ ยิ่งทำให้ไม่กล้าที่จะหว่านขนมจีบ และนิสัยเจ้าชู้ของตัวเองที่เธอก็รู้ดีแก่ใจ และเขาก็ยังไม่พร้อมที่จะหยุดอยู่ที่ใคร แม้แต่     ดารินทร์เองก็ตาม

“จริงไหม จีว่าวีคงคิดอะไรบ้างแหละ” เมื่อชายหนุ่มไม่มีคำตอบออกมา ก็แสดงว่าสิ่งที่เธอคาดการณ์เอาไว้ระหว่างคนสองคนมันเป็นความจริง

“ถึงคิดก็เป็นไปไม่ได้ มันรู้เห็นกันมากเกินไป สนิทกันเกินไป” วิวิธวินท์ยอมรับออกไปตรงๆ ผู้หญิงคนนี้มองคนออกกว่าที่เขาคาดคิดเอาไว้

“ก็อย่างที่บอก ไม่ดีหรือไม่ต้องศึกษาดูใจอะไรให้มาก” จีรณายักไหล่ เธอมองดูเพื่อนสาวที่ยังไม่รักใคร และเมื่อมีเพื่อนชายที่แสนดีทั้งสองก็น่าจะคบหากันได้อย่างมีความสุข

“มันมีหลายอย่างที่เป็นปัจจัยอีก” ชายหนุ่มกล่าวต่อ ถึงตอนนี้ค็อกเทลที่

เปิดเอาไว้อีกครึ่งขวด เริ่มดื่มไม่เข้า เพราะบทสนทนาจริงจังทำเอาดื่มไม่ลง

“อะไร” คนสนับสนุนเพื่อนทั้งสอง ย้อนถามด้วยความข้องใจ มองหน้าชายหนุ่มในความมืดที่ตอนนี้มีสีหน้าคิดหนัก

“ก็ฐานะ รินรวยมาก คนที่จะมาเป็นคู่ครองได้ก็ต้องมีเทียบเท่าหรือมากกว่า ซึ่งมันไม่ใช่กู รินถูกเลี้ยงมาแบบคุณหนู แต่กูเปล่า กูทำงานกับที่บ้านมาแต่เด็ก เป็นเหมือนคนงานคนหนึ่ง ฐานะก็ไม่ได้ร่ำรวย ก็พอมีพอกินแบบสบายๆเท่านั้น” ชายหนุ่มชี้แจง

“จีว่าเรื่องนั้น มันไม่ใช่เรื่องที่เป็นปัญหาสำหรับรินนะ ถ้ารินกับวีรักกันจริงๆ” แต่จีรณารู้จักเพื่อนสาวของเธอเป็นอย่างดี

“ยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้ เลิกพูดเถอะ” วิวิธวินท์รีบตัดบทยกขวดค็อกเทลขึ้นดื่มจนเกือบหมดขวด แล้ววางลงบนโต๊ะแรงๆ แสดงออกถึงความรู้สึกที่อยากให้จบเรื่องที่พูดคุยกันอยู่

“ไม่รู้สิ ก็แค่เห็นสองคนดูสนิทสนมกันดี ก็เลยลองๆ ถามดู” ทำเอาหญิงสาวหน้าโหดยักไหล่ไม่พยายามกล่าวโน้มน้าวแต่อย่างใด

“ว่าแต่นี่สูบบุหรี่ด้วยหรือ” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องพูด หันไปมองบุหรี่ที่

เธอยกขึ้นมาสูบเป็นระยะๆ ตลอดบทสนทนา

“ก็เวลาดื่มหนักๆ เท่านั้น ปกติก็ไม่สูบหรอก” จีรณาตอบพลางอัดควันบุหรี่เข้าปอด แล้วพ่นออกมาจากปากช้าๆ มองดูควันที่พวยพุ่งออกมาแล้วก็ถอนหายใจ

“ขอบ้างสิ” ชายหนุ่มแบมือขอ

“สูบด้วย?” หญิงสาวหันไปมองหน้าอย่างงงๆ แต่ก็ยื่นซองบุหรี่ให้ชายหนุ่ม

“ก็นานๆ ที” เขาหยิบออกมาหนึ่งตัวแล้วส่งซองบุหรี่คืนให้เธอ จากนั่นก็หยิบบุหรี่ในมือของเธอมาต่อเพื่อจุดของตัวเอง แล้วก็อัดควันเข้าปอดลึก แล้วปล่อยควันพวยพุ่งออกมาไม่ต่างกัน

“รู้ไหมทำตัวแบบนี้ผู้ชายจะมองว่าง่าย” เมื่อได้บุหรี่ตามที่ใจหวัง เขาก็กล่าวต่ออย่างหมายใจจะสอนสั่งเพื่อนสาวที่ดูเหมือนจะปล่อยเนื้อปล่อยตัว

“ก็ชั่งมันสิ เราไม่ได้ง่ายใครจะมองภายนอกยังไงเราไม่สนหรอก ขนาดไม่ง่าย แม่ง...ได้เราไปยังไม่เห็นคุณค่าของเราเลย” คนไม่แคร์สื่อหยักไหล่ แล้วก็พูดประชดใส่ผู้ชายเลวๆ ที่ฟันตนเองแล้วทิ้งไป

“มันคงโง่” ชายหนุ่มพูดด้วยความรู้สึกจากใจ หากเขาเป็นคนๆ นั้น มีเพชรอยู่ในมือคงไม่ปล่อยทิ้งแล้วไปคว้าก้อนกรวดอย่างแน่นอน ยิ่งได้มารู้จักนิสัยใจคอ ก็ยิ่งรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้หน้าตา และท่าทางเท่านั้นที่ดูแข็งกระด้าง ภายในของเธออ่อนโยนกว่าที่คิด

“เราตะหากที่โง่” แต่คนถูกหลอกฟันกลับส่ายหน้า ที่หลงรักจนลืมใจปล่อยตัวไปกับชายหนุ่ม ให้ได้ใกล้ชิดก่อนที่จะแต่งงาน

แล้วบทสนทนาของทั้งสองก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเสียงหวานของผู้ที่คิดว่านอนหลับสนิทอยู่ภายในห้องพักดังขึ้น “นี่สองคนออกมาทำอะไร”

“จีนอนไม่หลับ” จีรณาหันไปตอบพลางโยนขยี้บุหรี่ในมือเพื่อดับ เพราะรู้ว่าเพื่อนสาวคนสนิทไม่ค่อยชอบให้ตนสูบเท่าไรนัก

“วีสูบบุหรี่อีกแล้วนะ รู้อยู่ว่ารินไม่ชอบ” แต่ดารินทร์กลับหันไปต่อว่าชายหนุ่ม ทำสายตาดุๆ ใส่ราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

“ทีจีสูบไม่เห็นว่า” วิวิธวินท์เห็นตัวเองโดนคนเดียว ก็หันไปหาพวกโดนดุด้วยทันที

“จีมันนานๆ สูบทีรู้นิสัยอยู่ แต่วีอะ...” ดารินทร์กล่าวอย่างรู้นิสัยเพื่อน

สาว เดินเข้าไปหยิบบุหรี่ในมือของชายหนุ่มออกมาแล้วหย่อนใส่ขวดเปล่า

“ก็นานๆ ทีเหมือนกัน” ชายหนุ่มตอบแก้เขิน เพราะรู้ว่าสายตาของจีรณากำลังจับจ้องมองอยู่ที่ความสัมพันธ์ที่น่าจะเกินเพื่อนของเขาและ              ดารินทร์อยู่

“เข้ามานอนเลยทั้งคู่ พรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้าไปถ่ายรูปสวยๆ เล่นน้ำทะเลกันก่อนแดดจะออก” หญิงสาวหน้าหวานกล่าวเสียงหนักๆ ใส่อย่างออกคำสั่ง

“จ้าาา” ทำเอาทั้งสองขัดไม่ได้ก็ต้องพากันลุกขึ้นมาจากเก้าอี้แล้วเดินตามกลับไปที่ห้องพักทันที

 

เช้าวันรุ่งนี้ จีรณาแม้จะนอนดึกแค่ไหนแต่ก็เธอก็ตื่นเช้าเป็นนิสัย ลุกขึ้นมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมที่จะลงไปรับประทานอาหารเช้าที่ทางโรงแรมจัดเตรียมเอาไว้ให้ และไม่ลืมที่จะก่อกวนเพื่อนทั้งสองให้ลุกขึ้นจากที่นอนไปใช้สิทธิ์ของตนเอง

“รินตื่นๆ เช้าแล้ว วีตื่นๆๆ” เมื่อตัวเองพร้อมออกจากห้อง ร่างบางเดินไปดึงผ้าห่มวิวิธวินท์ และไปสะกิดดารินทร์ให้ตื่นนอน

“อะไรของแกจี ปลุกอะไรแต่เช้ายังไม่แปดโมงเลย” ร่างอวบอิ่มบ่นอุบอิบ การตื่นเช้าสำหรับเธอในวันหยุดก็ถือเป็นเรื่องยากพอสมควร

“ไปกินข้าวกันหิว” หญิงสาวที่กระเพาะทำงานตรงเวลา รีบบอกเจตนารมณ์ของตัวเอง เดินไปดึงผ้าห่มของชายหนุ่มอีกครั้ง

“หิวอะไรแต่เช้าวะ” คนถูกดึงผ้าห่มก็ดึงผ้ามาคลุมกายอีกที ปากก็บ่นคนปลุก นานๆ ทีเขาจะได้ตื่นสายๆ ไม่ต้องไปทำงาน เธอยังจะมากวนใจพาไปกินแต่เช้าอีกหรือนี่

“ก็ไปกินอาหารเช้าไง ที่โรงแรมเตรียมไว้ไม่กินหรือ อยากเสียเงินฟรีหรือไง” จีรณากล่าวอย่างไม่ยอมเสียสิทธิ์ของตัวเอง

“ลงไปก่อนเลยกูยังไม่หิว” ชายหนุ่มหนุ่มโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ดึงเอาหมอนมาปิดหัวไว้อย่างไม่สนใจ อาการงอแงของหญิงสาวหน้าโหด

“วีแม่งเสียดายเงินวะ รินไปเถอะ ไหนบอกจะไปถ่ายรูปเล่นน้ำก่อนแดดออกไง” เมื่อคำพูดของเธอปลุกเพื่อนชายไม่ได้ผล ก็หันไปปลุกดารินทร์ด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“เออๆๆ รู้แล้ว โอ้ยยย อยากจะบ้า” คนที่รับปากไปเมื่อคืน ไม่อาจจะ

เถียงอะไรได้ เมื่อตัวเองบอกเองว่าจะตื่นแต่เช้าก็ต้องลุกจากที่นอนตามที่สัญญา

สองสาวลงมาจากห้องพักด้วยเสื้อผ้าที่เหมือนกันราวกับคู่รัก ท่าทางสนิทสนมทำเอาหลายๆ คนในโรงแรมต่างมองพวกเธอเหมือนคู่เลสเบี้ยน แต่พวกเธอก็ไม่ได้สนใจ กลับยิ่งทำเกาะเกี่ยวคล้องแขนกันยั่วน้ำลายคนให้เสียดายผู้หญิงกว่าเดิม

อาหารที่โรงแรมจัดไว้ให้เป็นอาหารแบบนานาชาติ มีทั้งข้าวผัด โจ๊ก ข้าวต้ม ผัดซีอิ้ว ผัดหมี่ มักกะโรนี ติ่มซำ ออมเล็ต ไข่ดาว ขนมปังปิ้ง ไส้กรอก สลัดผัก และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งดูเหมือนจะเป็นของโปรดของจีรณาทั้งนั้น เธอท่าทางชอบใจที่ได้กินของหลากหลายพร้อมๆกัน

ดารินทร์ตักมาแค่สลัด ไส้กรอก ไข่ดาว ขนมปัง กาแฟ และน้ำส้มมาวางที่โต๊ะ จากนั้นก็หยิบหนังสือพิมพ์ที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้มาอ่าน ส่วนจีรณาเธอตักทุกอย่างมาอย่างละนิดอย่างละหน่อย แต่ก็ครบทุกเมนูแล้วนั่งกินท่าทางมีความสุข

ดารินทร์จัดการอาหารตรงหน้าจนหมด ก็นั่งดื่มกาแฟต่ออีกหนึ่งแก้ว ส่วนสาวหน้าโหดกลับเดินไปเติมเมนูที่ตัวเองโปรดปรานอีกครั้ง ทำเอาเพื่อนสาวส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ กี่ปีกี่ปีเพื่อนรักของเธอก็ยังกินจุไม่เปลี่ยนแปลง และไม่อ้วนเสียด้วย

“ริน จีว่าโทรตามวีลงมาเหอะ จะเก้าโมงแล้ว เขาปิดห้องอาหารตอนสิบโมงเดียวไม่ได้กิน พอวีตื่นต้องมานั่งหาอะไรให้วีกินทีหลังอีกเสียเวลานะ” หญิงสาวหน้าโหดกล่าวอย่างมีเหตุมีผล ห่วงเพื่อนชายจะเสียสิทธิ์การทานอาหารเช้า ซึ่งถ้าแทนกันได้เธอคงทานแทนไปแล้ว

“เออก็จริง” ร่างอวบอิ่มพยักหน้าเห็นด้วยตามความคิดของเพื่อนสาว ถ้าให้ต้องไปปลุกชายหนุ่มอีกรอบ แล้วรอเขาหาอะไรกินอีกครั้ง มีหวังวันนี้ก็คงไม่ต้องทำอะไรกัน

ดารินทร์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาชายหนุ่มที่ยังนอนอยู่ในทันที นานอยู่กว่าเจ้าของเครื่องจะรับสาย และเมื่อรับเสียงงัวเงียก็ขานตอบน้ำเสียงขัดใจ

“ว่า”

“นี่วีลงมาได้แล้ว เดี๋ยวจะไปดำน้ำไม่ทันซื้อโปรแกรมไว้แล้ว เริ่มเก้าโมงครึ่ง รีบๆ ลงมากินจะได้ไปทัน” เสียงหวานกล่าวอย่างใจเย็น แถมยังพูดจามี

เหตุมีผลทำเอาจีรณามองหน้าอย่างงงๆ

“เออๆๆ” ปลายสายตอบรับโดยไม่ขัดข้องทันที

“ไม่หลอกมันก็ไม่ลงมาหรอก” เมื่อวางสายหญิงสาวร่างอวบก็หันไปบอกกับเพื่อนรักพร้อมกับยิ้มให้ เธอรู้จักคนอย่างวิวิธวินท์เป็นอย่างดี ต้องใช้แผนนี้ถึงจะลงมา

“ไม่หรอก จีว่าคงเพราะรินเป็นคนโทรตาม วีเลยลงมาไม่อยากขัดมากกว่า” แต่สาวหน้าโหดส่ายหน้า กลับมองเป็นอีกอย่าง

“บ้าหรือ” ดารินทร์ขมวดคิ้วอย่างไม่เห็นด้วยกับความคิดของเพื่อนสนิท นี่กำลังคิดว่ารินและวีกำลังมีใจให้กันอย่างลับๆ งั้นหรือ

“ก็สังเกตนะ วีไม่ค่อยจะขัดใจริน” จีรณากล่าวอย่างระมัดระวัง เพราะถ้ากล่าวอะไรผิดไปเดี๋ยวดารินทร์จะต่อว่าเอาไว้หาว่าตนคิดมาก

“ก็รินมีเหตุผลนี่ วีเถียงไม่ขึ้นหรอก” สาวหน้าหวานยังคงตอบอย่างใจเย็น ไม่คิดว่าสิ่งที่เพื่อนกำลังพูดอยู่มองเป็นการจับผิดตนเอง

“หรือ” สาวหน้าโหดพยักหน้าไม่คาดคั้น จังหวะพอดีกับที่ชายหนุ่ม      ก็ลงมาจากห้องพักเขาอาบน้ำแต่งตัวด้วยความรวดเร็ว เพราะเห็นว่าเวลา       

จวนเจียนแล้ว

“มีไรกินวะ” มาถึงก็มองดูจานที่วางเปล่าเรียงอยู่บนโต๊ะ แล้วมองไปรอบๆ ห้องอาหารอย่างหาเป้าหมายที่จะเดินไปตัก

“ไม่เหลืออะไรให้กินแล้วมั้ง เขาจะปิดครัวแล้ว” จีรณากล่าวน้ำเสียงประชดใส่คนตื่นสาย ที่มากินช้าทำให้ไม่คุ้มกับราคาที่เสียให้โรงแรม

“อิ่มกันยัง” ชายหนุ่มมองดูหญิงสาวทั้งสองคน ใจหมายจะตักอะไรให้เพิ่มหากพวกเธอต้องการอะไร

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha