นางฟ้าล่าอสูร

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 5 : น้ำตาลใกล้มด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 “รินอิ่มแล้ว แต่ดูเหมือนจีจะยังไม่อิ่มเท่าไร” ร่างอวบอิ่มตอบเชิงบ่นๆ เพื่อนสาวที่ยังไม่เลิกเล็งอาหารที่อยากจะตักมากิน

“ก็อิ่มนะ แต่ก็กินได้อีก” ร่างบางตอบแต่สายตาของเธอยังสอดสายหาของกินอีก ใจอยากจะไปสั่งออมเล็ตอีกสักจานแต่ก็เกรงใจเพื่อนสาวจะรอ

“ก็เนี่ยของจีทั้งหมดเลย” ดารินทร์กล่าวเสริม ชายหนุ่มมองตามจานที่วางกองอยู่ข้างๆ ก็ตาโตใส่

“กินจุจังว่ะ แบบนี้ไอ้เจตเลยทิ้งหรือเปล่า เพราะเลี้ยงไม่ไหว” อดไม่ได้ที่เขาจะหันไปกัดคนกินจุ ซึ่งดูแล้วไม่เข้ากับรูปร่างเลยสักนิดเดียว

“ไอ้วี ไอ้บ้า ตลกมากไปแระ ชิ” คนถูกกัดทำหน้าย่นเพราะแทงใจดำ    

ลุกขึ้นจากโต๊ะเหมือนจะไม่พอใจ แต่ก็เดินไปสั่งออมเล็ตมากินตามที่หมายใจ   ไว้แต่แรก

“ฮ่าฮ่าฮ่า” ชายหนุ่มหัวเราะส่งท้ายตาม พลางเดินมาสั่งอาหารเมนูเดียวกับเธอ แล้วก็เดินไปตักเมนูอื่นเพิ่มซึ่งตอนนี้ไม่ได้เหลือให้เลือกเยอะนัก

 

ไม่นานหลังจากที่ชายหนุ่มกินอาหารจนเสร็จ เขารีบเร่งแข่งกับเวลาเพราะอีกไม่นานก็จะเก้าโมงครึ่ง โดยที่ยังไม่รู้ตัวว่าถูกหลอก เขาก็ยัดอาหารเข้าไปเต็มกระเพาะเล่นเอาเสียเกือบจุก แต่สองสาวยังคงท่าทางเรื่อยๆ เฉื่อยๆ ไม่รีบร้อนอะไรเหมือนตอนโทรไปหาเขา

“ไหนบอกเก้าโมงครึ่งจะไปดำน้ำกันไง” เมื่อถึงเวลานัดชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้น เพราะพวกเธอยังนั่งนิ่งไม่กระตือรือร้นเหมือนที่โทรไปปลุก

“ก็ไปไง” ดารินทร์พยักหน้าตีหน้าซื่อตาใส เหมือนไม่เข้าใจความหมายในคำถามของชายหนุ่ม

“เก้าโมงครึ่งไม่ใช่หรือ” เขาถามต่อย้ำเวลาให้เธอได้รู้สึกตัว แต่อีกใจก็ชักเริ่มสงสัยว่าตัวเองอาจจะถูกหลอกให้รีบตื่นลงมากิน

“ก็เดี๋ยวไปซื้อโปรแกรมดำน้ำ” งานนี้จีรณาไม่ขอมีส่วนเกี่ยวข้องนั่งนิ่งไม่พูดอะไร ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของดารินทร์ที่จะจัดการต่อปากต่อคำกับวิวิธวินท์

“ไหนบอกซื้อไว้แล้ว” ชายหนุ่มแน่ใจว่าถูกหลอกจริงๆ มองหน้าสองสาวสลับกัน ซึ่งตอนนี้สาวหน้าโหดกลับทำหน้าตาดื่มด่ำกับน้ำส้ม ส่วนสาวหน้าหวานก็ก้มหน้าก้มตาเล่มโทรศัพท์มือถือของตัวเอง

“เปล่าหรอก ยังไม่ได้ซื้อ หลอกให้วีรีบตื่นลงมากิน” ดารินทร์รับสารภาพแบบลอยหน้าลอยตา เงยหน้ามามองชายหนุ่มเหมือนจะถามเป็นนัยๆ ว่ามีปัญหาอะไรไหม

“อะไรวะ กำลังฝันดีเลย งั้นไปนอนต่อ” วิวิธวินท์ไม่รู้ทำไมรู้สึกไม่อยากจะโวยวาย กลับทำเพียงแค่หน้าตาเซ็งๆ ปากก็บ่นพึมพำ

“ไม่ได้ ต่อไปจะไปซื้อโปรแกรมจริงๆ แล้ว” คราวนี้สาวหน้าหวานน้ำเสียงเฉียบขาดใส่คนที่ทำท่าจะลุกกลับไปนอนต่อในห้องพักอย่างเกียจคร้าน

“ไปซื้อชุดว่ายน้ำด้วยนะริน” จีรณารอเวลาที่จะออกไปจากห้องอาหารหลังเสร็จสิ้นภารกิจกินไม่หยุด ก็รีบเตือนเพื่อนสาวทันที

“รู้แล้ว” หญิงสาวร่างอวบลุกขึ้นจากเก้าอี้พยักหน้ารับคำเพื่อนสาว แล้วเข้าไปควงแขนชายหนุ่มเพื่อไม่ให้เขาหนีไปไหนได้

“ไหนว่ากลัวดำไง แต่มาดำน้ำตอนนี้เนี่ยนะ” ชายหนุ่มรีบหาข้ออ้างยังไม่ลงทะเล

“ไม่งั้นจะดำตอนไหน เช้าตรู่แกก็ไม่ตื่น เย็นก็ไม่มีโปรแกรมให้ดำแล้ว” ดารินทร์ทำเสียงดุๆ ประหนึ่งเป็นความผิดของเขาที่ไม่ยอมตื่นแต่เช้า เพราะถ้ากินอาหารเสร็จกันตั้งแต่แปดโมง ตอนนี้ก็คงไปลอยตัวกันอยู่ในทะเลกว้างไม่ต้องห่วงว่าตัวจะดำ

ชายหนุ่มอ้าปากจะคัดค้านอีก

“ไม่ต้องพูดมาก มาเร็วๆ รถจะออกแล้ว” ก็ถูกหญิงสาวร่างอวบควง    กึ่งลากออกไปจากโรงแรม เพื่อไปยังรถสองแถวที่จอดรถบริการรับส่ง           ของโรงแรมอยู่ 

โดยมีจีรณาเดินตามอย่างไม่มีปริปาก

เมื่อพวกเขามาถึงจุดที่ซื้อทัวร์ดำน้ำดูปะการัง หลังจากที่จัดการเรื่อง

ค่าใช้จ่ายเสร็จ สองสาวก็เดินไปเลือกซื้อชุดว่ายน้ำกันอย่างคึกคัก ชายหนุ่มเองก็

ต้องหาซื้อเหมือนกัน แต่หลังจากผ่านไปไม่ถึงสิบนาที เขาก็ได้กางเกงสำหรับใส่ดำน้ำมาหนึ่งตัว

แล้วก็นั่งรอสองสาวอีกพักใหญ่ จนใกล้จะถึงเวลาที่เรือจะออก พวกเธอก็เดินออกมาจากร้านที่ขายชุดว่ายน้ำสตรี สองสาวในชุดเสื้อแขนยาวสีขาวแบบบางเบายาวถึงหน้าแข้ง ด้านในของเสื้อสีขาวเป็นชุดว่ายน้ำสีสันฉูดฉาดที่ไม่ต้องลงน้ำก็พอจะมองออกว่าข้างในนั้นใส่สีอะไรกัน

ชุดที่พวกเธอสวมใส่บวกกับหน้าตาที่สะสวยทั้งคู่ ทำเอาหนุ่มๆ ที่อยู่ท่าเรือต่างหันมามองกันเป็นตาเดียว แม้แต่ตัววิวิธวินท์เองก็ตาม อดไม่ได้ที่จะชื่นชมกึ่งหงุดหงิดกับเสื้อผ้าที่พวกเธอเลือกสรร คนหนึ่งความอวบอิ่มและขาวผ่องดึงดูดความสนใจ

ส่วนอีกคนก็มีความสวยคม ลึกล้ำน่าค้นหา ยิ่งมองดูทั้งสองสาวก็ยิ่งสวยกันไปคนละแบบ ชายหนุ่มรีบเก็บอาการของตัวเอง รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวหนักกว่าเดิม เมื่อพวกเธอเดินเข้ามาหา แล้วทุกสายตาก็จับจ้องมองราวกับอิจฉาตาร้อน ว่าคนอย่างเขาควงสาวสวยมาเที่ยวได้ถึงสองคน

“เอางี้ดำน้ำกันเลยหรือ” ชายหนุ่มกล่าวทักก่อน พร้อมมองดูตั้วแต่หัว

จรดปลายเท้าของทั้งคู่แล้วก็แสร้งทำเป็นส่ายหน้าเหมือนรับไม่ได้

“อื้อ ทำไม” สองสาวพยักหน้าย้อนถามชายหนุ่มพร้อมกัน

“ไหนว่ากลัวดำ” ชาหนุ่มกล่าวอ้อมแอ้ม สายตาก็สำรวจตรวจสอบเรือนร่างของทั้งสองอย่างใกล้ชิด เมื่อพวกเธอมายืนตรงหน้า

สำหรับดารินทร์ในสายตาของเขา แม้รูปร่างอาจจะดูอวบอั๋นเกินไปหน่อย แต่ก็ให้อภัยตรงที่ความอวบอิ่มของเธอมันกลบทุกอย่างได้หมด และใบหน้าหวานฉ่ำก็ทำให้มองข้ามสิ่งที่เป็นส่วนเกินช่วงสะโพกและต้นขาของเธอได้เป็นอย่างดี

“ก็แดดไม่แรงมากอะ วันนี้เลยกล้าใส่” สาวหน้าหวานที่ถูกพิจารณาอยู่เงียบๆ เป็นผู้ตอบ พลางหยิบครีมกันแดดออกมาทาซ้ำตามเนื้อตัว

แล้วชายหนุ่มก็หันไปพิจารณาสาวร่างบาง ใบหน้าคมคายของเธออาจจะสวยลึกล้ำสำหรับใครหลายๆ คน สัดส่วนความเพรียวบางของเธอก็ดูเหมาะสมไปหมดทุกสัดส่วน สะโพกงอนงามกลมกลึงได้รูปสวย เรียวขางามสวยรับกันเป็นอย่างดี ติดก็ตรงที่เธอไร้ความอวบอิ่มไปหน่อย

“รินไม่ห่วงหรอก แต่จีอะน่าห่วง ลงน้ำไปเกิดหลุดขึ้นมาจะทำไง”     

ชายหนุ่มได้ทีก็หันไปติใส่สาวร่างบาง ที่ดูเหมือนจะเรียกคะแนนความสนใจได้จากคนรอบข้างได้ไม่น้อย เพราะตอนนี้เธอดูเหมือนจะอารมณ์ดีส่งยิ้มหวานให้ใครต่อใคร

“นี่ฉันก็มีให้มันเกาะบ้างหรอกย่ะ” คนถูกพูดจาจี้จุดตวัดสายตาใส่คนปากเสียในทันที เรื่องอะไรก็ว่าได้แต่อย่างมาดูถูกขนาดของเธอเป็นอันขาด

“เท่าที่ดูไม่น่ามีนะ” วิวิธวินท์ทำหรี่สายตามองอย่างล้อเลียน

“ก็มีบ้างแหล่ะวีก็ แค่มีน้อย” ดารินทร์นึกสนุกปากหลอกล้อเล่นไปกับเพื่อนชายอย่างครื้นเครง

“ย่ะ แม่คนมีเยอะ แหม ได้ทีตีคู่กันใหญ่ อย่างแกไม่มีวันได้เห็นหรอก ขอดีเขาเก็บไว้ดูคนเดียว” จีรณาถูกรุมทำหน้าเง้างอนใส่ แล้วหันไปพูดจาเหมือนจะดูแคลนชายหนุ่ม

“กูว่าต่อให้เปิดดูก็คงไม่เห็น” ชายหนุ่มต่อปากต่อคำไม่เลิก หลังจากที่สนิทสนมกันมากพอสมควรแล้ว พวกเขาก็มีปากเสียงกันอย่างไม่จริงจัง

“แหม...ปากดีจริงนะวี” จีรณาทำหน้าย่นด้วยความหมั่นไส้ อยากรู้นัก น้ำหน้าผู้ชายอย่างเขาจะเอาไม่ลงไม่ติดใจให้มันรู้กันไปสิ พูดแบบนี้ทำเอาสาวหน้าโหดรู้สึกเหมือนถูกท้าทาย อยากรู้นักถ้าด้านหน้าเป็นไม้กระดานของเธอยั่วยวนเขาจะของขึ้นไหม

“พอๆๆ สองคนนี้ ขึ้นเรือได้แล้ว” ดารินทร์เห็นเพื่อนสาวหน้าโหดเริ่มมีแผนการท่าทางเหมือนจะของขึ้น ก็รีบตัดบทก่อนที่จะเสียบรรยากาศ

 

หลังจากที่พวกเขาขึ้นมา เรือก็ออกจากฝั่งขับห่างเกาะมาสักประมาณหนึ่ง ผู้คนก็เริ่มถูกแจกจ่ายอุปกรณ์ดำน้ำแบบน้ำตื้น พร้อมสอนการใช้งานที่ไม่ยากนัก  ทุกคนสวมชูชีพสีส้มติดอุปกรณ์เข้าที่ใบหน้า ตามที่ผู้ชำนาญการแนะนำบนเรือ แล้วก็กระโดดลงน้ำตามๆ กันไป

น้ำเย็นสดชื่นทำเอาทั้งสามขนกายลุกชัน โดยเฉพาะดารินทร์ที่ส่งเสียงร้องครางออกมาเบาๆ เพราะตนเองว่ายน้ำไม่แข็ง ขณะที่จีรณาเป็นนักว่ายน้ำเก่าก็ว่ายเข้าไปหาเพื่อนสาวที่รู้ดีว่าเธอกำลังประหม่า ส่วนชายหนุ่มกลับดำผุดดำว่ายอย่างไม่สนใจ

แล้วสองสาวก็จูงมือกันน้ำดูปะการังแสนสวยอย่างมีความสุข จนกระทั่งหมดเวลาหนึ่งชั่วโมงตามที่ซื้อโปรแกรมเอาไว้ ทุกคนก็ถูกเรียกขึ้นมาจากน้ำ เมื่อขึ้นมาบนเรือทุกสายตาก็จับจ้องมองมาที่สองสาว ที่ตอนนี้เสื้อสีขาวบางเบาของพวกเธอกำลังแนบเนื้อเผยให้เห็นสัดส่วนโค้งวาว

สาวร่างอวบอิ่มอย่างดารินทร์ เมื่อเสื้อผ้าแนบเรือนร่างกลับไม่เป็นที่สนใจเท่ากับสาวร่างบางอย่างจีรณา เธอถูกจับจ้องมองตั้งแต่หัวจรดเท้า ความโค้งเว้าที่ได้รูปสวยแม้ผิวจะคล้ำใบหน้าคมเข้ม แต่ก็ไม่ได้ทำให้ทุกคนละสายตาจากไปได้

แม้แต่ชายหนุ่มเองที่ขึ้นมาก่อน เมื่อเห็นสองสาวเพื่อนรักเดินขึ้นมา บวกกับสายตาของทุกคนที่จับจ้องมองราวกับจะกลืนกิน เขาหยิบผ้าขนหนูที่เตรียมมาด้วยเร่งฝีเท้าเข้าไปหาส่งผ้าให้สองสาวท่าทางหงุดหงิด ทั้งสองรับมาอย่างไม่ได้คิดอะไร ขณะที่ชายหนุ่มก็หันกายไปสบสายตากับสายตาไม่ได้รับเชิญอย่างหวงแหนเพื่อน

หลังจากที่พวกเขาได้ดำน้ำดูปะการังกันสมใจอยาก ก็กลับมาที่ห้องพักเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยท่าทางที่อิดโรย เพราะแดดที่ดูเหมือนจะไม่มีแต่ก็ทำ       เอาตัวดำกลับมาได้ไม่น้อย เห็นชัดที่สุดก็คือจีรณา สีผิวของเธอคล้ำลงไป      อย่างเห็นได้ชัด

เมื่อทุกคนอาบน้ำแต่งตัวกันเสร็จ ดารินทร์กำลังบำรุงผิวหลังออกแดดอยู่หน้ากระจก วิวิธวินท์นอนแผ่ท่าทางหมดแรงอยู่บนที่นอนนุ่มของตัวเอง จีรณาเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ ก็มองเพื่อนทั้งสองพร้อมเอ่ยถาม

“นี่เราจะไปไหนกันต่อ”

“นอนเหอะ เหนื่อยว่ะ” ชายหนุ่มตอบ แล้วหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายเอาไว้อย่างแสดงเจตนาของตัวเองอย่างชัดเจน

“โอ้ย วีมาทั้งทีจะมานอนไม่ได้หรอก ลุกๆๆ” ร่างบางส่ายหน้าเดินเข้าไปหา ดึงผ้าห่มออกจากร่างหนาของเพื่อนชายพร้อมฉุดแขนให้ลุกขึ้นมานั่ง

“ไม่” ชายหนุ่มส่ายหน้ายืนกราน ซุกตัวภายใต้ผ้าห่มต่อ

“ไปไหว้พระ ดูวิวสวยๆ บ้าง อยู่แต่ในห้องน่าเบื่อ” สาวหน้าโหดกล่าวต่อ พลางหันไปมองหน้าดารินทร์ที่ตอนนี้หันมามองเพื่อนทั้งสองฉุดรั้งกัน       อยู่ที่เตียง

“ก็ไปกันสองคนสิ” วิวิธวินท์แนะนำ เอื้อมมือหนามาดึงผ้าม่านที่ถูกเปิดเพื่อรับแสงแดดให้ปิดลงเพราะตนเองจะได้นอนสบายๆ

“ไม่ได้หรอก วีไม่ไปใครจะถ่ายรูปให้” คราวนี้ตาสาวหน้าหวานออก 

ตัวบ้าง เดินเข้ามาเปิดผ้าม่านที่เขาเพิ่งปิดไปให้ปิดออก ดึงผ้าห่มไปกองไว้ที่พื้น ช่วยกันฉุดร่างหนาให้ลุกขึ้นมาจากที่นอน

“ตกลงพากูมาเป็นตากล้อง” ชายหนุ่มหันไปพูดกับสองสาวที่แสนจะกวนใจเขาในตอนนี้

“ใช่ เอ้ย ไม่ใช่ อยากให้มาเที่ยว” ดารินทร์พยักหน้าตอบ แล้วก็รีบเปลี่ยนเป็นส่ายหน้า พร้อมยิ้มหวานให้ชายหนุ่มอย่างหว่านเสน่ห์

“พวกมึงสองคนนี่วุ่นวายกับกูจริง”  วิวิธวินท์ส่ายหน้ากับสายตาหวานฉ่ำ ลุกขึ้นยืนบิดกายอย่างเมื่อยล้า ปากก็บ่นไม่เลิก

“มีเพื่อนสาวอยู่สองคนก็ตามๆ ใจหน่อยไม่ได้หรือ เดี๋ยวรินก็ไปแล้วนะ ไม่อยู่กวนใจวีนานหรอก” สาวหน้าหวานเดินเข้ามาเกาะเกี่ยวออดอ้อนตามนิสัย

“เออๆๆ” และก็ได้ผลทุกครั้ง ชายหนุ่มยินยอมทำตามแต่โดยดี

ทั้งสามเดินทางด้วยรถสองแถวขึ้นไปไหว้พระบนเขา และเที่ยวชมจุดชมวิวที่เขานม ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเกาะล้านแห่งนี้ สามารถชมความสวยงามของท้องทะเลสีครามกับตัวเมืองพัทยา ที่ธรรมชาติช่างสร้างสรรค์ได้งดงามกลมกลืนดุจภาพวาดที่ทั้งสามประทับใจ

แม้แต่ตัววิวิธวินท์เองที่ตอนแรกบนว่าไม่อยากมา ก็ยังออกปากชมว่าสวย ทั้งสามเก็บภาพความงานจนพอใจ ก็เดินลงจากเขานมอย่างคึกคัก ขณะที่ในหัวของจีรณาเริ่มคิดโปรแกรมเที่ยวต่อก็หันไปถามดารินทร์ “ริน จีว่าเดี๋ยวเช็คเอาท์กลับเข้าฝั่งกันเลยไหม”

“อ้าวทำไมล่ะ” คำถามของเพื่อนสาวคนสนิททำเอาดารินทร์แปลกใจ อยู่เกาะล้านเพียงแค่วันเดียวสาวหน้าโหดดูท่าจะเบื่อความงามของเกาะนี้       แล้วหรือ

“ก็ดูเหมือนไม่มีอะไรแล้วนี่ ดำน้ำก็ดำแล้ว เย็นก็คงมีแค่กินข้าว เล่นน้ำทะเลนิดหน่อย สู้ไปต่อพัทยาดีกว่า มีแสงสีให้เดินด้วย” จีรณาชี้แจงอย่างมีหลักการ เธอดูๆ แล้วที่เกาะล้านไม่ได้มีอะไรให้เที่ยวมากนัก นอกจากหาดทรายสวยๆและน้ำทะเลใสๆ

“เบื่อแล้วดิ” ดารินทร์กล่าวอย่างรู้ใจ เธอเองก็มีความคิดแบบเดียวกัน แต่ก็ไม่อยากจะพูดออกมา เพราะเห็นว่าเพื่อนกำลังอินกับบรรยากาศที่แสนสงบสุข และลืมเรื่องความทุกข์ในใจได้อีกตะหาก

“ก็วันนี้มันไม่มีอะไรแล้วนอกจากกินข้าว พรุ่งนี้ก็ต้องออกแต่เช้ามีค่า

เท่ากัน” สาวหน้าโหดบอกโปรแกรมที่ต้องทำให้เพื่อนสาวคิดตาม

“ออกสายก็ได้นี่” ดารินทร์เองก็เห็นด้วย แต่ก็ยังลังเลใจที่จะกลับ      วันนี้เลย

“ก็ไปนอนต่อที่พัทยาตื่นสายได้เหมือนกัน มีไรให้กินเยอะกว่าด้วย” จีรณาทำเสียงอ่อนเหมือนเด็กน้อยอ้อนขอของเล่นถูกใจ

“เออ เอางั้นก็ได้ เดี๋ยวบอกวีก่อน” ดารินทร์ก็ไม่ขัดข้อง หันไปบอกชายหนุ่มถึงกำหนดการใหม่ ซึ่งเขาก็เห็นชอบด้วยกับทั้งสองคน

ทั้งสามกลับมาที่โรงแรมจัดการเก็บข้าวของและเช็คเอาท์ตามโครงการใหม่ ขึ้นเรือเที่ยวต่อไปในทันที กลับมาถึงฝั่งก็เวลาสี่โมงเย็น ขับรถไปพัทยาอีกครึ่งชั่วโมงก็หาที่พัก แล้วต่างก็นอนพักนั่งเล่นกันตามแต่พอใจ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ชายหนุ่มชอบที่สุดคือได้นอน

จีรณาที่ไม่ได้หลับได้นอนอย่างเพื่อนทั้งสอง เธอนั่งดูทีวีจนเบื่อแล้วก็ลุกอาบน้ำในอ่างด้วยฟองสบู่ฟูฟ่องอย่างที่ชื่นชอบ เธอลงอาบอยู่เป็นชั่วโมงจนกระทั่งเกือบทุ่ม ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาก่อนไม่ทันได้มองซ้ายมองขวา เปิดประตูห้องน้ำเข้ามาซึ่งคนใช้อยู่ก็ไม่ทันระวังลืมลงกลอนไว้

คนอยู่ในห้องน้ำไม่ได้คิดว่าเป็นเพื่อนชาย กำลังจะเอ่ยทักเพื่อนสาว แต่เมื่อเห็นมือหนาที่จับประตูด้านในเข้ามา ภาพสะท้อนกระจกว่าเป็นเพื่อนชาย ก็ทำเอาต้องส่งเสียงร้องออกไป

“ว้าย...”

“อ้าว ห่า ไม่ล็อค” ชายหนุ่มสะดุ้งใจหายวาบ สายตาเหลือบมองคนที่อยู่ในอ่างฟองฟู แล้วก็ถอยกายออกมาจากห้องน้ำพลางต่อว่า

“ลืมๆๆ” จีรณาดึงม่านของโรงแรมมาปิดตัวเอาไว้ ดูประตูที่ชายหนุ่มยังปิดไม่สนิท ด้วยความที่ต่างคนต่างทำอะไรไม่ถูก

“จะใช้ห้องน้ำ เร็วๆ หน่อย” วิวิธวินท์กล่าวอ้อมแอ้ม แต่ก็พยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติเหมือนไม่ได้รู้สึกวูบวาบไปกับเนื้อนวลที่ได้เห็นเพียงแวบเดียว

“ได้ๆๆ จะขึ้นเดี๋ยวนี้แหล่ะ” จีรณารีบล้างเนื้อล้างตัวแล้วนุ่งผ้าขนหนูออกมาจากห้องน้ำ รู้สึกใบหน้าร้อนวูบวาบไม่กล้าสบสายตากับชายหนุ่ม ขณะเดินผ่านออกไป แต่ก็พยายามวางสีหน้าท่าทางให้เป็นปกติที่สุด เหมือนไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ชายหนุ่มเองก็พยายามอย่างที่สุด แต่ไม่วายคนหน้าแดงง่ายก็ยังหน้าแดง

ไม่หยุด เมื่อร่างบางเดินผ่าน ก็สิ่งที่ได้เห็นเพียงแวบเดียวพาเอาในสมองของเขาจินตนาการไปไกล ที่เธอเคยพูดไว้ก็ถูกแล้ว แต่ให้เรียบเป็นกระดานอย่างเธอก็ทำให้เขาของขึ้นได้ง่ายๆ เหมือนกัน

วิวิธวินท์ใช้เวลาในห้องน้ำนานพอสมควร หมายใจจะให้หญิงสาวแต่งตัวนอกห้องให้เรียบร้อยก่อน ไม่อยากจะเดินออกไป แล้วเจอตอนที่เธออาจจะกำลังสวมชุดชั้นในอีก ให้ต้องเขินอายเข้าหน้ากันไม่ติด และเมื่อเขาออกมาเธอก็กำลังแต่งหน้าอยู่ก็แอบโล่งใจ

ดารินทร์ตื่นขึ้นเพราะเสียงประตูห้องน้ำของชายหนุ่ม ที่จงใจปิดเสียงดังให้คนที่อยู่ด้านนอกรู้ตัวว่ากำลังมีคนเข้าออก เมื่อลุกขึ้นมาขับไล่ความมึนงง เห็นเพื่อนสาวแต่งตัวพร้อม เพื่อนชายเองก็อยู่ในชุดใหม่ เธอก็เลยลุกขึ้นอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าบ้างโดยไม่ต้องรอให้ใครบอก

ทั้งสามอออกมาจากโรงแรม จุดหมายวันนี้ไม่เจาะจงร้านอาหาร แต่จะเดินกินของที่อยากกินไปตามถนนคนเดินที่มักจะมีอาหารน่ากินขาย และเมื่อออกจากโรงแรมพวกเขาก็เดินเรียบถนนฝั่งที่ผู้คนพลุกพล่าน ชนกันไปชนกันมาจนทำเอาสาวหน้าโหดหงุดหงิด

“รินเดินเล่นริมหาดกัน” เธอหันไปชวนเพื่อนสาวให้หนีออกจาก     ความพลุกพล่านไปอีกฝั่งของถนน ซึ่งเป็นฝั่งที่คนเดินน้อยกว่า และมีมุมมืด   เป็นบางช่วง

“ไปดิ” ดารินทร์พยักหน้าเห็นด้วย เพราะเธอก็หงุดหงิดกับการต้องเดินหลบหลีกคนไปมาตามท้องถนน ชวนจะให้มีเรื่องก่อนถึงถนนคนเดิน

เมื่อเดินข้ามมาลงเดินเลียบไปทางชายหาด สองสาวก็ถอดรองเท้าเดินกันอย่างรื่นเริง ขณะที่ชายหนุ่มไม่ค่อยรื่นเริงเหมือนพวกเธอเท่าไรนัก สายตาของเขาเหมือนกำลังจ้องมองอย่างระมัดระวังรอบข้าง แถมยังเดินทิ้งท้ายเหมือนระแวดระวังภัยให้

เมื่อสถานการณ์การเดินริมหาดไม่ได้สบายอารมณ์อย่างที่คิด ดารินทร์ที่ไม่ได้มองดูซ้ายดูขวาเหมือนอย่างจีรณาที่เริ่มสักเกตเห็นสายตาของผู้คนที่จับจ้องมา พอหันไปมองวิวิธวินท์ก็เดินรั้งท้ายท่าทางไม่ค่อยสบอารมณ์ ก็ทำให้เธอเริ่มเอะใจ

“รินๆ รู้สึกจะมีแต่คนมองเราว่ะ” สาวหน้าโหดช่างสังเกตกระซิบบอกเพื่อนสาว ที่กำลังก้มลงเก็บเปลือยหอยขึ้นมาดูเล่น

“หรือ ไม่รู้สิไม่ได้สังเกตอะ” สาวหน้าหวานตอบไปตรงๆ พลางมองผู้คนรอบข้างตามที่จีรณาบอก หนุ่มๆหลายคนโบกมือยิ้มให้ซึ่งเธอก็ยิ้มตอบตามมารยาท

“นี่ มึงสองคนอย่างมาเดินริมหาดฝั่งนี้เลย กลับไปฝั่นนู้นเหอะ” ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาประชิดแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักๆ

“ทำไมอะ สงสัยอยู่ มองกันจัง” ดารินทร์ย้อนถาม ขณะที่จีรณาเริ่มเข้าใจความหมายของเพื่อนชายที่เตือนกลับมา

“นึกว่าพวกแกขายตัวไง ฝั่งนี้มันผู้หญิงขายตัวทั้งนั้น” วิวิธวินท์ชี้แจง  ชักสีหน้าใส่ สาวหน้าหวานของเขาไม่รู้จริงๆหรือตีหน้าใสซื่อใส่กันแน่

“ก็เราไม่ได้ขายนี้” ดารินทร์หน้าตายบอกอย่างบริสุทธิ์ใจ

แต่ยังไม่ทันจะได้พูดจากอธิบายใดๆต่อ ชายสูงวัยชาวต่างชาติที่จ้องมองสองสาวอยู่นานพอสมควรแล้วก็เดินเข้ามาหาพร้อมเอ่ยถามสาวหน้าตาคมเข้ม

How much?

No…No…” จีรณาส่ายหน้าร้องปฏิเสธเสียงหลง จับมือดารินทร์ถอย

หลังหนีไปอยู่ด้วยหลังเพื่อนชายคนสนิทหมายจะให้ปกป้อง

Oh… Sorry” ชายแปลกหน้าชาวต่างชาติที่เข้าใจทั้งสองผิดเห็นปฏิกิริยาก็รีบออกตัว แล้วเดินจากไปอย่างเสียดาย

“อะไร” วิวิธวินท์พอรู้จุดประสงค์ในการเข้ามาของชายสูงวัยคืออะไร แต่ก็ไม่เข้าใจความหมายของคำพูดเพราะตนไม่เก่งภาษาอังกฤษเลย

“มันถามว่าจีเท่าไร” ดารินทร์จับมือเพื่อสาวแน่นหน้าเคร่ง เข้าใจความหมายของเพื่อนชายที่ตักเตือนเมื่อครู่นี้ตอบทันที

“นั่นไง กลับๆๆๆ ซื้อของกิน เดินถนนคนเดินเสร็จขึ้นห้องไปกินต่อที่ห้องเลย พัทยาไม่ปลอดภัยสำหรับพวกมึงหรอก โดยเฉพาะจี สเป็กฝรั่งเลย” ชายหนุ่มส่ายหน้าใส่ มองดูจีรณาที่ดูเหมือนจะเป็นเป้าหมายหลักของผู้ชายฝั่งนี้เหลือเกิน

“เออว่ะ” สองสาวเห็นด้วยอย่างไม่ขัดข้อง เดินกลับไปที่ฝั่งเดิม แม้จะคนเยอะมากมาย แต่ก็น่าจะปลอดภัยมากกว่าฝั่งริมทะเล

หลังจากที่พวกเขาเดินมาถึงถนนคนเดิน เสียงเพลงกระหึ่มดังก้องของแต่ละร้าน สร้างความคึกคักให้เมืองที่ไม่มีกลางคืน สองสาวสนุกสนานกับการเลือกซื้ออาหารใส่ถุง ตกลงกันว่าจะเอากลับไปกินกันที่ห้อง เพื่อความปลอดภัยของทุกๆ คน

เมื่อได้อาหารตามที่ชอบกันจนครบ เดินเที่ยวกินเล่นระหว่างทางจนพอใจ ก่อนกลับเข้าห้องพักพวกเขาก็ไม่ลืมซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ติดไม้ติดมือกลับขึ้นไปบนห้องด้วย พวกเขาดื่มกินอาหารกันอย่างสนุกสนานและสนิทสนมมากกว่าเดิม

จีและวีอาจจะมีพูดจากระทบกันเป็นระยะ แต่ก็ไม่ได้ติดใจกันรินมองดูเพื่อนสองคน ที่มีความสัมพันธ์สนิทชิดใกล้กันมากขึ้นก็แอบพอใจ แผนการบางอย่างของเธอกำลังไปได้สวยและใกล้สำเร็จเต็มที สำเร็จก่อนที่เธอคาดการณ์เอาไว้ด้วยซ้ำ

“แล้วรินกลับไปเรียนต่อวันไหนอะ” คำถามของชายหนุ่มทำเอาสาวหน้าหวาน ตื่นจากความคิดอันลึกล้ำของตัวเอง

“อีกสองอาทิตย์” หญิงสาวตอบ พลางยกขวดเหล้าขึ้นดื่มหมดขวด แล้วมองหาขวดใหม่แต่ดูเหมือนจะมีแต่ขวดเปล่า

“ก็มีเวลาเที่ยวอีกเยอะอยู่” วิวิธวินท์เหมือนติดใจการได้เที่ยวกับ      

สองสาว รู้สึกสนุกไม่น้อยไปกว่าเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนกามเทพ พวกเธอเป็น     กันเองและไม่ถือตัวอย่างที่คาด ดารินทร์คบหามานานพอเข้าใจอยู่ แต่กับ      จีรณามีหลายๆอย่างในตัวเธอที่เขามองพลาดไป

“รินต้องกลับไปหาพ่อแม่ที่บึงกาฬทั้งสองอาทิตย์ พอกลับมาก็พักแค่วันเดียวแล้วก็ขึ้นเครื่องไปเรียนต่อเลย คงไม่ได้แวะเจอพวกแกอีก เพราะที่บ้านจะลงมาส่งรินก่อนขึ้นเครื่องด้วย” หญิงสาวหน้าหวานชี้แจงรายละเอียด ซึ่งเรื่องนี้จีรณารู้ดีก่อนแล้ว

“อ้าวหรือ” ชายหนุ่มที่เพิ่งรู้ก็พยักหน้าเข้าใจ รู้สึกได้ว่าดารินทร์ให้ความสำคัญกับเพื่อนสาวคนนี้มาก ถึงได้ยอมกลับมาแล้วเที่ยวก่อนเธอก่อนที่จะกลับไปหาพ่อแม่เสียอีก

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha