นายตัวร้ายกับสาวข้างบ้าน

โดย: อัณณากานต์ / ตั้งใจเขียน / รตี



ตอนที่ 2 : ไข ปา กู


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


        “อยากให้พี่โทรไปหากุ้งไหม” เข็มหอมถามเมื่อเสียงสะอื้นของเด็กสาวเงียบลง เกือบหนึ่งชั่วโมงที่สนทนากันเธอจับใจความได้แค่ว่าปุยฝ้ายโดนแฟนทิ้ง

        “ร้องออกมาแล้วจบแค่วันนี้ ผู้ชายแบบนั้นไม่ควรไปเสียน้ำตาให้” เข็มหอมลูบผมปุยฝ้ายเบาๆ เธอมีลูกน้องในสังกัดยี่สิบคนซึ่งเธอรักและเอ็นดูทุกคนเหมือนน้องเหมือนลูก แผนกต้อนรับน่าจะเป็นแผนกเดียวในโรงแรมที่ไม่เคยมีเรื่องอิจฉาริษยากันเพราะเธอปลูกฝังให้พนักงานรักและสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว

        “ทำไมพี่เข็มพูดแบบนั้นคะ” เธอเห็นแววตาของความเกลียดชังแล้วริมฝีปากที่เม้มแน่นนั่นอีก เหมือนว่าหัวหน้าพยายามจะกัดลิ้นตัวเองไม่ให้พูดอะไรออกมา

        “พี่เคยเห็น ไม่ใช่สิเพื่อนพี่มันเคยเห็นว่าแฟนของปุยฝ้ายพาผู้หญิงคนอื่นไปดินเนอร์ไม่ใช่แค่คนเดียวด้วย”

        “จริงเหรอคะ” ปุยฝ้ายถามด้วยความตกใจ ตลอดเวลาเจ็ดปีเธอไม่เคยระแวงสงสัยแม้แต่นิดเดียวว่าเขาจะมีคนอื่นเขาเป็นผู้ชายสุภาพและซื่อสัตย์มาก ก่อนจะนอนก็จะโทรหาหรือไม่ก็แชทคุยกันตลอด

        “พี่ไม่อยากพูดให้ความสัมพันธ์ของปุยฝ้ายกับแฟนต้องสั่นคลอน พี่คิดว่าเขาคงเลิกไปเองหรือคิดได้ในที่สุดว่าผู้หญิงคนไหนที่รักเขาหมดหัวใจแต่เขาก็คิดไม่ได้”

        “แล้วโต๊ะที่บุรีธาราเขาก็ไม่ได้จองหรอกนะ ไอ้ตั้มเพื่อนพี่มันเป็นผู้จัดการที่นั่นมันบอกว่าคืนนี้ร้านโดนเหมาเพื่อจัดงานแต่ง”

        “เขาโกหกฝ้ายทำไมพี่เข็ม ฝ้ายไม่ดีตรงไหน ฮือๆๆ” เมื่อได้รู้ความจริงปุยฝ้ายก็ร่ำไห้อีกครั้ง เธอไม่เคยมีใจหรือมองใครเลยในหัวใจของเธอมีแค่เขาเพียงคนเดียว เขาเป็นรักแรกและผู้ชายคนแรกและเธอหวังว่าเขาจะเป็นคนสุดท้ายด้วย

        “คนที่ไม่ดีคือเขา ไม่ใช่เราจำไว้ปุยฝ้าย”

        “ถ้าฝ้ายดีจริงพี่บาสจะทิ้งไปทำไม ขอขอฝ้ายโทรไปหาพี่บาสก่อนนะคะ ฝ้ายจะถามว่าฝ้ายต้องปรับปรุงอะไรบ้าง” หญิงสาวที่หัวใจแหลกสลายถามไปสะอื้นไปส่วนมือก็ควานหาโทรศัพท์ไปด้วย

        “พี่จะให้มือถือแต่เบอร์ที่จะกดออกต้องไม่ใช่เบอร์ผู้ชายคนนั้น เขาทิ้งหนูไปแล้วปุยฝ้ายทิ้งได้เลือดเย็นมากด้วยเลือกวันครบรอบเพื่อบอกเลิกจิตใจอำมหิตที่สุด” เข็มหอมกำมือถือของปุยฝ้ายไว้ เธออยากให้เด็กสาวตัดใจจากคนเลวๆ แบบนั้น คนดีๆ แบบเธอไม่สมควรไปเสียเวลากับมันอีก

        “โทรไปหากุ้ง ตกลงไหม” เธอกำชับก่อนจะส่งมือถือคืนให้เจ้าของ

        ปุยฝ้ายโทรไปหาเพื่อนตามที่หัวหน้าบอก เธอก็ไม่รู้ว่าทำไมหัวหน้าต้องสั่งแบบนั้นคนที่อยากคุยด้วยที่สุดในโลกตอนนี้คือพี่บาส เธอไม่อยากคุยกับใครนอกจากเขา

        “เก่งมากเดี๋ยวพี่อยู่เป็นเพื่อนนะ” เข็มหอมชมเมื่อลูกน้องวางสายจากเพื่อนสนิท กลอยใจหรือกุ้งคือพนักงานอีกคนที่อยู่ภายใต้การดูแลของเธอ

        “พี่เข็ม ฝ้ายฝ้ายอยากคุยกับพี่บาส ให้ฝ้ายโทรไปหาเขานะคะ” ปุยฝ้ายอ้อนวอน

        “เขาไม่ซื่อสัตย์กับหนูทำให้หนูเสียใจปางตาย ยังจะอยากคุยกับเขาทำไม”

        “ฝ้าย ฮือๆๆๆ ฝ้ายรักเขา ฝ้ายขาดเขาไม่ได้”

        “ได้สิ จะอยากมีคนเลวอยู่ในชีวิตทำไม ก่อนหน้านั้นที่ยังไม่มีเขาทำไมอยู่ได้ล่ะ”

        “ฝ้ายอยู่ไม่ได้ ฝ้ายอยากตาย ฮือๆๆๆ”

        “ปุยฝ้าย พูดอะไรออกมารู้ตัวไหม” เข็มหอมจับไหล่ของลูกน้องไว้ เธอจ้องดวงตาแดงช้ำอย่างแน่วแน่เพราะอยากให้เธอได้สติ

        “ฝ้ายรักเขา ฝ้ายอยู่ไม่ได้”

        “คิดบ้างไหมว่าพ่อแม่มาได้ยินจะเสียใจแค่ไหน ท่านเลี้ยงหนูมาด้วยความรักแล้วหนูจะมาจบชีวิตเพื่อผู้ชายเลวๆ คนเดียวเหรอ”

        “ฮือๆๆๆ พี่เข็ม”

        “ร้องซะให้พอแล้วจบแค่วันนี้” เข็มหอมทั้งขู่ทั้งปลอบเด็กสาว เธอรู้ดีถึงพิษรักว่ามันร้ายแรงแค่ไหนมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำใจและก้าวผ่านไปแต่มันก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเข้มแข็งและเดินไปข้างหน้า

        “ฝ้าย พอแล้ว ดูหน้าตาสิ” กุ้งมาถึงตอนสามทุ่มกว่าเพราะรถติดมากแถมยังอยู่คนละฝั่งกับโรงแรม

        “ฮือๆๆ แก พี่บาสเขาทิ้งฉันไปแล้ว” ปุยฝ้ายไปซบหน้าร้องไห้กับเพื่อนแทน

        “ดี คนเผด็จการแบบนั้นไปรักมันทำไม” กุ้งบอกด้วยความสะใจ เพื่อนของเธอแทบจะใช้ชีวิตตามใบกำกับของไอ้บ้านั่น มันสั่งทุกอย่างตั้งแต่การแต่งตัวไล่ไปยันของกิน

        “แต่ฉันรักเขา ฮือๆ”

        “แต่มันไม่ได้รักแกแล้ว โอเคม่ะ เลิกร้องถ้าแกยังร้องอีกนะฉันจะถือว่าแกไม่รักฉัน”

        “พี่เข็มคะ ขอบคุณมากเลยค่ะที่อยู่เป็นเพื่อนมันเดี๋ยวกุ้งดูแลต่อเอง ป่านนี้ลูกกับสามีพี่เข็มรอแย่แล้ว”

        “ไม่เป็นไรพี่ส่งข้อความไปบอกแล้ว ปุยฝ้ายอยากพักก่อนไหม”

        “ดีค่ะพี่เข็ม ปีนี้มันยังไม่ได้พักร้อนเลย” กุ้งชิงตอบแทนเพื่อน

        “งั้นพี่จัดให้หยุดสามวัน เหลือไว้ก่อนเผื่อปลายปีปุยฝ้ายอยากจะลากลับบ้าน” เข็มหอมตัดสินใจ พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ซึ่งปกติคือวันหยุดของปุยฝ้ายแต่บังเอิญเพื่อนขอแลกไว้เมื่อตอนต้นเดือนแต่เธอคิดว่าพนักงานที่กำลังป่วยด้วยโรคอกหักคงไม่มีกะจิตกะใจมาทำงานแน่ๆ

        “ส่วนกุ้ง พรุ่งนี้หยุดไปนะสับวันหยุดกับอาร์มเดี๋ยวพี่บอกอาร์มเอง”

        “ขอบคุณค่ะพี่เข็ม”

        “เลิกร้อง หยุดๆๆ” กุ้งเอามือถูแก้มเพื่อนไปๆ มาๆ เธอรอเวลานี้มานานแล้วเวลาที่เพื่อนของเธอจะได้หลุดจากกรงขังของไอ้บ้านั่น เมื่อก่อนเธอกับฝ้ายไปมาไหนมาไหนด้วยกันเสมอแต่พอมาคบกับพ่อจอมเผด็จการค่ำคืนของสาวๆ ก็หายไป เธอไม่ได้อิจฉาที่เพื่อนมีแฟนแต่เธอรู้สึกมาตลอดว่าผู้ชายคนนี้ตอแหล

        “ฉันไม่ดีตรงไหนอ่ะแก” ปุยฝ้ายถามเพื่อน

        “ไม่ดีตรงที่ซื่อและไว้ใจคนอื่นมากเกินไป คืนนี้ไปลัลลาดีกว่า”

        “สภาพนี้เนี่ยนะ” ปุยฝ้ายก้มมองตัวเองยังอดเวทนาไม่ได้

        “มืดแบบนั้นใครจะมานั่งมองเสื้อผ้าส่วนหน้าตาเดี๋ยวกุ้งคนสวยจัดให้” ว่าแล้วเพื่อนสนิทก็งัดเครื่องสำอางออกมาจากกระเป๋าแล้วเนรมิตใบหน้าหม่นหมองให้สวยผุดผ่องราวกับไม่เคยผ่านการร้องไห้มาก่อน

        กุ้งพาเพื่อนไปแด๊นซ์อย่างสุดเหวี่ยงเพื่อให้ลืมทุกอย่าง ฝ้ายเองก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าตั้งแต่คบกับพี่บาสเธอก็ไม่เคยมีเวลาให้เพื่อนอีกเลยทั้งที่สมัยมัธยมเธอกับกุ้งจะไปเที่ยวเล่นด้วยกันเสมอแต่พอมีแฟนเธอก็จัดเขาไว้เป็นความสำคัญลำดับหนึ่งมาตลอด

        “เฮ้ยๆ เบาหน่อย” กุ้งปรามเพื่อนที่กระดกเหล้าถี่เหลือเกิน

        “เบา เบย อารายยย ไม่มาวว สักนิด” ปุยฝ้ายเถียงกลับเสียงอ้อแอ้แล้วคว้าแก้วเหล้ากลับมาดื่มอีกอึกใหญ่ เธอถามตัวเองว่าทำไมผู้คนรอบตัวถึงหน้าตาเหมือนกันไปหมดแถมหัวก็หมุนๆ ชอบกล

        “ไปห้องน้ำก่อนนะ” กุ้งตะโกนใส่หูเพื่อน

        “โอเคๆ” ปุยฝ้ายตอบกลับไป 

        กุ้งบุกตะลุยไปหลังร้านด้วยความรวดเร็วเพราะปวดฉี่จะแย่แล้วส่วนฝ้ายได้ยินเพื่อนบอกว่ากลับบ้านก่อนนะจึงเดินฝ่าฝูงชนออกไปนอกร้านด้วยความทุลักทุเล

        “ท๊ากกก ซี่ จอดๆๆ” ปุยฝ้ายโบกรถแล้วบอกจุดหมายปลายทาง กุ้งกลับมาที่โต๊ะเมื่อไม่เจอเพื่อนก็มองหาจนทั่วร้านแถมเดินกลับไปดูที่ห้องน้ำอีกรอบแต่ก็ไม่เจอโทรหาก็ไม่ยอมรับสาย

        “โอ๊ย! ฝ้าย แกหายไปไหนเนี่ย”

        “อ้าว คิดว่ากลับไปด้วยกันซะอีก” การ์ดหน้าร้านที่กุ้งคุ้นหน้าคุ้นตาดีทัก

        “อะไรนะ ใครกลับ”

        “ก็เพื่อนไง ที่มาด้วยกันตะกี้ขึ้นแท็กซี่ไปแล้ว”

        “จริงดิ”

        “จริง จะโกหกทำไมล่ะ”

        “ตายแล้ว ไอ้ฝ้าย ตายๆๆ” กุ้งกระหน่ำโทรไปหาเพื่อนอีกครั้ง

        ปุยฝ้ายนั่งครึ่งหลับครึ่งตื่นมาตลอดทาง เธอยังสนุกอยู่เลยแต่ไอ้กุ้งดันไล่กลับบ้านซะงั้นแต่ไม่เป็นไรหรอกไว้วันหลังค่อยมาแด๊นซ์กันใหม่

        “ขอบคุณมากกก ค่า” ปุยฝ้ายบอกด้วยน้ำเสียงรื่นเริง โชคดีนักที่โชเฟอร์เป็นลุงแก่ๆ ธรรมะธัมโมไม่อย่างนั้นล่ะก็ป่านนี้โดนลากไปข่มขืนกลางป่าแล้วแน่ๆ

        “อย่าดื้อกับพี่สิ จุ๊ๆ” หญิงสาวคุยกับแม่กุญแจที่ดิ้นไปดิ้นมาไม่ยอมให้ไข จริงๆ แล้วเพราะมือเธอสั่นต่างหาก

        “เสียงอะไรวะ” สายฟ้าต้องลุกจากเตียงมาด้วยความหงุดหงิด เพิ่งปั่นงานเสร็จล้มตัวลงนอนกำลังเคลิ้มๆ ก็โดนรบกวนจากเสียงประหลาด

        “คุณ ทำอะไร” เขาตะโกนถามคนข้างบ้านที่ยืนเกาะประตูรั้วไม่ยอมเข้าไปสักที

        “ขายยย ปา กู นะเซ่ ถามด้ายยย”

        “อะไรนะ” เขาได้ยินชัดเต็มสองหูแต่แปลไม่ออกเลยว่าคนข้างบ้านพูดอะไร

        นี่เมาเหรอ ? อะเมซิ่งมาก !

        เป็นเพื่อนบ้านกันมาเกือบสามปียังไม่เคยเห็นเมาเลยสักครั้งกลับบ้านดึกเกินสี่ทุ่มก็ไม่เคยหรืออาจจะเคยแต่เขาไม่เห็นแต่ทุกครั้งที่เห็นคือสองทุ่มกว่าเธอจะถึงบ้านแล้วก็ออกไปอีกทีตอนทำงาน ช่างเป็นคนที่มีกิจวัตรประจำวันคาดเดาง่ายเหมาะกับการปล้นเป็นที่สุด

        “ไข ปา กู ได้แหละ โครมมมม” เมื่อกุญแจเจ้ากรรมยอมพ่ายแพ้แต่โดยดีปุยฝ้ายก็เดินเข้าบ้านแต่ก็สะดุดเท้าตัวเองล้มหน้าคะมำ

        “เฮ้ย! คุณ โอเคไหม”

        “โอเค๊” เธอลุกขึ้นแล้วส่งสัญญาณมือไปให้เพื่อนบ้าน จากนั้นก็เดินโซซัดโซเซไปตามทางแล้วก็ชนประตูหน้าบ้านอีกโครมใหญ่ สายฟ้าดูจนเธอเข้าบ้านเรียบร้อยแล้วไปล้มตัวนอนแต่กลับข่มตาไม่ลงจนฟ้าสว่าง

 

       

       

       

       

       

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha