องครักษ์ยอดรัก (A Medjai)

โดย: ภูผาสีน้ำเงิน



ตอนที่ 3 : บทนำ – อาณาจักรฟาโรห์ ไคฟุ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

จากหยาดเหงื่อแรงงานของทาสชนชั้นล่าง ผู้ซึ่งใช้แรงงานนับหลายแสนคน เปลี่ยนจากพื้นละอองทรายอันยิ่งใหญ่ ร่วมกันสร้างสิ่งก่อสร้างด้วยหินผาและดินทรายกับหญ้าแห้ง ให้โลกได้รับรู้ว่านี้คือ ดินแดนแห่งเทพเจ้ารา

ภายในราชวังอันโออ่า ฐานทรงสี่เหลี่ยมสูงนับสิบเมตรทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ภายในถูกแบ่งเป็นห้องๆ ทั้งท้องพระโรง และห้องต่างๆ ตกแต่งด้วยสีฝุ่นติดผนังหินทรายอย่างสวยงามทั้งภายนอกและภายใน มีทางขึ้นด้วยบันไดหิน แกะสลักตามผนังหินแห้ง เล่าเรื่องราวของผู้เป็นเจ้าของพิรามิด

ลาดขึ้นไปอย่างกว้างขวาง หน้าทางเข้าประด้วยรูปปั้นของเทพฮามาคิสทั้งสองด้าน และเทพพทาห์ ทรงสถิตตามเสาดินทรายสูงตระหง่านทุกด้าน บริเวณเสาประดับคบไฟรอการจุดยามอาทิตย์อัสดงลับขอบฟ้า

สายลมร้อนระเรื่อจากผืนทราย แปรเปลี่ยนความเย็นเมื่อพัดผ่านภายในสถานที่พระราชวังแห่งฟาโรห์ ดินแดนสถิตแห่งลูกหลานเทพเจ้ารา ผู้สร้างโลกและอารยธรรมแก่มวลมนุษย์ สถานที่วังใน... เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพรรณ ร่มรื่นด้วยสระน้ำ และรูปปั้นเทพฮอรัส  ผู้ปกปักรักษา รอบรู้แห่งมองเห็นทุกสิ่งด้วยสายตาอันแหลมคม

ข้าทาสบริวารประดับด้วยอาภรณ์ผ้าดิบขาว จากใยปาปิรุสถักสาน ร้อยเรียงกลายเป็นอาภรณ์สีขาวดิบ ปกปิดเพียงกายท่อนล่าง ประดับอาภรณ์ท่อนบนด้วยอัญมณี และหินสีเพียงน้อยชิ้น

 

ผู้ครองนครนูเบีย ผืนอาณาจักรไอยคุปต์ติดลุ่มแม่น้ำไนล์ทางทิศตะวันออก พระนามของพระองค์ ฟาโรห์ ไคฟุ พระองค์ทรงขึ้นครองราชเมื่อมีพระชนมายุแค่ 15 ชันษา ทรงอภิเษกสมรสกับน้องสาวของตน มีพระนามว่า เนอเฟอรี ผู้งดงาม เป็นอัครมเหสีผู้เปี่ยมด้วยเมตตา และเป็นที่รักของชาวไอยคุปต์ วันเวลาผ่านไปสองปี ในความสงบสุขของอียิตป์ ทั้งสองพระองค์มีข่าวดีแก่ชาวลุ่มน้ำไนล์นั้นคือ องค์รัชทายาทพระองค์แรก

บุตรพระองค์แรกคือ เจ้าชาย อเตนเมนทา ไคฟุทิ่1 มีพระชนมพรรษาเพียง 3 พรรษา ก็มีความสนพระทัยด้านการขี่อูฐ รถศึก กับศาสตราวุธ ฟาโรห์ผู้เป็นพระบิดาจึง ส่งเจ้าชายน้อยร่ำเรียนตามที่ชอบพระหทัย

เจ้าชายอเตนเมนทา ทรงไว้เกศาปอยผมยาว รัดด้วยริบบิ้นทำจากเยื่อปาปิรุส ชุบทองคำ ระบ่า ประดับอาภรณ์คล้องไหล่ทั้งสองด้วยเนื้อผ้าขาวร้อยเรียงหินแม่น้ำไนล์ประดับ เนื้อผ้าขาวสะอาดพันกายปกปิดท่อนล่าง และสวมรองเท้าสานจากเยื่อปาปิรุส มีวิสัยเข้มแข็ง ห้าวหาญ พูดชัดถ้อยชัดคำ เสียงดัง เป็นที่น่าเกรงขามแกขุนนางในวังทุกๆ คน แต่เยาว์วัย

 

ในเพลานี้เอง ฟาโรห์ไคฟุสนพระทัยหญิงนางหนึ่งซึ่งมาจากดินแดนอื่นชื่อ มุนนัตรา ระหว่างที่ราชินีเนอเฟอรี ประชวรเนืองๆ เนื่องจากมีพระราชกรณียกิจภายในราชอาณาจักร ด้านการเกษตร เพื่อประชาชนของพระองค์ทุกคนจะได้อิ่มหน่ำกัน

ต่อมาไม่นาน... มุนนัตราได้ให้กำเนิดบุตรชายแก่พระองค์มีนามว่า เมมเนปทา ถือว่าเป็นบุตรชายของฟาโรห์ไคฟุด้วยเช่นกัน... ดังนั้น มุนนัตราจึงได้รับการสถาปนาเป็นนางสนมเอกของพระองค์ เด็กชายที่เกิดจากคนธรรมดา และสมมติเทพอย่างฟาโรห์ไคฟุ จึงได้ถูกสถาปนาในภายหลัง กลายเป็น เจ้าชาย เมมเนปทา ไคฟุที่2ในที่สุด

เจ้าชายเมมเนปทาทรงไว้ผมปอยด้านซ้ายเช่นเดียวกับพระเชษฐา เพียงแต่สวมอาภรณ์ด้วยเนื้อผ้าหลากสี มากกว่าจะประดับอาภรณ์ด้วยอัญมณี ซึ่งมีวิสัยที่เริงร่า เป็นกันเองมากกว่าการวางตัวเยี่ยงกษัตริย์ เป็นที่รักของเหล่านางสนม และนางกำนัลทั้งหมด แต่พระองค์มิได้ให้ความสนิทกับใครนอกจากมารดา มุนนัตรา และบิดาของพระองค์

 

ในเวลาอันใกล้เคียง ราชินีเนอเฟอรีได้ให้กำเนิดบุตรีพระองค์แรกแก่ฟาโรห์ไคฟุ เจ้าหญิงพระนามว่า เจ้าหญิง ไมเนน แห่งไนล์ เจ้าหญิงน้อยจึงเป็นที่รักของฟาโรห์ไคฟุมากยิ่งนัก เด็กสาวตัวน้อยที่มีผมดำสนิท เรียบเนียนสลวยราวกับแพรไหมตรง ยาวระเรื่อประบ่า ปกปิดหน้าผากสวยด้วยเรียวผมปกหน้า ประดับด้วยมงกุฎเล็กๆ และงูน้อยทองคำตามความเชื่อว่า พญางูบูโตจะคุ้มครองนางจนเติบใหญ่ เช่นเดียวกับ เทพฮอรัส

วิสัยของเจ้าหญิงน้อยค่อนข้างเอาแต่ใจ ง้องอน ชอบขอในสิ่งที่ตนต้องการเสมอ สิ่งที่นางพอใจไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด หากไม่ได้รับตามที่ต้องการ จะต้องหาทางเอามาให้ได้ในที่สุด แม้ว่าจะต้องสูญเสียนางกำนัลเท่าไหร่ก็ตาม

แต่เนื่องจากพระวรกายของราชินีเนอเฟอรีไม่สู้ดีอยู่แล้ว การประสูติของเจ้าหญิงน้อย ทำให้พระนางมีสุขภาพวรกายที่ไม่ดีขึ้นยิ่งกว่าแต่ก่อน ราชินีเนอเฟอรีจึงต้องหยุดพระราชกรณียกิจต่างๆ นอนพักรักษาอาการประชวรอยู่ภายในวังตลอดปี กระทั่งปีถัดมา ราชินีเนอเฟอรีหลับใหลไปตลอดกาล เดินทางไปโลกวิญญาณ เพื่อไปเข้าเฝ้าองค์เทพโอซิริสยังโลกหน้า...

 

การจากไปของราชินีเนอเฟอรี สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับชาวไอยคุปต์ยิ่งหนัก และความเสียใจนี้เกิดขึ้นกับฟาโรห์ไคฟุมากที่สุด เวลานี้เป็นโอกาสอันงามของมุนนัตราที่จะขึ้นมาแทนที่ตำแหน่ง ราชินี แทนพระนางเนอเฟอรี

หากฟาโรห์ไคฟุยังไม่มีใจที่จะแต่งตั้งสถาปนานางใด ขึ้นมาแทนที่เนอเฟอรีอันเป็นที่รักของพระองค์ ดังนั้น... ระหว่างนี่เองที่ความเจริญรุ่งเรืองในยุคของพระองค์ เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ ด้วยเจ้าชายทั้งสอง และเจ้าหญิงน้อยอีกหนึ่ง มาด้วยกัน วันเวลาแห่งความสงบสุขยังคงดำเนินต่อไป...

 

7 ปีให้หลัง...

เมื่อฟาโรห์ย่างเข้าพระชนมพรรษาปีที่สามสิบเอ็ด ทรงเล็งเห็นแล้วว่าพระองค์ควรจะจัดสร้างพีรามิดเพื่อเป็นสถานที่ศักสิทธิ์สำหรับการทำพิธีกรรมต่างๆ รวมไปถึงการจัดสร้างรูปปั้นประจำพระองค์ไว้ที่หน้าพีรามิด ในสถานที่กว้างใหญ่บนผืนทราย เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ชนรุ่นหลัง เมื่อพระองค์ถึงวันลาจากโลกนี้ไป รูปปั้นของพระองค์จะเป็นตัวแทนให้ลูกหลานแห่งเทพเจ้ารา ยังคงจดจำพระองค์ดั่งสถิตอยู่ ณ นครนี้ตลอดไป การเกณฑ์ชนชั้นทาสมากมาย เป็นจำนวนนับหลายแสนคน เพื่อทำการปลูกสิ่งก่อสร้างพิรามิดและรูปปั้นจึงได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

เจ้าชายอเตนเมนทา ทรงมีพระวรกายที่แข็งแรง สนพระทัยในการเชิงศึก รวมไปถึงด้านการปกครอง พระองค์มั่นใจว่าในอนาคต จะเป็นฟาโรห์องค์ต่อไป หากได้รับการสถาปนาอย่างแน่แท้ แม้ว่าจะมีเจ้าชายเมมเนปทาผู้เป็นอนุชาร่วมศึกษาด้วยก็ตาม พระองค์มักสนในการแข่งทำข้อสอบ การเมืองการปกครองด้วยกันเสมอ กระทั่งพระอาจารย์ผู้ออกข้อสอบต้องเขียนข้อสอบสำหรับ ผู้ร่ำเรียนระดับสูง เกินกว่าวัย สิบชันษา และ แปดชันษาจะสอบได้

เจ้าชายทั้งสองพระองค์ ร่ำเรียนการทำข้อสอบมาเป็นอย่างดี และร่ำเรียนได้ดีกว่าบุตรของแม่ทัพขุนนางคนอื่นๆ แม้แต่เจ้าหญิงไมเนนผู้ไม่ชอบร่ำเรียนการศึก ยังต้องขอเปลี่ยนมาเรียนด้านการปกครอง การเรือน และการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เทพเจ้า ด้วยวัยเพียงแค่เจ็ดชันษา

วันหนึ่งที่ เจ้าหญิงน้อยถูกเรียกตัวเข้าพบบิดา ได้รับการสถาปนาเจ้าหญิงไมเนน เป็นราชินีแห่งไอยคุปต์ พร้อมทั้งอภิเษกสมรสตามจารีตประเพณีในเวลานั้น... เนื่องจากพระองค์ไม่อาจทนการรบเร้าของนางสนมเอกของมุนนัตราได้ เพราะกฎมนเฑียรบาล มิอาจให้ผู้นอกรีตหรือนอกสายเลือดขององค์เทพเจ้ารา สถาปนาอยู่ในระบอบกษัตริย์ได้

เมื่อเจ้าหญิงพร้อมให้กำเนิดบุตร รัชทายาทองค์ที่สามมีพระนามว่า เจ้าชาย มูห์เทป ไคฟุที่3 กำเนิดขึ้นมาท่ามกลางความยินดีปิติของชนชาวไอยคุปต์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเจ้าชายทั้งสองพระองค์แรก เมื่อมีองค์รัชทายาทผู้สืบบัลลังค์ และราชินิผู้มีชันษาน้อย องครักษ์จึงเป็นสิ่งสำคัญ ชนเผ่านักรบผู้อยู่เคียงข้าง จึงได้รับเกียรตินี้เพื่อเป็นผู้ปกป้ององค์ฟาโรห์ เจ้าชายและเจ้าหญิงร่วมกัน...

 

ค่ำคืนหนึ่งในคืนวันเพ็ญ องค์ฟาโรห์ทรงรับสั่งให้เหล่านักพยากรณ์ ทำนายอาณาจักรไอยคุปต์ ในห้องศักดิ์สิทธิภายในราชวัง ชายไร้เกศาชุดคลุมยาวสีดำ พาดด้วยแถบผ้าสีทองบนบ่าทั้งสอง น้อมบูชาต่อองค์เทพโอซิริสและเทวีไอซิสเบื้องหน้า โดยมีกองเพลิงใหญ่กลางห้องโถงเพื่อขอทำนายโชคชะตาแก่ฟาโรห์ไคฟุ

เมื่อคำทำนายปรากฏชัด ใบหน้าของชายผู้ทำนายด้วยวัยเพียงสี่สิบต้นๆ ให้คำตอบแก่องค์ฟาโรห์...

เมื่อใดที่ปรากฏหญิงดวงเนตรสีฟ้า เบื้องหน้านั้น... จะหมดวาระสมัยของฟาโรห์ไคฟุ อาณาจักรจะเข้าสู่หายนะวิบัติ...สิ้นคำทำนาย... พระพักตร์ของฟาโรห์ไคฟุถึงกับไม่พอพระหทัย

เจ้าแน่ใจหรือ... ว่าองค์เทพโอซิริสกล่าวเตือนข้าเช่นนั้น? องค์ฟาโรห์ตรัสถามนักพยากรณ์แห่งไอยคุปต์ที่มีความสามารถมากที่สุดแล้ว

พะยะค่ะ... สิ่งเดียวที่จะปกป้องอาณาจักรของพระองค์ คือกำจัดนางเสีย เมื่อค้นพบ...

 

การค้นหาหญิงสาวทั้งดินแดนจึงเริ่มต้นตลอดปีหนึ่ง ทหารและเหล่าเม็ตไจทำการค้นหานางผู้มีนัยน์ตาสีฟ้าไม่ว่าจะเริ่มค้นหาตั้งแต่ ทาส ประชาชนไอยคุปต์ หรือแม้กระทั้งนางกำนัลในวังทั่วราชอาณาจักรของฟาโรห์ กลับไม่พบนางนัยน์ตาสีฟ้าผู้นั้น

นั้นเป็นสิ่งที่ฟาโรห์ไคฟุหวาดหวั่นว่านางจะปรากฏตัวในดินแดนของพระองค์ ตั้งแต่นั้นมา... การสืบค้นหาหญิงผู้นั้นจึงหยุดไป... โดยหารู้ไม่ว่า หัวหน้าชนเผ่าอเคเดี้ยนของชาวเม็ตไจ ปกป้องและเก็บความลับของหญิงสาวผู้มีนัยน์ตาสีฟ้าไว้

 

#######


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha