องครักษ์ยอดรัก (A Medjai)

โดย: ภูผาสีน้ำเงิน



ตอนที่ 5 : เจ้าชายกับรอยความทรงจำ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ภายในราชวังที่ร่มรื่นเย็นสบาย เจ้าชายมูห์เทป รัชทายาทลำดับสาม กำลังร่ำเรียนการปกครองระดับสูงสุด  กับพระอาจารย์ผู้สอนองค์รัชทายาทด้วยใบปาปิรุสเพียงลำพัง เพื่อภายภาคหน้าจะได้ช่วยปกครองอาณาจักรไอยคุปต์ร่วมกัน

ข้าพระองค์ได้สอนในสิ่งที่รู้มา แก่เจ้าชายหมดแล้ว หลังจากนี้ไป... พระองค์จะต้องพากเพียรด้วยพระองค์เองต่อไป เพื่อนำความรู้ทั้งหมดบันทึกลงใบปาปิรุส และอานุสรณ์สถานของพระองค์เมื่อถึงกาลวายชนม์... ร่างคล้ำในชุดนักบวชสีครีมของพระอาจารย์ยืนตัวตรง พร้อมโค้งคำนับให้แก่เจ้าชายมูห์เทป ซึ่งกำลังประทับอยู่บนเบาะรองนั่งด้วยผ้าเนื้อสีเหลือง เอนกายอย่างสบายตั้งใจฟังคำสอนของผู้มากประสบการณ์

เจ้าชายอเตนเมนทา เจ้าชายเมมเนปทา ประทับยืนอยู่ ณ ระเบียงหินอันสวยงามพร้อมในมือมีผลไม้หลากชนิดเสวยรอพระอนุชาร่ำเรียนจนเกิดความเบื่อหน่าย พระเชษฐาองค์โต คลายวงแขนกอดอกอย่างหมดความอดทนที่จะรอต่อไป...

 “ข้าฟังเจ้าพร่ำมาหลายปีจนเบื่อแล้ว... ข้าจะไปล่าสัตว์ อเตนเมนทาเกริ่นชวนน้องชายต่างมารดา เพราะมีอายุไล่เลี่ยกัน ไปล่าสัตว์หาความสนุกด้วยกันได้อย่างร่าเริง

เจ้าจะไปกับข้าไหม เมมเนปทา...เจ้าชายอเตนเมนทา เมินความสนพระหทัยพระอาจารย์ผู้มากด้วยอายุก่อนร่วงโรยตามกาล

ไปสิ เจ้าพี่... เจ้าล่ะ มูห์เทป? เมมเนปทาหันไปถามน้องชายคนล่าสุด ซึ่งยังเป็นเพียงวัยหนุ่มน้อยสิบห้าชันษา ห่างกับเขาถึงสิบสองปี

แน่นอนสิ... พระสุรเสียงของเจ้าชายทั้งสามเห็นพ้องต้องกันแล้ว พระอาจารย์มิได้โต้แย้งอย่างใด เมื่อเป็นความประสงค์ขององค์รัชทายาท การเรียนในวันนี้จบลงตั้งแต่บ่ายเร็วกว่าปกติ

เจ้าชายทั้งสามจึงเดินทางออกจากห้องร่ำเรียนไปพร้อมกัน โดยมีทหารองครักษ์ติดตาม เส้นทางระเบียงหินภายในเรียบมันไร้ละอองทราย ฉ่ำเย็นด้วยสายลมพัดผ่านตามลู่ทางเดิน กระทั่งจนถึงทางออกราชวังอันสูงใหญ่ด้วยหินผาก้อนเดียวแกะสลักไว้ ตามต้นเสาหินใหญ่มีรูปปั้นของเหล่าเทพเจ้าทรงสถิตอยู่ เพื่อปกป้องคุ้มครองและสร้างความรุ่งเรืองแก่อาณาจักรแห่งนี้

 

วันนี้พวกเขาออกไปอีกแล้วหรือ พระอาจารย์ พระสุรเสียงหวานขององค์ราชินีดังขึ้น เมื่อนางเสด็จมาเยือนหาเจ้าชายองค์เล็กถึงห้องเรียน แต่กลับพบพระอาจารย์เพียงลำพัง และไร้ร่างบุตรชายตน

เรียวพระพักตร์ที่ถูกแต่งแต้มอย่างสวยงาม ดวงตาถูกขับให้เด่นชัดด้วยเฮนน่า เรือนผมถูกจัดหวีเรียบตรง ประดับด้วยมงกุฎทองคำพร้อมเศียรงูเห่า ร่างงามภายในอาภรณ์ประดับอยู่ในผ้าขาวปกปิดอกคู่สวย และเรือนร่างช่วงล่างประดับด้วยสร้อยทองคำระย่า กับผ้าคลุมโปร่งขาว

พะยะค่ะ... เจ้าชายมูห์เทปทรงร่ำเรียนได้รวดเร็วกว่าเจ้าชายพระเชษฐาทั้งสอง พระอาจารย์รายงานการเรียนให้ทราบคืบหน้า สีหน้าขององค์ราชินีนิ่งงัน ก่อนจะพาร่างงามตนไปยังระเบียงของราชวัง มองหาร่างของเจ้าชายทั้งสาม พระพักตร์มองลงไปเบื้องล่าง

พบเจ้าชายทั้งสามขึ้นรถศึก โดยเจ้าชายอเตนเมนทาเคลื่อนรถศึกส่วนพระองค์ออกไปเป็นลำดับแรก และตามด้วยพระอนุชาทั้งสองออกไปนอกอาณาจักร

 

 

 

เสียงฝีเท้าของอเตนเมนทาดังหนักกระโดดขึ้นรถศึกทอง พร้อมด้วยคนควบคุมรถม้า ตามมาด้วยการวิ่งรถศึกของเมมเนปทา ซึ่งพระองค์มีเพียงแค่ธนูกับเกาทัณฑ์ และคนคุมรถศึกสีฟ้า มูห์เทปยังคงล่าสัตว์ไม่ได้ เนื่องจากเป็นเรื่องหนักของพระองค์ แต่ก็ชอบที่จะติดตามเจ้าชายผู้เป็นพระเชษฐาทั้งสอง เป็นการศึกษาการล่าสัตว์ไปในตัว ตัวรถศึกสีเขียวจึงเคลื่อนตามออกไปยังนอกเขตไอยคุปต์ มองหาสัตว์ที่ต้องการล่า ท่ามกลางแสงแดด และทรายร้อนระอุ

พื้นผิวทะเลทรายสูงต่ำดั่งคลื่น ทั้งเนินเตี้ยและเนินสูงกองรวมกัน ก่อเกิดหลุมบ่อบางแห่ง เพราะพายุทะเลทรายพัด

 

เสียงสรวลของอเตนเมนทาที่ได้ยิงเกาทัณฑ์ถูกหมาป่าทะเลทรายผู้โชคร้าย ออกหากินซากสัตว์ซึ่งนอนตาย มันกลายเป็นศพตามกัน เมมเนปทากำลังมองหาเหยื่อที่มากกว่านั้น แต่ก็ไม่พบสิ่งที่ต้องตา

เจ้าจะมองหาอีกนานไหม กว่าจะได้สัตว์มายิงสักตัว... อเตนเมนทาเอ่ยถามเมมเนปทา พลางหันไปหาพระอนุชา มูห์เทป ซึ่งทำได้เพียงแค่มาดูเท่านั้น

ข้ากำลังคิดว่า เราออกมาไกลเกินไปไหม ข้าไม่เห็นสัตว์ให้ล่าสักตัว... ลางสังหรณ์ของเมมเนปทากำลังทำงาน ความเวิ้งว้างที่ไร้สิ่งมีชีวิต กับอาณาเขตที่ไม่รู้จัก เมมเนปทาไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เอาเสียเลย

เจ้าเห็นไหม มูห์เทป?อเตนเมนทาร้องถาม ขณะที่เจ้าชายองค์เล็กมองซ้าย แลขวา ยังส่ายพระเศียรเห็นพ้องเดียวกับเมมเนปทา

 

พวกเจ้าไม่เอาไหนเลย... ข้าว่า... ไม่ทันสิ้นสุรเสียงของเจ้าชายอเตนเมนทา เสียงฝีเท้าอูฐจากเบื้องหน้าอีกประมาณหนึ่งกิโลทะเลทรายดังระเรื่อมาหาเหล่าพระองค์เรื่อยๆ

ข้าว่า... เราได้เผ่นกันแล้วล่ะ เมมเนปทาตอบแทนอเตนเมนทา นึกแล้วว่าลางสังหรณ์เขาบอกไว้ว่า ไม่น่าออกจากอาณาจักรไกลกว่าที่ควร พวกที่กำลังขี่อูฐมาหาพวกเขา มิได้เป็นมิตร หากแต่เป็นพวกเปอร์เซียผิวคล้ำในชุดคลุมสีดำ พวกนี้ชอบจับคนไปเป็นทาส และค้าขาย ไม่ว่าคนที่ถูกจับจะเป็นชนเผ่าไหน... ต้องเป็นทาสทุกราย

กลับ!!! เจ้าชายอเตนเมนทาตะโกนก้อง รถศึกทั้งสามรีบหันกลับเข้าสู่อาณาเขตตน ด้วยฝีเท้าม้านำรถศึกจะพาพวกเขาให้รอดพ้นจากชาวเปอร์เซีย เห็นทีจะต้องหนีพวกนี้ไปให้จงได้ แต่ชายชุดดำเปอร์เซียขับอูฐเทียบข้างรถศึกเจ้าชายองค์โต หวังจะทำให้ตัวรถศึกล้ม เจ้าชายอเตนเมนทาเคลื่อนรถศึกช้ากว่าพระอนุชาทั้งสองซึ่งนำหน้าไปก่อน จึงดึงร่างคนคุมรถม้าตกลงไป ส่วนตนเป็นผู้ขับใช้แส้ม้าที่ถือ หวดคนขี่อูฐด้านข้างหลบให้พ้นทาง ให้นำหน้าเจ้าชายน้อยทั้งสองแทน

เมมเนปทาหันเหลียวหลังเห็นรถศึกของพระเชษฐา แต่คนคุมรถหายไปคงเป็นเพราะน้ำหนักมากเกิน เหลือพระองค์เพียงลำพัง อาจเป็นเพราะการเคลื่อนที่ของรถศึกในท้องทะเลทรายไม่รวดเร็วเหมือนตอนเคลื่อนบนถนนหินในพระราชวัง จะหนีพวกนี้ได้เจ้าชายทั้งสามจะต้องหาทางเข้าเขตอาณาจักรโดยไวที่สุด

มูห์เทปรีบเข้าเขตพระราชวังเป็นรถศึกคันแรก เนื่องจากพระองค์เป็นเจ้าชายน้อย ส่วนเมมเนปทาและอเตนเมนทารีบขับเคลื่อนหนีพวกเปอร์เซียตามมาไล่เลี่ย กำแพงเมืองไอยคุปต์อยู่เบื้องหน้าแล้ว ทหารภายในรีบออกมาช่วยพระองค์ทั้งสองทันท่วงที

ชาวเปอร์เซียในชุดดำเห็นท่าไม่ดี เมื่อฝ่ายตรงข้ามมีกำลังคนมากกว่า รีบชักบังเหียนอูฐดึงกลับไม่กล้าเข้าไปจับกุมเจ้าชายอีก... พวกเขาปลอดภัยในสถานการณ์ภยันตราย...

 

เกือบแย่... เจ้าชายน้อยมูห์เทปเปรยใจหาย พลางยกมือซ้ายทาบอาภรณ์บนอกอย่างโล่งใจ ที่พ้นอันตรายมาได้ทัน

เราหนีพวกมันอย่างกับมดแตกรังเลย เมมเนปทาเอ่ยนึกอยากขำ แต่คงสรวลไม่ออก เมื่อพบร่างขององค์ราชินี ผู้มีชันษาน้อยกว่าตน แม้อาภรณ์ประดับวรกายจะงดงามเพียงใด แต่พระพักตร์ของนางที่ปรากฏ ท่าจะไม่ได้งามอย่างที่เห็น

ทหารไอยคุปต์ผู้อยู่บริเวณนั้น รีบคุกเข่าน้อมคำนับ มือขวาถืออาวุธยังต้องวางข้างลำตัว พร้อมลดโล่งสู่พื้นดินทราย ศีรษะก้มลงไม่กล้าสบพระพักตร์ของราชินีแห่งไนล์

 

เจ้าเป็นเหตุให้ลูกข้า ตกอยู่ในอันตราย อเตนเมนทา... พระสุรเสียงนาง แหลมสูงเล็กน้อย แม้จะรู้ว่าเจ้าชายน้อยปลอดภัย แต่ความโชคดีครั้งนี้คงไม่เกิดบ่อยนัก

มูห์เทปยังสบายอยู่ดีนะ... เขาเป็นลูกสมมติเทพแห่งรา ไม่มีใครทำอะไรเขาได้หรอก อเตนเมนทาบอกปัดความผิดเนื่องๆ ที่ก่อไว้ แม้จะไม่ได้ตั้งใจ แต่เมมเนปทาเห็นว่า อเตนเมนทาไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนี้

ข้าคุ้มครองมูห์เทปตลอด เจ้าจงวางใจเถอะ เมมเนปทาเอ่ยพระสุรเสียงเข้าข้างอเตนเมนทา แม้ว่าสีหน้าของไมเนนยังไม่ไว้วางใจอยู่ดี

พวกเจ้าช่างพูดเข้าข้างกันจริงๆ อย่าทำให้ลูกข้าเสียความประพฤติมากกว่านี้เลยนะ... มูห์เทป ตามข้ากลับวัง!!!” ร่างขององค์ราชินีหันกายกลับ สีหน้าพระพักตร์ของเจ้าชายมูห์เทปนิ่งเงียบ แววตาแห่งความสนุกสนานหมดลง ต้องเดินตามร่างของมารดาผู้มีอายุมากกว่าตนแค่สิบสองปี

 

ช่วงนี้ไมเนนมีความกังวลเช่นไรหรือ ถึงได้แปรเปลี่ยนไปได้มากเพียงนี้... อเตนเมนทาปรึกษากับเมมเนปทา มองร่างของพระขนิษฐาตน ซึ่งช่วงเวลานี้อยู่ในตำแหน่งภรรยาพระบิดา

นางคงเป็นห่วงมูห์เทป เหมือนท่านแม่ห่วงพวกเรานั้นแหละ แขนซ้ายเมมเนปทา กวาดอากาศโอบไหล่ผู้เป็นพระเชษฐา แล้วพาร่างของตนกลับเข้าวังตามหลัง หวังไว้เพียงว่า เรื่องในวันนี้จะไม่รู้ไปถึงหูของพระบิดา

“ข้าลืมไปแล้วว่า ความอบอุ่นจากเสด็จแม่เป็นเช่นไร...” นั้นเป็นคำตอบที่อเตนเมนทากล่าวได้ในยามนี้ ไม่เหมือนเมมเนปทาที่ยังมีนางอยู่ข้างกาย

 

เจ้าชายเมมเนปทาแยกทางกับเจ้าชายอเตนเมนทา เพื่อเดินเท้าเปล่ากลับห้องพักภายในวัง ร่างแกร่งในวัยยี่สิบเจ็ดปี ถอดอาภรณ์ฉลองพระองค์ทิ้งลงเบื้องพื้นทั้งหมด คงเหลือไว้อาภรณ์ช่วงล่าง พาร่างที่เพิ่งอาบแสงแดดอันร้อนผ่าว ลงในสระน้ำภายในห้องส่วนตัว ชำระล้างละอองเม็ดทรายที่เกาะตามร่างกาย

ในความเย็นของสายน้ำ กับความว่างเปล่าที่พระองค์อยู่ภายในห้องเพียงลำพัง ห้วงคำนึงที่พระองค์ยังนึกถึงคือ เด็กสาวคนหนึ่ง ผู้เคยช่วยชีวิตพระองค์ไว้... ลูกนางกำนัลคนนั้น ผู้แอบลักลอบเข้ามาภายในเขตพระราชฐานส่วนพระองค์ โดยมิได้รับอนุญาต นั้นเป็นการพบกันครั้งแรกของพระองค์กับนาง...

 

สิบเก้าปีก่อน พระองค์ยังเป็นเพียงเจ้าชายซึ่งชอบแอบหนีการเรียนปาปิรุสกับพระอาจารย์ เพราะเบื่อการศึกษาประวัติของเหล่าเทพเจ้า พระองค์ไม่มีความเชื่อ เรื่องลูกหลานของเทพเจ้ารา พระองค์เชื่อว่า คนเราทุกคนเกิดมาเหมือนกันทุกคน ต่างเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก และยศฐาบรรดาศักดิ์เท่านั้นเอง

ร่างเด็กชายผิวสีเหลือง ในอาภรณ์สีขาวกับอัญมณีประดับบนอาภรณ์คล้องบ่า พระองค์หลบมาอยู่เพียงลำพังในสวนต้นไม้ที่ร่มรื่น แอบหลับไปได้ระยะหนึ่ง รู้สึกถึงการมาของใครอีกคน พระองค์นึกพระทัยว่าอเตนเมนทาจะหาพบและฟ้องพระบิดาว่าแอบหนีเรียนปาปิรุส แต่สิ่งที่พระองค์ลืมตาตื่น ก็พบเด็กหญิงผิวสีแทน ผมดำระบ่า

นางเป็นเด็กน้อยที่หน้าตาไม่มีความสละสลวย ผิวคล้ำเข้มทั้งตัว ผมสั้นติดติ่งหู เรียวฟันไม่เรียงตัวและบางซี่คงจะหักไปบ้าง หรือฟันน้ำนมขึ้นไม่ครบ มีเพียงแค่อาภรณ์ปกปิดหน้าอกจนถึงหัวเข่า ที่เพิ่งจะคลานมาพบพระองค์ สีหน้าของนางก็คงจะสงสัยว่า เขาเป็นใคร เมมเนปทาก็เช่นกัน สงสัยว่านางเป็นใครและเข้ามาในสวนส่วนพระองค์ได้อย่างไร

นี่เจ้า... เข้ามาได้ยังไง เมมเนปทาในวัยเด็กเอ่ยถาม พลางลุกขึ้นนั่ง ในขณะที่ฝ่ายตรงข้าม คุกเข่ายันกายช่วงบนด้วยสองแขนผิวสีเข้ม

ข้าเพิ่งมาใหม่ แต่หลงทางน่ะ พลัดจากท่านแม่แค่แปบเดียว ข้าก็เดินมาเรื่อยๆ กระทั่งมาเจอที่นี่... เจ้าเป็นใครกันหรือ? นางถามด้วยสีหน้าฉงน เปลี่ยนท่านั่งยืดตัวตรง สำรวจฝ่ายตรงข้ามเพื่อจำจดจะได้รู้จักกันไว้

ข้านามว่า เจ้าชายเมมเนปทา ไคฟุที่สอง เจ้าล่ะ? พระองค์บอกยศและนามตน เด็กสาวอึ้งเล็กน้อยราวกับไม่เชื่อ

เจ้าน่ะหรือ เจ้าชาย... ไม่เหมือนอย่างที่ข้าคิดเลย ข้าชื่อ นาฟเร ข้าเป็นแค่ลูกนางกำนัลน่ะนางเอ่ยนามตนท่าทางธรรมดา เพราะมารดาของนางเป็นแค่หญิงนางกำนัล ผู้ติดตามเจ้าหญิงไมเนน ซึ่งตอนนี้นางเป็นเจ้าหญิงน้อยที่ต้องมีคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

ระหว่างที่เด็กทั้งสองกำลังทำความรู้จัก และสนทนาเรื่องฝ่ายตรงข้าม  สัตว์สีดำลำตัวยาวเลื่อยอย่างเชื่องช้า มายังพวกเขาทั้งสอง ด้วยหมายจะหาอาหารเพราะอดมานานหลายวัน วันนี้มันจะต้องได้กินอาหารซึ่งมันได้กลิ่นใกล้ๆ นี่แล้ว

กลิ่นสาปงูลอยเข้าจมูกเด็กหญิง นางนิ่งเงียบไม่ตอบเจ้าชายน้อย แต่สิ่งที่นางทำคือ ผลักเขาออกห่างให้พ้นจากที่นั้นให้เร็วที่สุด เจ้าชายนึกว่านางจะพยายามลอบทำร้ายเขา แต่ผิดคาดที่นางกลับถูกงูเห่ากัดเข้าที่สะบักขวา ลำตัวสีดำยาวกว่าสองเมตรเลื่อยรัดรอบกายนาง และพยายามปลิดชีวิตนางเป็นอาหารมัน

เจ้าชายยังคงกึ่งกล้ากึ่งกลัว มองงูพิษกัดเด็กหญิงอย่างเอาเป็นเอาตาย เมื่อตั้งสติได้จึงหยิบมีดประจำตัวซึ่งพกมาด้วย กรีดเข้าที่คองูพิษขาดออกจากลำตัว เลือดงูไหลอาบร่างเด็กสาว แต่นางหมดสติไปแล้ว ลมหายใจนางเริ่มแผ่ว เจ้าชายน้อยหวังว่าจะยื้ดชีวิตนางไว้ได้ทัน ก่อนเทพอนูบิสจะพรากนางไป

ข้าจะตามคนมาช่วยเจ้า เจ้าชายเมมเนปทาบอก ก่อนจะวิ่งออกจากสวน เรียกทหารองครักษ์พานางไปรักษาตัวนอกวัง ต่อมาไม่นานเจ้าชายเมมเนปทาทราบว่าบิดาของนาง คือเม็ตไจในวังของพระองค์ หลังจากนั้น พระองค์หาได้พบนางอีกเลย

 

อนาคตกลับมาอีกครั้ง เมื่อกระแสน้ำในสระกระเตื้องเป็นระลอกคลื่น เมมเนปทาลืมตาอย่างแช่มช้า พบร่างของราชินีไมเนนลงสระน้ำเดียวกับเขา

เจ้าไม่ควรเข้ามาในห้องข้าเพียงลำพัง โดยไร้นางกำนัลติดตาม... ท่านพ่ออาจลงโทษเจ้าและข้าได้เมมเนปทาเอ่ยเตือน การกระทำของนางอาจเป็นโทษในอนาคต

ข้าแค่อยากมาขอบคุณเจ้า ที่ช่วยชีวิตบุตรชายข้า... ข้าจะตกรางวัลให้ ด้วยการอาบน้ำให้เจ้าไง อารมณ์และน้ำเสียงของไมเนนตอนนี้ ต่างกับเมื่อตอนอยู่หน้าเมืองลิบลับ สองมือเจ้าชายทำงานปฏิเสธปฏิกิริยาของราชินีแห่งไนล์ ร่างชายลุกขึ้นยืน ปล่อยให้สายน้ำไหลอาบเรือนร่าง เจ้าชายเมมเนปทาก้าวเท้าออกจากสระน้ำ หันไปหยิบผ้าคลุมกาย มิให้นางได้ทำอะไรตามอำเภอใจ

“มูห์เทปล่ะ? เจ้าเรียกกลับวัง น่าจะอยู่กับเขานิ่นา” ครั้งสุดท้ายที่เจ้าชายเมมเนปทาจำได้ นางควรจะอยู่กับมูห์เทปแล้ว แต่กลับมาพบนางอีกครั้งในห้องส่วนพระองค์อีกครั้ง ทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก

เจ้าขี้อายกับข้าหรือ? ตอนที่พวกเรายังเป็นเด็ก พวกเรายังเคยอาบน้ำด้วยกันไม่เคยอับอายสิ่งใดเลยนี่นา พระสุรเสียงระรื่นของไมเนนยังคงดังแว่ว ท้าวแขนบางขาวนวลทั้งสองอยู่ขอบสระ แววตาดำขลับแต้มด้วยเฮนน่าเน้นดวงตา มองไปยังร่างงามที่คิดถึงของเมมเนปทา นางรักเขานานแล้ว

“เพลานี้ไม่เหมือนอดีตกาลก่อน ไมเนน... เจ้าไม่ควรทำเช่นนี้แก่ข้า แล้วมูห์เทปล่ะ?” เมมเนปทาจับเรียวมือบอบบางของนางทั้งสองไว้ให้ห่างกาย พลักนางให้ไกลมากที่สุดเท่าที่ทำได้

“ข้าเรียกพระอาจารย์ สอนพิเศษเพิ่มให้แก่มูห์เทป เพราะพวกเจ้าสองคนพาเขาออกไปนอกวัง ก่อนเวลาอันสมควร...เวลานี้มีแค่ข้ากับเจ้า” รอยยิ้ม และแววตาหวานฉ่ำหันแลมาทางเมมเนปทา

การขอบคุณของเจ้า ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้หรอกนะ มูห์เทปคือน้องข้าเช่นเดียวกับเจ้า... พระสุรเสียงของเมมเนปทาแข็งกระด้าง เพื่อย้ำเตือนมิให้นางกระทำกับเขาเยี่ยงเสมอบิดา นางคือราชินีของฟาโรห์ไคฟุ และเขาไม่มีสิทธิแตะต้องนาง แม้จะเป็นพี่น้องร่วมราชวงศ์ก็เถอะ มันไม่ได้ส่งผลดีต่อเขาเป็นแน่

พรุ่งนี้แล้ว ที่พวกเจ้าจะได้เหล่าเม็ตไจอารักขา ข้าแค่ไม่อยากให้พวกนางเข้าใกล้เจ้า เพราะข้าหึง... ไมเนนลุกขึ้นจากสระ เรือนร่างเปียกสายน้ำ กระทั่งเมมเนปทาต้องหาผ้าคลุมกายให้นางห่ม ทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้นางออกไปจากห้องบรรทมของเขาเร็วที่สุด

นั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันถูกระบุอยู่ในราชประเพณี เมื่อถึงเวลาที่ข้าจะต้องมีเม็ตไจใกล้ตัว ช่วงเวลาที่การสถาปนา ว่าที่ฟาโรห์องค์ต่อไป จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ เมมเนปทาเอ่ยพระสุรเสียงราบเรียบ มิได้ใส่ใจกับสิ่งที่ไมเนนกำลังหึงหวง พระองค์ไม่ได้ใส่ใจต่อเหล่าเม็ตไจ หากเจ้าชายเมมเนปทาให้ความสนพระทัยลูกนางกำนัลนางนั้น  ขอเพียงแค่เขาได้พบกับลูกนางกำนัลคนนั้นอีกครั้ง เขาจะ...

ข้าหวังว่าพวกนางจะเป็นเพียงแค่ เม็ตไจ มิใช่ เลื่อนตำแหน่งนางสนมของเจ้าเหมือนสวามีข้า... ไมเนนกล่าวอย่างหึงหวง แม้นางจะรักพระบิดาเฉกเช่นสวามี แต่นางก็ยังมีใจให้เมมเนปทา เพื่อหวังว่าสักวัน เมื่อสวามีนางหมดลมหายใจ นางแอบฝันว่าจะได้ครองรักกับเมมเนปทา เพื่อสถาปนากษัตริย์ราชวงศ์องค์ต่อไปคือ เขา...

เจ้าจงออกไปเถอะ ข้าอยากพักผ่อน... เมมเนปทาเอ่ยเชิงร้องขอ แต่สีหน้าไมเนนยังคงระรื่น ราวกับอยากอยู่ร่วมกับเขา เพื่อให้การพักผ่อนน่ารื่นรมณ์ กระทั่งเมมเนปทายังยืนยันคำเดิม นางจึงยอมออกจากห้องโดยดี

เมมเนปทารีบเลื่อนประตูบานห้อง พร้อมล็อคประตูด้วยคานไม้ หวังว่าการแอบเข้ามาในห้องครั้งนี้ของไมเนนจะเป็นครั้งสุดท้าย การแอบลอบมีสัมพันธ์กับราชินีของฟาโรห์ ไม่ใช่เรื่องดีแน่ เพราะนั้นหมายถึงการถูกทำ ฮอมได

 

#######


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha