องครักษ์ยอดรัก (A Medjai)

โดย: ภูผาสีน้ำเงิน



ตอนที่ 6 : คัดเลือกเม็ตไจอารักขา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เบื้องหน้าสถานที่ฝึกเม็ตไจ เต็มไปด้วยชายหญิงผู้มายืนส่ง เม็ตไจสาว ทั้งสามสิบคน วันนี้แล้ว... ที่พวกนางจะได้เข้าวังเพื่ออารักขาเจ้าชายทั้งสาม เนื่องจากเม็ตไจคนก่อนๆ ผู้เคยเข้าไปอารักขาภายในวัง ป่วยและพลีชีพในหน้าที่ ดังนั้นคำสั่งของฟาโรห์จึงขอให้ชาวเผ่าอเคเดี้ยนผู้ภักดีต่อเทพราในดินแดนไอยคุปต์ เกณฑ์เม็ตไจฝีมือดีที่สุดมาเพื่ออารักขากาลนี้

ใบหน้าของซาทาห์กับคีฟาถูกตกแต่งแต้มสีเพื่อเข้าพิธีคัดเลือกเม็ตไจ พร้อมสาบานตนเพื่อปกป้องบรรพชนราชวงศ์ไคฟุ พวกนางสวมอาภรณ์หนังสัตว์คล้องไหล่ ยาวปกปิดหน้าอกจนถึงหน้าท้อง เปลือยหลังลงสีเฮนน่าด้วยสัญลักษณ์ของชาวเผ่า อาภรณ์ช่วงล่างเป็นเพียงผ้าขาวครีมสั้นเหนือเข่า เพื่อให้การขยับกระฉับกระเฉง มือซ้ายถือโล่ประดับลวดลายเทพฮามาคิส และมือขวาถืออาวุธโคเพ็ธท์

พวกนางทั้งสามสิบคนยืนเข้าแถวเรียงกันสามแถว ผู้นำเผ่าเม็ตไจถือคฑาเซ็พเทอร์อยู่เบื้องหน้า และเม็ตไจชายคนหนึ่ง สวมหัวเทพอนูบิส พร้อมธงในมือทั้งสอง ประดับดวงโลหะลักษณะกลมเปรียบดังดวงอาทิตย์สูงเหนือฟ้า นำแถวเม็ตไจสาวทั้งสามสิบนาง เดินเท้าเปล่าบนทรายระอุ เพียงเท่านี้ไม่ทำให้พวกนางอ่อนระโหยโรยแรง หรือแสดงความอ่อนแอ พวกนางถูกฝึกหนักเพื่อความอดทนทุกสภาพ

 

ประตูหน้าทางเข้าพระราชวัง เต็มไปด้วยทหารราบเบื้องล่าง พวกเขาสวมหมวกคลุมเลยบ่าสีขาว ประดับกำไลแขนสีเงิน มีโล่กับโคเพ็ธท์ขาวเป็นอาวุธประจำตัว

พวกเขาต้องได้รับคำสั่งจากฟาโรห์เท่านั้น จึงจะยอมเปิดประตูให้หัวหน้าของเหล่าเม็ตไจเข้าไปได้ และพวกนางจึงเดินตามไปเป็นระเบียบ คีฟากับซาทาห์มิได้ขยับศีรษะหันไปรอบด้านภายในวัง เพียงพวกนางเหลือบดวงตา ก็พบกับความสวยงามราวกับสรวงสวรรค์ ที่ต่างกับความเวิ้งว้าง ว่างเปล่ากับทะเลทรายนอกวังอย่างเด่นชัด ไม่มีเสียงพูดคุยใดๆ นอกจากความคิดทำงานอัตโนมัติ คีฟานึกในใจ ในวังเปลี่ยนไปมากเลยที่นางไม่ได้กลับมาที่นี่อีก

คำถามมากมายเกิดขึ้นกับคีฟา มารดาของนางไม่ได้กลับมาบ้านอีกเลย ตั้งแต่บิดาพานางกลับมารักษาตัวหลังจากถูกงูพิษกัดครั้งนั้น นางได้รับข่าวของมารดาจากบิดาเสมอ กระทั่งเมื่อนางกำลังย่างเข้าวัยยี่สิบปี มารดาของนางติดโรคระบาด และถึงแก่ความตายในที่สุด คีฟามิได้ร้องไห้ เพราะเชื่อว่าเทพอนูบิสมารับนางไปเข้าเฝ้าเทพโอซิริสอยู่เคียงข้างพระองค์ตลอดกาล

นับจากมารดาของนางสิ้นลม คีฟาเดินทางไปพบกับผู้เฒ่าพยากรณ์ ขอนามใหม่ว่า “คีฟา”เพื่อยกเลิกจากชื่อเดิม “นาฟเร” บิดาของนางเชื่อว่าเทพจะมารับคนตายจากรายชื่อในใบปาปิรุสของโอซิริส ดังนั้นบิดาของนางจึงคิดแผนหลบหนีความตายให้เป็นผลสำเร็จ

 

ทุกย่างก้าวที่เข้ามาภายในเขตพระราชฐาน พวกนางได้พบกับเม็ตไจรุ่นแรกที่ยังอยู่ไม่กี่คน ยืนต้อนรับพวกนางเข้าไปในวัง เบื้องหน้าคีฟาพบ ฟาโรห์ไคฟุนั่งบัลลังค์ทองคำ สวมอาภรณ์ขาวตั้งแต่ลำตัวจนถึงข้อเท้า ประดับอาภรณ์ทองคำ และอัญมณี รวมไปถึงคฑาและแส้ในมือท่านทั้งสองประทับอยู่กับอก ใบหน้านิ่งสงบดั่งโอซิริสผู้วายชนม์

ด้านซ้ายเก้าอี้เงินผู้นั่งอยู่เคียงข้าง ราชินีไมเนนแห่งไนล์ ประดับอาภรณ์ทองคำปลายเส้นผมและรอบคอ เปลือยไหล่ มงคลงูเห่าเหลืองอร่ามเหนือเศียร คล้องกำไลทองคำงูเห่าต้นแขนทั้งสอง เนื้อผ้าปกปิดอกนวลขาว เปิดผิวท้อง เอวต่ำประดับด้วยอาภรณ์ทองคำถักทออย่างสวยงาม และผ้าขาวประณีตยาวสลวยจนถึงข้อเท้า

เจ้าชายอเตนเมนทา กับเจ้าชายเมมเนปทา ประทับอยู่ด้านข้างฟาโรห์ไคฟุ ในขณะที่ เจ้าชายมูห์เทปประทับอยู่เคียงข้างราชินีแห่งไนล์ ทอดพระเนตรการเดินทางของเหล่าเม็ตไจทั้งสามสิบคนเข้ามาภายในท้องพระโรง เพื่อเลือกเม็ตไจเป็นองครักษ์

หัวหน้าเผ่าหยุดเยื้องย่างเท้า และไม้เท้าเซ็พเทอร์ในมือตั้งตรง โค้งคำนับยอตัวลง เป็นการน้อมถวายบังคมแก่ฟาโรห์ผู้ครองอาณาจักร เม็ตไจทั้งสามสิบนางคุกเข่าก้มศีรษะลง โดยวางอาวุธที่ถือมาด้วยไว้ข้างตัว

ข้าแด่องค์สมมติเทพ ถึงกาลนี้แล้วข้าได้นำเม็ตไจมาถวายแก่รัชทายาททั้งสาม บัดนี้ ขอพระองค์ทรงโปรดพิจารณา นำทางพวกนางด้วยเทอด...นาฮาเร็มกล่าวน้ำเสียงเข้มแข็ง และดุดันเสียงดังทั่วท้องพระโรง น้อมคำนับลง เมื่อสิ้นคำกล่าว... เวลานี้แล้วที่ฟาโรห์ไคฟุได้เอื้อนเอ่ยวาจาทุ้มกังวาล

ข้าขอรับพิจารณาพวกนางทั้งหมดไว้ในอาณาจักรข้า วังของข้า อยู่ในหัตถ์ของเรา... ขอทรงโปรดเทพโอซิริสนำทางพวกนางเช่นกัน นับเป็นการกล่าวรับเม็ตไจสามสิบนางไว้ในอุปถัมภ์ เพื่อเป็นราชองครักษ์แก่บุตรชายของพระองค์ทั้งสาม รอยยิ้มของอเตนเมนทา มองพวกนางทั้งหมดราวกับเลือกไว้แล้วในใจ

ข้าจะขอเป็นผู้เลือกเม็ตไจแก่บุตรชายข้าทั้งสามด้วยวาจาข้าเอง... ฟาโรห์ไคฟุเป็นผู้เอ่ยคำสัตย์นี้ เปลี่ยนสีหน้าของอเตนเมนทาในทันที เจ้าชายมีความรู้สึกไม่พอพระทัยโดยเฉพาะ

รายชื่อบนปาปิรุสปิดพับอย่างดี ถูกส่งมอบถวายให้แก่ฟาโรห์ ด้วยมือของนาฮาเร็ม...

 

การคัดเลือกได้ถูกขับขานนามของนางเม็ตไจแต่ละคนที่ถูกเอ่ยไปแล้ว จะลุกขึ้นพร้อมเดินไปคำนับต่อหน้าเจ้าชายผู้ได้รับอารักขาจากพวกนาง อเตนเมนทาได้รับเม็ตไจครบแล้วสิบนางโดยคีฟาและซาทาห์ยังไม่ถูกเรียกชื่อ

ต่อจากนี้ไป ชื่อที่ถูกเรียกจะอารักขาบุตรองค์ที่สองของเรา... ฟาโรห์ไคฟุเรียกชื่อเม็ตไจต่อไป อย่างใจเย็น การคัดเลือกในครั้งนี้ พระองค์สุ่มเรียก มิได้มองหน้าตาของพวกนางแม้แต่น้อย แต่สำหรับองค์ราชินีไมเนนแล้ว นางไม่ค่อยพอพระหทัยในความรู้สึก เนื่องจากเม็ตไจแต่ละนาง ล้วนหน้าตาดีพอใช้ได้จนถึงขั้นดีมาก สีพระพักตร์ของนางจึงไม่สบอารมณ์ ขณะโบกพัดขนนกกระสาสีขาวจากแม่น้ำไนล์ รายชื่อยังคงถูกเรียกกระทั่งถึงชื่อสุดท้าย

คีฟา... เมื่อนางถูกเรียก สีหน้าของนาฮาเร็มเปลี่ยนไป นางได้รับการอารักขาเจ้าชายเมมเนปทา ซึ่งนางเคยปกป้องพระองค์เมื่อครั้งเยาว์วัย นี่คงเป็นโชคชะตาจากองค์เทพโอซิริสได้ขีดไว้ให้แก่นางแล้วหรือ...

 

เมมเนปทายังคงมีสีพระพักตร์นิ่งงัน มองหน้าเม็ตไจผู้เฝ้าปกป้องพระองค์ทุกคน ไม่มีเค้าโครงว่าจะเป็นเด็กสาวลูกนางกำนัลคนนั้นซะนิด เจ้าชายครุ่นคิดในใจ ลูกนางกำนัลจะมาเป็นเม็ตไจได้เช่นไร นอกเสียจากพระองค์คงต้องตัดใจ เรื่องตามหาลูกนางกำนัลนาฟเรคนนั้น

สำหรับคีฟาหัวใจของนางสั่นรัว กลืนน้ำลายยากลำบาก กว่าคอแห้งผากในทะเลทรายยามค่ำคืน แอบดีใจเหลือล้นกระทั่งมือเท้าสั่น ก้าวเข้าเฝ้าพระองค์เงอะงะเกือบจะไม่หลงเหลือความเป็นเม็ตไจที่ฝึกมา ซาทาห์แอบกระแอมเบาๆ เมื่อเห็นอาการของคีฟา นางเริ่มได้สติจึงดึงความเป็นตัวเองกลับมาอีกครั้ง

นาฮาเร็มเห็นความเปลี่ยนแปลงของคีฟา เริ่มนึกห่วงลูกสาวเสียแล้ว หากมีใครล่วงรู้ถึงสาวนัยน์สีฟ้า คีฟาอาจถูกจับทำมัมมี่ และสาปส่งโดยฟาโรห์ไคฟุเป็นแน่

การเรียกชื่อเม็ตไจ เพื่อเฝ้าอารักขาแก่เจ้าชายมูห์เทป เรียกดังต่อไปกระทั่งซาทาห์ถูกเรียก เจ้าชาย ทั้งสามพระองค์มีเม็ตไจอารักขาพลัดเปลี่ยนยี่สิบสี่ชม. ตลอดเช้าและตลอดคืน

 

การประชุม ณ ท้องพระโรงเงียบลง เม็ตไจได้เดินเท้าทำหน้าที่ของตนตามที่ได้รับมอบหมาย ช่วงตะวันขึ้นจนถึงตะวันตกดิน เม็ตไจห้านางจะอารักขา ติดตามเจ้าชายตลอดเวลา กระทั่งตะวันตกดินจวบตะวันขึ้น เม็ตไจอีกห้านางจะอยู่เฝ้าอารักขาภายในห้องของเจ้าชายอยู่มุมห้องห่างๆ ภายในเวลากลางคืน

ก่อนการสถาปนาว่าที่ฟาโรห์จะเข้ามาในเร็ววันนี้ ฟาโรห์ไคฟุมีความห่วงพระทัยแก่เจ้าชายทั้งสามมาก จึงได้เรียกเม็ตไจทั้งสามสิบนางเพื่อการนี้

 

คีฟาเลือกที่จะติดตามอารักขาเจ้าชายเมมเนปทา ช่วงเช้าจวบพลบค่ำ นางคงไม่กล้าเฝ้ามองพระองค์หลับใหล จนหลงลืมจิตใจที่เรียกร้อง นางคือเด็กสาวผู้ช่วยชีวิตพระองค์เมื่อกาลก่อน นางอยากทูลต่อพระองค์เหลือเกินว่านางคิดถึงพระองค์มากเพียงใด เฝ้ารอวันที่จะได้พบกับพระองค์อีกครั้ง นับวัน นับเดือน และนับปี ปลาบปลื้มยินดีเหลือเกินที่ได้อารักขา อยู่ใกล้พระองค์จวบสิ้นชีวาวาย

ซาทาห์เลือกที่จะอารักขาเจ้าชายมูห์เทปยามค่ำคืน ช่วงกลางวันนางอยากมีเวลาอิสระหรือบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ภายในวังเป็นการส่วนตัว โดยไม่รบกวนแก่นางกำนัล และองค์รัชทายาททั้งสาม ดังนั้นเวลาพักผ่อนของซาทาห์และคีฟาจึงไม่ตรงกัน

 

การคัดเลือกเม็ตไจเสร็จสิ้นแล้วสินะ น้ำเสียงนิ่งหวานของนางสนมเอกมุนนัตรา กล่าวถามเจ้าชายเมมเนปทาอย่างระรื่น ขณะที่นางเอนกายถักร้อยเรียงดอกไม้ ปล่อยให้นางกำนัลทั้งสามกำลังโบกพัดใหญ่ ส่งสายลมเย็นแก่นางริมสระน้ำ ในห้องส่วนพระองค์

เรือนผมดำตรงยาวระบ่า ประดับด้วยสร้อยทองคำ ร้อยเรียงอยู่บนเรือนผมนาง ขอบดวงตาถูกขับออกมาด้วยเฮนน่าเรียบกริบ นวลหน้างดงามไม่ต่างกับวัยสาว โดยที่กาลเวลาไม่อาจพรากความงามไปจากนางได้ รอยยิ้มอิ่มเอิบด้วยเฉดสีจากพืชบำรุงผิวพรรณอย่างชุ่มชื่น

ร่างกายบอบบางเล็กกว่าเจ้าชายเมมเนปทา อยู่ในอาภรณ์สีขาวคล้องรอบคอระหงส์ปิดเรือนอก ปล่อยให้เนื้อผ้าสีขาวยาวระเรื่อจนถึงข้อเท้าเปลือย หัวไหล่นางแต่งแต้มด้วยเฮนน่าอย่างสวยงาม โดยมิต้องมีเครื่องประดับให้หนักแขน

 

เจ้าชายเมมเนปทาโบกมือให้เม็ตไจสาวทั้งห้านางยืนเรียงรายอยู่หน้าประตูห้องบรรทมของมารดาอย่างเงียบกริบ และนิ่งราวกับรูปปั้นตามที่ฝึกมา เจ้าชายหนุ่มน้อมคำนับแก่มารดาอย่างอ่อนโยน

องค์ฟาโรห์ได้เป็นผู้คัดเม็ตไจด้วยพระองค์เอง และข้าก็น้อมรับของขวัญจากพระองค์ด้วยหทัย เจ้าชายเมมเนปทากล่าวตอบ ขณะเอื้อม⸡踷฽ตนดึงมือนิ่มนวลของมารดามากุมไว้ เมื่อวันนี้มาถึงแล้วที่พระองค์ อาจจะเป็นผู้มีสิทธิ์ในราชสมบัติฟาโรห์ร่วมกับพระเชษฐาด้วย

“นับเป็นข่าวดีเหลือเกิน แม่ดีใจจนมิอาจหาคำใดมามอบเป็นของขวัญแก่เจ้า”

มุนนัตรากล่าวพลางยิ้มหวานให้แก่ลูกชาย ผู้เป็นเจ้าชายมากด้วยบารมี คีฟามองพวกเขาทั้งสองอย่างเงียบๆ นึกแอบอิจฉาเจ้าชายเมมเนปทา ที่ยังมีมารดาอยู่ข้างกายอย่างอบอุ่น

“ข้าคิดแล้วว่า เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมและควรแก่เวลา องค์ฟาโรห์จะเป็นผู้เลือกในการประกาศตำแหน่งผู้สืบทอดราชบัลลังค์ และสถาปนาเป็นฟาโรห์องค์ใหม่ต่อจากพระองค์ในกาลหน้า... เจ้าชายเมมเนปทากล่าวให้มารดาทราบไว้ ว่าเรื่องนี้เจ้าชายเมมเนปทามิได้หวังว่า พระองค์จะได้รับสิทธิ์นั้น

แม่หวังไว้ว่าวันนั้นจะเป็นเจ้า... เมมเนปทา กายที่เอนนอนขยับลุกขึ้นนั่ง และยกมือลูกใบหน้านวลของบุตรชายอย่างรักใคร่ เจ้าชายหนุ่มองค์นี้สักวันจะเป็นองค์ฟาโรห์ต่อจากไคฟุ

ข้ามิได้หวังบัลลังค์ ข้าหวังอยู่แล้วว่าเจ้าพี่อเตนเมนทาจะได้รับสิทธิ์เป็นฟาโรห์อย่างถูกต้องตามประเพณี และเจ้าชายองค์แรกที่มีสายเลือดของสมมติเทพราในพระโลหิต จะครอบครองดินแดนนี้ให้อยู่ยั่งยืนสืบไป... เจ้าชายเมมเนปทาปฏิเสธความต้องการของมารดา เพราะนั้นมิใช่ความต้องการของพระองค์

เจ้าช่างมีน้ำใจงดงาม สละความมั่งคั่งของตนให้แก่พระเชษฐา ทั้งๆ ที่แม่ตั้งใจว่าวันนั้นเจ้าจะเป็นฟาโรห์ได้ดีกว่าอเตนเมนทา แต่เจ้ากลับปฏิเสธสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ให้ความต้องการในใจของข้านั้นแหลกสลายด้วยมือเจ้า... น้ำเสียงที่เค้นออกมาจากลำคออย่างผิดหวังในตัวลูกชาย สร้างความปวดร้าวจิตใจแก่เจ้าชายเมมเนปทา พระองค์มิได้ตั้งใจให้มุนนัตราต้องปวดร้าว

กระทั่งเมมเนปทาต้องโบกมือให้นางกำนัลทั้งหมดออกไปจากห้อง หลงเหลือแต่เม็ตไจที่ยังเฝ้าอารักขาตามหน้าที่

หากเจ้าเลือกที่จะมีคู่ครองก่อนอเตนเมนทา ให้ทันวันประกาศสถาปนาองค์ฟาโรห์ ข้าเชื่อว่าฟาโรห์ไคฟุจะเลือกเจ้าเป็นรัชทายาทผู้รับสิทธิ์องค์แรก มุนนัตราคาดว่านางอ่านราชประเพณีมาดีแล้ว และแผนนี้จะสร้างบุตรชายของนางให้กลายเป็นฟาโรห์ได้ยิ่งใหญ่กว่าอเตนเมนทา และมูห์เทป

ข้าไม่ปรารถนาอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงเมืองใดทั้งสิ้น... ท่านแม่... ขอประทานอภัยให้แก่ลูกด้วยเถอะ ข้าทำตามที่ท่านต้องการมิได้หรอก... เจ้าชายเมมเนปทาตอบปฏิเสธซึ่งรู้อยู่แก่ใจว่า มุนนัตราต้องการให้เขาเป็นไปตามที่นางต้องการเสมอ ไม่ต่างกับความเอาแต่ใจของไมเนน

ประหารข้าให้ตายเสีย มากกว่าจะมองเจ้ากลายเป็นเจ้าชายที่ถูกเขี่ยออกจากบัลลังค์ มุนนัตรากล่าวอย่างเจ็บใจ ก่อนจะพาร่างงามออกจากห้องบรรทมตนสู่สวนสวยส่วนพระองค์ โดยไร้การติดตามของเจ้าชายเมมเนปทา

เจ้าชายเมมเนปทาหวังเพียงว่า การมีราชบัลลังค์และสมบัติซึ่งคือแผ่นดินทะเลทราย และแม่น้ำไนล์ นับเป็นสิ่งยิ่งใหญ่เกินกว่าเขาจะแบกรับเพียงลำพังได้ ผู้ที่แข็งแกร่งเช่นเจ้าชายอเตนเมนทา พระเชษฐาของพระองค์นั่นเหมาะสมที่สุดแล้ว และเจ้าชายเมมเนปทาตั้งพระหทัยว่าจะอยู่เป็นเจ้าชายข้างกายอเตนเมนทา ไม่ว่าเขาจะอยู่ในฐานะเจ้าชายหรือฟาโรห์องค์ใหม่ก็ตาม

วาจาของเจ้าชายเมมเนปทาสร้างความประทับใจแก่คีฟายิ่งนัก พระองค์กล่าวในสิ่งที่ควรเป็นไปตามตามประเพณี แม้จะรู้ว่ากฎมณเฑียรจะมีช่องโหว่แก่มุนนัตราก็ตาม

 

#######

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha