องครักษ์ยอดรัก (A Medjai)

โดย: ภูผาสีน้ำเงิน



ตอนที่ 8 : ราตรีมายา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

อาทิตย์อัสดงลับขอบฟ้า ดวงดาราดวงเดือนครึ่งวงขึ้นเฉิดฉาย สายลมร้อนปรวนแปรยะเยือกโบกต้นปาปิรุสเอนไหว เม็ตไจผู้ปฏิบัติหน้าที่ช่วงกลางวัน ผลัดเปลี่ยนกับเม็ตไจเพลากลางคืน คีฟาเดินเท้ากลับสู่ห้องเล็กๆ ของตนไม่ห่างไกลจากห้องบรรทมของเจ้าชายเมมเนปทา

ภายในกายร้อนรุ่มสั่นไหว นึกเป็นห่วงเจ้าชายเมมเนปทา การอยู่ใกล้ชิดกับราชินีแห่งไนล์เสมือนอยู่กับนางต้องห้ามของฟาโรห์นั้นอันตรายยิ่งกว่าข้าศึกจากแดนไกลบุกเข้าอาณาจักรไอยคุปต์

บางสิ่งที่ดังอยู่ใกล้ห้องของคีฟาดังขึ้นเป็นระยะ ราวกับเป็นเสียงจังหวะเดินเท้าที่นางคุ้นเคย... คีฟาลุกจากเก้าอี้หินเย็นไปยังประตูไม้เรียบแผ่นหน้าห้อง เพื่อดูหน้าเจ้าของเสียงฝีเท้านั้น

ซาทาห์ ถึงเพลาเจ้าอารักขาแล้วหรือ? คีฟาเอ่ยถาม แววตาดำขลับประสานกับสหายสาวที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ยามนี้

ใช่แล้วล่ะ... มีอะไรให้ข้าช่วยหรือ? ซาทาห์เอ่ยถาม และคีฟาก็ไหว้วานนาง

 

ข้าเสวยอาหารเองได้ เจ้ามิต้องป้อนให้ตลอดเพลาหรอกนะ ไมเนน เมมเนปทาป้องมือปฏิเสธราชินีผู้เลอโฉม เอาอกเอาใจกระทั่งเรือนร่างเน้นทรงอกของนางประชิดกายพระองค์

เจ้าดื่มน้ำจันทร์เป็นสหายข้าหน่อยสิ... น๊า... นางลากเสียงเพราะฤทธิ์น้ำจันทร์ ขณะยกดื่มและถวายแก่เจ้าชาย นางพึงพอใจให้เป็นเช่นนั้นและตั้งใจไว้นานแล้ว วันนี้องค์ฟาโรห์มีกิจการงานในห้องทรงงานมากมาย คงไม่ว่างมาหานางเหมือนวันก่อนๆ ความเหงาเข้าจับจิตนางต้องการความอบอุ่นจากเรือนชายแกร่งสักคน ผู้ที่นางหลงใหล และมองหามานาน

ข้าจะดื่มเพียงลำพังเท่านั้น กับเจ้าข้ามิบังอาจ... เมมเนปทายังพยายามสงวนศักดิ์ไว้ และหวาดระแวงว่า พระบิดาจะเข้าพระทัยพระองค์ผิด เสียงเคาะประตูหน้าห้องเจ้าชายเมมเนปทาดังขึ้น กระทั่งอารมณ์ของไมเนนเดือดดาล

ข้าสั่งพวกเจ้าแล้วมิใช่หรือ นอกจากเพิ่มสำรับ ห้ามเข้ามารบกวน!!!” ราชินีแห่งไนล์ออกพระสุรเสียงหวาน แต่เน้นดังด้วยอารมณ์ไม่พอพระทัย ประตูเปิดกว้าง ปรากฏร่างของมูห์เทป พร้อมด้วยเม็ตไจทั้งห้านาง ซึ่งซาทาห์ร่วมอยู่ด้วย

เจ้ามีภารกิจอันใดกับเมมเนปทาหรือ... ไมเนนตรัสถามบุตรชายตนด้วยพระสุรเสียงหวาน พลางถอยกายห่างจากเมมเนปทามิให้มูห์เทหสังเกตเห็น

ข้าได้ข่าวจากพวกเม็ตไจว่า ท่านแม่เล่นหมากเกมส์แห่งชีวิตกับเจ้าพี่ ข้าสนใจเกมส์ใหม่ๆ เลยอยากมาศึกษา และลองร่วมเล่นด้วย มูห์เทปกล่าวด้วยพระสุรเสียงสนพระทัยในเกมส์ ราชินีแห่งไนล์มีพระทัยไม่สบอารมณ์ ความหว่ามที่อุตส่าห์ก่อประทุหมดลง เมื่อบุตรชายเข้ามาขัดพระทัย

นางไหนหรือที่บอกเจ้าว่า ข้าอยู่ที่นี่? ไมเนนหวังเพียงจะรู้ชื่อและลงทัณฑ์นางผู้นั้น แต่มูห์เทปกล่าวพระสุรเสียงเชิงกลาง

ข้าถามพวกนางเอง ท่านแม่... เพราะวันนี้ข้าไม่พบท่านพี่เมมเนปทา นอกจากท่านพี่อเตนเมนทา เม็ตไจช่วงเพลากลางวันที่อารักขาเจ้าพี่ทั้งห้า บอกข้าเป็นเสียงเดียวว่า อยู่เล่นเกมส์แห่งชีวิตภายในห้อง โดยมีท่านแม่เล่นเป็นเพื่อน... ข้าจึงมาด้วยความสนพระทัย มูห์เทปเอ่ยจากใจ เพราะเป็นหมากเกมส์ที่ได้ยินมานาน แต่มิเคยมีวโรกาสสัมผัสสักครั้ง

เจ้ามาก็ดีแล้ว ข้าจะได้สอนเจ้า เพื่อเพลาในกาลหน้าจะมาร่วมสำราญกับข้า เมมเนปทาสบโอกาสเข้าขากันดีกับพระอนุชา รีบเชื้อเชิญพลางย้ายร่างตนออกห่างจากเรือนกายของราชินีแห่งไนล์โดยไว สมทบกับเจ้าชายผู้อ่อนเยาว์ทันท่วงที

แน่นอนสิ เจ้าพี่... ในสายตาอันอ่อนประสบการณ์ของเจ้าชายมูห์เทปแล้ว เมมเนปทาเป็นพระเชษฐาที่พระองค์นับถือ และสนิทมากกว่าเจ้าชายอเตนเมนทาผู้ห้าวหาญ ราชินีแห่งไนล์หมดสนุกในความเกษมจึงย้ายเรือนร่างออกจากห้องของเจ้าชายเมมเนปทาด้วยความเบื่อหน่ายจับจิต

ไม่ต้องกราบทูลฯต่อองค์ฟาโรห์หรอกนะ ว่าข้าใช้เพลาส่วนพระองค์กับเจ้าชายเมมเนปทา เหมือนขอร้องเชิงบังคับเจ้าชายทั้งสองให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ มิเช่นนั้นนางจะไม่ยกโทษ และอภัยให้

ข้ารับคำสัตย์ เจ้าชายเมมเนปทาตอบทัน จะให้พระบิดาล่วงรู้เหตุการณ์ในวันนี้ของราชินีแห่งไนล์ได้อย่างไร ถึงแม้จะเป็นรัชทายาทขององค์ฟาโรห์ผู้มีใจเมตตา แม้เกิดอารมณ์กริ้วแก่องค์ฟาโรห์ ความเมตตาจะหมดในเพลาฉับพลัน ดั่งเทพเซธปรากฏ

สิ้นคำจากพระโอษฐ์ของเจ้าชายผู้รับคำสัตย์ ราชินีแห่งไนล์ออกจากห้องบรรทมของเจ้าชายเมมเนปทา ด้วยความผิดหวัง เรือนหน้าของซาทาห์ปรากฏรอยยิ้มเล็กน้อย ที่นางเข้ามาขัดจังหวะราชินีไมเนนให้แก่เจ้าชายเมมเนปทาได้ทันท่วงที เจ้าชายทั้งสองใช้เวลาศึกษาเกมส์แห่งชีวิตร่วมกันอย่างสำราญ จนถึงเพลาที่พระองค์ควรแก่เข้าบรรทม...

 

เมื่อมูห์เทปกำลังเสด็จกลับสู่ห้องบรรทมตนพร้อมกับเม็ตไจ ซาทาห์แอบเหลี่ยวหลังมายังเจ้าชายเมมเนปทาอีกครั้งก่อนลับตา มองเห็นพระองค์กำลังใคร่ครวญถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แม้อยู่ในความเงียบงัน ภายใต้ราตรีอันมืดหม่น หากนางทำได้มากกว่าการเป็นเม็ตไจ ก็อยากเพียรรู้ว่าเจ้าชายกำลังคิดถึงสิ่งใด พระองค์จะลืมนาฟเรหรือเปล่า?

เมื่อแผ่นหลังนวลขาวเอนกลายลงสู่เตียงบรรทม แววเนตรฉายสู่เบื้องบนที่ว่างเปล่า แม้จะมีผ้านวลโปร่งบาง ให้อากาศใหลเวียนภายใน ไร้สัตว์เล็กสัตว์น้อยไต่ตอม ห้วงคะนึงคิดของพระองค์กลับนึกถึงเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนนั้น หากยามนี้นางยังมีชีวิตอยู่ จะมีหน้าตาอย่างไรหนอ

แม้ยามปรือตาหลับลง เสียงลมหายใจดังเป็นจังหวะแผ่วเบา สองพระพาหาช้อนใต้เศียรหนุนสูง คลายความกังวลพระทัย พระองค์พยายามนึกใบหน้าของเด็กหญิงผู้นั้น เพื่อว่าอาจจะเหมือนใบหน้าของหญิงสาวคนใดในเพลานี้ แต่ก็ไร้ผล... พระองค์ไม่อาจจินตนาการนวลหน้านาง

แต่เมื่อพระองค์ปรือตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง พบกับหญิงสาวในชุดผ้าขาวห่อกายไว้ เนื้อผ้าปิดส่วนอก เผยแผ่นท้องบางเนียน และอาภรณ์ส่วนล่างพันกายไว้ด้วยผ้าขาวยาวระหัวเข่า เรือนผมของนางดำสนิทยาวตรง เน้นให้ใบหน้าของนางคมคาย แววตาเป็นดั่งสีเข้มเป็นประกาย รอยยิ้มบางผุดขึ้นปรากฏเหมือนจงใจมอบให้แก่พระองค์

เจ้าชายเกิดฉงนจึงยันพระวรกายด้วยสองพระพาหา ลุกขึ้นจากเตียงบรรทม พลางแหวกผ้าขาวบางเปิดกว้าง อยากมองนางให้ชัดกว่านี้ ว่านางคือใคร หรือเป็นเม็ตไจของพระองค์กันแน่...

ภายในห้องเงียบงัน ไร้เม็ตไจผู้อยู่ปกปักษ์ มีเพียงเสียงแว่ววายุพัดผ่าน หญิงสาวเมื่อปรากฏอยู่เบื้องหน้าหายไป พระองค์ลงจากเตียงบรรทม กวาดแววเนตรมองหาพร้อมก้าวพระบาทรอบห้อง ก็มิอาจพบกับหญิงสาวเมื่อสักครู่ได้อีก แต่เมื่อฉายพระเนตรกลับมายังเตียงบรรทมอีกครั้ง พบนางเอนกายอยู่บนเตียงบรรทมของพระองค์ เบือนหน้าหลบอยู่กับหมอนนุ่มสีครีม

เจ้าชายเดินย่างพระบาทกลับมา ขยับพระวรกายลงมานั่งที่เตียงบรรทม มองเห็นแววนวลหน้านางลดต่ำ แต่เลิกดวงตาสีเข้มสูงขึ้น จ้องกลับมายังพระองค์อีกครั้ง ริมฝีปากเผยอเล็กน้อย ว่านางมีความประสงค์ต่อพระองค์บางสิ่ง เจ้าชายรู้สึกสับสน ว่านางผ่านพวกเม็ตไจเข้ามาในห้องบรรทมของพระองค์ได้อย่างไร

“เจ้าเป็นใครกันหรือ เข้ามาหาข้า ต้องการประสงค์สิ่งใด” เจ้าชายเมมเนปทาตรัสถาม แต่นางมิได้ตอบพระองค์แต่ท่าทางของนางช่างเชิญชวน เย้ายวนพระองค์ยิ่งนัก แม้เจ้าชายเมมเนปทาพยายามตั้งสติให้มั่น แต่ดูเหมือนว่าพระพาหาของพระองค์จะขยับไปหานางเอง รวมไปถึงพระวรกายที่ขยับเข้าประชิดเรือนร่างนาง โดยที่พระองค์ไม่ทันได้ไตร่ตรอง

“หม่อมฉัน มาเพื่อพระองค์เพคะ” น้ำเสียงนางช่างหวานหูระรื่นน่าสดับ ริมฝีปากเผยอรับรอพระองค์ประทานสนอง เจ้าชายเมมเนปทาเกิดรู้สึกอยากครอบครองในเวลานั้น พลั้งเผลอทอดพระเนตรเรือนนวลนาง โดยมิได้ตะขิดตะขวงใจ จนลืมไปว่าเม็ตไจของพระองค์ทั้งห้าหายไปไหนกันหมด

นิ้วมือเล็กเรียวนางเอื้อมขึ้นลูบไล้เรือนพระเกศาของพระองค์ เจ้าชายเมมเนปทารู้สึกนึกชอบ ไม่เคยมีใครแตะต้องพระองค์เช่นนี้นอกจากพระมารดา และพระองค์มิอาจปฏิเสธสิ่งที่นางเสนอให้ ริมฝีปากชวนน่าสัมผัส พระองค์ขอทำตามอำเภทพระทัย ครอบครองริมฝีปากคู่งามนี้ไว้ด้วยพระโอษฐ์ ยังรู้สึกถึงลมหายใจของนางรดตอบบนพระพักตร์ หัตถ์ของพระองค์ทำงานไปเองโดยไม่ทันได้ใคร่ครวญ ลูบไล้หัวไหล่นวลเนียนของนางอย่างพึงพอพระทัย จนเผลอกำต้นแขนนางไว้แน่น ดันกายของนางให้นอนราบกับเตียงบรรทม

ขอเพียงได้เชยชมนางโดยมิได้มีเสียงขืนขัด กลับเป็นสิ่งที่นางยินยอมต่อพระองค์อย่างเต็มใจ แววตาสีเข้มของนางสั่นจนเป็นประกาย เหมือนนางจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เจ้าชายเมมเนปทาชอบนางเหลือเกิน

“เจ้าช่างงามนัก นามเจ้าคือ...” เจ้าชายเมมเนปทาขอถามสักเพียงนิด ขอให้เป็นสิ่งที่เขาหวัง ขอให้เป็นอย่างที่เขารอคอย นางหลับตาลงยิ้มตอบกลับ ขณะที่พระหัตถ์ของเจ้าชายเลื่อนลูบไล้เรือนร่างนาง เสียงลมหายใจนางสะดุดเป็นช่วง เมื่อปลายนิ้วแกร่งของบุรุษไปหยุดที่ช่วงล่าง มือบางเผลอยกขึ้นกุมท่อนแขนนั้นไว้อย่างตกใจ พระองค์หยุดเคลื่อนไหว แล้วมองเรือนหน้านางให้ชัดขึ้น

แต่เมื่อนางปรือตาขึ้น แววตาสีเข้มหายไป กลับเป็นสีฟ้าดั่งน้ำทะเลปรากฏ จรดจ้องกลับมายังพระองค์

“นาฟเรเพคะ” เจ้าชายรู้สึกหลงใหลในสีแววตาคู่นี้ นางช่างเป็นหญิงสาวที่วิเศษสำหรับพระองค์ รอยยิ้มอย่างพึงพอพระทัยผุดขึ้น ดึงตัวนวลนิ่มนางเข้าโอบกอดรัดไว้

“ข้าคิดถึงเจ้า ... ข้ารักเจ้า” เจ้าชายเมมเนปทารอเพลานี้มาเนินนาน หลายปีนักที่พระองค์มองหาแต่เพียงนาง แต่เมื่อ... พระองค์กลายกอดนางเพื่อขอเชยชมดวงตาสีฟ้าคู่งามนั้น เรือนร่างนางมลายหายไป เหมือนหมอกควันที่ไร้ไฟ เหลือเพียงพระองค์เดียวดายบนเตียงบรรทม

“นาฟเร!! เจ้าอยู่ไหน... กลับมาหาข้า... นาฟเร!! ... นาฟเร!!!” เจ้าชายเมมเนปทาตะโกนก้องลั่นห้องบรรทม แต่ไร้เสียงตอบกลับเหลือเพียงพระองค์เดียวดายในครานี้

 

“เจ้าชายเพคะ... เจ้าชาย...” เม็ตไจทั้งห้าต่างวิ่งกรูมาหาเจ้าชายพยายามปลุกภวังค์ของพระองค์ให้พ้นนิทราครอบงำ ยังคงได้ยินเสียงของพระองค์ร้องเรียกหาถึงนามหนึ่ง กระทั่งพระองค์สะดุ้งตื่น หยาดเหงื่อผุดทั่วร่างทุกอณูพระโลมา

“พวก...เจ้า...” เจ้าชายเมมเนปทากำลังเรียกสติตัวเองกลับมาอีกครั้ง มองหน้าของเม็ตไจทั้งหมด ซึ่งไม่มีใครคนใดเหมือนหญิงเมื่อสักครู่ของพระองค์

“นามผู้นั้นใช่ไหมเพคะ ปองร้ายต่อพระองค์ หม่อมฉันจะไปจัดการสังหารมันเสีย” เม็ตไจนางหนึ่งออกตนอาสาพิทักษ์ เจ้าชายเมมเนปทาจึงตรัสรับสั่ง

“แค่เพียงฝัน... พวกเจ้าอย่าได้ลำบากเลย กลับไปประจำตำแหน่งของพวกเจ้าเถอะ” เหล่านางเม็ตไจทั้งห้าจึงมองหน้าเข้าหากัน และลากสองเท้ากลับไปยังจุดที่เดิม

 

แม้นเจ้าชายยังทรงรวยรินลมหายใจเหนื่อยหอบ แต่เหงื่อยังคงผุดทุกอณูโลมา สายลมพัดโชยเอื่อยกระทบม่านผ้าโปร่งบางพริ้วสไวรำไร แต่ความรู้สึกในห้วงแห่งฝัน ช่างไม่ต่างกับความจริง

“หากเป็นเจ้าจริงๆ โปรดมาหาข้าในเร็ววัน...” เจ้าชายเมมเนปทาตรัสเปรยกับพระองค์เอง...

 

#######


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha