น้องเมียเพลียสวาท @1

โดย: พลอยเฟื่อง



ตอนที่ 4 : มีเหตุผล


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


มีเหตุผล

 

 

 

 

“แม่เจ้าประคุณรุนช่องจะเหมาทั้งร้านเลยหรือเปล่าวะนั่น”

น้ำเสียงถาม พร้อมกับคนที่นั่งฝั่งตรงกันข้ามกับเขา ยืดคอชะเง้อมองเข้าไปด้านในชุดเสื้อผ้าแบรนด์ดัง

“กูก็เสียวสันหลังอยู่เหมือนกัน นี่กดเงินมาสองหมื่นไม่รู้ว่าจะพอค่าช็อปปิ้งน้องดาหรือเปล่า?”

“ทำไมมึงใจป้ำเปให้นักวะ...หรือว่ากำลังคิดอะไรไม่ซื่อ”

ดุสิต เพื่อนตัวแสบของเขาชี้หน้า พร้อมกับจ้องมองมาอย่างจับผิด

เทพฤทธิ์รีบส่ายหน้าดิก ปฏิเสธอย่างมีพิรุธสุดๆ

“เฮ้ย! มึงก็พูดไปเรื่อย กูจะไปคิดอะไร น้องดากับกูอายุห่างกันตั้งสิบห้าปี นี่กูเห็นมาตั้งแต่หัวเท่ามะกอก”

“กูไม่ได้ให้มึงย้อนเวลาหาอดีต กูถามตอนนี้ต่างหาก ดูสิ น้องเมียมึงไม่ใช่เด็กหัวเท่ามะกอกแล้วนะ...นมต้มเท่าลูกมะพร้าวได้”

“ไอ้ห่านี่...นั่นน้องเมียกูนะ”

“ก็เพราะน้องเมียมึงไง กูถึงได้สงสัยถาม ในเมื่อดารารายก็ตายไปตั้งเกือบสิบปี ญาติฝั่งโน้นเขาตัดเป็นตัดตายสั่งห้ามมึงไปเหยียบบ้านเขาอีก แล้วทำไม จู่ๆ น้องเมียมึงถึงได้โผล่หน้ามาหาเอาตอนนี้ล่ะ?”

“ก็...น้องดาเขาต้องฝึกงาน เลยมาขอฝึกงานที่บริษัท แล้วอีกอย่างเขาก็ไม่มีบ้านพักอยู่ในกรุงเทพฯด้วย”

“ก็เลยต้องมาพักอยู่กับมึงเนี่ยนะ?”

“ก็ใช่...ไอ้บ้านที่กูอยู่จะว่าไป ก็เป็นสินสมรสของกูกับพี่สาวเขาคนละครึ่ง น้องดาก็มีสิทธิ์มาอยู่ นี่พ่อแม่ก็ฝากฝังมา”

“ฝากแมวไว้กับปลาย่างสิท่า”

“มึงกำลังจะหาว่ากูเป็นสมภารกินไก่วัด”

“แหม้...ก็ไก่ของมึงมันน่ากินเสียขนาดนั้น เป็นกูก็ยอมศีลขาดเหมือนกันว่า หน้าอกหน้าใจใหญ่เว่อร์ ของจริงหรือของปลอมวะนั่น?”

ดุสิตว่าไม่อาจละสายตาจากเด็กสาวที่รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นหากพันธุ์ฟักแฟงแตงโมได้

“บ้านนี้เขาพันธุ์เนื้อนมไข่ กูมั่นใจว่าของจริงล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะของเมียกูก็ใหญ่”

“จำได้ๆ เมียมึง หุ่นเช้งจะตายอย่างกะนางแบบเพนเฮ้าส์แน่ะ จำได้สมัยมึงยังจีบไม่ติดกูนี่แอบมองอยู่บ่อยๆ พาเมล่า แอนเดอสันชัดๆ”

ดุสิตว่าทำหน้าตาเคลิบเคลิ้มชวนฝัน

“ไอ้สิต ให้เกียรติเมียกูหน่อย”

“เออๆ ขอโทษว่ะ แต่ว่าน้องเมียมึง คือกูแบบวิจารณ์ได้ใช่ไหม?”

“ทำไม...มึงจะวิจารณ์อะไร?”

“แบบว่า...นี่เด็กอายุยี่สิบจริงหรือวะ โตเต็มที่แล้วใช่ไหม? หรือยังจะใหญ่กว่านี้ได้อีก?”

“มึงถามถึงอะไร?”

“ก็ทั้งหมดนั่นแหละ”

“น้องดาอายุย่างยี่สิบเอ็ดแล้ว ปีหน้าก็เรียนจบ ก่อนขึ้นปีสี่เลยต้องรีบมาฝึกงาน”

“เขาเรียนอะไรมาวะ?”

“เลขา”

“เลขานี่นะ?  ฝึกงานที่ไหนก็ได้ ทำไมต้องจำเพาะเจาะจงมาฝึกที่บริษัทมึงด้วย หรือว่าพ่อตาแม่ยายมึงคิดอะไรอยู่?”

“คิดอะไร? เขายอมญาติดีด้วยกูก็ดีใจหาย บอกจริงๆ ว่ากูยังเข้าหน้าไม่ติด ที่ดูแลลูกสาวเขาได้ไม่ดีพอ”

“มันเป็นอุบัติเหตุ ไม่ได้มีใครอยากให้เกิดเสียหน่อย แล้วมึงเองก็นอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่โรงพยาบาลตั้งเป็นเดือน มึงรู้สึกผิด มึงเสียใจ มึงลืมดารารายไม่ได้ ถึงไม่ยอมมีเมียใหม่จนถึงตอนนี้ ทั้งๆ ที่ผ่านมาตั้งเป็นสิบปีแล้วนะโว้ย”

ดุสิตแย้งขึ้นมา

“ลูกใครใครก็รักวะ หัวอกพ่อแม่เขา กูเข้าใจ อย่างนี้ไง กูถึงต้องดูแลน้องดาให้ดีที่สุด”

“เพื่อชดเชยกับที่มึงพาพี่สาวเขาไปตายว่างั้น?”

เทพฤทธิ์หน้าม่อย เมื่อคิดถึงเมียซึ่งจากไปเข้าปีที่สิบแล้ว แต่ที่เขาไม่ได้แต่งงานใหม่ เพราะเอาเวลาไปทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างบ้าคลั่ง จนบริษัทสถาปนิกที่เขาปลุกปั้นมากับมือ มีชื่อเสียงติดหนึ่งในห้าของประเทศ มีงานออกแบบที่ได้รับรางวัลระดับสากล จนมีลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha