โรสลิน (ซีรีย์ชุดร้อยรักเยาวมาลย์)

โดย: อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : ทบทวนความจำ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตลอดทั้งช่วงเช้าน่านนาวาเจอแต่เรื่องประหลาดใจที่ไม่เคยพบเคยเห็นแต่พอมาถึงโรงพยาบาลเขายิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ที่เห็นห้องพักผู้ป่วยที่สายฝนมาพักหลังจากออกจากห้องฉุกเฉิน เตียงผู้ป่วยเรียงรายเป็นตับจากประตูห้องไปจนสุดกำแพงตั้งเป็นแถวสี่แถวคาดว่าต่ำๆ ในห้องนี้คงมีคนไข้ไม่ต่ำกว่าห้าสิบเตียง

                ส่วนสายฝนนั้นยังนอนหลับอยู่โรสไปถามพยาบาลแล้วว่าวันนี้อาการน้องเป็นอย่างไรบ้างคำตอบที่ได้คือตื่นมาร้องไห้ตอนกลางคืนครั้งเดียวแล้วก็หลับยาวมาจนถึงเช้า

                    “แล้วคืนนี้เธอจะนอนตรงไหนโรส” น่านนาวาเริ่มหน้าหงิกเมื่อไม่เห็นโซฟาหรือเตียงผ้าใบในห้องนี้เลย

           “นอนข้างเตียงนี่แหละค่ะเอาผ้าปูเอาใครๆ เขาก็นอนแบบนี้กันทั้งนั้น” หญิงสาวพูดหน้าตาเฉยแต่ชายหนุ่มกลับสำรวจพื้นที่ข้างเตียงด้วยความสงสัย ช่องว่างระหว่างเตียงมันไม่น่าจะเกินหนึ่งเมตรแล้วคนก็เดินก็เหยียบอยู่ทั้งวันแล้วเธอจะนอนลงไปได้ยังไง

           “ที่นี่มีห้องพิเศษไหมฉันจะย้ายน้องเธอไปอยู่ เรื่องค่าใช้จ่ายไม่ต้องกลัวฉันจะรับผิดชอบเอง” น่านนาวาอดรนทนไม่ไหวจึงเสนอให้ความช่วยเหลือ ชีวิตคนเรามันยังลำบากกันได้มากกว่านี้อีกหรือเปล่าขนาดเขาเพิ่งรู้จักโรสลินได้ไม่กี่วันก็ต้องนับถือใจของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้จริงๆ ที่ทนทุกอย่างได้

            “มีค่ะแต่เตียงไม่ได้จะหาง่ายๆ ให้สายฝนอยู่นี่เถอะโรสเองก็ดูแลน้องได้ขอบคุณคุณนาวาจริงๆ ค่ะ” เธอตอบเขาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่ชายหนุ่มก็เดาอารมณ์ของเธอไม่ออก

               “ถ้าห้องไม่มีก็ย้ายโรงพยาบาลสิ ถามจริงๆ เถอะโรสลินเธอทนนอนเข้าไปได้ยังไงกันฮะ”

                “โรสนอนได้ค่ะทุกครั้งที่สายฝนเข้าโรงพยาบาลโรสก็นอนอย่างนี้แหละ” หญิงสาวพยายามคลี่ยิ้มเพื่อให้คนตรงหน้าสบายใจ ที่จริงแล้วมันก็ชินกับชีวิตแบบนี้เพราะโรสลินเองก็ไม่เคยอยู่ดีกินดีมาก่อน

    ต่อให้เป็นนางแบบพอจะมีงานบ้างแต่เงินทั้งหมดก็ไปลงกับค่าของใช้จำเป็นของสายฝนเธอยอมเหนื่อยและหนี้ที่ยายและน้าจินไปหยิบยืมเวลาที่เงินขาดมือ แต่เงินทองที่มักจะเสียไปเพราะฝีมือคนเป็นน้าก็นั้นเป็นเรื่องที่นอกเหนือการควบคุมจริงๆ

            “ถ้าลำบากก็บอกฉัน แค่เธอยอมพูดออกมาคำเดียวฉันจะพาเธอทั้งครอบครัวไปอยู่ในที่ที่ดีกว่านี้เพื่อชีวิตที่มันดีกว่านะ”

    น่านนาวาเองก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจเขาให้หลุดปากพูดออกไปแบบนั้นแต่ความรู้สึกลึกๆ ในใจมันบอกว่าเขาจะปล่อยผู้หญิงคนนี้ไว้แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด อาจจะต้องใช้เวลาในการกล่อมซึ่งชายหนุ่มจะค่อยๆ พูดกับเธอและขอให้พี่ลูกแก้วช่วยอีกแรง

           “โรสขอบคุณจริงๆ ค่ะ แต่เราอยู่กันมาแบบนี้คุณอย่าเอาความสบายมาทำให้โรสเคยตัวเลยเพราะถ้าวันหนึ่งไม่มีคุณหยิบยื่นน้ำใจให้แล้วชีวิตที่เหลือเราจะอยู่ยังไงล่ะคะ” เธอไม่อยากหลวมตัวหลวมใจไปกับสิ่งสวยงามตรงหน้า เขาเองก็พูดตรงๆ อยู่เมื่อวานว่าอยากได้เธอที่ยื่นข้อเสนอตอนนี้ก็คงแค่สงสารและอาจจะใช้มันเป็นช่องทางกล่อมเธอให้ใจอ่อนก็เป็นได้

           “ฉันอยากช่วยจริงๆ ไม่ต้องมาตอบแทนอะไรกัน ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีอะไรทั้งนั้นนะ” ถึงจะออกเคืองๆ ที่ถูกปฏิเสธความหวังดีแต่เขาก็ไม่ยอมแพ้พยายามใจเย็นแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

            “ขอบคุณจริงๆ ค่ะ แต่ถ้าคุณอยากช่วยวันที่สายฝนออกจากโรงพยาบาลโรสรบกวนมารับหน่อยจะได้ไหมคะ เพราะบางครั้งน้องก็งอแงถ้าไปเจอคนขับแท็กซี่ที่กระโชกโฮกฮาก” สายฝนไม่ชอบคนเสียงดังเธอจึงไม่ชอบที่จะนั่งรถแท็กซี่ถ้าน่านนาวากรุณามารับเธอคิดว่าน้องน่าจะไม่งอแง

            “ฉันจะมารับเธอกับน้องเองฉันสัญญา”

 

            เมื่อแยกจากโรสลินในช่วงเย็นน่านนาวาก็ตรงกลับคอนโดทันทีแม้จะเป็นห่วงผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่น่าสงสารคนนั้นก็ไม่อยากไปวอแวให้เธอต้องอึดอัดหรือไม่สบายใจ แต่ยังไงเขาก็ไม่เลิกล้มความตั้งใจที่จะพาเธอและครอบครัวออกมาจากตรงนั้นเด็ดขาด เมื่อคิดไม่ตกว่าจะทำวิธีไหนเขาก็จำใจต้องต่อสายหาพี่ลูกแก้วเพื่อหาข้อมูลและหาแนวร่วม

 

                “ว่าไงนาวา” ไม่ต้องเสียเวลารอสายนานพี่ลูกแก้วก็กดรับและทักทาย

           “พี่ได้คุยกับโรสบ้างไหม? พอดีสายฝนเข้าโรงพยาบาลผมจะย้ายไปโรงพยาบาลที่มันสบายกว่านี้ก็ไม่ยอมห้องพักคนไข้แม่งอัดกันยังกะปลากระป๋องไม่รู้จะดื้ออะไรนักหนา” น่านนาวาบ่นออกมายาวเหยียดเพราะอัดอั้นปนกับขัดใจเล็กๆ ที่หญิงสาวปฏิเสธความช่วยเหลือ

                “วันนี้ยังไม่ได้คุยเลยแต่ไอ้นาวาแกนั่นแหละไปยุ่งอะไรกับไอ้โรสมัน พี่เป็นผู้จัดการมาสามปีมันยังไม่เคยรบกวนเรื่องส่วนตัวสักครั้ง ก็เด็กมันไม่อยากพึ่งพาใครให้เป็นภาระเพราะน้องมันบอกเสมอถ้ามัวแต่ร้องขอมันจะเคยตัวจนเสียนิสัย โรสมันเลยมีความสุขที่จะพยายามทำด้วยตัวเองถึงจะลำบากก็พอจะทนได้ บอกมาเสียดีๆ ว่าแกมายุ่งอะไรกับเด็กฉันฮะ” พี่ลูกแก้วอธิบายแต่ก็ไม่วายขึ้นเสียงในตอนท้ายเพราะสงสัยกับพฤติกรรมของน้องชายตัวเอง

               “ก็อยากจะช่วยแค่สงสาร” ชายหนุ่มตอบไม่เต็มเสียงเพราะเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอาตัวเองเข้าไปพัวพันให้ยุ่งยากทำไม

                “ถ้าแค่นั้นแกคงไม่โทรมาถามพี่ให้เปลืองเวลาหรอกไอ้โรสมันน่าสงสารถ้าแกไม่ได้คิดอะไรก็ปล่อยเด็กมันไปเถอะอย่าทำบาปเลยนาวา” อธิชาบอกด้วยน้ำเสียงเรียบไม่แสดงความรู้สึก เพราะเธอเองก็พยายามหยิบยื่นทุกอย่างให้แต่โรสลินก็ทำเพียงแค่ยิ้มรับแล้วปฏิเสธอย่างสุภาพ

           โรสลินถึงจะจนแต่เธอไม่เคยแบมือขอเงินเหมือนขอทานสิ่งที่เด็กคนนี้ทำคือทำงานทุกอย่างไม่เลือกงานขอแค่มันไม่เปลืองเนื้อเปลืองตัวมากนัก งานออกบูธกลางแจ้งที่นางแบบที่ยังไม่มีชื่อเสียงมากนั้นคนอื่นๆ คอยจะเลี่ยงแต่โรสเป็นคนเดียวที่ไม่เคยเกี่ยง เธอทำได้ทุกอย่างและลูกค้าก็พึงพอใจกับผลงานจนบางเจ้าขอติดต่อโรสลินไปเป็นนางแบบอีกด้วยก็นับว่าได้ลูกค้าหาเงินได้อีกระยะ

           ลูกแก้วทำบริษัทเอเจนซี่เป็นนายหน้าหานางแบบเธอมีนางแบบนายแบบรวมถึงนักแสดงในสังกัดหลายคนทั้งที่มีชื่อเสียงระดับประเทศและนางแบบใหม่ ส่วนงานที่รับก็มีทั้งถ่ายแบบ พริตตี้ เอ็มซี ซึ่งโรสจะจัดอยู่ในหมวดของนางแบบสายเอ็มซีพิธีกรเพราะเธอสูงไม่ถึงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าแม้จะเป็นลูกครึ่งก็ยังไม่โดดเด่นพอที่จะเดินเฉิดฉายบนแคทวอล์ก

    แต่ด้วยใบหน้าที่สวยแปลกรวมถึงหุ่นที่สวยงามให้ลูกค้าที่มีสินค้าเกี่ยวกับอุปกรณ์กีฬาชอบเธอมาก แต่งานพวกนี้มันก็ต้องมีจุดตันบ้างเพราะโรสลินเริ่มโตร่างกายและใบหน้าเป็นสาวสะพรั่งเลยไม่สามารถรับงานแบบใสๆ ได้อีก

            “ก็บอกไม่ถูกเหมือนกันโรสน่าสงสารแล้วก็น่าเอ็นดูผมยอมรับก็ได้ว่าอยากได้เด็กพี่ว่ะ” น่านนาวายอมสารภาพเพราะรู้ว่าไม่มีทางจะปิดอะไรพี่ลูกแก้วได้อยู่แล้ว

           “ฉันนึกแล้วว่าแกไม่มีทางช่วยอะไรใครฟรีๆ น่านนาวาพี่เตือนแกนะว่าอย่าใช้ความลำบากของคนอื่นมาฉวยโอกาสสร้างประโยชน์ให้ตัวเอง เด็กคนนี้น่าสงสารกว่าที่แกจะนึกออกอย่าทำร้ายโรสมันเลยถ้าไม่สงสารเด็กก็เห็นแก่หน้าพี่บ้าง”

    อธิชารู้ดีว่าน้องชายมีนิสัยเสียในเรื่องผู้หญิงอยากได้ต้องได้แถมยังกินเงียบไม่กระโตกกระตากน่านนาวาทำผู้หญิงช้ำใจมาหนึ่งส่วนสี่ของวงการนางแบบบ้านเราแล้วกระมัง

            “พี่ลูกแก้วก็พูดซะเหมือนผมเลว”

    ชายหนุ่มตัดพ่อไปตามสายเขาอยากได้โรสลินจริงๆ นั่นแหละแต่เขาแน่ใจว่ามันรู้สึกต่างออกไปจากผู้หญิงทุกคน เขาก็ไม่แน่ใจว่าไอ้ความรู้สึกแบบนี้มันเกิดมาจากอะไร

    ซึ่งมันอาจจะเป็นเพราะตาสีฟ้าที่สดใสยามเธอมองไปที่คนในครอบครัวและหม่นแสงลงยามที่เจ้าตัวเผลอ และกลีบปากบอบบางที่มักจะประดับอยู่ด้วยรอยยิ้มเสมอแต่ในเวลาที่ตัวหญิงสาวเป็นกังวลเธอก็มักจะกัดปากตัวเองโดยไม่รู้ตัว

 

           “นี่แกไม่รู้ตัวจริงๆ หรอนาวาว่าตัวเองมันเองเลยคำว่าเลวไปนานแล้ว พี่ขอเด็กมันไว้สักคนเถอะอย่าไปตอกย้ำความบัดซบให้เด็กถ้าแกคิดแต่สนุกไม่ได้คิดมีใจ” ลูกแก้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

           “ถ้าผมบอกว่าไม่ได้ติดล้อเล่นกับเด็กคนนี้ล่ะ เฮ่อ!... ไม่รู้ว่ะแต่โรสเธอเหมือนต้องการคนปกป้องดูแลแล้วผมก็แค่อยากเป็นคนๆ นั้น”

           “ไว้พี่กลับจากเชียงใหม่แล้วค่อยว่ากันแต่ระหว่างนี้อย่าให้รู้ว่าไปทำอะไรเด็กมันเข้าฉันไม่เอาแกไว้แน่ๆ” เธอรู้ว่าขู่ไปน้องชายก็ไม่มีทางกลัวแต่น่านนาวาต้องก็รู้ว่าเวลาพี่สาวโกรธนั้นมันจะเป็นอย่างไร

            “ช่วงนี้ผมคงวุ่นอยู่กับเรื่องน้องสาวของโรสที่เข้าโรงพยาบาลนั่นแหละแต่สัญญาเลยว่าจะไม่รังแกอะไรโรส แล้วไอ้เรื่องสัญญาถ่ายแบบนู้ดนั่นพี่หยุดไปก่อนก็ได้ผมยังไม่อยากจะไปซ้ำอะไรเค้าตอนนี้เอาเป็นว่าผมจะหางานอื่นที่มันเปลืองตัวน้อยๆ ให้ละกัน”

           “หวงก็บอกมาเหอะแต่แกไปหลอกดูเด็กแก้ผ้าแล้วนะไอ้นาวา” ลูกแก้วอดจะขึ้นเสียงไม่ได้ทั้งที่ลึกๆ ก็ดีใจเพราะเธอเองก็ไม่อยากจะให้โรสลินทำอะไรแบบนี้แต่มันจนปัญญาด้วยเงื่อนไขส่วนตัวที่มากกว่าเด็กคนอื่นจึงทำให้หญิงสาวค่อนข้างเลือกงานมากแล้วผลของมันก็คือเธอได้งานน้อยเพราะติดเงื่อนไขของตัวเอง

                “สัญญาจะหางานให้ชดเชยละกันครับ”

        เมื่อน่านนาวายอมง่ายๆ ก็เหมือนลูกแก้วจะเบาใจไปได้เปลาะหนึ่งแม้ยังไม่ค่อยใจวางใจน้องตัวเองได้เต็มร้อยก็ตาม

               “ว่าแต่แกลืมจริงๆ หรือนาวาว่าแกเคยเจอโรสมาก่อน” พี่ลูกแก้วเอ่ยปากถาม

                “หึ! ถ้าเคยเจอผมก็จำได้สิ” น่านนาวาเถียงพี่สาวที่อยู่ดีๆ มาบอกว่าเขาเคยเจอเด็กคนนี้มาก่อน เขาไม่ใช่คนที่ลืมอะไรง่ายๆ แต่เขามันใจว่าไม่เคยเจอกับโรสลินมาก่อนจริงๆ

            “ถ้าฉลาดก็ไปดูอัลบั้มโปรไฟล์เด็กในสังกัดฉันนะยะ” ลูกแก้วพูดทิ้งท้าย

 

    จากนั้นที่สองพี่น้องคุยเรื่องอื่นๆ อีกนิดหน่อยก็วางสายเพราะไรอันแฟนหนุ่มของลูกแก้วเริ่มงอนที่เธอคุยโทรศัพท์นานเกินไป น่านนาวาจึงฝากทักทายไรอันแล้ววางสายไปก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์อีกครั้งเพื่อต่อสายถึงผู้หญิงอีกคนที่ใจเขามันเอาแต่คิดวนเวียนถึงเธอตลอดเวลา

    แต่ทว่าโรสลินไม่ได้รับสายเธออาจจะวุ่นวายอยู่กับการดูแลน้อง ชายหนุ่มจึงเปลี่ยนทิศทางเดินขึ้นไปบนชั้นสองที่มีห้องทำงานตั้งอยู่ เมื่อเข้าห้องทำงานมาได้สายตาคมปลาบก็กวาดมองหาแฟ้มโปรไฟล์เด็กในสังกัดพี่ลูกแก้วที่เขาเองเป็นคนถ่ายภาพให้แทบทุกคนพี่ลูกแก้วจะเอาโปรไฟล์นางแบบนายแบบมาเพิ่มให้อยู่เสมอเผื่อน่านนาวาต้องการนางแบบแต่เอาตรงๆ แล้วชายหนุ่มนั้นไม่เคยจะย้อนกลับไปเปิดมันดูเลยสักที

            แฟ้มโปรไฟล์ถูกแยกเป็นนายแบบและนางแบบจากนั้นก็เรียงลำดับตามตัวอักษรของชื่อ น่านนาวาคว้าแฟ้มโปรไฟล์นางแบบเล่มโตมาถือไว้ก่อนจะทิ้งตัวนั่นลงบนโซฟามือก็เริ่มเปิดหาไปทีละหน้าอย่างใจเย็น ชายหนุ่มถือโอกาสดูภาพนางแบบสาวสวยไปด้วยในตัว

            ในที่สุดน่านนาวาก็ค้นพบโปรไฟล์นางแบบที่ตนต้องการภาพเด็กสาวผมยาวประบ่าสีแดงอมส้มที่ใส่ชุดนักเรียนต้นเสื้อขาวคอปกกะลาลีแขนจีบพองสวมด้วยคอซองและกระโปรงสีกรมท่า ฉากหลังของภาพนั้นเป็นผู้คนที่วุ่นวายลากกระเป๋าเดินทางใบโตที่เขามองปราดเดียวก็รู้ว่ามันเป็นสนามบิน

           ความทรงจำที่ถูกปิดตายไปแล้วครั้งหนึ่งถูกปลดล็อกเพราะภาพเพียงภาพเดียว วันนั้นน่านนาวากำลังจะเดินทางไปต่างประเทศเพื่อร่วมงานแสดงภาพถ่ายพี่ลูกแก้วก็พาเด็กสาวคนหนึ่งมาแนะนำให้รู้จักบอกว่าเป็นนางแบบใหม่ในสังกัดอยากให้ถ่ายรูปให้แต่เพราะเขารีบอีกทั้งกล้องก็โหลดใส่ไปใต้เครื่องหมดแล้วเหลือก็เพียงกล้องดิจิตอลธรรมดาติดตัว น่านนาวารีบกดชัตเตอร์สามสี่ครั้งก็ถึงเวลา

ต้องเดินเข้าเกทไปขึ้นเครื่อง

           “ไปก่อนนะครับพี่ลูกแก้วเดี๋ยวผมส่งรูปให้ว่าแต่เด็กของพี่ตาสวยมากนะครับมองแล้วผมเคลิ้มเอาง่ายๆ เลย” น่านนาวาหยอดทิ้งท้ายตามประสาผู้ชายเจ้าชู้ส่วนสาวน้อยที่ได้ยินคำชมของเขาเต็มๆ สองหูก็เขินจนตัวแทบม้วนกลิ้งไปกับ

พื้นสนามบิน

            “น้องมันยังเด็กรออีห้าหกปีถ้าแกทำตัวดีๆ ฉันจะพิจารณายกให้ เดินทางปลอดภัยนะนาวา” อธิชาบอกลาเขาส่วนเด็กสาวก็ได้แต่ยิ้มอายๆ

    และแล้วความทรงจำในการพบกันครั้งแรกนี้ก็เลือนหายไปกับกาลเวลาเพราะภาระหน้าที่ที่มีมันก็หนักหนาใช่เล่น น่านนาวาเดินทางแทบจะตลอดจนมาถึงปีนี้ที่เขาตัดสินใจกลับมาตั้งหลักปักฐานที่บ้านเกิดหลังจากไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากต่างบ้านต่างเมืองมาจนตุงกระเป๋า

            ในแฟ้มหน้าถัดมาเป็นโรสลินที่ดูโตขึ้นจากเดิมมากเด็กสาวสวมชุดออกกำลังกายสีหวานที่ช่วยขับผิวขาวๆ นั้นให้ดูเปล่งประกายแล้วรูปร่างที่สวยงามแบบสาวสุขภาพดีนั้นทำให้หญิงสาวดูดึงดูดสายตาเป็นอย่างมาก นัยน์ตาคู่สวยยังคง

ฉายแววสดใสเหมือนครั้งแรกที่เขาเจอเธอ

 

นี่เขาเผลอลืมผู้หญิงที่น่ารักอย่าโรสลินไปได้อย่างไรกัน เวลาเพียงสามปีจากวันนั้นเด็กสาวที่ดูเขินอายจะเติบโตเป็นหญิงสาวที่ฉายแววเซ็กซี่จึงไม่แปลกที่พี่ลูกแก้วจะวิ่งหางานใหม่ให้เพราะผู้หญิงคนนี้เธอมีของดีติดตัว สงสัยจะต้องออกแรงช่วยด้วยตัวเองเพราะคงมีช่างภาพลามกแบบเขาอีกหลายคนที่อยากจะชวนเธอไปแก้ผ้า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณนักอ่านทุกท่านสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha