ปานตะวัน (ซีรีย์ชุดร้อยรักเยาวมาลย์)

โดย: อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : เรื่องราวดีๆ


ตอนต่อไป

                “แม่พูดจริงใช่ไหมคะ? แม่ไม่ได้ล้อตะวันเล่นนะ!” หลังจากมื้อเย็นแสนอร่อยมารดาสุดที่รักก็เปิดปากเล่าถึงชีวิตรักหวานแหววที่ปกติแล้วแม่ปานหรือปานหทัยก็เล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับหนุ่มใหญ่เจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างให้ปานตะวันลูกสาวคนเดียวฟังมาโดยตลอด

                ความสัมพันธ์นี้เริ่มขึ้นเมื่อสามปีก่อนเพราะแม่ไปถามหาซื้ออุปกรณ์สำหรับต่อเติมหลังคาบ้านและเทปูนที่พื้นเพราะต้องการพื้นที่ใช้สอยเพิ่ม ได้ยินว่าที่นี่ราคาถูกแม่จึงเดินทางไปสอบถามด้วยตัวเองตามคำแนะนำของช่างซึ่งก็เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันจนได้พบเจอคุณลุงไววิทย์แล้วก็ไปมาหาสู่กันนับแต่นั้นมา

                ตะวันก็คิดว่ามารดาจะแค่มีกิ๊กกั๊กจั๊กจี้หัวใจเหมือนที่คนสมัยนี้เขานิยมกันไม่ได้คิดไปถึงขั้นแต่งงานต่างแต่งการ ใช่! สิ่งที่แม่บอกแล้วทำให้เธอต้องสตั๊นไปสิบวินี่ก็คือแม่บอกว่าจะแต่งงานใหม่กับคุณลุงไววิทย์ที่หญิงสาวมีโอกาสได้พบหน้าอยู่บ้างแต่ก็ไม่บ่อยเท่าไรนัก

                “ถ้าหนูไม่อยากให้แม่แต่งแม่ก็จะไม่แต่งก็ได้นะตะวัน แม่แค่อยากจะขอความเห็นลูกเพราะคุณลุงเขาก็ขอแม่แต่งงานมาตั้งนานแล้ว” มารดาคงยังพูดเนิบๆ เรื่อยๆ ตามนิสัย

                “ทำไมตะวันจะต้องห้ามแม่ด้วยล่ะ... ตะวันดีใจถ้าแม่จะมีคนคอยดูแลสักทีแม่เหนื่อยเลี้ยงดูตะวันคนเดียวมานานแล้วนะคะ แม่น่าจะหาความสุขให้ตัวเองบ้าง” เพราะตั้งแต่จำความได้ปานตะวันก็ถูกเลี้ยงดูโดยมารดามาเพียงลำพังส่วนบิดานั้นท่านเสียชีวิตไปเพราะอุบัติเหตุตั้งแต่เธอยังแบเบาะ

                ภาพที่ตะวันเห็นจนชินตาคือภาพที่แม่ต้องตื่นแต่เช้ามาอบขนมขายและหากวันไหนที่เด็กหญิงไม่ไปโรงเรียนก็ถูกแม่กระเตงไปขายของด้วยกัน แม่ปานหทัยเปิดร้านขายเบเกอรี่เล็กๆ อยู่หน้าโรงเรียนมัธยมที่ไม่ห่างจากบ้านเท่าไหร่ บ้านที่อาศัยซุกหัวนอนก็เป็นบ้านทาวเฮาส์สองชั้นเล็กๆ ซึ่งเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่พ่อทิ้งไว้ให้ก่อนท่านจะตัดช่องน้อยแต่พอตัวจากโลกที่วุ่นวายใบนี้ไป

                “คุณลุงเขารอเราว่างจะนัดไปกินข้าวเห็นบอกว่าจะแนะนำลูกชายให้รู้จัก” ผู้เป็นแม่ยังคงพูดต่อเมื่อเห็นว่าลูกสาวคนเดียวไม่มีท่าทีต่อต้านถึงนางจะรู้สึกดีต่อคุณไววิทย์มากแค่ไหนถ้าลูกสาวไม่ชอบใจนางก็พร้อมจะยุติความสัมพันธ์

                “ดีจังได้พ่อแถมพี่ชาย... รอตะวันสอบเสร็จก่อนนะคะแม่ประมาณสิ้นเดือนแล้วจะบอกอีกทีก็แล้วกัน” หญิงสาวพูดพลางเก็บสมบัติส่วนตัวเข้ากระเป๋าเพราะใกล้เวลาที่ต้องออกไปทำงานพิเศษแล้ว

                “ไหนว่าจะสอบยังทำงานอยู่อีกหรอลูกขอเขาหยุดหน่อยก็ได้” มารดายังคงพูดด้วยความเป็นห่วงเพราะลูกสาวคนเดียวมักจะไม่เคยอยู่นิ่งต้องหางานหาการทำตลอดตั้งแต่ตอนยังเรียนมัธยมซึ่งทั้งหมดที่ลูกสาวทำนั้นก็เพื่อแบ่งเบาภาระของนางทั้งนั้น

        “ทำถึงวันศุกร์นี้ค่ะหลังจากนั้นก็หยุดจนกว่าจะสอบเสร็จ ตะวันไปทำงานก่อนนะคะแม่ รักแม่นะคะ ฟอด!” ตะวันเดินเข้ามากอดและหอมมารดาเหมือนที่ทำเป็นประจำทุกวันก่อนไปทำงานและเรียนหนังสือซึ่งเธอจะต้องชื่นใจแม่ก่อนทุกครั้ง

        “ไปดีมาดีนะลูกรถราก็ขี่ให้มันระวังด้วย” แม่ยังคงพูดประโยคเดิมๆ เช่นทุกวันซึ่งตะวันก็ฟังมันไม่เคยจะเบื่อ

 

        ปานตะวันสวมหมวกกันน็อคก่อนจะวาดขาขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ฟีโน่คันเก่งที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานมุ่งหน้าไปยังจุดหมายคือคาเฟ่ชื่อดังที่ขึ้นชื่อเรื่องขนมหวานและเครื่องดื่ม หญิงสาวทำงานกะดึกตั้งแต่หกโมงครึ่งไปจนถึงเวลาปิดร้านตอนเที่ยงคืนทำทุกอย่างในร้านตั้งแต่ชงเครื่องดื่ม ทำขนม รวมถึงเสิร์ฟ ล้างจานและเก็บโต๊ะทำความสะอาด

        เธอทำงานที่นี่มาตั้งแต่เรียนปีหนึ่งเพราะได้คำแนะนำจากรุ่นพี่ที่เคยทำงานที่นี่มาก่อนพี่นุ่นเห็นว่าตะวันกำลังหางานที่ได้เงินดีแถมยังได้ฝึกประสบการณ์การทำงานไปในตัวเธอจึงลองมาสมัครงานดู

        “สวัสดีค่ะพี่นุ่น พี่อิ่มเดี๋ยวตะวันออกมาช่วยนะคะ” เมื่อเดินเข้ามาในร้านหญิงสาวก็เอ่ยปากทักทายรุ่นพี่ที่ทำงานก่อนจะเดินไปหลังร้านเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า เครื่องแบบของร้านเป็นเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงสีดำมีผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลปักโลโก้ร้านผูกไว้ที่เอว

        เมื่อออกมาประจำตำแหน่งสองมือเล็กๆ ก็เป็นระวิงเพราะช่วงหัวค่ำลูกค้าที่เป็นนักศึกษามักจะมาใช้บริการค่อนข้างเยอะ ส่วนมากก็จะมาเป็นคู่ๆ นั่งกินขนมจิบนมปั่นคุยกันกระหนุงกระหนิงซึ่งบางคู่เธอเห็นตั้งแต่วันที่เขาจีบกันจนวันที่ขอแต่งงานกันเลยก็มี

        “สวัสดีค่ะรับอะไรดีคะ” หญิงสาวกล่าวคำทักทายก่อนถามชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนเงยหน้าดูเมนูที่แขวนไว้ด้านหลังเคาน์เตอร์ เขาเป็นผู้ชายที่สูงมากและหน้าก็ดูขรึมเกินกว่าจะกินขนมหวานแต่ปานตะวันก็อาจจะเดาผิดก็เป็นได้

        “ผมขออเมริกาโน่กับแซนด์วิชแฮมชิสก็แล้วกันครับ” น้ำเสียงสุภาพตอบกลับมาหลังจากเจ้าตัวหยุดคิดไปนิดหนึ่ง ที่คิดน่ะเขาไม่ได้คิดเมนูเพราะท่องมาจากโต๊ะแล้วแต่ชายหนุ่มกำลังคิดว่าคนตรงหน้าเขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย พูดคะไม่ได้หมายความว่าเจ้าตัวจะเป็นผู้หญิงเสมอไปอาจจะเป็นทอมน้อยหรือสาวสองก็ได้คนสมัยนี้ดูจากสายตาแล้วตัดสินใจไม่ได้หรอก

        “ทั้งหมดร้อยสิบบาทค่ะ” หลังจากรออยู่ครู่สั้นๆ ชายหนุ่มก็ได้รับถาดใส่กาแฟและแซนด์วิชที่สั่งไว้

        “ไงไอ้หมอมายืนตะลึงอยู่นี่ตกลงรู้ยังว่าน้องเขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย” เสียงปริศนาทำให้คนที่ก้มไปหยิบเมล็ดกาแฟในลิ้นชักใต้เคาน์เตอร์ถึงกับกระเด้งตัวขึ้นยืนตรงทันที

        “อุ๊ย! แล้วก็ไม่บอกว่าน้องเขายังยืนอยู่วะไอ้หมอ... ว่าแต่ถ้าดูไม่ออกมึงก็ถามเขาสิว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย น้องครับขอโทษทีนะน้องเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงครับ” ชายผู้มาใหม่ที่มีความสูงพอๆ กับชายคนแรกถามพลางยื่นหน้ายื่นตามาสำรวจเธอซึ่งเรียกได้ว่ากวาดตามองกันตั้งแต่หัวจรดเท้า

        คนตรงหน้าไว้ผมซอยสั้นสีชมพูซีดๆ บวกกับตาโตๆ ที่ล้อมเอาไว้ด้วยแพขาตาทั้งหนาทั้งฟูแถมยังปากจิ้มลิ้มที่แดงสดแข่งกับผลเชอรี่ที่แต่งหน้าเค้กทำให้ชายหนุ่มเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แต่มันมีปัญหาตรงที่อกแบนราบหน้าหลังก็แบนเท่ากันเลยทำให้ติดใจสงสัยว่าคนตรงหน้าเป็นเพศไหนกันแน่ ทอมน้อยหรือว่าตุ๊ดเด็ก?

        “ไปนั่งที่โต๊ะเลยมึงน่ะ”  คุณหมอหนุ่มกระซิบบอกเพื่อนตัวดีพลางใช้มือที่ว่างข้างเดียวกระตุกแขนเสื้อของคนเสียมารยาทเบาๆ

        “อย่าเพิ่งดิมึง น้องเขายังไม่ได้ตอบคำถามกูเลยนะ” คนเสียมารยาทยังคงจ้องพนักงานตัวเล็กที่ตกเป็นหัวข้อสนทนาบนโต๊ะชนิดที่ว่าไม่ยอมละสายตาเลยทีเดียว คาเฟ่แห่งนี้เป็นของรุ่นพี่สมัยม.ปลายกว่าพวกเขาจะรวมตัวกันมาเยี่ยมเยือนได้เฮียโดนัทก็เปิดร้านไปสามปีกว่าแล้ว

        “สาบานได้ว่าปากคนไม่ใช่ปากหมา!” ตะวันพูดแล้วสะบัดหน้าเดินกลับเข้าไปหลังร้านเพราะขืนอยู่ก็อาจจะทนไม่ไหวเอาหมัดเล็กๆ อัญเชิญไปกระแทกดั้งผู้ชายปากเข้ามอมสักทีสองที

 

        “เพราะมึงคนเดียวเลยไอ้ทีนไปกวนตีนน้องเขา” หมอก้าวบ่นเพื่อนออกมาเบาๆ เพราะมันก็ปากหมาจริงอย่างที่น้องคนนั้นบอก มีอย่างที่ไหนคนเจอกันครั้งแรกก็ไปถามอะไรน่าเกลียดมิหนำซ้ำยังไปมองจ้องเหมือนจะจับเขากลืนลงท้อง

        “อ้าว! ผิดกูอีกไอ้หมอก้าว... ก็มึงแต่มัวไปยืนอึ้งอยู่นั่นเพื่อนที่แสนดีอย่างกูเลยต้องถามให้” คนที่ไม่รู้ตัวยังแถไปเรื่อยจนสีข้างแทบจะเลือดซิบ

        “แล้วได้เรื่องไหม?” พระนายหนุ่มตี๋ที่นั่งรอลุ้นอยู่ที่โต๊ะเอ่ยปากถาม

        “ได้กะผีอะไรครับคุณพระนายในเมื่อคุณไวทินเขาไปทำกิริยาทรามๆ ต่อหน้าน้องเขาแบบนั้น” หมอก้าวไกลส่ายหน้าพลางหยิบแซนด์วิชเข้าปากพลางจ้องหน้าเพื่อนรักที่ยังคงลอยหน้าลอยตากวนอวัยวะเบื้องล่าง

        “ไม่ต้องมามองกูแบบนั้นเลยครับไอ้คุณหมอก้าวไกล ก็คุณมึงเอาแต่ยืนจ้องหน้าน้องเขาแล้วเมื่อไหร่มันจะรู้เรื่องล่ะครับไอ้กระผมก็หวังดี”

        “หวังดีมากเลยมึงอยู่ๆ เดินไปถามเข้าว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายดีนะที่เขาแค่ด่าแบบสุภาพถ้าน้องมันคว้าแก้วกาแฟมาสาดหน้ามึงจะทำยังไง” คุณหมอหนุ่มส่ายศีรษะอีกครั้งเพราะอ่อนใจกับนิสัยของเพื่อนสนิท

 

        “กูรู้แล้วว่าใครทำเด็กร้านกูอารมณ์เสียไอ้หมาทีนนี่เอง” เสียงของโดนัท ชายหนุ่มโตผมยาวที่ยืนทำหน้าบู้บี้อยู่ ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่ชายขาโหดในอดีตบัดนี้จะมาเปิดคาเฟ่ขายขนมหวานมุ้งมิ้ง

        “มาถึงก็เรียกชื่อจริงกันเลยนะเฮียนัท” คนที่ถูกเลื่อนขั้นให้เป็นหมาทักทายอย่างอารมณ์ดีถ้าไม่สนิทกันนี่คงมีเรียกเคลียร์

        “ก็มันจริงมาถึงก็กวนตีนเด็กในร้านกู... โชคยังดีที่ตะวันมันไม่ชกหน้าหงายเห็นตัวเล็กๆ นี่หมัดหนักนะมึงอย่าได้ประมาท เคยมีลูกค้ามากวนตีนงี้เผลอแป๊บเดียวไอ้ตะวันมันกระโดดเกาะหลังสาวหมัดใส่ซะหัวหูปูด” โดนัท หรืออิศวินเล่าวีรกรรมของลูกน้องตัวจิ๋วให้เพื่อนรุ่นน้องฟัง

        “นักเลงงี้เฮียรับเข้ามาทำงานได้ไงอ่ะไม่กลัวร้านจะเสียชื่อหรอ” ไวทินได้ยินก็เบ้ปากเขาไม่ค่อยชอบตัดสินปัญหาด้วยกำลังแต่ถ้าไปใช้กำลังบนเตียงนี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

        “ถ้ามึงกรู้เหตุผลแล้วจะบอกว่าสมควรไอ้ห่านั่นมันมาจับตูดตะวันไม่ใช่แค่ลูบผ่านๆ นะมึงแม่งเล่นบีบเต็มๆ มือ ว่าแต่มึงไอ้ทีนไปกวนตีนอะไรน้องมันวะ”

        “ก็แค่ถามนิดหน่อย”

        “อย่ามาท่ามากครับคุณไวทินมึงไปทำอีที่ไหนตะวันเขาถึงโกรธจนต้องหนีไปสงบสติอารมณ์หลังร้าน” โดนัทถามเสียงเข้มถึงรุ่นน้องกลุ่มนี้จะสนิทกับเขาแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเข้าข้างมันเวลาทำผิด

        “น้องตะวันของเฮียเพศสภาพเขาเป็นอะไรบางมุมแม่งก็เหมือนทอมบางมุมก็ดันเหมือนตุ๊ดเด็ก ผมสงสัยเลยเข้าไปถามว่าน้องเขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายเขาก็เลยตอบกลับมาว่าผมปากหมาเลยไม่รู้คำตอบเลยดิ” ไวทินแสร้งเอามือเท้าคางอมลมเข้าปากคนแก้มป่อง ผู้ชายตัวโตหน้าตาหล่อเหลามาทำท่าคิกขุอาโนเนะแบบนี้เห็นแล้วก็น่าเอาปลายเท้ายันให้ตกเก้าอี้เสียจริง

        “ตะวันมันเป็นผู้หญิง หญิงแท้ด้วยไม่ใช่ตุ๊ดใช่ทอมอย่างที่พวกมึงคิดครับ แต่มึงก็ไม่ใช่คนแรกที่สงสัยที่ผ่านมาลูกค้าคนอื่นเขาก็งงๆ แบบนี้ทั้งนั้นแหละจะมีก็ไอ้หมาบ้าทีนที่เสือกไปถาม”

        “งั้นผมจีบได้ป่ะเฮียน้องตะวันเนี่ยดุแบบนี้มันได้ใจจริงๆ” เมื่อได้ยินคำตอบของอัศวินไวทินถึงกับออกอาการดี๊ด๊า

        “ตามใจมึงเลยครับแต่กูเตือนไว้ก่อนน้องมันเป็นเด็กดีอย่าคิดมาหลอกฟันเด็กในร้านกูเล่นๆ ไม่งั้นกูนี่แหละจะตามล้างตามเช็ดมึงเอง” อัศวินคาดโทษเอาไว้ล่วงหน้าเพราะนิสัยของไวทินนั้นทั้งขี้เล่นและเจ้าชู้เขาก็กลัวไปล่วงหน้าว่าจะมาทำน้องสาวตัวเล็กให้เสียใจ

        “งั้นเด็กในร้านมีใครว่างไหมผมจะได้จีบด้วย เพราะต่อไปสงสัยต้องมานั่งเป็นเพื่อนไอ้ทีนที่ร้านเฮียนี่แหละ เลิกไปร้านเหล้ามาเข้าร้านนมแทน” พระนายพูดขึ้นมาขำๆ

        “พอเลยมึงแค่ไอ้ทีนกูยังหวั่นใจไม่พอใช่ไหม? ถ้ามึงสามคนรวมตัวกันมาจีบแล้วทำเด็กมันเฮิร์ทจนไม่มาทำงานทำการกูนี่ครับที่จะแย่ พอเลยเดี๋ยวกูไปดูหลังร้านก่อนไม่รู้ไอ้ตะวันมันพังอะไรไปบ้างอยากกินอะไรก็บอกเด็กนะเดี๋ยวกูมา” อัศวินส่ายหน้าแรงๆ เมื่อได้ยินความคิดของพระนาย ลำพังไอ้สามหนุ่มสามมุมมาเยือนคาเฟ่ของเขาวันแรกเด็กๆ ในรั้นยังไม่เป็นอันทำงานแล้วถ้ามันจะแวะกันมาอีกก็ยังไม่รู้ว่าจะวุ่นวายกันขนาดไหน


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณนักอ่านทุกท่านสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha