ปานตะวัน (ซีรีย์ชุดร้อยรักเยาวมาลย์)

โดย: อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : สถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“อืออ อย่ากวน” ไวทินมองดูร่างเล็กที่นอนหลับเป็นตายอยู่บนเตียงขนาดสามฟุตครึ่ง ซึ่งดูท่าทางแล้วน้องตะวันของพี่ทีนคงจะเหนื่อยมากเพราะถึงขนาดมีคนบุกรุกเข้ามาในห้องส่วนตัวถึงขั้นยืนประชิดติดเตียงขนาดนี้ก็ยังไม่ตื่น นี่นับว่าโชคยังดีที่น่าปานไว้ใจให้เขามาปลุกน้องได้ถึงบนห้องนอนแถมยังฝากฝังให้ช่วยดูแลตะวันเพราะตัวน้าปานจะรีบออกไปร้านแล้ว

มือใหญ่หนาเอื้อมไปจับเท้าเล็กๆ ที่โผล่พ้นผ้านวมแกล้งเกาฝ่าเท้าขาวๆ ด้วยปลายเล็บสักพักคนที่นอนหลับก็บิดตัวแถมยังยกเท้าขึ้นถูกับขาตัวเองไปมาแถมยังครางอย่างไม่สบอารมณ์

“อืออ แมงอะไรไต่วะ” ไวทินต้องกลั้นหัวเราะเพราะเขาลงน้ำหนักที่ปลายนิ้วอีกนิดคนตัวเล็กก็สะดุ้งยกเท้าขึ้นมาเกาทั้งๆ ที่ยังหลับตาอยู่

และตอนนี้คนขี้แกล้งก็เริ่มจะรู้สึกตัวแล้วว่าตัวเองนั้นคิดผิดที่จงใจแกล้งให้หญิงสาวรำคาญเพราะบาปกรรมของการกระทำนั้นมันกำลังตามสนองเขาอยู่ตอนนี้... เวรกรรมสมัยนี้มันติดจรวดจริงๆ

ใจของไวทินกำลังร้องครวญครางโอดโอยเพราะว่าตอนที่ตะวันยกขาลงนั้นชายเสื้อกล้ามและกางเกงใส่นอนของหญิงสาวมันร่นขึ้นไปถึงไหนต่อไหน ตรงหน้าเขาตอนนี้มีภาพที่ชายหนุ่มไม่อาจจะละสายตาไปได้ตะวันในมุมเซ็กซี่ที่เธอเองก็อาจจะไม่เคยรู้ตัวว่าตัวเองจะมีมุมนี้เหมือนกับชาวบ้านเขาเหมือนกัน

คนที่นอนหลับตาพริ้มไม่รู้ตัวปล่อยให้คนเจ้าเล่ห์ใช่สายตาโลมเลียล่วงเกินไปทั่วร่างกายขาวๆ โดยไม่มีโอกาสได้ปัดป้องหรือระวังตัวเอง ร่างเล็กยังคงนอนปล่อยพุงแบนๆ ขาวๆ และต้นขาเรียวสวยให้อวดโฉมท้าสายตาชาย ถ้าไวทินมองไม่ผิดเขามั่นใจว่าใต้ร่มผ้านั้นไม่มีชุดชั้นในเลยทั้งชิ้นบนและชิ้นล่างที่ในใจเพราะว่าชายหนุ่มเห็นจุกเล็กๆ สองข้างมันแข็งดันเนื้อผ้าออกมา

... จะแกล้งเขาแต่ตัวเองดันมานั่งเหงื่อตก โถไอ้ทีน!

 

“เอาวะ เป็นไงเป็นกัน!” ชายหนุ่มสูดหายใจเรียกกำลังใจให้ตัวเองก่อนที่มือใหญ่จะเอื้อมไปที่เท้าของหญิงสาวอีกครั้ง

“ตื่นได้แล้วครับน้องตะวัน ตื่น ตื่น” ปากร้องเรียกมือก็ตีเท้าเล็กเบาๆ

“น้องตะวันครับตื่นได้แล้วนะ ตื่น ตื่น” ชายหนุ่มลงน้ำหนักที่ตีให้แรงขึ้นนิดหน่อยแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าปานตะวันจะรู้สึกตัว

“อืออ” เรียกไปตั้งนานแต่เขากลับได้รับแค่เสียงครางเหมือนรำคาญตอบกลับ

“ไม่ตื่นใช่ไหม ได้... น้องตะวันบังคับพี่เองนะครับ” ชายหนุ่มบ่นก่อนจะกระโจนเข้าหาคนบนเตียงแล้วตั้งหน้าตั้งตาจั๊กจี้เอวเล็กแบบรัวๆ

“อือ โอ๊ย อะไรกันนักกันหน้าวะ” เพราะน้ำหนักที่กดทับตรงช่วงเอวบวกกับสัมผัสขยุกขยิกน่ารำคาญทำให้ปานตะวันต้องลืมตาขึ้นมาจนได้

 

“ไอ้บ้าเข้ามาได้ไงวะ!” ตะวันลืมตาโพลงเมื่อเห็นว่าใครที่คร่อมร่างเธออยู่ นี่มันเข้ามาในบ้านได้ยังไงแล้วแม่ไปไหนกัน

“ปล่อยนะโว๊ย ลุกไปได้แล้วตัวก็ไม่ใช่เบาๆ กินควายเข้าไปรึไงวะ” เมื่อทั้งผลักทั้งดันแล้วคนตัวโตยังคงนั่งเป็นยักษ์ปักหลั่นอยู่บนเอวเธอโดยที่ไม่ขยับหนีเลยแม้แต่น้อยก็ต้องใช้ปากนี่แหละตะโกนด่าโวยวายมันเข้าไป

“แม่ไปไหนนะ แม่ แม่จ๋า ช่วยตะวันด้วย แม่จ๋า”

“เลิกตะโกนสักทีเถอะครับน้องตะวันเพิ่งตื่นมาหน้าไม่ได้ล้างฟันยังไม่แปรงก็ช่วยสงสารพี่หน่อยเถอะเลิกสร้างมลพิษทางอากาศนะครับ” ตะวันหุบปากลงทันทีก็สิ่งไอ้หมอนี่พูดมันแปลความหมายได้ว่าเธอปากเหม็น!

“ใครใช้ให้มาดมล่ะโรคจิตหรือไงวะ แม่ไปไหนนะ แม่ขา แม่”

“ตะโกนไปก็ไม่ได้ยินมีแต่พี่ที่จะลมจับเพราะขี้ฟันเราซะก่อน คุณน้าไปที่ร้านแล้วเพราะเช้านี้มีลูกค้าจะมารับขนม” ชายหนุ่มเฉลยให้แม่แมวน้อยขี้โมโหรู้ว่ามารดาของเธอหายไปไหนจะได้เลิกโวยวายเสียที

“งั้นก็ลงไปได้รอข้างล่างแล้วคนจะไปอาบน้ำ ลุกดิวะ เฮ่ย!” ปานตะวันหงุดหงิดที่คนหน้ามึนยังไม่ยอมลุกออกไปจากตัวเธอ

“พี่อุตส่าห์มาปลุกถึงที่นอนจะไม่มีอะไรสมนาคุณสักหน่อยหรือครับ” รอยยิ้มยียวนกับสายตาที่แพรวพราวทำเอาหญิงสาวหายใจไม่ทั่วท้อง นึกโมโหว่าทำไมตัวเองถึงต้องมารู้สึกอ่อนระทวยทุกครั้งที่ไอ้หมอนี่มันมองก็ไม่รู้

“เพิ่งรู้ว่าคุณไวทินเป็นคนที่ทำอะไรแล้วหวังผล กรุณาช่วยลุกออกไปได้แล้วเพราะที่นี่ไม่มีรางวัลให้ค่ะ”

“ใครว่าที่นี่ไม่มีรางวัล ฟอดด!” เมื่อแก้มขาวถูกจมูกโด่งซุกซนโจมตีกะทันหันหญิงสาวจึงไม่ทันได้ปัดป้องได้แต่นอนตัวแข็งอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น

 

“ไอ้!

“ไม่เอาครับไม่ด่ารีบไปอาบน้ำได้แล้วนะ น้ำลายบูดเต็มแก้มเลยเนี่ย” พูดจบไวทินก็เดินผิวปากออกไปจากห้องนอนของปานตะวันหน้าตาเฉยทิ้งให้หญิงสาวอารมณ์เดือดอยู่ตามลำพัง

“แม่นะแม่คิดยังไงถึงปล่อยลูกสาวให้อยู่กับไอ้หมาบ้าตามลำพัง” คนตัวเล็กทึ้งหัวตัวเองเพราะต้องการระบายอารมณ์แต่ก็ยังไม่วายเอามือปาดแก้มสองข้างของตนมาพิสูจน์กลิ่น

“ก็ไม่เห็นจะเหม็น จมูกนายเป็นไซนัสหรือไงถึงได้กลิ่นแปลกๆ”

 

สิบห้านาทีต่อมาปานตะวันก็เดินลงมาชั้นล่างก็เห็นไวทินกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่หน้าตู้โชว์ของเธอ เขากำลังหยิบบรรดาถ้วยรางวัลทั้งหลายจัดเรียงลงในกล่องพลาสติกขนาดใหญ่

“ใครใช้ให้ทำ!” หญิงสาวตัวเล็กเสียงเขียวใส่เพราะเธอไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับของส่วนตัว

“ไม่มีครับแต่พี่ขอคุณน้าแล้วและท่านก็อนุญาตให้เก็บรางวัลของน้องตะวันทั้งหมดยกไปบ้านพี่ได้เลย” ชายหนุ่มแวะมายิ้มหวานให้หญิงสาวแล้วหันกลับไปทำหน้าที่ของเขาต่อ ตะวันซึ่งได้ยินดังนั้นก็ไหวไหล่เขาอยากจะทำก็ทำไปดีซะอีกเธอจะได้ไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อยถึงจะไม่ค่อยชอบใจแต่ในเมื่อมีคนมาให้ใช้ฟรีๆ ก็พอหยวนๆ

“จะไปไหนครับ” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำท่าจะเดินกลับขึ้นชั้นสองชายหนุ่มจึงถาม

“ก็ขึ้นไปเก็บของ”

“ถ้าอย่างนั้นไปทานข้าวก่อนคุณน้าบอกว่าเตรียมกับข้าวไว้ให้ในตู้แล้วค่อยขึ้นไป พี่ซื้อกล่องมาให้จัดใส่ในนี้จะได้เรียบร้อย” ไวทินบอกในสิ่งที่มารดาเธอฝากเอาไว้การมีแม่มันดีอย่างนี้ มีคนใส่ใจคอยเป็นห่วงในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ การโตมากับพ่อถึงเขาจะไม่ขาดความรักความอบอุ่นแต่ถึงยังไงแล้วผู้ชายก็ไม่ละเอียดอ่อนเท่าผู้หญิงอยู่ดี

“แล้วนายกินข้าวรึยัง” เมื่ออีกคนมีน้ำใจมาช่วยเธอก็มีน้ำใจเอ่ยถามเข้าบ้างเดี๋ยวเขาจะหาว่าเธอไม่รู้จักต้อนรับแขก

“พี่ยังไม่ได้ทานอะไรเลยครับเพราะตื่นมาก็รีบไปซื้อกล่องแล้วมาหาน้องตะวันที่บ้านเลย”

“ถ้าอย่างนั้นก็มากินข้าวด้วยกันก่อนก็ได้แล้วค่อยไปเก็บของต่อ” ตะวันไม่ลืมหรอกที่คนตรงหน้าเคยเลียปาก หอมแก้มแถมยังมาหาว่าเธอปากเหม็นก็คนมันเพิ่งตื่นจะเอาที่ไหนมาหอมกันเล่า แต่เธอเห็นว่าวันนี้เขามาช่วยเธอขนของเลยจะยอมพักรบหนึ่งวันไม่อย่างนั้นจะไม่ยอมญาติดีด้วยเด็ดขาด

“ขอบคุณครับน้องตะวัน” ไวทินเดินไปล้างไม้ล้างมือในห้องน้ำก่อนจะมานั่งที่โต๊ะกินข้าวเล็กๆ ที่หญิงสาวกำลังจัดอาหารอยู่อาหารเช้าง่ายๆ แต่อุดมด้วยคุณค่าสมกับเป็นฝีมือคุณแม่นักกีฬาจริงๆ

“มีแต่กับข้างง่ายๆ หวังว่านายจะกินได้นะ” ตะวันออกตัวเมื่อเห็นสายตาที่เขามองต้มจืดเต้าหู้หมูสับกับไก่อบกระเทียมพริกไทยตาไม่กะพริบ

“พี่ชอบมากเลยต้มจืดเต้าหู้แต่ถ้าใส่วุ้นเส้นจะชอบมากที่สุด” เขาพูดยิ้มๆ เพราะเมนูนี้ให้เขากินทุกวันก็ไม่เบื่อ

“อืม... ก็ชอบเหมือนกันงั้นรอแป๊บนึงนะที่จริงแม่เตรียมวุ้นเส้นไว้แล้วล่ะแต่ไม่ได้ใส่นึกว่านายจะไม่ชอบ” หญิงสาวลุกขึ้นเอาต้มจืดไปเทใส่หม้อเล็กแล้วเอาขึ้นตั้งไฟ ก่อนจะหยิบวุ้นเส้นในตู้เย็นมาใส่รอสักพักให้มันเดือดก็ตักใส่ชามใบเดิม

“อร่อยมากเลยครับ” มารดาของปานตะวันเป็นแม่บ้านแม่เรือนตัวจริงต้มจืดน้ำซุปกลมกล่อมแถมหมูสับยังเนื้อนุ่มไม่กระด้างปรุงรสกำลังดี ส่วนไก่อบเนื้อยังนุ่มฉ่ำน้ำไม่แข็งเหมือนเคี้ยวขี้เลื่อยทั้งที่เป็นเนื้อส่วนอกที่แทบจะไม่มีไขมัน

“กินๆ เข้าไปเถอะไม่ต้องพูดมากถึงชมดอนนี้แม่ก็ไม่ได้ยินหรอกรอไปชมกับแม่เองละกัน” ตะวันเบรกเขาเพราะหมั่นไส้ที่เขาทำเหมือนกับว่าต้มจืดธรรมดาๆ มันเป็นอาหารหรูจากภัตตาคาร

“ครับ” ไวทินยอมสงบปากสงบคำก้มหน้าก้มตากินข้าวเพราะตอนนี้มันก็ปาไปเก้าโมงกว่าเขาเองยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย

“พี่ช่วยล้างจานนะครับ” รูปประโยคเหมือนจะหวังดีแต่การกระทำมันไม่ได้ใกล้เคียงเลยแม้แต่น้อย ตะวันคิดเอาไว้แล้วเชียวว่าไอ้หมาบ้ามันไม่มีทางกลายเป็นลูกหมาได้ ที่เห็นเงียบหงิมนี่มันกำลังหาช่องทางทำชีกอใส่เธอต่างหาก

“ถ้าจะช่วยก็ไปยืนข้างๆ มายืนซ้อนหลังแบบนี้มันจะไปทำอะไรได้” คนตัวโตลอบยิ้มเมื่อตะวันรู้ทันเขาแค่อยากจะใกล้ชิดน้องนิดๆ หน่อยๆ ให้พอชื่นใจก็ไม่น่าจะมาดุใส่กันให้เสียขวัญเลย

แต่ถ้าถามว่ากลัวไหม? ก็ตอบได้เลยว่าไม่นะ!

“พี่มายืนข้างหลังจะได้ช่วยประคองจานอีกทีไงครับเผื่อจานมันหลุดมือน้องตะวันพี่จะได้คว้าไว้ทัน” ชายหนุ่มแถไปจนสีข้างเลือดไหลซิบๆ

“ถ้ามันจะลำบากขนาดนั้นก็กลับไปเก็บของเถอะค่ะ” ตะวันเบี่ยงตัวออกจากวงแขนที่เหมือนจะกอดเธออยู่กลายๆ แล้วเดินขึ้นไปชั้นสองของบ้านถ้าไวทินอยากจะช่วยนักก็เชิญล้างไปคนเดียวเถอะ!

ไวทินมองตามร่างเล็กที่เดินปึงปังขึ้นห้องไปอย่างอารมณ์ดีแม้เธอจะทิ้งจานทั้งหมดไว้ให้เขาล้างก็ตาม ลำพังจานแค่สามสี่ใบมันไม่คณามือเขาหรอก

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าช่วงเวลาแห่งความสงบสุขของปานตะวันสิ้นได้สุดลงแล้ว

“พี่เอากล่องมาให้ครับถ้าไม่พอน้องตะวันเรียกพี่ได้พี่จะเอาให้อีกแล้วก็ไม่ต้องยกเองนะครับเรียกพี่เดี๋ยวพี่มายกลงไปให้”  เหมือนคนตรงหน้าจะรู้ว่าหญิงสาวต้องบ่นเขาเลยพูดรัวถึงจุดประสงค์ที่มาเคาะประตูห้องนอนของเธอ

“อือ” หญิงสาวตอบรับพลางเปิดประตูห้องให้กว้างและเดินหลบเพื่อเปิดทางให้คนที่แบกกล่องขึ้นมาเอาเข้ามาวางได้

“อย่าลืมนะครับอย่ายกเองเรียกพี่” เขายังพูดย้ำประโยคเดิม

“รู้แล้ว เสร็จแล้วก็ลงไปทำงานของตัวเองตะวันจะเก็บของ” ไวทินยอมรามือเมื่อหญิงสาวออกปากไล่ เขาแค่เว้นระยะไม่ได้ยอมแพ้สักหน่อย กวนประสาทมากๆ เดี๋ยวน้องตะวันจะสุขภาพจิตเสียเขาจึงตั้งใจจะวันวรรคสลับมาหยอดแบบหวานๆ บ้างถ้าน้องตะวันไม่หวั่นไหวก็คงจะเกินไปหน่อยแล้ว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณนักอ่านทุกท่านสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha