ปานตะวัน (ซีรีย์ชุดร้อยรักเยาวมาลย์)

โดย: อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : พักรบ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

หลังจากเดินขึ้นเดินลงระหว่างชั้นหนึ่งกับชั้นสองของบ้านเพื่อแอบดูน้องตะวันอยู่หลายรอบแต่ก็เข้าห้องไม่ได้เพราะเธอล็อกประตูไว้อย่างนานหนา ไวทินจึงกลับมาก้มหน้าก้มตาจัดข้าวของลงกล่องจนเสร็จแล้วขนขึ้นไปไว้บนรถเรียบร้อย วันนี้ชายหนุ่มขอยืมรถกระบะที่ร้านบิดามาเพราะมันดูจะสะดวกในการบรรทุกของมากกว่ารถเก๋งของเขา

“นี่นายจัดของเสร็จแล้ว” ปานตะวันเดินมาบอกเขาทื่อๆ ท่าทางหญิงสาวดูจะไม่อยากผูกมิตรกับชายหนุ่มสักเท่าไร

“ให้พี่ขึ้นไปยกลงมาเลยไหมครับ?” ชายหนุ่มถามย้ำเพื่อความแน่ใจว่าเธอแค่จะมาบอกเฉยๆ หรือว่าต้องการความช่วยเหลือ

“ไปยก” หญิงสาวพูดสั้นๆ ก่อนจะเดินสะบัดหน้าขึ้นไปบนชั้นสองทำให้ผู้ชายตัวโตต้องรีบสาวเท้าตามไป

 

ภายในห้องนอนเล็กๆ นั้นมีกล่องพลาสติกสามกล่องปิดฝาเรียบร้อยทั้งยังมีกระดาษโน๊ตแผ่นเล็กติดกำกับไว้ว่าของข้างในเป็นอะไรอยู่วางอยู่ และยังมีข้าวของบางส่วนที่ยังไม่ได้เก็บให้เรียบร้อย หญิงสาวเจ้าของห้องยืนอยู่หน้าตู้หนังสือและกำลังจัดหนังสือจากชั้นลงไปในกล่อง

“สามกล่องนี้ยกลงไปได้เลยนะ” หญิงสาวหันมาบอกเขาซึ่งไวทินก็ทำตามบัญชาของเธอทันทีอย่างไม่มีอิดออด ขากลับเข้ามาขนของรอบที่สองเขายังหิ้วกล่องขึ้นมาฝากเธออีก

“บ่ายแล้วนะครับย้องตะวันหิวหรือยัง” ชายหนุ่มถามเพราะเห็นว่ามันจะบ่ายอยู่แล้วทั้งเขาและเธอก็ออกแรงจัดข้าวจัดของกันมาตั้งนานน่าจะหยุดพักกันก่อน

“จัดตู้หนังสือเสร็จแล้วค่อยกินแต่ถ้านายหิวก็กินก่อนได้เลยนะ” หญิงสาวพูดโดยไม่หันมามองหน้าเขาแล้วเร่งมือตัวเองในการจัดข้าวของในตู้ลงกล่อง

“พี่ว่าเราออกไปทานข้างนอกดีกว่ารอน้องตะวันเก็บเสร็จเราก็ขนของพวกนี้ไปบ้านพี่เลยแล้วค่อยแวะกินข้าวระหว่างทางก็ได้” ไวทินเสนอ

“เอางั้นก็ได้” หญิงสาวตอบสั้นๆ

ไวทินสำรวจคนตัวเล็กที่มัวแต่เก็บของไม่สนใจเขาด้วยสายตาหยาดเยิ้ม น้องตะวันนี่น่ารักจริงๆ ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถไหนขนาดเหงื่อแตกเต็มหน้าแล้วเขายังมองว่าเธอสวยอยู่เลยยิ่งตอนนี้หญิงสาวอยู่ในชุดอยู่กับบ้านง่ายๆ เสื้อยืดลายการ์ตูนพอดีตัวกับกางเกงยีนตัดขาสั้นเหนือเข่าบวกกับผมสีแปลกสีชมพูซีดๆ ที่ทำให้เธอโดดเด่นไม่เหมือนใคร

เมื่อคืนยังผมสีน้ำตาลวันนี้กลับมาเป็นสีชมพูแล้วเขาต้องรู้ให้ได้ว่าเธอทำอะไรกับมัน

 

“เฮ้อ! เสร็จสักที” เสียงหวานลากยาวดังขึ้นพร้อมกับเจ้าตัวที่บิดขี้เกียจทำเอาผู้ชายอีกคนที่แอบมานั่งเงียบๆ เป็นเพื่อนเธอในห้องนั้นหายใจไม่ทั่วท้อง

ก็จังหวะที่เธอเหยียดแขนขึ้นจนสุดนั้นชายเสื้อมันเลิกขึ้นแล้วหน้าท้องขาวๆ ก็ออกมาโชว์โฉมให้ไวทินมองเต็มๆ ตา สองครั้งแล้วนะวันนี้ที่เขาต้องท่องยุบหนอพองหนอ

“ถ้าอย่างนั้นน้องตะวันล้างหน้าล้างตาสักหน่อยนะครับพี่จะขนลังไปไว้ข้างล่างแล้วเราจะได้ไปทานข้าวกัน” ไวทินบอกก่อนจะยกลังที่หนักอึ้งลงไปข้างล่างโดยที่ไม่หันไปมองทางหญิงสาวอีกเลยเพราะกลัวใจตัวเองว่ามันจะอดรนทนไม่ไหว เขามันก็ผู้ชายวัยเจริญพันธุ์ มาเห็นคนที่ตัวเองชอบในแบบวับๆ แวมๆ ถึงเธอจะไม่ได้ตั้งใจก็เถอะแต่มันก็ทำให้อารมณ์ขึ้นเป็นธรรมดา

ไวทินยกกล่องที่หนักอึ้งไปด้วยหนังสือมาใส่ท้ายกระบะจนครบก่อนจะคลี่ตาข่ายคลุมขึงปิดไว้กันอะไรมันจะปลิวหล่นไปในตอนที่รถวิ่ง ยืนรออีกสักพักปานตะวันก็เดินออกมาจากบ้านในเสื้อผ้าชุดเดิมแต่สวมรองเท้าผ้าใบลายดอกไม้และสะพายกระเป๋าเป้ที่เขาเคยเห็นคนตัวเล็กสะพายไปทำงาน... มองตรงไหนก็น่ารักไปหมดจริงๆ

“ปิดบ้านเรียบร้อยแล้วนะครับ” ชายหนุ่มถามเพราะเป็นห่วง คนสมัยนี้ไว้ใจไม่ค่อยได้จะออกจากบ้านทีนี่ต้องเช็คแล้วเช็คอีกว่าประตูหน้าต่างปิดสนิทแล้วหรือยัง

“ปิดดีแล้ว” ได้ยินดังนั้นชายหนุ่มก็เดินไปเปิดประตูรถให้สุภาพสตรีซึ่งปานตะวันก็ดูจะงงนิดๆ แต่เธอก็ยอมเดินขึ้นรถไปเงียบๆ ปล่อยให้ชายหนุ่มเปิดปิดประตูให้ วันนี้เธอยอมสงบศึกแล้วถ้าเขาไม่กวนประสาทเธอจนเหลืออดก็คงจะยอมมองข้ามพฤติกรรมแปลกประหลาดของเขาไป

“ทานในห้างก็แล้วกันนะครับคิดไว้ได้เลยว่าอยากทานอะไร”

ปานตะวันทำแค่พยักหน้ารับรู้พลางมองข้างทางเป็นการจดจำเส้นทางไปในตัว เธอไม่เคยไปบ้านของคุณลุงไววิทย์มาก่อนแต่แม่เคยเล่าให้ฟังอยู่ว่าคุณลุงมีบ้านหลังใหญ่อยู่ในเมืองแค่คิดเธอก็เหนื่อยแล้วถ้าจะต้องฝ่าฟันการจราจรไปเรียนและทำงาน

“บ้านพี่อยู่เลยห้างนี้ไปประมาณสิบห้านาทีตอนเช้ารถไม่ถึงกับติดนิ่งแต่มันจะค่อยๆ ไหลไปน้องตะวันอาจจะต้องการคำนวณเวลาเดินทางไปมหาวิทยาลัยใหม่แต่พี่ทีนไปส่งก็ได้นะครับทางผ่านพี่อยู่แล้ว” ไวทินพยายามผูกมิตร

“ไปเองสบายใจกว่า” หญิงสาวตอบห้วนๆ ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเข้าใจว่านิสัยของปานตะวันเป็นแบบนี้

“พี่ก็ถามไว้เผื่อน้องตะวันอยากจะใช้บริการพี่คงโชคดีมากตุ๊กตาหน้ารถน่ารักแบบนี้” หญิงสาวสะดุดหูกับคำชมของเขาตั้งแต่เกิดมาคนที่บอกว่าเธอน่ารักก็มีแต่แม่คนเดียวเท่านั้นแหละ ยิ่งเพื่อนๆ รับรองไม่มีทางจะชมเธอแบบนี้ส่วนมากจะชมเธอว่าเป็นอีถึกอีเถื่อนมากกว่า... มาบอกกันตรงๆ อย่างนี้มันก็ชักจะเขิน

“พูดมาก... ขับเร็วๆ เลยหิวแล้ว”

“ตามบัญชาเลยครับน้องตะวัน” ไวทินพอจะดูออกว่าปานตะวันกำลังเขินเขาเลยยอมเงียบตั้งหน้าตั้งตาพาคนตัวเล็กไปกินข้าวก่อนที่เธอจะโมโหหิวอาละวาดฟาดงวงฟาดงา

 

ไวทินใช้เวลาขับรถประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาถึงห้างที่ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหรา ตะวันมองการแต่งตัวของตัวเองแล้วถึงกับถอนหายใจ เขาน่าจะบอกเธอสักหน่อยว่าพามาห้างไหนเธอจะได้แต่งตัวให้เข้าท่ากว่านี้

“ถึงแล้วครับเลือกได้หรือยังว่าจะทานอะไร”

“ยังนึกไม่ออกไม่เคยมาที่นี่นายเลือกก็แล้วกันตะวันกินอะไรก็ได้” เมื่อไม่คุ้นเคยกับสถานที่เธอจึงโยนความรับผิดชอบให้ชายหนุ่มที่พาเธอมา

“งั้นเอามือมาจับพี่ไว้ไม่เคยมาเดี๋ยวจะหลงเอา” คนหน้ามึนคว้ามือตะวันไปจับหน้าตาเฉยก่อนจะจูงเจ้าของมือบางที่ขืนตัวจนเกร็งให้เดินตามเขาเข้าห้างโดยที่หน้าตาไม่ค่อยตะเต็มใจ

“จะกินอะไรเนี่ย... เดินมาหลายชั้นแล้วนะ” คนตัวเล็กกระตุกมือที่ถูกกุมไว้เบาๆ เป็นการเรียกคนตัวโตที่เดินเอ้อระเหยชมนกชมไม้ไม่มีท่าทีจะเลี้ยวเข้าร้านไหนสักร้าน

“อาหารญี่ปุ่นชอบทานไหมครับ” เขาไม่ตอบแต่หันมาถามซึ่งหญิงสาวก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ เธอชอบไข่หวานแล้วก็ซูชิที่สุด

“งั้นขึ้นไปอีกชั้นนึงนะ” ไวทินตอบเสียงเรียบก่อนจะพาเธอเดินไปตามทางร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้เขามาบ่อยเพราะติดใจในรสชาติอาหารแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ก็เชฟของร้านเขาอิมพอร์ทมาจากญี่ปุ่นเลยทีเดียว

 

“อาหารร้านนี้เขาสดและอร่อยมากเลยลองชิมดูนะครับ” ไวทินกุลีกุจอบริการและเอาใจหญิงสาวเป็นพิเศษเขาเลือกเมนูที่ดีที่สุดในร้านและเมนูที่ถามเอาจากปากคนตัวเล็ก

“กินเองบ้างเหอะตะวันโตแล้วดูแลตัวเองได้” ปากบ่นเขาแต่ตาก็จ้องไข่หวานตาเป็นมันแค่เธอบอกว่าชอบเท่านั้นแหละไวทินก็สั่งไข่หวานจานใหญ่พิเศษมาให้เลยทีเดียว

ใช้เวลาไม่นานอาหารที่ดูจะเยอะเกินไปในตอนแรกก็หมดเกลี้ยงทุกอย่าง ตลอดมื้ออาหารทั้งตะวันและไวทินไม่ได้คุยอะไรกันมากซึ่งนั้นก็เป็นผลดีเพราะตัวหญิงสาวเองไม่พร้อมจะปะทะคารมกับเขา ดูๆ ไปนายนี่ก็นิสัยใช้ได้อยู่แต่มันคาใจเพราะในครั้งแรกที่พบกันซึ่งมันไม่น่าประทับใจเลย

 

“เมื่อวานพี่เห็นผมน้องตะวันเป็นสีน้ำตาลแล้ววันนี้ทำไมมันเป็นสีชมพูแล้วล่ะครับ” ไวทินเอ่ยปากถามระหว่างที่กำลังขับรถมุ่งหน้าไปที่บ้านของเขา

“มีสอบเลยเอาสีแบบสเปรย์มาฉีดเอาไว้ชั่วคราว จริงๆ ที่คณะเขาก็ไม่ได้เคร่งแต่จะเข้าไปทั้งๆ อย่างนี้ก็รู้สึกไม่สุภาพ” เพราะตัวเองนั้นเรียนภาคอินเตอร์เลยไม่ค่อยเคร่งเรื่องกฎระเบียบแต่ความรู้สึกส่วนตัวมันบอกว่าไม่ควรปานตะวันเลยเลือกที่จะปกปิดสีผมสีชมพูของตัวเองเอาไว้ชั่วคราว

ปานตะวันชอบสีชมพูมากๆ มากจนเรียกได้ว่าคลั่งไคล้เธอเคยมีข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างเป็นสีชมพูจนเพื่อนๆ ล้อเธอเลยเลือกที่จะทำสีผมตั้งแต่ปีหนึ่งเทอมสองแล้วเลิกใช้ข้าวของสีหวานๆ แต่ก็ยังมีบ้างที่ซื้อเก็บเอาไว้

อีกสิบห้านาทีต่อมารถกระบะคันโตก็มาหยุดอยู่หน้าประตูบ้านหลังใหญ่ ไวทินกดรีโมทให้ประตูเลื่อนเปิดแล้วขับรถเข้าไปช้าๆ เหมือนเขาจงใจจะให้เธอชื่นชมความงามของบ้านหลังใหญ่ตรงหน้า

“สวัสดีค่ะคุณทีนคุณหนูตะวัน” หญิงสูงวัยที่ทางใจดีเดินมาทักทายซึ่งตะวันเองก็รีบไหว้ตามมารยาท

“สวัสดีค่ะ... เอ่อ”

“นี่ป้าพิมเป็นหัวหน้าแม่บ้านแล้วก็เป็นแม่นมของพี่ด้วย” ไวทินแนะนำให้หญิงสาวได้รู้จักกับป้าพิมแม่บ้านที่เขารักและนับถือท่านเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งเพราะป้าพิมช่วยพ่อดูแลเขามานาน

“มาเหนื่อยๆ ทานของว่างกันก่อนไหมคะ”

“ขอบคุณค่าป้าพิมแต่ตะวันอยากจัดของก่อนเพราะถ้าเย็นแล้วจะกลับบ้านลำบาก อีกอย่าเพิ่งทานข้าวมายังอิ่มอยู่เลยค่ะ” ปานตะวันปฏิเสธเพราะถ้าจัดของเสร็จเร็วเธอจะได้กลับบ้านไปเตรียมเก็บของที่ยังเหลือ

“ดึกก็ค้างที่นี่เลยสิคะ เดี๋ยวป้าจะให้เด็กยกของไปให้คุณทีนพาน้องขึ้นไปดูห้องก่อนเถอะค่ะ”

ปานตะวันเดินตามเจ้าของบ้านขึ้นมาชั้นสองสายตาก็กวาดมองไปทั่วบ้านใหญ่โตขนาดนี้ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะอยู่กันแค่สองคนพ่อลูก

“ห้องนี้เป็นห้องของน้องตะวันครับ” ชายหนุ่มหยุดที่หน้าประตูห้องห้องหนึ่งก่อนจะผลักบานประตูเข้าไป

“ผิดห้องหรือเปล่าเนี่ย... ห้องเล็กๆ ไม่มีหรอไง?” ตะวันตะลึงกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ห้องนอนกว้างขวางใหม่นี้กว่าห้องเก่าของเธอไม่รู้ตั้งกี่เท่า

“ห้องนี้เล็กสุดแล้วครับ มีห้องแต่งตัวกับห้องน้ำอยู่ด้านโน้นส่วนมุมนี้คุณพ่อสั่งทำชั้นหนังสือกับโต๊ะเขียนหนังสือไว้แต่ยังไม่เสร็จน้องตะวันอยากจะย้ายหรือจัดอะไรใหม่หรือเปล่าพี่จะได้ช่วย”

“ไม่เห็นต้องยุ่งยากสักหน่อยตะวันอยู่แบบไหนก็ได้” เสียงพูดเบาๆ ทำให้คนที่ได้ยินรู้ว่าคนตัวเล็กกำลังรู้สึกเกรงใจ

“ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหรอกครับพี่กับคุณพ่อยินดีและเต็มใจทำให้น้องตะวันกับคุณน้า สักพักเด็กคงยกของมาให้แต่ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกได้ห้องพี่อยู่ข้างๆ นะครับ”

ปานตะวันหันขวับไปมองหน้าผู้ชายตัวโตที่ยืนทำหน้าทะเล้นใส่เธออยู่ มันเกือบจะดีแล้วนะถ้าเขาไม่บอกว่าห้องตัวเองนั้นอยู่ข้างๆ กัน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณนักอ่านทุกท่านสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha