ปานตะวัน (ซีรีย์ชุดร้อยรักเยาวมาลย์)

โดย: อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 9 : ขอโทษครับ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                ไวทินนั่งกระสับกระส่ายอยู่ในห้องคนเดียวพลางหวนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้เขาวิ่งตามปานตะวันไปไม่ทันเพราะตัวเองอยู่ในสภาพที่ไม่สมควรจะออกไปให้ผู้คนเห็นกว่าจะวิ่งลงมาถึงหน้าบ้านลุงยามก็บอกว่าสาวน้อยของเขาเรียกแท็กซี่กลับบ้านไปแล้ว ต่อให้คิดจะตามไปเธอก็คงไม่อยากคุยกับเขาแน่นอนรอให้ใจเย็นๆ สักนิดก่อนแล้วค่อยตามไปง้อก็แล้วกัน

                เขาเองก็รู้สึกผิดที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจแต่ในเมื่อมันย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ก็คงต้องก้มหน้าก้มตาชดใช้กรรมกันต่อไป... ก็ยอมรับแบบแมนๆ ว่าเขาสนใจปานตะวันดีไม่ดีก็อาจจะตกหลุมรักไปแล้วก็เป็นได้มันเลยอยากจะใกล้ชิดจะสัมผัสคลอเคลียเนื้อตัวของเธออยู่ตลอดเวลา

                ... ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่เหมาะสมแต่ก็ยังจะทำเพราะมันห้ามใจห้ามมือห้ามไม้ตัวเองไม่ได้จริงๆ ก็ได้แต่หวังว่ายัยเด็กหัวสายไหมสีชมพูจะไม่โกรธจนกลายเป็นเกลียดกันก็พอ

                แต่แล้วก็ไม่รู้ว่าโชคชะตาของไวทินมันอาภัพหรือคนบนฟ้าอยากจะกลั่นแกล้งเขากันแน่ ลูกน้องที่บริษัทโทรมาบอกว่าบัญชีที่รับทำให้กับบริษัทแห่งหนึ่งมีปัญหาทำให้เขาต้องเข้าไปทำงานวันอาทิตย์แล้วพอมาวันจันทร์ก็ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดเพราะที่โรงแรมมีจัดอมรมบุคลากรภายในซึ่งคราวนี้ก็ถึงคิวของแผนกบัญชีพอดี สรุปว่าตลอดทั้งสัปดาห์นี้เขาก็จะไม่ได้พบหน้าปานตะวันเลย

 

                “เป็นไงเราอันที่จริงเพิ่งสอบเสร็จก็พักสมองสักสองสามวันก็ได้ไม่ต้องรีบมาทำงานหรอก” เฮียโดนัทเดินมาคุยกับตะวันที่กำลังเปลี่ยนป้ายโปรโมชั่นหน้าร้าน

                สวีทตี้ คาเฟ่จะทำโปรโมชั่นใหม่ทุกเดือนโดยหมุนเวียนกันไปไม่ว่าจะเป็นการจัดลดราคา จับคู่เซ็ทขนมและเครื่องดื่มในราคาพิเศษ หรือจะเป็นเมนูใหม่ที่เพิ่งคิดค้น ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นการทำเพื่อกระตุ้นยอดขายและแนะนำให้ลูกค้าให้รู้จักกับเมนูต่างๆ ของร้านอย่างทั่วถึง

                “อยู่บ้านก็นอนเฉยๆ สู้มาทำงานไถตังค์เฮียเข้ากระเป๋าดีกว่าค่ะ” ตะวันยิ้มหวานระหว่างนี้มือเล็กก็ยังไม่หยุดทำงาน

                “ได้ทำหนำใจเลยล่ะเพราะถึงคิวไอ้สองตัวมันลาหยุดไปสอบแล้ว” เจ้าของร้านกล้ามโตพูดอย่างอารมณ์ดี

                “งั้นเฮียก็อย่ามายืนเกะกะไปอบเค้กหรือทำอะไรก็ได้ที่มันจะช่วยเบาแรงลูกน้องอย่างตะวัน” พอเธอพูดจบศีรษะเล็กก็ถูกมือใหญ่จับขยี้ไปมา อัศวินนั้นนึกเอ็นดูมากกว่าจะเคืองลูกน้องที่กล้ามาออกคำสั่งเขา

                “รับทราบครับ”

                “ทราบแล้วก็เข้าไปในร้านเลยเฮีย” ตะวันออกปากไล่ไม่จริงจังนักเพราะคนที่ร้านนี้ไม่ใช่จะเป็นแค่เจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานแต่ทุกคนล้วนเป็นเหมือนคนในครอบครัวของเธอ

                หญิงสาวพยายามทำงานมากๆ เพื่อจะได้ไม่มีเวลาว่างไปคิดถึงเหตุการณ์ในวันนั้นและโชคยังดีที่ตลอดสัปดาห์ไวทินไม่โผล่หน้ามาให้เธอเห็นซึ่งมารดาก็เปรยๆ ว่าชายหนุ่มติดงานอยู่ต่างจังหวัด แต่ถึงตอนนี้จะสบายใจก็ใช่ว่าจะหนีเขาพ้นเพราะเมื่อแม่แต่งงานกับคุณลุงไววิทย์แล้วเธอก็ต้องย้ายไปอยู่ใต้ชายคาเดียวกันกับเขาอยู่ดี

 

                และแล้วก็มาถึงวันที่ตะวันอยากจะสคิปเวลาให้มันข้ามไปเสียเร็วๆ  ไวทินขับรถคันใหญ่มารับหญิงสาวกับแม่แต่เช้าตรู่ด้านหลังรถมีเครื่องสังฆทานที่จัดไว้สวยงามและปิ่นโตอาหารหวานคาวอีกหลายเถาป้าพิมคงเตรียมมาให้เพราะที่บ้านแม่ก็ทำอาหารสองสามอย่างจัดใส่ปิ่นโตไปเหมือนกัน

                “สวัสดีครับน้องตะวันไม่เจอกันตั้งนานเลยนะ” ชายหนุ่มยิ้มปากกว้างเพราะได้เจอคนตัวเล็กที่เขาแสนคิดถึงยิ่งวันนี้เธอใส่ชุดกระโปรงสีขาวยาวคลุมเข่าแต่แอบเท่ด้วยการสวมรองเท้าผ้าใบยิ่งทำให้ปานตะวันดูสวยหวานมากกว่าเดิมอีกเป็นร้อยเท่า ผมสั้นๆ สีชมพูถูกปาดเป๋ไปข้างหนึ่งแล้วยึดไว้ด้วยกิ๊บตัวเล็กๆ เห็นแล้วอยากจะเดินไปหอมหน้าผากมนนั่นสักที่

                แต่เหมือนคำทักทายของชายหนุ่มจะเป็นหมันเมื่อสาวเจ้ามิได้นำพาเธอกลับถือปิ่นโตเดินผ่านหน้าเขาเอาไปเก็บที่ท้ายรถประหนึ่งไวทินนั้นเป็นวิญญาณที่ล่องลอย อาการเช่นนี้คือหญิงสาวน่าจะยังโกรธเรื่องวันนั้นอยู่ซึ่งชายหนุ่มคงต้องหาทางงอนง้อกันต่อไป

                “หนูตะวันช่วยนั่งเป็นเพื่อนพี่เขาข้างหน้าหน่อยนะลูก” ไวทินรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณบิดาขึ้นมากะทันหันคิดอยากจะเดินไปกอดพ่อที่ชงได้ถูกจังหวะเสียจริงๆ

                “ค่ะคุณลุง” เขาได้ยินตะวันตอบแค่นั้นแล้วเธอก็เดินฉับๆ ไปเปิดประตูข้างคนขับแล้วขึ้นไปนั่งโดยเธอไม่ทำแม้แต่ชายตามองเขาเลยสักนิด ดวงหน้าที่สวยคมมองตรงไปทางหน้ารถแถมยังเชิดหน้าจนคอตั้งจนไวทินกลัวจริงๆ ว่าลำคอระหงนั้นจะเกิดอาการเคล็ดขัดยอก

                “ไม่เมื่อยหรือครับน้องตะวันพี่เห็นนั่งชูคอเป็นกิ้งก่ามาตั้งนานแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยถามเพราะมันอดไม่ได้จะยี่สิบนาทีเข้าไปแล้วปานตะวันยังคงนั่งที่เดิมไม่ยอมกระดุกกระดิก แล้วคำตอบที่ไวทินได้รับก็คือกิริยามองค้อยด้วยหางตาดูท่าแล้วหญิงสาวคงจะโกรธเขาเรื่องวันนั้นจริงๆ

                “พี่ขอโทษครับน้องตะวัน” เสียงกระซิบผ่าเบาหลุดออกจากริมฝีปากของชายหนุ่ม มันดังแค่พอจะได้ยินกันสองคนเท่านั้น

                “พี่ขอโทษจริงๆ ไม่คิดว่าจะทำให้น้องตะวันโกรธขนาดนี้ ขอโทษที่พี่ไม่ได้ตามไปเคลียร์ตั้งแต่วันนั้น”

                “หุบปาก!” ปานตะวันตวัดสายตามามองเขาเพียงแค่เสี้ยววินาทีก่อนจะหันหน้าไปทางหน้าต่าง ยกสองแขนขึ้นกอดอกพลางปิดเปลือกตาเป็นสัญญาณให้รู้ว่าเจ้าตัวไม่ได้ให้ความสนใจชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยเลยแม้แต่น้อย

     ไวทินก็ได้แต่ปล่อยให้หญิงสาวทำตามใจตัวเองไปก่อนเขาจะรอให้ถึงเวลาที่อยู่กันสองต่อสองจะเปิดอกเคลียร์ใจในทุกๆ ความผิดและเคลียร์ทุกข้อสงสัยรวมถึงขออภัยหญิงสาวอย่างแน่นอน

 

     ประมาณสองชั่วโมงต่อมาไวทินก็พาครอบครัวมาถึงวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดอยุธยาซึ่งวัดนี้เขาเคยมาบวชเรียนเมื่อตอนที่เรียนจบมหาวิทยาลัย ส่วนบิดาเขาก็คอยจะมาทอดกฐินผ้าป่าหาเงินสร้างศาลาและบูรณะซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดผุพังของวัดอยู่เสมอ

     “เราไปกราบพระในโบสถ์กันก่อนเถอะลูก” มารดาของปานตะวันเอ่ยปากก่อนที่นางและสามีจะเดินนำหน้าลูกทั้งสองคนเข้าไปในโบสถ์เพื่อกราบพระประธานจากนั้นจึงไปกราบนมัสการพระอาจารย์ที่เป็นพระอุปัชฌาย์ของไวทิน ระหว่างที่สองพ่อลูกสนทนาธรรมกับหลวงพ่อสองคนแม่ลูกก็เดินออกมาจัดเตรียมอาหารหวานคาวเพื่อถวายเพล

 

     “หนูมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าตะวันแม่เห็นหนูหน้าตาไม่ค่อยดีเลย” คำถามของมารดาทำเอามือเล็กบอบบางชะงักกึกหยุดการจัดอาหารทันที

     “ตะวันไม่เป็นไรค่ะแม่แต่มันอาจจะเหนื่อยเพราะเมื่อวานที่ร้านลูกค้าเยอะ” หญิงสาวแก้ตัวไปตามเรื่องเพราะเธอไม่เคยจะโกหกมารดาได้เลยสักครั้ง

     “แม่ก็นึกว่าหนูกับพี่ทีนมีปัญหากัน... หรือหนูไม่อยาก...”

     “ตะวันดีใจกับแม่จริงๆ ค่ะไม่ได้มีปัญหาเรื่องที่แม่จะแต่งงานส่วนนายไวทีนนั่นหนูแค่ไม่ถูกชะตากับเขาก็เท่านั้นมันไม่มีอะไรมากไปกว่านี้จริงๆ ค่ะ” หญิงสาวจำเป็นต้องโกหกเพราะเธอจะบอกแม่ได้อย่างไรว่าโดนไอ้หมอนั่นบดบี้ขยี้ลิ้นมา

     “ตะวันรู้ใช่ไมว่าหนูเป็นคนสำคัญที่สุดของแม่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแม่จะอยู่ข้างหนูนะลูก” คนเป็นแม่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน นางเป็นห่วงกลัวว่าปานตะวันจะเข้ากับครอบครัวใหม่ไม่ได้ กลัวว่าลูกจะอึดอัดไม่สบายใจเลยต้องพูดดักทางเอาไว้ก่อน

     “ตะวันสัญญาค่ะแม่ ว่าตะวันจะบอกแม่ทันทีเลยถ้ามีปัญหาอะไร” รอยยิ้มกว้างจากลูกสาวคนเดียวก็พอจะทำให้คนเป็นแม่เบาใจได้ถึงตะวันจะไม่ยอมเปิดปากในตอนนี้แต่นางก็ชื่อว่าปัญหาที่มันมีเจ้าตัวคงจะจัดการเองได้

     “สองคนแม่ลูกมีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับ” คุณลุงไววิทย์เดินนำไวทินขึ้นมาในศาลาพร้อมกับบรรดาเครื่องสังฆทานที่เตรียมมาจากบ้าน ไวทินนั้นแยกเอาเครื่องสังฆทานไปจัดไว้อีกที่ส่วนไววิทย์ก็มาช่วยภรรยาจัดสำรับอาหาร วัดนี้มีพระสงฆ์จำวัดอยู่ไม่มากจึงไม่จำเป็นต้องเตรียมอะไรเยอะแยะแต่ว่าเน้นไปหนักทางของที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเพราะพระสงฆ์ที่นี่ชราภาพเสียเป็นส่วนใหญ่

 

     “หนูตะวันไปประเคนอาหารกับพี่เขานะลูก เจ้าทีนคอยดูแลน้องด้วย” ไววิทย์บอกกับลูกชายและลูกเลี้ยงเมื่อถึงเวลาประเคนภัตตาหาร ถึงแม้จะไม่ค่อยเต็มใจแต่ตะวันก็ยอมที่จะเดินตามชายหนุ่มไปดีๆ แม้เขาจะคอยตอดเล็กตอดน้อยแบบเนียนๆ เช่นแอบเอาแขนมาโดนหรือแอบจับมือเวลาที่ส่งของให้หญิงสาวก็พยายามจะควบคุมอารมณ์และปั้นสีหน้าให้เรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ขุ่นเคืองออกมา

     ส่วนชายหนุ่มก็รู้สึกแปลกใจที่ปานตะวันดูจะนิ่งมากจนผิดปกติก็ได้แต่แกล้งกระตุกต่อมโทสะของหญิงสาวแต่เธอก็นิ่งเกินคาดเห็นอย่างนี้แล้วไวทินก็เกิดจะหวั่นๆ ว่าปานตะวันในความรู้สึกของหญิงสาวว่าอาจจะเกลียดเขาเข้าแล้วจริงๆ

     หลังจากถวายเพล ถวายสังฆทานและรับศีลรับพรเรียบร้อยครอบครัวเล็กๆ นี้ก็เดินทางไปรับประทานอาหารร่วมกันภายในครอบครัวซึ่งปานตะวันที่เห็นมารดายิ้มเพราะมีความสุขเธอก็อดจะยิ้มตามไม่ได้


     “พี่แกะกุ้งให้นะครับ” ไวทินที่ลอบมองรอยยิ้มหวานๆ ฉวยโอกาสตอนหญิงสาวอารมณ์ดีเนียนเอาใจ

     “ขอบคุณ” ปานตะวันตอบตามมารยาทแต่เพียงเท่านี้คนตัวโตก็ยิ้มแต้กุลีกุจอแกเปลือกกุ้งแม่น้ำตัวโตส่งให้หลังจากที่แกะให้บิดากับมารดาเลี้ยงเรียบร้อยแล้ว

     “อาหารอร่อยไหมหนูตะวันอยากทานอะไรเพิ่มบ้างหรือเปล่า” ไววิทย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

     “ไม่แล้วค่ะตะวันทานได้” หญิงสาวตอบตามความจริงเพราะอาหารบนโต๊ะก็มากมายแถมยังมีรสชาติอร่อยทุกอย่างสมแล้วที่เป็นร้านขึ้นชื่อที่มีรางวัลการันตีมากมาย

     ทั้งสี่ทานอาหารไปคุยไปซึ่งส่วนมากไววิทย์จะคุยกับลูกเลี้ยงถามเรื่องเรียนบ้างเรื่องทำงานที่คาเฟ่บ้าง ส่วนนางปานหทัยที่เป็นคนเงียบๆ ก็เอาแต่อมยิ้มเมื่อเห็นสามีลูกสาวเข้ากันได้ ส่วนไวทินนั้นก็ได้แต่นั่งเงียบๆ เพื่อเก็บรายละเอียดรวมถึงวางแผนปรับความเข้าใจซึ่งกว่าจะมีเวลาส่วนตัวได้พูดคุยกันก็คงต้องรอให้กลับถึงบ้านก่อน

     วันนี้เป็นวันแรกที่หญิงสาวจะย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังเดียวกับเขาหลังจากที่เจ้าตัวหลบเลี่ยงมาเกือบสัปดาห์ ชายหนุ่มก็ได้แต่หวังว่าความใกล้ชิดจะทำให้เขาเข้าถึงตัวปานตะวันได้มากขึ้นและหลังจากถึงตัวแล้วเขาก็ต้องเข้าไปให้ถึงใจของเธอด้วย งานนี้ก็ต้องลองลุ้นกันดูว่าจะออกหัวหรือออกก้อยแต่ไวทินนั้นเขาพร้อมที่จะเดิมพันกับทุกอย่างและจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด

     เขาอยากให้ปานตะวันได้รับรู้ว่าถึงพี่จะเคยเจ้าชู้... แต่ตอนนี้พี่รักหนูคนเดียว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณนักอ่านทุกท่านสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha