พ่ายใจรักนางบำเรอ

โดย: ลิขิตนางฟ้า



ตอนที่ 1 : หนึ่ง


ตอนต่อไป

“ฉันจะกลับแล้ว คงไม่ได้มาสักพักนะ” ราฟาเอลกระชับเสื้อสูทก้าวเดินออกจากห้องนอนภายในคอนโดมิเนียมหรู

“คุณคะ หนูนามีเรื่องจะบอกค่ะ” หน้าประตูห้องน้ำร่างบางทว่าอวบอิ่มเฉพาะส่วนที่ผู้ชายต้องการถูกพันไว้หลวมๆ ด้วยผ้าขนหนูผืนสีขาว

ร่างสูงหันกลับมา “มีอะไร ฉันกำลังรีบ ทำไมไม่พูดตั้งแต่เมื่อคืน”

หญิงสาวลังเลเรื่องที่จะบอกเขา สองมือเผลอกำผ้าขนหนูแน่น “คุณขับรถดีๆ นะคะ” จำใจเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน

ราฟาเอลรู้สึกแปลกใจ หากไม่มีเวลาเข้าไปซักถาม ได้แต่ก้าวเดินออกจากห้องไม่หันกลับมาอีก ชายหนุ่มจึงไม่ทันได้เห็นน้ำตาที่เอ่อตากลมใสของคนข้างหลัง

เพียงพลอยอยากบอกชายหนุ่มตั้งแต่หลายวันก่อน ตั้งแต่เมื่อคืน แต่เวลาที่ราฟาเอลมาหากันนั้น เขาแทบไม่ให้เธอได้พักผ่อน ไม่มีการพูดคุยเช่นคู่รัก เขาเอาแต่โรมรันรุกเร้า เสมือนตายอดตายอยากมาจากไหน จนเธอไม่อาจปริปากบอกเรื่องการตั้งท้องที่ทำให้ไม่สบายใจจึงเป็นความลับอยู่อย่างนี้

หลายวันก่อนตื่นตอนเช้าเพียงพลอย รู้สึกเวียนหัว คลื่นไส้ หน้ามืด จึงไปหาหมอเพราะเกี่ยวกับอาการเจ็บไข้เธอไม่สามารถปล่อยทิ้งไว้ หากเป็นอะไรไปคนที่เป็นห่วงจะเป็นยังไงหญิงสาวไม่อยากจะคิดถึงข้อนี้  ราฟาเอลเองก็คงรำคาญหากมาเจอเธอนอนซม ไม่สามารถดูแลเขาได้

“คุณตั้งท้องได้หกสัปดาห์ครับ ยินดีด้วย” นั่นคือคำตอบของการเจ็บป่วย เพียงพลอยตะลึงตกใจเมื่อได้ยิน

รับฟังคำแนะนำของหมอด้วยใจเลื่อนลอย ก่อนจะเดินจากห้องตรวจครุ่นคิดจะทำยังไงดีกับเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันเตรียมใจ

ก่อนจะมาอยู่ใต้ปีกแห่งเสน่หาของชายหนุ่ม เพียงพลอยยังจำได้ถึงข้อตกลง

“ป้องกันตัวเองอย่าให้ท้องล่ะ ไม่ทำตามสัญญาเมื่อไหร่จะถือว่าเธอหวังสูง ทุกอย่างที่เคยได้ ก็อาจจะไม่เหมือนเดิม”

“ค่ะ” เธอรับคำง่ายดาย เพราะตอนนั้น ยังไงก็ได้ ขอให้ได้เงินที่ต้องการมาก่อน อย่างอื่นไม่มีเวลาคิด

“ดี เมื่อเข้าใจเอาเช็คไป เก็บข้าวของมาอยู่ที่นี่ได้เลย สัญญาหนึ่งปีอาจจะเปลี่ยนแปลง เพราะฉันมันคนที่ขี้เบื่อ แต่ไม่ต้องห่วง จะอยู่จะไป รับรองเธอจะได้เงินคุ้มเชียวละ”

แม้จะหวาดหวั่นมากมายแต่ต้องบอก เพราะลูกเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา บางทีราฟาเอลอาจจะเปลี่ยนใจเรื่องที่เคยคุยไว้

จะบอกเขาว่าไม่ได้ต้องการอะไร ไม่ได้หวังสูง ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความผิดพลาด แม้ต้องปวดใจเพียงใดก็แค่ทนเจ็บแบบเดิมๆ ก็เท่านั้นเอง

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด

เสียงมือถือหน้าโต๊ะเครื่องแป้งซึ่งตั้งปลุกไว้ดังขึ้น เพียงพลอยรีบเดินไปยังตู้เสื้อผ้าเพื่อแต่งตัว วันนี้สองมือรีบเร่งกว่าวันอื่น เพราะวันนี้มีอีกเรื่องสำคัญที่รออยู่

 

ณ โรงแรมที่เพียงพลอยทำงานอยู่

“ทำไมมาสแกนเวลาช้าล่ะหนูนา ไม่เห็นเคยมาสายสักวัน เคยพูดเสมอสายหักเงินนาทีละสองบาท บอกว่าเสียดาย ไม่มีทางได้หักของเธอ”

โมลีหญิงสาวช่างคุยอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเพียงพลอยชวนคุยอย่างเช่นทุกวัน

“แต่วันนี้ครึ่งชั่วโมงโดนหักครึ่งวัน” เพียงพลอยพูดเสริม ทำหน้าเสียดายสุดๆ

“แล้วไปไหนมา”

“ไปดูหลานมาจ๊ะ ” หน้าตาเศร้าสร้อยทำให้โมลี อยากตีปากตนเองที่ชวนเพื่อนคุยเรื่องเครียดตั้งแต่เช้า

เด็กชายศศิน ขณะนี้อายุได้เกือบสี่ขวบป่วยเป็นโรคหัวใจ นอนรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนมีชื่อ เพียงพลอยต้องรับภาระดูแลคนเดียวมาเกือบปี ตั้งแต่วันที่พี่สาวเสียชีวิตภาระที่มีอยู่ก็ยิ่งหนักอึ้ง จนแทบแบกรับไม่ไหว ส่วนพ่อของหลานนั้นถึงยังมีชีวิตก็เหมือนตายจากศศินไปแล้ว เพราะฝ่ายนั้นไม่มีใครเคยมาดูดำดูดีแม้เพียงสักคน

“ทำงานเถอะ ทำงานจะได้ลืมเรื่องเครียดลงได้บ้าง” โมลีชวนเพื่อนไปยังห้องเก็บของ เพื่อเตรียมทำความสะอาดห้องพัก

“เธออยู่ชั้นเดียวกับเรา วันนี้โชคดีจังจะได้มีเพื่อนคุย” เพียงพลอยก้มมองแผ่นชาร์ตในมือ ดูจำนวนห้องพักที่ต้องทำความสะอาดในวันนี้

หลังจากนั้นสองสาวขึ้นลิฟต์พนักงานมุ่งสู่ชั้นหก

 

ราฟาเอล ฟาน เดอร์ซาร์ อายุสามสิบ หนุ่มหล่อเรือนร่างกำยำชวนให้เก้งกวาง ชะนีน้ำลายล่อเมื่อปรากฏตัว ส่วนผสมระหว่างไทย เนเธอร์แลนด์ เขาก้าวเดินเข้าโรงแรมกลางเมืองหลวงกรุงเทพฯ เพื่อหามารดาซึ่งเข้าพักที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืน

“ไม่อยากพักเพ้นเฮาท์หนุ่มเจ้าสำราญหรอก ไม่อยากเป็นตัวขัดขวางความสุขใคร พักที่โรงแรมเดิมดีกว่า”

“มาดามครับ อะไรจะสุขใจเท่าได้เห็นหน้ามาดามล่ะ อย่ามาประชดผมเลยครับ” ราฟาเอลอ้อนมารดา เมื่อท่านเอ่ยรู้ทันเรื่องชีวิตส่วนตัวเสมือนเดินตามหลังเขาทุกวินาที แต่แม้เป็นเช่นนั้นข้อมูลท่านก็ยัดคงพลาด เพราะราฟาเอลไม่เคยพาสาวที่ไหนไปเพ้นเฮาท์ของตนมาก่อน

“อย่ามาทำปากหวานเลยฟาน เก็บไว้ใช้กับผู้หญิงเถอะ ถ้าไม่เป็นอย่างแม่ว่าป่านนี้คงมีหลานให้แม่อุ้มไปแล้วล่ะ”

ถ้าอยู่ใกล้ๆ คงได้เห็นมารดาวัยห้าสิบกว่าค้อนแน่นอน ราฟาเอลอดขำไม่ได้

“เอาที่สบายใจแล้วกันครับ ผมรู้ว่าคุณแม่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาบ้านเกิดเพราะเรื่องนี้อีกแล้ว เรื่องทายาทของผม เอาเป็นว่าผมจะไม่ขัดใจ คราวนี้จะยอมให้คุณแม่พาผมไปดูตัวนะครับ”

มารดาคงยิ้มกับโทรศัพท์แน่นอน ก่อนจะวางสายเขาไป

 

ก็อกๆๆ

เสียงประตูหน้าห้อง มาดามเดอร์ซาร์  เดินไปเปิดประตู “นึกว่าจะไม่มา ถ้าสายห้านาทีแม่ไม่รอแล้ว นัดคุณป้าศศิไว้ ไม่อยากให้เขารอ”

“สายได้ก็ดีสิครับ แต่หากทำอย่างนั้นมีหวังป๋าบ่นไม่ต่างสาวๆ แน่ ที่ไม่ดูแลคุณปาริชาติสุดที่รัก เมื่อคืนก็โทรมาฝากฝังตั้งหลายสาย”

ปาริชาติยิ้ม ยิ้มปลื้มความห่วงใยที่สามีมีให้ แม้จะอยู่กินกันมาจนลูกโตขนาดนี้แล้ว

“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง เป็นไงวันนี้พร้อมหรือยัง อย่ากลับคำละ อีกเรื่องที่สำคัญคือต้องเคลียร์เรื่องแม่สาวๆ ข้างกายให้หมด อย่าให้เหลือมากวนใจแม่ กวนสะใภ้แม่ได้”

“มาถึงก็เข้าเรื่องเลยนะครับ” ดวงตาคมเข้มกลอกไปมา เหมือนทุกครั้งที่มารดาคิดจะจับคู่ตน กับลูกสาวของเพื่อนท่าน

“เรื่องอะไรจะรอช้า เดี๋ยวคนบางคนลืมเรื่องที่คุยเมื่อคืนแม่ก็อดอุ้มหลานในปีนี้น่ะสิ” ปาริชาติเดินไปหยิบกระเป๋าถือ ไม่ลืมเรียกเด็กรับใช้ซึ่งกำลังเอาของจากกระเป๋าจัดใส่ตู้เสื้อผ้า

“ว้าว อะไรจะเร็วปานนั้นฮะ”

“แน่สิย่ะ ช้ากว่านี้น้ำยาลูกอาจจะหมดซะก่อนได้ข่าวว่าใช้เปลืองซะจริง”

“เถียงไม่ออกล่ะสิ พ่อเนื้อหอม” ปาริชาติยิ้มขำที่แกล้งลูกชายให้ใบ้กะทันหันได้

“ยอมแพ้แล้วครับ จะไม่บอกชื่อเสียงเรียงนามผู้หญิงที่คุณแม่อวดสรรพคุณผมไว้หน่อยเหรอครับ ไปถึงจะได้ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษถูกคน”

“สิตมน จำไว้ว่าที่ภรรยาลูกชื่อหนูมนจ้า”

เอาแล้ว ยอมเข้าหน่อย ไปไกลถึงขั้วโลกแล้ว ราฟาเอลเดินนำหน้ามารดาและเด็กรับใช้มุ่งไปยังลิฟต์ ก่อนจะนำไปยังรถคันหรูที่จอดอยู่หน้าโรงแรม

มารดาซุบซิบบางอย่างกับคนรับใช้ตั้งแต่ออกจากห้อง ในลิฟต์ ก่อนจะขึ้นรถก็ยังไม่หยุด ชายหนุ่มสงสัยหันมาซักถาม

“อะไรกันครับ คุยอะไรกัน ทำอย่างไม่เจอกันมาเป็นแรมปี ถ้าเป็นผมจะไม่ว่าสักคำ”

“แม่คุยเรื่องเด็กที่เคยเจอเครื่องเพชรแม่น่ะสิ มาคราวนี้ยังไม่เจอเลย แม่ซื้อของมาฝากเขาด้วย”

“ถามหน้าฟรอนท์สิครับ ไม่ต้องมานั่งสงสัยว่าจะเจอหรือเปล่า” ราฟาเอลแนะนำ เดินไปเปิดประตูให้มารดา

“อยากให้เขาตื่นเต้นที่เจอแม่น่ะสิ ให้นามบัตรไว้ก็ไม่เห็นติดต่อไปบ้าง คนมักน้อยอย่างนี้แม่ปลื้มจริงๆ”

“ใครบ้างไม่อยากได้ของฟรีครับ อย่าไว้ใจใครง่ายเกินไปเลย คราวก่อนที่เขาไม่เอาของเรา บางทีใช่ว่าเขาเป็นคนดี แต่เขาจะเอาของออกไปจากที่ทำงานได้ยังไง โรงแรมใหญ่โตขนาดนี้ต้องมีการตรวจกระเป๋าก่อนกลับบ้านอย่างแน่นอน”

“ขับรถไปเลย ไม่ได้ขอความคิดเห็น” ปาริชาติหน้าบึ้ง

“ผมพูดจริงก็งอนเสียนี่” ราฟาเอลมองมารดาทางกระจก หากก็ไม่พูดอะไรอีก เพราะพูดไปมารดาก็ไม่มีทางเปลี่ยนความตั้งใจในเรื่องที่วางแผนไว้แล้ว

 

โมลีออกมาตามเพื่อนยังรถเข็ญหน้าห้องที่กำลังทำความสะอาดอยู่ เห็นหนูนาชะเง้อมองบางอย่างจึงถามด้วยความสงสัย “มองอะไรน่ะหนูนา”

“เหมือนคนรู้จักน่ะ แต่คงไม่ใช่หรอก ไปเถอะทำความสะอาดกันต่อมีอีกหลายห้อง” หนูนาล่ะสายตาจากร่างคุ้นตาซึ่งเดินเข้าไปในลิฟต์

โมลีไม่สนใจเพื่อนอีกเข้าห้องเพื่อปูเตียงต่อ หากหนูนานั้นกำลังคิดถึงคนที่จากไปเมื่อเช้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม คิดว่าเย็นนี้ถ้าราฟาเอลมาหาเธอจะบอกเรื่องที่ทำให้กังวลใจทั้งวันทั้งคืนเสียที

“ทำงานอยู่แต่ในห้องน่าเบื่อจังเลยนะหนูนา ฉันเบื่อแบบนี้เต็มทีแล้ว ฉันอยากเจอคนมากๆ เรียนจบเมื่อไหร่จะเลิกอุดอู้เป็นแม่บ้านซะที”

โมลีกำลังเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยเพื่อหวังจะหางานที่ดีกว่าการเป็นแม่บ้าน

“แต่ฉันไม่เบื่อเลย ใช้เวลาอยู่กับงาน เรื่องของตนเองได้เยอะดี ฉันชอบ”

“ล้างส้วม ถูพื้น ดูดฝุ่น นี่นะบอกว่าชอบ” โมลีทำสีหน้าไม่อยากเชื่อ

หนูนาฝืนยิ้มเธอไม่มีวันลืมว่างานที่นี่ช่วยให้เธอแบ่งเบาภาระหนูเล็กได้ เมื่อวันที่ไม่มีใครเป็นที่ปรึกษาในชีวิต สองพี่น้องต้องสู้กับงานกับความเปลี่ยวเหงาของชีวิตด้วยความอยากลำบาก นึกขอบคุณคนที่ให้เธอได้มีงานทำ แม้มันจะเป็นงานที่ใครต่อใครเหยียดหยามว่าต้อยต่ำ แต่เธอจะไม่ทิ้งมันไปง่ายๆ

“ถ้าสวยอย่างเธอจะไปทำงานที่ได้เงินเยอะๆ” โมลีรีดผืนผ้าให้เรียบกว่าเดิมด้วยสองมือ หันมาคุยต่อ

หนูนาหน้าเจื่อน เพราะเคยคุยเรื่องนี้กันหลายหน เธอก็บอกว่า อย่าเลยหากครั้งนี้ทำได้แค่เงียบเพราะตอนนี้ศักดิ์ศรีของเธอได้ลอยหายไปเสียแล้วเมื่อความเดือดร้อนคืบคลานเข้ามาหามากขึ้นกว่าเดิม

หลายเดือนก่อน ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

“พี่หนูเล็กจะถึงหรือยังค่ะ” หนูนาโทรตามพี่สาวฝาแฝดซึ่งบอกว่าจะไปหาสามีเพื่อนำเงินมาเป็นค่ารักษาลูกที่ต้องเข้าห้องผ่าตัด

“สวัสดีครับ” เสียงปลายสายไม่ใช่เสียงของพี่สาว หนูนาแปลกใจจึงถามออกไป

“คุณเป็นใครค่ะ แล้วพี่สาวฉันไปไหน”

“คุณทำใจเย็นๆ นะครับแล้วฟังให้ดี” เสียงปริศนาปลอบ หนูนาใจเต้นระรัว

เมื่อได้ยินเรื่องราวหญิงสาวก็ล้มทั้งยืนหน้าห้องผ่าตัด น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม ไม่ได้ยินเสียงน้องสาววัยสิบหกปีซึ่งเดินเข้ามาเขย่าตัวว่าเป็นอะไรไป

“ไม่จริง ไม่จริงพี่หนูเล็กต้องไม่ตาย ไม่จริง” เธอได้แต่พร่ำเพ้อออกมา น้องสาวตกใจเข้ามากอดร่ำให้ไปด้วยกัน

“คุณครับคุณ”

จนกระทั่งเสียงมือถือดังขึ้นปลุกให้เธอตื่นจากฝันร้ายซ้ำซ้อน “ค่ะ” เธอกลั้นสะอื้นรับสาย

รายละเอียดของพี่สาวเข้ามาอยู่ในหัว

นี่เป็นความฝันหรือเปล่า ไม่จริงใช่ไหม หากเมื่อเห็นใบหน้าน้องสาวผ่านม่านน้ำตา รวมทั้งมองเลยไปในห้องซึ่งหลานชายที่แสนอาภัพกำลังนอนรอมีดหมอเพื่อช่วยยื้อชีวิต ก็เจ็บปวดนักเพราะมันไม่ใช่ความฝัน

“หนูศินของน้า ศิน น้าจะดูนายเอง ฮื้อ อึก ไม่ต้องห่วง นายต้องปลอดภัยและหายดีนะ” เธอส่งผ่านความห่วงใย กำลังใจให้หลานรักที่ป่วยมานานปี “พี่หนูเล็ก ช่วยตาศินด้วยนะพี่” ไม่ลืมวอนขอพี่สาวให้คุ้มครองลูกชาย หลังจากนั้นบอกให้น้องรออยู่ที่โรงพยาบาล เพื่อเธอจะได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุที่พี่สาวเสียชีวิต

พี่สาวช่างเกิดมาอาภัพนัก มีคนรักก็ไม่เคยเหลียวแล เมื่อตั้งท้องศตายุก็ทิ้งพี่สาวไปไม่ดูดำดูดี ทางฝ่ายนั้นถือว่าตนเองมั่งมี พี่สาวของเธอไม่คู่ควร แรงยุยงของครอบครัวทำให้ศตายุแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นตอนที่พี่สาวเธอตั้งท้อง

“พี่ไม่คิดเลยเขาจะใจดำถึงเพียงนี้ พี่จะไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง” พี่สาวหวังจะหอบลูกในท้องไปหาแฟนหนุ่ม หากเธอห้ามปรามขึ้น

“อย่าเลยพี่หนูเล็ก พี่ลืมไปแล้วรึไง เขาเป็นคนนำเช็คมาให้พี่เองนะ ให้พี่ไปเอาตาหนูออกซะ พี่เลิกคิดเถอะว่าเขาทำเพราะแม่สั่ง หนูนาว่าตัวเขาเองก็คงเป็นใจ”

แม้พี่สาวต้องร้องไห้ปานจะขาดใจ แต่เธอก็คิดว่าทำถูกแล้ว เธอรู้เช่นเห็นชาติผู้ชายคนนั้น ไม่ได้ตาบอดเพราะไม่ได้มีรักอย่างพี่สาว ซึ่งแน่นอนว่าปิดหูปิดตาเพื่อหลอกตนเอง

ศตายุไม่คู่ควรกับคนที่บูชาความรักเช่นพี่สาวเธอ

“เพราะเราไม่มีใครใช่ไหมเขาถึงดูถูกกันอย่างนี้ เพราะเราไร้ญาติขาดมิตร เขาเลยไม่เห็นค่า” พี่สาวยังคร่ำครวญ

“เพราะพี่รักเขาเกินไปต่างหากค่ะ ” เธอให้คำตอบพี่สาว

พี่สาวร้องไห้หนักว่าเก่าเมื่อจี้ตรงใจเข้า เธอได้แต่กอดปลอบน้ำตาซึมไปด้วย

“เป็นไรไปหนูนาเสร็จแล้วเตียงฉัน เธอจัดการผ้าขนหนูพวกนี้ให้กลายเป็นดอกกุหลาบเองนะ ฉันทำไม่สวยเธอก็รู้”

หนูนาพยักหน้าเลิกคิดเรื่องเศร้าในชีวิต สองมือขะมักเขม้นกับการประดิฐประดอยผ้าขนหนูแขกให้เป็นดอกกุหลาบ

“เออหนูนา วันนี้ตอนเช้าฉันเห็นแขกที่ชอบคุยกับเธอด้วยนะ”

“ใคร” หนูนาใบหน้าซีด หากโมลีไม่ทันสังเกตเห็น

“ก็คุณนายฝรั่งที่เคยมาเมื่อหลายเดือนก่อนไง คนที่ซื้อขนมมาฝากเธอทุกวันไงล่ะ”

หนูนาผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งใจ

“คุณปาริชาติ”

“นั่นแหละ คราวนี้มีหวังได้อ้วนแน่ถ้าพักเป็นเดือนๆ เหมือนครั้งก่อน”

หนูนาพยักหน้าหากใจด้านในกลับคิดอีกเรื่องที่ใจวิตกกังวลขึ้นมา

33_2836_090429142317_Zi.jpg 


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha